สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบทุนช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770194

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบทุนช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบทุนช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ประจำปี 2566

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ, ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ, สมบัติ วัฒนไทย รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ คนที่ 3, พิตราภรณ์ บุณยรัตนพันธุ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม และคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม จัดพิธีมอบทุนช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจนประจำปี 2566 ให้แก่เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส โดยมีร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมมอบทุน

มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ได้มอบทุนช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันรวมระยะเวลากว่า 10 ปี เป็นเงิน จำนวน 4,746,888.-บาท (สี่ล้านเจ็ดแสนสี่หมื่นหกพันแปดร้อยแปดสิบแปดบาทถ้วน) โดยในปี 2566 โพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ ยุพา ล่ำซำ ที่ปรึกษามูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ได้มอบให้ พิตราภรณ์ บุณยรัตนพันธุ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม นำเงินทุนการศึกษาจำนวน 400,000 บาท มอบให้สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เพื่อมอบให้แก่เด็กและเยาวชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียน จนนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุม ชั้น 2 ตึกมหิดล สภาสังคมสงเคราะห์ฯ กรุงเทพฯ เมื่อวันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน 2566

มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม และ เมืองไทยประกันชีวิต มอบเงินสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ

มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม และ เมืองไทยประกันชีวิต มอบเงินสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ

พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ พร้อมด้วย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช, สมบัติ วัฒนไทย, พิตราภรณ์ บุณยรัตนพันธุ์ ถ่ายภาพกับเยาวชนผู้ได้รับทุนการศึกษา ประจำปี 2566

พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ พร้อมด้วย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช, สมบัติ วัฒนไทย, พิตราภรณ์ บุณยรัตนพันธุ์ ถ่ายภาพกับเยาวชนผู้ได้รับทุนการศึกษา ประจำปี 2566

ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

พิตราภรณ์ บุณยรัตนพันธุ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม

พิตราภรณ์ บุณยรัตนพันธุ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม

พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ มอบทุนการศึกษา

พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ มอบทุนการศึกษา

ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช มอบทุนการศึกษา

ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช มอบทุนการศึกษา

พิตราภรณ์ บุณยรัตนพันธุ์ มอบทุนการศึกษา

พิตราภรณ์ บุณยรัตนพันธุ์ มอบทุนการศึกษา

สมบัติ วัฒนไทย มอบทุนการศึกษา

สมบัติ วัฒนไทย มอบทุนการศึกษา

แพทย์เผยตัวเลขผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่อาจทะลุล้านราย ย้ำผู้สูงอายุเป็นกลุ่ม ‘เสี่ยงตาย’ แนะฉีดวัคซีนป้องกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770199

แพทย์เผยตัวเลขผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่อาจทะลุล้านราย ย้ำผู้สูงอายุเป็นกลุ่ม ‘เสี่ยงตาย’ แนะฉีดวัคซีนป้องกัน

แพทย์เผยตัวเลขผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่อาจทะลุล้านราย ย้ำผู้สูงอายุเป็นกลุ่ม ‘เสี่ยงตาย’ แนะฉีดวัคซีนป้องกัน

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์

แพทย์เผยโรคไข้หวัดใหญ่ในไทย ป่วยได้ตลอดปีนี้อาจทะลุล้านราย ย้ำผู้สูงอายุเป็นกลุ่ม “เสี่ยงตาย” โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเรื้อรังร่วมด้วย แนะควรฉีดวัคซีนป้องกันก่อนที่จะสายเกินไป

ปีพ.ศ.2566 มีรายงานคนไทยป่วยโรคไข้หวัดใหญ่กว่า 3 แสนรายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเชื่อยอดป่วยจริงอาจทะลุหลักล้านราย เพราะติดเชื้อได้ตลอดปี ป่วยแล้วป่วยซ้ำได้ในปีเดียวกันหากไม่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เผยผู้สูงอายุเสี่ยงเป็นโรคแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะเป็นกลุ่มเปราะบางและมีโรคประจำตัวร่วมด้วย แนะรัฐเพิ่มจำนวนวัคซีนฟรีให้ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป และขยายกลุ่มเด็กโตให้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นเพราะมีโอกาสติดเชื้อไข้หวัดใหญ่แล้วแพร่เชื้อสูง ย้ำวัคซีนคุ้มค่า คุ้มทุน และเป็นที่ยอมรับมากว่า 80 ปีแล้ว

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ กล่าวว่า “ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่มีการระบาดเป็นประจำทุกปี แต่จากช่วง 2-3 ปี ที่มีการระบาดของโควิด-19 ทำให้โรคไข้หวัดใหญ่หลบไปและห่างเหินชั่วคราวนอกจากนี้ ประชาชนทั่วไปไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคนี้และมีมาตรการป้องกันโควิด-19 จนในปีพ.ศ. 2566 จึงเห็นชัดเจนว่าประชาชนมีการป่วยโรคไข้หวัดใหญ่จำนวนมาก จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตั้งแต่มกราคม-ตุลาคม 2566 พบผู้ป่วยกว่า 3 แสนราย ซึ่งในจำนวนนี้เสียชีวิต 21 ราย แต่ในความเป็นจริงจำนวนผู้ป่วยอาจจะมากกว่านี้ เนื่องจากผู้ที่มีอาการน้อยไม่ได้เข้ารับการรักษาหรือรักษาที่คลินิกก็ไม่ได้รับการรายงาน จึงเชื่อว่าในปีนี้น่าจะมีผู้ที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่อาจถึงหลักล้านคนได้

จากข้อมูลโรคไข้หวัดใหญ่ย้อนหลังของประเทศไทย จะมีความแตกต่างจากประเทศในซีกโลกเหนือ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลี ที่จะมีโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดเฉพาะช่วงฤดูหนาว เมื่อฤดูร้อนโรคจะหายไปหมด แต่สำหรับประเทศไทยอยู่ตรงเส้นศูนย์สูตร จึงพบโรคไข้หวัดใหญ่ได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นในช่วงฤดูฝน เพราะมีความชื้นสูงฝนตกคนรวมกลุ่ม นักเรียนเปิดเทอม ทำให้โรคไข้หวัดใหญ่มีการระบาดและเด็กนักเรียนจะนำเอาเชื้อไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ครอบครัวและผู้สูงอายุที่บ้าน ซึ่งกลุ่มเด็กเป็น “กลุ่มเสี่ยงเป็น” และมักจะรุนแรงในกลุ่มเด็กเล็ก ขณะที่ผู้สูงอายุเมื่อป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่อาจจะมีอาการรุนแรงมาก เรียกว่าเป็น “กลุ่มเสี่ยงตาย” ส่วนคนหนุ่มสาวก็ป่วยได้แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรุนแรง จะเห็นได้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่เป็นได้ทุกกลุ่มอายุ และโรคนี้จะคงอยู่กับเราตลอดไป วัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงมีประโยชน์สำหรับคนทุกวัย”

“การศึกษาในประเทศไทยกรณีการเข้ารับการรักษาด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ พบว่า มีการสูญเสียทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม การศึกษาพบว่าภาระโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยมีการจ่ายค่ารักษาทั้งสิ้นปีละประมาณ 1,100 ล้านบาท และมีการสูญเสียค่าใช้จ่ายทางอ้อมอีก 1,300 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นสูญเสียทางเศรษฐกิจ เป็นเงินจำนวน 2,400 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ ทางการแพทย์มีการศึกษาวิจัยถึงวิธีการป้องกันควบคุมโรคที่มีความคุ้มค่า คุ้มทุนมากที่สุด คือ “วัคซีน” และภาครัฐบาลได้นำวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาให้บริการฟรีกับกลุ่มเสี่ยงที่ป่วยแล้วจะมีความรุนแรง เช่น เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคอ้วนหญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ”

สำหรับประเทศไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (aging society) ควรจะมีนโยบายจัดการหรือแนวทางในการป้องกันช่วยลดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ และเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนให้มากขึ้น สะดวกขึ้น อาทิ ช่องทาง Drive-Thru เช่นเดียวกับประเทศสหรัฐอเมริกาหรือแถบยุโรปที่มีทีมพยาบาลหรือสหสาขาวิชาชีพก็สามารถให้บริการได้สะดวกมาก โดย รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี มองว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีการยอมรับในภาคประชาสังคมของคนไทยมากที่สุด เป็นวัคซีนที่มีการพัฒนาและใช้กันมายาวนานกว่า 50 ปี มีความปลอดภัยสูงนับได้ว่า “วัคซีนไข้หวัดใหญ่” มีความคุ้มค่าและคุ้มทุนอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยงตายช่วยลดความรุนแรงของอาการเจ็บป่วยโรคแทรกซ้อนรุนแรง การนอนโรงพยาบาลและการสูญเสียชีวิตได้ ซึ่งหากภาครัฐมีการพิจารณาเพิ่มจำนวนวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงป่วยรุนแรงที่มีโอกาสเสียชีวิตได้มีโอกาสเข้าถึงวัคซีนมากขึ้น รวมถึงพิจารณาขยายกลุ่มฉีดฟรีในกลุ่มเด็กโตซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะนำพาเชื้อไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ครอบครัวและผู้สูงอายุในบ้านก็จะช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมได้อย่างมหาศาล

ขณะที่ ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่าผู้สูงอายุมักเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงจาก 3 ปัจจัยหลักๆ ซึ่งประการแรกสำคัญที่สุด ก็คือ 1) ภาวะภูมิคุ้มกันถดถอยหรือภูมิคุ้มกันที่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้เหมือนช่วงหนุ่มสาว ทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย รวมถึงถ้าติดเชื้อแล้วจะมีความรุนแรงได้ 2) ผู้สูงอายุมักจะมีโรคร่วม เช่น ผู้สูงอายุบางรายอาจมีโรคปอดถุงลมโป่งพอง พอป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ก็จะทำให้หอบเหนื่อยหรือมีเชื้อลงปอดและมีอาการรุนแรงมากกว่าปกติ หรือบางรายอาจเป็นโรคหัวใจอยู่เดิม พอป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่อาจส่งผลให้โรคหัวใจแย่ลงตามไปด้วย หรือหากป่วยเป็นโรคเบาหวาน ก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายไม่ดี เพราะเซลล์ที่จะไปจับกินเชื้อโรคก็จะทำงานได้ไม่ดี ซึ่งล้วนก่อให้เกิดความยุ่งยากซับซ้อนเนื่องจากมีโรคอื่นๆ ร่วมด้วย และ 3) ผู้สูงอายุยังมีภาวะทุพโภชนาการ คือ กินได้น้อยลง กินได้ไม่ครบ 5 หมู่ ก็จะส่งผลให้เกิดโรคได้ง่าย รวมถึงเป็นโรคที่รุนแรงได้ง่าย

ปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ “ผู้สูงอายุ” ควรต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดความรุนแรงของโรคลดการเกิดปอดอักเสบจากการที่เชื้อไวรัสลงปอด ลดการเจ็บป่วยที่จะต้องนอนโรงพยาบาล และลดการเสียชีวิต เนื่องจากการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อในชีวิตประจำวัน เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ และการอยู่ห่างจากผู้ติดเชื้อ จะไม่สามารถทำได้ตลอดเวลา หรือปฏิบัติแล้วก็ยังมีโอกาสป่วยได้เช่นกัน

ทั้งนี้ สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ได้มีคำแนะนำว่า จริงๆ แล้วทุกคนควรจะได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ โดยสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2 ประเภท ได้แก่ 1.วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดมาตรฐาน (standard dose) มีปริมาณแอนติเจน 15 ไมโครกรัมต่อ 1 สายพันธุ์ต่อโดส สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป จนถึงผู้สูงอายุ 2.วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง (high dose) มีปริมาณแอนติเจน 60 ไมโครกรัมต่อ 1 สายพันธุ์ต่อโดส เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เนื่องจากมีการศึกษาพบว่าลดการติดเชื้อแบบมีอาการได้มากกว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดมาตรฐาน ประมาณร้อยละ 24 และยังลดการนอนโรงพยาบาลจากโรคไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบได้สูงกว่าขนาดมาตรฐาน รวมถึงลดการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ได้สูงกว่าขนาดมาตรฐาน โดยอาจมีอาการปวดบริเวณที่ฉีดมากกว่าขนาดมาตรฐานเล็กน้อย

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าวทิ้งท้ายว่า “สิ่งสำคัญที่อยากแนะนำในการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คือ ประชาชนไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 1 ปี โดยทุกปีวัคซีนของฤดูกาลใหม่จะเข้ามาในช่วงเมษายน-พฤษภาคม สามารถมาฉีดได้ทันที เพียงให้เว้นระยะห่างจากวัคซีนครั้งก่อนอย่างน้อย 6 เดือน โดยกลุ่มเสี่ยงที่รัฐกำหนดสามารถฉีดฟรีได้ที่หน่วยบริการพยาบาลภาครัฐ หรือสอบถามสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 สำหรับผู้ที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงสามารถฉีดได้ที่หน่วยบริการภาครัฐและเอกชน โดยที่จะต้องดูแลค่าใช้จ่ายเอง”

ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล

ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล

สมาคมศิษย์เซนต์โยเซฟฯ จัดงาน SJC Walk Rally 2023 แรลลี่การกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770186

สมาคมศิษย์เซนต์โยเซฟฯ จัดงาน SJC Walk Rally 2023 แรลลี่การกุศล

สมาคมศิษย์เซนต์โยเซฟฯ จัดงาน SJC Walk Rally 2023 แรลลี่การกุศล

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมศิษย์เซนต์โยเซฟในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำโดย ดร.กนกวรรณ ว่องวัฒนะสิน นายกสมาคมฯ เตรียมจัดงาน SJC Walk Rally 2023 แรลลี่การกุศล เพื่อหารายได้สมทบทุนช่วยเหลือพัฒนาบุคลากรครูปัจจุบันและสมทบทุนกองทุนฉุกเฉินรักษาครูเกษียณ (หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว) ในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.00-17.30 น. ณ โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ภายในงานมีบูธจำหน่ายสินค้ามากมายจากร้านดังศิษย์เก่า SJC CONNECT กว่า 100 บูธ ทั้งนี้ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่สนใจ สามารถซื้อบัตรเข้างานได้ที่ https://forms.office.com/r/BXNSACgw14 ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ Line OA : @969sbnqk

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา จัดงานใหญ่ปลายปี‘WWA FAIR 2023’ ชูจุดเด่นแชมป์เพลงประสานเสียง รับเทศกาลคริสต์มาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770195

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา จัดงานใหญ่ปลายปี‘WWA FAIR 2023’ ชูจุดเด่นแชมป์เพลงประสานเสียง รับเทศกาลคริสต์มาส

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา จัดงานใหญ่ปลายปี‘WWA FAIR 2023’ ชูจุดเด่นแชมป์เพลงประสานเสียง รับเทศกาลคริสต์มาส

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อ.วรรณดี คันธวงศ์ อดีตอาจารย์ใหญ่และศูนย์รวมความรักของชาววัฒนา พร้อมด้วย ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา, คณะกรรมการและศิษย์วัฒนา ร่วมในงานแถลงข่าววัฒนาแฟร์ “WWA FAIR 2023 ART BEAT”

สมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ร่วมกับ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และ สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยเตรียมสานต่อวัฒนธรรมชาววัฒนา จัดงานวัฒนาแฟร์ “WWA FAIR 2023 ART BEAT” เทศกาลความสุขประจำปีในบรรยากาศงานคริสต์มาส พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยงานศิลปะกลางแจ้ง Art in the Garden และสวนสนุกเต็มรูปแบบรวมถึงบูธสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม กิจกรรมจัดเต็มกว่า 200 บูธ และเสียงเพลงเติมเต็มความสนุกสนานจากโชว์ประสานเสียงคริสต์มาสแครอลสุดพิเศษ คับคั่งด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินดังตลอดทั้งคืน พบกันในวันที่ 16 ธันวาคม 2566 นี้ เริ่มเวลา 11.00 น. ณ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย สุขุมวิท 19

ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา เปิดเผยว่า WWA FAIR หรือวัฒนาแฟร์ คือเทศกาลประจำปีที่เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาววัฒนาวิทยาลัยที่ถูกจัดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่กว่า 100 ปีก่อน ในอดีตที่โรงเรียนวัฒนาฯ ยังใช้ชื่อเรียกว่าโรงเรียนวังหลัง ซึ่งงานวัฒนาแฟร์ถือเป็นงานใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุดอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีการบันทึกไว้ว่าเป็นงานปีของโรงเรียนที่จัดเลี้ยงนักเรียนที่จบการศึกษา มักจัดในฤดูหนาวเดือนธันวาคมช่วงเทศกาลคริสต์มาส มีการเชิญเพื่อนมาเยี่ยมชมงานและมีการออกร้านขายของที่มาจากผลงานของนักเรียน ทั้งงานเย็บ, ปัก, ขนมเค้ก,ลูกกวาด, ผลไม้กวน รวมถึงมีการแสดงละครสั้นหลายเรื่องเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับแขกที่มาร่วมงานอีกด้วย

“ปัจจุบัน วัฒนาแฟร์มีการจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องนานกว่า 100 ปี และในปีหน้าโรงเรียนวัฒนาฯ จะอายุครบ 150 ปีและได้กลายมาเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ชาววัฒนาให้ความสำคัญมาอย่างยาวนาน โดยนอกจากจุดประสงค์หลักในการฝึกให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมและเปิดโรงเรียนให้คนภายนอกได้เข้ามาทำความรู้จักแล้ว งานนี้ยังเป็นพื้นที่ในการรวมตัวและพบปะสังสรรค์กันของทั้งศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบัน คณะครู รวมถึงผู้ปกครอง และยังเป็นกิจกรรมในการหารายได้ของนักเรียนและของสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา เพื่อนำรายได้ไปทำกิจกรรมพัฒนาโรงเรียนต่อไป”

สำหรับการกลับมาของงานวัฒนาแฟร์ในปีนี้ หรือ “WWA FAIR 2023” จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ART BEAT” ที่จะแต่งแต้มให้บรรยากาศงานอบอวลด้วยความสร้างสรรค์ของงานศิลปะกลางแจ้ง Art in the Garden จากผลงานของนักเรียนวัฒนาส่งท้ายปีในสีสันของธีมเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งภายในงานจะได้รับเกียรติจาก อาจารย์วรรณดี คันธวงศ์อดีตอาจารย์ใหญ่และศูนย์รวมความรักของชาววัฒนามาร่วมส่งความรักในพิธีกดปุ่มเปิดไฟต้นคริสต์มาส พร้อมร่วมแขวนเครื่องประดับกับศิษย์เก่าบนต้นคริสต์มาส “TREE OF GIVING” ที่เป็นจุดแลนด์มาร์คสำคัญภายในงาน

WWA FAIR 2023 ART BEAT ยังรวบรวมความสนุกไว้อย่างจุใจบนพื้นที่กว่า 20 ไร่ ทั่วโรงเรียนวัฒนาฯ จัดเต็ม 4 โซน พร้อมเปลี่ยนสนามโรงเรียนให้กลายเป็นสวนสนุกเต็มรูปแบบที่ทุกคนจะได้เพลิดเพลินกับชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน ยิงเป้า ปาโป่ง และซุ้มเกมต่างๆ อีกมากมาย รวมไปถึงบูธสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมอันหลากหลายจากของนักเรียน อาจารย์ ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า รวมกว่า 200 บูธและยังสมทบด้วยโชว์สุดพิเศษ การร้องเพลงคริสต์มาสจากวงประสานเสียงที่ชนะรางวัลระดับโลกโดยนักเรียนโรงเรียนวัฒนาฯ กว่า 100 คน ซึ่งถือเป็นการร้องเพลงคริสต์มาสแครอลที่มีจำนวนคนร้องมากที่สุดในประเทศไทย พร้อมเติมความสุขให้สมบูรณ์แบบกับคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ Sarah Salola, DEPT, สาว สาว สาว, บุปผา กิ่งชัชวาลย์ (ธรรมบุตร), ผิงผิง สรวีย์, โรส-ศิรินทิพย์, จันทนีย์ พงศ์ประยูร (อูนากูล) ที่จะมาสรรสร้างเสียงดนตรีพร้อมกันที่เดียวที่วัฒนาแฟร์ตลอดทั้งคืน

เตรียมพบกับความสนุกสนานอาร์ตเต็มบีท พร้อมกันในงาน WWA FAIR 2023 ในวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 นี้เวลา 11.00-23.00 น. ณ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย สุขุมวิท 19 (เดินทางลง BTS อโศก)

ศิริลักษณ์ ไม้ไทย, ดร.จรรย์จารี ธรรมา, ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ และ พัทนุช ซ้ายขวัญ

ศิริลักษณ์ ไม้ไทย, ดร.จรรย์จารี ธรรมา, ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ และ พัทนุช ซ้ายขวัญ

ศิริลักษณ์ ไม้ไทย, พวงทอง สัจจาภินันท์, ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ และ ดร.จรรย์จารี ธรรมา

ศิริลักษณ์ ไม้ไทย, พวงทอง สัจจาภินันท์, ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ และ ดร.จรรย์จารี ธรรมา

ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์

ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์

รุ่นพี่ ท็อป-ดารณีนุช กับ รุ่นน้อง ผิงผิง สรวีย์

รุ่นพี่ ท็อป-ดารณีนุช กับ รุ่นน้อง ผิงผิง สรวีย์

เติมความสุขด้วยเสียงเพลงจาก ผิงผิง สรวีย์ แชมป์ “The Golden Song”

เติมความสุขด้วยเสียงเพลงจาก ผิงผิง สรวีย์ แชมป์ “The Golden Song”

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : วันเบาหวานโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770198

รู้เรื่องยา

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก เพื่อให้คนตระหนักถึงความสำคัญของโรคเบาหวานอันเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลก องค์การอนามัยโลกระบุว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยเบาหวานอยู่ 422 ล้านคน ส่วนในประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวาน 3.3 ล้านคน ซึ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการรักษาปีละกว่า 47,000 ล้านบาท 

เหตุที่คนไทยเรียกโรคนี้ว่าเบาหวานก็เพราะในปัสสาวะของผู้ป่วยโรคนี้มีน้ำตาลปนออกมา ซึ่งก็หมายความว่าน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยจะต้องสูงมากจนปัสสาวะออกมาหวานจนมดมา

สาเหตุที่แท้จริงของโรคเบาหวานก็คือฮอร์โมนอินสุลิน ที่ทำหน้าที่นำน้ำตาลที่ร่างกายรับจากอาหารไปใช้เป็นพลังงานมีไม่เพียงพอ หรือร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินสุลินจนนำน้ำตาลไปใช้ไม่ได้ ทำให้น้ำตาลตกค้างอยู่ในเลือดสูง ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานต่อเนื่องตามมา อาทิ ไตเสื่อม หลอดเลือดสำคัญๆ เช่น หลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจตีบปลายประสาทอักเสบทำให้เกิดอาการมือเท้าชาจอประสาทตาเสื่อม ภูมิต้านทานโรคต่ำลง แผลหายช้า ติดเชื้อง่าย อย่างที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำพูดทีเล่นทีจริงว่าหวานตัดขา ซึ่งก็มีที่มาจากความจริงที่ว่าพอเป็นเบาหวาน เท้าอาจจะชาจนไปเหยียบของมีคมที่สกปรกจนเกิดแผลแล้วผู้ป่วยไม่รู้ตัว จนแผลที่เกิดขึ้นติดเชื้อลุกลาม ไม่หายส่งผลให้ต้องตัดเท้า หรือขาทิ้งไปเพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้

ปัญหาก็คือ เบาหวานเป็นโรคที่ในระยะแรกไม่มีอาการ ทำให้ผู้ป่วยไม่ค่อยรู้ตัวเลยไม่ได้ไปพบแพทย์ อันที่จริงเวลาน้ำตาลในเลือดสูงถึงระดับหนึ่ง ผู้ป่วยจะมีอาการหิวบ่อยกินจุแต่น้ำหนักลด กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก ปัสสาวะบ่อยขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากลางคืน ติดเชื้อบ่อย แผลหายช้า

แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นผู้ป่วยมักไม่ทันสังเกต จะมารู้ตัวกันอีกทีก็เมื่อถึงกำหนดการตรวจสุขภาพประจำปีแล้วพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์ไปเสียแล้ว เผลอๆ อาจจะพบพร้อมกับภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานอย่างอื่นร่วมด้วยไปแล้ว เช่น จอประสาทตาเสื่อม ชาจากปลายประสาทอักเสบ เป็นต้น ดังนั้น การหมั่นสังเกตความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้น การหมั่นตรวจเช็คสุขภาพประจำปีจึงเป็นมาตรการสำคัญในการค้นหาโรคเบาหวานในระยะเริ่มต้น เพื่อรีบรับการรักษาที่เหมาะสมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ จากเบาหวาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ยาลดความดันเลือดที่มีผลช่วยชะลอไตเสื่อม ในรายที่มีไขมันในเลือดสูงร่วมด้วยก็ต้องได้รับยาลดไขมันด้วย นอกจากนั้นยังต้องปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และออกกำลังกายร่วมด้วยเพื่อให้การรักษามีประสิทธิผลสูงสุด

คนที่ควรไปตรวจคัดกรองโรคเบาหวานเป็นประจำทุกปีคือ ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือดัชนีมวลกายมากกว่า 23 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ผู้ชายที่มีรอบเอวใหญ่เกิน 90 เซนติเมตร หรือผู้หญิงที่มีรอยเอวใหญ่ 80 เซนติเมตรคนที่มีประวัติญาติสายตรงเป็นเบาหวาน หญิงที่เคยคลอดบุตรที่น้ำหนักตัวแรกคลอดมากกว่า 4 กิโลกรัม หรือเคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หญิงที่มีประวัติเป็นถุงน้ำในรังไข่หรือที่เรียกว่าโรค PCOS (polycystic ovary syndrome) คนที่มีความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดสมองหรือเป็นโรคหัวใจ

เบาหวานเป็นหนึ่งในโรคที่มียารักษาที่มีประสิทธิภาพสูงหลายชนิด หากผู้ป่วยกินยาสม่ำเสมอ และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้นแม้จะไม่หายขาดจากโรคเบาหวาน แต่ก็สามารถมีชีวิตอยู่อย่างสุขภาพดีได้ยาวนาน มีผู้ป่วยหลายคนที่ในที่สุดก็อยู่กับโรคเบาหวานโดยการคุมอาหาร และไม่ต้องใช้ยาเพียงแค่ต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจติดตามระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะๆ และในทางกลับกันก็มีผู้ป่วยเบาหวานที่ดูแลตนเองไม่ดี และเมื่อจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อควบคุมน้ำตาล ก็ไม่รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งผู้ป่วยหลายคนกลัวว่ายาจะทำให้ไตพัง แต่หารู้ไม่ว่าการที่ไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่ง และคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ นั่นแหละที่ทำให้ไตพัง จนในที่สุดเกิดภาวะแทรกซ้อนไม่ว่าจะเป็นไตวาย อัมพฤกษ์ อัมพาต ต้องใช้ชีวิตที่เหลือไปอย่างไม่มีคุณภาพ เพราะมัวแต่ต้องรักษาโรคแทรกซ้อนต่างๆ

ฉะนั้นผลการรักษาจะดี หรือไม่ขึ้นกับการตรวจพบโรคในระยะแรกๆ ร่วมกับความร่วมมือในการรักษาของผู้ป่วย

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม เปิดตัวหนังสือ‘SANCTUARY’ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปถัมภ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770192

ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม เปิดตัวหนังสือ‘SANCTUARY’ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปถัมภ์

ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม เปิดตัวหนังสือ‘SANCTUARY’ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปถัมภ์

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

(ซ้าย) รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ, ดร.พักตร์พิไล ทวีสิน ภริยานายกรัฐมนตรี, คุณหญิงฟิโนล่า จาฏามระ

ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม และ มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ (QSCBC and Foundation) โดย รศ.นพ.กฤษณ์ จาฏามระ หัวหน้าศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านมและประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ และ คุณหญิงฟิโนล่า จาฏามระ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม และมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ จัดงานเปิดตัวหนังสือ “SANCTUARY” ซึ่งเป็น limited editionและไม่ใช่เชิงพาณิชย์ สื่อถึงประวัติความสำเร็จ และโครงการของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม และมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ (QSCBC and Foundation) เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์อุปถัมภ์ ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม

เนื้อหาในหนังสือ “SANCTUARY” ได้รวบรวมองค์ความรู้และภาพถ่ายของทูตหรือตัวแทนที่เคยจัดแสดงบนป้ายโฆษณา โทรทัศน์ และห้างสรรพสินค้าทุกที่ที่สาธารณชนสามารถเข้าถึงได้ เป็นเวลากว่า 15 ปี และได้จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ด้วยเงินบริจาคของผู้บริจาคนิรนาม ทั้งนี้ หนังสือ SANCTUARY จะถูกมอบให้กับสถาบันต่างๆ รวมถึงมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และส่งไปยังสถานทูตต่างๆ ทั่วโลก เพื่อรณรงค์เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมอย่างไม่หยุดยั้ง

ในประเทศไทย พบว่าโรคมะเร็งเต้านมมีแนวโน้มของอุบัติการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปีผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามะเร็งเต้านมโดยการผ่าตัดการให้ยาเคมีบำบัดและการฉายแสงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ รศ.นพ.กฤษณ์จาฏามระ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านมได้เล็งเห็นความสำคัญ และริเริ่มจัดตั้ง ศูนย์มะเร็งเต้านมชั้นนำของภูมิภาค พรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์และวิทยาการที่ทันสมัยในการตรวจวินิจฉัย การรักษาตลอดจนการวิจัยโรคมะเร็งเต้านมขึ้น ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ว่า “ฉันอยากให้ศูนย์ฯนี้ เป็นที่พึ่งของผู้หญิง” และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โปรดเกล้าฯ สละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นจำนวน 2 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนก่อตั้ง และทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ พร้อมทั้งได้พระราชทานนาม “ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม” (Queen Sirikit Centre for Breast Cancer) โดย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ฯ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2548

กว่า 30 ที่ รศ.นพ.กฤษณ์ และ คุณหญิง ฟิโนล่า จาฏามระ พร้อมด้วยทีมงานได้ร่วมกันสร้างศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านมและมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ (QSCBC and Foundation) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้บริการผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องด้วย ให้เทียบเท่าหรือสูงกว่ามาตรฐานระดับสากล เพื่อที่จะให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสเข้าถึง อุปกรณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับการตรวจวินิจฉัย และการรักษามะเร็งเต้านม โดยผู้ป่วยทุกคนของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ จะมีพยาบาลที่ปรึกษาเฉพาะ เพื่อให้คำแนะนำ และเป็นกำลังใจแก่ผู้ป่วย ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการตรวจ อธิบายขั้นตอนการรักษา และติดตามดูแล ตลอดทุกขั้นตอนระหว่างการรักษา

ภายในงานมีการเปิดตัวครั้งแรกของบทเพลง “เชื่อฉันไหม” บทเพลงพิเศษแห่งความหวังเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม เรียบเรียงเนื้อร้องและทำนอง โดย บอย โกสิยพงษ์ ขับร้องโดย รัดเกล้า อามระดิษ และเปิดตัว วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุดของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านมและมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ (QSCBC and Foundation) โดยมี ดร.สจ๊วต เคอร์บิชลีย์, ดร.พักตร์พิไล ทวีสิน ภริยานายกรัฐมนตรี, ดร.สนธยา กล่อมเปลี่ยน, อาภรณ์ กวินอนันต์, ดร.สุภี พงษ์พานิช, บอย โกสิยพงษ์,แหวนแหวน-ปวริศา เพ็ญชาติ, เกรซ มหาดำรงค์กุล,ซินดี้ บิชอพ, แอน ทองประสม, ทูตของศูนย์ฯ และแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานคับคั่ง ที่ห้องบอลรูม โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯเมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถสมทบทุนสนับสนุนและพัฒนากระบวนการรักษามะเร็งเต้านมด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดได้ที่มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ (QSCBC Foundation) หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-2146044 หากต้องการสอบถามข้อมูลการรักษา ติดต่อได้ที่ ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม โทร.02-2564693 หรือทางเว็บไซต์ https://qscbc.org/

รศ.นพ.กฤษณ์ และ คุณหญิงฟิโนล่า จาฏามระ

รศ.นพ.กฤษณ์ และ คุณหญิงฟิโนล่า จาฏามระ

วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด

วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด

เกรซ มหาดำรงค์กุล

เกรซ มหาดำรงค์กุล

แอน ทองประสม

แอน ทองประสม

FENDI เฉลิมฉลองงานฝีมือผ่านคอลเลคชั่น Winter 2023-2024

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770193

FENDI เฉลิมฉลองงานฝีมือผ่านคอลเลคชั่น Winter 2023-2024

FENDI เฉลิมฉลองงานฝีมือผ่านคอลเลคชั่น Winter 2023-2024

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

FENDI แปลงโฉมไอคอนของเมซงผ่านคริสตัลระยิบระยับและโทนสีเงินอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อเฉลิมฉลองงานฝีมือของ FENDI ธีมระยิบระยับถูกนำมาตีความใหม่ผ่านลายปักบนผ้าพรมอันเป็นเอกลักษณ์ของกระเป๋า Peekaboo ผสานองค์ประกอบกราฟิกเข้ากับคริสตัลสามมิติและไข่มุก ซึ่งจินตนาการถึงแพทเทิร์นท้องฟ้าที่เต็มด้วยลายโมโนแกรม FF และดวงดาวที่ซ่อนอยู่ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่ออกแบบโดย Silvia Venturini Fendi ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์แผนกเครื่องประดับและเสื้อผ้าบุรุษของ FENDI และ Delfina Delettrez Fendi ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์แผนกจิวเวลรี่ วางจำหน่ายในบูติก FENDI ที่ได้รับเลือกทั่วโลกและวางจำหน่ายบน fendi.com ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2023 เป็นต้นไป

สีเงิน ถือเป็นโทนสีที่ขาดไม่ได้ในช่วงเทศกาลวันหยุด โดยแอคเซสซอรี่และเครื่องหนังมาพร้อมกับพื้นผิวสัมผัสเมทัลลิกแวววาวของหนังและคริสตัล เสริมด้วยพาเลทสีอันซับซ้อนของเฉดสีน้ำเงินเข้มและสีเขียว forest green

หนังและหนัง Cuoio Romano มาพร้อมเทคนิคการเย็บแบบไอคอนิกอย่าง Selleria macro stitching ตกแต่งด้วยการเคลือบเอฟเฟกท์สีเงินโดยให้ความสำคัญกับงานฝีมือด้านเครื่องหนังอันเป็นเอกลักษณ์ของ FENDI  หนังแกะพิมพ์ลายแตกแบบเรียบ (crackled lambskin leather) และแบบนูนลาย FF เสริมแนวคิดของรูปทรงและสไตล์ที่เหนือกาลเวลา โดยสร้างพื้นผิวที่เปรียบเสมือนกระจกบนผิวสีเงินของกระเป๋า อีกทั้งยังเล่นกับพื้นผิวด้วยสัมผัสของขนสัตว์ shearling สีคาราเมลที่มีความนุ่มเผยให้เห็นจากกระเป๋า Peekaboo และกระเป๋า Baguette ที่ถูกประดับด้วยสีเงิน

งานปักอันน่าหลงใหลประดับด้วยคริสตัล สตัด และเลื่อม กลายเป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับหนังและผ้าแคนวาสสีน้ำตาล tabaccoลายโลโก้ FF โดยตกแต่งแอคเซสซอรี่ด้วยเทคนิคที่แตกต่างกัน ทั่วทั้งใบของกระเป๋า Peekaboo กระเป๋า Baguette และกระเป๋า FENDI First ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ FENDI เปล่งประกายด้วยลูกเล่นของคริสตัล โดยขนาดและตำแหน่งในการตกแต่งของคริสตัลลาย FF ทำให้กระเป๋าแต่ละใบดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

สำหรับกระเป๋าทรงบักเก็ต Mini Mon Tréso ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยผ้าวูลนุ่มพิเศษถักลาย FF เพื่อความรู้สึกสบายในขณะใช้งาน เสริมด้วยการเล่นกับผิวสัมผัสสามมิติมาพร้อมสีน้ำเงินเข้ม deep blue และสีน้ำตาล sand

ชาริช เฮลท์ เปิดตัว ‘อีมินโฮ’ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770187

ชาริช เฮลท์ เปิดตัว ‘อีมินโฮ’ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรก

ชาริช เฮลท์ เปิดตัว ‘อีมินโฮ’ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรก

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Sharich Health (ชาริช เฮลท์) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แบรนด์ Sharisma (ชาริชมา) ที่มุ่งเน้นให้คนไทยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพดีระดับโลกในราคาที่เข้าถึงได้ นำโดย ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ Founder & Chief Happiness Officer และ อภิชาติ ลีนุตพงษ์ Co-Founder & Chief Executive Officer บริษัท ชาริช เฮลท์ จำกัด จัดงาน “Best Wellness Essentials, Sharis Foodie Jelly : Fulfill Your Day” ประกาศเปิดตัว “อีมินโฮ” ซูเปอร์สตาร์เกาหลี ในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรกของผลิตภัณฑ์ “Sharisma” อย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ ยังได้ฤกษ์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุด Sharis Foodie Jelly (ชาริช ฟู้ดดี้ เจลลี่) ครั้งแรกในประเทศไทยกับศาสตร์แห่งการเสริมโภชนาการ ด้วย Superfood ในรูปแบบเจลลี่ที่ออกแบบมาให้อร่อยทานง่าย พกพาสะดวก อัดแน่นไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูงจากพืช 100% อีกทั้งรวบรวมวิตามิน แร่ธาตุ โอเมก้า สารอาหาร และกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายไว้มากกว่า 44 ชนิด โดยปราศจากส่วนผสมจากนม ถั่ว และสารก่อภูมิแพ้ เหมาะสำหรับเป็นทั้งขนมและมื้อว่างที่เสริมโภชนาการ ให้คุณค่าสารอาหารมากมายที่จำเป็นต่อร่างกายในทุกๆ วันด้วยสารสกัดหลักที่นำเข้าจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมมีงานวิจัยรองรับ ได้แก่ สาหร่ายคลอเรลลา ออร์แกนิก จากแบรนด์ Allma ประเทศโปรตุเกส, โปรตีนข้าวกล้อง ออร์แกนิกจากแบรนด์ PROriz ประเทศสหรัฐอเมริกา, ออร์แกนิกโปรตีนจากเมล็ดฟักทอง จากแบรนด์ Bioriginal ประเทศเนเธอร์แลนด์, เมล็ดแฟลกซ์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา และโปรตีนจากข้าวโอ๊ต จากประเทศเดนมาร์ก

ภายในงานมีแขกคนสำคัญร่วมงานคับคั่ง อาทิ วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์, มณฑ์ลัชชา สกุลไทย, ชนัดดา พิทยศิริ, จริยดี สเปนเซอร์, พลพัฒน์ อัศวะประภา,วสุ สกุลอนันต์, ปณิธิพัทธ์ สุขสมบูรณ์, พรหมพร ยูวะเวส และ เจนนิส ยังพิชิต

เปิดใจ’แอนโทเนีย’ ขอโทษคนไทย ที่คว้ามงกุฎกลับบ้านไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770173

เปิดใจ'แอนโทเนีย' ขอโทษคนไทย ที่คว้ามงกุฎกลับบ้านไม่ได้

เปิดใจ’แอนโทเนีย’ ขอโทษคนไทย ที่คว้ามงกุฎกลับบ้านไม่ได้

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.38 น.

19 พฤศจิกายน 2566 เปิดใจ’แอนโทเนีย โพซิ้ว’ หลังคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 (Miss Universe 2023) ครั้งที่ 72 จากประเทศเอลซัลวาดอร์ ซึ่งปีนี้สาวไทยสวยและเก่งมาก สามารถเข้ารอบ 3 คนสุดท้าย เข้ารอบตัดสินลึกที่สุดในรอบประวัติศาสตร์ 35 ปี

ล่าสุด ‘แอนโทเนีย’ ได้อัพเดทความรู้สึกหลังจากจบการประกวด ผ่านอินสตาแกรมระบุว่า

“ไม่มีคำพูดใดที่สามารถอธิบายความรู้สึกของแอนได้ในตอนนี้ แอนทุ่มสุดตัวบนเวทีคืนนี้เพื่อประเทศไทยเพื่อทุกคนที่เชื่อในตัวแอน และเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของแอน แอนขอโทษที่ไม่สามารถนำมงกุฎกลับบ้านให้เราได้ และแอนก็รู้สึกขอบคุณอย่างมากสำหรับความรักและการสนับสนุนทั้งหมดที่มีให้แอนตลอดการเดินทางครั้งนี้”

“หากปราศจากการสนับสนุนของทุกคน วันนี้แอนคงไม่ได้ยืนอยู่ที่นี่ อย่างที่แอนเคยบอกไปแล้วก็คือ ไม่ใช่มงกุฎและสายสะพายที่สำคัญที่สุด แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ทุกๆ คนทำให้แอนทุกช่องทางที่คุณมีนั้นสำคัญที่สุด แอนจะทำงานต่อไปเพื่อความฝันของแอน และหวังว่าทุกคนจะร่วมเดินทางไปกับแอนในทุกเส้นทางที่แอนจะก้าวไป สำหรับที่นี่ แอนหวังว่าแอนจะเป็นแสงสว่างนำทางให้กับทุกคนที่มีความฝันต่อไป ความฝันที่รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ กล้าที่จะก้าว ครั้งแรกนั้นคุณไม่มีทางรู้ว่าคุณจะไปจบอยู่ที่ไหน แต่เส้นทางนั้นจะพาคุณไปและคุณจะพบกับใครตามทาง แอนอยากจะบอกว่าแอนรักคุณทุกคนจากก้นบึ้งของหัวใจ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ”.012

Women can do anything! ‘แพทองธาร’ยินดี‘แอนโทเนีย’ คว้ารองอันดับ 1 Miss Universe 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770158

Women can do anything! ‘แพทองธาร’ยินดี‘แอนโทเนีย’ คว้ารองอันดับ 1 Miss Universe 2023

Women can do anything! ‘แพทองธาร’ยินดี‘แอนโทเนีย’ คว้ารองอันดับ 1 Miss Universe 2023

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 12.29 น.

Women can do anything! “แพทองธาร”ยินดี”แอนโทเนีย” คว้ารองอันดับ 1 Miss Universe 2023 เผยติดตามและให้กำลังใจตลอดระหว่างลงพื้นที่พิษณุโลก-อุตรดิตถ์

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และรองคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์แห่งชาติแห่งชาติ กล่าวแสดงความยินดีกับ แอนโทเนีย โพซิ้ว มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ตัวแทนประเทศไทย ที่สามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Miss Universe 2023 ในการประกวดนางงามจักรวาล ครั้งที่ 72 รอบตัดสิน (Final Competition) ที่จัดขึ้น ณ ยิมเนเซียมแห่งชาติ ในกรุงซานซัลวาดอร์ ประเทศเอลซัลวาดอร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่คนไทยคว้ารางวัลนี้ และในรอบ 35 ปี ที่ตัวแทนประเทศจากประเทศไทย สามารถเข้ามาในรอบการประกวดที่ลึกที่สุด

โดย น.ส.แพทองธาร กล่าวด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นว่า แอนโทเนียมาได้ไกลมากๆ ขณะนั่งรถลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก และ จ.อุตรดิตถ์ ก็ติดตามตลอด เพราะตื่นเต้นมาก และให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา คิดว่าแอนโทเนียทำได้ดีมากๆ สวย สง่า ช่วงตอบคำถามฟังแล้วรู้สึกว่าตอบคำถามได้ดีมากๆ ทัศนคติในการตอบคำถามเยี่ยมมากๆ และการประกวดแบบนี้อาศัยทีมงานที่ทำงานหนัก รวมถึงตัวแอนโทเนียเองด้วยก็ทำงานหนัก ก็ขอชื่นชมมากๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “Women can do anything”