นายกฯยินดี’แอนโทเนีย’ คว้าที่2มิสยูนิเวิร์ส2023 ขอบคุณเผยแพร่วัฒนธรรมในเวทีระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770153

นายกฯยินดี'แอนโทเนีย' คว้าที่2มิสยูนิเวิร์ส2023 ขอบคุณเผยแพร่วัฒนธรรมในเวทีระดับโลก

นายกฯยินดี’แอนโทเนีย’ คว้าที่2มิสยูนิเวิร์ส2023 ขอบคุณเผยแพร่วัฒนธรรมในเวทีระดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 11.41 น.

นายกฯ ยินดี “แอนโทเนีย โพซิ้ว” คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 Miss Universe 2023 ขอบคุณในการทำหน้าที่ตัวแทนประเทศ เผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์วัฒนธรรมไทยในเวทีระดับโลก  
 
19 พฤศจิกายน 2566 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความยินดีกับนางสาวแอนโทเนีย โพซิ้ว มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ตัวแทนประเทศไทย ที่สามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Miss Universe 2023 ในการประกวดนางงามจักรวาล ครั้งที่ 72 รอบตัดสิน (Final Competition) ที่จัดขึ้น ณ ยิมเนเซียมแห่งชาติ ในกรุงซานซัลวาดอร์ ประเทศเอลซัลวาดอร์ เช้าวันนี้ (ตามเวลาประเทศไทย) 

“นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดี ชื่นชมและขอบคุณแอนโทเนีย โพซิ้ว ที่ทำได้ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยอย่างดีที่สุด จนสามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Miss Universe 2023 ซึ่งในการประกวดครั้งนี้ แอนโทเนียยังได้เผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์วัฒนธรรมไทยที่งดงามโดดเด่นแก่สายตาชาวโลก โดยเฉพาะชุดแต่งกายประจำชาติ ‘เทพธิดาอาณาจักรอยุธยา’ ที่ได้รับแรงบันดาลจากรูปปั้นพระแม่ธรณีในช่วงยุคสมัยอยุธยาของอาณาจักรสยามที่มีอยู่ในช่วงทศวรรษที่ 14 ถึง 18 ทั้งนี้ ถึงแม้แอนโทเนียจะไม่ได้สวมมงกุฎนางงามจักรวาล แต่การที่แอนโทเนียสามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Miss Universe 2023 ก็เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับโลก ได้ใจคนไทยทั้งประเทศและทำให้คนไทยภาคภูมิใจอย่างมาก” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

‘Sheynnis Palacios’ สาวงามจากนิการากัว คว้ามงมิสยูนิเวิร์ส2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770143

'Sheynnis Palacios' สาวงามจากนิการากัว คว้ามงมิสยูนิเวิร์ส2023

‘Sheynnis Palacios’ สาวงามจากนิการากัว คว้ามงมิสยูนิเวิร์ส2023

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 11.27 น.

19 พฤศจิกายน 2566 จบลงอย่างสวยงามกับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2023 (Miss Universe 2023) ครั้งที่ 72 ที่จัดขึ้น ณ The Adolifo Pineda Gymnasium ประเทศเอลซัลวาดอร์ ภายใต้การบริหารงานเจ้าขององค์กรมิสยูนิเวิร์ส โดย “คุณแอน-จักรพงษ์” 

โดยปีนี้ สาวจากประเทศนิการากัว Sheynnis Palacios วัย 23 ปี คว้ามงมาครองได้สำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศการแสดงความยินดีของเพื่อนๆ สาวงามและแฟนๆนางงามในงาน

Sheynnis Palacios สาวสื่อสารมวลชนวัย 23 ปี เธอให้คำนิยามว่า เธอมักจะเป็นบุคคลหลังกล้องมากกว่าจะอยู่หน้ากล้อง แม้ว่าปัจจุบันเธอจะทำอาชีพนางแบบและพิธีกร เธอมักเป็นคนวิตกกังวล เธอจึงทำโครงการชื่อ “เข้าใจจิตใจตัวเอง” เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิต เธอเคยเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล และเคยดำรงตำแหน่ง Miss World Nicaragua อีกด้วย

รองอันดับ 1 ได้แก่ ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ สาวงามจากประเทศไทย และรองอันดับ 2 ได้แก่ สาวงามจากประเทศออสเตรเลีย

การจัดการประกวดในครั้งนี้เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่อลังการทั้งรูปแบบการจัดงานและโปรดักชั่น แสง สี เสียง นอกจากนี้ยังมีโชว์สุดอลังการจากนักร้องระดับโลก “จอห์น เลเจนด์” เจ้าของรางวัลแกรมมี่อวอร์ดและเจ้าของเพลงฮิต All of me ที่ได้กลับมาโชว์อีกครั้งในรอบ 13 ปี

ทางด้านบรรยากาศการเชียร์นางงามในปีนี้ได้รับความสนใจจากแฟนๆ นางงามทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแฟนๆ นางงามไทยที่คอยเกาะติดการประกวดอย่างใกล้ชิด  ซึ่งเช้าวันนี้ (วันที่ 19 พ.ย.) สองเพจใหญ่อย่าง เพจ จ็อกจ็อกนางงาม และ เพจ T-Pageant ปิดโรงภาพยนตร์จัดกิจกรรมเชียร์นางงามขึ้นใจกลางกรุง โดยทางช่อง JKN18 Top News ซึ่งเป็นผู้ถือครองสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ให้การสนับสนุนสัญญาณในกิจกรรมเชียร์นางงามครั้งนี้.012        

สุดยอดแล้ว! ‘แอนโทเนีย’คว้าที่2 ประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770139

สุดยอดแล้ว! 'แอนโทเนีย'คว้าที่2 ประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2023

สุดยอดแล้ว! ‘แอนโทเนีย’คว้าที่2 ประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2023

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 11.00 น.

19 พฤศจิกายน 2566 เวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2023 หรือ Miss Universe 2023 ครั้งที่ 72 จากประเทศเอลซัลวาดอร์

ตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ ทำดีที่สุดแล้ว เข้ารอบ 3 คนสุดท้าย คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1ไปครอง

สำหรับผู้ชนะคือ สาวงามจากประเทศนิการากัว ครองมงกุฎ Miss Universe 2023 ไปครองได้สำเร็จ

รองอันดับ 1 ได้แก่ ประเทศไทย

รองอันดับ 2 ได้แก่ ออสเตรเลีย

แอนโทเนีย โพซิ้ว จบการระดับมัธยมที่โรงเรียนนานาชาติโฮจิมินห์ซิตี ประเทศเวียดนาม และระดับปริญญาตรี หลักสูตรนานาชาติ สาขาวิชาการตลาดและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

นอกจากนี้ เธอยังเคยคว้ามงกุฏในเวทีประกวด Miss Supranational 2019 ที่จัดขึ้นที่ประเทศโปแลนด์ เป็นคนแรกของประเทศไทย และเป็น Miss Supranational คนที่ 11 ของโลก.012

‘แอนโทเนีย’โพสต์เปิดใจหลังคว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 ขอโทษคนไทยที่คว้ามงกุฎกลับบ้านเราไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/770261

'แอนโทเนีย'โพสต์เปิดใจหลังคว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 ขอโทษคนไทยที่คว้ามงกุฎกลับบ้านเราไม่ได้

‘แอนโทเนีย’โพสต์เปิดใจหลังคว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 ขอโทษคนไทยที่คว้ามงกุฎกลับบ้านเราไม่ได้

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 08.00 น.

20 พฤศจิกายน 2566 แอนโทเนีย โพซิ้ว เจ้าของตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับที่ 1 Miss Universe 2023 ที่ประกวดที่ประเทศเอลซัลวาดอร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว “porxild” ระบุข้อความว่า 

“ไม่มีคำไหนจะบรรยายความรู้สึกของฉันได้ตอนนี้ ฉันทุ่มหมดทั้งตัวบนเวทีเพื่อประเทศไทย เพื่อทุกคนที่เชื่อในตัวฉันและเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง ฉันขอโทษที่ไม่สามารถนำมงกุฎกลับบ้านเราได้”

“ฉันรู้สึกขอบคุณกับความรักและการสนับสนุนทั้งหมดในการเดินทางนี้ หากปราศจากการสนับสนุน ฉันคงไม่ได้มายืนที่นี่ในวันนี้ อย่างที่ฉันเคยบอกไว้ มันไม่ใช่มงกุฎและสายสะพายที่สำคัญที่สุด แต่สิ่งที่คุณทำกับแพล็ตฟอร์มที่คุณมีคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ฉันจะทำงานเพื่อความฝันของฉันต่อไป และหวังว่าคุณมาจะกับฉัน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางไหนจากตรงนี้”

“ฉันหวังว่าฉันจะยังเป็นแสงนำทางสำหรับคนที่มีความหวัง ความฝันที่พวกเขารู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ ขอให้กล้าที่จะเดินก้าวแรกเพราะว่าคุณไม่มีทางรู้เลยว่า เส้นทางนั้นจะพาคุณไปทางไหน และคุณจะเจอใครบ้างระหว่างทาง ฉันรักพวกคุณทุกคนจากก้นบึ้งของหัวใจ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะ”

ซึ่งมีแฟนนางงามและเหล่าคนในวงการบันเทิงต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก พร้อมให้กำลังใจแอนโทเนีย โพซิ้วกันอย่างอบอุ่น อาทิ เบลล่า ราณี แพทริเซีย หญิง รฐา หรือจะเป็นนางงามรุ่นพี่อย่างแอนชิลี สก๊อต-เคมมิส

‘หญิง-อริยา’ ยัน! ไม่ทิ้งงานเบื้องหน้า เตรียมแพลนผลิตงานบันเทิง ทั้งละคร และซีรี่ส์วายเต็มรูปแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/770204

‘หญิง-อริยา’ ยัน! ไม่ทิ้งงานเบื้องหน้า เตรียมแพลนผลิตงานบันเทิง ทั้งละคร และซีรี่ส์วายเต็มรูปแบบ

‘หญิง-อริยา’ ยัน! ไม่ทิ้งงานเบื้องหน้า เตรียมแพลนผลิตงานบันเทิง ทั้งละคร และซีรี่ส์วายเต็มรูปแบบ

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แม้จะผันตัวทำงานเบื้องหลังอย่างเต็มเหนี่ยวในนาม บริษัทไผ่ร้อยกอโปรดักชั่น จำกัดกับผลงานละคร “เจ้าหญิงหลงยุค” ที่ผ่านสายตาผู้ชมไปทั่วประเทศเมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดผู้จัดคนเก่งอย่าง หญิง-อริยา บัวคง ก็ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ผู้จัดอย่างต่อเนื่องกับละครร่วมทุนอย่าง “มนต์รักลูกทุ่ง ๒๕๖๗” ที่แค่เปิดตัวก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ความแรงของละครเรื่องนี้กระหึ่มโซเชียลติดเทรนด์ x เป็นระยะๆ เลยทีเดียว แม้จะมุงานเบื้องหลังแต่งานเบื้องหน้า ผู้จัดคนเก่งคนนี้ถึงกับออกปาก “ไม่ทิ้งอย่างแน่นอน” ดูจากผลงานด้านภาพยนตร์ถึงสองเรื่องสองรสชาติอย่าง “อมตะพันธุ์สยอง” และเรื่อง “มนต์ดำสั่งตาย” ซึ่งภาพยนตร์เรื่องหลังนั้น หญิง-อริยาต้องผันตัวรับบท “ผีเต็มตัว” เป็นครั้งแรก เป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่เธอบอกว่าเป็นคนไม่กลัวผี แต่ตอนถ่ายทำนั้น ทำเอาสยองเหมือนกัน 

“คือเป็นคนไม่ค่อยกลัวผีนะคะ เพราะไม่เคยเจอกับตัวเอง พอมาเล่นเรื่องนี้ก็ยังรู้สึกเฉยๆ อยู่บทที่ได้รับก็เล่นเป็น แพร เป็นแม่ของนางเอก (พริ้ง- ชุติญา) แล้วมีเหตุที่ทำให้ต้องเสียชีวิต ถูกมนต์ดำครอบงำ ซึ่งตอนถ่ายทำก็รู้สึกน่ากลัวเหมือนกัน ด้วยบรรยากาศรอบข้าง หรือฉากที่ตัวเองต้องไปนอนในโลงศพ ก็ไม่กลัว แต่แอบขนลุกนิดหน่อยก็เป็นหนังที่ได้เล่นเป็นผีเต็มตัวเลย เห็นตัวเองในโปสเตอร์หรือในหนัง โอววว..น่ากลัวเหมือนกันก็สนุกดีค่ะ อยากให้ไปติดตามกันนะคะ ส่วนงานเบื้องหลัง ตอนนี้ละคร มนต์รักลูกทุ่ง ๒๕๖๗ ก็ใกล้ปิดกล้องแล้ว ก็ต้องเตรียมตัวเข้าห้องอัดกัน การถ่ายทำแต่ละคิวก็สนุกมากค่ะ รับรองว่าออกอากาศเมื่อไหร่ คนดูไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แล้วก็ต้องขอบพระคุณสำหรับกระแสต่างๆ ที่ส่งมายังละครเรื่องนี้ด้วยนะคะ ในฐานะหนึ่งในผู้จัด ก็ต้องเป็นปลื้มแหละ ส่วนผลงานเรื่องต่อๆ ไป ตอนนี้ก็วางแพลนซีรี่ส์วายไว้ค่ะ เรื่อง Youngboy นายมัธยมกับผ้าแดง ผลิตในนามบริษัท ไผ่ร้อยกอโปรดักชั่น จำกัด คาดว่าจะได้ฤกษ์เปิดกล้องถ่ายทำในต้นปีหน้าหญิงก็ขอฝากผลงานของหญิงในทุกๆ เรื่อง ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ” 

คอนเสิร์ต 40 ปี ‘คาราบาว’ เรื่องราวของความทรงจำและความประทับใจที่ไม่มีวันลืมเลือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/770203

คอนเสิร์ต 40 ปี ‘คาราบาว’ เรื่องราวของความทรงจำและความประทับใจที่ไม่มีวันลืมเลือน

คอนเสิร์ต 40 ปี ‘คาราบาว’ เรื่องราวของความทรงจำและความประทับใจที่ไม่มีวันลืมเลือน

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากที่เป็นคอนเสิร์ตในวาระครบรอบ 40 ปีในการทำงานของ คาราบาว วงดนตรีเพื่อชีวิตระดับตำนานของบ้านเรา “เครื่องดื่มคาราบาวพรีเซนต์ คอนเสิร์ต 40 ปี คาราบาว” ที่จัดโดยบริษัท วอร์นเนอร์ มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัดกลับกลายเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายของวง จากการประกาศออกมาก่อนหน้าวันแสดง ไม่นานนักโดย ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาวผู้ก่อตั้งวงเมื่อ 40 กว่าปีก่อน ทำให้คอนเสิร์ตในครั้งนี้ กลายเป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตสำคัญที่สุดในชีวิตของคาราบาวและบรรดาแฟนๆ ทุกคนที่หัวใจยัง “รัก” ควายตัวนี้

ควายตัวที่สร้างสถิติสารพัดให้วงการเพลงไทย ควายตัวที่สร้างบทเพลงอมตะมากมายที่อยู่ในใจของคนฟัง ควายตัวที่บอกเล่าความเป็นไปของชีวิตผู้คน สังคม บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ และแสดงมุมมองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ได้อย่างแหลมคม ด้วยภาษาที่เรียบง่ายแต่สละสลวยด้วยท่วงทำนองที่ติดหู ผ่านแนวทางดนตรีต่างๆ  ร็อก, โฟล์ค, คันทรีร็อก ที่ผสมผสานความเป็นป๊อป รวมถึงใส่สำเนียงดนตรีพื้นบ้าน นำเครื่องดนตรีท้องถิ่นเข้ามาปรับใช้ได้อย่างลงตัว และเมื่อรวมเข้ากับเสียงร้องของสามสมาชิกคนสำคัญของวง ยืนยง โอภากุล, ปรีชา ชนะภัย-เล็ก คาราบาวและ เทียรี่ เมฆวัฒนา-รี่ คาราบาว ก็กลายเป็นสำเนียงดนตรีเฉพาะตัว ที่แค่ได้ยินโดยไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่ล่ะบทเพลงของ คาราบาว 

การแสดงเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี บัตรขายหมดเกลี้ยงทุกที่นั่ง ก่อนหน้าไปแล้วเรียบร้อยนานนับเดือนจึงเต็มไปด้วยผู้คนนับหมื่นที่มาร่วมสัมผัสกับบทเพลงของคาราบาว ที่จะถูกนำมาร้องมาเล่นกันแบบสดๆ ในขวบปีที่ 42 ของวงกันจนแน่นขนัดไปทุกพื้นที่ โดยมีปาป้าเบนซ์ (Papa Benz) มาเล่นเป็นศิลปินเปิดงาน สร้างความประทับใจและอุ่นเครื่องให้กับผู้ชม ก่อนจะถึงการแสดงของคาราบาวได้เป็นอย่างดี

เมื่อถึงเวลา…คาราบาว กล่าวทักทายกับแฟนๆ ที่อยู่แน่นขนัดในอิมแพ็ค อารีน่า ด้วย “40 ปี ฅนคาราบาว” บทเพลงจากอัลบั้มล่าสุดในวาระครบรอบ 40 ปีของวง ที่บอกเล่าความเป็นมาการเดินทางมาพบและทำงานร่วมกันของสามสมาชิกหลักของวง ที่นอกจากเรื่องราวในเพลงจะนำมาใช้เปิดตัวสมาชิกแต่ละคน จากยืนยง ตามด้วยปรีชา และเทียรี่แล้ว ท่วงทำนองดนตรีก็เป็นการนำเข้าสู่การแสดง เมื่อเริ่มด้วยลีลาดนตรีที่เนิบช้าฟังอบอุ่น ในช่วงแรก แล้วปรับมาเป็นจังหวะสามช่าสนุกๆ ในครึ่งหลัง ที่ปลุกผู้ชมให้ลุกขึ้นมาสนุกได้โดยไม่ต้องเอ่ยชวนให้มากความ

คาราบาว มอบความบันเทิงให้แฟนเพลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยเพลงดังๆ จังหวะคึกคัก ปล่อยไล่เลียงกันมา ไม่ว่าจะเป็น “บางระจัน”, “วณิพก”, “ยายสำอาง”, “เมด อิน ไทยแลนด์”, “หลวงพ่อคูณ”, “ราชาเงินผ่อน”, “ซาอุดร” ซึ่งบางเพลงก็มีความหมายเป็นพิเศษ เช่น “กีตาร์คิงส์” ที่แต่งให้กับ แหลม มอร์ริสัน มือกีตาร์ระดับตำนานของบ้านเรา เจ้าของฉายา “กีตาร์คิงส์” ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายหยิบกีตาร์ขึ้นมาเล่น บางเพลงก็ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ ที่ไม่ใช่แค่เพื่อให้แฟนๆ สนุกด้วยได้ ยังทำให้ตัวงานมีสีสันใหม่ๆ อย่าง “สัญญาหน้าฝน” ฉบับสามช่า

นอกจาก แอ๊ด-เล็ก-รี่ ที่ทำหน้าร้องในเพลงต่างๆ สลับสับเปลี่ยนกันไป สมาชิกบางคนของวงก็มีช่วงเวลาสร้างความหรรษาให้ผู้ชม เช่น ธนะสิทธิ์ พันธุ์พงษ์ไทย หรือ อ้วน คาราบาว มือกลองของวงกับเพลง “ราชาเงินผ่อน” และ ลือชัย งามสม หรือ ดุก คาราบาวกับเพลง “หำเทียม”

หลังเปลี่ยนพื้นที่ในอิมแพ็ค อารีนาเป็นลานเต้นรำขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง คาราบาวหันมามอบความอบอุ่น ความนุ่มนวล ผ่านการแสดงในแบบอะคูสติก ที่เปิดโอกาสให้สื่อสารกับแฟนๆ ได้มากขึ้น โดยบทเพลงในช่วงนี้จะเป็นงานที่มีความลึกซึ้งมีเนื้อหาที่ให้ผู้ชมละเลียดความคิดไปกับเรื่องราวได้ซึ่งเปิดด้วย “ลุงขี้เมา” เพลงที่ทำให้ผู้คนรู้จักกับคาราบาว จากอัลบั้มแรก “ขี้เมา” ที่ออกมาในปี 2524 แล้วก็มี “ตุ๊กตา” เพลงบอกเล่าความรู้สึกของเด็กบ้านนอกที่เข้ามาใช้ชีวิตในเมืองกรุง,“คนเก็บฟืน” และ “ทะเลใจ” สองเพลงที่มีความหมายในเชิงปรัชญา ให้ค้นหาและตีความ ช่วงเวลาของดนตรีโฟล์ค บทเพลงที่เล่นโดยเครื่องอะคูสติกจบลงด้วย “ชีวิตสัมพันธ์” เพลงที่มวลหมู่ศิลปินเพื่อชีวิตร่วมร้องกันในคอนเสิร์ตตำนานของวงการเพลงบ้านเรา “คอนเสิร์ตชีวิตสัมพันธ์ สายธารสู่อีสานเขียว” เมื่อปี 2530 ที่ครั้งนี้ แม้ไม่มีศิลปินมากมายมาร่วมร้องเช่นครั้งนั้น แต่แฟนๆ ก็ช่วยกันร้องจนเสียงกระหึ่มดังไปทั้งฮอลล์

คาราบาว กลับมาสร้างความบันเทิงให้ผู้ชมต่อโดยเริ่มจากเพลงในอัลบั้มชุดใหม่ “40 ปี ฅนคาราบาว”เช่นเดียวกับช่วงเริ่มต้นคอนเสิร์ต “ดอกไม้กับผีเสื้อ” ที่พูดถึงความรักด้วยมุมมองในเชิงปรัชญาที่ร้องโดย เล็ก คาราบาว และ “ยอดมนุษย์ 2%”ที่นอกจากจะแสดงถึงความเป็นจริงของโลก ที่มีคนแค่ 2% เท่านั้นที่อายุเกิน 90 ปี แต่ยังมีแง่มุมธรรมะใส่เข้ามา เมื่อตอกย้ำว่าสังขารล้วนเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา จากนั้นเพลงฮิต เพลงดังก็หลั่งไหลกันมา มีทั้งเพลงซึ้งๆ “รักต้องสู้”, “แม่สาย” งานในสไตล์ร็อกแอนด์โรล “บิ๊กสุ”เพลงน่ารักๆ ประจำตัวของ เกริกกำพงษ์ประถมปัทมะ-อ๊อด คาราบาว “กระถางดอกไม้ให้คุณ”เพลงต่อปากต่อคำที่ทั้งสนุก ทั้งให้ความรู้สึกแสบๆ คันๆ จากอารมณ์ขันแบบงานเสียดสี“คนหนังเหนียว” ที่เล็กร้องโต้ตอบกับเทียรี่

โดยทุกเพลงในคอนเสิร์ตครั้งนี้มากันเต็มๆ ไม่มีร้อยเรียงเป็นเมดเล่ย์ที่อาจรู้สึกฟังไม่เต็มอิ่ม การใช้แสงสีเสียง เทคนิคพิเศษต่างๆ การฉายภาพและงานกราฟิกต่างๆ บนจอแอลอีดี สอดรับกับเพลงและช่วยทั้งสร้างความบันเทิง และบอกเล่าเรื่องราวของเพลงให้สมบูรณ์แบบ เช่น เปลวเพลิง พลุ และเสียงระเบิด ที่ส่งให้ “บางระจัน” อิ่มอารมณ์ และเติมความยิ่งใหญ่อลังการให้ “เจ้าตาก” หรือลูกเล่นเล็กๆ เช่น การโปรยธนบัตรคาราบาว ให้ผู้ชมได้เก็บเป็นที่ระลึกไปกับเพลง “คนจนผู้ยิ่งใหญ่”

ที่สำคัญก็คือในคอนเสิร์ตนี้แฟนๆ จะได้สัมผัสการแสดงของคาราบาวกันยาวๆ เมื่อสมาชิกทั้งหมด “แอ๊ด” ยืนยง โอภากุล, “เล็ก” ปรีชา ชนะภัย, “รี่” เทียรี่-สุทธิยง เมฆวัฒนา, “อ๊อด” เกริกกำพลประถมปัทมะ, “โก้” อัทธนันต์ ธนอรุณโรจน์,“ดุก” ลือชัย งามสม, “หมี” ขจรศักดิ์ หุตะวัฒนะ และ “อ้วน” ธนะสิทธิ์ พันธุ์พงษ์ไทย ยืนหยัดสร้างความบันเทิงให้กับแฟนเพลงแบบไม่มีศิลปินรับเชิญ ไม่มีใครมาคั่น 

แต่งานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกรา หลังเพลงใหม่ที่ยืนยงแต่งสำหรับคอนเสิร์ตนี้ “คาราบาวในโลกของพระเจ้า” ซึ่งเป็นการรำลึกถึงบรรดาสมาชิกของคาราบาวที่จากไปจบลง แอ๊ดก็ให้สมาชิกแต่ละคนได้พูดแสดงความรู้สึกที่มีต่อผู้ชม และการเดินทางร่วมกับคาราบาวมายาวนาน ในวันที่การเดินทางจะต้องสิ้นสุดลง เมื่อวัยกับสังขารเปลี่ยนแปลงไปซึ่งหลายๆ คนถึงกับเอ่ยมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือมีน้ำเอ่อนัยน์ตา และแฟนๆ ก็รู้สึกไม่ต่างกันซึ่งสัมผัสได้อย่างชัดเจนจากเสียงอื้ออึงในอิมแพ็ค อารีนา ที่สงบลง

คาราบาวปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลงอำลาที่แฟนๆ รู้ดีว่า เมื่อดังขึ้นก็ถึงเวลาต้องแยกย้าย “บัวลอย” หากท้ายที่สุด ด้วยความผูกพัน ด้วยความสนุกสนาน ด้วยความรู้สึกดีๆที่คาราบาวมอบให้ผู้ชมในวันนี้ และตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่มีใครที่อยากเดินจากไป และคาราบาวก็กลับมาอำลาอีกครั้ง ด้วยสองเพลงเก่าในยุคแรก ที่อายุอานามไม่ต่างไปจากอายุการทำงานของวง “มนต์เพลงคาราบาว” เพลงเปิดการแสดงเมื่อครั้งอดีต และอีกเพลงดัง “กัญชา” ที่ยืนยงแสดงให้เห็นว่า แม้อายุจะใกล้เลข 7 ผ่านการร้องการแสดงในวันนี้ที่ยาวนานร่วมๆ 4 ชั่วโมง แต่เสียงร้องก็ยังคมเคลียร์ เปี่ยมไปด้วยพลัง สมกับเป็นเพลงปิดท้ายของงาน ส่งผู้ชมกลับบ้านด้วยความรู้สึกดีๆ ความทรงจำดีๆ ความประทับใจ พร้อมกับคำสัญญาว่า หากกายพร้อม ใจพร้อม ในวันที่คาราบาวอายุครบ45 ปี อาจจะได้เจอกันอีก

แต่ถ้าไม่มีวันนั้น “คอนเสิร์ต 40 ปีคาราบาว” ก็คือความสวยงามที่อยู่ในความทรงจำของแฟนเพลงและสมาชิกของวงทุกคนโดยไม่มีวันลืมเลือน…ตลอดไป

‘ท็อป-ทศพล’ สวมบท ‘ตุ้มเม้ง กนก’ ดีกรีไม่ธรรมดา! ‘พุฒ’ ผกก. 4 Kings 2 อยากร่วมงานด้วยตั้งแต่ภาคแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/770200

‘ท็อป-ทศพล’ สวมบท ‘ตุ้มเม้ง กนก’ ดีกรีไม่ธรรมดา! ‘พุฒ’ ผกก. 4 Kings 2 อยากร่วมงานด้วยตั้งแต่ภาคแรก

‘ท็อป-ทศพล’ สวมบท ‘ตุ้มเม้ง กนก’ ดีกรีไม่ธรรมดา! ‘พุฒ’ ผกก. 4 Kings 2 อยากร่วมงานด้วยตั้งแต่ภาคแรก

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เตรียมพบกับบทบาททางการแสดงสุดท้าทายของ ท็อป-ทศพล หมายสุข ในภาพยนตร์ที่ตีแผ่ชีวิตนักเรียนที่เรียกว่าเด็กช่างกับความมันส์ครั้งใหม่ที่สะใจกว่าเดิม “4 Kings 2” ของ เนรมิตรหนัง ฟิล์ม และ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ หนุ่มท็อปขอทุ่มสุดตัวกับบท “ตุ้มเม้ง กนก” ให้สมกับที่ พุฒ-พุฒิพงษ์ นาคทองผู้กำกับ อยากร่วมงานตั้งแต่ “4Kings” อีกทั้งแอ๊กติ้งโค้ชชื่อดัง ครูร่ม-ร่มฉัตร ธนาลาภพิพัฒน์ เคยเอ่ยปากชมว่าฝีไม้ลายมือทางการแสดงไม่ธรรมดา

ท็อป-ทศพล กล่าวว่า “จริงๆ ก่อนหน้านี้ผมเคยเจอกับผู้กำกับ พี่พุฒ แล้วก็บอกว่าผมชอบหนังของพี่มากเลยนะครับ ถ้ามี 4 Kings 2 ขอไปแคสด้วย จากนั้นไม่นานพี่พุฒก็ติดต่อมาว่าสนใจไหมผมตอบทันทีว่าสนใจมากครับ ถามว่าผมทราบไหมว่า ครูร่ม เคยบอกผู้กำกับว่า ท็อป เป็นคนมีของ ผมไม่ทราบเลยครับ รู้สึกขอบคุณครูร่มและพี่พุฒมากก่อนเริ่มงาน พี่พุฒก็มีเรียกผมไปคุยว่าคาแร็กเตอร์ “ตุ้งเม้ง กนก” ที่ผมได้รับเป็นประมาณไหน เพื่อสร้างความเข้าใจทิศทางของคาแร็กเตอร์ให้ตรงกัน ตอนที่ได้อ่านบทรู้เลยว่า “4 Kings 2” ดราม่าหนักมากจะสะท้อนให้คนเห็นในมุมมองว่า จริงๆ เด็กช่างก็คือคนเขาอาจไม่ได้อยากเข้าไปเพื่อตีรันฟันแทง เอาเท่อย่างเดียว และจะได้เห็นในแง่มุมความสูญเสียที่น้อยคนจะพูดถึงครับ”

“สำหรับบท “ตุ้มเม้ง”เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่สูญเสียความเป็นมนุษย์ไป แต่มันมีอะไรๆ ที่มากกว่านั้น เราต้องเป็นคน คนนั้นที่ต้องรู้สึกแบบนั้นรีแอ๊กเป็นคนที่เขาต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ถูกลิดรอนความเป็นมนุษย์ ผมต้องไปหาเคสศึกษาคนที่ถูกกระทำแบบนี้ รวมถึงการตัดสินใจในชีวิตหลังจากที่ต้องเผชิญความสูญเสีย ค่อนข้างหนักสำหรับผม ผมจำได้ว่าวันที่ถ่ายซีนโดนกระทำ ช่วงพักเบรกครึ่งชั่วโมง ผมถึงขั้นร้องไห้ถ่ายทำต่อไม่ได้ พี่พุฒเรียกให้ผมดูเพลย์แบ๊ก ตอนที่ดูผมไม่ได้รู้สึกเป็นคนคนนั้นนะ แต่เราดูแล้วรู้สึกไม่ไหวสงสารตัวละคร ฉากนี้ทำเอาผมถึงขั้นนอนสะดุ้งเพราะฝันร้าย ผมต้องรีแล็กซ์ไปเที่ยวต่างจังหวัดเพื่อดึงตัวเองออกจากการเป็นตุ้มเม้ง ผมรู้สึกโชคดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้พี่พุฒเป็นคนทำงานละเอียด คุยกับนักแสดงค่อนข้างเยอะเขาจะถามความเห็นว่าเราอยากเล่นแบบไหน และจะบอกเราว่า เขาอยากเติมอะไร ค่อนข้างโอเพ่นมากผมสนุกที่ได้ออกไอเดียครับ” ท็อป-ทศพล กล่าว

‘พลอย-รัญดภา’ ชวนดูซีรี่ส์ชุด ‘ภารกิจรัก’ รีรัน 1 ชั่วโมง ส่ง ‘มือปราบเจ้าหัวใจ’ เวลาใหม่หกโมงเย็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/770202

‘พลอย-รัญดภา’ ชวนดูซีรี่ส์ชุด ‘ภารกิจรัก’ รีรัน 1 ชั่วโมง ส่ง ‘มือปราบเจ้าหัวใจ’ เวลาใหม่หกโมงเย็น

‘พลอย-รัญดภา’ ชวนดูซีรี่ส์ชุด ‘ภารกิจรัก’ รีรัน 1 ชั่วโมง ส่ง ‘มือปราบเจ้าหัวใจ’ เวลาใหม่หกโมงเย็น

วันจันทร์ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมารีรันในช่วงละครลอตพิเศษเพื่อให้คอละครเย็น ช่อง 7HD ได้ชมอีกครั้ง ซีรี่ส์ชุด “ภารกิจรัก” ก็ยังกระแสดี ซึ่งหลังจากเรื่องแรกเหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน ที่นำแสดงโดย เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ และ พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ จบ แฟนๆ จะได้พบความสนุกกันต่อไม่รอแล้วนะ เรื่องที่สองคือ มือปราบเจ้าหัวใจ นำแสดงโดย พอร์ช-ศรัณย์ ศิริลักษณ์ และ ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์คราวนี้แฟนๆ ติดตามเวลาใหม่ได้ตั้งแต่ 18.00-19.00 น. ชมจุใจ 1 ชั่วโมงเต็ม เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายนนี้ งานนี้หนึ่งในทีมตำรวจหน่วยเฉพาะกิจพิเศษ อย่าง พลอย-รัญดภามันตะลัมพะ ที่รับบท หมวดสุจิตรา เป็นตัวแทนนักแสดงชวนแฟนๆ ติดตามชมเรื่องนี้ว่า

“ซีรี่ส์ ภารกิจรัก กลับมาฉายอีกครั้งก็รู้สึกดีใจค่ะ ทำให้คนที่ยังไม่เคยดู จะได้ดู พลอยเองก็มีโอกาสได้ดูอีกรอบด้วย เพราะซีรี่ส์ ภารกิจรัก เป็นซีรี่ส์ที่ดีมากๆ มีข้อคิดสอนใจทั้ง 4 เรื่อง ซึ่งพลอยจะแสดงในเรื่อง มือปราบเจ้าหัวใจ ในบทหมวดสุจิตราเป็นตำรวจในหน่วยพิเศษทีมเดียวกับพี่พอร์ช (พอร์ช-ศรัณย์) เรื่องนี้พลอยต้องบู๊ด้วย เพราะเราเป็นตำรวจ ต้องมีวิ่ง เตะต่อย ยิงปืน จับผู้ร้าย มีหมดเลย ค่อนข้างบู๊เยอะพอสมควร เสมือนเป็นตำรวจจริงๆ เลยค่ะ ความสนุกในพาร์ทของเรื่อง มือปราบเจ้าหัวใจ พลอยว่าสนุกไม่แพ้เรื่องอื่นๆ ในซีรี่ส์ชุดนี้เลย ค่อนข้างครบรสให้ข้อคิดสอนใจ และนอกจากความบู๊แอ๊กชั่น ยังมีความมุ้งมิ้งของนักแสดงคู่ต่างๆ ทั้งของคู่พี่พอร์ชกับพี่ขวัญ (ขวัญ-อุษามณี) และคู่ของพลอย กับเติม (เติมเศวตชัย นาคสุข) ด้วยนะคะ ก็ฝากแฟนๆติดตามชมซีรี่ส์ชุด ภารกิจรัก เรื่อง มือปราบเจ้าหัวใจ ด้วยนะคะ ตอนนี้กลับมาออนแอร์แล้ว คนที่เคยชื่นชอบและคิดถึงก็ดูกันได้อีกรอบนะคะ คนที่ยังไม่เคยดู อยากให้ลองดูกัน เพราะว่าสนุกมากจริงๆ ค่ะ”ติดตามความสนุกของซีรี่ส์ชุด “ภารกิจรัก” รีรัน เรื่อง มือปราบเจ้าหัวใจ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลาใหม่ 1 ชั่วโมงเต็ม ได้ตั้งแต่เวลา 18.00-19.00 น. ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TVและช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และเว็บไซต์ www.ch7.com

แฟนหนุ่ม’แอนโทเนีย’รองMU2023 ‘อิรฟาน’โพสต์ยินดี หยอดคำหวาน’ราชินีของผม-ผมรักคุณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/770188

แฟนหนุ่ม'แอนโทเนีย'รองMU2023  'อิรฟาน'โพสต์ยินดี หยอดคำหวาน'ราชินีของผม-ผมรักคุณ'

แฟนหนุ่ม’แอนโทเนีย’รองMU2023 ‘อิรฟาน’โพสต์ยินดี หยอดคำหวาน’ราชินีของผม-ผมรักคุณ’

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.37 น.

19 พฤศจิกายน 2566 แอนโทเนีย โพซิ้ว วัย 27 ปี เจ้าของตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 หลังเธอได้รับตำแหน่งหมาดๆ หวานใจแฟนหนุ่ม ‘อิรฟาน ฟานดี ‘นักฟุตบอลในตำแหน่งกองหลังทีมชาติสิงคโปร์ สังกัดสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด โพสต์สตอรี่สุดหวานถึงแอนโทเนีย ระบุว่า

“ไม่มีคำพูดใดที่จะบ่งบอกได้ว่า ผมภูมิใจในตัวของคุณแค่ไหน คุณทำได้เยี่ยมมาก ราชินีของผม, ผมรักคุณ” 

เลขาธิการ กพฐ.สั่ง ผอ.สพท.-ผอ.โรงเรียน ทบทวนวิธีสอนประวัติศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770175

เลขาธิการ กพฐ.สั่ง ผอ.สพท.-ผอ.โรงเรียน ทบทวนวิธีสอนประวัติศาสตร์

เลขาธิการ กพฐ.สั่ง ผอ.สพท.-ผอ.โรงเรียน ทบทวนวิธีสอนประวัติศาสตร์

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.58 น.

เลขาธิการ กพฐ.สั่ง ผอ.สพท.-ผอ.โรงเรียน ทบทวนวิธีสอนประวัติศาสตร์ ยินดี 4 กระทรวง MOU ช่วยปลูกฝังนักเรียนรักชาติ ภูมิใจประวัติศาสตร์ไทย ยึดมั่นสถาบันหลัก

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการที่ รัฐบาลให้ความสำคัญในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ของชาติ เป็นคนที่มีจิตสำนึกรักชาติ ภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติไทย และยึดมั่นสถาบันสำคัญของชาติ โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) “แนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย สร้างจิตสำนึกความเป็นไทย” ระหว่าง 4 กระทรวงหลัก มี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) พร้อมด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (นางสาวศุภมาส อิศรภักดี) ร่วมลงนามที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมานั้น

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะที่ดูแลเด็กและเยาวชนกว่า 6.5 ล้านคน ให้ความสำคัญกับการสร้างจิตสำนึกความเป็นไทย ภูมิใจในชาติและยึดมั่นสถาบันหลักอย่างมาก ได้กำหนดเป็นนโยบายและจุดเน้นของ สพฐ.ปีงบประมาณ 2567 – 2568 ซึ่งทันทีที่รัฐมนตรีทั้ง 4 กระทรวงได้ลงนาม MOU ช่วงเช้าวันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 สพฐ.พร้อมรับลูก สั่งการนโยบายแก่ผู้บริหาร สพฐ.ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ณ ที่ประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขตพื้นที่ จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ

สำหรับจุดเน้นและนโยบายของ สพฐ.ปีงบ 67 – 68 นี้ สองข้อแรก เราให้ความสำคัญต่อการสร้างสำนึกความเป็นไทย ภาคภูมิใจในชาติและยึดมั่นสถาบันหลัก โดยข้อที่ 1 การปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติ ซึ่งทุกโรงเรียนทั่วประเทศมีกิจกรรมการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา เพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และการน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ โดยเน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่เป็นวิถีชีวิตประจำวันในโรงเรียน และข้อที่ 2 การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และประชาธิปไตย ที่เน้นให้ผู้เรียนได้มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นพลเมืองคุณภาพ รู้จักรากเหง้าตัวตน ประวัติศาสตร์ชาติ ด้วยการใช้สื่อการสอนที่ทันสมัย เหมาะกับเด็กยุคใหม่ ซึ่งการที่รัฐบาลมีวิสัยทัศน์บูรณาการแนวทางปฏิบัติร่วมกัน ระหว่าง 4 กระทรวงดังกล่าว เป็นการช่วยลดภาระครู เพราะจะมีภาคีเครือข่ายจากกระทรวงต่างๆ เป็นแนวร่วม สนับสนุนองค์ความรู้ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ช่วยให้สามารถพัฒนาเด็กและเยาวชนได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งตนได้กำชับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา พร้อมเปิดรับการทำงานร่วมกับองค์กรภาคส่วนต่างๆ เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดกับนักเรียนเป็นสำคัญ

“มั่นใจว่าโรงเรียนทุกแห่งมีการเรียนการสอนที่ปลูกฝังความรักความภาคภูมิใจในชาติและยึดมั่นสถาบันสำคัญของชาติ ที่เป็นวิถีปฏิบัติของโรงเรียนอยู่แล้ว โดยเฉพาะรายวิชาประวัติศาสตร์ ที่ สพฐ.ได้ประกาศให้สถานศึกษาจัดรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ แยกออกมา 1 รายวิชาอย่างชัดเจน กำหนดให้ระดับประถมศึกษา ใช้เวลาเรียน 40 ชั่วโมงต่อปี (สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 40 ชั่วโมงต่อปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ปี 80 ชั่วโมง ในการนี้ ได้มอบหมายรองเลขาธิการ กพฐ. (นางเกศทิพย์ ศุภวานิช) และทีมวิชาการพัฒนารูปแบบแนวทางการปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติ และได้สั่งการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เป็นพี่เลี้ยงแก่โรงเรียน ดำเนินการทบทวนรูปแบบ วิธีการจัดการเรียนการสอนที่ทำอยู่ว่าเป็นอย่างไร ให้ใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อนักเรียนได้รู้จักรากเหง้า เข้าใจเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นและประเทศชาติในแง่มุมต่างๆ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้มีการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ วิพากษ์ เชิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ท่องจำตามหนังสือ คลิปวิดีโอ หรือจำตามที่ครูบอกเล่า เพื่อนักเรียนจะได้เข้าใจและเห็นบทเรียนจากเรื่องราวในอดีต เชื่อมโยงความเป็นมาเป็นไปสู่สังคมปัจจุบัน เห็นแนวทางภูมิปัญญาที่เป็น Soft Power เห็นคุณค่าอดีตที่ต่อยอดสู่อนาคต ในมิติเศรษฐกิจ สังคม และหน้าที่พลเมืองได้” เลขาธิการ กพฐ.เน้นย้ำ