LPP ดึงพลังชุมชนร่วมสืบสานประเพณี ชวน ‘ลอยกระทงรักษ์โลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770059

LPP ดึงพลังชุมชนร่วมสืบสานประเพณี  ชวน ‘ลอยกระทงรักษ์โลก’

LPP ดึงพลังชุมชนร่วมสืบสานประเพณี ชวน ‘ลอยกระทงรักษ์โลก’

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP)

LPP ชวน “ลอยกระทงรักษ์โลก”ร่วมสืบสานประเพณี กระชับความสัมพันธ์ สร้างสรรค์กิจกรรมเสริมแนวคิดรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมสนับสนุนแนวคิดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ชู “ประเพณีลอยกระทง” ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาไทยให้เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

สมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์จำกัด (LPP) ผู้นำในธุรกิจบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ที่คำนึงถึงความสัมพันธ์ที่ดีของผู้พักอาศัยควบคู่กับรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน(Sustainable Development) ในชุมชนกว่า 260 โครงการ ที่มีจำนวนผู้อยู่อาศัยกว่า3 แสนราย กล่าวถึงความสำคัญของประเพณีแห่งสายน้ำ “วันลอยกระทง” ที่ในปีนี้ตรงกับวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญที่ชาวไทยได้มีโอกาสแสดงความขอบคุณและขอขมาต่อพระแม่คงคา ที่เป็นแหล่งน้ำสำหรับใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังถือเป็นประเพณีและกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกในครอบครัวทุกเพศทุกวัย ชุมชน สังคม และเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอีกด้วย

ในปี 2566 นี้ LPP ได้ส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมลอยกระทงภายในโครงการที่ได้บริหารจัดการดูแล โดยการเชิญชวนให้คณะกรรมการ เจ้าของร่วม และผู้อยู่อาศัย ร่วมจัดกิจกรรมลอยกระทงในคอนเซ็ปต์ “ลอยกระทงรักษ์โลก”เพื่อร่วมสืบสานประเพณีไทยด้วยความรับผิดชอบ ต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ภายใต้แนวทาง3 เสาหลักแห่งความยั่งยืน (Sustainable Development)หรือ 3P ประกอบด้วย Profitคือ งบประมาณที่เหมาะสม People คือทุกผู้คนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรม และ Planet คือ คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเชิญชวนให้แต่ละโครงการนำแนวทาง 3P นี้ไปใช้เป็นหลักในการสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆที่เกิดประโยชน์ให้แก่ผู้พักอาศัยในทุกโครงการที่ LPP บริหาร และถ่ายทอดสู่สังคมโดยรวมนอกเหนือไปจากนั้นยังถือเป็นการร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมภายในชุมชน และกระชับความสัมพันธ์อันดีให้แต่ละครอบครัวได้ใช้เวลาแห่งความสุขและอบอุ่นร่วมกันกับครอบครัวใหญ่ คือสมาชิกในอาคารชุดแต่ละแห่งอีกด้วย

นอกจากนี้ LPP ยังได้เปิดเวทีให้มีการประกวดประดิษฐ์ “กระทงรักษ์โลก” โดยเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปได้ครีเอทไอเดียเพื่อประดิษฐ์กระทงรักษ์โลกในแบบฉบับของตัวเองจากวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดขยะให้แม่น้ำลำคลองตามเทรนด์ “รักษ์โลก” อีกด้วย โดยท่านที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและร่วมส่งผลงานได้ทาง Facebook : LPP Property

สมศรีกล่าวต่อว่า จากการที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้เตรียมเสนอ “เทศกาลประเพณีลอยกระทงในประเทศไทย” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)ในปี 2567 LPP จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและผลักดันแนวคิดดังกล่าว เพื่อให้วัฒนธรรม ประเพณี การท่องเที่ยว และการอยู่อาศัยวิถีไทย เป็นพลัง Soft Power อีกกลไกหนึ่งที่สำคัญของประเทศที่สามารถแสดงอัตลักษณ์ของสังคมไทยได้อย่างงดงาม

“LPP มุ่งดูแลเจ้าของร่วมและผู้อยู่อาศัยกว่า 260 โครงการ เพื่อให้ได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัย และส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัยได้อย่างสูงสุด “Smooth Your Living” ควบคู่กับการส่งเสริมแนวคิดรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้อยู่อาศัยและเจ้าของร่วม เพื่อผลักดันแนวคิด “LPP ชวนรักษ์โลก”เผยแพร่ออกสู่สังคมภายนอกผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ ตลอดปี” สมศรี กล่าว

หนังสือเด่น : แนวทางและการวางแผนเกษียณสุข แบบเข้าใจง่ายและเหมาะกับแต่ละคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770050

หนังสือเด่น : แนวทางและการวางแผนเกษียณสุข  แบบเข้าใจง่ายและเหมาะกับแต่ละคน

หนังสือเด่น : แนวทางและการวางแผนเกษียณสุข แบบเข้าใจง่ายและเหมาะกับแต่ละคน

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากรายงานสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) พบว่าปัญหาความยากจนของคนไทยในมิติการเงินมีแนวโน้ม “ดีขึ้น” อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564  สัดส่วนคนจนในประเทศจากเส้นความยากจน (2,803 บาทต่อคนต่อเดือน) อยู่ที่ร้อยละ 6.3 ซึ่งลดลงจากร้อยละ 7.8 ในปี 2560 แต่เมื่อสภาพัฒน์ได้ทำการวิเคราะห์เพิ่มเติมและจัดทำ “ดัชนีความยากจนหลายมิติ (Multidimensional Poverty Index หรือ MPI)” ที่ประกอบด้วยมิติด้านการศึกษา, มิติด้านการใช้ชีวิตในแบบที่ดีต่อสุขภาพ, มิติด้านความเป็นอยู่, และมิติความมั่นคงทางการเงิน  ผลการศึกษาพบว่า คนไทยที่เป็นคนจนหลายมิติมีสัดส่วนสูงกว่าสัดส่วนคนจนที่วัดมิติด้านตัวเงินเท่านั้น “เกือบ 2 เท่า” และในจำนวนคนจนหลายมิติทั้งหมด มากกว่า 1 ใน 3 เป็นกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป โดยผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนคนจนหลายมิติ ร้อยละ 18.1 ซึ่ง “สูงที่สุด” เมื่อเทียบกับประชากรวัยอื่น ๆ ของประเทศ

จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ผู้สูงอายุไทยมีความเปราะบาง มีความยากจนในมิติความเป็นอยู่ด้านอื่น ๆ มากกว่าประชากรวัยอื่นอย่างชัดเจน ดังนั้นการวางแผนเกษียณจึงถือเป็นภาวะเร่งด่วนสำหรับรับมือกับสังคมสูงวัย ที่กลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ยากจนที่สุดในขณะนี้ 

การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่ทุกคนควรต้องวางแผน เป็นส่วนสำคัญของการออกแบบชีวิต  การวางแผนชีวิตวัยเกษียณของแต่ละคนแต่ละอาชีพนั้นไม่สามารถทำเป็นรูปแบบเดียวกันหรือตายตัวได้ เพราะในแต่ละคนก็จะมีองค์ประกอบและบริบทต่างกัน  ไม่มีการวางแผนเกษียณแบบสำเร็จรูปหรือสำเร็จแบบง่ายๆ  เพราะต่างคนก็แตกต่างกันในการดำเนินชีวิต วิชาชีพและความรับผิดชอบ จึงต้องทำความเข้าใจตนเองและเรียนรู้ที่จะวางแผนที่เหมาะสมกับตนเอง

“จักรวาลการเกษียณ” ผู้เขียน จิตรกร แสงวิสุทธิ์ เจ้าของเพจปั้นเงิน -Artisan Money  นักวางแผนการลงทุนรับอนุญาต (Investment Planner)  และ โฮสต์พอดคาสต์การเงิน Money Armageddon วันเงินตราวินาศ เป็นหนังสือแนวทางการเกษียณที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้อ่านกัน  เพราะเนื้อหาดีและมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับทุกคน สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้เขียนที่อยากช่วยวางแผนให้ชีวิตหลังเกษียณของคนไทยเป็นเกษียณสุขอย่างแท้จริง โดยตั้งใจถ่ายทอดให้เป็นเรื่องเข้าใจง่ายไม่ไกลตัว พร้อมแนวทางในการวางแผนเกษียณแบบอัดแน่น  ผ่านนิยายการเงินที่ถ่ายทอดผ่านชีวิตของตัวละครหลัก 3 ตัว คือ “เมฆ” ที่กำลังเบื่อหน่ายกับชีวิตการงานกำลังจะลาออก และมีงานเสริมที่ทำไปแบบเนือยๆ ชีวิตอยู่ไปวันๆ ไร้ทิศทางชีวิต  “ป้าแอ๋ว” อดีตผู้ตรวจสอบบัญชีกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เมฆเคารพนับถือ  และ “ลุงดีน” อดีตนักวิทยาศสาตร์องค์การนาซ่าสามีป้าแอ๋ว ที่ทั้งคู่ย้ายรกรากจากอเมริกามาเกษียณสุขที่เมืองไทยที่จังหวัดระยอง ซึ่งทั้งสองคนได้ผลัดกันมอบความรู้และแนวทางด้านการวางแผนเกษียณให้กับเมฆ โดยการสอนการเล่าแบบมีการยกตัวอย่างประกอบอย่างน่าสนใจ สนุกและอ่านได้ง่ายขึ้น ในแต่ละบทมีประเด็นสำคัญในการวางแผนการเงินอยู่ในเนื้อหาที่มีอยู่ประเด็นเดียว มีการขยายความยกตัวอย่าง มีการเปรียบเรื่องเล่าประกอบทำให้เห็นภาพชัดขึ้น  อ่านแล้วจำได้ง่ายขึ้น

การวางแผนเกษียณของเล่มนี้ มีเนื้อหาหลักๆที่ตั้งใจถ่ายทอดแนวทางการวางแผนเกษียณ เพื่อให้รู้ว่าชีวิตหลังการเกษียณจะเป็นอย่างไร อยากเกษียณเมื่อไหร่ มีเงินใช้เดือนละเท่าไหร่ ด้วยการวางแผนชีวิตและการวางแผนการเงิน และองค์ประกอบ ปัจจัยต่าง ได้แก่ การออกแบบชีวิตเกษียณที่คิดว่าเหมาะกับตัวเองที่สุด มีความสุขที่สุด, การวางแผนต้องตั้งเป้าชัดเจน ภาพต้องชัดเจน , ควรวางแผนเกษียณโดยพิจารณาจากปัจจัยที่มีอยู่ตอนนี้ได้แก่ไลฟ์สไตล์ ประสบการณ์ชีวิต เป้าหมายชีวิตอื่น , วางแผนการเงิน  ที่ยิ่งเริ่มต้นเร็วยิ่งดี เพราะกว่าจะถึงปลายทางมีปัญหาและอุปสรรคมากมายโดยการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ที่เป็นพื้นฐานการวางแผนการเงินทั้งหมดได้แก่ ต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินความคล่องตัวสูง สำหรับใช้จ่ายยอมฉุกเฉินไม่กระทบเงินเกษียณ   การทำประกันต่างๆเพื่อลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายสูง ที่ต้องมีประกันหลัก ประกันเสริมคือประกันสุขภาพและประกันทรัพย์สินอยู่ในงบประมาณที่เราจ่ายได้ , ต้องเรียนรู้ที่จะต่อสู้กับเงินเฟ้อโดยการลงทุน, การต่อยอดเงินออมด้วยดูเป้าหมายอื่นในชีวิตร่วม , การเตรียมวางแผนเกษียณในแบบตนเองได้แก่ แบบสะสมเงินก้อน การสร้างรายได้ประจำหรือแบบไฮบริด, การคำนวณมูลค่าชีวิตเกษียณโดยต้องคำนึงถึงเงินเฟ้อ, การวางแผนเกษียณมั่นคงโดยดูจากกลไกที่มี คือเวลา ผลตอบแทน เช่นรายได้คงที่ จากเงินปันผลหรือส่วนต่างราคา   เงินลงทุนที่เหมาะสม  , วิธีเตรียมเงิน การจัดพอร์ตลงทุนเลือกเครื่องมือและสินทรัพย์ที่เหมาะสม ติดตามผลและอัปเดตแผนเวลามีความเปลี่ยนแปลง และถ้าเก่งชำนาญแล้วก็สามารถจัดพอร์ตเกษียณไวได้

ผู้เขียนได้นำเสนอแนวทางและข้อเสนอแนะที่ชัดเจนมีความเป็นไปได้ มีแบบมีแผน ตั้งใจถ่ายทอดให้เข้าใจง่าย เริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆไปหายาก อ่านแล้วสามารถนำองค์ความรู้วางแผนชีวิตและการเงินเล่มนี้เป็นแนวทางและวางแผนเกษียรแบบของตัวเราเองได้ และถ้าศึกษา อดทน และพยายามทำตามแนวทางหนังสือที่วางไว้ได้ ก็จะมีแนวโน้มที่จะสำเร็จสูง

ถึงแม้อาจจะเป็นเรื่องที่ยากสักนิด ไม่ค่อยคุ้นเคย แต่ละเลยไม่ได้ หากไม่อยากอดอยากปากแห้ง มีชีวิตด้วยโรครุมเร้าแต่ยังต้องทำงาน เพราะไม่ทำก็ไม่มีกิน มีชีวิตด้วยความทุกข์ระทม พวกเราทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะวางแผนเกษียณ ไม่มีใครช่วยเราได้ อย่าหวังพึ่งลูกหลาน ใครที่มีลูกหลานดีเลี้ยงดูก็ดีไป แต่ถ้าใครที่ลูกหลานภาระล้นพ้นตัว หรือยังมาอาศัยเงินทองผู้สูงวัยอีกอันนี้ลำบาก ดังนั้นควรเริ่มวางแผนแต่เนิ่นๆ  ตนควรเป็นที่พึ่งแห่งตนให้ได้ หากไม่อยากอยู่ในรายชื่อกลุ่มคนจนที่สุดในไทย

หนังสือราคาเล่มละ 245 บาท จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ดยูเคชั่น

สามก๊กฉบับเติมเต็มเนื้อหาที่ขาดไป

หยิบยกตัวเอกมาเล่าให้ผู้อ่านรู้จักมากขึ้น

“สามก๊ก ฉบับวณิพก (ปกแข็ง) (เล่ม 1-2) (บรรจุกล่อง : Book Set : 2 เล่ม)” วรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์จีน จัดพิมพ์ขึ้นเป็นของที่ระลึกในวาระครบรอบ “100 ปี ยาขอบ” ถึงแม้ว่าโลกจะยกย่องเรื่อง “สามก๊กของจีน” เป็นผลิตกรรมอันยิ่งใหญ่จากปลายปากกาที่ควรอ่านอย่างยิ่ง แต่ว่ามีตัวเอกและตัวรอง ตลอดจนสถานที่มากมายจนจำไม่หวาดไหว ถึงจะอ่านอย่างตั้งสมาธิสามสี่จบ ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกและอาจลืมเลือนได้ง่าย “สามก๊กฉบับวณิพก” คือการหยิบยกตัวเอกนำมาเล่าไปตามลำดับตั้งแต่ต้นจนกระทั่งเสียชีวิตอย่างต่อเนื่องกัน แม้คณะกรรมการวรรณคดีสโมสรในรัชกาลที่ 6 ยกย่อง “สามก๊กของไทย” หรือ “สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)” ว่าเป็น “ยอดความเรียงเรื่องนิทาน” เพราะใช้ภาษาได้รัดกุมและกระชับ มีความเป็นเลิศอยู่ที่สำนวนภาษาอันถือเป็นแบบอย่างของสำนวนไทยแท้ มิใช่อยู่ที่เนื้อเรื่อง เพราะได้ตัดทอนในการแปลจึงไม่สมบูรณ์แบบตามต้นฉบับภาษาจีน ทำให้อ่านเข้าใจได้ยาก หนจะช่วยคลี่คลายให้ผู้อ่านเข้าใจถึงเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้นคือการอ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะได้แต่งเติมเสริมต่อส่วนที่ขาดหาย และแก้ไขข้อผิดพลาดเกี่ยวกับตัวละครให้เข้าใจได้กระจ่างชัด และสมบูรณ์ตามต้นฉบับภาษาจีนมากขึ้น หนังสือราคา 950 บาท

เคล็ดลับแห่งความร่ำรวยมั่งคั่งแบบง่ายๆ

มีความสุข มั่นคง และยั่งยืน

“สูตรเด็ดเคล็ดลับมหาเศรษฐี : The Rules of Wealth”  ผู้เขียน Richard Templar (ริชาร์ด เทมพลาร์) ผู้แปลสมิทธิ์ เอกโชติ    คือหนังสืออีกเล่มหนึ่งในชุด “สูตรเด็ดเคล็บลับมหาเศรษฐี” ของ “ริชาร์ด เทมพลาร์” เจ้าของผลงานเขียนที่มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน  เป็นหนังสือที่สร้างปรากฏการณ์ระดับโลกด้วยการติดอันดับขายดีในร้านหนังสือต่างๆ ทั่วโลก  ในหนังสือได้แนะนำกฎแห่งความร่ำรวยมั่งคั่งทั้งหมด 107 ข้อ เคล็ดลับที่พวกเศรษฐีนำมาเป็นหลักการนำพาไปสู่ความร่ำรวย สามารถแยกแยะออกเป็นหัวข้อได้แก่ วิธีการหาเงินที่สร้างผลตอบแทนที่มากกว่าเดิม วิธีรักษาเงินให้เป็น ใช้เงินแบบฉลาดใช้ การลงทุนและการเก็บออมอย่างมีประสิทธิภาพ  และจับจ่ายในสิ่งที่มีคุณค่า ที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น หรือแม้แต่การนำเงินไปแบ่งปันผู้ยากไร้  เป็นคำแนะนำอันทรงคุณค่า ที่คนทั่วโลกสามารถนำไปทำได้จริง  เป็นกฎแห่งความมั่งคั่งที่เป็นแบบง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้ แค่มีความตั้งใจที่จะรวย  ถ้าเป็นคนหนึ่งที่อยากมีเงินมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อย ๆ มีฐานะความเป็นอยู่ที่มั่นคง มั่งคั่ง มีความสุขอย่างแท้จริงและยั่งยืน ก็ควรอ่าน “สูตรเด็ดเคล็บลับมหาเศรษฐี” เล่มนี้  ความร่ำรวยเป็นผลลับของการกระทำ มิใช่รางวัลแห่งความสำเร็จ หนังสือราคาเล่มละ 235 บาท

เรียนรู้การทำธุรกิจและลงทุนในกระดาษ

เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงทุนทำธุรกิจจริง

“เจ๊งในกระดาษ” ผู้เขียน ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี (ต่อเพนกวิน) เจ้าของเพจและช่อง TORPENGUIN ที่มีผู้ติดตามรวมกว่า 1 ล้านคน  ผู้เขียนมีประสบการณ์ล้มลุกคลุกคลานกับการลงทุนทำธุรกิจมาหลากหลายและต่อสู้ฝ่าฟันมาจนกระทั่งประสบผลสำเร็จ เขาจึงพร้อมจะถ่ายทอดทุกเรื่องราว ทุกประสบการณ์ ทุกข้อผิดพลาด ทุกความสำเร็จ ให้ผู้ที่สนใจทำธุรกิจและเริ่มลงทุนได้เรียนรู้ เพื่อเตรียมให้พร้อมที่สุด ก่อนลงมือทำธุรกิจเองจริง ๆ เนื้อหาในหนังสือ อาทิ  การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ก่อนที่จะเริ่มลงทุนและลงมือทำธุรกิจ, รวบรวมวิธีคิดจากคำถามยอดฮิตที่สามารถนำไปปรับใช้ในธุรกิจของตัวเองได้  เนื้อหาที่อัดแน่นด้วยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสิ่งที่คนทำธุรกิจมือใหม่มักพลาดกัน, ข้อชวนคิดในการทำธุรกิจแบบมีหุ้นส่วน, ทำไมเราต้องเจ๊งในกระดาษ, การวิเคราะห์ด้านทำเล, การวิเคราะห์ด้านตลาด, การวิเคราะห์ด้านการเงิน, ทดลองคำนวณเจ๊งในกระดาษ และอีกมากมาย ทั้งหมดนี้ จะช่วยประกอบการตัดสินใจให้แม่นยำ นำไปประเมินสถานการณ์การทำธุรกิจ และทำการบ้านไว้ล่วงหน้า เพราะเจ๊งในกระดาษดีกว่าเจ๊งในชีวิตจริง หนังสือราคา 329 บาท

แนะนำวิธีจัดการความว่อกแว่ก

ด้วยการเริ่มจัดการที่ตัวเองก่อน

“เลิกว่อกแว่ก แล้วไปทำสิ่งที่ตั้งใจจริง ๆ สักที”  ผู้เขียน Nir Eyal (เนียร์ อียัล),Julie Li (จูลี ลี) ผู้แปลบุลวัชร เสรีชัยพร หลายคนเคยเป็นไหม มีงานสำคัญหรือมีการบ้านงานวิจัยที่ต้องทำให้เสร็จ แต่ก็นั่งทำได้แป๊บเดียว นึกถึงงานทำความสะอาดบ้านที่ยังทำไม่เสร็จก็ทนไม่ได้ต้องกลับไปเก็บกวาดบ้านก่อน กลับมาทำงานต่อ ก็ขอดูมือถือสักแป๊บแล้วก็เผลอไถฟีดจนเพลิน หิวก็ไปกินข้าวหรือทำอย่างอื่นไปเรื่อยเปื่อย พอหมดวันกลับพบว่าเราทำทุกอย่างแล้ว ยกเว้นสิ่งที่จำเป็นต้องทำให้เสร็จ แล้วเราก็จะโทษนั่นโทษนี่  โทษเทคโนโลยี โทษมือถือว่าหลอกล่อให้ติดมันจนเสียสมาธิ  แต่ “Nir Eyal” บอกว่า คนร้ายไม่ได้มีเพียงโทรศัพท์มือถือ แต่ตัวเราเองคือต้นตอสำคัญของการว่อกแว่ก สาเหตุเป็นเพราะเราต้องการหนีจากเรื่องที่ทำให้กังวลใจในขณะนั้น ดังนั้นจึงควรเรียนรู้วิธีจัดการกับความไม่สบายใจดังกล่าว เพราะไม่อย่างนั้นก็จะพาเรากลับไปสู่พฤติกรรมเดิม ๆ ที่การลบแอพฯ ในโทรศัพท์มือถือหรือการปลีกวิเวกไม่มีทางช่วยได้ หนังสือเล่มนี้จะมาแนะนำวิธีจดจ่อกับสิ่งที่ทำแบบเข้าใจหัวอกคนชอบว่อกแว่ก ที่นำไปใช้ได้จริง “หากหน้าที่การงานให้ความสำคัญกับเวลา สมาธิ และความสัมพันธ์ ต้องอ่านหนังสือเล่มนี้เพราะจะแนะนำวิธีที่ทำได้จริง งานการก็เสร็จตามเวลา แบบมีความสุขไม่ต้องรู้สึกผิดกังวล หรือรู้สึกผิด ผลงานออกมาตามกำหนดเวลา หนังสือราคา  399 บาท

‘พันธุ์ไทย x สิงห์ปาร์ค’ ปล่อยเมนูใหม่สุดพรีเมียม มอบความอร่อยเวรีมัทฉะส่งท้ายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770058

‘พันธุ์ไทย x สิงห์ปาร์ค’ ปล่อยเมนูใหม่สุดพรีเมียม  มอบความอร่อยเวรีมัทฉะส่งท้ายปี

‘พันธุ์ไทย x สิงห์ปาร์ค’ ปล่อยเมนูใหม่สุดพรีเมียม มอบความอร่อยเวรีมัทฉะส่งท้ายปี

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พันธุ์ไทย จับมือ สิงห์ปาร์ค ส่งความอร่อยเวรีมัทฉะของ มารุเซ็น มัทฉะ พรีเมียม แบรนด์ชาอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น กับเมนูล่าสุดที่คัดสรรสุดยอดชา 3 ใบแรกจากสองมือของเกษตรกรไทย ไร่สิงห์ปาร์คจ.เชียงราย ด้วยเทคนิคการปลูกแบบพรางแสงและกระบวนการผลิตแบบอบไอน้ำ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นที่ดูแลทุกขั้นตอนตามแบบฉบับดั้งเดิม เพื่อให้ได้มัทฉะพรีเมียมที่สมบูรณ์คงความเข้มข้นมีกลิ่นหอมและรสชาติละมุนตามธรรมชาติ พร้อมให้แฟนพันธุ์ไทยได้ลิ้มลองความอร่อยจนต้องร้องไฮ่! ไปกับมัทฉะ พรีเมียม 4 เมนูใหม่ มัทฉะ แฟรปเป้(75 บาท) ความเข้มข้นของมัทฉะพรีเมียม ผสานความนุ่มของนมสด เบลนด์ไปกับน้ำแข็ง จนได้มัทฉะสมูทตี้เนื้อเนียน เย็นชื่นใจ ไฮ่! อะไรมาแลกก็ไม่ยอม มัทฉะ ลาเต้ (65 บาท) มัทฉะ พรีเมียม คุณภาพญี่ปุ่นต้นตำรับ ไฮ่! สีเขียวธรรมชาติ รสละมุน เข้ากันดีกับความหอมมันของนมสด อร่อยลงตัว มัทฉะ เจลลี่ลาเต้ (75 บาท) เพิ่มสีสันบวกดีกรีความสนุกไฮ่! มัทฉะ ลาเต้ ด้วยเจลลี่สตรอว์เบอร์รี่ เข้ากันดี อร่อย เคี้ยวเพลินมัทฉะ ฮันนี่ ไลม์ (65 บาท) สดชื่นแบบไลท์ๆ ต้องยกไฮ่! เมนูนี้กับความหอมหวานของน้ำผึ้ง และความเปรี้ยวของมะนาว ปลุกความสดชื่นถึงใจ คลายร้อนได้แบบเกินต้าน

สัมผัสความอร่อยเวรีมัทฉะ แถมสุขภาพดีไปกับ มารุเซ็น มัทฉะ พรีเมียม ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 11 มกราคม 2567 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยทุกสาขาทั่วประเทศ และบริการเดลิเวอรีจัดส่งถึงบ้าน

Science Update : เตรียมทดลอง ให้กำเนิดมนุษย์บนอวกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770051

Science Update : เตรียมทดลอง ให้กำเนิดมนุษย์บนอวกาศ

Science Update : เตรียมทดลอง ให้กำเนิดมนุษย์บนอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สเปซบอร์น ยูไนเต็ด บริษัทวิจัยด้านอวกาศสัญชาติเนเธอร์แลนด์ กำลังค้นคว้าและวิจัยครั้งสำคัญ เกี่ยวกับการสร้างตัวอ่อนสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก ที่อาจนำไปสู่การให้กำเนิดมนุษย์คนแรกในอวกาศ ด้วยการส่งกระสวยอวกาศขึ้นสู่วงโคจร ภายในบรรจุแผ่นดิสก์ที่ผสมเซลล์เอาไว้ด้วยกันจนเกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน จากนั้นนำตัวอ่อนที่ได้เข้าสู่กระบวนการแช่เยือกแข็งด้วยสารไครโอเจนเพื่อชะลอการเจริญเติบโตของตัวอ่อน แล้วนำเอาตัวอ่อนที่มีการปฏิสนธิแล้วกลับมาเพื่อให้ถือกำเนิดบนโลก ถือเป็นบริษัทเดียวในโลกที่ทำการทดลองลักษณะนี้

ซีอีโอของสเปซบอร์น ยูไนเต็ด บอกว่าการทดลองนี้สำคัญต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติในอนาคต เนื่องจากมนุษย์อาจจะต้องอพยพโยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอื่นนอกโลกในอนาคตข้างหน้า จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีทดลองและเรียนรู้เรื่องของการเพิ่มจำนวนประชากรมนุษย์จากนอกโลกหรือบนอวกาศ ซึ่งเป็นความท้าทายและละเอียดอ่อนอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องความถูกต้องทางศีลธรรมมาเกี่ยวข้องด้วย เพราะการปฏิสนธิจนเกิดตัวอ่อนเกิดขึ้นนอกโลกบนอวกาศที่มีสภาพแวดล้อมสุดขั้วและอันตราย โดยเฉพาะจากรังสีต่าง ๆ ที่มีความเข้นข้นรุนแรงกว่าบนโลกหลายเท่า อีกทั้งแรงโน้มถ่วงนอกโลกยังมากมายมหาศาล ซึ่งอาจเป็นอันตรายหรือส่งผลรุนแรงต่อตัวอ่อนที่ทำการทดลอง

สำหรับการทดลองขั้นแรกที่จะเริ่มจากการใช้เซลล์ของหนูมีแผนจะเริ่มได้ในช่วงปลายปีหน้า จากนั้น ยังต้องใช้เวลาอีกราว 5-6 ปี กว่าจะสามารถเริ่มการทดลองกระบวนการปฏิสนธิจนเกิดตัวอ่อนของมนุษย์บนอวกาศ เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนอีกหลายขั้นตอน โดยเฉพาะการนำตัวอ่อนที่ผ่านการปฏิสนธิแล้วบนอวกาศกลับมาถือกำเนิดยังโลก เพราะยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการอนุญาตให้นำตัวอ่อนดังกล่าว กลับมาใส่ในมดลูกของมนุษย์เพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์และคลอดเป็นทารกออกมาได้หรือไม่

แหวกฟ้าหาฝัน : Winner of The Manor Art Prize Vaud Exhibition ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770046

แหวกฟ้าหาฝัน : Winner of The Manor Art Prize Vaud  Exhibition ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne

แหวกฟ้าหาฝัน : Winner of The Manor Art Prize Vaud Exhibition ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โดยทั่วไปห้องภาพใหญ่ๆ มักมีการจัดนิทรรศการอยู่เป็นประจำ ใน Cantonel Museum of Fine Arts Lausanne ก็เช่นกัน นิทรรศการที่ภัณฑารักษ์เลือกมาจัดแสดงก็คืองานของผู้ชนะประกวดรางวัล The Manor Art Prize Vaud รางวัลที่จัดตั้งขึ้นในปี 1982 เพื่อส่งเสริมศิลปินรุ่นเยาว์ชาวสวิส รางวัลที่ประกวดทุกๆ 2 ปี โดยคณะกรรมการจะคัดเลือกผลงานจำนวนหนึ่งมาจัดแสดงผลงานก่อนที่จะมีการตัดสินด้วยเพื่อบ่มเพาะและส่งเสริมให้ศิลปินท้องถิ่นได้มีโอกาสที่จัดแสดงผลงาน ส่วนผู้ชนะประกวดในปี 2022 ก็คือ Sarah Margnetti

Sarah Margnetti เกิดปี 1983 จบปริญญาตรีสาขาทัศนศิลป์จาก EcoleCantonale d’art of Lausanne ในปี 2009และจบปริญญาโทสาขาเดียวกันจาก Geneva University of Art and Design ในปี 2015 อีกทั้งยังเคยอบรมกับ Institute Van der Kelen-Logelain ในบรัสเซลล์ เบลเยียมสถาบันที่อุทิศให้กับงานที่เกี่ยวเนื่องกับงานจิตรกรรมตกแต่งเธอเป็นศิลปินที่ชำนาญในการใช้เทคนิคศิลปะเชิง 3 มิติ หรือ ศิลปะลวงตาทรอมพลุยล์ (Trompe-l’œil) ซึ่งเป็นคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “ลวงตา” เทคนิคนี้คือการสร้างศิลปะแบบหนึ่งที่ทำให้ผลที่ออกมาดูเหมือนมีความเป็นภาพ 3 มิติแม้ว่าจะเป็นจิตรกรรมสองมิติก็ตามจึงทำให้เสมือนหนึ่งเกิดภาพลวงตา ต้นกำเนิดของศิลปะแนวนี้มีมาตั้งแต่สมัยกรีกและโรมันโดยเป็นการเขียนบนฝาผนัง ต่อมาการเขียนภาพเชิง 3 มิตินี้กลายที่นิยมกันโดยมักจะเขียนเป็นหน้าต่าง ประตู หรือโถงทางเดินเพื่อจะทำให้ห้องดูใหญ่โตกว้างขวางขึ้น

เธอได้พัฒนาการสร้างงานโดยการควบรวมภาพลวงตาเข้ากับรูปแบบนามธรรมบนฝาผนังและผืนผ้าใบ งานของเธอมักจะเป็นการนำเอาส่วนประกอบของร่างกาย อาทิ หู จมูก อวัยวะสัมผัส รวมทั้งสมองมาประติดประต่อเข้ากับสถาปัตยกรรมต่างๆ หรืออุปกรณ์ตกแต่งภายใน อาทิ ม่านเวทีละคร เก้าอี้ผู้ชมราวบันได สะพาน เสา ในอวัยวะทั้งหมดของร่างกาย ศิลปินชื่นชอบที่จะเล่นกับหูมากที่สุดโดยใช้หูปะเข้าไปตามสถานที่ต่างๆ อาทิ เสา ประตู หรือแม้แต่แทนที่ตาบนใบหน้าซึ่งสื่อให้เห็นว่าศิลปินเน้นให้ใช้การฟังมากกว่าการพูดและการดู

เธอยังแอบซ่อนความหมายอีกหลายอย่างไว้กับผ้าม่าน ซึ่งโดยปกติมีไว้ใช้กันการมองเห็น แต่การเอาหูไปปะไว้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าม่านสามารถที่จะรู้สึกและได้ยินได้เช่นกันเป็นการตีความอีกนัยหนึ่งของประสาทสัมผัส ยิ่งกว่านั้นการนำเอาอวัยวะมาตกแต่งบนสถาปัตยกรรมยังเป็นการบ่งบอกว่าร่างกายและสถาปัตยกรรมหรือสถานที่สามารถที่จะควบรวมกันได้ ปุ่มปมบนสามารถมีรูปเป็นหู หรือส่วนประกอบของหูสามารถกลายเป็นหัวเสา เสาอาจมีมือเป็นแขนงอกออกมาได้การตีความผลงานของศิลปินที่เน้นความล้ำสมัยสุดๆ นี้ไม่เพียงกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ซ้ำยังสามารถสร้างความสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ซีเจ มอร์ ย้ำจุดยืนเคียงข้างชุมชน ส่งต่อเงิน-ของบริจาค ให้ชุมชนทั่วไทย ส่งท้ายแคมเปญ “เฉลิมฉลอง 18 ปี ซีเจ มอร์ ขอบคุณที่อยู่เคียงคู่กัน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770039

ซีเจ มอร์ ย้ำจุดยืนเคียงข้างชุมชน ส่งต่อเงิน-ของบริจาค ให้ชุมชนทั่วไทย ส่งท้ายแคมเปญ “เฉลิมฉลอง 18 ปี ซีเจ มอร์ ขอบคุณที่อยู่เคียงคู่กัน”

ซีเจ มอร์ ย้ำจุดยืนเคียงข้างชุมชน ส่งต่อเงิน-ของบริจาค ให้ชุมชนทั่วไทย ส่งท้ายแคมเปญ “เฉลิมฉลอง 18 ปี ซีเจ มอร์ ขอบคุณที่อยู่เคียงคู่กัน”

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.39 น.

ซีเจ มอร์ ย้ำจุดยืนเคียงข้างชุมชน ส่งต่อเงินและของบริจาค มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท ให้ชุมชนทั่วไทย ส่งท้ายแคมเปญ “เฉลิมฉลอง 18 ปี ซีเจ มอร์ ขอบคุณที่อยู่เคียงคู่กัน”

ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ฉายภาพความสำเร็จของแคมเปญ “เฉลิมฉลอง 18 ปี ซีเจ มอร์ ขอบคุณที่อยู่เคียงคู่กัน” มุ่งสร้างประสบการณ์การเป็น “มากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ต” กับลูกค้าและชุมชน ร่วมส่งมอบยอดเงินบริจาคจากกิจกรรม “คู่บุญ” ที่เปิดให้ลูกค้าสมาชิกสบายการ์ดเปลี่ยนแต้มเป็นเงินบริจาค พร้อมทั้งแบ่งปันสิ่งของจำเป็นที่ได้รับการสนับสนุนของแบรนด์พันธมิตรชั้นนำอีกมากมายให้กับชุมชนทั่วไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรของชุมชนอย่างแท้จริง

ปิดม่านแคมเปญใหญ่ครบรอบ 18 ปีกันอย่างอิ่มอก อิ่มใจและอิ่มบุญไปเมื่อเร็วๆ นี้ ด้วย “กิจกรรมฟินใจฟู” ที่ซีเจ มอร์ แทกทีมสองคู่จิ้นชื่อดัง “ฟรีน-เบ็คกี้” และ “เฟิร์ส-ข้าวตัง” นำทีมพาลูกค้าผู้โชคดี 80 ท่าน มาร่วมกันส่งต่อ และแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับ “ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ จ. ชลบุรี” และ “มูลนิธิบ้านมานาโพธารามเพื่อสตรีและเด็ก จ. ราชบุรี”

นอกจากกิจกรรมกับคู่จิ้นแล้ว ซีเจ มอร์ยังคงเน้นย้ำแนวคิดหลักของแคมเปญ “ขอบคุณที่อยู่เคียงคู่กัน” เตรียมส่งมอบเงินบริจาคจาก “กิจกรรมคู่บุญ” ที่เปิดให้ลูกค้าสมาชิกร่วมเปลี่ยนแต้มสบายการ์ดเป็นเงินให้กับมูลนิธิทั่วไทย พร้อมผนึกกำลังการสนับสนุนกับพันธมิตรชั้นนำอีกมากมายในรูปแบบของใช้จำเป็น รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท เพื่อให้มูลนิธิต่างๆ นำไปใช้ประโยชน์เพื่อสังคมตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิต่างๆ ต่อไป

-(016)

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมฉลองวันอาหารโลก ปี 2566 จัดกิจกรรมการกุศลทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770038

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมฉลองวันอาหารโลก ปี 2566 จัดกิจกรรมการกุศลทั่วไทย

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมฉลองวันอาหารโลก ปี 2566 จัดกิจกรรมการกุศลทั่วไทย

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.35 น.

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมฉลองวันอาหารโลก ปี 2566 จัดกิจกรรมการกุศลทั่วไทย  โรงแรมและรีสอร์ทในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พังงา และเชียงราย ส่งมอบอาหารกล่องรวมหลายพันกล่องแก่ชุมชนที่ขาดแคลน นับเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามบรรเทาความหิวโหยและความมุ่งมั่นขององค์กรในการลดปริมาณขยะอาหาร

แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมฉลองวันอาหารโลกประจำปี 2566 (World Food Day 2023) ในประเทศไทยด้วยกิจกรรมอันทรงคุณค่าหลากหลาย ณ โรงแรมและรีสอร์ทต่าง ๆ ในเครือ รวมถึงการจัดอาหารที่มีประโยชน์ทางโภชนาการหลายพันกล่องเพื่อมอบให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในชุมชนใกล้เคียงทั่วประเทศ

วันอาหารโลกก่อตั้งขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ตุลาคมของทุกปี โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการขจัดความหิวโหยทั่วโลก และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญนี้ พนักงานโรงแรมในเครือแมริออทในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พังงา และเชียงราย จึงผนึกกำลังกับองค์กรการกุศลเพื่อจัดหาอาหารให้กับครอบครัวผู้ด้อยโอกาส ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยลดขยะอาหารได้อีกทางหนึ่ง

สำหรับกิจกกรรมในกรุงเทพฯ โรงแรมในเครือแมริออท 16 แห่งได้ร่วมกับมูลนิธิ Scholars of Sustenance (SOS Thailand) ซึ่งเป็นพันธมิตรระยะยาวของแมริออท จัดกิจกรรมบริจาคอาหารครั้งสำคัญ โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นที่สะพานพระราม 8 โดยได้มีการบริจาคอาหารส่วนเกินจากโรงแรมและภาคเอกชนอื่น ๆ รวม 17,343 กิโลกรัม เพื่อนำไปใช้ในการสร้างสรรค์และจัดเตรียมอาหาร 72,840 กล่องมอบให้แก่ชุมชน ในจำนวนนี้เป็นอาหารจากโรงแรมในเครือแมริออทรวม 1,500 กล่อง

นอกจากนี้ แมริออทยังได้ร่วมกับ SOS Thailand ในจังหวัดภูเก็ตและพังงา เพื่อบริจาคอาหารส่วนเกินให้ชุมชนในพื้นที่ขาดแคลน โดยมีโรงแรมและรีสอร์ทเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวทั้งหมด 12 แห่ง โดยเพื่อนพนักงานและผู้บริหารจากโรงแรมและรีสอร์ทในเครือฯ ร่วมกันจัดเตรียมอาหาร ณ โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน ภูเก็ต ป่าตอง บีช รีสอร์ท (Four Points by Sheraton Phuket Patong Beach Resort) ยอดบริจาคอาหารในกิจกรรมครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 156,316 กล่อง ในจำนวนนี้มาจากโรงแรมในเครือแมริออทกว่า 3,000 กล่อง โดย SOS Thailand ได้นำอาหารเหล่านี้ไปแจกจ่ายแก่ชุมชนกว่า 100 ชุมชนทั่วภูเก็ต

ปิดท้ายที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจังหวัดทางตอนเหนือสุดของประเทศไทย เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท (Le Méridien Chiang Rai Resort) ได้จัดงาน Le Méridien X Art Home ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Best of Chiang Rai Series งานแสดงทางวัฒนธรรมที่รวบรวมศิลปะ งานฝีมือ และอาหารจากวิสาหกิจชุมชน โดยร่วมกับมูลนิธิวีวีแชร์ (VV Share Foundation) โครงการอิ่มอ๊กอิ่มใจ๋ ได้บริจาคอาหาร 105 กล่องให้กับคริสตจักรอาข่าป่ากุ๊ก ซึ่งให้ความช่วยเหลือผู้คนจากหมู่บ้านชาวเขาอาข่าที่มีรายได้น้อย

“ความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมถูกถักทอไว้ในทุกแง่มุมของการดำเนินธุรกิจของแมริออทในประเทศไทย ซึ่งความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการก็เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ ทั้งนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาความหิวโหยและภาวะทุพโภชนาการในกลุ่มคนที่เปราะบางที่สุดในสังคมแล้ว เรายังสามารถลดขยะอาหารโดยรวมได้ถึงร้อยละ 50 ซึ่งอีกด้านหนึ่งก็เป็นการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กิจกรรมในวันอาหารโลกของเราจึงนับเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเด่นชัดของกลยุทธ์นี้” ทีน่า ลิว (Tina Liu) ประธานสภาธุรกิจระหว่างประเทศแห่งแมริออท ประเทศไทย (Marriott Thailand Business Council) และผู้จัดการทั่วไปโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ กล่าว

“ที่แมริออท เรามีปรัชญา Serve360 ที่ส่งพลังเสริมให้พนักงานของเราตอบแทนชุมชนท้องถิ่นที่อยู่ร่วมกัน ความไม่มั่นคงทางอาหารควรหมดไปในศตวรรษที่ 21 และเราซึ่งอยู่ในฐานะที่พร้อมจะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว ประกอบกับการประสานงานกับพันธมิตรในพื้นที่ที่มีแนวคิดตรงกัน เช่น SOS Thailand เราจะช่วยทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีเด็กหรือครอบครัวใดหิวโหย” ดาริน ฮัดสัน ประธานสภาธุรกิจระหว่างประเทศแห่งแมริออท ประเทศไทย และผู้จัดการทั่วไปของ โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน ภูเก็ต ป่าตอง บีช รีสอร์ท กล่าว

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Serve360 ของแมริออทได้ที่เว็บไซต์ serve360.marriott.com

-(016)

ไอซีเอสฯ จัดแคมเปญใหญ่ฉลองเปิด 2 คลินิกใหม ‘ICS Health Check for LIFE CHANGE at SIRIRAJ H SOLUTIONS’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770036

ไอซีเอสฯ จัดแคมเปญใหญ่ฉลองเปิด 2 คลินิกใหม ‘ICS Health Check for LIFE CHANGE at SIRIRAJ H SOLUTIONS’

ไอซีเอสฯ จัดแคมเปญใหญ่ฉลองเปิด 2 คลินิกใหม ‘ICS Health Check for LIFE CHANGE at SIRIRAJ H SOLUTIONS’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.32 น.

ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ จัดแคมเปญพิเศษ  “ICS Health Check for LIFE CHANGE at SIRIRAJ H SOLUTIONS”  ฉลองเปิด 2 คลินิกใหม่ สัปปายะ โดยแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช และคลินิกเลเซอร์ผิวหนังและความงาม    

“SIRIRAJ H SOLUTIONS”  ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต ขยายบริการด้านสุขภาพครบวงจรนอกพื้นที่โรงพยาบาลเป็นแห่งแรก ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ดูแลสุขภาพรูปแบบใหม่ในประเทศไทย ด้วยการเปิด 16 คลินิกบริการ ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในวงกว้าง ล่าสุดพร้อมเปิดให้บริการเพิ่มเติมอีก 2 คลินิก ได้แก่ สัปปายะ โดยแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช และคลินิกเลเซอร์ผิวหนังและความงาม เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าอย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น

ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ มอบความคุ้มค่าและสุขภาพที่ดีให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น จัดแคมเปญ “ICS Health Check for LIFE CHANGE at SIRIRAJ H SOLUTIONS”  สำหรับสมาชิก VIZ ที่มี ONESIAM SuperApp แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 250 บาท เมื่อซื้อโปรแกรมตรวจสุขภาพ ครบ 2,400 บาทขึ้นไป สำหรับการซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 500 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ จำนวนทั้งสิ้น 800 รางวัล ตลอดรายการ รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดยลูกค้าสามารถแลกรับบัตร ณ จุดแลกรับ เคาน์เตอร์ Information ไอซีเอส ชั้น G เวลา 10.00 – 22.00 น. และชั้น 2 เวลา 12.00 – 20.00 น. และสามารถนำบัตรมาใช้ซื้อสินค้าได้ที่ ไอซีเอส และไอคอนสยามในร้านค้าที่ร่วมรายการ

พิเศษยิ่งขึ้น รับการตรวจวิเคราะห์สภาพผิวหน้าด้วยเครื่อง OBSERV 520X มูลค่า 1,200 บาท เมื่อซื้อโปรแกรมตรวจสุขภาพที่ร่วมการ และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเมื่อซื้อโปรแกรมนวดไทยราชสำนัก 5 ครั้ง รับเพิ่มฟรี 1 ครั้ง มูลค่า 5,000 บาท จากปกติ 6,000 บาท  ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 66

ผู้ที่สนใจใช้บริการของทั้ง 2 คลินิกใหม่ สามารถมาใช้บริการ ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต “SIRIRAJ H SOLUTIONS” ที่ชั้น 5 และ ชั้น 5 M  ณ  ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ (ตรงข้ามไอคอนสยาม) ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา  07.00 – 22.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่เฟสบุ๊ก ICS หรือ โทร. 1338 หรือสอบถามได้ที่ เฟสบุ๊ก SIRIRAJ H SOLUTIONS หรือ โทร. 02-414-1144 

#ICS #SirirajHSolutions #ชีวิตดีดีเริ่มต้นด้วยสุขภาพที่ดี #HEALTHYFIRST

‘น้ำมันพืชกุ๊ก’ โดย บจก.ธนากรฯ ตอกย้ำผู้ซื้อ ‘ทานตะวัน’ รายใหญ่ที่สุดในประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770035

'น้ำมันพืชกุ๊ก' โดย บจก.ธนากรฯ ตอกย้ำผู้ซื้อ 'ทานตะวัน' รายใหญ่ที่สุดในประเทศ

‘น้ำมันพืชกุ๊ก’ โดย บจก.ธนากรฯ ตอกย้ำผู้ซื้อ ‘ทานตะวัน’ รายใหญ่ที่สุดในประเทศ

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.29 น.

“น้ำมันพืชกุ๊ก” โดยบริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ตอกย้ำผู้ซื้อ “ทานตะวัน” รายใหญ่ที่สุดในประเทศ เดินหน้าตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพด้วย “น้ำมันดอกทานตะวัน” ชูเทคโนโลยีการผลิตทันสมัย มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ถึงช่วงปลายปีเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่หลายๆ คนนึกถึงคือ การเที่ยวชม “ทุ่งทานตะวัน” ที่พากันออกดอกสีเหลืองทอดไกลสุดลูกหูลูกตาตามแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตต่างๆ จุดประสงค์ของการปลูกดอกทานตะวันของเกษตรกร นอกจากเพื่อการท่องเที่ยวแล้ว “ทานตะวัน” ยังเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญที่เป็นที่ต้องการของตลาด โดยน้ำมันจาก “ดอกทานตะวัน” หรือ “น้ำมันดอกทานตะวัน” ที่ผ่านกระบวนการสกัดจากเมล็ดทานตะวัน ซึ่งได้รับการรับรองว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้น้ำมันชนิดนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นต่อเนื่อง

นายเพชร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด หรือผู้ผลิตและจำหน่าย “น้ำมันพืชกุ๊ก” หนึ่งในธุรกิจหลักของ “กลุ่มพูลผล” เปิดเผยว่า กลุ่มพูลผลเป็นผู้รับซื้อสินค้าเกษตรรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ทั้ง “ถั่วเหลือง” และ “ทานตะวัน” ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตน้ำมันพืช โดยเฉพาะ “ทานตะวัน” ที่มีการรับซื้อจากเกษตรกรเฉลี่ย 7,000 ตัน/ปี จากผลผลิตรวมทานตะวัน 8,200 ตัน/ปี คิดเป็นสัดส่วนการรับซื้อถึง 85-90%

โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ก่อนนำมาผ่านการกลั่นด้วยกรรมวิธีที่ทันสมัย และมีการแยกไขด้วยกระบวนการ Winterization ทำให้ได้น้ำมันดอกทานตะวัน 100% คุณภาพสูง คงความใส ไม่ตกตะกอนแม้เก็บในที่เย็น อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย มีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำกว่า 11% เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังมีปริมาณวิตามินอีสูงถึง 20% มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ และบำรุงสายตา เป็นต้น

 ปัจจุบัน บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด เป็นโรงงานสกัดน้ำมันพืช และกากพืชน้ำมันที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ โดยเป็นผู้ผลิตน้ำมันพืชที่มีคุณภาพภายใต้แบรนด์ “กุ๊ก” ได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน และน้ำมันคาโนลา นอกจากนี้ ได้ผลิตกากพืชน้ำมันเพื่อเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ ที่ทําจากถั่วเหลือง เช่น เลซิทิน distillate และกรคน้ำมันถั่วเหลือง

 ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคด้านสุขภาพ บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีการผลิตต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly production) มาใช้ในการผลิต โดยบริษัทถือผู้ผลิตน้ำมันพืชรายแรกในเอเชียที่นำระบบ ICS (Ice Condensing Vacuum System) มาใช้ในกระบวนการกลั่น เพื่อให้ได้น้ำมันพืชคุณภาพที่ดีที่สุด ลดการใช้พลังงานความร้อน และระยะเวลาในการกลั่น ทำให้สามารถรักษาคุณภาพน้ำมันได้เป็นอย่างดี ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นชัดเจนคือ การได้รับรางวัล Green Industry ระดับ 5 จากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตน้ำมันพืชรายแรก และรายเดียวที่ได้รับรางวัลนี้

โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของบริษัท คือ การมุ่งสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emissions) ด้วยการกำหนดยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง (GREEN BUSINESS ROAD MAP) โดยวิธีการประเมินเชิงปริมาณของการใช้ทรัพยากร ปริมาณมลพิษที่เกิดขึ้น และผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อโลก และระบบนิเวศ ตามหลักการ Life Cycle Assessment (LCA)

-(016)

‘คิตตี้ กิจติพร’เตรียมนำทีม Mrs. ลงพื้นที่ ‘จังหวัดลำปาง’ กับกิจกรรม ‘หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2567’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/770063

‘คิตตี้ กิจติพร’เตรียมนำทีม Mrs. ลงพื้นที่  ‘จังหวัดลำปาง’ กับกิจกรรม ‘หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2567’

‘คิตตี้ กิจติพร’เตรียมนำทีม Mrs. ลงพื้นที่ ‘จังหวัดลำปาง’ กับกิจกรรม ‘หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2567’

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์สภากาชาดไทยจัดแถลงข่าว กิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2567” ซึ่งเป็นปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ฤดูหนาวเฉลิมพระเกียรติ โดยมี พล.ท.นพ.อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เป็นประธาน

ในการนี้ คณะนางงามเวทีMrs. Thailand World และ เวที Mrs.tourism thailand นำโดย คิตตี้-กิจติพร นันทนนท์ ผู้อำนวยการกองประกวด Mrs.Thailand World และเป็นตัวแทน หมอกี้-อังคนางค์ ชากีร่าผู้อำนวยการกองประกวดเวที Mrs tourismthailand พร้อมทั้ง ณัชรัตน์ อภิวาวงศ์ศา รองอันดับหนึ่ง Mrs.ThailandWorld 2023 ร่วมด้วย ภิชาญาสารีพันธ์ BEST Swimming Suits MRS.THAILAND WORLD 2023 และปารณีย์ ประดิษฐ์ผล PHOTOGENIC MRS.THAILAND WORLD 2023อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้เข้าร่วมแถลงข่าว การดำเนินการปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ฤดูหนาวเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งในปีนี้จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวใน 3 อำเภอของจังหวัดลำปาง ได้แก่ อ.งาว, อ.แจ้ห่ม และอ.วังเหนือ เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและส่งมอบความสุขกลับคืนสู่สังคมไทยทางคณะนางงาม Mrs.Thailand World และ Mrs.tourismthailand เตรียมส่งทีมลงพื้นที่ เข้าช่วยเหลือบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชน ณ จังหวัดลำปาง ในวันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2566 นี้ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนเพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารที่ประสบภาวะอากาศหนาวเย็น ให้มีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยยึดหลักมนุษยธรรมตามหลักการกาชาด ซึ่งกิจกรรมในงานประกอบด้วยการมอบเครื่องกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยหนาว จำนวน 3,500 ชุด ชุดวอร์มพร้อมเครื่องกันหนาวสำหรับเด็ก 1,500 ชุด มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์กีฬา ยา เวชภัณฑ์ สำหรับห้องพยาบาลโรงเรียนในชนบท ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป และโรคทางทันตกรรม พร้อมให้ความรู้ด้านสุขศึกษาโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังเยี่ยมบ้านผู้ด้อยโอกาส/ผู้พิการเพื่อมอบเครื่องกันหนาวและตรวจสุขภาพแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ จำนวน30 ครอบครัว โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์สภากาชาดไทยได้จัดการแถลงข่าวกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2567” ครั้งนี้จัดขึ้นณ อาคารสำนักงานบรรเทาทุกข์ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทยเมื่อวันพฤหัสบดี ที่16 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมาท่านที่สนใจร่วมส่งต่อความอบอุ่นและความสุขแก่ผู้ยากไร้ผู้ด้อยโอกาส ด้วยการร่วมบริจาคเงินสมทบโครงการ “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2567” สามารถ ร่วมบริจาคเงินผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทยสาขาสุรวงศ์ ชื่อบัญชี “สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย” ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่บัญชี 023-6-06799-0 หรือบริจาคออนไลน์ที่เว็บไซต์ : https://www.donationhub.or.th/project/all