อนุทิน ยกนิ้ว เศรษฐา 3 เดือน มุ่งทำงาน – วางประชาชนเป็นเป้าหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563687

19 พ.ย. 2566

อนุทิน ยกนิ้ว  เศรษฐา 3 เดือน มุ่งทำงาน - วางประชาชนเป็นเป้าหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ให้เครดิความมุ่งมั่นทำงานตลอด 3 เดือน ของนายกฯเศรษฐา เข้าข่ายทำงาน แบบไม่ลืมหูลืมตา คิดแต่เรื่องเดียวประชาชนต้องมาก่อน สะท้อนให้เห็นถึงความพยายาม ที่จะทำให้ได้ตามที่แถลงนโยบายเอาไว้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า  จากการทำงานร่วมกับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตลอด 3 เดือน เห็นถึงความพร้อม ความมุ่งมั่นจะพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ นายเศรษฐา ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเป็นคนทำงานรวดเร็ว ว่องไว และตัดสินใจเฉียบขาด ทุกเรื่องที่ได้รับนโยบายมา ในฐานะคนทำงานมีความสบายใจว่านโยบาย หรือคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศ

นายกรัฐมนตรีไม่ได้นึกถึงเรื่องของพรรคการเมือง แต่ทุกเรื่องคือเรื่องของรัฐบาลในการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน  เป็นการมุ่งที่จะทำตามที่แถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างในการแถลงนโยบาย ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) และข้าราชการ ต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะมีอุปสรรคปัญหาใดๆ  “นายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจที่จะทำนโยบายให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย มั่นใจว่าภารกิจที่ได้ให้สัญญาเอาไว้จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ขอให้คำยืนยัน จะให้ความร่วมมือกับนายกรัฐมนตรีในทุกๆ นโยบาย ที่จะทำให้ประเทศเกิดประโยชน์  ” นายอนุทิน กล่าว

วันแรก นทท. แห่ร่วมงาน ‘ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ’ เกือบ 50,000 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563681

19 พ.ย. 2566

วันแรก นทท. แห่ร่วมงาน 'ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ' เกือบ 50,000 คน

‘สมศักดิ์’ ปลื้ม นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน ‘ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ’ สุโขทัย วันแรกเกือบ 50,000 คน จองที่พักทะลุ 80% ชวนร่วมงาน 27 พ.ย. ‘นายกรัฐมนตรี’ มาเยือน

10 วัน 10 คืน งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 18 – 27 พ.ย.นี้ 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันแรกของงานเมื่อวานนี้ (18 พ.ย.) มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานจำนวนมากถึง 47,064 คน ทำให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะขณะนี้โรงแรมทั่วเมืองสุโขทัย มียอดการจองมากถึง 80% แล้ว

งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัยงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย

ซึ่งคาดว่าปีนี้จัดสร้างรายได้ให้กับจังหวัดสุโขทัยถึง 800 ล้านบาท เพราะมั่นใจว่า จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมงานในปีนี้ถึง 750,000 คน เพราะถือเป็น 1 ในกิจกรรม Thailand Winter Festivals ที่รัฐบาลต้องการผลักดันการท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ โดยดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาร่วมกิจกรรมที่มีประเพณีวัฒนธรรมโดดเด่น อย่างที่จังหวัดสุโขทัย 

” รู้สึกดีใจแทนคนสุโขทัย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้ความสนใจ และมาร่วมงานมากขึ้น ถือว่า เป็นอีกกิจกรรมที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาร่วมงานได้” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว 

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดสุโขทัย สร้างความประทับใจและกลับมาอีก นายสมศักดิ์ ยังมั่นใจว่า งานลอยกระทงปีนี้นักท่องเที่ยวจะมามากที่สุดคือวันที่ 27  พฤศจิกายน เนื่องจากนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน จะเดินทางมาร่วมกิจกรรมลอยกระทงด้วย เชื่อนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ อยากมาร่วมลอยกระทงกับนนายกรัฐมนตรี

งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัยงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรีงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัยงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย

‘กมธ.กฎหมาย’ เตรียมลงใต้ประชุมคดี ‘เสี่ยแป้ง’ ป้องกันเหตุซ้ำรอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563667

19 พ.ย. 2566

'กมธ.กฎหมาย' เตรียมลงใต้ประชุมคดี 'เสี่ยแป้ง' ป้องกันเหตุซ้ำรอย

‘กมธ.กฎหมาย’ เตรียมประชุมคดี ‘เสี่ยแป้ง’ พรุ่งนี้ ถอดบทเรียนหามาตราการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ชี้แจงอำนาจคุมตัวผู้ต้องขัง คือ ‘กรมราชทัณฑ์’

นายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 พ.ย.คณะกรรมาธิการฯ จะเดินทางไป จ.นครศรีธรรมราช เพื่อประชุมร่วมกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กรณีการหลบหนีออกจากโรงพยาบาลระหว่างถูกคุมขังของนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ เสี่ยแป้ง นาโหนด  ซึ่งเรื่องนี้สะเทือนความรู้สึกของประชาชนทั้งประเทศ ผู้หลบหนีเป็นผู้มีอิทธิพลถึงขั้นตำรวจต้องใช้กำลังกว่า 200 นายออกตามล่า ถือว่าสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมาก

นายวิทยา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ จะไปประชุมร่วมกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ตัวแทนกรมราชทัณฑ์ ผอ.โรงพยาบาล เพื่อเป็นกรณีศึกษาหามาตรการระมัดระวัง ไม่ให้ผู้ต้องขังที่ไปรักษาตัวในโรงพยาบาลใช้กระบวนการต่างๆ หลบหนีอีก อย่างน้อยเพื่อให้รู้ข้อเท็จจริงว่า กรณีการอนุญาตผู้ต้องขังออกจากเรือนจำเพื่อไปรักษาตัวนั้น กระบวนการการตัดสินใจเบื้องต้นในการอนุญาต ใครเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเบื้องต้นน่าจะเป็นฝ่ายควบคุม หัวหน้าแดน รวมถึงผู้บัญชาการเรือนจำ

นายวิทยา กล่าวด้วยว่า การควบคุมตัวผู้ต้องขังไปโรงพยาบาล ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาลแน่นอน แต่เป็นความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์ทั้งหมด เพราะการจะปล่อยใครออกไปอยู่ข้างนอก ต้องมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ติดตามไปควบคุม ดูแล และเมื่อไปแล้วเกิดมีปัญหาเช่น กรณีของ แป้ง นาโหนด จึงต้องหามาตรการป้องกันอุดรอยรั่วตรงนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซาก กรรมาธิการฯ จึงตัดสินใจเดินทางไปประชุมร่วมกับทางจังหวัด เมื่อได้ข้อสรุปอย่างไรแล้วก็จะเสนอให้สภาฯพิจารณาวางมาตรการป้องกันต่อไป
 

นายวิทยา แก้วภราดัยนายวิทยา แก้วภราดัย

นายวิทยา เล่าว่า สมัยก่อนเคยมีผู้ต้องขังหนีโดยโหนสลิงออกจากเรือนจำ ส่วนใหญ่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะมีผู้สนับสนุนมาก แต่ในกรณีของ แป้ง นาโหนด คงทำธุรกิจหลายเรื่อง มีเงินมาก น่าจะใช้เงินในการเบิกทาง จะกลายเป็นเรื่องที่คนรวยติดคุกไม่ติดจริงหนีได้ง่าย ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะจะทำให้ระบบราชการเราไม่เข้มแข็ง กระบวนการยุติธรรมปลายน้ำก็จะมีปัญหา จึงจำเป็นต้องหาทางแก้ไข

โดยหลังประชุมแล้วกรรมาธิการฯจะมีข้อสังเกต และข้อสรุปให้แต่ละหน่วยงานนำไปปฏิบัติ เพราะเรื่องนี้ประชาชนหวาดวิตกมาก ขณะนี้คดีดังกล่าว ใช้เวลามากว่า 20 วัน ยังตามจับตัว แป้ง นาโหนด กลับมาไม่ได้ถือว่า ไม่ธรรมดา ปกติติดตามคนร้ายใช้เวลาไม่เกิน 7 วันก็จับได้ แต่นี่เวลาล่วงเลยมานาน ดังนั้นต้องหามาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในวันข้างหน้า

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พระพุทธสิหิงค์ ปางสมาธิ’ ภูมิรุ่งเรืองแห่งพุทธศาสนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770047

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระพุทธสิหิงค์ ปางสมาธิ’  ภูมิรุ่งเรืองแห่งพุทธศาสนา

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระพุทธสิหิงค์ ปางสมาธิ’ ภูมิรุ่งเรืองแห่งพุทธศาสนา

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระราชวังบวรสถานมงคล

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีเถาะ ที่ผ่านมากรมศิลปากรโดย นายพนมบุตร จันทโชติ อธิบดีกรมศิลปากรและผู้บริหารได้ร่วมกันจัดพิธีบวงสรวงพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปสำคัญประจำพระราชวังบวรสถานมงคล เพื่อจะจัดพิธีมหาพุทธาภิเษก ภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดย นิมนต์พระเถรานุเถระ ผู้ได้รับความเคารพนับถือจากประชาชน จำนวน ๙ รูป มาทำพิธีในวันอาทิตย์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ เวลา๑๓.๔๙ น. ซึ่งเป็นวันมหาสิทธิโชค และตรงกับราชาแห่งฤกษ์ โดยจะอัญเชิญวัตถุมงคลที่จัดสร้างทั้งหมดไว้ภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เป็นเวลา๑ ราตรี เพื่อซึมซับความศักดิ์สิทธิ์ จากองค์พระพุทธสิหิงค์ ซึ่งถือเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง การจัดสร้างพระพุทธสิหิงค์จำลอง ในโอกาสครบรอบ ๑๑๒ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้างพระพุทธสิหิงค์จำลอง และเหรียญพระพุทธสิหิงค์ เพื่อหารายได้นำเข้ากองทุนโบราณคดี ใช้ในการบูรณะโบราณสถาน และกิจการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ

คณะผู้บริหารกรมศิลปากร

การจัดสร้างครั้งนี้ ออกแบบโดยสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ด้วยฝีมืออันงดงาม ถือเป็นการจัดสร้างครั้งแรก และจัดสร้างจำนวนจำกัด พิเศษคือใต้ฐานของพระพุทธสิหิงค์จำลองทุกองค์ได้บรรจุไม้ช่อฟ้าเดิมซึ่งเป็นส่วนสูงสุดของพระที่นั่ง พุทไธสวรรย์ สถานที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ และเทียนชัยเข้าพรรษา ซึ่งถวายองค์พระพุทธสิหิงค์เพื่อเป็นนิมิตแห่งความสว่างไสวของชีวิต อันเป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่หาได้ยากด้วยปรากฏในตำนานเล่าสืบต่อกันถึงความศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์พระพุทธสิหิงค์ว่า “พระพุทธสิหิงค์เมื่อประทับอยู่ ณ ที่ใด ย่อมทรงทำให้ตามพระพุทธศาสนารุ่งเรืองดั่งดวงประทีปชัชวาล เหมือนหนึ่งว่าพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่” ด้วยการสร้างนั้นได้อุบัติจากแรงอธิษฐาน ๓ ประการ คือ ๑.แรงอธิษฐานจากพระอรหันต์ผู้ร่วมพิธี ๒.แรงอธิษฐานจากพระเจ้ากรุงลังกาผู้สร้าง ๓.อานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้น พระพุทธสิหิงค์ องค์สำคัญนี้จึงเป็นพระพุทธรูปโบราณที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งหล่อด้วยสำริดหุ้มทอง ปางสมาธิสูง ๗๙ เซนติเมตร หน้าตักกว้าง ๖๓ เซนติเมตร เป็นศิลปะแบบลังกา ตามประวัตินั้นกล่าวว่า พระเจ้าสีหฬะ พระมหากษัตริย์แห่งลังกาทวีปทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๗๐๐ ต่อมานั้น พระเจ้าศรีธรรมโศกราชแห่งแคว้นตามพรลิงก์ได้ไปขอมาถวายพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย เมื่อสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้กรุงสุโขทัยเป็นเมืองขึ้น จึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานที่กรุงศรีอยุธยา

ผู้สนใจบูชาพระพุทธสิหิงค์

ต่อมาได้มีผู้นำไปไว้ที่เมืองกำแพงเพชรและเชียงราย เมื่อพระเจ้าแสนเมืองมา เจ้านครเชียงใหม่ยกทัพไปตีเมืองเชียงรายได้ จึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานที่เชียงใหม่พร้อมกับพระแก้วมรกตเมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชตีเมืองเชียงใหม่ได้เมื่อ พ.ศ.๒๒๐๕ ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ กรุงศรีอยุธยาเป็นเวลานานถึง ๑๐๕ ปี เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๓๑๐ นั้น ชาวเชียงใหม่ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับไปที่เชียงใหม่ เมื่อมณฑลพายัพได้กลับมาเป็นของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ ๑ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท โปรดให้อัญเชิญลงมายังกรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ.๒๓๓๘ อัญเชิญประดิษฐานณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคลมาจนทุกวันนี้และอัญเชิญออกมาช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้ประชาชนไทยได้สักการะและสรงน้ำเป็นประจำทุกปี สำหรับพระพุทธสิหิงค์ที่สำคัญองค์อื่นนั้นว่าอีกหลายองค์ เช่น พระพุทธสิหิงค์ ในวิหารวัดพระเจ้าเม็งรายเป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย สร้าง พ.ศ.๒๐๑๒ โดยพระสังฆราชนามว่า พระศรีสัทธัมมไตรโลกรัตนจุฬามหาสังฆราช พระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์เมืองเชียงใหม่และพระพุทธสิหิงค์เมืองนครศรีธรรมราชเป็นพุทธลักษณะปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนมีพุทธลักษณะนั่งขัดสมาธิเพชร ผู้สนใจความศักดิ์สิทธิ์ในวาระอันเป็นมงคลนี้ติดต่อเช่าบูชาได้ที่ ฝ่ายพัสดุ กลุ่มคลังและพัสดุ สำนักบริหารกลาง ชั้น ๓อาคารกรมศิลปากร เทเวศร์ โทร.๐๒-๑๒๖๖๕๕๙ ด้วยเป็นครั้งแรกของการสร้างพระพุทธสิหิงค์เพื่อความรุ่งเรืองแห่งพุทธศาสนาและบ้านเมือง

พระพุทธสิหิงค์ วังหน้า

พระพุทธสิหิงค์ วังหน้า

พระพุทธสิหิงค์ ประจำวังหน้า

พระพุทธสิหิงค์ ประจำวังหน้า

ภาพเขียนตำนานพระพุทธสิหิงค์

ภาพเขียนตำนานพระพุทธสิหิงค์

พระมหาราชครูเจ้าพิธีบวงสรวง

พระมหาราชครูเจ้าพิธีบวงสรวง

พระราชวังบวรสถานมงคล

พระราชวังบวรสถานมงคล

พิธีบวงสรวง

พิธีบวงสรวง

วัตถุมงคลที่จะนำบรรจุ

วัตถุมงคลที่จะนำบรรจุ

พระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์

พระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์

พระพุทธสิหิงค์เมืองนครศรีธรรมราช

พระพุทธสิหิงค์เมืองนครศรีธรรมราช

คุยกัน 7 วันหน : ‘สำหรับผม คุณคืออเมริกา’ ปฏิสัมพันธ์ของ ‘สี จิ้นผิง’ กับประชาชนชาวอเมริกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770053

คุยกัน 7 วันหน : ‘สำหรับผม คุณคืออเมริกา’ ปฏิสัมพันธ์ของ ‘สี จิ้นผิง’ กับประชาชนชาวอเมริกัน

คุยกัน 7 วันหน : ‘สำหรับผม คุณคืออเมริกา’ ปฏิสัมพันธ์ของ ‘สี จิ้นผิง’ กับประชาชนชาวอเมริกัน

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน เดินทางสู่นครซานฟรานซิสโก ของสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับสูงกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มเอเปก อันจะนำไปสู่การแสวงหาวิถีทางเดินหน้าสายสัมพันธ์ระหว่างสองชาติเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

นครซานฟรานซิสโกเคยเป็นจุดหมายแรกในการเยือนสหรัฐฯ ครั้งแรกของ สี จิ้นผิง เมื่อหลายทศวรรษก่อน โดยช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 1985 สี จิ้นผิงซึ่งเวลานั้นเป็นนายอำเภอเจิ้งติ้ง มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน ได้เดินทางเยือนนครซานฟรานซิสโกและถ่ายรูปกับสะพานโกลเดนเกต การเดินทางเยือนครั้งนั้นช่วยให้ สี จิ้นผิง คนหนุ่มวัย 30 ปีต้นๆ ได้ทำความคุ้นเคยกับสหรัฐฯ และบ่มเพาะมิตรภาพกับประชาชนอเมริกันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยสายใยมิตรภาพอันแข็งแกร่งและยืนยงดังกล่าวเป็นดังบ่อน้ำแห่งความมีชีวิตชีวาของสายสัมพันธ์ทวิภาคีทั้งในยามสุขสมและยามทุกข์ยาก

“สำหรับผม คุณคืออเมริกา”

“ประชาชนชาวจีนและชาวอเมริกันต่างยอดเยี่ยม มิตรภาพระหว่างประชาชนสองประเทศไม่เพียงเป็นทรัพย์สมบัติล้ำค่าแต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี” สี จิ้นผิง เขียนในจดหมายที่ส่งถึง ซาราห์ แลนเด ผู้เขียนหนังสือบันทึกความทรงจำ “เพื่อนเก่า :เรื่องราวของ สี จิ้นผิง-ไอโอวา” (‘Old Friends’ :The Xi Jinping-Iowa Story) ในปี 2022

แลนเด ชาวเมืองมัสคาทีนที่ทำงานอยู่องค์กร “รัฐพี่รัฐน้อง” ของรัฐไอโอวา ได้ช่วยประสานงานการเยือนสหรัฐฯ ของ สี จิ้นผิง ในปี 1985 โดย สี จิ้นผิงนำคณะผู้แทนทางการเกษตร จำนวน 5 คน เยี่ยมชมเทคโนโลยีการทำฟาร์มในเมืองมัสคาทีนของรัฐไอโอวา ซึ่งถือเป็นผู้นำการผลิตข้าวโพดและถั่วเหลืองของสหรัฐฯ

“เขายิ้มไม่หยุด ทั้งสงสัยใคร่รู้และตั้งคำถามเกี่ยวกับทุกสิ่ง” แลนเดเล่าย้อนความหลัง พร้อมเสริมว่ากำหนดการเดินทางในเมืองมัสคาทีนของ สี จิ้นผิงประกอบด้วยการเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปข้าวโพด ฟาร์มสุกร และฟาร์มผักให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่น และล่องเรือในแม่น้ำมิสซิสซิปปี นอกจากนั้นมีการพักอาศัยอยู่โฮมสเตย์เพื่อทำความเข้าใจวัฒนธรรมที่ต่างกันของอีกฝ่ายได้ดียิ่งขึ้น โดยโทมัสและเอเลนอร์ ดวอร์ชัก ได้เปิดบ้านรับรองสี จิ้นผิง ซึ่งเข้าพักผ่อนในห้องนอนของแกรี่ ลูกชายของครอบครัวดวอร์ชักผู้จากบ้านไปเรียนมหาวิทยาลัย

ริกกี การ์เรตต์ ประธานและซีอีโอของซิสเตอร์ ซิตีส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (Sister Cities International) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มีฐานอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่ามีการแลกเปลี่ยนอันดีระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่นำพาประชาชนมาพบปะเจอกันในวิถีทางที่บางครั้งไม่เกิดขึ้นบนเวทีการเมือง

สี จิ้นผิง และเหล่าเพื่อนเก่าชาวอเมริกันได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้งที่รัฐไอโอวาในปี 2012 หลังจากกาลเวลาผันผ่านนานถึง 27 ปี โดยครั้งนั้น สี จิ้นผิงเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในฐานะรองประธานาธิบดีจีน และพบปะกับเหล่าเพื่อนเก่าที่บ้านของแลนเดในวันหิมะตกแม้ตารางการทำงานจะแน่นขนัด พวกเขารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นในบ้านของแลนเด และชวนกันย้อนรำลึกความทรงจำอันเต็มเปี่ยมด้วยความปีติยินดี ซึ่งการพบปะพูดคุยนานหนึ่งชั่วโมงครั้งนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

แลนเดเล่าย้อนว่าตอนนั้นมีคนหนึ่งถามสี จิ้นผิง ว่า “ทำไมถึงมาไอโอวา?” ซึ่งสี จิ้นผิง ตอบว่า “พวกคุณเป็นชาวอเมริกันกลุ่มแรกที่ผมได้ติดต่อสื่อสาร สำหรับผม พวกคุณคืออเมริกา”

สี จิ้นผิง ไม่เคยลืมผองเพื่อนชาวอเมริกันและเชื่อว่าประชาชนคือกุญแจสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐชาติโดยช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ จะถอยหลังลงคลอง แต่สี จิ้นผิง ยังคงสนับสนุนการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนกับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเขียนจดหมายถึงชาวอเมริกันและร่วมงานต่างๆ เพื่อช่วยส่งเสริมมิตรภาพ

สายสัมพันธ์ระดับท้องถิ่นเป็นดั่งกาว

ย้อนกลับสู่ตอนที่จีนเริ่มต้นการปฏิรูปและเปิดประเทศ มีหลายเมือง มณฑล และรัฐของจีนและสหรัฐฯ เริ่มต้นสร้างสายสัมพันธ์ฉันมิตรช่วงราวปี 1979โดยมณฑลเหอเป่ยของจีนและรัฐไอโอวาของสหรัฐฯ ได้ลงนามข้อตกลงความสัมพันธ์รัฐพี่รัฐน้องในปี 1983 นำสู่การเยือนสหรัฐฯ ของสี จิ้นผิง ในปี 1985

หลายปีที่ผ่านมา สี จิ้นผิง ได้ส่งเสริมสายสัมพันธ์ทวิภาคีในระดับท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดย สี จิ้นผิงรำลึกถึงการเดินทางเยือนรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เมื่อหลายทศวรรษก่อน ขณะพบปะหารือกับ เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

เมื่อครั้งเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในปี 2012 สี จิ้นผิง ยังพบปะกับ “เพื่อนใหม่” โดยเขาและไบเดน ซึ่งเวลานั้นเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้พบปะกับบรรดาผู้ว่าการมณฑลของจีนและรัฐของสหรัฐฯ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

สายสัมพันธ์ระหว่างเมืองและมณฑลของจีนกับเมืองและรัฐของสหรัฐฯ ได้เติบโตตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีการจัดตั้งมณฑล/รัฐพี่น้อง และเมืองพี่เมืองน้อง ทั้งหมด 284 คู่ นับตั้งแต่การจัดตั้งคู่แรกในปี 1979 สี จิ้นผิง ชี้ว่าสายสัมพันธ์พิเศษเหล่านี้เป็น “เวทีสำคัญสำหรับส่งเสริมมิตรภาพให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและบรรลุความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์”

เดนิส ไซมอน นักวิจัยประจำสถาบันจีน-อเมริกาศึกษา กล่าวว่าหากมองย้อนความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน ในช่วง40 กว่าปีที่ผ่านมา การเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัย คลังสมอง องค์กรวัฒนธรรมศิลปะ กลายเป็นส่วนสำคัญของความสัมพันธ์นี้ กลายเป็นกาวยึดโยงสองประเทศเข้าด้วยกัน แม้เกิดสถานการณ์ความยุ่งยากทางการเมือง

ปี 2021 ขณะความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ อยู่ในช่วงตกต่ำ แพทริค เออร์วิน อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนมัธยมลินคอล์น ซึ่งพา สี จิ้นผิง เยี่ยมชมโรงเรียนในปี 2015 ได้เขียนจดหมายถึงสี จิ้นผิง บอกเล่าเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนระหว่างโรงเรียนมัธยมลินคอล์นและจีนตลอดหลายปีที่ผ่านมา และความสำคัญของการเป็นหุ้นส่วนทางการศึกษาที่มีต่อนักเรียนโรงเรียนมัธยมลินคอล์น เออร์วินเผยว่ามันเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิต ทั้งในแง่ของการเดินทาง รวมถึงการสัมผัสวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และประชาชนชาวจีน โดยนักเรียนของเขาพากันอยากกลับไปจีนและเรียนต่อที่จีน

หวังตง ผู้อำนวยการบริหารสถาบันความร่วมมือและความเข้าใจระดับโลก สังกัดมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่เชื่อมั่นในอนาคต ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แสดงวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และความคาดหวังต่อมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

“มีความคาดหวังว่าการกลับไปเยือนนครซานฟรานซิสโกครั้งนี้ของสี จิ้นผิง จะเป็นก้าวย่างที่ผลักดันความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ให้เดินไปข้างหน้า” หวังกล่าวทิ้งท้าย

โดย ดาโน โทนาลี

Health News : ปลูกถ่ายดวงตาทั้งดวงครั้งแรกของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770052

Health News : ปลูกถ่ายดวงตาทั้งดวงครั้งแรกของโลก

Health News : ปลูกถ่ายดวงตาทั้งดวงครั้งแรกของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะแพทย์ที่ศูนย์การแพทย์เอ็นวายยู แลนกอนเฮลท์ (NYU Langone Health) ซึ่งมีชื่อเสียงด้านศัลยกรรมใบหน้าในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญ ในการผ่าตัดปลูกถ่ายดวงตาในคนที่ครอบคลุมระบบการมองเห็นทั้งหมด ให้แก่ แอรอน เจมส์ อดีตทหารผ่านศึกวัย 46 ปีจากรัฐอาร์คันซอ ซึ่งสูญเสียดวงตาข้างซ้ายจากอุบัติเหตุไฟฟ้าแรงสูงจากการทำงาน และได้เข้ารับการรักษาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

สำหรับกระบวนการผ่าตัดปลูกถ่ายดวงตาในคนที่ครอบคลุมระบบการมองเห็นทั้งหมด เป็นการนำดวงตาที่ได้รับบริจาคมาปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วย ขณะนี้ผ่านมาหลายเดือนแล้ว แม้ว่าผู้ป่วยยังไม่สามารถมองเห็นอย่างสมบูรณ์ แต่มีพัฒนาการที่ดี ทั้งสุขภาพโดยรวม หลอดเลือดในดวงตา โดยเฉพาะระบบประสาทที่มีความละเอียดอ่อน ซึ่งปรากฏว่า จอประสาทตามีแนวโน้มที่ดี

นายแพทย์ เอดูอาร์โด โรดริเกซ หัวหน้าคณะแพทย์กล่าวว่า ความสำเร็จนี้เป็นก้าวสำคัญมากเพราะเป็นสิ่งที่หลายคนคิดมานานว่าจะทำ แต่ก็ไม่เคยทำได้มาก่อน ขณะที่
ผู้ป่วยเผยว่า ก่อนผ่าตัดเขาไม่ได้คาดหวังว่า ตาซ้ายจะมองเห็นได้อีก แต่ตกลงรับการผ่าตัดเพื่อให้แพทย์ได้เรียนรู้ และนำไปช่วยคนอื่นๆ ในอนาคต

ตะลอนเที่ยว : สงบงามตามแบบเมือง Bourton on the Water ประเทศอังกฤษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770083

ตะลอนเที่ยว : สงบงามตามแบบเมือง Bourton on the Water ประเทศอังกฤษ

ตะลอนเที่ยว : สงบงามตามแบบเมือง Bourton on the Water ประเทศอังกฤษ

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เสน่ห์สำคัญอย่างหนึ่งของการไปเที่ยวประเทศอังกฤษ คือการได้ไปเที่ยวชมบ้านเมืองในชนบท โดยเฉพาะชนบทที่เต็มไปด้วยธรรมชาติไร้ความพลุกพล่านวุ่นวายเมื่อเปรียบเทียบกับกรุงลอนดอน

อันที่จริงหมู่บ้านชนบทในอังกฤษมีมากมายก่ายกองให้คุณๆ เลือกเที่ยวได้ตามกำลังทรัพย์ และความชื่นชอบ แต่วันนี้Mr.Flower ชวนคุณไปเที่ยวเมืองที่อยู่นอกกรุงลอนดอน นั่งรถยนต์ออกจากกรุงลอนดอนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง หากจะพูดถึงที่ตั้งจริงๆ ของ Bourton on theWater คืออยู่ที่ Cotswold, Gloucestershireมีแม่น้ำ Windrush ไหลผ่าน โดยที่นี่เป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ (Conservation Area) เมืองนี้มีประชากรประมาณ 3,500 คนเท่านั้น แต่ทว่าเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากถึงปีละ 3 แสนคนเป็นอย่างน้อย

ความน่ารักของเมืองคือมีแม่น้ำสายเล็กๆ ไหลอ้อยอิ่งผ่าน โดยมีสะพานขนาดเล็กทำด้วยหินเป็นตัวเชื่อมสองฟากฝั่งเมือง ด้วยความที่เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีความน่าสนใจมากตรงที่บ้านเรือนมีสไตล์แบบ English Coutryบ้านช่องส่วนใหญ่มีเพียง 1-2 ชั้นเท่านั้น มีสวนแบบอังกฤษที่หน้าบ้าน ตัวบ้านทำจากหินและคอนกรีต หลังกะทัดรัดมาก ดูแล้วอบอุ่นน่าพักอาศัย ส่วนบนสายน้ำก็มีจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวคือฝูงเป็ดและหงส์ กับห่านว่ายวนเวียนหาอาหารในน้ำ แล้วก็รอรับอาหารจากนักท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน เป็ดและห่านที่นี่เป็นมิตรมาก ไม่กลัวผู้คน เพราะรู้ว่าคนไม่ทำอันตราย แถมใจดี มีอาหารให้กินบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือผู้คนที่ไปเยือนเมืองนี้ชอบถ่ายรูปกับเป็ดและหงส์

นอกจากเดินเที่ยวไปเรื่อยๆ ในหมู่บ้านแล้วนั่งเล่นสบายๆ ริมสายน้ำ นั่งดูเป็ดและห่านแล้ว ก็ยังมีร้านรวงเล็กๆ ให้เลือกกินอาหาร ขนม ไอศกรีม และซื้อของที่ระลึกมากมายพอประมาณ มีโรงแรมสองแห่ง เห็นแล้วน่าพักมาก แต่ไม่มีเวลาพัก เพราะต้องกลับเข้าไปนอนในกรุงลอนดอน เนื่องจากยังมีงานคั่งค้างในช่วงค่ำ แต่ตั้งใจว่าจะกลับไปพักค้างคืนให้จงได้ในอนาคตอันใกล้ (หากคุณๆ สนใจร่วมทริปในเร็วๆ นี้ ก็ขอให้บอกนะครับ จะได้พาคุณๆ ไปเที่ยวด้วยกัน)

ช่วงเวลาที่ Mr.Flower ไปเที่ยวเมืองนี้คือเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่เพิ่งผ่านไป อากาศเย็นสบายมาก เพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่ยังไม่หนาวจัดมากนัก ถ้าหากคุณคิดจะไปฉลองคริสต์มาสที่สุดพิเศษในเมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารักแห่งนี้ รับรองว่าคุณจะประทับใจมากจนยากจะลืมได้ แล้วยิ่งหากไปกับคนรู้ใจด้วยแล้ว รับรองว่าจะสุดแสนโรแมนติก จนเกินจะหาคำบรรยายได้

ขอกระซิบถามว่า เมื่อดูภาพของเมืองBourton on the Water แล้ว คุณมีความคิดอยากไปสัมผัสความน่ารักของเมืองนี้หรือไม่ หากต้องการไปเที่ยวเมืองน่ารัก ที่แสนสงบ ติดต่อ Mr.Flower ได้ที่ 091-7233615 แล้วเราไปเที่ยวด้วยกันครับ แต่เน้นว่าไปเพียงกลุ่มเล็กๆ 8-10 คน เท่านั้นครับ หากสนใจรีบติดต่อครับ

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดการประชุมวิชาการร่วม ‘BDMS ACADEMIC ANNUAL MEETING 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770060

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดการประชุมวิชาการร่วม  ‘BDMS ACADEMIC ANNUAL MEETING 2023’

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดการประชุมวิชาการร่วม ‘BDMS ACADEMIC ANNUAL MEETING 2023’

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังบีดีเอ็มเอส คอนเนค เซ็นเตอร์ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ทรงเปิดการประชุมวิชาการร่วม บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2566 (BDMS ACADEMIC ANNUAL MEETING 2023) โดยมี นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถผู้ก่อตั้ง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถประธานกรรมการจัดงานประชุมฯ อัฐ ทองแดง,ศรีภพ สารสาส, ชนิกา ตู้จินดา พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงานประชุมฯ คณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล บุคลากร เฝ้าฯ รับเสด็จเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566

พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการจัดงานฯ กล่าวรายงานโดยมีเนื้อหาดังนี้ “งานประชุมวิชาการในปีนี้จัดภายใต้แนวคิดหลักคือ “A Road to Lifelong Well-being” เนื่องด้วยปัจจุบันนานาประเทศ รวมทั้งประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร มีอัตราการเกิดน้อยลง ขณะที่ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น ทำให้ปัจจุบัน สังคมผู้สูงอายุมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น การมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีจะทำให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ประสบการณ์ และความรู้ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของตนเอง ที่ทำงาน สังคมรอบข้างและประเทศชาติให้เกิดผลลัพธ์หลายๆ ด้านที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ความรู้เทคโนโลยีทางการแพทย์ ในช่วงที่ผ่านมา มีการพัฒนา และเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ดังนั้นการนำความรู้ เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางด้านการแพทย์ การดูแลสุขภาพและด้านสาธารณสุข ตลอดช่วงอายุ จึงมีความสำคัญ การจัดงานประชุมวิชาการในปีนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาแลกเปลี่ยนความรู้ และเทคโนโลยีทางด้านการดูแลสุขภาพและการแพทย์ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัยในระดับชาติและนานาชาติ เพื่อประยุกต์ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อสังคมทุกช่วงวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ในประเทศไทยต่อไป”

โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำรัส ดังนี้ “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2566 หัวข้อ A Road to Lifelong Well-Being การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นในด้านผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ในสังคมไทยยุคปัจจุบัน เช่นเดียวกับในอีกหลายประเทศทั่วโลก ในปัจจุบันวิทยาการด้านต่าง ๆ เช่น การแพทย์ การสาธารณสุข ตลอดจนนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า มีส่วนช่วยสร้างเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพ และคุณภาพชีวิตดีขึ้น สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เอื้อให้ผู้สูงอายุดำเนินชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น หลายท่านสามารถออกไปพบปะมีส่วนร่วมในสังคม ประกอบกิจกรรมหรือบำเพ็ญประโยชน์ได้ตามกำลังและภูมิความรู้ หรือประสบการณ์ที่สั่งสมมาการดูแลผู้สูงอายุต้องดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ จึงต้องอาศัยทั้งหลักวิชา ประกอบกับความเข้าใจและความมีเมตตา หวังว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันในที่ประชุมนี้
จะเกิดผลเป็นความรู้ใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในด้านการดูแลผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม เป็นระบบและยั่งยืน”

จากนั้น กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการที่จัดแสดงงานด้านนวัตกรรมของกลุ่มโรงพยาบาลในเครือ BDMS ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และบริษัทในกลุ่มธุรกิจสนับสนุนด้านสุขภาพ ได้แก่ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด บริษัท เซฟดรัก เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท เฮลท์ พลาซ่า จำกัด บริษัท สหแพทย์ จำกัด บริษัท เอ.เอ็น.บี.ลาบอราตอรี่ จำกัด รวมทั้งนิทรรศการการดำเนินงานของมูลนิธิเวชดุสิตฯ และโครงการ President Award จากนั้น ทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะกรรมการจัดงาน และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึกแล้วเสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จัดงานประชุมวิชาการร่วม เป็นประจำทุกปี มากว่า 18 ปีแล้วโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และประสบการณ์ทางวิชาการแก่บุคลากรทางการแพทย์ในสาขาต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770044

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

‘ลาเทียมเกวียน’ เครื่องมือสัญจรของผู้คนในฉนวนกาซา

ผู้คนหลายวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่โดยสารเกวียนที่ลากจูงด้วยลาบนท้องถนนอันพลุกพล่านในเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา โดยเจ้าลาเทียมเกวียนเหล่านี้ กลายมาเป็นพาหนะในการเดินทางและลำเลียงสิ่งของที่สำคัญของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาไปแล้ว หลังจากอิสราเอลปิดกั้นการขนส่งเชื้อเพลิงเข้ามายังฉนวนกาซา ทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงหายาก รถยนต์ไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก ผู้คนที่นี่จึงต้องปรับเปลี่ยนมาใช้ลาเทียมเกวียนแทน

คุณแหน : 19 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/770055

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นำกฐินพระราชทานไปทอดถวาย ณ วัดพรหมคุณาราม รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เมื่อ 12 พ.ย. โดยมียอดกฐินรวมทั้งสิ้น 4,572,036 บาท เพื่อสมทบทุนสร้างผนังกำแพงพระสุวรรณเจดีย์ พุทธสถาน..แนวหน้า ขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วยนะคะ..

ll ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ร่วมเป็นที่ปรึกษาประชุมคณะกรรมการแผนกประชาสัมพันธ์งานวันกาชาด 100 ปี พุทธศักราช 2566 เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงาน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมนุ่งโจงห่มไทยเที่ยวงานวันกาชาด 100 ปีพุทธศักราช 2566 วันที่ 8-18 ธันวาคม 2566 ณ สวนลุมพินี ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. และบนแพลตฟอร์มงานกาชาดออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ www.งานกาชาด.com และ www.redcrossfair.com..

ll การไฟฟ้านครหลวง ร่วมกับ AIS และกรุงเทพมหานคร เปิดรับสมัคร Better Bangkok Run 2024 รับสมัคร 2,000 คนรวมทุกระยะ 5 กม.,10 กม. ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สวนวชิรเบญจทัศ สวนจตุจักรรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบทุนซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ให้โรงเรียนในสังกัด กทม.เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 72 พรรษา รับสมัคร 15 พ.ย. ปิดรับ 10 ม.ค. 2567 ที่ https//race.thai.run/bbr2024..

ll ครบรอบ 96 ปี พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ได้ลูกชายคนเก่งพิพัฒน์พงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา จัดงานฉลองอบอุ่นท่ามกลางญาติมิตร ท่านยังไปทำงานทุกวันที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ มจธ. เพื่อสร้างคนดีให้มีคุณค่า..

ll มร.ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย,ดร.ศรีภูมิ ศุขเนตร,ปิยะบุตรชลวิจารณ์,ภราดาหลุยส์ วิริยะ ฉันทวโรดม ร่วมเป็นประธานเปิด“หอเกียรติยศแห่งโรงเรียนอัสสัมชัญ”26 พ.ย. 09.30 น. ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร Assumption 2003โรงเรียนอัสสัมชัญ ถ.เจริญกรุง และเวลา 13.00 น. ร่วมอวยพรเนื่องในโอกาสครบ 90 ปีภราดาหลุยส์ วิริยะ ฉันทวโรดม ที่อาคารนักบุญหลุยส์-มารีย์..พล.ร.อ.ประพฤติพรอักษรมัต นายกสมาคมอัสสัมชัญ ฝากเรียนเชิญศิษย์เก่าร่วมพิธี..

ll สวด ทิพวัลย์ วรวรรณศาลาวรรณ-สุพิณ(ศาลา 9)วัดธาตุทอง17-21 พ.ย. ฌาปนกิจ 22 พ.ย. 17.00 น.ม.ล.วัลลีวรรณ-ม.ล.พรรณวดี-ม.ล.ธนากรวรวรรณ ฝากเรียนเชิญญาติมิตรมาณ โอกาสนี้..

ll สวด จำเรียง เพ็งจันทร์ มารดา กนกรัตน์ ตีรณสาร,กัจจาณี เพ็งจันทร์ ศาลา5 วัดเสมียนนารี 18-20 พ.ย. 18.00 น. ประชุมเพลิง 21 พ.ย. 15.00 น. ..

ll สวด สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ ข้าราชการตุลาการ ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาที่ศาลาบำเพ็ญกุศล(ศาลาใหญ่)วัดสระเกศ 16-22 พ.ย. 18.30 น. พระราชทานเพลิงศพ23 พ.ย. 17.00 น. ..มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นเจ้าภาพ 21 พ.ย.และศาลฎีกาเป็นเจ้าภาพ 20 พ.ย. ..ll

น้อง