‘ภูมิธรรม’ อัดกลับ ‘ธนาธร’ อย่าพูดลอยๆ ปม ‘เงินดิจิทัล’ ใช้เงิน 5 แสนล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563624

18 พ.ย. 2566

‘ภูมิธรรม’ อัดกลับ ‘ธนาธร’ อย่าพูดลอยๆ ปม ‘เงินดิจิทัล’ ใช้เงิน 5 แสนล้าน

หักเหลี่ยมเฉือนคม ระหว่างนักการเมืองเก๋าเกม อย่าง ‘ภูมิธรรม’ เพื่อไทย อัดกลับ นักการเมืองนอกสภา ‘ธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ’ ประธานคณะก้าวหน้า แนะให้เสนอความเห็น ‘เงินดิจิทัล’ อย่างสร้างสรรค์ ชี้พูดลอยๆ ไม่ได้ เย้ย ข้อเสนอธนาธรไม่เป็นประโยชน์ อาจจะทำให้มีทัวร์ลงได้

ควันหลงหลังจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวบรรยายสาธารณะ ในหัวข้อ “ประเทศไทยควรได้อะไร หากต้องใช้ 5 แสนล้าน” เมื่อวานนี้(17 พ.ย.) โดยหากมีเงินในมือจำนวน 5 แสนล้านบาท จะนำไปสร้างรถเมล์ไฟฟ้าได้ทุกจังหวัด เกิดระบบแพทย์ทางไกล น้ำประปาดื่มได้ทั่วประเทศ โรงเรียนถูกเพิ่มงบ และมีการจัดการขยะ ซึ่งยืนยันว่าสามารถทำได้ภายใต้งบประมาณปกติ เป็นจริงได้ภายใน 8 ปี

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินเพื่อมาใช้ในโครงการดิจิทัลวอเลต พร้อมเสนอแนวทางหากเป็นไปได้ให้นำเงินดังกล่าวไปพัฒนาการศึกษารวมถึงระบบสาธารณูปโภคว่าการที่นายธนาธร ออกมาพูดถึงเรื่องการใช้เงินก้อน 5 แสนล้านบาทนั้น ถือเป็นสิทธิของนายธนาธรที่จะแสดงความเห็นได้ซึ่งรัฐบาลเราก็รับฟัง แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญ มองว่า นายธนาธรพูดจะต้องแยกส่วนกัน เพราะไม่สามารถพูดถึงเงิน 5 แสนล้านบาทลอยๆ ไปทำเรื่องนั้นๆ ที่พูดถึงได้ เพราะรัฐบาลก็ทำอยู่แล้ว โดยจะต้องพูดบนฐานที่มีองค์ประกอบ และความจำเป็นทั้งหมดที่ต้องทำ

หากมีเงินจำนวนนี้ สิ่งที่แตกต่างกันคือ นายธนาธร อยากเอาเงินมากระจายก่อน และให้เติบโตมาด้วยกันแต่เราไม่เห็นด้วย โดยเห็นว่าต้องทำให้สมบูรณ์ก่อน เราถึงมากระจายให้เกิดการเติบโตขึ้น ทำให้การที่จู่ๆ จะทำรัฐสวัสดิการ คิดหรือไม่ว่ารัฐใช้เงิน 5 แสนล้าน มากกว่า 5.4 แสนล้านไปใช้และผูกพันทุกปี ของเราใช้เงินแค่ช่วงกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น แต่หากทำรัฐสวัสดิการ อันนั้นจะเป็นงบผูกพันทุกปี ปัญหาที่จะเดือดร้อนคือ กลุ่มคนชนชั้นกลาง ผู้ประกอบการทั้งหลายต้องเสียภาษี คนไทยพร้อมหรือไม่ เพื่อให้รัฐนำไปดูแลรัฐสวัสดิการ เวลาพูดต้องพูดให้ครบ ไม่ได้ปฎิเสธสิ่งที่เขาทำ เราอยากทำแต่ต้องพูดให้หมด

“จะมาบอกว่าเศรษฐกิจจะไม่วิกฤต ก็พูดได้ในระดับหนึ่งในฐานะของนายธนาธร แต่หากไปถามชาวบ้านชาวนา นักธุรกิจผู้ประกอบการทั้งหลายเขาเผชิญกับสภาวะแบบนี้มานาน เป็นการพูดที่ไม่ได้มองให้กว้างไปถึงทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง”นายภูมิธรรมกล่าว

จึงให้ข้อเสนอเพื่อนายธนาธรจะได้พิจารณา ไม่ได้ไม่เห็นด้วย แต่อยากให้มองกว้างมากขึ้น ทำทุกอย่างเพื่อช่วยกันแก้ปัญหา อย่ามองว่ามันเป็นเกมการเมืองช่วงชิงความนิยมจากพี่น้องประชาชน มองว่าตรงนั้นไม่ได้สร้างสรรค์ ไม่เกิดประโยชน์ หากมาร่วมกันทำ มาคุย เปิดโต๊ะคุยกันน่าจะดีกว่าการไปพูดในที่สาธารณะให้มีภาพพจน์ที่ดูดี ซึ่งอันนั้นมองว่าไม่ดีพูดแบบนี้ทัวร์ก็จะลงได้แต่พูดจากใจจริง อยากเห็นการเสนอแนะที่แก้ปัญหา

‘ราเมศ’ เปิด 2 ชื่อชิงตำแหน่ง ‘หัวหน้า ปชป.’ มั่นใจประชุม 9 ธันวา ไม่ล่มแน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563616

18 พ.ย. 2566

‘ราเมศ’ เปิด 2 ชื่อชิงตำแหน่ง ‘หัวหน้า ปชป.’ มั่นใจประชุม 9 ธันวา ไม่ล่มแน่

ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิด 2 ชื่อชิงตำแหน่ง ‘หัวหน้า ปชป.’ มั่นใจประชุมใหญ่วิสามัญ 9 ธันวา ไม่ล่มเป็นครั้งที่ 3 แน่

ที่พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้(18 พ.ย. 2566)นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดใหม่ ว่า เป็นที่ชัดเจนว่าให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ที่ รร.มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ โดยให้เพิ่มองค์ประชุมสำรอง 150 คนตามข้อบังคับพรรค เพื่อแก้ปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ และให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการประชุมใหญ่วิสามัญในการเลือก “หัวหน้า ปชป.” และ กก.บห.

อย่างไรก็ตามกรณีจำนวนองค์ประชุมทั้งหมดตามข้อบังคับพรรค 19 กรณี แต่ 1-18 ซึ่งมีทั้ง กก.บห. สมาชิกพรรค สส.พรรค อดีตสส. อดีตรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรค หรืออดีตเลขาธิการพรรคสมาชิกที่เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิก อบจ. สก. ตัวแทนสาขาพรรคประจำจังหวัด จำนวน 346 คน 

โดยองค์ประชุมต้องไม่น้อยกว่า 250 คน แต่หากองค์ประชุมครบ 250 คน ก็จะใช้องค์ประชุมที่สำรอง150 คน เพื่อให้ครบองค์ประชุม เพื่อป้องกันไม่ให้องค์ประชุมล่มอีก เป็นครั้งที่3

เปิด 2 ชื่อ ‘นราพัฒน์-มาดามเดียร์’ ชิงหัวหน้า ปชป.

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้แข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น ขณะนี้มีนายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลภาคเหนือ และที่ปรากฎเป็นข่าว มีชื่อของ น.ส.วทันยา บุนนาค ซึ่งถือว่าเป็นสีสันในการแข่งขัน เชื่อว่าหลังจากได้หัวหน้าพรรคคนใหม่แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูพรรค ให้พรรคก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเอกภาพ

นายราเมศ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์​ ลาออกจากรักษาการหัวหน้าพรรคฯนั้น ก็เพื่อให้สิ้นข้อสงสัยทางข้อกฏหมาย เพราะที่ผ่านมาทางกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)ลงมูลผิดพลาด โดยมีชื่อนายนราพัฒน์ เป็นรักษาการหัวหน้าพรรคฯ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจนายจุรินทร์ เพราะตามกฎหมายพรรคการเมือง ระบุว่าหากหัวหน้าพรรคลาออก ก็ให้เป็นไปตามข้อบังคับพรรคการเมืองนั้นๆ ซึ่งข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า นายจุรินทร์ สามารถรักษาการหัวหน้าพรรคได้จนกว่าจะมีหัวหน้าพรรคและกก.บห.ชุดใหม่

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : หลากหลายความอร่อย…มื้อสำราญจานโปรด กับ 12 โรงแรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769876

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : หลากหลายความอร่อย...มื้อสำราญจานโปรด กับ 12 โรงแรม

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : หลากหลายความอร่อย…มื้อสำราญจานโปรด กับ 12 โรงแรม

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์“แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ดพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในช่วงเดือนแห่งเทศกาลที่ทุกโรงแรมล้วนสรรหาเมนูอาหารในสไตล์ต่างๆ กัน สรรสร้างความอร่อยใน 12 โรงแรม มาเริ่มต้นกันที่

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอ“บุฟเฟต์นานาชาติมื้อเย็นทุกวันศุกร์” กับความอร่อยในสไตล์ยุโรปของอาหารอิตาเลียนทางตอนเหนือ ท่านละ1,390 บาท++ ที่ ห้องอาหารเวนติซี โทร.02-1006255

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนอหลากหลายเมนูอาหาร“ด้วยรัก…จากใจ มัมมา เรีย” กับความอร่อยสไตล์โฮมเมดของ อาหารอิตาเลียนตอนใต้ ราคาเริ่มต้นจานละ350 บาท++ บริการมื้อค่ำ ระหว่างวันที่ 30 พ.ย. ถึง 2 ธ.ค.ที่ โวลติ ทัสคาน กริลล์ แอนด์ บาร์ โทร.02-2367777

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ นำเสนอบุฟเฟต์มื้อค่ำสุดคลาสสิก ฉลอง “วันขอบคุณพระเจ้า” 23 พ.ย.กับอาหารทะเล สด ใหม่ ที่เสิร์ฟบน Seafood Tower พร้อมไก่งวงอบคู่กับเครื่องเคียงนานาชนิด ปิดท้ายด้วยของหวานสไตล์อเมริกัน ท่านละ 3,600 บาท++ที่ ห้องอาหารเฟลอริช โทร.02-0959999

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าวนำเสนอ “Brownie cake” เนื้อนุ่มฉ่ำลิ้น กรุบกรอบด้วยอัลมอนด์เคลือบช็อกโกแลตเข้มข้น หลากหลายรสชาติอาทิ เรดเวลเวทบราวน์นี่เค้ก ไวท์ช็อกโกแลตชาเขียว และช็อกโกแลต ถึง 30 พ.ย. ที่ ซิงก์ คาเฟ่ โทร.02-5411234

โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ นำเสนอเมนูพิเศษต้อนรับลมหนาว “ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น” ราคา280 บาท++ ให้บริการมื้อกลางวันและมื้อค่ำทุกวันถึง 31 ธ.ค. ที่ ห้องอาหารเรือนต้น โทร.02-2337060

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอโปรโมชั่น “อาหารจีนลดพิเศษ 50% จันทร์และอังคาร” (พุธถึงอาทิตย์ ลด 20%) ตลอดเดือน พ.ย.ที่ ห้องอาหารจีนดรากอน โทร.02-5755599

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอ “บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นมื้อกลางวัน” อาทิ ซาชิมิ ซูชิ เทปันยากิ เทมปุระ เทอริยากิ เทปันยากิ ทาโกะยากิซารุเรเมน อุด้ง โซบะ ซุปมิโซะ โอชิรุโกะ และถั่วแดงร้อน ท่านละ 690 บาทถ้วน ตลอดเดือน พ.ย.ที่ ห้องอาหารญี่ปุ่นเอโดะ โทร.02-1595888

โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ นำเสนอเมนูพิเศษ“คิวชู โนะ ทะคะระ” ฉลองโอกาสครบรอบ 5 ปีด้วยคอร์สโอมากาเสะ 16 คอร์สสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มื้อกลางวันและมื้อค่ำทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ ระหว่าง 29 พ.ย. ถึง 17 ธ.ค. ท่านละ 7,000 บาทถ้วน ที่ ห้องอาหารญี่ปุ่นโอมากาเสะ “เท็นโกะ” โทร.02-6809999

โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นำเสนอ “Chef’s Counter Dining” การรับประทานอาหารบริเวณเคาน์เตอร์หน้าครัวแบบเปิด สำหรับแขก1-4 ท่านต่อมื้อ กับเซตเมนูสุดพิเศษ 5 คอร์ส ท่านละ6,000 บาท, 2 ท่าน 11,000 บาท และ 20,000 บาท สำหรับ 4 ท่าน ที่ ห้องอาหารบูล แอนด์ แบร์ โทร.02-8468888

โรงแรมอวานี สุขุมวิท นำเสนอ “ชุดเมนูอาหารไทยร่วมสมัย” ด้วยวัตถุดิบที่มีในอาหารจีน อาทิ เปาะเปี๊ยะ เกี๊ยว และเกี๊ยวซ่า มาเป็นส่วนประกอบเพื่อปรับเข้ากับอาหารไทยแบบต้นตำรับ พร้อมชมวิวตระการตาของกรุงเทพฯ จากมุมสูง ถึง 22 ธ.ค. ท่านละ 950 บาทถ้วนที่ ห้องอาหารกรีนเฮ้าส์ โทร.02-0797555

โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน นำเสนอ “ป๊อปอัพอาหารอิซากายะแบบอะลาคาร์ท” ร่วมกับร้านอาหารอิซากายะสไตล์โมเดิร์นชื่อดังจากกรุงเทพฯ “จั่ว” (JUA) ทั้งซีฟู้ดท้องถิ่นสดใหม่ และเมนูชื่อดังจากร้านจั่วพร้อมเมนูฟิวชั่นโดยเชฟชาวอเมริกัน ระหว่างวันที่ 24-25พ.ย. เวลา 17.30-22.00 น. โทร.032-516600

โรงแรมเคปฟาน สมุย นำเสนอ “อาหารใต้ต้นตำรับ” กับรสชาติที่อร่อยถึงเครื่องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะพร้อมชมวิวสูงสุดที่โอบล้อมด้วยความงดงามของทะเลอ่าวไทย ให้บริการเฉพาะมื้อค่ำ เวลา 18.00-23.00 น.(ปิดวันพุธ) ที่ ห้องอาหาร “ล่องใต้” โทร.077-602301-2

อร่อยกับอาหารหลากหลาย ในสไตล์ที่แตกต่างกันให้ทุกวันเป็นมื้อแห่งความสุขของทุกคน กับ“แนวหน้าฟู้ด รีวิว”

สมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรฯ ชวนสะสม ‘แสตมป์ศาลาไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769892

สมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรฯ ชวนสะสม ‘แสตมป์ศาลาไทย’

สมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรฯ ชวนสะสม ‘แสตมป์ศาลาไทย’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ส.ต.ท.) ชวนสะสม “แสตมป์ศาลาไทย” จัดทำเป็นแผ่นที่ระลึกอันทรงคุณค่า สถาปัตยกรรมที่วิจิตรงดงาม มี 7 สี 7 แบบ จำนวนจำกัดเพียง 500 ชุดเท่านั้น ภายใน “งานแสดงตราไปรษณียากรโลก 2566” ระหว่าง 27 พฤศจิกายน ถึง 2 ธันวาคม 2566 ณ ไปรษณีย์กลาง บางรัก

นายชาญชัย กรรณสูต นายกสมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ส.ต.ท.) กล่าวว่า แผ่นแสตมป์ชุด “ศาลาไทย”เป็นชุดพิเศษที่ไปรษณีย์ไทยออกมาเพื่อเป็นที่ระลึกของ “งานแสดงตราไปรษณียากรโลก 2566” โดยจะพิมพ์เป็น 7 สี 7 แบบ ไล่ตามสีประจำวัน (ตามคติความเชื่อที่ว่า สีประจำวันจะมีพลังอย่างหนึ่งในการกำหนดความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตมนุษย์) ประกอบไปด้วย วันอาทิตย์สีแดง วันจันทร์สีเหลือง วันอังคารสีชมพู วันพุธสีเขียว วันพฤหัสบดีสีแสด วันศุกร์สีฟ้า วันเสาร์สีม่วง

สำหรับ งานแสดงตราไปรษณียากรโลก 2566 ได้เลือกเป็นภาพศาลาไทย มาจัดทำเป็นแผ่นแสตมป์ที่ระลึกของงาน เนื่องจากเป็นสถาปัตยกรรมที่วิจิตรงดงาม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ประจำชาติไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว อันสื่อสะท้อนถึงภูมิปัญญาช่างไทย ที่ไม่มีชาติไหนเสมอเหมือน “ศาลาไทย”จะมีลักษณะเป็นอาคารซุ้มโล่ง เป็นตัวเรือนเครื่องสับที่มีการมาปรับใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ถือเป็นสถานที่ใช้ประโยชน์สำหรับพบปะ นั่งเล่น พักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งไว้หลบแดดหลบฝน ด้วยเหตุนี้ศาลาไทยจึงนับเป็นรูปสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมีไมตรีจิต และความปรารถนาดี อย่างจริงใจต่อผู้อื่น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทย ศาลาไทยจึงอยู่เคียงคู่สังคมไทยมาช้านาน โดยมีรูปแบบวัฒนธรรมเก่าแก่ที่สื่อถึงจิตวิญญาณ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ที่เป็นรูปแบบดั่งเดิม ที่มีการพัฒนาต่อยอด และถูกนำมาประยุกต์ ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมสมัยใหม่จากรุ่นสู่รุ่น

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 18 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769874

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 18 พฤศจิกายน 2566

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 18 พฤศจิกายน 2566

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โออิชิ อีทโตะ ชวนชิม“แซนด์วิชอบร้อน ไส้ทูน่าคอร์นสลัด” กรอบนอกนุ่มในไส้ฉ่ำๆ ราคาชิ้นละ 29 บาท ที่ บิ๊กซีมินิ ทุกสาขา http://www.facebook.com/OishiEatoThailand

Krispy Kreme ชวนอร่อยแบบฟรุตตี้ด้วย “Introduce New Filled” ราคาชิ้นละ 35 บาท ถึง 15 ธ.ค. ที่ ร้านคริสปี้ ครีม กว่า 50 สาขา ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
http://www.krispykreme.co.th

ซีอาร์จี ชวนชิม อาหารเกาหลี แบรนด์ “คีอานิ (Kiani)”อาหารเกาหลีต้นฉบับสไตล์ homemade ส่งตรงจากเมืองปูซาน ประเดิมเปิดสาขาแรกที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9

ชวนชิม

Cold Stone Creamery ชวนชิมไอศกรีม 3 เมนูสุด Exclusive “Cold Stone x Auntie Anne’s” ถ้วยละ129 บาท ถึง 31 ธ.ค.ที่ 3 สาขา ได้แก่ ICONSIAM, Central Westgate และ Central Rama2

Brown Café ชวนชิม“Soft cream” สไตล์ญี่ปุ่น ไอศกรีมเนื้อเนียนนุ่มละมุนพร้อมรสชาติที่ให้ความรู้สึกเหมือนกินเค้ก กับ 4 เมนูพิเศษ ที่ สาขา Central ลาดพร้าว, เมกาบางนา และ Central World

ชวนชิม “ชาบูปิ้งย่างหม่าล่า” สไตล์เสฉวนต้นตำรับ เสิร์ฟเมนูระดับพรีเมียมบนสายพาน ฟรี! น้ำซุปมู่หม่าล่าทุกรสชาติฉลองเปิดร้านใหม่ ถึง 30 พ.ย. ที่ ร้าน MuMaLa ชั้น 6 ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ชวนช็อป

ชวนช็อปในงาน “Gift to Give ครั้งที่ 5” มหกรรมของขวัญถูกใจได้บุญ จากฝีมือกลุ่มผู้เปราะบางที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ถึง 19 พ.ย.ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ชวนช็อปกับแคมเปญ “The Unlimited Beauty” สินค้าบริการสุขภาพและความงามกว่า 400 แบรนด์ชั้นนำ ถึง 7 ม.ค. 2567ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา และเอสพลานาด รัชดา

ชวนช็อปสินค้าและของอร่อยเมืองสมุทรปราการ ในงาน “อร่อยพุงตึง” จากตลาดนัดเรือบิน ตลาดท้ายบ้านใหม่ ตลาดคลองด่าน ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง 22- 26 พ.ย.
ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

ชวนใช้

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ชวนใช้ “M Card Junior Club” คลับแห่งการเรียนรู้และเปิดโลกกว้างของกลุ่ม Gen Alpha สิทธิประโยชน์มากมาย สมัครผ่าน M Card Application โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ชวนใช้ “Fitt Meal by Giffarine”และ “Giffarine Vegan Multi Plant Protein โดยรับประทานคู่กันแทนอาหาร 1 มื้อ เป็นผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร ที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ โทร.02-6196070

ชวนใช้ “ศูนย์อาหาร KINNIE PLAYNiE FOODCOURT” ศูนย์รวมความอร่อยกินดื่มตลอด 24 ชั่วโมง สาขาที่ 10 อาหารคุณภาพในราคา39 บาท ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าเดอะสตรีทรัชดา

ชวนชม

กรมศิลปากร ชวนชมนิทรรศการพิเศษเรื่อง “ตามรอยศรีเทพ เมืองมรดกโลก” ชมโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ ถึง 31 ม.ค. 2567 ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ จ.ลพบุรี โทร.036-411458

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน“ดื่มเถิด ชาไทย”ในวันพุธที่ 22 พ.ย.เวลา 12.45-13.00 น.และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย”ตอน “วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร” ในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ชวนชม 9 นิทรรศการที่น่าตื่นตาตื่นใจ จาก 10 พันธมิตรซึ่งมีสไตล์และเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ ที่ MMAD-MunMun Art Destinationชั้น 2 และ 3 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

พม. ร่วมกับ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดงาน ‘Gift to Give มหกรรมของขวัญถูกใจ ได้บุญ 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769894

พม. ร่วมกับ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  จัดงาน ‘Gift to Give มหกรรมของขวัญถูกใจ ได้บุญ 2023’

พม. ร่วมกับ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดงาน ‘Gift to Give มหกรรมของขวัญถูกใจ ได้บุญ 2023’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงาน “Gift to Give มหกรรมของขวัญถูกใจ ได้บุญ 2023” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2566 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์สินค้าของกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในความดูแลของเครือข่ายกระทรวง พม. โดยการเพิ่มช่องทางการตลาดด้วยการออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าเป็นของขวัญของที่ระลึกในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2567 ที่จะมาถึงนี้ โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดงาน นายสมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ต้อนรับ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวง พม. เข้าร่วมงาน ณ ลานปทุมวันฮอลล์ ชั้น G ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า กระทรวง พม. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ด้วยการพัฒนาอาชีพตั้งแต่การฝึกทักษะ พัฒนาความรู้ เทคโนโลยี และการประกอบธุรกิจ ตลอดจนส่งเสริมช่องทางการตลาด รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ทั้งนี้ กระทรวง พม. จึงร่วมมือกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จัดงาน“Gift to Give มหกรรมของขวัญถูกใจ ได้บุญ 2023” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยรวบรวมผลิตภัณฑ์สินค้าจากประชาชนกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในความดูแลของเครือข่ายกระทรวง พม. อาทิ คนพิการ ผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน และครัวเรือนเปราะบาง รวมทั้งผลิตภัณฑ์สินค้าของชุมชนต่างๆ มาออกบูธจำหน่าย 19 บูธ อาทิ ผ้าปักมือจากวิสาหกิจชุมชนผ้าคลุมผมสตรีบ้านลาเวง จังหวัดนราธิวาส กระเป๋าใบเตยหนาม กระเป๋าผ้าขาวม้า ผ้าคลุมไหล่จากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว จังหวัดศรีสะเกษ กระเป๋าผ้าไทย กระเป๋าเอกสาร เสื้อผ้า จากศูนย์ศูนย์ส่งเสริมอาชีพคนพิการ : Mind mall จังหวัดนนทบุรี และเสื้อผ้ากะเหรี่ยง เครื่องเงิน สินค้าแปรรูปจากผ้าทอกะเหรี่ยง จากศูนย์หัตถกรรมบ้านห้วยต้ม จังหวัดลำพูน เป็นต้น

“กระทรวง พม. ต้องขอขอบคุณบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ที่ได้จัดสรรพื้นที่ของศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ให้นำผลิตภัณฑ์สินค้าของกลุ่มเปราะบางมาจำหน่ายในงานครั้งนี้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด รวมถึงเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เข้ามาร่วมกันจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันสนับสนุนกลุ่มเปราะบางได้มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง และเป็นการส่งความสุขให้กับผู้รับ จากการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สินค้าเป็นของขวัญ ของที่ระลึก ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ที่ใกล้จะถึงนี้” รมว.พม. กล่าว

ด้าน นายสมพล ตรีภพนารถ กล่าวว่า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณกระทรวง พม. ที่ไว้วางใจและให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งโอกาส ในการจัดงาน Gift to Give อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งครั้งนี้ได้สนับสนุนพื้นที่จัดงานที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริเวณชั้น G ลานปทุมวัน ฮอลล์ ให้กลุ่มเปราะบางที่อยู่ในความดูแลของกระทรวง พม.มาออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ ตลอดทั้ง 6 วัน ซึ่งนอกจากลูกค้าในศูนย์การค้าฯ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ จะได้มาเลือกชมและซื้อสินค้าของดี ของใช้ สินค้าที่สร้างสรรค์จากใจ เพื่อเป็นของขวัญแทนใจในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้สร้างกำลังใจ และสร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทางด้านอาชีพ และสร้างคุณภาพชีวิตอีกด้วย

“เอ็ม บี เค พร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และยืนยันว่าเราพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกระทรวง พม. ในการจัดงานที่สามารถช่วยสนับสนุน ส่งเสริม กลุ่มเปราะบางได้มีช่องทางการสร้างอาชีพ สร้างรายได้เพื่อสามารถดูแลตนเองและครอบครัวต่อไป” นายสมพล กล่าว

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769917

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯประกอบพิธีสมรสพระราชทาน ระหว่าง ภัทริณีบุตรี อุปพร-สุดถนอม กรรณสูต กับ ณัฐจักร์บุตร สมชาย-ลัดดาวรรณ หาญจิตต์เกษม…ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อเป็นเกียรติแก่คู่สมรส จึงขอเชิญผู้มีเกียรติร่วมงานฉลองสมรสพระราชทาน 20 พ.ย.17.00 น. ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม รร.โอเรียนเต็ล…

●● ช่วงนี้ ศิษย์เก่า มช.หลากหลายรุ่นนัดรวมตัวกันที่เชียงใหม่ เพื่อไปให้กำลังใจรุ่นน้องในงานประเพณีรับน้องขึ้นดอยสุเทพ ในวันที่ 18 พ.ย. นอกจากนี้รุ่นพี่ๆ ยังได้ถือโอกาสกลับไปเยือนคณะฯของตนแหล่งรวมวิชาการเข้มข้น จนทำให้มีอาชีพการงานเลี้ยงตัวถึงทุกวันนี้…ทราบว่า เหล่าชาวรหัส 161 (คณะมนุษยศาสตร์ เข้าเป็นเฟรชชี่ ปี 2516) นำโดย พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกรและ ศรีประภา สรานนท์กิตติกุล นัดรวมตัวกันฉลองการเป็น “ศิษย์ มช.50 ปี”…ย้อนวัยกันไปไกลกี้ แต่ไม่มีใครสะกดคำว่า “แก่” เป็นสักคน…

●● ส่วนชาวรหัส 26 (เข้าเรียนปี 2526)ก็นัดกันฉลอง “ความเป็นเพื่อน 40 ปี” ที่ มช.เช่นกัน…และที่จะลืมไม่ได้เห็นจะเป็น รุ่นคณบดีคณะการสื่อสารมวลชน รศ.ธีรภัทร์ วรรณนฤมล(ศิษย์เก่าดีเด่นปีนี้) ซึ่งชวนเพื่อนมาสังสรรค์สโมสรกันคับคั่ง อาทิ พล.ร.ต.พรหมเมธอติแพทย์, ในบุญ พรวศิน, ศักดิ์ชัยสินธุวงศ์ และ รัชนีวรรณ รัชตะประทาน ฯลฯ โดยรายหลังเปิด “บ้านเฮือนโบราณ บ้านริมปิง” ให้เพื่อนๆ มาอิ่มอร่อยทบทวนความหลังกันอย่างครึกครื้น…

●● วันที่ 18 พ.ย.เช่นกันอัสสัมชัญรุ่น 80 นำโดย ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์อย่าลืมนัดปะทะสังสรรค์กันที่ รร.โนโวเทล เพลินจิต…

●● น้ำใจน้องพี่สีชมพู แดงต้อย ไทยทัน อดีตเด็กหอหญิง จุฬาฯ นิเทศศาสตรบัณฑิต (เมื่อหลายสิบปีก่อน) ได้ขึ้นเครื่องจากหาดใหญ่บินตรงเข้ากทม. เพื่อมาร่วมงานเลี้ยงรุ่น ในโอกาสที่เรียนจบที่นั่นมาครบ 55 ปี…สปิริตเข้มมาก…

●● ประภาศิริ สัตยธรรมมีนัดเพื่อนๆ นักเรียนเก่าอังกฤษขึ้นเหนือ ทริปเชียงใหม่…ประสาคนรู้ใจ ทำให้มีความสุขมากมาย จนไม่ต้องสาธยายกันให้มากความ…

●● หลังจากพาหลานปู่-ย่าพร้อมครอบครัวบุตรชายไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ และกลับไทยมาเรียบร้อยแล้ว จักรชัย-ขจรสิริ บาลีไปท่องเที่ยวญี่ปุนต่ออีกอย่างติดลมบน เที่ยวบ่อยจนคนอิจฉานั่นเชียว…

●● ด้าน ผศ.นาตยาตนานนท์ ก็กำลังจะเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นและเยี่ยมเพื่อนสมัยเรียนที่นั่นนานกว่าสัปดาห์ หลังจากไม่ได้ไปย้อนอดีตมานานหลายปีแล้ว…

●● ส่วนครอบครัวของ ใจแผ้วโชติกะพุกกณะ กลับจากทริปญี่ปุ่นมาถึงกทม.แล้ว ด้วยความชื่นมื่น…

●● บรรดาดีเจ Top Radio 93.5 FM มีกิจกรรมทำเพื่อสังคม พาเด็กผู้พิการซ้ำซ้อน ผู้พิการทางสายตาไปเที่ยวทะเลที่หาดน้ำใส สัตหีบ 3 วันที่ผ่านมาและฝากกราบขอบพระคุณ ท่านผบ.ทร.พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม เป็นอย่างสูงที่เมตตาจัดรถรับ-ส่ง ทั้งให้ที่พักฟรี มีไอศกรีมต้อนรับเด็กๆ และครูพี่เลี้ยง อีกต่างหาก…ผู้จัดฯ เทวี แย้มสรวล, มธุรส โอสถานนท์,ธนฤทธิ์ พันธุ์เมธา ซาบซึ้งในน้ำใจครั้งนี้เป็นที่ยิ่ง !!…●●

บารอนเนส

สนับสนุนพระ เณรให้ได้ศึกษานักธรรม และช่วยสงเคราะห์ชีวิตสัตว์ด้วยการไถ่ชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769922

สนับสนุนพระ เณรให้ได้ศึกษานักธรรม และช่วยสงเคราะห์ชีวิตสัตว์ด้วยการไถ่ชีวิต

สนับสนุนพระ เณรให้ได้ศึกษานักธรรม และช่วยสงเคราะห์ชีวิตสัตว์ด้วยการไถ่ชีวิต

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การนำกุลบุตรจากครอบครัวที่ยากจนเข้ามาเรียนนักธรรมบาลีคือการช่วยให้ได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น ส่วนการไถ่ชีวิตโค กระบือ แล้วมอบให้ครอบครัวพระ เณร นำไปเลี้ยงดูคือการช่วยยืดอายุชีวิตของสัตว์ร่วมโลกของเรา

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปกราบเรียนสนทนาธรรมกับ พระครูปิยธรรมวาทีแห่งวัดบางนาใน พระอารามหลวง ถึงการถวายการศึกษานักธรรมบาลีแก่พระ เณร จากต่างจังหวัด และโครงการไถ่ชีวิตโค กระบือ เพื่อมอบให้ครอบครัวของพระ และเณรที่ร่วมโครงการศึกษานักธรรม

● กราบนมัสการเรียนถามถึงโครงการส่งเสริมให้กุลบุตรได้เรียนนักธรรม และการอุปถัมภ์ให้ครอบครัวของพระ เณร ได้รับโค กระบือ ไปเลี้ยงดูเพื่อสงเคราะห์ชีวิตสัตว์ครับ

พระครูปิยธรรมวาที : ขอเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่าวัดบางนาใน พระอารามหลวงแห่งนี้ ได้รับอนุมัติจากมหาเถรสมาคม ให้เป็นสำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกนักธรรมและบาลี เมื่อในปี 2542 ในช่วงเริ่มแรกมีพระและเณรมาเรียนไม่มากนัก แต่ก็ค่อยๆ มีมาเรียนเพิ่มเติมมากขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน โดยหลังจากปี 2550 มีพระ เณร มาเรียนมากขึ้น วัดบางนาในจึงขยายสาขาสำนักเรียนไปที่อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว แล้วก็มีผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนการเรียนนักธรรม โดยตั้งกองทุนเพื่อไถ่ชีวิตโค กระบือ แล้วมอบให้ครอบครัวของพระ เณร ที่สอบนักธรรมผ่าน หรือสอบได้อย่างน้อยเปรียญ 3 ประโยคขึ้นไป เพื่อเป็นกำลังใจให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และเพื่อช่วยให้ครอบครัวของพระ เณรมีสัตว์ไว้ใช้แรงงานเพื่อการเกษตรโดยมีเงื่อนไขว่าห้ามฆ่า ห้ามขายสัตว์ที่ได้รับมอบไปแล้ว แต่ต้องเลี้ยงดูให้ตลอดรอดฝั่ง จนกว่าจะสิ้นอายุขัยส่วนใหญ่ครอบครัวของพระ เณร มักอยู่ในภาคอีสาน ซึ่งยังทำการเกษตรอยู่ ดังนั้น การได้รับโค กระบือไปเลี้ยงดู ก็จะช่วยให้มีรายได้จากการทำเกษตรได้มากขึ้นและเป็นการสนับสนุนให้พระ เณร ได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน พระ เณร ส่วนมากที่ข้ามเรียนกับวัดบางนาในมักมาจากครอบครัวที่ฐานะยากจน ขาดโอกาสทางการศึกษา ดังนั้น โครงการนี้จึงเท่ากับให้โอกาสทางการศึกษากับผู้ยากไร้ โดยเบื้องต้นนั้น วัดบางนาใน จะให้โอกาสพระ เณร ไปบวชเรียนอยู่ที่วัดในจังหวัดสระแก้วก่อน แล้วให้เรียนนักธรรมแล้วสอบให้ได้เปรียญ จนเมื่อสอบได้เปรียญ 3 ประโยคแล้ว จึงจะให้เข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ ที่วัดบางนาใน ที่ผ่านมานั้นพระ เณร จำนวนมากพอสมควรสอบผ่าน บางรูปได้เปรียญ 9 ประโยคแล้ว หลายรูปก็ได้เปรียญ 3 และเปรียญ 5 ประโยค แล้วก็ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยสงฆ์ต่อไป

● แต่ละปีมีพระ เณร เข้ามาเรียนจำนวนกี่รูปครับ พระ เณร เรียนถึงระดับใดกันบ้าง แล้วเรื่องแจกโค กระบือ ทำอย่างไรครับ

พระครูปิยธรรมวาที : ช่วงก่อนโควิด-19 แพร่ระบาด มีพระ เณร มาเรียนประโยค 1-2 ถึงประโยค 5 ประมาณ 70 รูป แต่เมื่อเกิดโรคระบาดหนัก ก็ลดจำนวนผู้เรียนลง จนเมื่อโรคเบาบางไป ก็มีจำนวนกลับมาประมาณ 70 รูปแล้ว นอกจากวัดเปิดโอกาสให้เด็กๆ จากภาคอีสานมาเล่าเรียนแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เด็กๆ จากตะเข็บชายแดนไทยมาเล่าเรียนด้วย เช่น จากตะเข็บชายแดนจังหวัดเชียงราย ตาก แม่ฮ่องสอน ซึ่งเด็กๆ จากพื้นที่เหล่านั้นให้ความสนใจมาก เพราะได้โอกาสศึกษา แล้วเมื่อจบเปรียญธรรม 3 ประโยคก็เท่ากับจบระดับมัธยม 6 สามารถสอบเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้ โดยทางวัดสนับสนุนให้ศึกษาต่อตามกำลังสติปัญญาของพระ เณร ส่วนเรื่องมอบโค กระบือ ให้ครอบครัวพระ เณร ก็ทำเป็นประจำ โดยได้รับการสนับสนุนจากญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา โดยจะกระทำการมอบโค กระบือ ให้เป็นประจำทุกๆ ปี
ในช่วงวันทอดกฐิน หรือในวันสำคัญทางศาสนา หรือวันสำคัญอื่นๆ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันปีใหม่ เป็นต้น ส่วนการแจกโค กระบือ นั้น เราสอบถามไป
ทางบ้านของพระ เณร ก่อนว่าต้องการรับไปหรือไม่ รับไปแล้วเลี้ยงดูได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ หากไม่สะดวกรับไปเลี้ยงดู ก็ไม่มอบให้ เพราะบางบ้านไม่สะดวกที่จะรับไปดูแล ซึ่งทางวัดก็จะมอบทุนการศึกษาให้แทน ทั้งหมดที่เราทำนั้นก็เพื่อสนับสนุนให้พระ เณร ตั้งใจเรียนนักธรรม และเพื่อช่วยให้ครอบครัวของพระ เณรมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสงเคราะห์ชีวิตสัตว์ด้วย

● กราบนมัสการเรียนถามเรื่องเงื่อนไขการรับสัตว์ไปเลี้ยงดูครับ

พระครูปิยธรรมวาที : เราเน้นการไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นสำคัญ เราดูพระ เณร ที่ตั้งใจศึกษา มีความประพฤติดี และคุยกับทางครอบครัวของพระ เณร ว่ามีความประสงค์จะรับโค กระบือ ไปเลี้ยงดูหรือไม่ เราจะให้เฉพาะผู้ที่มีความต้องการรับไปเลี้ยงดูเท่านั้น จากนั้นก็ต้องให้ผู้รับไปส่งรายงานความเป็นอยู่ของโค กระบือให้เราทราบเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง คือต้องเลี้ยงดูสัตว์ให้ดีด้วย ห้ามฆ่า ห้ามขายต่อ ห้ามทรมานสัตว์

● กราบเรียนพระคุณเจ้าให้ทราบว่า หนังสือพิมพ์แนวหน้าก็มีโครงการไถ่ชีวิตโค กระบือ แล้วเลือกสรรครอบครัวที่เหมาะสมรับสัตว์ไปเลี้ยงดู แต่ไม่ได้มอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับไปเลี้ยงดู เพราะต้องการให้ผู้เลี้ยงดูสัตว์ไม่นำสัตว์ไปฆ่าหรือไปขาย แต่ต้องการให้ดูแลสัตว์ให้ดีจนกว่าสัตว์จะล้มตายไปตามอายุขัยของเขา หากไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูต่อ ก็สามารถส่งคืนสัตว์ให้แนวหน้าได้แล้วจะหาผู้รับเลี้ยงเหมาะสมรายต่อๆ ไป ปัจจุบันหนังสือพิมพ์แนวหน้าก็ยังทำโครงการนี้อยู่ครับ

พระครูปิยธรรมวาที : อนุโมทนาบุญด้วยนะโยม ส่วนวัดบางนาในก็มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบทุนไถ่ชีวิตโค กระบือ เป็นประจำ หรือบางคนก็ไถ่ชีวิตโค กระบือ แล้วนำมามอบให้วัด เมื่อวัดได้รับสัตว์แล้วก็นำมาบำรุงเลี้ยงดูให้แข็งแรง แล้วก็ย้ายสัตว์ไปที่สระแก้วให้เขาได้อยู่อาศัยในที่ที่เป็นธรรมชาติ ดีกว่าอยู่ในคอกแคบๆ ในวัดบางนาใน ที่สระแก้วมีพื้นที่กว้างขวาง มีทุ่งหญ้ามีบ่อน้ำ มีที่ให้สัตว์ได้เดินแทะเล็มกินหญ้ากินฟางตามธรรมชาติ มีเจ้าหน้าที่ดูแลเขาด้วย จนกว่าจะถึงวันส่งมอบสัตว์ให้ครอบครัวพระ เณร ต่อไป

● ในแต่ละปี มอบโค กระบือ ให้ครอบครัวพระ เณร ประมาณกี่ตัวครับ

พระครูปิยธรรมวาที : ขึ้นอยู่กับจำนวนพระ เณร ที่สอบนักธรรมบาลีผ่านตามข้อกำหนด แต่โดยเฉลี่ยก็ประมาณ 30 ตัว ยกเว้นปีใดพระ เณรสอบนักผ่านบาลีผ่านเกณฑ์มาก ก็แจกจ่ายโค กระบือมากขึ้นไปตามจำนวนผู้สอบผ่าน แต่ก็มีบางกรณีที่เราเห็นว่าพระ เณร ที่พยายามมากแล้ว แต่ก็ยังสอบไม่ผ่าน แบบนี้เราก็อาจจะพิจารณามอบโค กระบือให้เป็นกรณีพิเศษ เพราะเห็นว่าท่านพยายามมากแล้ว เพื่อให้ท่านพยายามต่อไป เราจึงต้องให้กำลังใจท่านบ้าง สำหรับปีนี้น่าจะมอบโค กระบือ ประมาณ 60 ตัว ถ้าโค กระบือมาแบบพ่อแม่ลูก เราก็จะยกให้ทั้งสามตัว ไม่แยกเขาจากกัน ให้เขาได้อยู่ด้วยกัน หากโค กระบือ ท้องมา เราก็จะดูแลจนกว่าเขาตกลูกเรียบร้อยแล้ว จึงจะมอบให้ต่อไป เราต้องส่งมอบโค กระบือ ที่สุขภาพดีให้กับผู้รับไปเลี้ยงดูต่อ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพสัตว์ และป้องกันโรคติดต่อสัตว์ ก่อนส่งมอบสัตว์ เราได้ให้สัตวแพทย์ดูแลสุขภาพสัตว์ก่อนเสมอ สำหรับการร่วมโครงการไถ่ชีวิตโค กระบือกับวัดบางนาใน ก็สามารถทำได้โดยบริจาคเงินให้กับวัด หรือนำโค กระบือ มามอบให้วัดโดยตรง โดยทางวัดก็ประสานกับคนในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะคนที่ต้องการขายโค กระบือ สามารถติดต่อวัดได้ หากว่าสัตว์อยู่ต่างจังหวัด ก็ไม่ต้องนำสัตว์เข้ามาที่วัดบางนาใน แต่สามารถส่งมอบสัตว์กันได้ในต่างจังหวัดโดยตรง ตามแต่ข้อตกลงและความสะดวกของทั้งสองฝ่าย อาตมาเคยไปไถ่ชีวิตโค กระบือ จากโรงฆ่าสัตว์ เมื่อไปเห็นแล้วก็อดจะไถ่ชีวิตพวกเขาออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถไถ่ออกมาได้ เพราะสัตว์ทุกตัวล้วนรักตัว กลัวตาย กลัวเจ็บด้วยกันทั้งนั้น เขาต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ยาวนานที่สุด บางตัวน้ำตาไหล เมื่อรู้ว่าเราไม่ได้ไถ่ชีวิตของเขาออกมา เห็นแล้วก็อดเวทนาไม่ได้ แต่ก็ต้องทำใจ เพราะเราไม่สามารถช่วยได้หมดทุกชีวิต เพียงแต่ละการบริโภคเนื้อของพวกเขา ก็สามารถลดการตัดชีวิตของเขาได้บ้าง

● ทางวัดติดตามดูแลความเป็นอยู่ของโค กระบือที่มอบให้ครอบครัวพระ เณร เป็นประจำ ใช่ไหมครับ

พระครูปิยธรรมวาที : ใช่แล้ว เราติดต่อกับผู้รับสัตว์ไปเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด แต่เราไม่ได้ทำสัญญาทางกฎหมาย เพียงแต่เน้นความไว้เนื้อเชื่อใจกันเท่านั้น เพราะทั้งพระ และเณร คือคนที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี  ก็ไว้ใจกัน เชื่อใจกัน แล้วก็ให้ส่งข่าวคราวความเป็นอยู่ของสัตว์ให้ทางวัดได้รับรู้ตลอดเวลา บางโอกาสหากครูอาจารย์ของพระ เณร ผ่านไปแถวๆ บ้านของพระและเณร ก็แวะไปดูความเป็นอยู่ของสัตว์ด้วย ก็ช่วยๆ กันดูแลตามกำลังของแต่ละฝ่าย เราถือว่าตั้งใจทำความดี ก็ช่วยๆ กันทำต่อไป 

● ล่าสุดได้มอบโค กระบือ ให้ครับครัวพระ เณร ไปกี่ตัวแล้วครับ

พระครูปิยธรรมวาที : ตั้งแต่เริ่มโครงการมาจนถึงปัจจุบัน วัดมอบโค กระบือ ไปแล้วประมาณ 200 กว่าตัว และจะทำโครงการนี้ไปเรื่อยๆ หากยังได้รับการสนับสนุนจากญาติโยม และยังมีผู้รับสัตว์ไปดูแลผู้สนใจร่วมโครงการนี้ สามารถดูรายละเอียดได้จากเพจของวัดบางนาใน คือเพจไถ่ชีวิตโค กระบือ วัดบางนาในในเพจจะมีภาพกิจกรรมต่างๆ และกำหนดการให้ทราบ มีชื่อบัญชีธนาคารที่ร่วมบริจาคเงิน โดยใช้ชื่อบัญชีวัดบางนาใน พระอารามหลวง ส่วนผู้ประสงค์จะมอบโค กระบือ ให้วัด แต่ท่านอยู่ต่างจังหวัดก็ติดต่อวัดได้โดยตรง เพื่อประสานการรับส่งมอบกันได้ 

● กราบนมัสการถามว่า หากมีผู้สนใจจะบวชเรียนเพื่อศึกษานักธรรมบาลีกับวัดบางนาใน จะต้องทำอย่างไรครับ

พระครูปิยธรรมวาที : ติดต่อที่วัดบางนาในได้โดยตรงเลย เรายินดีสนับสนุนให้มีการเรียนนักธรรมบาลีกันมากๆ ขอให้ตั้งใจเรียนเท่านั้น เรายินดีสนับสนุน พระ เณรที่มาเรียนกับเรานั้น ส่วนมากสอบผ่านนักธรรมเอกเกือบทั้งหมด บางรูปสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคแล้ว ซึ่งนับว่ามีความอุตสาหะพยายามอย่างมาก น่านับถือจริงๆ บางรูปก็ไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย บางรูปสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท แล้วไปช่วยสอนหนังสือพระ เณร ต่อไปซึ่งก็เท่ากับช่วยบำรุงพระศาสนาโดยตรง บางรูปที่สำเร็จการศึกษาก็ไปช่วยสอนเรื่องพุทธศาสนาในโรงเรียนระดับมัธยมในเขตบางนา และหลายรูปก็ทำหน้าที่ครูสอนบาลีให้พระ เณร รุ่นน้องๆ ต่อไป นับเป็นการถ่ายทอดความรู้ให้กันเป็นรุ่นๆ 

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

โซไซตี้ : ซีพีเอฟ ส่งเสริมศักยภาพเด็กไทยเข้าถึงการศึกษา ร่วมขับเคลื่อน ‘คอนเน็กซ์ อีดี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769918

โซไซตี้ : ซีพีเอฟ ส่งเสริมศักยภาพเด็กไทยเข้าถึงการศึกษา  ร่วมขับเคลื่อน ‘คอนเน็กซ์ อีดี’

โซไซตี้ : ซีพีเอฟ ส่งเสริมศักยภาพเด็กไทยเข้าถึงการศึกษา ร่วมขับเคลื่อน ‘คอนเน็กซ์ อีดี’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ด้วยความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นในศักยภาพของภาคเอกชน ให้มีบทบาทร่วมยกระดับการศึกษาของไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ” มีนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้ทั้งด้านวิชาการและประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริง สานต่อความร่วมมือสนับสนุนมูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT  ED)ตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นโครงการฯในปีแรก จนถึงปัจจุบัน เข้าสู่ปีที่ 8 ที่ซีพีเอฟ เป็น 1 ใน 50 องค์กรส่งเสริมเด็กไทยเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม จากจำนวนโรงเรียนทั้งหมด 5,570 โรงเรียน ในความดูแลของมูลนิธิ CONNEXT ED เป็นโรงเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของซีพีเอฟ 302 โรงเรียน ครอบคลุมพื้นที่4 จังหวัด คือ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสระบุรี ในปี 2560-2566 ซีพีเอฟให้การสนับสนุนโครงการต่างๆ ของโรงเรียนไปแล้ว 351 โครงการ และในปีการศึกษา 2566 ได้พิจารณาโครงการของโรงเรียนเพื่อสนับสนุน งบประมาณดำเนินการจำนวน 74 โครงการ ทั้งด้านวิชาการ ด้านเกษตรและด้านวิชาชีพ อาทิ โครงการ Active Learning โครงการ STEM :Coding  โครงการ Smart Kid-English โครงการฟาร์มไก่พันธุ์ไข่อัจฉริยะ โครงการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์  โครงการเกษตรผสมผสานและโครงการร้านกาแฟเด็กน้อย นอกจากนี้ซีพีเอฟ ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี จึงได้เข้าร่วม “โครงการผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา หรือ ICT Talent เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลโดยได้สนับสนุน บุคลากรที่มีความสามารถด้าน ICT ซึ่งมีภูมิลำเนาในพื้นที่และผ่านการคัคเลือกตามคุณสมบัติให้ประจำตามโรงเรียนภายใต้การดูแลของซีพีเอฟ  ทำหน้าที่ให้ความรู้และส่งเสริมคุณครูใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการสถานศึกษาและจัดการเรียนรู้ให้กับโรงเรียน นำร่อง 3 โรงเรียน คื อโรงเรียนบ้านห้วยหัน จ.ชัยภูมิ โรงเรียนบ้านห้วยศาลา จ.บุรีรัมย์ และโรงเรียนบ้านทองหลางน้อย จ.นครราชสีมา และโรงเรียนเครือข่ายรวมอีก 12 โรงเรียน โดยมีเป้าหมาย คือ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามารถประยุกต์ใช้ ICT ในการบริหารจัดการสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ   คุณครูมีความชำนาญในการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อจัดการเรียนการสอน  นักเรียนมีทักษะและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เข้าถึงสื่อดิจิทัลและและแหล่งเรียนรู้จากทั่วทุกมุมโลก ชุมชนสามารถประยุกต์ใช้ ICT ในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้ เป็นต้น

ผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากซีพีเอฟ สามารถวัดผลได้จากรางวัลต่างๆ ที่โรงเรียนได้รับในปี 2565 โรงเรียน อาทิ รร.หินกอง (พิบูลอนุสรณ์) จ.สระบุรี ทำโครงการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอน รับรางวัลเหรียญทองแดง การแข่งขันหุ่นยนต์เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 จากชมรมวิทยาการหุ่นยนต์ประเทศไทย รร.ชุมชนบ้านประโดก-โคกไผ่ (สถิตย์วิริยคุณ) จ.นครราชสีมา ทำโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะชีวิต สร้างอาชีพการทำเส้นขนมจีน ได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทอง โครงงานอาชีพการทำเส้นขนมจีนสีสมุนไพร จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1โรงเรียนบ้านห้วยจรเข้  จ.นครราชสีมา ทำโครงการนักเทคโนโลยีน้อยก้าวสู่อาชีพ PLC& INNOVATION รับรางวัลชนะเลิศโครงงานโรงเรียนบ้านบุเขว้า จ.นครราชสีมา ทำโครงการฟาร์มไก่พันธุ์ไข่อัจฉริยะส่งผลให้กลุ่มยุวเกษตรโรงเรียน ได้รับรางวัลที่ 1 สถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับประเทศ และรับรางวัลที่ 1 บุคคลทางการเกษตรดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 โรงเรียนบ้านห้วยหัน รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันคอมพิวเตอร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นงานวันวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ นักเรียนโรงเรียนบ้านบุ (ประชารัฐพัฒนา) สพป.นครราชสีมา เขต 1 รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันประกวดนวัตกรรมการโปรแกรมหุ่นยนต์ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นต้น

ตลอด  7 ปี ที่ซีพีเอฟเป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทย ขับเคลื่อนเป้าหมายของมูลนิธิ CONNEXT ED มีการจัดระดับคุณภาพโรงเรียน (School Grading)และตัวชี้วัดคุณภาพโรงเรียน (KPIs) เป็นเกณฑ์ในการประเมินการดำเนินงานและติดตามพัฒนาการของโรงเรียนในแต่ละด้าน เช่น ด้านผู้เรียน ด้านการมีส่วนร่วม ด้านผู้สอนและผู้บริหารสถานศึกษา ด้านหลักสูตรและการสอน และด้านโครงสร้างพื้นฐาน  นอกจากช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาแล้ว เด็กๆ ยังสามารถนำประสบการณ์ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้จริงจากการลงมือปฏิบัติเติบโตสมวัยทั้งทางร่างกายและสติปัญญา เพื่อเป็นกำลังในการขับเคลื่อนสังคม เศรษฐกิจและประเทศชาติต่อไป   

‘เชฟรอนสุขอาสา’ ร่วมกับศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ เดินหน้าสร้างผืนป่าชุมชนนครนายก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/769919

‘เชฟรอนสุขอาสา’ ร่วมกับศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ  เดินหน้าสร้างผืนป่าชุมชนนครนายก

‘เชฟรอนสุขอาสา’ ร่วมกับศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ เดินหน้าสร้างผืนป่าชุมชนนครนายก

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อรรจน์ ตุลารักษ์ นำพนักงานอาสาสมัคร ร่วมกิจกรรม “เชฟรอนสุขอาสา” ร่วมด้วย ปัญญา ปุลิเวคินทร์ ผอ.ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ นครนายก,อุไรวรรณ ใจสงัด คนมีใจเจ้าของพื้นที่กว่า 30 ไร่ที่ต้องการพัฒนาให้เป็นป่าชุมชน เครือข่ายอาสาศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และตัวแทนชุมชนในพื้นที่

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด บริษัท เชฟรอน (ไทย) จํากัด และ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) นำพนักงานกว่า 100 คน จากทั้ง 3 องค์กร ร่วมกิจกรรม “เชฟรอนสุขอาสา” (Together We Volunteer) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นร่วมกับศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ นครนายก ในพื้นที่ของ อุไรวรรณ ใจสงัด โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการปลูกป่า สร้างความรู้และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งพนักงานเชฟรอน อาสาสมัครจากเครือข่ายอาสาศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ คนมีใจจากมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และตัวแทนชุมชน ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้กว่า 500 ต้น ตามแนวคิด “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” หรือการปลูกไม้ใช้สอย ไม้กินได้ และไม้เศรษฐกิจที่นอกจากจะช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวที่ช่วยกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นปอดให้คนในพื้นที่แล้ว ยังเป็นผืนป่าที่คนในชุมชนสามารถมาใช้ประโยชน์ได้ นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีกสิกรรมธรรมชาติ ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งการทำปุ๋ยชีวภาพ การทำน้ำยาล้างจาน และการทำน้ำยาอเนกประสงค์ 

อรรจน์ ตุลารักษ์ บจ.เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต

อรรจน์ ตุลารักษ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายโครงการร่วมทุน บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “เชฟรอนดำเนินภารกิจสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยมากว่า 6 ทศวรรษ ด้วยเป้า หมายระยะยาวในการจัดหาพลังงานที่สะอาด ปลอดภัย และเชื่อถือได้ให้กับประเทศไทย เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่สะอาดมากขึ้น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero โดยกิจกรรมเชฟรอนสุขอาสาในวันนี้ เป็นการสนับสนุนให้พนักงานและชุมชนมีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ที่จะช่วยทั้งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มความชื้นในอากาศเพิ่มออกซิเจน และลดมลพิษในอากาศ โดยนอกจากการปลูกต้นไม้กว่า 500ต้นในพื้นที่กว่า 30 ไร่ ของคุณอุไรวรรณ บุคคลต้นแบบที่ต้องการพัฒนาพื้นที่ของตัวเองให้เป็นป่าที่สร้างสรรค์ประโยชน์ให้ชุมชนแล้วยังเป็นการสร้างความรู้และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการร่วมปลูก อนุรักษ์ และอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน”

อ.ปัญญา ปุลิเวคินทร์ ผอ.ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

อาจารย์ปัญญา ปุลิเวคินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ผู้ทุ่มเทแรงกายและแรงใจเพื่อเผยแพร่ความรู้ในด้านวิถีกสิกรรมธรรมชาติและเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวถึงการสานพลังความร่วมมือว่า “ศูนย์ภูมิรักษ์ฯ เน้นหลักสูตรกสิกรรมธรรมชาติที่ช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยที่ตั้งของศูนย์ภูมิรักษ์ฯ เดิมเป็นผืนดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมุ่งพลิกผืนดินแห่งนี้สู่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ผ่านการบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า ให้ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนได้เห็นความสำเร็จที่พิสูจน์ได้จริง ซึ่งแน่นอนว่าการจะพัฒนาศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้นั้น ในฐานะผู้อำนวยการ จึงได้มุ่งผสานพลังความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน ส่วนราชการ ฝ่ายวิชาการ ภาคประชาชนและภาคเอกชนอย่างเชฟรอนที่ได้ช่วยประสานงานต่างๆ ให้คล่องตัวยิ่งขึ้น และท้ายที่สุดคือ ภาคสื่อมวลชน โดยหน้าที่ของเราคือการประสานงานทุกภาคส่วนให้ทำงานเคียงข้างกันเพื่อเผยแพร่แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืนสู่สังคม สะท้อนความหมายของ “ภูมิรักษ์” ที่หมายถึงผืนแผ่นดินที่รักษาธรรมชาติจากรุ่นสู่รุ่น”

เชฟรอนสุขอาสา เป็นกิจกรรมที่เชฟรอนได้จัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานในการสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับสังคม ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการศึกษา อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยในแต่ละปี เชฟรอนได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐวิชาการ และภาคสังคม ในการพาพนักงานหลายร้อยคนของบริษัท ไปร่วมกิจกรรมต่างๆ อาทิ การปลูกป่า ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และพัฒนาโรงเรียนและสนามเด็กเล่น เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัท ในการเป็นพันธมิตรที่ดีต่อสังคมไทยและสานพันธกิจในการจัดหาพลังงานที่ยั่งยืนเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
มายาวนานกว่า 60 ปี