ลาวเปิดตัวแคมเปญผลักดันการท่องเที่ยว ปี 2024

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741339

ลาวเปิดตัวแคมเปญผลักดันการท่องเที่ยว ปี 2024

17 พ.ย. 2566 09:02 น.

ลาวเปิดตัวแคมเปญผลักดันการท่องเที่ยว ปี 2024

ทางการลาวแถลงเปิดตัวแคมเปญส่งเสริม และผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ปี 2024 ภายใต้หัวข้อ “สวรรค์แห่งวัฒนธรรม ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ลาว” ตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติ และในประเทศ อย่างน้อย 4.6 ล้านคน

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2566 นางสวนสะหวัน วิยะเกด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของลาว แถลงเปิดตัวแคมเปญ “เยือนลาว” (Visit Laos) เพื่อผลักดันปีการท่องเที่ยวลาว 2024 ภายใต้หัวข้อ “สวรรค์แห่งวัฒนธรรม ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ลาว” โดยมีช้างเป็นสัตว์มาสคอตประจำงาน

นางสวนสะหวัน ระบุว่า ปีแห่งการท่องเที่ยวลาว 2024 มีวัตถุประสงค์ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ อีกทั้งมุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพการบริการโดยสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า งานนี้จะประกอบด้วยกิจกรรม 79 รายการ แบ่งเป็นกิจกรรมระดับชาติ 14 รายการ และระดับแขวง 65 รายการ โดยรัฐบาลลาวหวังว่าจะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวลาวอย่างน้อย 4.6 ล้านคน ในปีหน้า สร้างรายได้ 712 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 25,700 ล้านบาท

ทั้งนี้ ช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเยือนลาวมากกว่า 2.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 285 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า.

คาดอิสราเอลเตรียมโจมตีภาคใต้ของกาซาต่อ หลังประกาศยึดภาคเหนือได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741330

คาดอิสราเอลเตรียมโจมตีภาคใต้ของกาซาต่อ หลังประกาศยึดภาคเหนือได้

17 พ.ย. 2566 07:05 น.

คาดอิสราเอลเตรียมโจมตีภาคใต้ของกาซาต่อ หลังประกาศยึดภาคเหนือได้

อิสราเอลอาจกำลังเตรียมบุกโจมตีภาคพื้นดินในภาคใต้ของฉนวนกาซาต่อ หลังยึดการควบคุมภาคเหนือได้แล้ว เนื่องจากมีการโปรยใบปลิวเตือนให้ชาวบ้านชุมชนทางใต้อพยพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 16 พ.ย. 2566 ว่า เริ่มมีสัญญาณมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า กองทัพอิสราเอลเตรียมปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินในภาคใต้ของฉนวนกาซาต่อ หลังจากผู้นำของพวกเขาประกาศยึดการควบคุมดินแดนตอนเหนือของกาซา ซึ่งรวมถึงเมืองกาซา ซิตี้ ได้แล้ว ท่ามกลางเสียงเตือนว่า การมุ่งลงใต้ของกองทัพอิสราเอลจะทำให้วิกฤติมนุษยธรรมย่ำแย่ลงอีก

หนึ่งในข้อบ่งชี้ว่ากองทัพอิสราเอลกำลังเตรียมโจมตีภาคเหนือของกาซาคือ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (15 พ.ย. 2566) มีใบปลิวถูกทิ้งลงมาตามชุมชนทางตะวันออกของเมืองข่านยูนิส เมืองใหญ่สุดในภาคใต้ของกาซา เตือนประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นให้อพยพ และมุ่งหน้าไปยังที่หลบภัยที่รู้จัก

ชุมชนทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ อัล คาร์ราห์ (Al Qarrah), คูซาอา (Khuza’a), บานี ซูไฮลา (Suhaila) และอับซาน (Absaan) ซึ่งอยู่ใกล้กับรัวกั้นที่แยกฉนวนกาซาจากอิสราเอล แสดงให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโจมตีภาคพื้นครั้งใหม่ เพื่อยึดการควบคุมภาคใต้ของกาซา

ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอล ออกมาอ้างว่า พวกเขาพบช่องอุโมงค์ปฏิบัติการของกลุ่มฮามาสภายในพื้นที่โรงพยาบาลอัลชีฟาแล้ว หลังจากมีปฏิบัติการบุกจู่โจมโรงพยาบาลใหญ่สุดในกาซาแห่งนี้เมื่อเช้ามืดวันพุธ โดยกล่าวหากลุ่มฮามาสว่ามีศูนย์บัญชาการ และอุโมงค์ลับซ่อนอยู่ในอัลชีฟา

ด้านนายวอลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สำนักงานสสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เตือนในวันพฤหัสบดีว่า ปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง และทรัพยากรอื่นๆ ในกาซา ทำให้เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดภาวะหิวโหย และการแพร่กระจายของโรคระบาด และการเรียกร้องของพวกเขาให้ลดความรุนแรงในกาซาถูกเมินเฉย

องค์การยูนิเซฟ ระบุเมื่อวันอังคารว่า พวกเขาได้รับรายงานการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยภาวะขาดน้ำ และมีผู้ป่วยเป็นโรคท้องร่วงในกาซามากกว่า 30,000 ราย ท่ามกลางปัญหาการสื่อสารใช้การไม่ได้อย่างสิ้นเชิงเป็นวงกว้างในกาซา เนื่องจากขาดแคลนเชื้อเพลิง.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สลด “5 ร่างแรงงาน” ส่งกลับถึงบ้านเกิด ข่าวดีทีมงานวันนอร์ จ่อปล่อย 25 คนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741315

สลด "5 ร่างแรงงาน" ส่งกลับถึงบ้านเกิด ข่าวดีทีมงานวันนอร์ จ่อปล่อย 25 คนไทย

17 พ.ย. 2566 05:05 น.

สลด “5 ร่างแรงงาน” ส่งกลับถึงบ้านเกิด ข่าวดีทีมงานวันนอร์ จ่อปล่อย 25 คนไทย

“เลอพงษ์ ซาร์ยีด” นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน หนึ่งในทีมเจรจาช่วยเหลือตัวประกัน ไทย เผยข่าวดีกลุ่มฮามาสเตรียมปล่อยตัวประกัน 50 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทย 25 คน แต่ยังไม่ระบุจะปล่อยจุดไหนอย่างไร ส่วนศพแรงงานไทยถูกส่งกลับคืนครอบครัวอีก 5 ศพ อิสราเอลเปิดภาพโชว์ชาวโลก พบหลักฐานกลุ่มฮามาสเจาะอุโมงค์ในโรงพยาบาลใช้เป็นศูนย์บัญชาการสู้รบ พบอาวุธยุทโธปกรณ์การทำสงครามจำนวนมากและยังพบภาพทหารหญิงอิสราเอลที่ถูกจับเป็นตัวประกัน กาตาร์ขออิสราเอลหยุดยิง 3 วัน แลกกับการปล่อยตัวประกันของกลุ่มฮามาสและให้อิสราเอลปล่อยนักโทษหญิงกับเยาวชนชาวปาเลสไตน์ แต่อิสราเอลเมินข้อตกลง

ร่างแรงงานไทยที่เสียชีวิตในสงครามอิสราเอล-ฮามาส ถูกส่งกลับภูมิลำเนามาอีก 5 ราย โดยสายการบิน El Al Israel Airlines เที่ยวบิน LY 081 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 12.15 น.วันที่ 16 พ.ย. มีนางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย นายอารี ไกรนรา เลขานุการ รมว.แรงงาน และคณะร่วมรับร่างและวางพวงหรีดแสดงความอาลัยศพแรงงานไทยทั้ง 5 รายที่ถูกส่งกลับมาชุดนี้ คือ นายเทียนชัย ยอดทองดี นายไชยา รักษานนท์ นายศักดิ์สิทธิ์ จำปาสิม นายสมชัย แซ่ย่าง และนายจักรพันธ์ เดี่ยวไธสง หลังเสร็จสิ้นการประกอบพิธีไว้อาลัยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงศพทั้งหมดใส่รถตู้นำไปส่งให้แก่ครอบครัวตามภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิตต่อไป

ก่อนหน้าที่ร่างของแรงงานไทยในอิสราเอลจะถูกส่งกลับภูมิลำเนา เมื่อเวลา 15.00 น. (เวลาท้องถิ่นของอิสราเอล) วันที่ 15 พ.ย. ทางการอิสราเอลและเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยประกอบพิธีไว้อาลัย ที่ลานบินท่าอากาศยานเบนกูเรียน กรุงเทลอาวีฟ โดย น.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ นายกิตติ์ธนา ศรีสุริยะ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงาน เป็นผู้แทนฝ่ายไทยเข้าร่วมพิธี ส่วนผู้แทนฝ่ายอิสราเอล มีนายเดวิด เลวี ผอ.กองแปซิฟิก นางชิริ เลวี ผู้ตรวจการคณะกรรมการดูแลสิทธิประโยชน์แรงงานต่างชาติในอิสราเอล ผู้แทนกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล ผู้แทนสำนักงานประชากรและตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงผู้แทนสายการบิน El Al เข้าร่วมพิธี

เอกอัครราชทูตไทยได้วางพวงหรีดเคารพศพ จากนั้นนายเลวีได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียของคนไทยที่ไม่ควรเป็นเหยื่อของโศกนาฏกรรมครั้งนี้โดยย้ำว่า ทางการอิสราเอลจะดูแลและเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ ด้านเอกอัครราชทูต ได้กล่าวขอบคุณผู้มาร่วมพิธีทุกคนที่เดินทางมาส่งร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายเป็นการให้เกียรติต่อผู้วายชนม์ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นแรงงานที่ตั้งใจมาทำงานเพื่อหาเลี้ยง ครอบครัว หวังว่าการส่งร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สงครามครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย สำหรับผลกระทบต่อคนไทยจากสถานการณ์อิสราเอลและกาซา (สถานะวันที่ 15 พ.ย.66) สถานทูตฯ ระบุว่า มีคนไทยเสียชีวิต จำนวนเท่าเดิมคือ 39 ราย บาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 4 ราย ถูกจับเป็นตัวประกันยังมีจำนวนเท่าเดิม 25 ราย

อีกด้าน ที่รัฐสภา นายเลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ในฐานะตัวแทนนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประสานงานช่วยเหลือแรงงานไทยที่ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน แถลงความคืบหน้าการเจรจาช่วยเหลือตัวประกันไทยกับกลุ่มฮามาสว่า ได้เช็กข่าวกับทางฮามาสล่าสุด เมื่อเช้าวันที่ 16 พ.ย. ฮามาสจะปล่อย 50 ตัวประกัน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทย 25 คน คณะทำงานประธานสภาฯ จึงประสานไปว่า ขอให้เป็นคนไทยทั้งหมด กลุ่มฮามาสรับปากจะปล่อยตัว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอีกไม่กี่วันจะได้รับข่าวดี คาดว่าไม่เกิน 10 วัน หรือเร็วสุดคือ 2-3 วันนับจากวันนี้ แต่จะปล่อยที่จุดไหนต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวประกันเป็นสำคัญ

“ฮามาสให้ความสำคัญการเจรจาระหว่างประธานสภาฯ กับผู้นำชีอะห์ เพราะเป็นมุสลิมด้วยกัน คุยกันเป็นภาษาอาหรับด้วยกัน จึงมีน้ำหนักมากกว่า สามารถสื่อสารกันได้มากกว่า เราพูดคุยแบบขอร้องให้เห็นอกเห็นใจ บอกฮามาสไปว่าเราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ทางฮามาสก็บอกว่า แต่ที่เกิดปัญหาเพราะแรงงานต่างประเทศไปทำงานในสถานที่เป็นข้อพิพาท จึงจำเป็นต้องจับแรงงานต่างประเทศไป เพราะถือว่าไปรุกรานเขตของเขา ฮามาสอยากให้ช่วยสื่อสารว่าอิสราเอลไม่ได้ให้ความสำคัญมนุษยธรรมใดๆ ขณะที่ฮามาสดูแลตัวประกันอย่างดี” นายเลอพงษ์กล่าว

วันเดียวกัน นายณรงค์ ศรีระสันต์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ว่าได้เร่งให้ความช่วยเหลือตามแนวทางที่สำนักงานอัยการสูงสุดวางไว้ กรณีแรงงานกลับมาแล้วไม่มีงานทำ กังวลว่าจะขาดรายได้ ได้ให้คำแนะนำและช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องที่เพื่อช่วยหางานใหม่ให้ได้เร็วยิ่งขึ้น ขณะนี้มีแรงงานไทยจากอิสราเอลและครอบครัวมาขอรับความช่วยเหลือจากทั่วประเทศ จำนวน 880 ราย แรงงานไทยที่ซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับเองให้นำหลักฐานมาเบิกจากทางราชการได้ หรือหากต้องการความช่วยเหลือด้านกฎหมายติดต่อสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนและการบังคับคดีจังหวัด และสาขาทั่วประเทศได้ หรือติดต่อขอคำปรึกษาทางกฎหมายได้ที่ สายด่วน 1157

ขณะที่สถานการณ์สู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอล (IDF) กับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาส ที่ยืดเยื้อมากว่า 40 วัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ว่า กองทัพอิสราเอลถอนกำลังออกจากโรงพยาบาลอัล-ชิฟา โรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองกาซาซิตี้ ทางเหนือของฉนวนกาซา แต่ยังคงปฏิบัติการอยู่ในบริเวณรอบนอกโรงพยาบาล ขณะ เดียวกันกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์เผยว่า กองทัพใช้รถปราบดินทำลายทางเข้าทางใต้ของโรงพยาบาลอัล-ชิฟา หลังจากเมื่อวันที่ 15 พ.ย. อิสราเอลบุกโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มฮามาสอ้างว่าอยู่ในโรงพยาบาลดังกล่าว พบอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากและยังตรวจค้นผู้คนในโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ทั้งคนไข้ บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งผู้ที่มาหลบภัยโดยพุ่งเป้าไปที่ชายหนุ่ม

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่วิดีโอขณะกองทัพอิสราเอลบุกค้นโรงพยาบาล ภาพจากวิดีโอเผยให้เห็นทหารอิสราเอลตรวจค้นแต่ละห้องตามอาคารในโรงพยาบาลท่ามกลางเสียงปืนดังสนั่นเป็นระยะ พบปืนไรเฟิลซ่อนอยู่หลังเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) พบระเบิด กระสุน อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เอกสารเกี่ยวกับการทำสงครามภาษาอารบิก เครื่องแบบกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาส เสื้อเกราะกันกระสุน รวมถึงได้ตรวจสอบข้อมูลในแล็ปท็อปคาดว่าเป็นของฮามาส พบภาพ ส.ต.หญิง โอรี เมกิดิช ทหารหญิงสังกัดกองทัพอิสราเอลที่ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไปจากนิคมเกษตรนาฮัล ออซ ไปฉนวนกาซา หลักฐานเหล่านี้บ่งชี้ว่ากลุ่มฮามาสใช้โรงพยาบาลเป็นศูนย์บัญชาการสู้รบ สิ่งที่พบขณะนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่กลุ่มฮามาสมีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กองทัพไม่ได้เผยให้เห็นอุโมงค์ใต้ดินที่อิสราเอลอ้างว่าเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮามาส

ด้านสำนักข่าววาฟาของปาเลสไตน์รายงานว่า เครื่องบินรบของอิสราเอลโจมตีใกล้โรงพยาบาลอินโดนีเซีย ในเมืองเบต ลาฮิยาและย่านเรมัล เมืองกาซาซิตี้ ทางเหนือของฉนวนกาซา แต่ยังไม่มีการยืนยันยอดผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่ในภาคกลางมีการโจมตีทางอากาศเช่นกัน อิสราเอลทิ้งระเบิดใส่มัสยิดในย่านอัล-ซาบราห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 50 ศพ บาดเจ็บนับสิบราย เช่นเดียวกับการโจมตีทางอากาศบริเวณโรงเรียนมาเลเซีย ในค่ายผู้ลี้ภัยนูเซรัด ยังคร่าชีวิตประชาชนอีก 3 ศพ เครื่องบินรบของอิสราเอลยังโจมตีเสาโทรคมนาคมในเมืองข่านยูนิส ทางใต้ของฉนวนกาซา มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับสิบราย ในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วย และกองทัพยังจู่โจมจับกุมชาวปาเลสไตน์ 2 คน ที่ค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองเจริโช ทางตอนใต้ และจับประชาชนอีก 2 คน ในเมืองนาบลุส ทางเหนือของเขตเวสต์แบงก์เช่นกัน

ส่วนความคืบหน้าการเจรจาปล่อยตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสคุมขังในฉนวนกาซา สำนักข่าว รอยเตอร์เผยว่า กาตาร์เจรจาร่วมกับกลุ่มฮามาสและอิสราเอล ผลักดันให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันในฉนวนกาซาจำนวน 50 คน แลกกับการที่อิสราเอลต้องหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 3 วัน เพื่อเปิดทางความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา รวมถึงการปล่อยนักโทษปาเลสไตน์ที่เป็นเยาวชนและสตรีที่ถูกจับกุมในอิสราเอล แต่อิสราเอลมีท่าทีไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าว

อึ้ง พบสุนัขรอดตาย อยู่เคียงข้างศพเจ้าของ หลังหายตัวบนเขา 10 สัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741324

อึ้ง พบสุนัขรอดตาย อยู่เคียงข้างศพเจ้าของ หลังหายตัวบนเขา 10 สัปดาห์

17 พ.ย. 2566 04:55 น.

อึ้ง พบสุนัขรอดตาย อยู่เคียงข้างศพเจ้าของ หลังหายตัวบนเขา 10 สัปดาห์

ภาพสุนัข แจ็ค รัสเซลล์ เทอเรียร์ (ภาพประกอบ)

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสหรัฐฯ พบศพนักเดินเขาที่หายตัวไปบนขาในรัฐโคโลราโด พร้อมกับสุนัขของเขานานร่วม 10 สัปดาห์แล้ว โดยพบว่า สุนัขยังมีชีวิตอยู่เคียงข้างศพของเขา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายริช มัวร์ วัย 71 ปี กับสุนัขพันธุ์ แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย (Jack Russell Terrier) เพศเมียของเขาชื่อ ฟินนีย์ เดินทางขึ้นเขา ‘แบล็คเฮด พีค’ (Blackhead Peak) เมื่อ 19 ส.ค. 2566 แล้วไม่กลับลงมาอีกเลย จนกระทั่งศพของมัวร์ถูกพบเมื่อ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีฟินนีย์อยู่เคียงข้าง

น.ส.เดลินดา วานเนอไบรทีน จากกลุ่มอาสาสมัครค้นหาและกู้ภัย ‘Taos’ ระบุว่า ทีมกู้ภัยออกค้นหาบริเวณฝั่งตะวันตกของภูเขา ระหว่างจุดที่พบรถของนายมัวร์จอดอยู่กับยอดเขาแบล็คเฮด นานหลายวันแต่ไม่พบตัวพวกเขา

จนกระทั่งหลายสัปดาห์ต่อมา นายพรานคนหนึ่งก็พบศพของนายมัวร์ อยู่บนภูเขา ซาน ฮวน ซึ่งห่างจากยอดเขาแบล็คเฮดราว 2.5 กม. และพบว่าเจ้าสุนัข ฟินนีย์ ยังมีชีวิตอยู่ แต่น้ำหนักของมันลดลงไปถึง 6 ปอนด์ หรือกว่าครึ่งจากน้ำหนักตัวเดิมของมัน

น.ส.วานเนอไบรทีน บอกอีกว่า ฟินนีย์รอดมาได้ด้วยวิธีการอะไรบางอย่าง อาจจะด้วยการล่าสัตว์ขนาดเล็กในป่า เช่น หนู และหลีกเลี่ยงสัตว์นักล่าอย่างสิงโตภูเขา, หมาป่าโคโยเต้ และหมี

“แจ็ค รัสเซลล์ เทอเรียร์ นั้น ดุมากๆ ฉันขอบอกเลย มันเป็นสุนัขตัวเล็กที่ทนทายาดมาก” น.ส.วานเนอไบรทีนกล่าว และว่าเรื่องราวการเอาชีวิตรอดสุดอัศจรรย์ของฟินนีย์ เป็นข้อพิสูจน์ถึงความอุทิศตัวและซื่อสัตย์ของมันที่มีต่อเจ้าของ “เราดีใจ ที่ฟินนีย์ได้กลับไปหาครอบครัว เพราะพวกเขาเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปแล้ว แต่พวกเขายังมี่สุนัขแสนวิเศษที่ซื่อสัตย์อยู่”

ด้านนาย แบรด ฮันต์ เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพของเขต อาร์ชูเลตา เคาน์ตี ลงความเห็นว่า นายมัวร์เสียชีวิตจากภาวะอุณหภูมิร่างกายลดต่ำเกินไป ซึ่งสามารถทำให้คนเกิดอาการสับสนและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นรอบตัว

ขณะที่เพื่อนหลายคนของมัวร์บอกกับนิตยสารท้องถิ่นว่า มัวร์เป็นนักเดินเขาที่มีประสบการณ์มาก และเคยขึ้นเขาแบล็คเฮดกับเพื่อนมาแล้ว ส่วนนาง ดานา ฮอลบี ภรรยาของมัวร์เผยว่า ฟินนีย์ติดสามีของเธอมาก โดยในวันเกิดเหตุ เธอไปเยี่ยมน้องสาวที่ป่วย ก่อนที่มัวร์จะโทรศัพท์มาบอกเธอว่า จะขึ้นเขา ซึ่งเธอกำชับกับเขาไปแล้วว่าอย่าขึ้นไปคนเดียว

นางฮอลบีระบุอีกว่า เธอตกใจมากเมื่อได้รู้ว่าฟินนีย์รอดมาได้หลังจากอยู่ในป่ากว่า 10 สัปดาห์ โดยเธอกับลูกชายร้องไห้ออกมา ในตอนที่ทั้งคู่ไปรับฟินนีย์จากโรงพยาบาลสัตว์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สว.สหรัฐฯ ผ่าน ก.ม.งบประมาณระยะสั้น เลี่ยงรัฐบาลชัตดาวน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741323

สว.สหรัฐฯ ผ่าน ก.ม.งบประมาณระยะสั้น เลี่ยงรัฐบาลชัตดาวน์

17 พ.ย. 2566 03:52 น.

สว.สหรัฐฯ ผ่าน ก.ม.งบประมาณระยะสั้น เลี่ยงรัฐบาลชัตดาวน์

สว.สหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายชั่วคราวฉบับใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้รัฐบาลชัตดาวน์แล้ว และกำลังรอให้ประธานาธิบดีลงนามเพื่อบังคับใช้ก่อนพ้นเส้นตายวันศุกร์นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณระยะสั้นแล้ว ในวันพุธที่ 15 พ.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยคะแนน 87 ต่อ 11 เสียง ทำให้รัฐบาลรอดพ้นจากการเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ในขณะที่เดโมแครตกับรีพับลิกันยังคงไม่มีข้อยุติเรื่องแผนงบประมาณปี 2567

ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และตอนนี้ถูกส่งไปให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามบังคับใช้แล้ว ก่อนที่กฎหมายงบประมาณชั่วคราวฉบับปัจจุบันจะหมดลงหลังพ้นวันศุกร์ที่ 17 พ.ย.นี้

ขณะที่กฎหมายฉบับใหม่กำหนดเส้นตายไว้ 2 ช่วง ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้น โดยรัฐบาลจะมีงบประมาณสำหรับการก่อสร้างทางทหาร, กิจการทหารผ่านศึก, การคมนาคม, การเคหะและพลังงาน ไปจนถึง 19 ม.ค. 2567 ส่วนที่ด้านอื่นๆ เหลือจะมีงบให้ใช้จนถึงวันที่ 2 ก.พ. 2567 โดยกฎหมายนี้ไม่รวมงบช่วยเหลืออิสราเอลหรือยูเครน

ทั้งนี้ สมาชิกสภาคองเกรสยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันและพยายามเจรจากันเพื่อผ่านกฎหมายงบประมาณประจำปี โดยฝ่ายอนุรักษ์นิยมในสภาผู้แทนราษฎรเรียกร้องให้มีการลดการใช้จ่ายขนานใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายเดโมแครตปฏิเสธ

ที่มา : cnn

อินเดียติดต่อทีมกู้ภัยถ้ำหลวง หลัง 40 คนงานติดในอุโมงค์นานกว่า 90 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741322

อินเดียติดต่อทีมกู้ภัยถ้ำหลวง หลัง 40 คนงานติดในอุโมงค์นานกว่า 90 ชม.

17 พ.ย. 2566 03:05 น.

อินเดียติดต่อทีมกู้ภัยถ้ำหลวง หลัง 40 คนงานติดในอุโมงค์นานกว่า 90 ชม.

อินเดียกำลังเร่งช่วยเหลือคนงาน 40 ชีวิตซึ่งติดในอุโมงค์ถนนมานานกว่า 90 ชม.แล้ว โดยมีการติดต่อขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ รวมถึงหนึ่งในทีมกู้ภัยของไทยที่ร่วมในภารกิจถ้ำหลวง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 พ.ย. 2566 เจ้าหน้าที่กู้ภัยของอินเดียยังคงพยายามช่วยเหลือคนงานกว่า 40 ชีวิต ที่ติดอยู่ในอุโมงค์ถนนในรัฐอุตตราขัณฑ์ ซึ่งพังถล่มลงมาตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ โดยมีการส่งเครื่องเจาะกำลังสูงโดยเฉพาะไปช่วยเหลือแล้ว

เครื่องเจาะดังกล่าวถูกส่งมาจากกรุงนิวเดลีเมื่อวันพุธ หลังจากความพยายามขุดซากอุโมงค์ที่ถล่มลงมาด้วยเครื่องจักรชนิดอื่นประสบความล้มเหลว โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเครื่องขุดนี้สามารถเจาะเปิดช่องทางให้สามารถสอดท่อเหล็กเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 ฟุตเข้าไป แล้วให้คนงานที่ติดอยู่คลานลอดออกมาได้

ทางการอินเดียบอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า พวกเขาไม่อยากคาดการณ์ว่า จะใช้เวลาเท่าใดในการเก็บกวาดซากปรักหักพัง แต่พวกเขาเชื่อว่า จะมีความคืบหน้าในด้านบวกเกิดขึ้นในไม่ช้า อย่างไรก็ตาม นาย วีเค. สิงห์ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมและทางหลวงของอินเดีย คาดว่าปฏิบัติการช่วยเหลืออาจยืดเยื้อออกไป 2-3 วัน

นายกีรติ ปันวาร์ เจ้าหน้าที่สำนักงานสารสนเทศเขตอุตตราคาชี ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุโมงค์แห่งนี้ เปิดเผยว่า พวกเขากำลังทำทุกวิถีทางเพื่อไปให้ถึงผู้ประสบภัย รวมถึงติดต่อทีมกู้ภัยที่มีประสบการณ์ในภารกิจช่วยเหลือที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้

“เรากำลังรับความช่วยเหลือจากทีมผู้เชี่ยวชาญจากนอร์เวย์และประเทศไทย” นายปันวาร์กล่าว “ทีมกู้ภัยของเราติดต่อกับบริษัทของไทยซึ่งมีส่วนในภารกิจช่วยเหลือเด็กๆ ที่ติดในถ้ำ (ถ้ำหลวง) เมื่อหลายปีก่อน” นอกจากนั้นอิยเดียยังติดอต่กับสถาบันธรณีเทคนิคแห่งนอร์เวย์ (NGI) เพื่อขอคำแนะนำด้วย

ทั้งนี้ อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 5.00 น. วันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย. หลังเกิดดินถล่มบนภูเขาใกล้เคียง ทำให้บางส่วนของอุโมงค์ ‘ซิลก์ยารา’ (Silkyara) พังลงมาห่างจากทางเข้าประมาณ 200 ม. กักขังคนงานราว 40 คนเอาไว้ภายใน ซึ่งทีมกู้ภัยต้องใช้ท่อเพื่อส่งออกซิเจน, รวมถึงน้ำกับอาหารเข้าไปให้คนงานประทังชีวิต

เจ้าหน้าที่ยังสามารถติดต่อกับคนงานที่ติดอยู่ได้ด้วยวิทยุมือถือ โดยทางการอินเดียยืนยันว่าทั้งหมดยังปลอดภัยดี แต่สื่อบางฉบับรายงานว่า คนงานบางคนเริ่มมีอาการปวดหัว, วิตกกังวล และคลื่นไส้แล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ไบเดนเผย คุย สี จิ้นผิง คืบหน้า ทำข้อตกลงทางทหาร-คุมยาเฟนทานิล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741320

ไบเดนเผย คุย สี จิ้นผิง คืบหน้า ทำข้อตกลงทางทหาร-คุมยาเฟนทานิล

17 พ.ย. 2566 00:50 น.

ไบเดนเผย คุย สี จิ้นผิง คืบหน้า ทำข้อตกลงทางทหาร-คุมยาเฟนทานิล

ไบเดนเผย เกิดความก้าวหน้าอย่างแท้จริงในการพูดคุยของเขากับ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน โดยสองฝ่ายตกลงกันเรื่องฟื้นการสื่อสารระหว่างกองทัพ และเรื่องยาเฟนทานิล ซึ่งมีส่วนผสมจากฝิ่น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน และสี จิ้นผิง ผู้นำของประเทศจีน ตกลงร่วมกันในวันพุธที่ 15 พ.ย. 2566 (ตามเวลาสหรัฐฯ) ว่าจะฟื้นฟูการสื่อสารระหว่างกองทัพ และร่วมมือกันในนโยบายต่อต้านยาเสพติด หลังจากทั้งสองพบหน้าคุยกันเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี

ไบเดนกับสี จิ้นผิง หารือกันเป็นเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ที่นครซานฟรานซิสโก ในประเด็นที่สร้างรอยร้าวให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยพวกเขาวางแผนจะกลับมาสื่อสารระหว่างกองทัพอีกครั้ง หลังจากประกาศตัดขาดเพื่อตอบโต้การเยือนไต้หวันของนาง แนนซี เพโรซี เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 ซึ่งตอนนั้นเธอยังเป็นประธานสภาสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ กับจีนจะกลับมาสื่อสารกันโดยตรงอีกครั้ง และเขากับสี จิ้นผิง ยังตกลงเรื่องการสื่อสารในระดับสูงด้วย “ผมกับเขาตกลงว่า พวกเราแต่ละคนสามารหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหากันได้โดยตรง และเราจะรับทันที”

อย่างไรก็ตาม ไบเดนยังไม่วายแสดงความเห็นที่น่าจะสร้างความไม่พอใจแต่จีนอีกครั้ง เมื่อเขาบอกกับนักข่าวว่า ยังไม่เปลี่ยนความคิดที่ว่า สี จิ้นผิง เป็นเผด็จการ “คือฟังนะ เขาเป็น (เผด็จการ) ผมหมายถึง เขาเป็นเผด็จการในแง่ของการที่เขาเป็นผู้นำประเทศที่เป็นประเทศคอมมิวนิสต์”

ด้านสี จิ้นผิง บอกกับไบเดนว่า มุมมองแง่ลบที่สหรัฐฯ มีต่อพรรคคอมมิวนิสต์นั้นไม่ยุติธรรม

ทั้งนี้ นอกจากด้านการทหาร ไบเดนกับสี จิ้นผิง ยังตกลงกันว่าจะสกัดการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาที่มีส่วนผสมของฝิ่นอย่าง เฟนทานิล (fentanyl) ซึ่งกลายมาเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตเนื่องจากเสพยาเกินขนาดในสหรัฐฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ผู้นำทั้งสองยังตกลงกันว่าจะให้ผู้เชี่ยวชาญของแต่ละฝ่าย มาหารือร่วมกันเรื่องความเสี่ยงของปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ส่วนการพูดคุยเรื่องใต้หวัน สิ จิ้นผิง แสดงจุดยืนว่าพวกเขาต้องการให้เกิดการรวมดินแดนอย่างสันติ รวมถึงพูดเรื่องเงื่อนไขต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดการใช้กำลังทางทหาร ขณะที่ไบเดนต้องการสถานภาพปัจจุบันนี้เอาไว้ และต้องการให้จีนเคารพกระบวนการเลือกตั้งของใต้หวัน

อย่าไรก็ตาม ประธานาธิบดีจีนตอบกลับผู้นำสหรัฐฯ ว่า “สันติภาพเป็นเรื่องดี แต่ ณ จุดหนึ่ง เราจำเป็นต้องก้าวไปสู่ทางออกมากขึ้น” นายสียังเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดส่งอาวุธให้ใต้หวัน และสนับสนุนการกลับมารวมกันเป็นหนึ่งกับไต้หวันอย่างสันติของจีนด้วย

นอกจากนั้น ผู้นำสหรัฐฯ เผยอีกว่า เขาได้ขอให้นายสีใช้อิทธิพลของตนกับอิหร่าน เพื่อเรียกร้องไม่ให้อิหร่านใช้ตัวแทนโจมตีสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธ ฮามาส ในฉนวนกาซา ที่ยังคงดำเนินอยู่จนถึงทุกวันนี้

ที่มา : cna

สะพรึง คลังแสงเก็บกระสุนรัสเซีย ถูกโดรนปริศนาโจมตี ไฟไหม้วอด (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741253

สะพรึง คลังแสงเก็บกระสุนรัสเซีย ถูกโดรนปริศนาโจมตี  ไฟไหม้วอด (คลิป)

16 พ.ย. 2566 19:59 น.

สะพรึง คลังแสงเก็บกระสุนรัสเซีย ถูกโดรนปริศนาโจมตี ไฟไหม้วอด (คลิป)

สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังเดือด คลังแสงเก็บเครื่องกระสุน ใกล้ค่ายทหารรัสเซีย ในแคว้นวอลโกกราด ทางภาคใต้ถูกโดรนติดอาวุธโจมตี จนเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง

เมื่อ 16 พ.ย. 2566 สื่อต่างประเทศรายงานว่าสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังดุเดือด หลังผ่านมากว่า 20 เดือน เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้คลังแสงเก็บเครื่องกระสุนในค่ายทหารของรัสเซียแห่งหนึ่ง ที่หมู่บ้านโคตลูบัน แคว้นวอลโกกราด ทางตอนใต้ของประเทศรัสเซีย 

มีคลิปวิดีโอหลายคลิป แสดงให้เห็นว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้คลังแสงเก็บเครื่องกระสุนแห่งนี้ เมื่อตอนเวลาประมาณ 01.00 น.ของวันที่ 16 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่มีการสันนิษฐานกันว่ามีโดรนติดอาวุธถูกส่งมาโจมตีคลังแสงแห่งนี้ ที่เชื่อว่าเก็บจรวดจำนวนมาก เพราะได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ก่อนจะเกิดไฟลุกไหม้คลังแสงเก็บกระสุนแห่งนี้ของรัสเซีย

ชมคลิป :  ที่นี่

เหตุคลังแสงเก็บเครื่องกระสุนของทหารรัสเซียเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง ถือเป็นข่าวร้ายที่ถาโถมใส่ประธานาธิบดีปูตินที่กองทัพรัสเซียต้องสูญเสียเครื่องกระสุนไปแล้วจำนวนมากจากการทำสงครามในยูเครน ตั้งแต่ ก.พ. 2565

ด้านแหล่งข่าวกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซีย เผยว่า ยังไม่มีรายงานมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้คลังแสงเก็บเครื่องกระสุน และไม่ต้องอพยพชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง โดยต่อมา เจ้าหน้าที่รัสเซียเผยว่า พนักงานดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และเพลิงได้สงบลงเรื่อยๆ

ก่อนหน้านี้ ยูเครนยังแจ้งว่าได้ส่งโดรนติดอาวุธไปโจมตีโรงงานผลิตดินปืน และโรงงานผลิตจรวดในรัสเซียซึ่งไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่ายยูเครนได้พยายามตอบโต้การรุกรานของรัสเซีย ด้วยการส่งโดรนติดอาวุธไปโจมตีเป้าหมายของรัสเซียอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ส่วนกองทัพรัสเซียยังคงโจมตีถล่มเป้าหมายในยูเครนอย่างหนัก 

ที่มา : metro

สยอง ไฟไหม้ตึก 4 ชั้นในจีน หนีไม่ทัน ดับสลดอย่างน้อย 26 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741132

สยอง ไฟไหม้ตึก 4 ชั้นในจีน หนีไม่ทัน ดับสลดอย่างน้อย 26 ศพ

16 พ.ย. 2566 18:16 น.

สยอง ไฟไหม้ตึก 4 ชั้นในจีน หนีไม่ทัน ดับสลดอย่างน้อย 26 ศพ

เกิดเหตุเพลิงไหม้ตึก 4 ชั้นของบริษัทถ่านหินแห่งหนึ่ง ในมณฑลชานซี ทางเหนือของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 26 ศพ และบาดเจ็บอย่างน้อย 37 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรงที่ตึกสูง 4 ชั้นของบริษัทถ่านหิน Yongju Coal ในเมืองลู่เหลียง มณฑลชานซี ทางเหนือของจีน เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 16 พ.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 26 ศพ และบาดเจ็บอย่างน้อย 37 ราย 

สำนักข่าว CCTV สื่อท้องถิ่นของจีน รายงานว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ออกแถลงการณ์ว่า หน่วยกู้ภัยและฉุกเฉินได้เข้าพื้นที่เกิดเหตุแล้ว พร้อมอพยพคน 63 คน ออกจากพื้นที่ เบื้องต้นมี 26 ราย ที่ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิต ขณะที่อีก 51 คน ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล

รายงานระบุว่า เพลิงไหม้เกิดขึ้นในบริเวณอาคารสำนักงาน และหอพักของบริษัท ไม่ใช่บริเวณเหมืองขุดถ่านหิน โดยมณฑลชานซีได้รับขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งถ่านหิน” เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตถ่านหินใหญ่สุดในประเทศจีน ในขณะที่ ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุไฟไหม้ในจีนบ่อยครั้ง ซึ่งสาเหตุสำคัญประการหนึ่งเกิดจากความหละหลวมในข้อบังคับเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยในอาคารต่างๆในจีน

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : APAFP

รัฐนิวยอร์กฟ้องเป๊ปซี่โค ข้อหาสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม จาก ‘ขยะพลาสติก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741219

รัฐนิวยอร์กฟ้องเป๊ปซี่โค ข้อหาสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม จาก ‘ขยะพลาสติก’

16 พ.ย. 2566 18:07 น.

รัฐนิวยอร์กฟ้องเป๊ปซี่โค ข้อหาสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม จาก ‘ขยะพลาสติก’

รัฐนิวยอร์กยื่นฟ้องบริษัทเป๊ปซี่โค ข้อหาสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม จากขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ขณะที่โฆษกเป๊บซี่โคแจงบริษัทมีความโปร่งใสในการลดการใช้พลาสติกมาโดยตลอด

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐนิวยอร์กได้ยื่นฟ้องบริษัทเป๊ปซี่โค (PepsiCo) เมื่อวานนี้ (15 พ.ย.) โดยกล่าวหาว่าผู้ผลิตเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาได้สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน โดยการสร้างขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว นับเป็นหนึ่งในคดีแรกๆ ที่หน่วยงานส่วนท้องถิ่นของรัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ มุ่งเป้าไปที่บรรดาผู้ผลิตพลาสติกรายใหญ่ของประเทศ

เลติเทีย เจมส์ อัยการรัฐนิวยอร์ก ระบุในข้อกล่าวหาว่า บริษัทเป๊ปซี่โค มีส่วนสร้างความเดือดร้อนรำคาญต่อสาธารณะ ผ่านการสร้างขยะพลาสติกจำนวนมาก และจากการสำรวจขยะทุกประเภทที่พบบริเวณริมแม่น้ำบัฟฟาโลเมื่อปีที่ผ่านมา พบว่าขยะพลาสติกที่พบมากที่สุด คือบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวที่ติดตราสัญลักษณ์ของเป๊ปซี่โค ซึ่งพบมากกว่า 17% ของขยะทั้งหมด

“จากขยะพลาสติกที่รวบรวมมาซึ่งสามารถระบุชื่อยี่ห้อได้ทั้งหมด 1,916 ชิ้น พบว่ามากกว่า 17% ผลิตโดยเป๊ปซี่โค รองลงมาคือขยะพลาสติกจากแมคโดนัลด์ และเฮอร์ชีส์” รายงานระบุ

อัยการรัฐนิวยอร์กยังกล่าวอีกว่า เป๊ปซี่โคล้มเหลวในการเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากพลาสติกในสินค้าแบรนด์ต่างๆ ของบริษัทมากกว่า 100 แบรนด์ และทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความพยายามในการต่อสู้กับมลพิษจากพลาสติก

นอกจากนี้ คำฟ้องร้องยังอ้างว่าได้ตรวจพบไมโครพลาสติกในแหล่งน้ำดื่มบริเวณโดยรอบแม่น้ำบัฟฟาโล ซึ่ง “อาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ ตั้งแต่ความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ไปจนถึงการอักเสบของลำไส้ และผลกระทบต่อระบบประสาท”

ด้านโฆษกของเป๊ปซี่โค กล่าวชี้แจงว่า บริษัทมีความโปร่งใสในการดำเนินนโยบายเพื่อลดการใช้พลาสติก พร้อมยืนยันในแถลงการณ์ว่า บริษัทมีความจริงจังกับการลดการใช้พลาสติกและการรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ขณะเดียวกัน เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่ซับซ้อน และต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน อาทิ ภาคธุรกิจ หน่วยงานท้องถิ่น ผู้ให้บริการลดขยะ ผู้นำชุมชน และผู้บริโภค

เป๊ปซี่โค ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก พร้อมกับบริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ จำนวนมากกำลังเผชิญกับการฟ้องร้องโดยหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

โดยบริษัทเหล่านี้ ถูกกล่าวหาว่าได้ทำการฟอกเขียว (Greenwashing) หรือการทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดด้วยการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ให้เข้าใจว่าองค์กรมีภาพลักษณ์ว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และรับผิดชอบต่อสังคม 


ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBCReuters 

Cr.ภาพ: X/@NewYorkStateAG