คณะมนตรีความมั่นคง UN ผ่านร่างมติ วอน อิสราเอล-ฮามาส หยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741209

คณะมนตรีความมั่นคง UN ผ่านร่างมติ วอน อิสราเอล-ฮามาส หยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม

16 พ.ย. 2566 16:29 น.

คณะมนตรีความมั่นคง UN ผ่านร่างมติ วอน อิสราเอล-ฮามาส หยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ผ่านร่างมติเรียกร้องให้อิสราเอลและฮามาสหยุดยิงโดยด่วนเพื่อมนุษยธรรม รวมทั้งขยายระเบียงมนุษยธรรมทั่วฉนวนกาซา เพื่อเปิดทางส่งความช่วยเหลือให้แก่ชาวปาเลสไตน์ที่เผชิญหน้ากับสงคราม

เมื่อ 16 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ในที่สุด คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN) ผ่านร่างมติเรียกร้องให้อิสราเอลและฮามาสหยุดยิงโดยด่วนเพื่อมนุษยธรรมและขยายการสร้างระเบียงมนุษยธรรมทั่วฉนวนกาซา หลังจากไม่ผ่านการลงมติก่อนหน้านี้มาแล้ว 4 ครั้ง

เอกอัครราชทูตวาเนสซา ฟราเซียร์ เอกอัครราชทูตมอลตาประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า ร่างมติดังกล่าว ซึ่งเสนอโดยสาธารณรัฐมอลตาเมื่อวันพุธที่ 15 พ.ย. 2566 นั้น ยังเรียกร้องให้มีการขยายช่วงเวลาเปิด ‘ระเบียงมนุษยธรรม’ เส้นทางส่งความช่วยเหลือและอพยพชาวปาเลสไตน์อย่างปลอดภัยทั่วฉนวนกาซาให้มากขึ้น เพื่อปกป้องพลเรือน โดยเฉพาะเด็กๆ

อีกทั้งร่างมติฉบับนี้ยังเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่ตัวประกันกว่า 200 คน ยังคงถูกจับกุมคุมขังอยู่ในฉนวนกาซา นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อ 7 ตุลาคม 2566

สำหรับร่างมติเรียกร้องให้อิสราเอลและฮามาสหยุดยิงโดยด่วนเพื่อมนุษยธรรม ซึ่งเสนอโดยประเทศมอลตาในครั้งนี้ ได้รับการลงมติเห็นชอบจากชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 12 ชาติ คัดค้าน 0  และงดออกเสียง 3 ชาติ คือ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร 

ระทึก นทท.กระโดดลงทะเลหนีตาย หลังเรือเฟอร์รี่ 2 ชั้นล่มกลางทะเลบาฮามาส (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741151

ระทึก นทท.กระโดดลงทะเลหนีตาย หลังเรือเฟอร์รี่ 2 ชั้นล่มกลางทะเลบาฮามาส (คลิป)

16 พ.ย. 2566 14:20 น.

ระทึก นทท.กระโดดลงทะเลหนีตาย หลังเรือเฟอร์รี่ 2 ชั้นล่มกลางทะเลบาฮามาส (คลิป)

นักท่องเที่ยวจากหลายชาติกระโดดหนีลงทะเล หลังเรือเฟอร์รี่พร้อมผู้โดยสารรวมกว่า 100 คนที่นั่งมา เอียงและล่มกลางทะเลบาฮามาส โดยมีรายงานนักท่องเที่ยวหญิงชาวอเมริกันเสียชีวิต 1 ศพ

โลกโซเชียลมีการเผยคลิปภาพเหตุการณ์ ขณะที่เรือเฟอร์รี่ 2 ชั้น กำลังเริ่มเอียงในทะเลบาฮามาส หลังจากออกเดินทางจากเกาะพาราไดซ์ มุ่งหน้าไปยังเกาะบลูลากูน ท่ามกลางความตกใจของนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือรวมกว่า 100 คน โดยผู้โดยสารบนเรือต่างสวมเสื้อชูชีพเตรียมพร้อมกันหมดแล้ว ก่อนที่เรือจะเริ่มเอียงมากขึ้น จนนักท่องเที่ยวบนเรือตัดสินใจทยอยกระโดดออกจากเรือ โดยมีเรือสปีดโบ๊ตอีก 1 ลำเดินทางเข้ามาให้การช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านักท่องเที่ยวหญิงสูงวัยชาวอเมริกันวัย 74 ปี ที่มาจากบรูมฟิลด์ รัฐโคโลราโด เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ยังไม่มีการระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิตแต่อย่างใด โดยมีรายงานว่าคุณยายมาพักผ่อนกับครอบครัวเป็นเวลา 5 วัน ก่อนที่จะมาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่พบคุณยายหมดสติ ขณะช่วยเหลือคุณยายขึ้นมาจากน้ำ ซึ่งแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะพยายามทำ CPR บนฝั่ง แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ ขณะที่ลูกเรือและผู้โดยสารคนอื่นๆ ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย โดยมี 2 รายที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งนับว่าเคราะห์ดีที่ทุกคนใส่เสื้อชูชีพทำให้ไม่เกิดความสูญเสียมากนัก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เรือล่มต่อไป.

ที่มา :Foxweather

อิสราเอลเผยคลิป ฮามาสใช้ รพ.อัลชีฟา เป็นฐานก่อการร้าย แต่ยังไม่พบอุโมงค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741140

อิสราเอลเผยคลิป ฮามาสใช้ รพ.อัลชีฟา เป็นฐานก่อการร้าย แต่ยังไม่พบอุโมงค์

16 พ.ย. 2566 14:04 น.

อิสราเอลเผยคลิป ฮามาสใช้ รพ.อัลชีฟา เป็นฐานก่อการร้าย แต่ยังไม่พบอุโมงค์

อิสราเอลโชว์คลิป อ้างพบหลักฐานกลุ่มฮามาสใช้โรงพยาบาลอัลชีฟา เป็นฐานปฏิบัติการก่อการร้าย เจอกระเป๋าปริศนาข้างในมีอาวุธถูกวางไว้หลังเครื่องตรวจ MRI แต่ยอมรับ ยังไม่เจออุโมงค์หรือศูนย์ปฏิบัติการซ่อนอยู่ใต้ดิน

เมื่อ 16 พ.ย.2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือกองทัพอิสราเอล เผยแพร่คลิป อ้างว่าอิสราเอลพบหลักฐานแน่นหนาที่บ่งชี้โรงพยาบาลอัลชีฟา ในเมืองกาซาซิตี้ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในฉนวนกาซา ได้ถูกกลุ่มฮามาสใช้เป็นฐานก่อการร้าย หลังจากทหารหน่วยคอมมานโดหลายร้อยนายของกองทัพอิสราเอลได้บุกเข้าไปในโรงพยาบาลอัลชีฟา เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา

ขณะที่กองทัพอิสราเอลระบุสาเหตุที่อิสราเอลโจมตีและบุกยึดโรงพยาบาลต่างๆ ในฉนวนกาซาว่าต้องการปราบปรามกลุ่มฮามาสที่ใช้โรงพยาบาลอัลชีฟาและโรงพยาบาลต่างๆในฉนวนกาซาเป็นฐานปฏิบัติการในการก่อการร้ายและโจมตีอิสราเอล

ชมคลิป : ที่นี่

โฆษกกองทัพอิสราเอลเผยให้เห็นสภาพในโรงพยาบาลอัลชีฟา ในเมืองกาซาซิตี้ หลังส่งทหารคอมมานโดอิสราเอลหลายร้อยนายบุกโรงพยาบาลเมื่อ 15 พ.ย.2666 อ้างพบหลักฐานกลุ่มฮามาสใช้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการก่อการร้าย

พันโท โจนาธาน คอนริคัส หนึ่งในโฆษกของกองทัพอิสราเอลได้กล่าวในคลิปวิดีโอ และพาเข้าไปดูห้องตรวจด้วยเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)ในโรงพยาบาลอัลชีฟา พร้อมกับระบุว่าเครื่องตรวจ MRI ในห้องนี้ ดูเหมือนไม่ได้ถูกใช้งานมาสักระยะแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อใด อีกทั้งยังมีกระเป๋าใบหนึ่งถูกซ่อนอยู่ด้านหลังเครื่อง MRI และในกระเป๋ามีทั้งปืนอาก้า AK47 ระเบิดมือ กระสุน และชุดเครื่องแบบ

นอกจากนั้น พันโทคอนริคัส ยังกล่าวด้วยว่า มีกระเป๋าเป้ใบหนึ่งซึ่งทหารคอมมานโดอิสราเอลพบในห้องตรวจ MRI นั้น ดูเหมือนเป็นข่าวกรองที่สำคัญมาก รวมทั้งมีโน้ตบุ๊ก (แล็ปท็อป) อีกทั้งยังชี้ให้เห็นว่ากล้องวงจรปิดที่ติดตั้งในบริเวณนั้นของโรงพยาบาลอัลชีฟาได้มีการติดเทปปิดกล้องไว้

‘อาวุธเหล่านี้ไม่ควรมาอยู่ในโรงพยาบาล’ พันโทคอนริคัสกล่าวในคลิปวิดีโอ ซึ่งเขาเป็นผู้อธิบายและพาไปดูสภาพภายในโรงพยาบาลอัลชีฟา หลังทหารคอมมานโดอิสราเอลหลายร้อยนายได้บุกเข้าไปในโรงพยาบาลอัลชีฟา และเคลียร์พื้นที่ โดยมีการยิงปะทะกับกลุ่มฮามาส

อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลยอมรับว่าจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบร่องรอยบ่งชี้ว่าจะเป็นปากทางเข้าอุโมงค์ หรือศูนย์บัญชาการใหญ่ของกลุ่มฮามาส ซึ่งอิสราเอลเชื่อว่าซุกซ่อนอยู่ใต้โรงพยาบาลแห่งนี้แต่อย่างใด ในขณะที่ปฏิบัติการโจมตีและบุกเข้ายึดโรงพยาบาลต่างๆ ในฉนวนกาซาของกองทัพอิสราเอลได้ถูกประณามจากประชาคมโลก เพราะก่อให้เกิดวิกฤติกับคนไข้ ผู้บาดเจ็บ ทารกแรกเกิด รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์และชาวปาเลสไตน์หลายพันคนที่มาหลบภัยสงครามในโรงพยาบาลอย่างมาก

ที่มา : Dailymail

นักเรียนเกาหลีใต้กว่า 5 แสน สอบ “ซูนึง” แบบไร้หน้ากากอนามัยครั้งแรกนับแต่โควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741130

นักเรียนเกาหลีใต้กว่า 5 แสน สอบ “ซูนึง” แบบไร้หน้ากากอนามัยครั้งแรกนับแต่โควิด

16 พ.ย. 2566 13:21 น.

นักเรียนเกาหลีใต้กว่า 5 แสน สอบ “ซูนึง” แบบไร้หน้ากากอนามัยครั้งแรกนับแต่โควิด

นักเรียนมากกว่า 500,000 คนในเกาหลีใต้ กำลังเข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติที่สำคัญในวันนี้ (16 พ.ย.) ซึ่งถือเป็นการสอบแบบไร้หน้ากากอนามัยเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19

กระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ ระบุว่า ในปีนี้ นักเรียนมัธยมปลาย ผู้จบการศึกษาจากสถาบันต่างๆ จำนวน 504,588 คน ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมแบบทดสอบความสามารถทางวิชาการของวิทยาลัย (CSAT) ซึ่งจัดขึ้นที่สถานที่สอบ 1,279 แห่งทั่วประเทศ 

โดยการสอบ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำ นอกจากนี้ยังถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับสถานะทางสังคม อาชีพที่ร่ำรวย และแม้แต่โอกาสในการแต่งงาน โดยในปีนี้ผู้สอบไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย เช่นเดียวกับเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งมีการระบาดของโควิด-19

การสอบประจำปี หรือที่เรียกว่า “ซูนึง” ถือเป็นการทดสอบที่สำคัญที่สุดของประเทศ ทำให้ตลาดการเงินของเกาหลีใต้เปิดช้ากว่าปกติหนึ่งชั่วโมง ในเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อลดปัญหาการจราจร เช่นเดียวกับหน่วยงานภาครัฐและธุรกิจ ที่ปรับเวลาเปิดทำการเป็น 10.00 น. หรือหลังจากนั้น เพื่อให้นักเรียนสามารถเดินทางมาสอบทั่วประเทศได้ตรงเวลา ซึ่งเริ่มเมื่อเวลา 08.40 น.

นอกจากนั้น ยังมีการใช้มาตรการเพื่อลดเสียงรบกวนระหว่างการทดสอบการฟังในวิชาภาษาอังกฤษ สำนักงานคมนาคมของกรุงโซลได้ประกาศห้ามเครื่องบินขึ้นและลงจอดทั่วประเทศเป็นเวลา 35 นาที ตั้งแต่เวลา 13.05 น. ถึง 13.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น ยกเว้นเครื่องบินที่อยู่ในภาวะฉุกเฉิน เครื่องบินในอากาศทุกลำจะต้องรักษาระดับความสูงให้สูงกว่า 3,000 เมตร ในช่วงเวลาที่จำกัด นอกจากนั้น ยังมีการเลื่อนเที่ยวบินมากกว่า 90 เที่ยว

แม้จะไม่มีการยืนยันถึงความยากของการสอบในปีนี้ แต่เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้กล่าวว่าจะไม่รวมสิ่งที่เรียกว่า “คำถามปราบเซียน” ที่มักถูกดึงมาจากเนื้อหาที่ไม่ครอบคลุมในหลักสูตรของโรงเรียนรัฐบาล

ประธานาธิบดียุน ซุกยอล ตำหนิคำถามดังกล่าวว่าเป็นต้นเหตุของการใช้จ่ายด้านการศึกษาในโรงเรียนกวดวิชามากเกินไป ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเบื้องหลังอัตราการเจริญพันธุ์ของประเทศที่ลดลง รายงานของรัฐบาลเผยว่า ชาวเกาหลีใต้ใช้จ่ายด้านการศึกษาในโรงเรียนกวดวิชาเป็นประวัติการณ์ถึง 26 ล้านล้านวอน (ประมาณ 710,897 ล้านบาท) สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมปลายเมื่อปีที่แล้ว หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนที่ประมาณ 11,380 บาท ต่อนักเรียนหนึ่งคน แม้ว่าจำนวนนักเรียนจะลดลงก็ตาม

สภาพความกดดันอย่างมหาศาลต่อนักเรียนในระบบการศึกษาของเกาหลีใต้ที่มีการแข่งขันสูง เชื่อว่าเป็นสาเหตุของภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นและอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงที่สุดในโลก.

ตร.รวบตัวหนุ่มใหญ่ชาวญี่ปุ่น ขับรถพยายามพุ่งชนสถานทูตอิสราเอลในโตเกียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741111

ตร.รวบตัวหนุ่มใหญ่ชาวญี่ปุ่น ขับรถพยายามพุ่งชนสถานทูตอิสราเอลในโตเกียว

16 พ.ย. 2566 12:03 น.

ตร.รวบตัวหนุ่มใหญ่ชาวญี่ปุ่น ขับรถพยายามพุ่งชนสถานทูตอิสราเอลในโตเกียว

เกิดเหตุไม่คาดคิดกลางกรุงโตเกียว เมื่อชายคนหนึ่งขับรถพุ่งชนแนวกั้นใกล้สถานทูตอิสราเอลในกรุงโตเกียว โดยมีตำรวจ 1 นายได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้

ชาวกรุงโตเกียวต่างแตกตื่น เมื่อมีรถยนต์สีดำป้ายทะเบียน เมืองทามะ คันหนึ่งพุ่งเข้าชนกับรั้วกั้นบริเวณสี่แยกที่อยู่ห่างจากสถานทูตอิสราเอลเพียง 100 เมตร โดยสำนักข่าวเอ็นเอชเค รายงานอ้างตำรวจว่า เหตุการณ์นี้เกิดก่อนเวลา 11.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ตรงกับช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. ตามเวลาไทย โดยมีตำรวจ 1 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะที่คนขับรถที่เป็นชายอายุ 50 ปีเศษ และเป็นสมาชิกกลุ่มฝ่ายขวา ถูกตำรวจจับกุมทันทีในที่เกิดเหตุ

ด้านเจ้าหน้าที่ของสถานทูตอิสราเอลในกรุงโตเกียวระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ กำลังอยู่ในกระบวนการสอบสวนของตำรวจ และปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม เช่นเดียวกับโฆษกตำรวจที่ระบุว่า ยังไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ ภาพที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลจะเห็นรถยนต์สีดำได้รับความเสียหายบริเวณไฟหน้า และกันชน ในขณะที่ถนนบริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยเศษวัสดุกระจัดกระจาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปิดกั้นพื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุเอาไว้ เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

ก่อนหน้านี้ในช่วงที่อิสราเอลเริ่มโจมตีในฉนวนกาซา เพื่อตอบโต้กลุ่มฮามาสที่บุกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว มีกลุ่มผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ในกรุงโตเกียว ออกมาชุมนุมประท้วงและมีการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านนอกสถานทูตอิสราเอลในกรุงโตเกียวมาแล้ว แต่ยังไม่ยืนยันว่าเหตุการณ์ล่าสุดนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้รบในกาซาด้วยหรือไม่.

ที่มา : รอยเตอร์

สุดช็อก หญิงถูกฟ้าผ่าดับกลางชายหาดในโคลอมเบีย (ชมคลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741104

สุดช็อก หญิงถูกฟ้าผ่าดับกลางชายหาดในโคลอมเบีย (ชมคลิป)

16 พ.ย. 2566 11:50 น.

สุดช็อก หญิงถูกฟ้าผ่าดับกลางชายหาดในโคลอมเบีย (ชมคลิป)

เกิดฟ้าผ่าลงมาที่หญิงชาวเวเนซุเอลา วัย 34 ปี ต่อหน้าต่อตานักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่ชายหาดในประเทศโคลอมเบีย ทำให้เธอล้มลง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิต คือ ฟรอยลานีส ริวาส วัย 34 ปี ยืนอยู่บริเวณริมชายหาดแห่งหนึ่ง ในเมืองลาโบกิยา เมื่อวันอังคาร ก่อนที่จะถูกฟ้าผ่าที่ร่างของเธอจนล้มลง เหตุดังกล่าวทำให้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้กับเธอ ล้มลงบนชายหาดเช่นกัน ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนและวิ่งหนีไป ก่อนที่จะหยุดและมองย้อนกลับไปที่จุดเกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำตัวริวาส ซึ่งเป็นแม่ของลูก 2 คน ไปที่โรงพยาบาลเซเรนา เดล มาร์ และใช้เวลา 45 นาที ในการพยายามช่วยชีวิต หลังจากที่เธอเข้าสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้น ต่อมาเธอถูกประกาศว่าเสียชีวิต

เหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเกือบ 2 เดือน หลังจากเคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ เมื่อหญิงชาวเม็กซิกันและพ่อค้าขายเปลรายหนึ่งถูกฟ้าผ่าที่ชายหาดแห่งหนึ่ง ในเมืองมิโชอากัง ประเทศเม็กซิโก

ทั้งนี้ ริวาส เดินตามหลังสามีของเธอ หลังจากที่พวกเขาขึ้นจากทะเล แต่ในขณะที่สามีของเธอพยายามหาที่หลบจากพายุที่กำลังพัดเข้ามา เธอและนายเฟลิกซ์ อันเดรส พ่อค้ารายหนึ่ง ก็ถูกฟ้าผ่าที่ชายหาดมารูอาตา เมื่อวันที่ 15 กันยายน

ข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ เผยให้เห็นว่าในแต่ละปี เกิดฟ้าผ่าอย่างน้อย 40 ล้านครั้งในสหรัฐฯ โดยโอกาสที่จะถูกฟ้าผ่าในแต่ละปีมีน้อยกว่าหนึ่งในล้าน และอย่างน้อย 90 เปอร์เซ็นต์ของเหยื่อ สามารถรอดชีวิตได้

ข้อมูลของสำนักงานบริการสภาพอากาศสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2566 มีผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าในสหรัฐฯ 13 ศพ รวมถึงผู้เสียชีวิต 3 ศพ จากเหตุการณ์พายเรือและว่ายน้ำ ส่วนเมื่อปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิต 19 ศพ จากการถูกฟ้าผ่า เพิ่มขึ้นจาก 11 ศพ ในปี 2564.

‘สมศักดิ์’ประชุมกองทุนหมู่บ้าน เตรียมทำMOUกรมปศุสัตว์ ส่งเสริมเลี้ยงวัวส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769632

'สมศักดิ์'ประชุมกองทุนหมู่บ้าน เตรียมทำMOUกรมปศุสัตว์ ส่งเสริมเลี้ยงวัวส่งออก

‘สมศักดิ์’ประชุมกองทุนหมู่บ้าน เตรียมทำMOUกรมปศุสัตว์ ส่งเสริมเลี้ยงวัวส่งออก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.12 น.

“สมศักดิ์”ประชุมกรรมการกองทุนหมู่บ้านฯ เตรียมทำเอ็มโอยู กับกรมปศุสัตว์ ส่งเสริมเลี้ยงวัว ส่งออกต่างประเทศ ให้สอดรับนายกฯ ช่วยเจรจาส่งออกไปจีนสำเร็จ พร้อมสานต่อเลี้ยงโคเงินล้านนำร่อง หลังโครงการต้นแบบสำเร็จ เล็งยกระดับเลี้ยงโคเกรดพรีเมี่ยมทั้ง“โกเบ-บราห์มัน-ทาจิมะ” มั่นใจช่วยสมาชิกปลดหนี้ได้

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ โดยมี นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วาระการประชุมวันนี้ มีเรื่องที่น่าสนใจคือ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ และกรมปศุสัตว์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะจะเป็นการส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ รวมถึงให้สอดคล้องกับที่นายกรัฐมนตรี ได้กรุณาช่วยเจรจาการส่งออกโค ให้กับซาอุดีอาระเบีย และจีน ซึ่งจะทำให้สมาชิกที่เลี้ยงโค สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ ดังนั้น กองทุนหมู่บ้านฯ ต้องตื่นตัว และเร่งส่งเสริมสร้างความพร้อมให้กับสมาชิก

“ผมได้ทำโครงการเลี้ยงวัวนำร่องที่จังหวัดสุโขทัย โดยให้สมาชิกจำนวน 1,000 ครอบครัว ซื้อโค ครอบครัวละ 2 ตัว รวมเป็น 2,000 ตัว ซึ่งปัจจุบันโคได้ออกลูกมาแล้วล่าสุด จำนวน 1,880 ตัว จึงถือว่า เป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ จึงมีการเสนอโครงการของกองทุนหมู่บ้านฯต่อ คือ “โคเงินล้าน”นำร่องระยะที่ 1 ให้แก่ 400 ครอบครัว  ครอบครัวละ 50,000 บาท เพื่อให้เลี้ยงวัวสายพันธุ์ดี เช่น วัวโกเบ วัวบราห์มัน วัวทาจิมะ โดยให้ยกระดับเป็นการเลี้ยงแบบเกรดพรีเมี่ยม เพราะวัวไทย มีราคา 2-3 หมื่นบาท แต่วัวโกเบ มีราคาสูงถึง 2 แสนบาท จะช่วยทำให้สมาชิกกองทุน สามารถมีเงินใช้หนี้ได้ ส่วนวัวกีฬา ผมก็อยากให้มีการทำลักษณะคอนแทรคฟาร์มมิ่ง เพื่อผู้เลี้ยง จะได้มีที่รับซื้อ และประกันราคาชัดเจน ดังนั้น เราควรสนับสนุนผู้ประกอบการที่จะเข้ามาทำคอนแทรคฟาร์มมิ่งด้วย” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ถ้าสมาชิกกองทุนใด คิดไม่ออกว่าจะส่งเสริมอาชีพด้านไหน ก็ให้นึกถึงเรื่องวัวก่อน เพราะตนมองว่า การแก้ปัญหาความยากจนให้กับคนในชนบทได้ ต้องเลี้ยงปศุสัตว์ เนื่องจากโค มีการเติบโตที่เร็ว ทันดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้สมาชิกจะมีเงินมาใช้หนี้ได้ ซึ่งตนขอมอบให้กองทุนหมู่บ้านฯ ยึดเป็นแนวทางในการส่งเสริมอาชีพให้กับสมาชิก จากเริ่มต้นเลี้ยงโค ก็อาจจะเดินหน้าส่งเสริมเลี้ยงปูไข่ต่อ เพราะมีราคาที่สูงเช่นกัน โดยกองทุนหมู่บ้านฯ ต้องเน้นการสร้างอาชีพ เพื่อให้ประชาชนไม่เป็นหนี้อีกต่อไป ซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐบาล ที่ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ ให้เกิดการสร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง โดยตรงกับงานของกองทุนหมู่บ้านฯ ที่ต้องเข้าไปสนับสนุนในเรื่องการลงทะเบียน จึงต้องเตรียมสร้างการรับรู้ และพัฒนาระบบการละเบียนให้พร้อม

รมว.เกษตรฯโชว์ ผลงานใน100วัน ชูขับเคลื่อนงาน ได้ตามเป้าหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769512

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 1/2566 โดยมีนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ว่าการประชุมผู้บริหารระดับสูงครั้งนี้เป็นการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบาย/โครงการ/ภารกิจสำคัญตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี มีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์น้ำ การแก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย การเพิ่มปริมาณน้ำนอกเขตพื้นที่ชลประทานที่เป็นเรื่องสืบเนื่องจากข้อสั่งการ รวมทั้งแผนและผลการปฏิบัติการฝนหลวง นอกจากนี้ยังมีการติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญด้วย

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัด รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายและข้อสั่งการของ รมว.เกษตรฯ รวมทั้งผลการดำเนินงานของคณะกรรมการชุดต่างๆ ตลอดจนพิจารณาโครงการสำคัญในระยะสั้น (Quick Win) ที่กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2566 ซึ่งจะเป็นผลงานสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ในรอบ 100 วัน ทั้งนี้ มีกำหนดการแถลงผลงานฯ ในวันที่ 15 ธันวาคมนี้

‘ไชยา’ช่วยผู้ประสบภัย แนะใช้นวัตกรรมทำเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769510

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมและการเกษตร ต.บ้านค่าย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ และ ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ว่าพร้อมช่วยให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น โดยให้เกษตรกรมุ่งผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพตรงตามกระแสโลก ทั้งนี้ ได้แนะนำให้เกษตรกรใช้นวัตกรรมในการทำการเกษตร เพื่อให้มีผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ โดยสามารถขอรับคำแนะนำได้ที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ฯ

นายไชยากล่าวต่อว่า จะเร่งรัดแก้ไขปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก โดยมีมุมมองจากการชดเชยรายได้ให้เกษตรกรในทุกปี ควรเปลี่ยนเป็นลงทุนแก้ปัญหาอุทกภัยระยะยาว เพื่อให้เกษตรกรไม่ขาดรายได้ช่วงเกิดน้ำท่วมและภัยแล้ง รวมถึงรัฐบาลได้ประกาศพักหนี้เกษตรกร 3 ปีปลอดดอกเบี้ย ปลอดเงินต้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มุ่งผลิตพืชผลเกษตรที่มีคุณภาพ ลดความกังวลปัญหาหนี้สิน และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้น ได้แก่ 1.ตรวจสอบพื้นที่และรับรองความเสียหายระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ 2.ติดตาม เฝ้าระวังการเลี้ยงจระเข้ในพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วม พร้อมจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ อวน กระชัง เพื่อบรรเทาความเสียหาย 3.สนับสนุนเวชภัณฑ์จากกองทุนยาสัตว์ประจำกลุ่มเพื่อป้องกันและรักษาโรค และ 4.ช่วยเกษตรกรอพยพสัตว์สู่ที่ปลอดภัย ทั้งนี้ รมช.เกษตรฯ ได้มอบปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร และถุงยังชีพกว่า 600 ถุงให้กับพี่น้องเกษตรกร ที่วัดวังก้านเหลืองต.บ้านค่าย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ และบ้านท่าศาลา ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย และเยี่ยมชมคูหาส่วนราชการด้วย

มกอช.ถกรมต.อาเซียน-จีนด้านSPS

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769511

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชอาเซียน-จีน ครั้งที่ 8 (The 8th ASEAN – China Ministerial Meeting on Sanitary and Phytosanitary (SPS) Cooperation) ภายใต้บันทึกความเข้าใจร่วมระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐประชาชนจีน ในความร่วมมือด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (ASEAN-China MOU on SPS) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ในการประชุมครั้งนี้ จีนมีข้อเสนอริเริ่มความร่วมมือด้านการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคสัตว์และโรคพืชข้ามแดน และการระบาดของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานระหว่างอาเซียนและจีน โดยขอให้ประเทศสมาชิกอาเซียน สนับสนุนการดำเนินการความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งไทยเองก็ตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นดังกล่าว เนื่องจากสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของมาตรการ SPS แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน ซึ่ง มกอช.ในฐานะหน่วยงานผู้ประสานหลัก ด้าน SPS ของไทย จะติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมจัดทำท่าทีของอาเซียนในการดำเนินการความร่วมมือ

ที่ผ่านมา มกอช.ได้ผลักดันการดำเนินการด้านเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าสินค้าเกษตรและอาหารมาโดยตลอด โดยเป็นหน่วยงานกลางในการเจรจาผลักดันการเชื่อมต่อระบบ e-SPS กับประเทศคู่ค้ารวมทั้งเป็นหน่วยงานผู้ก่อตั้งและดูแลระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยอาหารของไทย(THRASFF) และของอาเซียน(ARASFF) ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี2552 ตลอดจนได้จัดทำระบบ QR Traces เพื่อเป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับสำหรับสินค้าที่ได้รับเครื่องหมาย Q Mark ซึ่งการผลักดันความร่วมมือกับอาเซียนและจีนในประเด็นดังกล่าว จะนำไปสู่การยกระดับความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรและอาหารของไทย