คุณแหน : 14 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768953

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● เรื่องระบบอุปถัมภ์ของข้าราชการไทยเป็นเรื่องที่รู้กันทั่วโลก ฝรั่งถึงกับปรารภว่า “MONEY TALKS LOUDER IN THAILAND” ช่วงนี้จะมีอะไรอื้อฉาวกว่ารถบรรทุก OVER
WEIGHT 60 ตัน ทำถนนสุขุมวิทพังตัวเองติดหล่มคาที่ สิ่งนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ครั้งนี้เลวร้ายขึ้นไปอีกเพราะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์โจมตีหน่วยราชการหนัก เพราะแม้แต่ อภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ ตรวจเหตุการณ์แล้วชี้ว่ามีสติ๊กเกอร์สีเขียวเด่นติดหน้ารถแสดงสัญลักษณ์เป็นรถที่จ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่เพื่อวิ่งนอกเวลาและบรรทุกน้ำหนักเกิน จนเสียหายต่อระบบคมนาคมประเทศ… เท่านั้นยังไม่พอเมื่อมีการชี้ว่าที่ผ่านมาสติ๊กเกอร์ทางหลวงเป็นการใช้อภิสิทธิ์กับเพียงหน่วยงานเดียวแต่สติ๊กเกอร์เขียวนี้เป็นพัฒนาการใหม่ผลของการร่วมมือของหลายหน่วยงานที่จะอำนวยความสะดวกให้รถบรรทุกเกินน้ำหนักมาก วิ่งผิดกฎหมายได้ตลอดทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล…

●● ชื่อเสียงของไทคูน ดร.แสงชัย อภิชาติธนพัฒน์ คู่ขนานกับความสำเร็จมาแล้วมากมายหลายธุรกิจอาทิ วงการเทปบันเทิงยุครุ่งเรืองทำเงินมหาศาล, ทำรายการทีวีและบริหารสถานีวิทยุทั่วประเทศ จนวันนี้พัฒนาเป็นผู้นำธุรกิจการพัฒนาระบบแอปพลิเคชั่นเพื่อระบบงานคมนาคม เมื่อต้นปีที่แล้วก้าวไปอีกขั้นเปิดโรงแรมหรู “S. SRIRACHAHOTEL & RESIDENCE” ที่ริมหาดอำเภอศรีราชาถามว่าทำไมโลเกชั่นนี้ต้องบอกว่าเป็นจุดฮอลิเดย์ของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารชาวญี่ปุ่นในพื้นที่ EEC กว่า
3 หมื่นคน เป็นจุดชมวิวใกล้ “เกาะลอย” รอบบริเวณมีทั้งห้างสรรพสินค้าใหญ่และห้างอเนกประสงค์ญี่ปุ่นที่ซื้อหาสินค้าได้ครบถ้วน… ล่าสุดมีข่าวดีอีก 2 ชั้นทั้งได้ RESIDENT MANAGER ราชันย์ บัวทิน ผู้บริหารมือดีคนใหม่มาเสริมทัพพร้อมกับการได้รับสถาปนาเป็นโรงแรม 5 ดาวจาก S.T.A.R โดยผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย…

●● ขอเอาใจช่วย พรพรรณ รอดวรรณะ ที่ คุณแม่ตั๋น วัย 96 ปี เข้าผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจที่โรงพยาบาลไทยนครินทร์…

●● ธนษร กีรติบุตร ฝากเชิญชวนชาวศิษย์เก่าบดินทรเดชาทุกรุ่น มาร่วมงานคืนสู่เหย้าใน “คืนบดินทร์” 18 พ.ย.เวลาแดดร่ม ลมตก ณ โรงเรียนของเรา…ศิษย์เก่ามากันให้พร้อมหน้าด้วย…

●● เผลอแป๊บเดียวครบ 60 ปี ที่วงดนตรี “The Youngsters” นำโดย ขวัญชัย ประภัสร์พงษ์, ปานสรวง ชุมสายฯ, จิรพรรณ อังศวานนท์ ฯลฯ ออกสู่สายตาประชาชน …ข่าวจะมีงานใหญ่ที่ห้องจูบิลี่ เมืองทองธานีในเดือนหน้า นักดนตรีวงนี้ บอกตัวเอง Young@Heart ทุกคน… Young@Heart อย่างเดียว หน้าตาเหี่ยวไม่เกี่ยวด้วย…

●● อดีต ท่าน ออท.อาร์เจนตินา นริศโรจน์ เฟื่องระบิล (ท่านนิค) เขียนบทความใน เพจ FB ของท่านบรรยายถึง ความคิดถึง คุณแม่ทวีรัก ผู้จากไป เมื่อมาค้นเสื้อผ้าท่านเพื่อบริจาคให้ผู้ที่ต้องการนำไปใช้เป็นประโยชน์…“ท่านนิคเห็นเสื้อผ้าคุณแม่แล้วน้ำตาร่วง เพราะเป็นคนซื้อให้ นอกจากนี้ยังเป็นคนดูแลทำความสะอาด อาบน้ำ ให้คุณแม่ด้วยตัวเองเสมอ ช่วงเวลานั้นจะได้ใช้ผ้าเช็ดหน้าขนหนูผืนเล็ก เช็ดหน้า-เช็ดตัว โดยเหยาะ Eau de Cologne ให้ด้วย และเมื่อได้มาเจอผ้าขนหนูผืนนี้ในห้องน้ำ กลิ่นกายคุณแม่ และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมยังติดอยู่ ดังนั้น ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ให้ใครไม่ได้ ขอเก็บไว้ที่หัวเตียง และจะเก็บไว้ตลอดไป เวลาใดที่คิดถึงคุณแม่ก็จะเอามาสูดดมให้หายคิดถึง” แสนซึ้งกับความรักของลูกที่มีต่อแม่ ขอยืนยันสัจธรรมที่ว่า “ความกตัญญู เป็นเครื่องหมายของคนดีอย่างแท้จริง” !!…●●

 

บารอนเนส

ออกแบบรอยยิ้มด้วยการทำวีเนียร์ เพื่อให้คุณมีรอยยิ้มที่เป็นตัวคุณเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768933

ออกแบบรอยยิ้มด้วยการทำวีเนียร์ เพื่อให้คุณมีรอยยิ้มที่เป็นตัวคุณเอง

ออกแบบรอยยิ้มด้วยการทำวีเนียร์ เพื่อให้คุณมีรอยยิ้มที่เป็นตัวคุณเอง

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“รอยยิ้ม” ไม่ได้หมายถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียว การยิ้มอย่างมั่นใจยังสร้างบุคลิกภาพที่ดี เพราะความประทับใจเริ่มแรกเริ่มต้นที่รอยยิ้ม หากมีปัญหาฟันเรียงกันไม่สวย มีรูปร่างผิดปกติ ขนาดไม่เท่ากัน บิ่น สึก แตก หัก และมีสีเหลืองหรือคล้ำ จะทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจในรอยยิ้มของตนเอง ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้สามารถแก้ไขด้วยการทำวีเนียร์ (Veneer)

ทันตแพทย์หญิงสุชาดา ก้องเกียรติกมล ผู้ช่วยผู้อำนวยการคลินิกทันตกรรม บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก กล่าวว่า รอยยิ้มของเราเป็นสิ่งที่แสดงตัวตนและบ่งบอกถึงความสุขที่แสดงออกมาได้โดยผ่านความรู้สึกจากใจเป็นหน้าต่างที่แสดงความรู้สึก ซึ่งทุกคนก็อยากมีรอยยิ้มที่สวยและมั่นใจ มีความสมมาตรในทุกมิติ มีการเรียงตัวอย่างสวยงามและสบฟันอย่างถูกต้อง การทำวีเนียร์จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีปัญหาฟันไม่สวย บิ่น สึก แตก หักและมีสีเหลืองหรือคล้ำ และต้องการให้ฟันกลับมาสุขภาพดีพร้อมคืนรอยยิ้มใหม่อีกครั้ง

วีเนียร์ (Veneer) คือการเคลือบผิวฟันโดยใช้วัสดุชนิดหนึ่งที่มีความใกล้เคียงกับฟันมากที่สุด ซึ่งจะมีความบางขนาด 0.3-0.5 mm. อาจทำจากคอมโพสิตหรือเซรามิก
ก็ได้ แต่ถ้าทำด้วยเซรามิกจะมีความคงทนและแข็งแรงมากกว่า การทำวีเนียร์จะทำขึ้นตามสรีระฟันของแต่ละคน โดยทันตแพทย์จะแปะวีเนียร์ที่ผิวด้านหน้าของฟัน ทำให้สีฟันสม่ำเสมอและเรียงตัวสวยงามเป็นระเบียบ ในบางกรณีรูปร่างฟันหลังจากจัดฟันแล้วยังไม่สมสัดส่วนหรือสีของฟันยังไม่สวยงาม จะมีการใช้การรักษาด้วยการทำวีเนียร์เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนสีและรูปร่างให้ได้สัดส่วนและสวยงาม หรือถ้าฟันหน้ามีวัสดุอุดใหญ่ที่เห็นรอยต่อและสีของวัสดุเปลี่ยนไป ฟันห่างมีช่องว่างที่มองเห็นได้ชัด อาจทำให้เวลายิ้มแล้วไม่มั่นใจก็สามารถทำวีเนียร์ 1-2 ซี่ เพื่อแก้ไขวัสดุอุดใหญ่หรือช่องว่างที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องฟันซ้อนเกและมีการสบฟันที่ผิดปกติ ทันตแพทย์จะแนะนำให้รักษาด้วยการจัดฟัน เพื่อให้การเรียงตัวอย่างสวยงามและสบฟันอย่างถูกต้อง เพื่อประโยชน์ในการบดเคี้ยวและสามารถทำความสะอาดได้อย่างเหมาะสม

ในปัจจุบันการผลิต วีเนียร์ สามารถทำได้เร็วขึ้นภายในวันเดียวด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Digital Veneer โดยมีข้อดีที่สามารถให้คนไข้ได้เห็นและลองใส่ก่อนที่จะตัดสินใจทำ เพราะสามารถออกแบบรอยยิ้มทางคอมพิวเตอร์และให้ทดลองใส่ที่เรียกว่า Mock Up เพื่อลองพูด หัวเราะ ให้มั่นใจว่าถ้าเราใส่ วีเนียร์เราจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ นอกจากนี้ยังปกป้องฟันจากคราบชา กาแฟ และบุหรี่ โดยตัววัสดุเองสามารถเกาะยึดผิวฟันได้เป็นอย่างดี ปกปิดสีฟันที่อาจคล้ำจากการได้รับยาปฏิชีวนะบางตัวตั้งแต่เด็กเป็นเวลานาน แก้ไขรูปร่างการเรียงตัวของฟันได้ถ้ามีการซ้อนเกการเรียงตัวของฟันเพียงเล็กน้อย เพื่อลดระยะเวลาที่จะทำให้มีรอยยิ้มที่สวยงามได้เร็วขึ้น แต่อาจต้องมีการกรอฟันในบางตำแหน่งมากขึ้นกว่าปกติ แก้ไขวัสดุอุดใหญ่หรือช่องว่างที่เกิดขึ้นได้ และช่วยสร้างรอยยิ้มอย่างมั่นใจและสร้างบุคลิกภาพที่ดี

อย่างไรก็ตาม การทำวีเนียร์ ต้องทำโดยทันตแพทย์เฉพาะทางด้านทันตกรรมเพื่อความงามโดยเฉพาะ เนื่องจากวีเนียร์นั้นถือเป็นสุนทรียศาสตร์ที่ต้องอาศัยทันตแพทย์ที่มีความประณีตละเอียดอ่อนในทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนการรักษา การเตรียมสุขภาพช่องปาก การเลือกวัสดุที่เหมาะสม และการออกแบบรอยยิ้มให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ที่ คลินิกทันตกรรม บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (Dental Wellness Clinic) จะออกแบบรอยยิ้มด้วยระบบดิจิทัล โดยทีมทันตแพทย์ที่มีความชำนาญการพร้อมกับเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยตอบโจทย์ทุกปัญหาของคนไข้ครบทุกมิติ

ข้อมูลเพิ่มเติมในการทำวีเนียร์ สามารถสอบถามหรือขอรับคำปรึกษาได้ที่ คลินิกทันตกรรม บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก โทร.02-8269986 ไลน์ : @bdmswellnessclinic เว็บไซต์ www.bdmswellness.com

จิม ทอมป์สัน ส่งต่อเอกลักษณ์สิ่งทอไทย สู่โรงแรมที่ถูกจัดอันดับ 50 แห่งที่ดีที่สุดของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768982

จิม ทอมป์สัน ส่งต่อเอกลักษณ์สิ่งทอไทย  สู่โรงแรมที่ถูกจัดอันดับ 50 แห่งที่ดีที่สุดของโลก

จิม ทอมป์สัน ส่งต่อเอกลักษณ์สิ่งทอไทย สู่โรงแรมที่ถูกจัดอันดับ 50 แห่งที่ดีที่สุดของโลก

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จิม ทอมป์สัน (Jim Thompson) แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ของเมืองไทย เผยบทบาทสำคัญในการยกระดับความหรูหราการตกแต่งภายในของโรงแรมระดับโลก ซึ่งได้รับการยกย่องจากการจัดอันดับ “The World’s 50 Best Hotels” รวบรวมรายชื่อโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกทั้งโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ, เดอะ สยาม, โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา, เชอวัล บลังค์ ปารีส, เดอะ ซาวอย ลอนดอน, และ วัน แอนด์ โอนลี่ แมนดารีนา เม็กซิโก ซึ่งที่พักชั้นนำเหล่านี้ล้วนได้รับการออกแบบและตกแต่งด้วยผลิตภัณฑ์ผ้าตกแต่งของจิม ทอมป์สัน และได้กระแสชื่นชมถึงความประณีตงดงามอย่างเหนือระดับ สอดรับกับบรรยากาศการพักผ่อนอันหรูหราบนมาตรฐานบริการระดับโลกอย่างแท้จริง

ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ จิม ทอมป์สัน ในฐานะผู้นำแห่งผ้าไหมไทย ผ่านความทุ่มสร้างสรรค์งานฝีมือที่บูรณาการตลอดทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิตเส้นด้ายไปจนถึงการออกแบบ การทอ การพิมพ์และการปรับปรุงคุณภาพของเนื้อผ้า จึงมั่นใจได้ถึงความทนทานและความสวยงามหรูหราในทุกเส้นใย “เรามีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าและสิ่งทอตกแต่งบ้านประสิทธิภาพสูงสำหรับธุรกิจโรงแรม ที่พักทุกรูปแบบ ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาคุณภาพและการออกแบบที่เหนือชั้น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ไว้อย่างสมบูรณ์”ศัษยา เวชาเนน ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มธุรกิจสินค้าตกแต่งบ้านของจิมทอมป์สัน กล่าว

นับตั้งแต่บริเวณโถงทางเดินที่กรุ่นกลิ่นอายประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 147 ปี ของ โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ไปจนถึงโรงแรมกลางเมืองอย่าง เดอะ สยาม ซึ่งโดดเด่นด้วยบ้านไม้สักไทยเก่าแก่ Connie’s Cottage ผลิตภัณฑ์ผ้า จิม ทอมป์สัน ล้วนมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างบรรยากาศที่หรูหราอย่างเหนือชั้น รวมถึงโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อันงดงามริมแม่น้ำ โดยทั้งสองแห่งนี้นำเสนอเอกลักษณ์ของผ้าจิม ทอมป์สัน ได้อย่างชัดเจน ชูศิลปะและความประณีตของผ้าไหมไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของลูกค้าต่างชาติที่เดินทางมาจากทั่วโลก

ไม่ใช่เพียงในประเทศไทย แต่ยังได้รับการยอมรับจากโรงแรมระดับสากลอย่าง เชอวัล บลังค์ ปารีส มอบบริการพักผ่อนอันเงียบสงบพร้อมทิวทัศน์เมืองแบบพาโนรามา ก็ได้รับ
การตกแต่งด้วยผ้าของจิม ทอมป์สัน เช่นกัน ในขณะที่ เดอะ ซาวอย ลอนดอน ซึ่งมีชื่อเสียงด้านมาตรฐานการต้อนรับระดับสูงมานานนับศตวรรษของมหานครลอนดอน ก็ให้ความไว้วางใจ ใช้ผ้าของจิม ทอมป์สัน มาเป็นส่วนหนึ่งในการตกแต่งสถานที่ อีกหนึ่งโรงแรมที่โด่งดังจากทัศนียภาพที่แสนมหัศจรรย์อย่าง วัน แอนด์ โอนลี่ แมนดารีนา เม็กซิโก ทำให้แขกจะได้ดื่มด่ำไปกับภูมิประเทศที่มีชีวิตชีวาของริเวียร่านายาริต ที่มีทั้งป่าฝนเขียวชอุ่มเคียงคู่หาดทรายขาว ก็ได้รับการยกระดับบรรยากาศแห่งการพักผ่อนอันหรูหราด้วยผ้าจิม ทอมป์สัน ด้วยเช่นกัน

“จิม ทอมป์สัน ได้ร่วมงานกับสถาปนิกและนักออกแบบระดับแนวหน้าของโลกมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่การตกแต่งโรงแรมระดับหรูไปจนถึงเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และซุปเปอร์ยอชต์ โดยยึดมั่นในมรดกทางภูมิปัญญาและการพัฒนานวัตกรรมที่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ แบรนด์ยังร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจโรงแรมที่พักระดับโลกมากมาย จนสร้างชื่อเสียงอันโด่งดังให้แก่จิม ทอมป์สันในฐานะพันธมิตรสิ่งทอผ้าตกแต่งและผ้าบุที่หรูหราและงดงามเป็นเอกลักษณ์หาเทียบได้ยาก” ศัษยาเวชาเนน กล่าวทิ้งท้าย

กองทุนสื่อฯ มอบประกาศนียบัตรครีเอเตอร์รุ่นเก๋า โครงการสูงวัยหัวใจยังเวิร์ก ปี 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768983

กองทุนสื่อฯ มอบประกาศนียบัตรครีเอเตอร์รุ่นเก๋า โครงการสูงวัยหัวใจยังเวิร์ก ปี 2

กองทุนสื่อฯ มอบประกาศนียบัตรครีเอเตอร์รุ่นเก๋า โครงการสูงวัยหัวใจยังเวิร์ก ปี 2

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเป็นยุคการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซึ่งทุกคนต้องปรับตัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เพื่อให้รู้จักและเข้าถึงการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สานต่อโครงการ “สูงวัยหัวใจยังเวิร์ก” เป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “สื่อเปลี่ยน ผู้สูงอายุปรับ ผลิตสื่อได้ ใช้สื่อเป็น เห็นค่าในตนเอง สร้างประโยชน์ให้กับสังคม” พร้อมจัดงานมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมทักษะผลิตสื่อดิจิทัล โดยมี ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, นายเทินพันธ์ แพนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาสื่อสำหรับประชาชน พร้อมด้วยผู้แทนผู้สูงอายุ นางสาวมัทนา เชตมี และนายสมเกียรติ จิตรวุฒิโชติ และน้องๆ Digital Buddy ร่วมงาน ณ โรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ รัชดา

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า “โครงการสูงวัยหัวใจยังเวิร์ก ปี 2” มีเป้าหมายให้ผู้สูงอายุใช้ประโยชน์จากสื่อเป็น ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิต ซึ่งเมื่อผ่านการอบรมแล้วผู้สูงอายุจะสามารถผลิตสื่อได้ และนำความรู้ ประสบการณ์ของตนเองมาถ่ายทอด แบ่งปันความรู้ที่มีให้ผู้อื่น และทำให้เห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้นจากการสร้างประโยชน์ให้กับสังคม โดยในปีที่ 1 มีผู้สูงอายุให้ความสนใจในการเรียนรู้และลงมือทำสื่อสร้างสรรค์ เปิดประสบการณ์อัปสกิลความรู้ในทักษะออนไลน์ จำนวนมากกว่า 50 คน ซึ่งในปีที่ 2 นี้ ได้รับการตอบรับเป็นมากขึ้นกว่า 3 เท่า มีจำนวนผู้เข้าอบรมมากกว่า 200 คน

ปีนี้กิจกรรมอบรมทักษะการผลิตสื่อดิจิทัลในรูปแบบของการอบรมออนไลน์ 3 วัน กับ 3 วิชา ได้แก่ D101 : Yold Creater: นักผลิตสื่อวัยเก๋า เล่าเรื่อง, ถ่ายทำ, ตัดต่อด้วยโทรศัพท์มือถือ โดย อ.เสกสรร ปั้นยูทูบ, D102 : Yold Storyteller : นักเล่าเรื่องออนไลน์วัยเก่า สื่อสารออนไลน์, เขียนบล็อก, เขียนบท เล่าเรื่องง่ายๆ ให้ทรงพลัง โดย อ.อาชวิชญ์ กฤษณสุวรรณ, อ.พัชราพร ดีวงษ์ และ ผศ.ดร.วีรพงษ์ พวงเล็ก จาก มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และวิชาสุดท้าย โดย ดร.ธนกร ศรีสุขใส ในวิชา D103: Yold Digital Literacy : วัยเก๋ารู้เท่าทันสื่อดิจิทัล รู้ทันสื่อ ข่าวลือ ข่าวลวง ไม่เชื่อ ไม่ส่งต่อ โดยผู้ร่วมอบรมมีอายุตั้งแต่ 50-75 ปี และมีน้องๆ นักศึกษาเข้าร่วมเพื่อส่งต่อความรู้ดีๆ ให้กับญาติ
หรือผู้สูงอายุในครอบครัว

“หลังจบการอบรม ผู้เข้าอบรมทั้งหมดได้ผลิตวีดีโอของตนเองเป็นการบ้าน ในหัวข้อ “ความสุขของฉัน” ที่ได้เปิดโอกาสให้ฝึกฝนนำทักษะจากการอบรมไปใช้เล่าเรื่อง Storytelling
ตามวิชาที่เรียนไป โดยมีน้องๆ ดิจิทัลบัดดี้คอยแนะนำให้ข้อมูล แก้ไขปัญหาระหว่างฝึกถ่ายทำ และน้องๆ ได้คัดเลือกต้นแบบผู้สูงอายุจากคลิปการบ้านเพื่อเป็นแม่แบบที่สามารถต่อยอดและลงมือทำได้จริง จากการลงพื้นที่บ่มเพาะจนเกิดความเข้าใจ ทำได้และใช้เป็น ซึ่งในกระบวนการนี้นอกจากผมจะต้องชื่นชมผู้สูงอายุที่ร่วมโครงการทุกท่านแล้ว ที่ขาดไม่ได้เลยคือ น้องๆ Digital Buddy ที่เตรียมพร้อมให้คำปรึกษา สนับสนุน เสมือนลูกหลานที่คอยช่วยเหลือให้ก้าวข้ามอุปสรรค ในการพัฒนาทักษะทางดิจิทัล ถือเป็นต้นแบบแห่งการแบ่งปันองค์ความรู้กลับคืนสู่สังคม โครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้สูงอายุนั้นให้ความสนใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นอย่างมาก และพร้อมที่จะปรับตัวให้เท่าทันการสื่อสารแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ”

ปีนี้มีผู้สูงอายุเข้ามาเรียนรู้อย่างตั้งใจ ซึ่งได้รับใบประกาศนียบัตร จำนวน 150 คน และภายหลังการมอบใบประกาศนียบัตรแล้ว กองทุนได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่มาสวมบทจิตอาสาเป็น “น้อง Digital Buddy” ผู้ช่วยสอนวัยเก๋าให้ผลิตสื่อได้ ใช้สื่อเป็น ได้แก่ 1.น้องศศิธร แย้มประโคน จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 2.น้องทวีลาภ บุญเรือง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 3.น้องชินวัตร พสุธา จากมหาวิทยาลัยเกริก 4.น้องกฤษดา พันธ์สาย จากมหาวิทยาลัยเกริก 5.น้องวสิษฐ์พล หาสาฤทธิ์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของ โครงการสูงวัยหัวใจยังเวิร์กได้ที่เฟซบุ๊กเพจ สูงวัยหัวใจยังเวิร์กและติดตามข่าวสารของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้ที่ www.thaimediafund.or.th หรือ Facebook :Thaimediafundofficial

ฯพณฯ ‘ชวน หลีกภัย’ รับรางวัล ‘จิตวิญญาณธรรมศาสตร์’ พร้อมศิษย์เก่า มธ. สายการเมือง รับเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768949

ฯพณฯ ‘ชวน หลีกภัย’ รับรางวัล ‘จิตวิญญาณธรรมศาสตร์’  พร้อมศิษย์เก่า มธ. สายการเมือง รับเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี 2566

ฯพณฯ ‘ชวน หลีกภัย’ รับรางวัล ‘จิตวิญญาณธรรมศาสตร์’ พร้อมศิษย์เก่า มธ. สายการเมือง รับเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี 2566

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ชมรมเพื่อนโดม และ มูลนิธิเพื่อนโดมเชิดชู ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ จัดพิธีประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและมอบรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” ให้แก่นายชวน หลีกภัย ในฐานะผู้มีความเสียสละและมีคุณสมบัติเพียบพร้อมเป็นบุคคลต้นแบบ พร้อมมอบเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคี ประจำปี 2566 แก่ศิษย์ มธ. ที่สร้างผลงานต่อประเทศชาติและสังคมไทยเนื่องในโอกาสการจัดงาน “วันธรรมศาสตร์สามัคคี ประจำปี 2566” ณ สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566

ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ประธานชมรมเพื่อนโดมกล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า “วันธรรมศาสตร์สามัคคี ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 5 พฤศจิกายน ของทุกปี เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2494 ที่ชาว ม.ธ.ก. สามารถทวงคืนพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จากฝ่ายทหาร ซึ่งเข้ามาควบคุมพื้นที่ มธ. เป็นเวลากว่า5 เดือนได้เป็นผลสำเร็จ ทำให้นักศึกษาได้กลับมาเรียนอีกครั้ง นับแต่นั้นมาชาวธรรมศาสตร์จึงกำหนดให้วันที่ 5 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็น “วันธรรมศาสตร์” โดยชมรมเพื่อนโดมได้มีมติเห็นพ้องร่วมกันจัดมอบรางวัล “จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นปีที่ 3 เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ที่มีคุณสมบัติเป็นที่ประจักษ์ คือ 1.ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.ต่อต้านเผด็จการ 3.ยึดมั่นเรื่องความเป็นธรรมในสังคม 4.ทำประโยชน์ต่อสังคม จำนวนปีละ 1 คน โดยรางวัลจะเป็นเงินมูลค่า 1,000,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล อันจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคลผู้ได้รับรางวัล ตลอดจนเพื่อเป็นบุคคลต้นแบบ (Role model) ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง ทั้งที่เป็นศิษย์เก่าและนักศึกษาธรรมศาสตร์ในยุคปัจจุบัน”

สำหรับในปี 2566 นี้ บุคคลที่ได้รับ รางวัล“จิตวิญญาณธรรมศาสตร์” ได้แก่ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย อดีตประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีตรองประธานรัฐสภาไทย และประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย ขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยที่สองได้นำพาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตหลังเกิดปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนักจนต้องลอยตัวค่าเงินบาทได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือจนได้รับความเชื่อถือและเห็นชอบจากสถาบันการเงินนานาชาติและสหรัฐอเมริกา มุ่งไปสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การ
ได้รับเสียงสนับสนุนและไว้วางใจ เพราะมีความซื่อสัตย์มุ่งปฏิรูประบอบประชาธิปไตยและขจัดการฉ้อราษฎร์บังหลวง นอกจากนี้ ก่อนที่จะสำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต ในปี พ.ศ. 2505 ได้มีบทบาทกิจกรรมนักศึกษาเขียนบทการแสดง งิ้วธรรมศาสตร์จนโด่งดังเป็นคนแรกและส่งผลให้เป็นการแสดงสะท้อนเหตุการณ์บ้านเมืองที่นักกิจกรรมธรรมศาสตร์รับสืบทอดมาทุกยุคทุกสมัย

นอกจากนี้ คณะกรรมการ ชมรมเพื่อนโดม ยังมีมติเห็นชอบ มอบเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์สามัคคีให้แก่ ศิษย์เก่า มธ.ที่ทำคุณประโยชน์ในหน้าที่สำคัญๆ แก่ประเทศชาติและสังคมไทย อีก 12 ท่าน ได้แก่ เรวัตร จันทร์ประเสริฐ ประธานกรรมการอัยการ, อำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด, สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ชาย นครชัย กรรมการการเลือกตั้ง, อนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, พรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ,วินิจ ศิลามงคล นายกสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ประดิษฐ์ ประสาททอง ศิลปินแห่งชาติ ประจำ ปี 2565 สาขาศิลปะการแสดง (ละครร่วมสมัย)

ชมรมเพื่อนโดม ประกอบด้วยการรวมตัวศิษย์เก่าธรรมศาสตร์หลากรุ่นหลายคณะสาขาวิชา มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ ทำคุณประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย และสาธารณะ ที่ผ่านมาชมรมฯ ได้มีส่วนสนับสนุนมหาวิทยาลัย เช่น ระดมทุนจัดสร้างอนุสาวรีย์อาจารย์ปรีดี ณ ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ระดมทุนจัดสร้าง “ประติมากรรมวันธรรมศาสตร์สามัคคี ๕ พ.ย.” ณ หลังตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นอกจากนี้ ชมรมฯ ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมจัดงานรำลึกวันธรรมศาสตร์สามัคคี 5 พ.ย.เป็นประจำทุกปี ซึ่งสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ประกาศรับรองให้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของมหาวิทยาลัยในการรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รวมพลังกันกว่า 3,000 คนทวงคืนพื้นที่มหาวิทยาลัยจากกองกำลังทหารที่ยึดไปนานกว่า 5 เดือน หลังจากเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตันในปี พ.ศ. 2494

มานิจ สุขสมจิตร มอบถ้วยรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์แด่ ชวน หลีกภัย ศิษย์เก่านิติ รุ่น 2505

มานิจ สุขสมจิตร มอบถ้วยรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์แด่ ชวน หลีกภัย ศิษย์เก่านิติ รุ่น 2505

มานิจ สุขสมจิตร, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ., ชัยวัฒน์ พสกภักดี และ ยอดยิ่ง โสภณ ร่วมมอบรางวัลให้แด่ ชวน หลีกภัย

มานิจ สุขสมจิตร, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ., ชัยวัฒน์ พสกภักดี และ ยอดยิ่ง โสภณ ร่วมมอบรางวัลให้แด่ ชวน หลีกภัย

มานิจ สุขสมจิตร, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ และ ชวน หลีกภัย แสดงความยินดีกับศิษย์เก่าที่ได้รับเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์ ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต,
เรวัตร จันทร์เจริญ, วินิจ ศิลามงคล, อำนาจ เจตน์เจริญรักษ์, พรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์, สมศักดิ์ เทพสุทิน, เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช, ชาย นครชัย
และ อนุกูล ปีดแก้ว

มานิจ สุขสมจิตร, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ และ ชวน หลีกภัย แสดงความยินดีกับศิษย์เก่าที่ได้รับเข็มเกียรติยศธรรมศาสตร์ ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต, เรวัตร จันทร์เจริญ, วินิจ ศิลามงคล, อำนาจ เจตน์เจริญรักษ์, พรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์, สมศักดิ์ เทพสุทิน, เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช, ชาย นครชัย และ อนุกูล ปีดแก้ว

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, วิวัฒน์ มุ่งการดี, ผ่องศรี ธาราภูมิ และแฟนคลับร่วมแสดงความยินดีกับ ชวน หลีกภัย

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, วิวัฒน์ มุ่งการดี, ผ่องศรี ธาราภูมิ และแฟนคลับร่วมแสดงความยินดีกับ ชวน หลีกภัย

ประดัง ปรีชญางกูร, ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ประธานชมรมเพื่อนโดม และ ชวน หลีกภัย ผู้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2566

ประดัง ปรีชญางกูร, ดร.สันติภาพ เตชะวณิช ประธานชมรมเพื่อนโดม และ ชวน หลีกภัย ผู้รับรางวัลจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 2566

รศ.ดร.สุพิณ เกชาคุปต์, สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี
และ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.กระทรวงวัฒนธรรม

รศ.ดร.สุพิณ เกชาคุปต์, สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี และ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.กระทรวงวัฒนธรรม

ประดิษฐ์ ประสาททอง และ ชวน หลีกภัย

ประดิษฐ์ ประสาททอง และ ชวน หลีกภัย

สมเกียรติ คงสวัสดิ์, นริศรา รวมศิริวัฒนกุล, ดารณี วัธนเวคิน, เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช,
ชาย นครชัย, วรายุภัสร์ พัชรปรียานันท์

สมเกียรติ คงสวัสดิ์, นริศรา รวมศิริวัฒนกุล, ดารณี วัธนเวคิน, เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช, ชาย นครชัย, วรายุภัสร์ พัชรปรียานันท์

นิกร สุศิริวัฒนนนท์, ดารณี วัธนเวคิน, พิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
สมาคมธรรมศาสตร์ฯ, ศ.สมคิด เลิศไพฑูรย์, สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์, นริศรา รวมศิริวัฒนกุล และ ธำรงเกียรติ อุทัยสาง

นิกร สุศิริวัฒนนนท์, ดารณี วัธนเวคิน, พิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมธรรมศาสตร์ฯ, ศ.สมคิด เลิศไพฑูรย์, สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์, นริศรา รวมศิริวัฒนกุล และ ธำรงเกียรติ อุทัยสาง

เกียรติ สิทธีอมร, วิวัฒน์ มุ่งการดี, อภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ และ สามารถ ราชพลสิทธิ์

เกียรติ สิทธีอมร, วิวัฒน์ มุ่งการดี, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ สามารถ ราชพลสิทธิ์

พล.ต.อ.ไพโรจน์ มานวกุล, ประดัง ปรีชญางกูร, รวมพร เกตุทัต, อมร สถิรากร

พล.ต.อ.ไพโรจน์ มานวกุล, ประดัง ปรีชญางกูร, รวมพร เกตุทัต, อมร สถิรากร

อนุชา นาคาศัย รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

อนุชา นาคาศัย รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

ประสิทธิ์ จันทร์ประทีปฉาย, ชาญชัย อุดมลาภธรรม, พรชัย กิตติปัญญางาม และ สุพัฒน์ ธนะพิงค์พงษ์

ประสิทธิ์ จันทร์ประทีปฉาย, ชาญชัย อุดมลาภธรรม, พรชัย กิตติปัญญางาม และ สุพัฒน์ ธนะพิงค์พงษ์

มานิจ สุขสมจิตร, ศ.นพ.จิระ-ศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ รามสูตร, พิมพ์ทอง สุขสมจิตร, ดารณี วัธนเวคิน และ วิชชุดา-ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต

มานิจ สุขสมจิตร, ศ.นพ.จิระ-ศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ รามสูตร, พิมพ์ทอง สุขสมจิตร, ดารณี วัธนเวคิน และ วิชชุดา-ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต

เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล, ดารณี วัธนเวคิน และ นิกร สุศิริวัฒนนนท์
ร่วมแสดงความยินดีกับ อนุชา นาคาศัย

เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล, ดารณี วัธนเวคิน และ นิกร สุศิริวัฒนนนท์ ร่วมแสดงความยินดีกับ อนุชา นาคาศัย

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มี ผาณิต พูนศิริวงศ์ อยู่ด้านหลัง

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มี ผาณิต พูนศิริวงศ์ อยู่ด้านหลัง

ผาณิต พูนศิริวงศ์ แสดงความยินดีกับ ชวน หลีกภัย โดยมี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ. ร่วมเฟรม

ผาณิต พูนศิริวงศ์ แสดงความยินดีกับ ชวน หลีกภัย โดยมี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ. ร่วมเฟรม

ธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ และ ดร.สันติภาพ เตชะวณิช

ธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ และ ดร.สันติภาพ เตชะวณิช

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนคนแข็งแรงมีโอกาสเป็น ‘ไข้เลือดออก’ ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768931

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนคนแข็งแรงมีโอกาสเป็น ‘ไข้เลือดออก’ ได้

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนคนแข็งแรงมีโอกาสเป็น ‘ไข้เลือดออก’ ได้

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถานการณ์ไข้เลือดออกในประเทศไทยมีการระบาดหนักที่สุดในรอบ 5 ปี กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร ทาเคดา ประเทศไทย และพันธมิตรความร่วมมือ Dengue-zero จึงเนรมิตพื้นที่โซน Central Court ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จัดงาน“ส่งต่อความหวังจากอิงมา ชวนคนไทยปักหมุด หยุดไข้เลือดออก” เพื่อเป็นความหวังใหม่ในการต่อสู้กับโรคไข้เลือดออกด้วยมาตรการการเฝ้าระวัง การควบคุมจำนวนลูกน้ำยุงลายเพื่อไม่ให้แพร่พันธุ์ และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไข้เลือดออกด้วยการฉีดวัคซีน โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อร่วมถ่ายทอดความรู้บนเวทีเสวนา “ส่งต่อความหวังใหม่เพื่อปกป้องสังคมไทยจากไข้เลือดออก” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ให้คนไทยปลอดภัยจากไข้เลือดออก

ศ.นพ.ชิษณุ พันธุ์เจริญ กุมารแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คุ้นเคยกับโรคติดเชื้อในเด็กเป็นอย่างดี เผยถึงวิธีการสังเกตอาการโรคไข้เลือดออก
ว่า จะมีไข้สูงลอย กินยาลดไข้แต่ไม่ค่อยได้ผล โดยอาการช่วงแรกของการติดเชื้ออาจมีอาการใกล้เคียงกับโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ แต่สำหรับผู้ที่เป็นไข้เลือดออกจะมีอาการทางระบบทางเดินอาหารที่เด่นกว่า เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง เป็นต้น

ทั้งนี้ ไข้เลือดออกสามารถเป็นได้ทุกคน รวมถึงคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การติดตามอาการ ถ้ามีอาการเลือดออกที่ไม่ใช่ตามผิวหนัง เช่น เลือดกำเดาไหล หรืออาเจียนเป็นเลือด ถือเป็นสัญญาณที่อันตราย ส่วนถ้าใครอาเจียนหรือปวดท้องมากขี้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณที่บอกว่าไข้เลือดออกมีโอกาสที่จะรุนแรง และควรไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในผู้ใหญ่ กล่าวว่า กลุ่มผู้ใหญ่ที่เป็นโรคไข้เลือดออกแม้จะมีอาการที่คล้ายกับเด็กแต่ส่วนใหญ่จะมีปัจจัยความเสี่ยงด้านโรคประจำตัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น บางคนอาจเป็นโรคไต โรคเบาหวานหรือโรคหัวใจ ที่ส่งผลให้อาการไข้เลือดออกรุนแรงมากขึ้น รวมไปถึงจะทำให้การรักษาไข้เลือดออกยุ่งยากมากขึ้นไปด้วย อย่างเช่นการให้น้ำเกลือให้ผู้ป่วย บางคนเป็นโรคไต ให้น้ำเกลือมากไปไม่ได้เพราะเสี่ยงน้ำเกินหรือหัวใจวาย เพราะฉะนั้นกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีโรคร่วมจึงมีความเสี่ยงเป็นไข้เลือดออกรุนแรงสูงกว่า

เนื่องจากไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (dengue virus) ที่มีมากถึง 4 สายพันธุ์ คนที่เคยป่วยเป็นไข้เลือดออกมาแล้วมีโอกาสเป็นซ้ำได้อีก ดังนั้น ประชาชนควรหมั่นปฏิบัติตามมาตรการในการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด เช่น ปิดภาชนะเก็บกักน้ำให้มิดชิด ป้องกันยุงลายวางไข่ เปลี่ยนน้ำในภาชนะอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ปล่อยปลากินลูกน้ำในภาชนะใส่น้ำ และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมรอบข้างให้ปลอดโปร่ง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนเพื่อลดอาการรุนแรงของโรค และการนอนโรงพยาบาล อีกทั้ง ยังสามารถป้องกันไข้เลือดออกได้ถึง 4 สายพันธุ์ โดยสามารถปรึกษาแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้ท่านเพื่อขอรับคำแนะนำในการฉีดวัคซีนไข้เลือดออก

WHO คัดเลือกสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ไทย ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ปี 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768929

WHO คัดเลือกสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ไทย  ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ปี 2567

WHO คัดเลือกสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ไทย ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ปี 2567

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.16 น.

กรมวิทยศาสตร์การแพทย์ เผยผลวิเคราะห์สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ด้าน WHO ได้คัดเลือกสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ของไทย เพื่อใช้ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ประจำปี 2567 สำหรับประเทศทางซีกโลกใต้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือและบทบาทที่เข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขไทยที่มีต่อความมั่นคงทางสุขภาพของประชากรโลก

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกว่า มักพบการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่ในเขตซีกโลกเหนือระบาดมากในช่วงฤดูหนาว ส่วนซีกโลกใต้ระบาดมากในฤดูฝน พบไข้หวัดใหญ่ A (H3N2), A (H1N1) และ B เป็นสาเหตุของการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล จากผลการวิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จากทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 จนถึงปัจจุบัน พบ A (H1N1) มีสัดส่วน 56.94% A (H3N2) 95.08% และ B 100% สำหรับประเทศไทยการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยพบไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (H3N2) มากที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 66.42% รองลงมาคือสายพันธุ์ B 19.32% ในขณะที่สายพันธุ์ A/H1N1 มีสัดส่วน 14.26% สำหรับสายพันธุ์ B ที่พบในประเทศไทยเป็นสายพันธุ์ Victoria ทั้งหมด เช่นเดียวกับที่พบทั่วโลกขณะนี้

ทั้งนี้ จากข้อมูลการวิเคราะห์สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยของศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคนิค Whole genome sequencing (WGS) วิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมทั้งจีโนม และประเมินความสอดคล้องกับสายพันธุ์วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่กระทรวงสาธารณสุขฉีดให้กับประชาชน พบว่าสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่ตรวจพบในประเทศไทยมีความสอดคล้องกับสายพันธุ์วัคซีนที่ฉีดและสามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อว่า จากการประชุมคัดเลือกสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ เพื่อนำไปใช้ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ประจำปี 2567 สำหรับประเทศทางซีกโลกใต้ ระหว่างวันที่ 25-28 กันยายน 2566 ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (WHO) สมาชิกห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วโลก และบริษัทผู้ผลิตวัคซีนได้คัดเลือกสายพันธุ์เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ โดย 1 ใน 3 สายพันธุ์ เป็นเชื้อที่แยกได้จากระบบเฝ้าระวังเฉพาะพื้นที่ของประเทศไทย จากความร่วมมือของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กรมควบคุมโรค โรงพยาบาลเครือข่ายและศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ได้ดำเนินการเฝ้าระวังสายพันธุ์ การกลายพันธุ์ และการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ต่างไปจากเดิมการดื้อยาของเชื้อไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก มาอย่างต่อเนื่อง และรายงานผลการเฝ้าระวังทุกสัปดาห์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ WHO ในฐานะสมาชิกเครือข่าย เพื่อวางมาตรการการควบคุมและป้องกันโรคได้ทันสถานการณ์

“จากการที่สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ ที่ตรวจพบในประเทศไทย ได้รับคัดเลือกให้เป็นองค์ประกอบในวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ประจำปี 2567 เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือและบทบาทที่เข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขไทย ที่มีต่อความมั่นคงทางสุขภาพของประชากรโลกซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของระบบสาธารณสุข ที่ต้องการให้การควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดและลดอัตราการป่วย การเสียชีวิตของประชากรไทยและประชากรโลก” นายแพทย์ยงยศ กล่าว

รพ.เลอลักษณ์ ยื่นมือช่วยผู้เสียหาย ถูกคลินิกดังทำหน้าพัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768904

รพ.เลอลักษณ์ ยื่นมือช่วยผู้เสียหาย ถูกคลินิกดังทำหน้าพัง

รพ.เลอลักษณ์ ยื่นมือช่วยผู้เสียหาย ถูกคลินิกดังทำหน้าพัง

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.02 น.

กรณี “ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร” ได้พา 2 ผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) หลังทำศัลยกรรมที่คลินิกชื่อดังย่านรัชดาภิเษก และยังให้ทำศัลยกรรมแก้ไขซ้ำๆ ถึง 16 ครั้ง จนหน้าพัง ผิดรูป ไร้การเยียวยารักษา ก่อนที่รพ.เลอลักษณ์ ซึ่งเป็นรพ.ชื่อดัง ยืนหนึ่งด้านศัลยกรรม ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

โดยล่าสุด “คุณปิ่น พิศพรรณ ศรีไชยยันต์” ผู้บริหาร โรงพยาบาล เลอลักษณ์ พร้อมด้วย “คุณหมอสุมนมาลย์ วิจิตรรุ่งเรือง” และผู้เสียหาย ทั้ง 2 ท่าน “คุณกาญจนา ภู่สุวรรณ” แก้ไขจมูกซ้ำๆ ถึง 16 ครั้ง จนพัง จมูกผิดรูป ต้องใส่มาสก์ตลอดเวลา ชีวิตเหมือนตายทั้งเป็น และ “คุณสุทิวัส ฟักทอง” ศัลยกรรมตาสองชั้น ปัจจุบันเหมือนคนตาเหลือก ตาแดง ไม่สามารถปิดตาได้สนิทเหมือนเดิม รวมทั้งทนายรณรงค์ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยผู้บริหารรพ.เลอลักษณ์ยืนยันพร้อมมอบโอกาสใหม่ให้กับทางผู้เสียหาย โดยจะใช้เทคนิคของทางรพ. รักษาจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป เพราะเห็นใจที่ตอนนี้ผู้เสียหายเหมือนตายทั้งเป็น แถมยังถูกบูลลี่ซ้ำซากจากสังคม

รณณรงค์ : วันนี้พามาให้คุณหมอที่รพ.เลอลักษณ์ ท่านเมตตามาก ท่านจะช่วยรักษาให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แล้วมันแพงมากนะครับ อย่างที่นั่งกันอยู่ เสียค่าทำศัลยกรรม 2.5 หมื่น ทำจมูก ค่าซ่อม 2 ล้านก็เอาไม่อยู่ ไม่รู้จะไปหาที่ไหนมา ถ้าทางนี้ไม่ซัปพอร์ต ไม่ช่วย ไม่รู้จะแก้ปัญหาชีวิตตัวเองยังไงเหมือนกัน ก็ต้องอยู่สภาพแบบนี้ไปทั้งชีวิต อย่างน้องกาญจนาทำมาทั้งหมด 1.3 แสน ปรากฏว่าต้องมานั่งทำซ้ำๆ ถ้าหันด้านข้างจะเห็นภาพชัด มันไม่ได้สวย ไม่ได้สง่างามอย่างที่ตั้งใจไว้ ก็ได้คุณหมอช่วยประเมินอาการว่าเป็นยังไงบ้าง

ที่พามาอยากให้คนดูทางบ้านเข้าใจมุมนึง เวลาเกิดปัญหาขึ้น รู้ไหมว่าหาคุณหมอแก้ยากมาก ถึงมากที่สุด ไม่มีคุณหมอคนไหนในประเทศที่เวลาเกิดเหตุขึ้นแล้วเขาอยากแก้ให้ เพราะไม่มีใครอยากยุ่งกับงานคนอื่น แล้วกลายเป็นปัญหาผู้บริโภคอย่างเรา ว่าจะมีคุณหมอที่ไหนแก้ได้ คุณหมอแก้ได้ต้องเก่ง คุณหมอแก้ได้จริงๆ ต้องเป็นคุณหมอที่มีฝีมือ ทางเลอลักษณ์จะช่วยดูแลให้กลับมาสภาพที่เธอคิดว่าต้องใส่มาสก์ทั้งชีวิต จะกลับมาเป็นเดินตลาดได้ปกติไหม แล้ววิธีการซ่อม แก้ไข ต้องเป็นยังไงบ้าง

อยากให้คนทางบ้านได้ดูและเข้าใจว่าทุกอันศัลยกรรมไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าหลุดขึ้นมาแล้วต้องแก้ ที่เราไปทำจะสามารถแก้ให้เราได้ไหม ไม่ใช่ผ่า 16 ครั้งจนเขาเป็นแบบนี้ แล้วมีเคสอื่นๆ ของคลินิกแห่งนั้น คุณหมอท่านนั้น ติดต่อมาหาผมอีกนะ ตอนแรกจะมาด้วยกัน แต่ต้องไปเจาะเลือด เนื่องจากมีปัญหาในการผ่าตัดตอนนั้น เหมือนจะวางยาเกินขนาด แล้วต้องเข้าไอซียู สมองไม่เหมือนเดิม อันนั้นหนักกว่าคนที่นั่งอยู่ที่นี่  

หมอสุมนมาลย์ : สำหรับเคสนี้ หมอเห็นแล้วก็ค่อนข้างเห็นใจ เพราะส่วนตัวในฐานะที่เป็นหมอ และเป็นผู้หญิงด้วย หมอจะเข้าใจว่าคนไข้ที่ไปทำศัลยกรรมทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทุกคนก็อยากดูดีขึ้น อยากมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น แต่เมื่อปัญหาเกิดขึ้นและได้รับการแก้ไขที่ไม่ถูกต้อง มีการแก้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดเป็นความผิดรูป บางคนอาจเรียกว่าเป็นความพิการเลยก็ได้ อาจทำให้มีปัญหาในการใช้ชีวิตต่อไป

ต้องบอกว่าเห็นใจมากนะคะ ก็ยินดีจะรับแก้ให้สำหรับเคสนี้ ปัญหาค่อนข้างซับซ้อน มองจากรูปลักษณ์ภายนอก ขอประเมินปัญหาเป็นสองเรื่อง เรื่องแรกคือรูปลักษณ์ภายนอกตรงบริเวณปลายจมูก ไม่ว่าใครเห็นก็รู้แล้วแหละว่ามีเรื่องของการผิดรูป ซึ่งพอเราประเมินแล้วแบ่งเป็นสองพาร์ต อันแรกคือโครงสร้างเสียหายแน่นอน และเสียหายค่อนข้างรุนแรง มีการหดรั้งเข้าไป มีการผิดรูปของปลายจมูก บ่งบอกถึงกระดูกอ่อนตรงปลายปีกนกน่าจะไม่เหลือแล้ว เรื่องการตัดทิ้งไป หรือเรื่องการติดเชื้อ รวมถึงผิวหนังข้างนอกที่มีการปกคลุมด้านบน ก็มีลักษณะหดรั้งแข็งตัวไม่สามารถยืดหยุ่นเหมือนผิวหนังปกติได้ ตรงนี้ต้องแก้ไข

ส่วนอีกจุดที่เห็นได้ชัดคือบริเวณสันจมูก มีลักษณะใหญ่โตขึ้นมาจนผิดขนาดชัดเจน ตรงนี้ต้องเข้าไปดูว่าเกิดจากอะไรกันแน่ ปกติหมอแก้เคสผิดรูปมาค่อนข้างเยอะ เคสนี้ต้องบอกว่าเป็นเคสที่เห็นแล้วหนักใจเหมือนกัน แต่ก็น่าจะแก้ไขได้ นอกเหนือจากเรื่องความผิดรูปที่เราประเมิน ก็มีอีกเรื่อง ซึ่งเป็นจุดตายของการแก้ไข ถ้าเราแก้ไขโดยไม่ประเมินเรื่องนี้ให้ขาด เราน่าจะเจ็บตัวซ้ำ คือเรื่องการติดเชื้อ เพราะจากการได้พูดคุยเบื้องต้นกับคนไข้ เขามีปัญหาเรื่องการติดเชื้อซ้ำซ้อนค่อนข้างเยอะ แล้วคุณหมอที่แก้อาจมีความหวังดีหรืออะไรที่หมอไม่ทราบ อาจเข้าไปแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่า 16 ครั้งใน 1 ปี ส่วนตัวคิดว่ามันอาจสร้างความบอบช้ำให้กับเนื้อเยื่อมากเกินไป

ฉะนั้นเรื่องการติดเชื้อหมอจะประเมินให้ขาด แล้วต้องพยายามเคลียร์เรื่องการติดเชื้อให้ได้ก่อน เพราะต่อให้แก้ด้วยเทคนิคที่ดีที่สุดก็น่าจะไม่จบ ส่วนเทคนิคในการประเมิน ต้องเป็นเทคนิคที่ดีที่สุด แก้ไขตั้งแต่โครงสร้างขึ้นมาเลย ทำโครงสร้างให้ดีก่อน จากนั้นส่วนองค์ประกอบเพิ่มเติมเช่นอยากสวยแบบไหน เดี๋ยวเราค่อยมาคุยกัน ตรงนี้น่าจะต้องโอเพ่นปรับโครงสร้างด้วยซี่โครงตัวเอง จากทั้งหมด 7 เทคนิคของรพ.เลอลักษณ์ในการแก้ไขจมูก หมอคิดว่าเคสนี้ต้องใช้เทคนิคที่ดีที่สุด ให้เป็นลักษณะการใช้เนื้อเยื่อตัวเองเลยเพื่อป้องกันปัญหาการต่อต้านหรือการติดเชื้อในอนาคต

ผู้เสียหายเผยสุดช็อก ผ่าตัดแก้ไขวันเว้นวันในหนึ่งสัปดาห์! พังจนคิดฆ่าตัวตาย

กาญจนา : อันดับแรกเราต้องดูรีวิว แล้วคำแนะนำของคุณหมอว่าเคสของเราสามารถแก้ได้ ตอนนั้นเราก็ศึกษามาระยะนึง จนตัดสินใจทำกับคุณหมอ หลังจากทำเสร็จ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด คือหนึ่งทรงจมูกมันเกิดจากการผิดรูป และไม่สวยตั้งแต่แรก มันเป็นการวินิจฉัยของคุณหมอว่าต้องมีการได้แก้นะ มันเลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำๆ ค่ะ ถอดเข้าถอดออก จนจมูกเป็นแบบนี้ค่ะ อาทิตย์นึงบางทีผ่าวันเว้นวันก็มีค่ะ สาเหตุที่ไปทำซ้ำที่เดิม ด้วยความที่จมูกของเราเป็นเคสที่แก้ยาก แล้วมีไม่กี่ที่ที่เขารับ หนูเห็นราคาก็ประมาณนี้ ก็เลยตัดสินใจ เพราะคิดว่าคุณหมอจะช่วยเราได้

สุทิวัส : ครั้งแรกหนูทำโครงหน้าก่อนค่ะที่คลินิกนี้ มีเซลล์แนะนำ ครั้งที่สองทำตาสองชั้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ตอนนี้ตาแดงตลอดเวลาค่ะ คนปกติไม่ได้ตาแดงแบบนี้ ตอนนี้เหมือนช้ำอยู่ตลอดเวลา ตอนแรกเขาไม่ได้บอกอะไรเราเลยค่ะ ปกติคลินิกอื่นจะมีคอนเซาท์ค่ะ แต่ที่นี่ไม่มีเลย ไปถึงเขาก็ให้ขึ้นห้องผ่าตัดแล้วก็นอน เสร็จก็ไล่เรากลับบ้านเลย แค่นี้ค่ะ

คุณปิ่น : ที่เราตัดสินใจช่วยเคสนี้ เพราะเราเห็นใจก่อนเลยค่ะ เรารู้ว่าผู้หญิงทุกคนอยากสวย แล้วมันแก้ยากมาก กว่ารพ.เลอลักษณ์จะแก้ได้ระดับนี้ มีเคสคุณมันนี่ที่มีอาการคล้ายแบบนี้ เราแก้ออกไปจนติ๊กต๊อกล้านวิว ออกมาสวย ก็รู้สึกมั่นใจ จะได้ช่วยชีวิตน้องให้กลับมาเปิดมาสก์ แล้วอยู่ในสังคมได้ ก็เลยอยากช่วยค่ะ

กาญจนา : หลังจากคุณปิ่นยื่นมือมาช่วยเหมือนได้ชีวิตใหม่ค่ะ จากที่หนูคิดสารพัดเรื่องฆ่าตัวตาย ตอนนี้ไม่มีอยู่ในหัวแล้ว สภาพหนูแบบนี้ไม่สามารถไปเผชิญหน้าที่ไหนได้ เพราะหนูโดนบูลลี่ตั้งแต่เกิดเหตุ ตั้งแต่จมูกหนูเสียรูปทรง เขาก็ว่าทำไมต้องไปทำขนาดนั้น โง่หรือเปล่า กระทบกับการใช้ชีวิตค่ะ

คุณปิ่น : สงสารน้องมาก น้องบอกว่าหน้าพังแล้วยังโดนบูลลี่ว่าโง่ ไม่ฉลาด พูดแรงค่ะ บอกว่าไปให้เขาทำอีกทำไม แต่น้องก็บอกเหตุผลว่าเป็นเพราะน้องไม่มีเงิน น้องก็มีความหวังว่าจะทำที่เดิมแล้วดีขึ้น น้องเลยตัดสินใจทำต่อเนื่องมา เพราะมีความหวังว่ามันจะสวยขึ้น

สุทิวัส  : หนูก็ดีใจมากค่ะ ที่รพ.เลอลักษณ์ยื่นมือมาช่วยหนู ขอบคุณมากค่ะ

หมอสุมนมาลย์ : คุณสุทิวัส มีเรื่องการถอดสายเดรนเลือด ที่มีการระบุว่าทางคลินิกแจ้งว่าสามารถถอดเองได้เลย จริงๆ ไม่ควรถอดเอง เราใส่ไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการคั่งของเลือดใต้ผิวหนังหลังเราผ่าตัดไป ก่อนถอดต้องมีข้อบ่งชี้ว่าไม่มีเลือดคั่งแล้วถึงถอดออก ซึ่งคนที่จะประเมินเรื่องพวกนี้เป็นแพทย์ที่ดูแล หรือเจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญของสถานพยาบาลนั้น ถ้าถามหมอ หมอไม่เห็นด้วย

สุทิวัส : ตอนถอดก็ใช้กรรไกร เขาบอกให้ตัดแล้วดึงได้เลย

หมอสุมนมาลย์ : ตอนนี้หมอไม่เห็นว่าตอนที่ถอดไปยังมีเลือดคั่งหรือเปล่า และไม่แน่ใจว่ามีเรื่องความผิดรูปอะไรไหม  ปกติสายเดรนจะมีการคาไว้ในจุดรอยแผลผ่าตัด มีไหมเย็บไว้ อันนี้น้องตัดเอง ก็มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อแหละ เพราะเทคนิคเวลาจะตัดไหม หรือตัดอะไรที่เป็นหัตกรรมทางการแพทย์ ต้องใช้เทคนิคที่ปลอดเชื้อ พอเรามาดูแผลที่เกิดตอนนี้ ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับอันนั้นหรือเปล่า แต่ตอนนี้สิ่งที่เห็นคือมีความไม่สวยตรงตำแหน่งของแผล

คุณปิ่น : ปกติตัดแล้วต้องเรียบ แต่นี่ปูดออกมาเหมือนเดิม

หมอสุมนมาลย์ : เกิดจากสองเรื่อง อันแรกกระดูกยังไม่เรียบเนียน แต่เราสามารถทำให้ดูดีขึ้นได้ แล้วก็เข้าไปรีเชฟ ทำให้ตัวกระดูกสวยขึ้นได้ อีกเรื่องคือรอยแผลที่อยู่เหนือต่อกระดูก มีความเป็นแผลนูนนิดนึง

สุทิวัส : เขามีการเอาไขมันตรงรักแร้ มาเติมที่ตา

คุณปิ่น : คุณหมอที่ทำตาบอกว่างานตาปกติที่จะใส่ไขมันเข้าไป เขาจะเอาไขมันที่บริเวณกระพุ้งแก้ม มันจะนิ่มและยืดหยุ่นได้ดี แต่ว่าไปเอาที่รักแร้มา มันเลยไม่ยืดหยุ่น คุณหมอแจ้งว่าจริงๆ มันก็ใช้ได้ แต่เขาไม่ใช้กัน สิ่งที่ดีกว่ามีค่ะ แล้วชั้นตาก็ใหญ่ไป ไขมันอาจเอาออกมากเกินไป เลยทำให้มีลักษณะตาเหลือก ชั้นตาเป็นเหลี่ยม

รณณรงค์ : อันนี้หลับตาปกติก็ไม่ได้

คุณปิ่น : มันเลยทำให้ตาแดงใช่ไหมคะ คุณหมอบอกว่าต้องทำภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อเลาะสิ่งที่เขาทำไปแล้วให้หลุดออกมาก่อน แล้วเอาไขมันในกระพุ้งแก้มไปเติมเต็มไว้ก่อน ให้มันเคลียร์ก่อน ทิ้งไว้ 6 เดือนค่อยทำชั้นตา อีกวิธีนึงคือทิ้งไว้ 6 เดือนเลยเพื่อให้ทุกอย่างสมานกัน แต่ตอนนั้นจะยากกว่า

หมอสุมนมาลย์ : ถามว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน สำหรับจมูก มีสองจังหวะให้เข้า จังหวะแรกคือเข้าเร็วเลย หลังจากที่ทำไปไม่เกิน 7-10 วัน หลังผ่าตัดช่วงแรกไม่มีพังผืด อันนี้แก้ง่ายมาก เนื้อเยื่อไม่บอบช้ำไปมากกว่านี้ สองเราเจอหลังจากช่วงประมาณ 7-10 วันไปแล้ว ร่างกายเริ่มมีการสร้างพังผืด เริ่มสร้างเส้นเลือดเส้นประสาท จังหวะนี้ไม่หมด จำเป็นต้องรอ เพื่อให้เนื้อเยื่อคลายความบอบช้ำลงก่อน จากนั้นค่อยไปแก้ไขหลังจาก 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับปัญหาที่มีคืออะไร มันก็จะทำให้การผิดรูปไม่เกิด พอแก้แล้วสวย

รณณรงค์ : เบื้องต้น ให้ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบปรามคุ้มครองผู้บริโภค เขาจะมีความชำนาญในคดีศัลยกรรมทางการแพทย์ ถ้าคลินิกเป็นคลินิกปกติไม่ควรมีหลายเคส  ถ้าการรักษาพยาบาลไม่มีความประมาทเลินเล่อ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ควรต้องเกิดขึ้น ถ้าเป็นหมอจริง ประมาทเลินเล่อไหม ถ้าหมอปลอมนั่นทำร้ายร่างกายอยู่แล้ว เราก็เลยแจ้งความไว้ที่กองปราบผู้บริโภค นอกจากนั้นเอเจนซี่ที่ขายงานให้คลินิกดังกล่าวก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย  การโฆษณามีกฎหมายคุ้มครองอยู่ เดี๋ยวทางผู้เสียหายต้องไปแจ้งยังสปส. ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สปส.ลงไปตรวจสอบคลินิกดังกล่าวด้วย ว่าเกิดอะไรขึ้น นี่คือขั้นตอนทางกฎหมาย แล้วสุดท้ายต้องมาดูกันว่าในตอนรักษา คุณหมอที่ทำการรักษาภายในคลินิกเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยไหม เดี๋ยวต้องให้สาธารณสุขเข้าไปตรวจสอบเพิ่ม มันไม่ควรมีเคสหลุดเยอะขนาดนี้

ฟ้องกลับไม่ได้ เพราะผู้เสียหายโต้แย้งโดยสุจริต

รณณรงค์ :   อย่างแรกในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 เขาให้กรณีการติชมโดยสุจริต การโต้แย้งโดยสุจริต มันมีหลายเคสมาก ที่เขาฟ้อง สุดท้ายศาลยกฟ้องหมดเลย เพราะผู้บริโภคใช้งานจริง เกิดปัญหาจริง ถ้าสวยอย่างที่โฆษณาไว้เขาจะมาร้องเรียนไหม มันก็หลักการง่ายๆ เลย

สุทิวัส : ถามว่าคลินิกมีการติดต่อกลับมาไหม เขาทักมาบอกว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ แต่ตอนนี้ไม่แล้วค่ะ

มั่นใจรพ.เลอลักษณ์ ทำให้คนหมดอนาคตกลับมามีชีวิตและยิ้มได้

คุณปิ่น : มีจมูกที่ผิดรูปแบบพังเลย คล้ายๆ กันกับเคสนี้ ไม่มีปลายเลยนะคะ ด้านข้างก็ไม่เหลือเลย ด้านข้างกุดเลย มันก็เป็นอะไรที่รุนแรง เราก็เลยมั่นใจ เพราะกว่าจะถึงวันนี้ของการทำจมูก ต้องปรับโครงสร้าง บอกเลยว่าไปเกาหลียังงงกับแบบนี้ เพราะเกาหลีเขาไม่ค่อยมีพังแบบนี้ คุณหมอสร้างโครงสร้างใหม่มาได้ เราพัฒนาเทคนิคมานานหลายปี จนมั่นใจ และสร้างคนหมดอนาคตกลับคืนมาเป็นคนยังมีชีวิตที่ยิ้มได้สวยได้ เราก็ภูมิใจและมั่นใจ คุณหมอช่วยชีวิตคน ก็มั่นใจในการจะช่วยน้อง สงสารน้องมากที่โดนบูลลี่ว่าทำไมทำตั้ง 16 ครั้ง ลองเป็นน้องดูบ้างสิ คนไม่มีเงิน ถูกไหม เขาก็มีความหวังว่าอยากทำให้สวย เพราะหมอก็บอกตลอดว่าทำแล้วจะดีขึ้น ก็เลยยิ่งอยากช่วยน้องมาก คุยกับคุณหมอเราจะช่วยกันนะ คุณหมอก็น่ารักมากค่ะ

รณณรงค์ : คลิกนั้นจะปิดได้ไหม อันนี้เป็นเรื่องที่แพทยสภาต้องออกมาตอบคำถาม คุณหมอเคยมีเรื่องแบบนี้เมื่อ 20 ปีก่อน มีเหตุแบบนี้ ทำไมถึงสามารถทำการรักษาพยาบาลได้ เราไม่รู้จริงๆ ต้องถามไปทางแพทยสภา ถ้าเป็นมาตรฐานทางการแพทย์เราก็ต้องน้อมรับ เคยมีเพื่อนที่ไปทำศัลยกรรม แอบไปผ่านมแล้วไม่บอกเรา จนสุดท้ายมันเหลือข้างเดียว ทำให้ผู้หญิงเสียความมั่นใจเลยนะ บางคนเป็นอาการทางจิตเลย แทนที่จะสวยกลายเป็นบ้าไปแทน ฉะนั้นต้องเลือกว่าตรงไหนที่ดีๆ ถ้ามีปัญหาแล้วเขาตามแก้ให้เราได้

ซึ่งหลังผ่าตัดไป จะมีเรื่องการดูแลอีกหลายๆ อย่าง ถ้าเกิดเราร่วมมือกัน สื่อสารซึ่งกันและกัน เคสนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไร สำหรับเคสอื่นที่ทำการผ่าตัด ก็อยากให้ดูดีๆ ศึกษาข้อมูล การทำอะไรทุกอย่างบนร่างกายของเราซึ่งเป็นร่างกายที่เรารัก อยากให้ร่างกายเราดูดีขึ้น อยากให้ตัวเรามีความสุข ฉะนั้นก่อนทำต้องใจเย็นๆ ศึกษาก่อน ต้องทำจริงหรือเปล่า ถ้าต้องทำ จะทำกับใคร หนึ่งมีเรื่องของหมอ ดูนิดนึงเขาเป็นหมอจริงหรือเปล่า เขามีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญจริงไหม ที่สำคัญที่สุดคือสถานพยาบาล เป็นสถานพยาบาลที่ดีจริงไหม เป็นรพ.หรือคลินิกได้มาตรฐานหรือเปล่า ถ้าทำแล้วผิดรูปยังแก้ได้ แต่ถ้าทำแล้วเสียชีวิต ตรงนี้หมอว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียใจที่สุด ก็ฝากไว้สำหรับทุกคนที่อยากทำศัลยกรรมความงาม

ชี้ต้องเช็กชื่อ-สกุลแพทย์ที่รักษา ก่อนขึ้นเขียงศัลย์ เพื่อความปลอดภัย

คุณปิ่น :  รพ.เลอลักษณ์ เราเล็งเห็นถึงประโยชน์ของคนไข้และความปลอดภัย เราเลือกแพทย์ที่จบ 12 ปีทั้งหมด เป็นเรื่องสำคัญ แพทย์จบเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งต้องจบ 12 ปี ฉะนั้นหายากนะคะในเมืองไทย อยากฝากไว้ว่าก่อนทำที่ไหน ขอชื่อสกุลของแพทย์ที่เราสนใจ เช็กไปในแพทยสภา ว่าแพทย์ท่านนี้ จบแค่ไหน เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านไหน และดูผลงานให้เยอะ ดูให้นานก่อนตัดสินใจทำ หน้าเราจะให้ใครเอามีดมากรีด เราต้องคิดให้ดีค่ะ บางอย่างเสียโฉมแล้วเสีย

โฉมเลย อย่างงานตา ยากมากนะคะ งานจมูกแก้ได้หลายครั้ง แต่งานตาครั้งเดียวพังตลอดชีวิตนะคะ ตัดหนังตาไปเยอะ จะเอาหนังตาที่ไหนไปเติมคะ เสียใจก็ตัวเราทั้งนั้น เพราะเราต้องส่องกระจก ถูกไหมคะ ก็ต้องเลือกให้ดีก่อนว่า

-(016)

พาณิชย์ ปลื้ม! ปีทองของหนังไทย ต่างชาติร่วมเจรจาธุรกิจในงาน AFM 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768891

พาณิชย์ ปลื้ม! ปีทองของหนังไทย ต่างชาติร่วมเจรจาธุรกิจในงาน AFM 2023

พาณิชย์ ปลื้ม! ปีทองของหนังไทย ต่างชาติร่วมเจรจาธุรกิจในงาน AFM 2023

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.17 น.

พาณิชย์ – DITP ปลื้ม ปีทองของหนังไทย สัปเหร่อ ธี่หยด และ เพื่อน(ไม่)สนิท ดึงต่างชาติเจรจาธุรกิจ AFM 2023 โกยรายได้กว่า 2,739 ล้านบาท

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำผู้ประกอบการภาพยนตร์และคอนเทนต์ไทย จำนวน 8 บริษัท เข้าร่วมเจรจาการค้ากับบริษัทผู้ซื้อ ผู้สร้างและนักลงทุนระดับโลก ในงานแสดงสินค้า American Film Market 2023 (AFM) ณ เมืองซานตาโมนิก้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2566 ผลตอบรับเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งออริจินอลคอนเทนต์ของไทย ถือเป็นการโชว์ศักยภาพอุตสาหกรรมภาพยนตร์ซึ่งเป็น 1 ใน 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ของไทยให้โด่งดังไปทั่วโลก โดยภายในคูหาประเทศไทยมีการเจรจาการค้ากับบริษัทผู้ซื้อ ผู้สร้าง และผู้ผลิตภายในงานรวมจำนวน 231 นัดหมาย ทำรายได้มูลค่ารวมกว่า 2,739 ล้านบาท

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ปีนี้หนังไทยมาแรงมาก ทั้งในด้านกระแสตอบรับและด้านรายได้ภายในประเทศที่ทะลุหลักหลายร้อยล้านบาทติดต่อกันหลายเรื่อง ส่งผลให้เกิดกระแสตอบรับที่ดีต่อเนื่องสู่ตลาดต่างประเทศด้วย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จึงเร่งต่อยอดความสำเร็จโดยการนำผู้ประกอบการหนังไทยไปเปิดตลาดในงานแสดงสินค้า American Film Market 2023 (AFM) ตามนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์”

โดยปีนี้ผู้ประกอบการต่างชาติให้ความสนใจเจรจาซี้อลิขสิทธิ์หนังไทย อาทิเช่น ภาพยนตร์เรื่อง สัปเหร่อ ซึ่งล่าสุดกวาดรายได้ในประเทศไทยไปแล้วกว่า 700 ล้านบาท สามารถขายลิขสิทธิ์ฉายในต่างประเทศได้แล้วใน 10 ประเทศ (อาเซียน ญี่ปุ่น ไต้หวัน) หรือภาพยนตร์เรื่อง ธี่หยด ที่เป็นหนังสยองขวัญ สามารถทำรายได้ในประเทศไทยกว่า 350 ล้านบาท และ เพื่อน(ไม่)สนิท ก็ช่วยดึงดูดต่างชาติให้สนใจและเข้ามาเจรจาการค้าภายในคูหาประเทศไทยได้ไม่แพ้กัน

“นอกจากนี้ ไฮไลท์สำคัญที่เกิดขึ้นภายในงานคือ ผู้ประกอบการไทยได้เจรจาการค้ากับบริษัทจากนานาประเทศทั่วโลก และได้รับข้อเสนอทางธุรกิจจากบริษัทชั้นนำในหลายประเทศด้วยกัน เช่น การเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทย การซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ไปจัดฉายและรีเมคใหม่ เป็นต้น”

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 6 วันของกิจกรรมเจรจาการค้า มีนักลงทุน ผู้สร้าง ผู้กำกับ ผู้ซื้อในสหรัฐอเมริกา และนานาชาติ สนใจเข้าร่วมเจรจาการค้ารวมจำนวนกว่า 231 นัดหมาย สร้างมูลค่าการเจรจาการค้ากว่า 2,739 ล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมาเกือบ 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจาก ความสามารถ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการไทย ประกอบกับการที่รัฐบาลมุ่งส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมอื่นต่อไป

-(016)

‘กุ้งเครย์ฟิช’ โซลูชันใหม่เพื่อเอาชนะความไม่มั่นคงทางอาหารจากสิงคโปร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768883

‘กุ้งเครย์ฟิช’ โซลูชันใหม่เพื่อเอาชนะความไม่มั่นคงทางอาหารจากสิงคโปร์

‘กุ้งเครย์ฟิช’ โซลูชันใหม่เพื่อเอาชนะความไม่มั่นคงทางอาหารจากสิงคโปร์

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.53 น.

ในโลกที่ต้องเผชิญกับประเด็นความไม่มั่นคงทางอาหารที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย กุ้งเครย์ฟิชที่ดูธรรมดานั้นอาจจะเข้ามาเป็นตัวช่วยในการบรรเทาปัญหานี้ได้ Singapore Crawfish ผู้บุกเบิกโซลูชันการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนกำลังแสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมการเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชจะสามารถเป็นโซลูชันอันทรงพลังในการต่อสู้กับความขาดแคลานด้านอาหารได้อย่างไร

มุมมองเรื่องความไม่มั่นคงทางอาหารในเอเชีย

ก่อนที่จะลงให้ลึกไปถึงวิธีแก้ปัญหา สิ่งที่จำเป็นในตอนนี้ก็คือการเข้าใจถึงปัญหาในแบบเชิงลึกเสียก่อน จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ ประชากรในภูมิภาคเอเชียคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลกที่กำลังประสบกับความไม่มั่นคงด้านอาหารในระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยในปี 2564 ผู้คนกว่า 1.05 พันล้านคนในเอเชียแปซิฟิกต้องเผชิญกับทุกข์ยากด้าน     ความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับดังกล่าว ซึ่งตัวเลขที่น่าตกใจนี้เพิ่มขึ้นจากปี 2557 กว่า 343.5 ล้านคนหรือเกือบ 50%  โดยเอเชียใต้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ ด้วยประชากร 796.8 ล้านคน ต้องต่อสู้กับสภาวะไม่มั่นคงทางอาหารนี้

ประโยชน์จากการเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช

จากตัวเลขทางสถิติที่น่าตกใจเหล่านี้ การเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชกลับกลายเป็นสัญญาณแห่งความหวังกุ้งเครย์ฟิช หรือที่เรียกว่า Crayfish หรือ Crawdad มีข้อดีที่น่าสนใจหลายประการ:

– อุดมด้วยโปรตีนและมีราคาไม่แพง: กุ้งเครย์ฟิชเป็นแหล่งโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นอันยอดเยี่ยม สิ่งที่ทำให้กุ้งมีคุณค่าเป็นพิเศษก็คือเรื่องของราคาที่ไม่สูงนัก ด้วยเหตุนี้ ในภูมิภาคที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจมักจำกัดการเข้าถึงอาหารที่มีโภชนาการ กุ้งเครย์ฟิชจึงถือเป็นแหล่งโปรตีนที่คุ้มค่า

– การสร้างงานและความมั่นคงทางอาหาร: ประโยชน์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการทำฟาร์มกุ้งเครย์ฟิชก็คือ ศักยภาพในการสร้างโอกาสการจ้างงานในชุมชนที่ยากจน มีชุมชนฐานะยากจนหลายแห่งตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำจืดที่เหมาะต่อการทำฟาร์มกุ้ง Singapore Crawfish กำลังเดินหน้าผลักดันการเติบโตของการจ้างงานและยกระดับความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่เหล่านี้ ผ่านการให้ความรู้และจัดหาทรัพยากรที่จำเป็น

– การปฏิวัติสู่การเลี้ยงหลายสายพันธุ์: แนวทางที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของ Singapore Crawfish ได้แก่ การเพาะเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชและปลาไปพร้อม ๆ กันในนาข้าว ทำให้เกิดระบบนิเวศทางชีวภาพ ในระบบนี้ กุ้งเครย์ฟิชจะได้ประโยชน์จากน้ำที่อุดมด้วยสารอาหารและการเติมอากาศจากการหายใจของปลา ในทางกลับกัน ปลาจะได้ประโยชน์จากน้ำที่สะอาดขึ้นและมีการควบคุมสัตว์รบกวนแบบธรรมชาติ แนวทางนี้ช่วยทำให้เราสามารถใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดความจำเป็นในการใช้ปุ๋ยเทียมและยาฆ่าแมลง ทั้งยังส่งเสริมระบบการทำฟาร์มที่ยั่งยืนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น มีการนำรูปแบบการทำฟาร์มเช่นนี้ไปใช้ตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างประสบผลสำเร็จ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นิยมเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชและปลาร่วมกันในนาข้าว

– การลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์: แนวทางของนวัตกรรมนี้ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ด้วยการประหยัดพลังงานผ่านการทำฟาร์มแบบผสมผสาน ลดการพึ่งพาสารเคมี และคงไว้ซึ่งแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ รูปแบบการทำฟาร์มที่ยั่งยืนเช่นนี้ยังสอดรับกับความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก พร้อมกับรับประกันถึงความมั่นคงทางอาหาร

วิสัยทัศน์ที่ยั่งยืนของ Singapore Crawfish

Singapore Crawfish เป็นองค์กรระดับแนวหน้าในการทำฟาร์มกุ้งเครย์ฟิชอย่างมีความรับผิดชอบ เทคนิคแบบครบวงจรช่วยรับรองถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างเข้มงวด มาตรการควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพ และความมุ่งมั่นต่อการทำงานอย่างมีความรับผิดชอบ Singapore Crawfish ตั้งเป้าที่จะสร้างระบบอาหารที่มีความเท่าเทียมและยั่งยืนทั่วโลกผ่านการแบ่งปันความรู้และส่งเสริมวิธีการที่ยั่งยืนข้างต้น

กุ้งเครย์ฟิชเป็นวิธีแก้ปัญหาที่น่าสนใจในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นคงทางอาหารเทคนิคบุกเบิกการเลี้ยงแบบหลายสายพันธุ์ของ Singapore Crawfish ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตเท่านั้น แต่ยังช่วยสนับสนุนการดูแลสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เมื่อความคิดริเริ่มนี้ได้รับการผลักดัน จะกลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่านวัตกรรมจะสามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารโดยตรงได้อย่างไร การส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชอย่างมีความรับผิดชอบจะทำให้เราก้าวไปสู่อนาคตที่ไม่มีใครต้องเผชิญกับความหิวโหย ความพยายามนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความละเอียดอ่อนเท่านั้น แต่เป็นการส่งมอบความหวังและความอุดมสมบูรณ์ให้กับผู้ที่อ่อนแอและควรได้รับการดูแลที่สุดในโลกของเรา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Desmond Chow , อีเมล์: admin@singaporecrawfish.com , เว็บไซต์: https://singaporecrawfish.com

-(016)