ผอ.ฟ้าร่วมเป็นเจ้าภาพกฐินพระราชทาน วัดอินทรวิหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768879

ผอ.ฟ้าร่วมเป็นเจ้าภาพกฐินพระราชทาน วัดอินทรวิหาร

ผอ.ฟ้าร่วมเป็นเจ้าภาพกฐินพระราชทาน วัดอินทรวิหาร

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.42 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ณ วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ คุณหวัง ต้า เหว่ย และ คุณอู๋ เพ่ย หนี ตามที่ขอกฐินพระราชทาน เพื่อน้อมนำถวายแด่พระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

โดยคุณหวัง ต้า เหว่ย และคุณอู๋ เพ่ย หนี เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2566 พร้อมด้วยคณะ น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี  เข้าร่วมในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ และปวารณาถวายจตุปัจจัย เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ตลอดจนข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนในพื้นที่ให้เกียรติร่วมในพิธี โดยมี พระโสภณธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

สำหรับพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน คุณ หวัง ต้า เหว่ย และคุณอู๋ เพ่ย หนี  ได้ถวายจตุปัจจัยเป็นเงิน 6,322,598.07 บาท ให้แก่วัดอินทรวิหาร แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการส่งเสริม ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา บูรณะพระอารามกับถวายพระภิกษุสามเณร และมอบเงินให้แก่มูลนิธิโรงเรียนวัดอินทรวิหาร 100,000 บาท

ขณะเดียวกัน น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ได้ร่วมถวายจตุปัจจัยและพระสมเด็จวัดระฆังจำนวน 1,000 องค์ ให้กับพระโสภณธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหารพระอารามหลวง และได้ถวายปัจจัยให้กับพระภิกษุสงฆ์ พร้อมนำพระสมเด็จวัดระฆัง มอบให้แก่ คุณหวัง ต้า เหว่ย และคุณ อู๋ เพ่ย หนี  ประธานในพิธี และคณะ สร้างความปลาบปลื้มให้กับผู้รับเป็นอย่างมาก

ประวัติของวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง หรือที่เรียกติดปากกันว่า วัดหลวงพ่อโต บางคุณพรหม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมเรียกว่า วัดบางขุนพรหมนอก ต่อมา ชาวลาวที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับวัด นามว่า เจ้าอินทร์ ซึ่งเป็นน้าชายของเจ้าเขียวค่อม พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ทำการบูรณะวัดแห่งนี้ครั้งใหญ่ ชาวบ้านจึงเรียกวัดแห่งนี้ว่า วัดอินทร์ เพื่อให้เกียรติแด่ผู้บูรณะวัดนี้ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามว่า วัดอินทรวิหาร ด้วยอาจเกรงว่าประชาชนจะเกิดความสับสนกับวัดอินทาราม ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของบางยี่เรือ ปัจจุบันวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง มี พระโสภณธรรมวงศ์ (เจ้าคุณน้อย) เป็นเจ้าอาวาส

-(016)

‘Let the food light your way ให้อาหารนำทาง’ โครงการมหัศจรรย์เส้นทางวัฒนธรรมอาหารเมืองรอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768877

‘Let the food light your way ให้อาหารนำทาง’ โครงการมหัศจรรย์เส้นทางวัฒนธรรมอาหารเมืองรอง

‘Let the food light your way ให้อาหารนำทาง’ โครงการมหัศจรรย์เส้นทางวัฒนธรรมอาหารเมืองรอง

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.36 น.

ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เอกชัย มหาเอก รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงานกิจกรรม “Let the food light your way ให้อาหารนำทาง” โครงการมหัศจรรย์เส้นทางวัฒนธรรมอาหารเมืองรอง (Wonderful Secondary City of Lanna Gastronomy Tourism) พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา พิมลศิริผล ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ รองศาสตราจารย์ธีรภัทร วรรณฤมล คณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ดร.จันทร์จนา ศิริพันธ์วัฒนา ประธานที่ปรึกษาคณบดีโรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เข้าร่วมการเปิดงานกิจกรรมดังกล่าวฯ

โครงการนี้ นับเป็นอีกหนึ่ง Soft power ที่สำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดเมืองรองให้เป็นเมืองที่ห้ามพลาด โดยการพัฒนาเส้นทางวัฒนธรรมอาหารล้านนาสร้างสรรค์ในจังหวัดเมืองรองให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารล้านนารูปแบบใหม่ให้เติบโตมีศักยภาพ และพึ่งพาตนเองได้ แสดงความเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่สามารถเผยแพร่                

การดำรงชีพของชาวจังหวัดเมืองรองให้ออกสู่สากล ในโครงการฯ ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร (Food Service) อาทิ ร้านอาหาร โรงแรม Street food ในพื้นที่เป้าหมาย 4 จังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพะเยา จะได้รับการพัฒนา และยกระดับเมนูอาหารล้านนาท้องถิ่นด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในชุมชนด้วยการเรียนรู้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอาหารสมัยใหม่ Molecular Gastronomy ในการรังสรรค์จานอาหารล้านนาอย่างสร้างสรรค์ และบ่มเพาะผู้ประกอบการทักษะการเป็นเชฟด้าน Food Gastronomy ส่งเสริมให้เกิด Local Expert Chef ในแต่ละชุมชน เพื่อสร้างสรรค์เมนูอาหารให้มีความแปลกใหม่เป็น New LANNA Food แต่ยังคงกลิ่นอายของวัตถุดิบท้องถิ่นในพื้นที่

ทั้งนี้ กิจกรรม “Let the food light your way ให้อาหารนำทาง” ภายใต้โครงการมหัศจรรย์เส้นทางวัฒนธรรมอาหารเมืองรอง (Wonderful Secondary City of Lanna Gastronomy Tourism) ในงานพบกับกิจกรรมเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหารตามวิถีของชุมชน (Route go local Gastronomy) ที่เชื่อมโยงผลงานภายใต้โครงการทั้งหมด 40 เมนูสุดพิเศษ จาก 40 ร้านอาหารในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ลำปาง-ลำพูน-เชียงราย-พะเยา นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัล 10 ร้านค้า ที่สุดแห่งร้านอาหารล้านนาสร้างสรรค์ “Top 10 go local Gastronomy” และเพลิดเพลินไปกับ Mini concert จาก “เบน ชลาทิศ” และ “หยาด พิรุณ” ตัวแม่แห่งวงการ Cover ที่จะมาสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกคน อย่างอิ่มเอม ตลอดงาน

-(016)

‘เอสพีฯ’ ผุดไอเดีย ‘โกดังสำเร็จรูป SP Warehouse’ รองรับการเติบโตของธุรกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768875

‘เอสพีฯ’ ผุดไอเดีย ‘โกดังสำเร็จรูป SP Warehouse’ รองรับการเติบโตของธุรกิจ

‘เอสพีฯ’ ผุดไอเดีย ‘โกดังสำเร็จรูป SP Warehouse’ รองรับการเติบโตของธุรกิจ

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.29 น.

บริษัท เอสพี กันสาด จำกัด หรือชื่อเรียกคุ้นหู “เอสพี กันสาด” ก่อตั้งโดย คุณ สมพร แก้วรัศมีโชติ กับความมุ่งมั่นที่ต้องการขึ้นเป็นผู้นำทางด้านธุรกิจ “กันสาด” อย่างครบวงจรในประเทศไทย ด้วยพันธกิจที่ต้องการเน้นย้ำเรื่องของ “การพัฒนา” ให้เป็นสิ่งสำคัญขององค์กร ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาคุณภาพการให้บริการที่ดีสำหรับลูกค้าทุกคน ซึ่งรวมไปถึงระบบการดูแลลูกค้าหลังการขาย ที่ต้องง่าย สะดวก รวดเร็ว ทันใจ  และยังมุ่งเน้นการพัฒนาฝีมือการติดตั้งงาน ของช่างกว่า 300 คน ให้มีมาตรฐานที่ดีเท่ากันในทุกสาขา  เพื่อสร้างความมั่นใจในความคุ้มค่าที่ลูกค้าจะเข้ารับบริการ ซึ่งในปัจจุบัน เอสพี กันสาด พร้อมเป็นตัวช่วยในการดูแลบ้าน หรือสิ่งปลูกสร้างที่คุณรัก มี 3 สาขาในกรุงเทพฯ อาทิ สาขาบึงกุ่ม(สำนักงานใหญ่),    สาขาบางแวก, สาขาราชพฤกษ์  และ อีก 1 สาขาที่จังหวัดภูเก็ต

เอสพี กันสาด สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ทั้งเรื่องของประโยชน์ และความสวยงาม ด้วยหลังคากันสาดที่มีให้เลือกมากมาย ทั้งแบบ “ทึบแสง” และ “โปร่งแสง” ซึ่งในแต่ละแบบต่างมีคุณสมบัติ รูปแบบลาย และเฉดสี ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น

• วัสดุทึบแสง เมทัลชีทไม่กรุฉนวน, เมทัลชีทกรุฉนวน PE, เมทัลชีทกรุฉนวน PU, ไลอ้อนรูฟ, ไวนิลท้องเรียบหัวกลม, หัวเหลี่ยม, ลอนคู่,ไวนิลดรีมรูฟ ระบบคลิป-ล็อค หนา 6 มิล, ไวนิลท้องเรียบลอนดรีมรูฟ หนา 8 มิล อลูมิเนียมรูฟ

• วัสดุโปร่งแสง โพลีคาร์บอเนต, โพลีลอนเล็ก, ดีไลท์ลอนคลื่น, ดีไลท์ลอนเรียบ, โพลีชีทตัน, อะคริลิคชินโคไลท์ รุ่นต่างๆ  ทั้ง Shade Series, Superior, Heat Cut, Prime

นอกจากนี้ เอสพี กันสาด ยังมีโรงงานผลิตแผ่นเมทัลชีทด้วยตัวเอง เพื่อช่วยให้สามารถขึ้นรูป ดัด โค้ง งอหลังคาได้ตรงตามแบบที่ลูกค้าต้องการ, มีโกดังสต๊อกสินค้าเป็นของตัวเอง เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที และมีหน้าร้านเพื่อจำหน่ายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์ติดตั้งหลังคาในแบบต่างๆ พร้อมผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำปรึกษาและให้บริการ เพิ่มความคล่องตัวในการแก้ปัญหาเบื้องต้นแก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี

เอสพี กันสาด ทำให้ลูกค้ามั่นใจด้วยจุดเด่นด้านบริการหลังการขายที่แข็งแรง เช่น การรับประกันงานติดตั้ง ปัญหาน้ำรั่วซึม และ โครงสร้างนานถึง 3 ปี  แม้จะหมดประกันไปแล้ว เอสพี กันสาด ก็พร้อมดูแลลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน

จากความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมานานกว่า 35 ปี ทำให้วันนี้  เอสพี กันสาด ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในทุกภาคส่วน ให้เป็นผู้ผลิตและติดตั้งหลังคากันสาดในสถานที่สำคัญ ทั้ง อาคารพาณิชย์, โครงสร้างอาคารสำนักงาน, โครงการ, บ้านพักอาศัย และอื่นๆอีกมากมาย

จึงเกิดเป็นไอเดียขยายธุรกิจ “โกดังสำเร็จรูป SP Warehouse” ที่สร้างขึ้นจากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสร้างโกดังโดยเฉพาะ เพื่อทำให้ได้โกดังที่แข็งแรงทนทาน วัสดุตรงสเปค ในราคาที่สมเหตุสมผล เข้าถึงได้สำหรับผู้ประกอบการในทุกระดับ ที่ต้องการมีโกดังเป็นของตัวเอง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งในตลาดปัจจุบัน “โกดังสำเร็จรูป SP Warehouse” ถือเป็นการให้บริการที่ครบจบในที่เดียว ทั้ง งานพื้น งานโครงสร้าง งานภายใน งานภานนอก รั้วสำเร็จรูป ตอบทุกโจทย์ตามที่ลูกค้าต้องการ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB: https://www.facebook.com/spkansard , Tel: 081-660-8888 , Line: @spkansard , Website: https://www.spkansard.com/

-(016)

รพ.กรุงเทพ เปิดบริการใหม่ ‘คลินิก be YOURSELF services’ ดูแลสุขภาพกลุ่ม LGBTQIA+ ในแบบฉบับความเป็นคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768871

รพ.กรุงเทพ เปิดบริการใหม่ ‘คลินิก be YOURSELF services’ ดูแลสุขภาพกลุ่ม LGBTQIA+ ในแบบฉบับความเป็นคุณ

รพ.กรุงเทพ เปิดบริการใหม่ ‘คลินิก be YOURSELF services’ ดูแลสุขภาพกลุ่ม LGBTQIA+ ในแบบฉบับความเป็นคุณ

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.16 น.

โรงพยาบาลกรุงเทพให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQIA+ ในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเพศที่แสดงออกแบบไหนก็ได้ (Gender Fluidity) ซึ่งมีความต้องการที่หลากหลายและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างแท้จริง เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและมีความสุขในทุกวัน จึงได้เปิดตัวบริการใหม่ “คลินิก be YOURSELF services”  ทุกตัวตนของคุณเราพร้อมดูแล โดยมีทีมแพทย์ที่มีความชำนาญและมากด้วยประสบการณ์ในสหสาขามาให้คำปรึกษา วางแผนการดูแลสุขภาพ ตรวจสุขภาพเชิงลึกตามวัย ตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ด้วยห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานระดับสากล ดูแลการใช้ยา การรับประทานยาและอาหารเสริมที่เหมาะกับร่างกาย  อีกทั้งสะดวกสบายกับ B At Home Services พร้อมดูแลสุขภาพของคุณถึงที่บ้านในเวลาที่คุณต้องการ ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของเพศที่แสดงออกแบบไหนก็ได้ครบทุกความต้องการในที่เดียว

นพ.วิสุทธิ์ ศรีจันทราพันธุ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึงการดูแลสุขภาพของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQIA+ ที่การปรับเปลี่ยนตัวเองอาจทำให้พบปัญหาด้านร่างกายและจิตใจไม่มากก็น้อย เพราะการข้ามเพศต้องอาศัยการใช้ฮอร์โมนไปจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนเพศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รพ.กรุงเทพจึงเปิดบริการใหม่กับคลินิก be YOURSELF services เพื่อดูแลสุขภาพของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศโดยเฉพาะ ซึ่งมีแพทย์ที่มีความชำนาญและมากด้วยประสบการณ์ในสาขาต่าง ๆ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ระบบการดูแลรักษาที่ได้มาตรฐานระดับสากล ตลอดจนบุคลากรทุกระดับที่พร้อมให้บริการที่เป็นเลิศอย่างแท้จริง

การเปิดตัวคลินิก be YOURSELF services ในครั้งนี้ นพ.วิสุทธิ์ ศรีจันทราพันธุ์ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “โรงพยาบาลกรุงเทพเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะให้การดูแลสุขภาพได้ตรงตามความต้องการที่แท้จริงของทุกคนที่มอบความไว้วางใจให้กับเรา คลินิก be YOURSELF services นอกจากคำนึงถึงความปลอดภัย (Safety) ของผู้รับบริการแล้ว เรายังให้บริการครบวงจรแบบ Personalized Care มุ่งเน้นการดูแลทุกตัวตนในทุกมิติของเพศที่แสดงออกแบบไหนก็ได้ (Gender Fluidity) พร้อมให้บริการในทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการให้ฮอร์โมนข้ามเพศ การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต การดูแลด้านความงามของผิวพรรณและใบหน้า การรักษาและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง การฉีดวัคซีน HPV การเก็บรักษาภาวะเจริญพันธุ์ ได้แก่ การแช่แข็งอสุจิและการแช่แข็งไข่ ไปจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงในผู้หญิงข้ามเพศ และการผ่าตัดเปลี่ยนเพศ ด้วยบริการที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ความปลอดภัย และได้มาตรฐาน”       

พญ.นิดา เสรีฉันทฤกษ์ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึงการวางแผนเทคฮอร์โมนที่สำคัญมากสำหรับกลุ่มคนข้ามเพศ เนื่องจากฮอร์โมนเพศมีหลายชนิด มีรูปแบบการใช้ที่แตกต่างกัน เช่น แบบรับประทาน, แบบแผ่นแปะหรือเจล, แบบฉีด โดยแต่ละคนที่เทคฮอร์โมนจะตอบสนองต่อยาไม่เหมือนกัน “คลินิก be YOURSELF services มีบริการด้านฮอร์โมนสำหรับกลุ่มคนข้ามเพศ ตั้งแต่ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มเทคฮอร์โมน ให้คำแนะนำด้านการเปลี่ยนแปลงร่างกายที่อาจเกิดขึ้นหลังได้รับฮอร์โมน การเลือกชนิดฮอร์โมนที่เหมาะสม การตรวจติดตามระดับฮอร์โมนเพศในเลือด รวมถึงผลข้างเคียง เพื่อปรับขนาดยาอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจได้ว่าเทคฮอร์โมนได้ถูกต้องและเหมาะกับตนเอง” จึงควรวางแผนร่วมกับแพทย์ตั้งแต่การเลือกชนิดฮอร์โมนให้เหมาะสมกับตนเอง เพื่อเช็กข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมนเพศและติดตามผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ซึ่งการซื้อฮอร์โมนเพศที่ขายตามร้านขายยามากินเอง หากเลือกชนิดที่ไม่เหมาะสมจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ลิ่มเลือดอุดตัน ภาวะเลือดข้น ตับอักเสบ ไขมันในเลือดผิดปกติ เป็นต้น  ในกลุ่มคนข้ามเพศที่มีการผ่าตัดแปลงเพศแล้ว เช่น การตัดอัณฑะ การตัดรังไข่และมดลูก แนะนำให้ใช้ฮอร์โมนเพศต่อ เพื่อรักษาสรีระร่างกายให้เป็นไปตามเพศสภาพที่ต้องการ ซึ่งฮอร์โมนเพศช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนข้ามเพศ

นพ.อโณทัย สุ่นสวัสดิ์ จิตแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึงความเข้าใจเรื่องเพศที่เป็นเรื่องใกล้ตัวและบ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของคน ๆ นั้นได้อย่างแท้จริง โดยอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Identity) หมายถึงการรับรู้ว่าตนเองเป็นเพศอะไร รู้สึกข้างในอย่างไร เปรียบเหมือนการส่องกระจกแล้วเห็นสิ่งที่สะท้อนออกมาตามความรู้สึกของตนเอง ซึ่งปัจจุบันอัตลักษณ์ทางเพศมีความหลากหลายและได้รับการยอมรับจากสังคม สิ่งสำคัญคือการได้รับการสนับสนุนและอนุญาตให้คน ๆ นั้นเป็นตัวของตัวเองในแบบที่อยากเป็น เพื่อส่งเสริมความมั่นใจในตนเองและดึงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ความหลากหลายทางเพศไม่จัดว่าเป็นโรคหรือความป่วยไข้แต่อย่างใด สังคมได้ทำความรู้จักกับกลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศที่มีความจำเพาะและสวยงามในแบบของตนตามตัวย่อ LGBTQIA+ ประกอบด้วย Lesbian, Gay, Bisexual, Transgender, Queer, Intersex และ Asexual ซึ่งเครื่องหมาย + ที่ถูกใส่เข้ามายังแสดงถึงกลุ่มที่มีอัตลักษณ์อื่นที่แตกต่างออกไปจากที่กล่าวมา

ซึ่ง นพ.อโณทัย สุ่นสวัสดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันการเหยียดเพศ (Gender Discrimination) เกิดขึ้นในรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างคาดไม่ถึง ทั้งการล้อเลียน การด่าทอ การทำร้ายร่างกาย ถือเป็นการทำร้ายกันอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา แต่การเหยียดเพศสามารถเกิดขึ้นในรูปแบบอื่น เช่น ถูกปฏิเสธการทำงานด้วยเหตุผลทางเพศสภาพ ถูกปฏิเสธการเข้าถึงการรักษาดูแลสุขภาพ หรือแม้แต่ถูกเพิกเฉยต่อสิทธิพื้นฐานบางอย่างในชีวิตที่ทำให้เท่าเทียมกับคนอื่น ๆ ในสังคม นอกจากการพยายามเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ การสร้างความรู้สึกมั่นใจ (Self – Confidence) และความมั่นคง (Security) เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้บุคคลนั้นเผชิญกับความไม่เข้าใจและเป็นตัวของตัวเองได้อย่างมีความสุข ซึ่งคลินิก be YOURSELF services โรงพยาบาลกรุงเทพ มีทีมจิตแพทย์และนักจิตบำบัดที่มีความมุ่งมั่นในการช่วยสนับสนุนให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเองอย่างมั่นใจและแข็งแรง มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน อยู่ร่วมกับครอบครัวและสังคมได้อย่างมีความสุข เพราะเราเชื่อในความหลากหลายและสิทธิที่ทุกคนสามารถออกแบบชีวิตของตนเองได้ ด้วยประสบการณ์ในการดูแลด้านสุขภาพจิต เทคนิควิธีการที่ทันสมัยและหลากหลาย พร้อมดูแลและสนับสนุนให้ทุกคน be YOURSELF ในแบบของคุณ”

ผศ.พญ.พูนพิศมัย สุวะโจ แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่ง โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึงเทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนเพศในปัจจุบันที่แบ่งเป็นการเปลี่ยนชายให้เป็นหญิง (Transwoman) จะใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนอวัยวะเพศชายให้มีลักษณะเหมือนอวัยวะเพศหญิง มีหลายเทคนิคที่น่าสนใจ ได้แก่ เทคนิคใช้ผิวหนังองคชาตม้วนกลับต่อกราฟ เทคนิคการต่อลำไส้ เทคนิคต่อเยื่อบุช่องท้อง และการเปลี่ยนหญิงให้เป็นชาย (Transman) ที่มีความซับซ้อนมากกว่า แนะนำให้ทำความเข้าใจอย่างละเอียดก่อนเข้ารับการผ่าตัดกับแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง ประกอบไปด้วยการผ่าตัดหน้าอก การผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออก การผ่าตัดปิดช่องคลอด การผ่าตัดเปลี่ยนเพศหญิงเป็นชายแบบเมตตอยด์ และการผ่าตัดเปลี่ยนเพศหญิงเป็นชายแบบฟาโรห์ ซึ่งการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเปลี่ยนเพศ ต้องทำการประเมินสภาพจิตใจ ทดลองใช้ชีวิตในแบบเพศตรงข้ามที่ต้องการอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป มีความรู้สึกของเพศที่ต้องการจะเป็นมานานแล้ว โดยผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนเพศได้ นอกจากนี้ต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีปัญหาสุขภาพ โรคประจำตัวรุนแรง หรือข้อห้ามในการดมยาสลบ

ทั้งนี้ ผศ.พญ.พูนพิศมัย สุวะโจ กล่าวว่า “คลินิก be YOURSELF services พร้อมให้คำปรึกษาและศัลยกรรมความงามด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย รวมถึงการผ่าตัดด้วยมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้คุณมั่นใจยิ่งกว่าเดิม มีการวิเคราะห์สรีระร่างกายภายในและภายนอกอย่างละเอียด ดูแลเชื่อมโยงระบบต่าง ๆ ของร่างกายแบบองค์รวม ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการเพื่อให้คุณได้เป็นตัวคุณอย่างแท้จริง”

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ไม่ว่าคุณจะเพศไหน โรงพยาบาลกรุงเทพพร้อมดูแลทุกตัวตนของคุณในทุกมิติกับคลินิก be YOURSELF services บริการด้านสุขภาพที่เข้าใจและตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของคุณอย่างแท้จริงในที่เดียว ด้วยทีมแพทย์ที่มีความชำนาญและมากด้วยประสบการณ์ในหลากหลายสาขา พร้อมด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใต้มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจในแบบที่เข้าใจตัวตนของคุณ ติดตามข้อมูลที่และทำนัดหมายเพื่อปรึกษาได้ที่ https://www.bangkokhospital.com/campaign/be-yourself-services คลินิก be YOURSELF services ชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร. 02 310 3530, 099 975 2465 และ 1719 เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 17.00 – 20.00 น. และวันเสาร์ เวลา 08.00 – 20.00 น.

-(016)

‘แพทตี้ อังศุมาลิน’ ร่วม Cooking Class สุด Exclusive ส่งต่อความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768870

‘แพทตี้ อังศุมาลิน’ ร่วม Cooking Class สุด Exclusive ส่งต่อความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น

‘แพทตี้ อังศุมาลิน’ ร่วม Cooking Class สุด Exclusive ส่งต่อความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.08 น.

บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายน้ำมันถั่วเหลือง ตรา องุ่น แบรนด์น้ำมันถั่วเหลืองยอดขายอันดับ 1 ของไทย ได้จัดกิจกรรม Cooking Class สุด Exclusive ในแคมเปญ “ส่งต่อความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น” ณ The V School ลาดพร้าวซอย 1 เพื่อมุ่งหวังส่งต่อแบรนด์น้ำมันองุ่น น้ำมันปรุงอาหารที่อยู่คู่ครัวคนไทยมาหลายสิบปี สร้างความผูกพันผ่านประสบการณ์การใช้น้ำมันพืชที่ดีต่อสุขภาพในการปรุงอาหารให้กับคนรุ่นใหม่ ไปกับ แพทตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา มาร่วมเรียนทำอาหารคอร์สพิเศษกันด้วย สำหรับกิจกรรม Cooking Class โดยน้ำมันถั่วเหลือง ตรา องุ่น ในครั้งนี้ ได้มี คุณพจนีย์ อัศวพัฒนากูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นประธานในการเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยคุณวิวัฒน์ วงศ์สุชาต ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ 3 และคุณกวิน วิทยฐานกรณ์ ผู้จัดการแผนกการตลาด ที่มาร่วมในกิจกรรมนี้ด้วยเช่นกัน

คุณพจนีย์ อัศวพัฒนากูล ได้กล่าวถึงกิจกรรม Cooking Class ในครั้งนี้ว่า “กิจกรรมเรียนทำอาหารครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะได้ส่งต่อความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่นสมดังชื่อแคมเปญ เพราะในยุคสมัยของคนรุ่นใหม่แม้จะมีความเร่งรีบเพียงใด แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังทำอาหารรับประทานเอง แต่จะทำอย่างไรให้อาหารที่เราทำนั้นอร่อย และดีต่อสุขภาพเหมือนที่คุณพ่อ คุณแม่หรือคนรุ่นก่อนปรุงให้ทาน การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ของน้ำมันถั่วเหลือง ตรา องุ่น เราได้รับเกียรติจากคุณแพทตี้ อังศุมาลิน ที่จะมาร่วมคลาสเรียนทำอาหารร่วมกับผู้โชคดีอีก 10 ท่าน ซึ่งเมนูใน Cooking Class สุด Exclusive ในครั้งนี้ ก็เป็นเมนสูตรเด็ดจากทาง The V School ไม่ว่าจะเป็นเมนูผัดหรือทอด ซึ่งน้ำมันพืช ตรา องุ่น สามารถตอบโจทย์เมนูเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี”

สำหรับบรรยากาศในกิจกรรมการเรียนทำอาหารก็เป็นไปด้วยความสนุกสนานในบรรยากาศสุดพิเศษที่มีนักแสดงชื่อดังอย่างแพทตี้ อังศุมาลิน มาร่วมเรียนรู้ศาสตร์การรังสรรค์เมนู และปรุงอาหารด้วยน้ำมันพืชเพื่อสุขภาพอย่างน้ำมันถั่วเหลือง ตรา องุ่นในครั้งนี้ ที่ทุกคนพร้อมส่งต่อสิ่งดี ๆ และเมนูเด็ดเพื่อปรุงเป็นอาหารประจำครัวกันต่อไป

บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ผู้นำในการผลิต และจำหน่ายน้ำมันถั่วเหลือง ที่ทุกคนรู้จักกันดีมาเป็นเวลาที่ยาวนานร่วมครึ่งศตวรรษภายใต้ชื่อแบรน์ “องุ่น” เป็นน้ำมันพืชที่ดีต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับเมนูทั้งผัด และทอด ให้สุขภาพที่ดีกันทั้งครอบครัว เนื่องจากไม่เป็นไข ใสสะอาด ไม่มีคอเลสเตอรอล ไขมันทรานส์ 0 กรัม พร้อมด้วยโอเมก้า 3, 6, 9 และวิตามินอี

 บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ยึดถือพันธกิจในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภค พนักงาน ชุมชน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านสินค้าที่มีคุณภาพ ตามปรัชญา และกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน

ติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมและดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์น้ำมันถั่วเหลือง ตรา องุ่น ได้ที่ https://www.facebook.com/AngoonHeartClub

-(016)

AION เปิดตัวโชว์รูมแห่งแรกในไทย บุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอาเซียนเต็มสูบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768869

AION เปิดตัวโชว์รูมแห่งแรกในไทย บุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอาเซียนเต็มสูบ

AION เปิดตัวโชว์รูมแห่งแรกในไทย บุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอาเซียนเต็มสูบ

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.00 น.

Harmony Auto (ประเทศไทย) ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ AION เปิดตัวโชว์รูมแห่งแรกในไทยที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และยังเป็นโชว์รูมรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งแรกที่ Harmony Automobile เปิดในต่างประเทศ โชว์ความพร้อมเจาะตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในไทยและอาเซียน เปิดตัวนำทัพด้วยรุ่น AION Y Plus ที่เป็นแชมป์การขายรถ SUV พลังงานไฟฟ้าบริสุทธิ์ในจีน

Harmony Auto (ประเทศไทย) ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ AION ได้เปิดตัวโชวร์รูม AION แห่งแรกที่บริเวณชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต โดยมีนายเฟิง ชาง เก๋อ ประธานกรรมการบริษัท China Harmony Automobile Holdings Co., Ltd., นายหม่า ไห่หยาง ผู้จัดการ บริษัท GAC AION Thailand Sales Company นายเฉิง จุน เฉียง กรรมการบริหาร รองประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของ Harmony Automobile กลุ่มตัวแทนจำหน่ายรถยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำของจีน และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมตัดริบบิ้นเปิดโชว์รูม

นายหม่า ไห่หยาง ผู้จัดการ บริษัท GAC AION Thailand Sales Company กล่าวว่า AION คือแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่อัจฉริยะที่กำลังเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก และมียอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยรถยนต์รุ่น AION Y Plus ที่ AION เปิดตัวในประเทศไทยนั้น ยังเป็นแชมป์การขายรถ SUV พลังงานไฟฟ้าบริสุทธิ์ในจีนอีกด้วย โดย AION มุ่งมั่นที่จะมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสูงแก่ลูกค้า ซึ่งปัจจุบัน AION มีศูนย์จัดส่งจำนวน 27 แห่งในประเทศไทย และมุ่งมั่นจะพัฒนาการบริการ การผลิต และการจัดจำหน่าย โดยทำงานร่วมกับคนไทยเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าของทั้งอุตสาหกรรม และสังคม และช่วยให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้มีส่วนร่วมหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียนอีกด้วย

ฉลองเปิดตัว AION Y Plus มอบสิทธิพิเศษเมื่อซื้อรถยนต์

 การเปิดโชว์รูม AION แห่งแรกในฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ถือเป็นทำเลทอง เนื่องจากเป็นห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และใหญ่เป็นอันดับ 21 ของโลก ประกอบกับรายล้อมไปด้วยทางหลวงและถนนสายหลักหลายสาย จึงทำให้ผู้บริโภคจากทุกมุมเมืองสามารถเดินทางเข้ามาใช้บริการได้เป็นจำนวนมาก เพิ่มโอกาสในการจำหน่ายรถยนต์ และยังทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้เวลาในการสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ของ AION ได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่รถยนต์รุ่น AION Y Plus ที่เปิดตัวในประเทศไทย ก็กำลังได้รับความสนใจและสอบถามจากลูกค้าอย่างมากมาย และในโอกาสเปิดตัวโชว์รูม AION แห่งแรก AION ยังได้มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ดังนี้ :

– รับประกันคุณภาพรถ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

– อุปกรณ์ไฟฟ้า (มอเตอร์ แบตเตอรี่ อุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้า) มีการรับประกัน 8 ปี หรือ 200,000 กม.

– บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 8 ปี

– บริการจดเลขทะเบียนรถฟรี

– ฟรีที่ชาร์จที่บ้าน และบริการติดตั้งฟรี

– ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี

– สินเชื่อรถยนต์อัตราดอกเบี้ยเพียง 1.88% หรือผ่อนชำระสูงสุด 84 เดือน

การเปิดโชว์รูม Harmony AION Future Park ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับ GAC AION และ Harmony Automobile ในการสำรวจตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงแต่จะวางรากฐานอันแข็งแกร่งสำหรับความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายในตลาดไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการช่วยผลักดันให้ Harmony Automobile สามารถขยายตลาดในต่างประเทศได้กว้างขึ้นอีกด้วย

สัมผัสกับรถยนต์ไฟฟ้าของคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังได้ที่ โชว์รูม AION บริเวณชั้น 2 ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต (ฝั่งเซ็นทรัล)

-(016)

กระแสตอบรับแรง! ‘เทโร’ เพิ่มรอบการแสดงทอล์กโชว์ Money Coach On Stageตอน ‘ชีวิตต้องสู้ เพราะกู้ไว้เยอะ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/768945

กระแสตอบรับแรง! ‘เทโร’ เพิ่มรอบการแสดงทอล์กโชว์  Money Coach On Stageตอน ‘ชีวิตต้องสู้ เพราะกู้ไว้เยอะ’

กระแสตอบรับแรง! ‘เทโร’ เพิ่มรอบการแสดงทอล์กโชว์ Money Coach On Stageตอน ‘ชีวิตต้องสู้ เพราะกู้ไว้เยอะ’

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมากี่ครั้งก็ยังแรง!สำหรับสุดยอดทอล์กโชว์ด้านการเงินที่มีผู้ชมมากที่สุดในประเทศไทยMoney Coach On Stage โดย“โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์เมษพันธุ์”กับตอนล่าสุด “ชีวิตต้องสู้เพราะกู้ไว้เยอะ”ที่กระแสตอบรับดีจนต้องเพิ่มรอบตามคำเรียกร้อง โดยการแสดงจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 ณโคราชซีนีเพล็กซ์ (เดอะมอลล์โคราช) และวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ณพารากอนซีนีเพล็กซ์ชั้น 5 สยามพารากอน

การแสดงทอล์กโชว์ที่ให้ความรู้ทางด้านการเงินพร้อมสอดแทรกมุกตลกฟังสนุกMoney Coach On Stageโดยโค้ชหนุ่มหรือหนุ่ม Money Coachที่จัดมาแล้วถึง7 ครั้ง และครั้งนี้ยังคงเป็นทอล์กโชว์แห่งปีที่จะพาทุกคนก้าวผ่านหนี้มุ่งหน้าสู่อิสรภาพการเงินไปด้วยกัน งานนี้ “โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์เมษพันธุ์”กล่าวถึงสาระสำคัญที่อยากนำเสนอในทอล์กโชว์ครั้งนี้ว่า

“สาระสำคัญที่ผมอยากสื่อสารในโชว์ครั้งนี้ คือ ความรู้การเงินที่จะช่วยสร้างอิสรภาพการเงินความรู้ที่จะพาทุกคนผ่านพ้นปัญหาการเงินและมีแนวทางในการสร้างชีวิตในแบบที่ต้องการภายใต้สภาวะที่โคตรยากที่ผมยังไม่เคยเล่าให้ฟังมาก่อนรวมถึงเรื่องราวการต่อสู้ทางการเงินของลูกศิษย์และผู้ติดตามเพื่อให้คุณผู้ฟังเห็นทางออกเห็นทางเดินต่อเห็นธงที่จะนำสู่เส้นชัยในชีวิตและที่สำคัญคือสร้างกำลังใจที่เข้มแข็งให้ก้าวข้ามAftershock จากวิกฤตโควิดที่ดูเหมือนวันนี้ยังไม่จางไปจากชีวิตของใครหลายคน”

นอกจากนี้ โค้ชหนุ่มยังได้อัปเดตความพร้อมสำหรับทอล์กโชว์ครั้งนี้ให้ฟังว่าถึงตอนนี้เรื่องที่ผมเตรียมไว้พูดยาวเกินกว่า3 ชั่วโมงไปแล้วเหลือขั้นตอนสุดท้ายคือตัดแต่งปรับให้เรื่องกระชับให้พูดได้มากเรื่องที่สุดให้ผู้ฟังได้ประโยชน์มากที่สุดและทำให้ทุกคนลุกออกจากโชว์ไปด้วย“พลัง”ที่พร้อมจะสู้กับชีวิตให้มากที่สุด“ชีวิตต้องสู้”ไม่ใช่เพราะกู้ไว้เยอะหรอกแต่ชีวิตต้องสู้เพราะเราคู่ควรกับชีวิตที่ดีและมีความสุขนี่ต่างหากคือสิ่งที่เราทุกคนต้องสู้เพื่อมันมาชมและมาร่วมสร้างพลังไปด้วยกันในวันเสาร์18 พฤศจิกายน 2566 ที่โคราชซินีเพล็กซ์ เวลา 19.00 น. และวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ที่พารากอนซีนีเพล็กซ์2 รอบ เวลา 14.00 น. และเวลา 19.00 น. ทุกที่นั่งผมเตรียมของที่ระลึกเป็นสรุปความรู้สู่อิสรภาพการเงินไว้ให้ติดตัวไว้เป็นยันต์กันหมดพลังด้วยนะครับแล้วพบกันครับ”บัตรเข้าชมทอล์กโชว์Money Coach On Stageตอน “ชีวิตต้องสู้เพราะกู้ไว้เยอะ”ราคา 900 / 1,500และ2,500บาทสามารถซื้อได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขาหรือทางเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com และทางโทรศัพท์ 0 2262 3456สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.024958927หรือทางเฟชบุ๊ก https://www.facebook.com/TERODigital

‘ธี่หยด’ รายได้แรงพุ่งสู่ 400 ล้าน! รวมตัวทำบุญใหญ่ หลังเจอความเฮี้ยน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/768943

‘ธี่หยด’ รายได้แรงพุ่งสู่ 400 ล้าน!  รวมตัวทำบุญใหญ่ หลังเจอความเฮี้ยน

‘ธี่หยด’ รายได้แรงพุ่งสู่ 400 ล้าน! รวมตัวทำบุญใหญ่ หลังเจอความเฮี้ยน

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ธี่หยด” นอกจากจะเป็นภาพยนตร์เขย่าขวัญที่ทำรายได้แรงไม่หยุด กับการพุ่งทะยานสู่ 400 ล้านในตอนนี้แล้ว ก็ยังมีความหลอนนอกจอไม่หยุดเช่นกัน เมื่อนักแสดงดาวรุ่ง “มิ้ม-รัตนวดี วงศ์ทอง”ผู้รับบทบาท “แย้ม” ก็เจอกับเรื่องขนลุก เมื่อถูกผู้มีประสบการณ์ทางวิญญานทักอยู่เรื่อย ๆ ให้ไปทำบุญเพราะมีวิญญาณตามติด และมีหลายคนทักว่าให้ไปทำบุญให้กับน้าแย้ม ตัวจริงที่มิ้มรับบทอยู่ เพราะว่าเรื่องนี้สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง ซึ่งเมื่อทำบุญส่วนตัวไปแล้ว ก็ยังมีคนทักอีกถึงวิญญานที่ยังตามติด น้องมิ้มเลยนัดเพื่อน ๆ นักแสดง ธี่หยด ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับวิญญาณน้าแย้มตัวจริง วิญาณผีขุดดำ และสัมภเวสีทั้งหลายร่วมกัน

ล่าสุดทาง ช่อง 3 และ M STUDIO (เอ็ม สตูดิโอ) เลยจัดรวมตัวกันเข้าวัดจัดชุดใหญ่ นำทีมโดย คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม สตูดิโอ จำกัด และโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ คุณแป๊บ ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ พร้อมด้วย เหล่านักแสดง มิ้ม รัตนวดี วงศ์ทอง, จูเนียร์ กาจบัณฑิต ใจดี, เฟรนด์ พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ และ นีน่า ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน ไปไหว้พระ กราบพระบรมสารีริกธาตุทำบุญ ถวายสังฆทาน ให้อาหารปลา กันที่วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร (บางเขน) เพื่อความเป็นสิริมงคลและความสบายใจ และใจฟูสุดๆที่ภาพยนตร์ “ธี่หยด” ได้รับกระแสตอบรับจากผู้ชมดีเกินคาด

CHANGE2561 เปิดภาพฟิตติ้ง‘ปราการแสงจันทร์’ จัดทัพนักแสดงคุณภาพประชันบทบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/768964

CHANGE2561 เปิดภาพฟิตติ้ง‘ปราการแสงจันทร์’  จัดทัพนักแสดงคุณภาพประชันบทบาท

CHANGE2561 เปิดภาพฟิตติ้ง‘ปราการแสงจันทร์’ จัดทัพนักแสดงคุณภาพประชันบทบาท

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฟอร์มดีไม่มีตกขนทัพละครสุดเข้มข้นเรียงคิวให้ผู้ชมได้เต็มอิ่มกับทุกอารมณ์แบบต่อเนื่องสำหรับ CHANGE2561 ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของ ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Chief Executive Officer (CEO) และ เอส-วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท CHANGE2561 ที่แต่ละผลงานล้วนเต็มไปด้วยไฮไลต์ที่น่าจดจำ ทั้งประเด็นสะท้อนสังคมแบบจัดเต็ม ความเข้มข้นของเส้นเรื่องที่ถูกปากผู้ชมในยุคสมัยนี้ และขนทัพนักแสดงชุดใหญ่แบบล้นจอ

ล่าสุดลุยฟิตติ้งละครฟอร์มดีกันต่ออีกหนึ่งเรื่อง สำหรับ “ปราการแสงจันทร์” ละครพล็อตสุดเข้มข้น เต็มไปด้วยปมสุดพีค จากบทประพันธ์ของ ภัสรสา ซึ่งเตรียมจะออกอากาศทางช่องอมรินทร์ทีวี 34 ในต้นปีหน้า ตีแผ่แง่มุมของชีวิต ที่คนเรามักเผยให้เห็นแต่ในแง่มุมที่ดีแต่ใครจะรู้ว่าอีกด้านกลับเต็มไปด้วยความลับอันดำมืดและยากแก่การคาดเดา เล่าเรื่องราวของสองหญิงสาวที่ชีวิตแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ทั้งนิสัยและฐานะ หนึ่งคนที่ฐานะค่อนข้างยากลำบาก แต่ไม่เคยย่อท้อต่อโชคชะตา กลับมองโลกในแง่บวกและพร้อมสู้ชีวิต กับอีกหนึ่งคน ที่เติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจมหาเศรษฐี ใช้ชีวิตอย่างคนร่ำรวย แต่กลับปกปิดความลับบางอย่างเอาไว้และแวดล้อมไปด้วยบุคคลอันตรายที่อาฆาตมาดร้ายเธอ สำหรับบทสองสาวที่ต่างกันสุดขั้วนี้ถูกถ่ายทอดโดย “ทับทิม-อัญรินทร์” และ “ใบเตย-สุวพิชญ์” ร่วมด้วยนักแสดงแถวหน้าชุดใหญ่ทั้ง นิว-วงศกร, สายป่าน-อภิญญา, กอล์ฟ-อนุวัฒน์,มิว-ลักษณ์นารา, เชา-ชวลิต และนักแสดงคุณภาพอีกเพียบ

สำหรับบรรยากาศในการฟิตติ้งละคร “ปราการแสงจันทร์” นักแสดงแต่ละคนต่างงัดอินเนอร์ของคาแร็กเตอร์แต่ละตัวละครออกมาแบบจัดเต็มทุกคนต่างสวมวิญญาณของตัวละครออกมาได้อย่างเข้าถึงสุดๆ เริ่มต้นจาก “ทับทิม-อัญรินทร์” ในบท แขอรุณ ทายาทบริษัทอสังหาฯระดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งเธอถ่ายทอดลุคสุดแพงออกมาได้อย่างเต็มที่ แฝงด้วยแง่มุมด้านมืดที่ซุกซ่อนเอาไว้ น่าค้นหา น่าติดตาม มีความสวยแต่เต็มไปด้วยอันตรายที่คาดไม่ถึง ประชันกับ “ใบเตย-สุวพิชญ์” ในบทจิลลา หญิงสาวธรรมดาที่ต่างจากแขอรุณสุดขั้ว แม้จะดูเป็นสาวทั่วไป แต่ใบเตยก็เผยแง่มุมด้านบวกของตัวละครนี้ออกมาให้เห็น มีเสน่ห์ของความเป็นคนจิตใจดี ชวนดึงดูดน่าหลงใหล ทำให้ใครๆ ตกหลุมรักได้อย่างไม่ยาก ประกบหนุ่ม “นิว-วงศกร” ในบทณิชฌาณ คู่หมั้นหนุ่มของ แขอรุณ ที่ทั้งหล่อ มาดเท่สุขุม แต่ก็มีมุมแข็งกร้าวที่ถูกกดเอาไว้ ซึ่งนิวงัดเสน่ห์ที่ทั้งชวนหลงใหลแฝงด้วยความโกรธแค้นแสดงออกมาผ่านสีหน้าได้อย่างถึงอารมณ์

นอกจาก ทับทิม ใบเตย และ นิว ละครเรื่องนี้ยังรวมนักแสดงฝีมือฉกาจไว้อีกชุดใหญ่ อาทิ “กอล์ฟ-อนุวัฒน์” ในบทบอดี้การ์ดหนุ่มมาดเท่ ที่ฟิตติ้งมาแล้วทั้งดูแข็งแรงและเต็มไปด้วยเสน่ห์ของความกวน ส่วน สายป่าน-อภิญญา ในบท อลิชา มาในลุคเปรี้ยวจี๊ดเกินต้าน เห็นแล้วว้าวุ่นเป็นที่สุด ด้าน มิว-ลักษณ์นารา ในบท วรรณวลี และเชา-ชวลิต ในบท คริษฐ์ พอลั่นซัตเตอร์เท่านั้นก็จัดเต็มทุกมุม ต้องบอกเลยว่านี่ขนาดเพียงแค่ฟิตติ้งเท่านั้นแต่ทุกคนคือจัดเต็มเอามากๆ เพราะไม่ว่าเลนส์โฟกัสสาดมาที่ใครทุกคนต่างก็ส่งพลังอินเนอร์ใส่กันจนนึกว่ากำลังสวมคาแร็กเตอร์ในละครอยู่จริงๆ ยืนยันได้เลยว่า “ปราการแสงจันทร์” จะเข้มข้นจนหยุดดูไม่ได้ เตรียมได้ดูกันอย่างแน่นอน ต้นปี 2567 ที่จะถึงนี้ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34

‘Rose studio’ส่ง ‘โอห์ม-ไกด์’ แจกความหวานหัวใจเต้นแรง ในซีรี่ส์‘Bake Me Please พิชิตใจนายสายหวาน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/768957

‘Rose studio’ส่ง ‘โอห์ม-ไกด์’  แจกความหวานหัวใจเต้นแรง  ในซีรี่ส์‘Bake Me Please พิชิตใจนายสายหวาน’

‘Rose studio’ส่ง ‘โอห์ม-ไกด์’ แจกความหวานหัวใจเต้นแรง ในซีรี่ส์‘Bake Me Please พิชิตใจนายสายหวาน’

วันอังคาร ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สิ้นสุดการรอคอย กับโปรเจกท์ซีรี่ส์หวานละมุนส่งท้ายปี เมื่อ Rose studio ภายใต้บริษัท RS multimedia & entertainment ส่งซีรี่ส์ “Bake Me Please พิชิตใจนายสายหวาน” เรื่องแรกจาก Rose studio ลงจอ โดยงานนี้เป็นการโคจรมาร่วมงานกันครั้งแรกระหว่าง โอห์ม-ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ และ ไกด์-กันตพล ชมพูพันธ์ พร้อมแจกโมเมนต์ความฟินให้หัวใจเต้นแรง โรแมนติกเอาใจคนสายหวาน เมื่อเชฟหนุ่มเบเกอรี่สุดเย็นชากับเพื่อนๆ ที่โคจรมาเจอหนุ่มโลกใสขายชิฟฟ่อน ความอ่อนโยนของเขา ค่อยๆละลายหัวใจรักที่ปิดซ่อนอยู่ และมันได้ทำให้ความสัมพันธ์ของทุกคนเปลี่ยนไปนอกจากเคมีของโอห์มและไกด์แล้ว ยังมีความละมุน ส่งต่อจากหนุ่มๆ นำโดย ภูมิ-ภูริพันธ์ ทรัพย์แสงสวัสดิ์, เปรม-ณพนัช ธนติณตระกูล และ อะตอม-ณฐาภพ เคนจันทึก จะมาสร้างความประทับใจให้กับแฟนซีรี่ส์ส่งท้ายปลายปีบทโทรทัศน์โดย ดนุพล ฉายเหมือนวงศ์ กำกับการแสดงโดย กาญจนพันธุ์ มีสุวรรณ

ด้านผู้กำกับซีรี่ส์ กาญจนพันธุ์ มีสุวรรณ กล่าวว่า “จุดเด่นของซีรี่ส์ Bake Me Please พิชิตใจนายสายหวาน คือเรื่องราวของมิตรภาพและคาแร็กเตอร์ของแต่ละคนที่เรารู้สึกว่า นักแสดงทุกคนมีเสน่ห์และลักษณะพิเศษเฉพาะเค้า เราก็อยากจะเน้นและอยากชูความเป็นเอกลักษณ์ ดึงเสน่ห์ของน้องๆ ให้ได้โชว์ออกมามากที่สุดถามว่าตื่นเต้นกดดันไหม ต้องบอกว่าทุกฝ่ายเต็มที่ ผมมั่นใจว่า ความพิถีพิถันในการทำซีรี่ส์เรื่องนี้ทุกขั้นตอนของโปรดักชั่น บท การถ่ายทำ การตัดต่อที่จะนำเสนอ ทีมงานทุกคนตั้งใจมาก ด้วยความที่เป็นซีรี่ส์เรื่องแรกของ Rose studio ทำให้เราต้องให้ความสำคัญกับทุกอย่าง และจุดแข็งของซีรี่ส์เรื่องนี้คือความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์การแสดงของนักแสดง ความเข้าใจคาแร็กเตอร์ของทั้ง 5 คน และนัยที่เราอยากจะสื่อสารออกไปให้แฟนซีรี่ส์ อย่างเช่น เรื่องของตัวละครชิน ที่เรามีการซ่อนนัยไว้เกี่ยวกับปมของชีวิตบางอย่าง และมิตรภาพในกลุ่มเพื่อนก็จะมีปัญหาที่เราค่อยๆ เผยระหว่างทาง อีกมุมหนึ่งเราก็มองว่าความอบอุ่นของเรื่องนี้ มันเป็นสิ่งที่คนดูต้องการและเป็นสิ่งที่เราเองก็อยากนำเสนอ และตัวขนมที่จะมาสื่อสาร เช่น ชิฟฟ่อนทอร์ตาร์คาเปส บูลเบอร์รี่ชีสพาย ฯลฯ มันไม่ได้เป็นแค่เค้ก หรือเบเกอรี่ธรรมดาแต่มีความพิเศษสะท้อนหลายๆ อย่างของคาแร็กเตอร์ในตัวซีรี่ส์ แต่จะเป็นอะไร อยากให้แฟนๆ ทุกคนติดตามอยากให้คนได้ดูสิ่งที่เราตั้งใจนำเสนอในซีรี่ส์เรื่องนี้ครับ”