‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่ ตรวจสถานการณ์น้ำ หนุนทำทุกกิจกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768280

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำ หนุนทำทุกกิจกรรม ยันมีน้ำใช้ในฤดูแล้ง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ โดยมีนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทานที่ผ่านมาอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีปริมาณเกินร้อยละ 80 ได้แก่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลเขื่อนกิ่วลม เขื่อนแม่มอก เขื่อนห้วยหลวงเขื่อนน้ำอูน เขื่อนน้ำพุง เขื่อนจุฬาภรณ์เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว เขื่อนสิรินธรเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนขุนด่านปราการชลเขื่อนประแสร์ และเขื่อนนฤบดินทรจินดา ซึ่งกรมชลประทาน มั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการและควบคุมสถานการณ์ได้สามารถสนับสนุนทุกกิจกรรมช่วงฤดูแล้งสำหรับอ่างเก็บน้ำอื่นๆ ก็มีการติดตามและวางแผนการบริหารจัดการในช่วงฤดูแล้ง มั่นใจไม่กระทบการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศอย่างแน่นอน นอกจากนี้ กรมชลประทาน ได้รายงานสถานการณ์น้ำและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำชี-มูล และลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตามข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า จากปริมาณน้ำที่มีอยู่มีปริมาณมากกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากมีฝนตกจำนวนมาก ทำให้น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้น จึงมีโอกาสในการทำนาปรังในพื้นที่เขตชลประทาน อย่างไรก็ดี พื้นที่ทำนาปรังดังกล่าว จะต้องผ่านคณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ที่มีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นฝ่ายเลขานุการ หากมีมติเห็นชอบ กระทรวงเกษตรฯ จะนำเข้าคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ต่อไป

‘ไชยา’มอบนโยบายอ.ส.ค. ดันนมไทย-เดนมาร์คเจาะตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768283

‘ไชยา’มอบนโยบายอ.ส.ค.  ดันนมไทย-เดนมาร์คเจาะตลาด

‘ไชยา’มอบนโยบายอ.ส.ค. ดันนมไทย-เดนมาร์คเจาะตลาด

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ขับเคลื่อน : นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ผลักดันผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ก ให้สามารถแข่งขันกับภาคเอกชน และเจาะตลาดระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้สามารถทำกำไรได้ดี

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่มอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรม ที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ว่าปัจจุบันการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมมีอุปสรรคจากการเกิดโรคระบาดในวัว (ลัมปี สกิน) ต้นทุนอาหารสูง ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมขาดทุนจึงเลิกกิจการ ส่งผลให้น้ำนมดิบมีปริมาณลดลง และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2566 อ.ส.ค.ได้ปรับราคาซื้อน้ำนมดิบ ณ โรงงาน เพิ่มขึ้น 2.25 บาท/กิโลกรัม เป็น 22.75 บาท/กิโลกรัม เพื่อบรรเทาปัญหาให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีเงินทุนเพิ่มขึ้น
รวมถึงผลักดันให้ อ.ส.ค.ผลิตน้ำนมแปรรูปในเชิงพาณิชย์

นายไชยา กล่าวต่อว่า ผลิตภัณฑ์นมของ อ.ส.ค.(นมไทย-เดนมาร์ก) มีเครื่องจักรและกระบวนการผลิตที่ดี อันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นผลิตภัณฑ์นมที่คนไทยเลือกซื้ออันดับ 1 ซึ่งสามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้ จึงมอบนโยบายให้ อ.ส.ค.วางแผนส่งเสริมกิจการโคนมแบบนักธุรกิจในปี 2567 เพื่อให้สามารถแข่งขันกับภาคเอกชน รวมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น จากการจัดทำแบรนด์สินค้าเจาะตลาดระดับบน เนื่องจากมีกำลังซื้อสูง สามารถทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ.ส.ค.มีต้นทุนจากแหล่งน้ำนมดิบที่มีคุณภาพ ทำให้มีจุดขายสินค้าที่คุณค่าทางอาหารมากกว่าผู้ประกอบการที่ผลิตจากน้ำนมแปรรูปจากนมผง และผันตัวไปเป็นพี่เลี้ยงให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ในท้องถิ่นรับช่วงต่อในการจำหน่ายนมโรงเรียนแทน พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวฟาร์มโคนมและผลิตภัณฑ์นมของ อ.ส.ค.

นอกจากนี้ รมช.เกษตรฯ ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและให้กำลังใจเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ที่สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (มิตรภาพ) ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมขอให้แก้ไขปัญหาต้นทุนอาหารสำหรับโคนมมีราคาสูง รวมถึงต้องการจำหน่ายน้ำนมดิบในราคาตามกลไกตลาด เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมสามารถมีรายได้

จากนั้น นายไชยา ได้เยี่ยมชมการบริหารฟาร์มโคนมเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farmer) ที่ประทีปฟาร์ม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อนำหลักคิดแบบเอกชนไปปรับใช้กับเกษตรกรโคนมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ อ.ส.ค.โดยประทีปฟาร์มมีการจัดการดูแลผลผลิตจากโคนมทั้งระบบแบบลดการเกิดขยะให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) และสามารถสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่ม อาทิ แม่วัวปลดระวาง สามารถเป็นเนื้อที่แทรกไขมันอย่างดี มูลวัวนำมาแยกกากจัดทำเป็นปุ๋ย เป็นต้น ซึ่งโคนมแต่ละตัวได้ให้อาหารหยาบคุณภาพดี และมีหลักคิดในการปูพื้นยางรองรับน้ำหนักให้โคนมมีสุขภาพดี ส่งผลให้สามารถผลิตน้ำนมได้วันละ 16 กิโลกรัม/ตัว/วัน ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานที่ อ.ส.ค.กำหนดไว้ที่ 12 กิโลกรัม/ตัว/วัน

“เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเป็นอาชีพที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงเล็งเห็นว่าจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่า ทั้งยังช่วยให้เกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคง จึงขอฝากให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมช่วยกันส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมให้มากขึ้น” นายไชยา กล่าว

รมว.เกษตรฯรุดหารือรมช.เกษตรจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768282

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือกับนายเติ้ง เซี่ยวกัง (H.E.Mr.DengXiaogang) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทสาธารณรัฐประชาชนจีน(Ministry of Agriculture and Rural Affairs : MARA) และคณะ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านการเกษตรของไทยและจีน พร้อมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือด้านการเกษตรเชิงนโยบาย ผลักดันการค้า การลงทุนสินค้าเกษตรและอาหารไทย-จีนให้เข้มแข็งและยั่งยืน โดยมีนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุลปลัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะ เข้าร่วม ว่าไทยกับจีน ยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน” โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ จีนเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอันดับที่ 1 ของไทย มูลค่าการส่งออกของสินค้าเกษตร เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 222,540 ล้านบาท เป็น 249,745 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.22

“นับเป็นโอกาสอันดีที่ทั้ง 2 ประเทศ เห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนและสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรที่เหมาะสม ผ่านกลไกความร่วมมือทวิภาคีของกระทรวงเกษตรฯไทยและจีน โดยกระทรวงเกษตรฯจีน จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตรไทย-จีน ครั้งที่ 13 ในปี 2567 โดยประเด็นที่ทั้ง 2 ฝ่ายสนใจ คือการยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร การพัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรด้วยการนำนวัตกรรมมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และขยายการค้าการลงทุนด้านการเกษตรระหว่างกัน ซึ่งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการเกษตร (กรอ.กษ.) จะมีส่วนสำคัญในสนับสนุนการขยายการค้าการลงทุนด้านการเกษตรดังกล่าวรวมไปถึงการยกระดับความร่วมมือพหุภาคี ภายใต้กรอบอาเซียนบวกสาม (จีน-ญี่ปุ่น-สาธารณรัฐเกาหลี)

รองปลัดฯถกอนุกรรมการ จัด‘มหกรรมพืชสวนโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768281

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณโครงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ. 2569ครั้งที่ 1/2566 ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (134)

ทั้งนี้ ในที่ประชุมติดตามพิจารณาประเด็นที่สำคัญ ดังนี้ 1.การพิจารณาเห็นชอบการปรับแผนงานและงบประมาณ ภายใต้แผนงานที่ 3 การจัดตกแต่งภูมิสถาปัตยกรรมงานสาธารณูปโภคและงานอาคาร2. การพิจารณาเห็นชอบงบประมาณกิจกรรมภายใต้แผนงานที่ 4 การบริหารจัดการประชาสัมพันธ์และกิจกรรม และ 3.การตั้งของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567

‘ธรรมนัส’นำทีมลงพื้นที่‘อุตรดิตถ์’ ติดตามความก้าวหน้าโครงการ‘เขื่อนทดน้ำผาจุก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768241

‘ธรรมนัส’นำทีมลงพื้นที่‘อุตรดิตถ์’ ติดตามความก้าวหน้าโครงการ‘เขื่อนทดน้ำผาจุก’

‘ธรรมนัส’นำทีมลงพื้นที่‘อุตรดิตถ์’ ติดตามความก้าวหน้าโครงการ‘เขื่อนทดน้ำผาจุก’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.24 น.

‘ธรรมนัส’นำทีมลงพื้นที่‘อุตรดิตถ์’ ติดตามความก้าวหน้าโครงการ‘เขื่อนทดน้ำผาจุก’ มอบกรมชลประทานเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่

9 พฤศจิกายน 2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามความก้าวหน้าโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก โดยมี ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ต.ผาจุก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำน่านตอนล่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า โครงดารดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอลับแล อำเภอตรอน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอพรหมพิราม และอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก และเพื่อเป็นการพัฒนาระบบชลประทาน ประมาณ 481,400 ไร่ (พัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝนที่มีศักยภาพให้เป็นพื้นที่ชลประทานประมาณ 304,000 ไร่ และส่งน้ำสนับสนุนและปรับเปลี่ยนระบบส่งน้ำจากเดิมโดยการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เป็นระบบส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงประมาณ 134,800ไร่ และพื้นที่โครงการชลประทานน้ำริด จังหวัดอุตรดิตถ์ ประมาณ 42,600 ไร่)

สำหรับโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก ตั้งอยู่ในแม่น้ำน่าน บริเวณบ้านคลองนาพง หมู่ 7 ตำบลผาจุก อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำน่านตอนล่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบันได้สร้างเขื่อนทดน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบส่งน้ำ พร้อมอาคารประกอบ หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถส่งน้ำได้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอลับแล อำเภอตรอน และอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอพรหมพิราม และอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก รวมพื้นที่กว่า 481,400 ไร่

“วันนี้ตั้งใจมารับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน และได้มอบหมายกรมชลประทานเร่งแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องอย่างเร่งด่วน ปัญหาใดที่สามารถแก้ไขได้ให้ทำทันที ปัญหาไหนที่ยังทำไม่ได้ จะต้องกลับไปศึกษาและหาแนวทางแก้ไข รวมถึงให้บรรจุแผนดำเนินการในปีงบประมาณต่อไป” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน จะเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำ และระบบระบายน้ำพร้อมอาคารประกอบให้แล้วเสร็จ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับลุ่มน้ำน่าน เพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนให้กับพี่น้องชาวอุตรดิตถ์ ได้มีน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค บริโภค และการเกษตร อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ซึ่งจังหวัดอุตรดิตถ์ มีพื้นที่ชลประทานประมาณ 447,618 ไร่ มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ คือ เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนการใช้น้ำให้กับจังหวัดต่าง ๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวม 22 จังหวัด ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯประมาณ 6,102 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) หรือร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯ

‘จุ๋ย วรัทยา’ พาครอบครัว VIV SKIN บินฉลองยอดขายทะลุเป้าไกลถึงสวิตเซอร์แลนด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768399

‘จุ๋ย วรัทยา’ พาครอบครัว VIV SKIN  บินฉลองยอดขายทะลุเป้าไกลถึงสวิตเซอร์แลนด์

‘จุ๋ย วรัทยา’ พาครอบครัว VIV SKIN บินฉลองยอดขายทะลุเป้าไกลถึงสวิตเซอร์แลนด์

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.02 น.

ทริปครั้งนี้ จุ๋ย วรัทยา ในฐานะผู้บริหารแบรนด์วิฟสกิน ผู้นำตลาดเครื่องสำอางสมุนไพรไทย ขอจัดใหญ่ พาพุฒ พุฒิชัย น้องพีร์เจ พร้อมด้วยผู้บริหารเพื่อนรักอย่างบอสเหม๋และบอสตาล พาลูกทัวร์ ตัวแทนจำหน่ายสร้างยอดท็อปฟอร์มร่วมเฉลิมฉลองยอดขาย “วิฟสกินขมิ้นโกลด์เซรั่ม และวิฟสกินขมิ้นโรสครีม ทะลุเป้า ” พาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมแจกมากมายในทริปมูลค่ากว่าแสนบาท ซึ่งบอสจุ๋ย บอสเหม๋ และบอสตาล ได้ให้สัมภาษณ์ร่วมกันว่า “เราให้สิ่งดีๆกับตัวแทนเสมือนให้ครอบครัวของเรา รักเสมือนครอบครัวของเรา และเรามาเที่ยวครั้งนี้มากับคนที่เรารักที่สุด นั่นคือครอบครัวของเราจริงๆและครอบครัววิฟสกิน เราขอให้ผู้ที่สนใจสมัครตัวแทนจำหน่ายวิฟสกิน มั่นใจในจุ๋ยและแบรนด์วิฟสกินที่ผ่านปีที่ 10 มาได้อย่างสวยงาม ณ วันนี้ และเติบโตไปด้วยกันค่ะ”

ที่สำคัญ ตัวแทนจำหน่ายหรือครอบครัววิฟสกิน ที่อยู่ร่วมกับแบรนด์มาได้อย่างผูกพันยาวนานนั้น บอสจุ๋ยได้วางกลยุทธ์ให้กับตัวแทนจำหน่าย ผ่าน 3 แนวคิดหลักคือ

กลยุทธ์ “ยิ่งให้ยิ่งได้” เน้น “การเป็นผู้ให้” ขาย “ความจริงใจ” ไม่เอารัดเอาเปรียบลูกค้าและคู่ค้า เพราะถือว่าตัวแทนจำหน่ายของวิฟสกินคือผู้ส่งต่อบอกเล่าสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นจริงกับตัวเขา แล้วแบ่งปันให้กับคนรอบข้างและคนที่รัก ทุกการตอบรับ รีวิวผลลัพธ์การใช้ผลิตภัณฑ์ จึงมาจากผู้ใช้ที่มาบอกเล่าจากประสบการณ์จริง

กลยุทธ์ “รวยสุข” หมายถึงตัวแทนจำหน่ายส่วนใหญ่ของวิฟสกินนั้นเติบโตมาจากลูกค้าผู้ใช้จริง จนเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน รู้สึกรักผิวและมีความมั่นใจในตัวเอง กล้าที่จะออกไปใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น เมื่อมีคนทักถาม จึงเกิดการแบ่งปัน บอกต่อความสวย ช่วยแก้ไขปัญหาผิวพรรณให้คนอื่นได้เพิ่ม มากขึ้น ไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้ กำไรเพื่อยกระดับชีวิตให้กับครอบครัวแล้ว ยังได้รับคำขอบคุณจากลูกค้า ซึ่งเป็นความสุข อิ่มเอมใจคืนกลับมา ถือเป็นโบนัสให้กับชีวิตได้ด้วย เป็นที่มาของคำว่า “รวยสุข” นั่นเอง

และสุดท้าย กลยุทธ์ “ครอบครัวตัวแทน” เพราะตัวแทนจำหน่ายเปรียบเสมือน Partner ของบริษัท และอยู่กันแบบ “ครอบครัว” มีทีมงานอบรมความรู้ผลิตภัณฑ์, การตลาดและการขายให้สม่ำเสมอ เพราะตัวแทนของเราต้องมีความรู้ที่ถูกต้อง และเสมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวพรรณ ที่สามารถดูแลแนะนำลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ นอกจากนี้ การจัดอบรมให้ความรู้จากโค้ชแนวหน้าระดับประเทศ สามารถนำไปต่อยอดได้กับทุกธุรกิจอื่นๆ ได้ตลอดทั้งชีวิต ซึ่งวิฟสกินจัดเรียนฟรี ไม่มีเงื่อนไขผูกมัด

เพราะไม่ได้มาเล่นๆ ด้วยประสบการณ์นับสิบปี วิฟสกินชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรไทยที่มีนวัตกรรมและงานวิจัยรองรับ ซึ่งรวมไปถึงรางวัลการันตีคุณภาพจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 2 ปีซ้อน เน้นบำรุงสุขภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นขมิ้นโกลด์เซรั่ม ขมิ้นโรสครีม ขมิ้นแอสตาช็อต ครีมมาส์ก ครีมกันแดด และล่าสุดแตกไลน์กลุ่มสินค้าเมกอัพเอาใจวัยรุ่น ได้แก่ มาสคาร่าและ บลัชออน หรือ ANGLE BLUSH ที่กำลังเป็นกระแสช่วงนี้ เป็นผลให้ยอดขายเติบโต 3 เท่าจากปีก่อน และมีตัวแทนนักขายเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ “ล่าสุดเราแตกไลน์สินค้าสำหรับวัยรุ่นอย่างมาสคาร่าและ บลัชออน และได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจนของหมดสต็อกภายในไม่ถึงเดือน เราจะไม่หยุดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดีๆ เพื่อคนทุกวัย และใส่ใจเพื่อผู้หญิงทุกคนค่ะ” (ยิ้ม)

จุ๋ย วรัทยา ให้สัมภาษณ์ทิ้งท้ายเพื่อเชิญชวนตัวแทนทั่วประเทศร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จกับแบรนด์วิฟสกินไว้ว่า “จุ๋ยขอเชิญพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกเพศ สามารถเป็นตัวแทนจำหน่ายวิฟสกิน ได้ง่ายๆ เรามีระบบดิจิทัล และการสนับสนุนช่องทางโซเชียลมีเดีย มีการสอนเป็นขั้นตอน ที่จะช่วยให้การขายออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ใครๆ ก็สามารถทำงานสร้างรายได้ที่บ้านในยุคนี้ ขอเน้นย้ำว่าเราไม่ใช่ระบบเครือข่าย แต่เป็นระบบการขายแบบตัวแทนที่ปัจจุบันมีตัวแทนครอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศไทย ซึ่งจะเน้นพาร์ทเนอร์ที่มีศักยภาพ และเราดูแลกันและกันแบบครอบครัวค่ะ”   

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook : VIV SKIN https://www.facebook.com/vivskin/  , instagram : VIV SKIN https://www.instagram.com/vivskin/  , line id : @vivskin (มี @ นำหน้า)

สนใจสมัครตัวแทนวิฟสกิน : http://bit.ly/tr1_vivskinmember

-(016)

มูเตเวิร์ล ชวน #มูแบบยั่งยืน แนะไหว้พระแม่ลักษมีในเทศกาลดิวาลี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768244

มูเตเวิร์ล ชวน #มูแบบยั่งยืน แนะไหว้พระแม่ลักษมีในเทศกาลดิวาลี

มูเตเวิร์ล ชวน #มูแบบยั่งยืน แนะไหว้พระแม่ลักษมีในเทศกาลดิวาลี

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยืนหนึ่งเรื่องความเป็นชาวมูยุคใหม่ที่ขยับให้การมูกลายเป็นไลฟ์สไตล์ กับ มูเตเวิร์ล #เบอร์1สายมู ที่พึ่งทางดวงที่ไว้ใจได้เสมอ ซึ่งเคยพา “วอลเปเปอร์เสริมดวง” ครองใจคนรุ่นใหม่จนกลายเป็นไอเท็มฮิตแบบพกพาได้บนมือถือ

หลังจากมีการ Collaborations เป็นครั้งแรกระหว่าง สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ กับ มูเตเวิร์ล เพื่อรับฝากไหว้พระแม่ลักษมี เกษรวิลเลจ ใน “วันวาราลักษมี วรัทตัม” ช่วงเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ตอบโจทย์สายมูที่อยู่ไกลให้ได้ฝากไหว้เสมือนมาด้วยตัวเอง ถือเป็นการสานต่อรูปแบบการ #ไหว้เทพออนไลน์ ผ่านเทคโนโลยี VR360 ที่ทางสมาคมฯเริ่มไว้ สู่การฝากไหว้ยุคดิจิทัล จนกลายเป็นกิมมิคที่สายมูเรียกร้องให้รับฝากไหว้พระแม่ลักษมี เกษรวิลเลจ ในเทศกาลดิวาลีอีกครั้งในวันที่ 12 พฤศจิกายน นี้

กิมมิคที่ว่าคืออะไร ไปหาคำตอบกัน!

เริ่มที่ 1.Gimmick การฝากไหว้ I Told พระแม่ลักษมี…ที่มีคำตอบ

มูเตเวิร์ล ไม่เพียงแต่รับฝากไหว้แบบทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีกิมมิคสุดเก๋ เพื่อเชื่อมสายมูให้รู้สึก Connect แบบ Online to Offline โดยผู้ฝากไหว้จะสามารถฝากคำอธิษฐาน I Told พระแม่ลักษมีได้ 1 ข้อ และเมื่อจบพิธีจะมีการส่งรูปภาพของไหว้ของบุคคลนั้นๆ กลับไปยังอีเมล หรือ ไลน์ และปรากฏคำตอบจากพระแม่ลักษมี ว่าพรที่ขอไปจะได้หรือไม่ นับเป็นมิติใหม่แห่งการมู สู่การสื่อสาร 2 ทาง

2.คนรุ่นใหม่กับการ #มูแบบยั่งยืน

ใน “วันวาราลักษมี วรัทตัม” นอกจากการทำพิธีไหว้พระแม่ลักษมีตามประเพณีแบบถูกต้องโดยท่านพราหมณ์ บัณฑิตลลิตโมหัน วยาสะ ครูใหญ่ ศิริ เทพมณเฑียรแล้ว มูเตเวิร์ลยังดีไซน์“กล่องฝากไหว้” ในบรรจุภัณฑ์สุดเก๋ ภายในบรรจุดอกไม้ประดิษฐ์จากกลุ่มแม่บ้าน กำยานออร์แกนิคปลอดมลพิษ ซึ่งนับเป็นการช่วยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านสูงวัย และผู้ประกอบการรายเล็ก และในวันดังกล่าวมีผู้ฝากไหว้มากกว่า 1,000++ ราย ทำให้มีปริมาณกล่องฝากไหว้มากกว่าพันชิ้น เมื่อเสร็จพิธีทางทีมงาน ได้ส่งกล่องฝากไหว้กลับไปให้ผู้ฝาก ซึ่งเป็นไปตามหลักของฮินดูที่จะนำของไหว้กลับไปบูชาต่อ และถือเป็นการช่วยลดปริมาณขยะให้กับพื้นที่ได้อีกด้วย

สำหรับของไหว้ที่ไม่ได้ส่งกลับ ทางมูเตเวิร์ล ได้มีการนำไปถวายให้แก่วิหารพระศิวะ คู้บอน 27 อันได้แก่ ดอกไม้ประดิษฐ์ใช้ในการตกแต่งประดับสถานที่ให้สวยงาม และกำยานออร์แกนิคที่นำมาตั้งไว้เพื่อให้ผู้ศรัทธานำไปจุดใช้งานต่อ เพื่อทำตามความตั้งใจที่จะไม่ให้เกิดของเหลือทิ้งหลังการไหว้ เป็นการส่งต่อความสิริมงคลแบบยั่งยืน

3.ฟีดแบ๊กดีเกินคาด สายมูขอให้เป็นตัวแทนขอบคุณ หลังจากครบ 1 เดือน

มีเสียงเรียกร้องหลังไมค์ให้มูเตเวิร์ล ช่วยมาขอบคุณพระแม่ลักษมีแทน จึงมีการจัดเพอร์ฟอร์มแดนซ์ภารตะ ณ เกษรวิลเลจ ชั้น 4 เพื่อขอบคุณพระแม่ลักษมีแทนสายมูที่ฝากไหว้ทุกคน มีการออกแบบท่าเต้น ออกแบบเพลง และชุดใหม่ทั้งหมด โดย ThaiFit Studio

เทศกาล “ดิวาลี” ไหว้พระแม่ลักษมี 12 พฤศจิกายนนี้

เทศกาลถัดไป ที่ด้อมพระแม่ลักษมีห้ามพลาด คือ “เทศกาลดิวาลี” หรือ “เทศกาลไฟ” หนึ่งในเทศกาลเลื่องชื่อ ซึ่งจะมีการเฉลิมฉลองใหญ่ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวฮินดูเชื้อสายอินเดียที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จะมีการทำพิธีบูชาขอพรพระแม่ลักษมี เทวีแห่งโชคลาภ ด้วยเชื่อว่าเมื่อเกิดแสงสว่างขึ้นพระแม่ลักษมีจะประทานพรให้กับมนุษย์ ผู้คนจึงนิยมจุดประทีปบูชาพระแม่ เพื่อเปลี่ยนจากความมืดสู่แสงสว่าง เปรียบเสมือนชัยชนะของความสว่างไสวเหนือความมืดมัว และในวันนี้ยังนิยมบูชาพระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จร่วมด้วย โดยในปีนี้วันดิวาลีจะตรงกับวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 ตามปฏิทินจันทรคติ

สำหรับใครที่ไม่สะดวกจัดเตรียมพิธี หรือต้องการไหว้พระแม่ลักษมี ที่อาคารเกษรวิลเลจ แต่ไม่สามารถมาได้ทางมูเตเวิร์ล ได้จับมือกับ สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ จัดเตรียมของฝากไหว้เพื่อให้บริการ ในพิธีใหญ่เนื่องในเทศกาลดิวาลี โดยความพิเศษคือ ทางมูเตเวิร์ล จะมีการ…..

หยุดความเร่งรีบ เติมความเบ่งบานให้กับชีวิต กับแคมเปญ‘Blooming Bangkok บานสะพรั่งทั่วกรุง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768238

หยุดความเร่งรีบ เติมความเบ่งบานให้กับชีวิต  กับแคมเปญ‘Blooming Bangkok บานสะพรั่งทั่วกรุง’

หยุดความเร่งรีบ เติมความเบ่งบานให้กับชีวิต กับแคมเปญ‘Blooming Bangkok บานสะพรั่งทั่วกรุง’

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดาวน์นี่ ปล่อยแคมเปญ “Blooming Bangkok บานสะพรั่งทั่วกรุง” เพื่อเปิดตัว ดาวน์นี่ กลิ่นหอมแดดและสวนดอกไม้ น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นใหม่ พร้อมวีดีโอและภาพ CGI เผยกรุงเทพฯ ที่เบ่งบานและสดชื่นไปด้วยดอกไม้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สร้างกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ให้ผู้คนพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย และจุดประกายให้สังคมตั้งคำถามเกี่ยวกับปัญหาพื้นที่เบ่งบานไม่เพียงพอสำหรับคนเมือง

ดาวน์นี่ ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ดูแลผ้า ในเครือบริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (P&G) จับกระแสสังคมเรื่องปัญหาพื้นที่สวนหรือพื้นที่สีเขียวไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากรในกรุงเทพฯ ประกอบกับแรงบันดาลใจจากผลิตภัณฑ์ดาวน์นี่ กลิ่นหอมแดดและสวนดอกไม้ นำไปสู่แนวคิด “Blooming Bangkok บานสะพรั่งทั่วกรุง” ที่กระตุ้นให้สังคมเห็นความสำคัญของพื้นที่สีเขียว พื้นที่ที่ทำให้สดชื่น ผ่อนคลายและตั้งคำถามว่า “จะดีแค่ไหน..ถ้าทุกที่ในกรุงเทพฯ มีพื้นที่เพื่อความเบ่งบานได้ทั่วทุกมุมเมืองแบบนี้”

แคมเปญนี้อยากสนับสนุนให้ทุกคนสามารถมีช่วงเวลาเบ่งบานได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านวีดีโอและภาพนิ่ง CGI(Computer-generated imagery) ที่แปลงโฉมพื้นที่ที่คุ้นเคยทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นสกายวอล์กแยกสาทร-นราธิวาส คลองแสนแสบ รถเมล์บนท้องถนน และตรอกเล็กๆ ที่ถูกทิ้งร้าง ให้มีดอกไม้บานสะพรั่ง สร้างจินตนาการถึงกรุงเทพฯ ที่ไม่เหมือนเดิม แต่เป็นเมืองที่สามารถเบ่งบานได้อย่างเต็มที่ด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของแสงแดดและสวนดอกไม้ โดยสามารถติดตามความเบ่งบานในวีดีโอและภาพ CGI ได้ทางเฟซบุ๊ก Downy Thailand

หยุดความเร่งรีบ เติมความเบ่งบานให้กับชีวิตได้กับแคมเปญ “Blooming Bangkok บานสะพรั่งทั่วกรุง” และดาวน์นี่ กลิ่นหอมแดดและสวนดอกไม้ ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มกลิ่นใหม่ โดดเด่นด้วยกลิ่นดอกไม้สด ซิตรัส และแสงแดดยามเช้า หอมละมุนจากเอสเซนเชียลออยล์ธรรมชาติ 100% ที่ติดทนนาน คงความผ่อนคลายและสดชื่นได้ตลอดวัน มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าชั่นนำทั่วไป รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่ P&G Official Shop บน Shopee และ Lazada

คุณแหน : 10 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768246

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● ศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ. อุบลราชธานี พร้อมด้วย ผศ.จุรีรัตน์ กอเจริญยศ นายกเหล่ากาชาด จ.อุบลราชธานีได้เข้ากราบนมัสการ พระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม หารือการสืบสานพุทธอารยเกษตร วัดป่าศรีแสงธรรม ที่ได้ทำการวิจัยสร้างสัมมาชีพให้กับชุมชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจครัวเรือน การนำทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร ให้มีรายได้ ให้เป็นเป็นต้นแบบในการพัฒนาต่อไป..

●● ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ เป็นประธานเปิดหลักสูตร DJS#1 พร้อมบรรยายพิเศษ โดยมี ดร.ปรีสาร รักวาทินและ วาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ ต้อนรับ..

●● ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ นำคณะทำงานสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้าน รพ.สมเด็จพระยุพราช ของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ศึกษา ติดตามและสืบสานแนวพระราชดำริ วุฒิสภา เช่น รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์, จักร โกศัลยวัตร,ดร.ศิพัฒม์ ไตรอุโฆษ, ชัยวัฒน์ พู่พิสุทธิ์,พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, ประภาพรรณ เวลเวอร์,ฉวีวรรณ ทิมา, ภัทธิรา หาญสกุล, มาโนชสุขเพิ่ม ไปเยี่ยมสำรวจและประชุมเชิงปฏิบัติการรพ.สมเด็จพระยุพราชนครไทย โดยมีพญ.สุภาพร ปรางค์เจริญ ต้อนรับอย่างอบอุ่น..

●● ชาว LSP 3 กว่า 20 คน นัดพบปะสังสรรค์ครบรอบจบมา 9 ปี และเลี้ยงเกษียณอายุราชการให้เพื่อนร่วมรุ่น ทวนทอง ตรีนุภาพ
งานนี้ สุพัฒน์ เอี้ยวฉาย, พัดชา พงศ์กีรติยุต, เกียรติชาย ไมตรีวงษ์, มาริสา วงศ์ถิรวิทย์,วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ, บัณฑิต อนันตมงคล, อารยา ยมนา ไม่พลาด..

●● ขรรค์ ประจวบเหมาะ พร้อมด้วย รศ.(พิเศษ) พญ.อรอุมา ชุติเนตร รับมอบเงินบริจาค จาก อรนุช หิรัญเมธากิจ เพื่อร่วมสนับสนุนโครงการรักษาผู้ป่วยสมองขาดเลือดระยะเฉียบพลันด้วยการใส่อุปกรณ์ผ่านสายสวนหลอดเลือดเพื่อแก้ไขการอุดตันของหลอดเลือดในสมองของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย..

●● แม้ว่าจะงานยุ่ง คนไข้แน่น แต่ด้วยความเป็นคนชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ พญ.ดวงกมล ทัศนพงศากุล แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนัง รพ.เวชธานี ได้ซุ่มเรียนจบสอบได้ American Board of Anti-Aging and Regenerative Medicine คราวนี้คนไข้สามารถปรึกษาคุณหมอเก่ง เรื่องชะลอวัยเพิ่มได้อีก..

●● มิตรสหายร่วมยินดีกับ ประสิทธิ์-อรุณรัศ องศ์ทวีเกียรติ ที่บุตรี พญ.รัชฎา องศ์ทวีเกียรติ จะฉลองสมรสกับ นพ.นราพงษ์โยธินนรธรรม บุตร รัชพล-สมจิตต์ โยธินนรธรรม 23 ธ.ค. 11.30 น. ณ ห้องบอลรูม รร.คาเพลลา กรุงเทพ..

●● เพื่อนๆ ร่วมยินดีกับนักกลยุทธ์นวัตกรรมหนุ่มไฟแรง ธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์ ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น อนุกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สภาผู้แทนราษฎร..

●● ข่าวดี ยูเนสโก ประกาศให้“เชียงราย” เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบและ “สุพรรณบุรี” เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี ปี 2566 เป็น 2 รายการ จาก 55 รายการทั่วโลก..●●

น้องใหม่

แม็คโคร ตอกยํ้าแหล่งรวมวัตถุดิบชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก จัดเทศกาล‘Dairy Destination’นม เนย ชีส คุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768242

แม็คโคร ตอกยํ้าแหล่งรวมวัตถุดิบชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก  จัดเทศกาล‘Dairy Destination’นม เนย ชีส คุณภาพ

แม็คโคร ตอกยํ้าแหล่งรวมวัตถุดิบชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก จัดเทศกาล‘Dairy Destination’นม เนย ชีส คุณภาพ

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เทรนด์การบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ แม็คโคร ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้าจำกัด (มหาชน) มุ่งสนับสนุนให้เกิดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมมากขึ้น จัดงาน “Dairy Destination ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์คุณภาพจากนม” ขนทัพสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์นม เนย ชีส ให้เลือกมากกว่า 200 รายการ โดยคัดสรรมาจากแหล่งผลิตชั้นนำจากทั่วโลก วางจำหน่ายที่แม็คโครทุกสาขา เพื่อผู้ประกอบการทั้งกลุ่มร้านอาหาร ร้านกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ ได้เลือกสรรผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ไปสร้างสรรค์เมนูที่หลากหลายและดีต่อสุขภาพ

สินค้าคุณภาพจากนมที่แม็คโครมีครบครัน ได้แก่ กลุ่มโยเกิร์ต และนมสด ทั้งพาสเจอไรซ์ และยูเอชที มีหลายแบรนด์ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ประกอบการร้านกาแฟ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ รวมถึงผู้บริโภคทั่วไปที่รักสุขภาพ มีทั้งนมถั่วเหลืองและนมโปรตีนสูง สำหรับคนชอบออกกำลังกาย กลุ่มเนยและครีม มีให้เลือกหลายแบรนด์ดัง โดยนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และยุโรป ผู้ประกอบการเบเกอรี่ ร้านอาหาร โรงแรม และงานจัดเลี้ยงสามารถนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ กลุ่มชีส คัดสรรมาจากทั่วทุกมุมโลก ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ร้านอาหาร Street food จนถึงโรงแรมระดับ 5 ดาว มีชีสระดับพรีเมียมให้เลือกหลากหลาย อาทิ เชดดาชีส, มอสซาเรลลาชีส และพาร์เมซานชีส

ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ สาธิตการทำเครื่องดื่มจากวัตถุดิบที่เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพจากนม โดย “เชฟภู-ภูรินท์ พัฒนวิริยะวาณิช” ผู้เข้าแข่งขันมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ซีซั่น 4 และเชฟอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อเป็นไอเดียให้ลูกค้านำไปต่อยอดการประกอบธุรกิจ อีกทั้ง ยังมีโปรโมชั่นพิเศษตั้งแต่วันนี้-28 พฤศจิกายน 2566 ที่แม็คโคร ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ Makro PRO แอปพลิเคชั่น