‘ดีแคทลอน’เปิดแคมเปญฉลอง 8 ปี ผลิตภัณฑ์กีฬาชิ้นเก่าแลกชิ้นใหม่ที่ใช่กว่าเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768239

‘ดีแคทลอน’เปิดแคมเปญฉลอง 8 ปี  ผลิตภัณฑ์กีฬาชิ้นเก่าแลกชิ้นใหม่ที่ใช่กว่าเดิม

‘ดีแคทลอน’เปิดแคมเปญฉลอง 8 ปี ผลิตภัณฑ์กีฬาชิ้นเก่าแลกชิ้นใหม่ที่ใช่กว่าเดิม

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มร.ดีเรน เชตติ

ดีแคทลอน (ประเทศไทย) ฉลองครบรอบ 8 ปี ภายใต้คอนเซ็ปต์กีฬาเป็นเรื่องของทุกคน “อย่าบอกว่าไม่ชอบกีฬา เพราะที่เล่นอยู่อาจแค่ไม่ใช่” เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมค้นหากีฬาที่ใช่และสนุกได้ยิ่งกว่าเดิม ไม่ต้องจำกัดตัวเองกับกีฬาที่ไม่ชอบ ด้วยการนำอุปกรณ์กีฬาที่มีอยู่มาแลกเป็นของชิ้นใหม่ ในแคมเปญ “Find your Sport at Decathlon กีฬาที่ใช่หาได้ที่นี่”

มิสเตอร์ ดีเรน เชตติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแคทลอน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า “ดีแคทลอน เริ่มต้นธุรกิจรีเทลผลิตภัณฑ์กีฬาในประเทศไทยมาเป็นเวลา 8 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้นำเสนออุปกรณ์ที่ครอบคลุมกว่า 60 ประเภทกีฬา หรือกว่า 5,000 รายการสินค้า สำหรับกลุ่มผู้เล่นทุกระดับในราคาที่เข้าถึงได้ เพราะเราเชื่อว่ากีฬาสร้างความมหัศจรรย์ให้กับโลก และกีฬาที่ใช่สร้างความมหัศจรรย์ให้กับคุณ เมื่อใดที่ได้พบกับกีฬาที่ใช่ เหมือนกับเราได้พบโลกอีกใบที่ใช่มากขึ้นของตัวเอง และในโอกาสครบรอบ 8 ปีของดีแคทลอน (ประเทศไทย) จึงเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันค้นหา “กีฬาที่ใช่” ในแบบของตนเอง ผ่านแคมเปญพิเศษ “Find yourSport at Decathlon กีฬาที่ใช่หาได้ที่นี่” ด้วยแนวคิดที่ว่ากีฬาเป็นเรื่องของทุกคน อย่าบอกว่าไม่ชอบกีฬาเพราะที่เล่นอยู่อาจแค่ไม่ใช่”

ดีแคทลอน ชวนทุกคนมาค้นพบกีฬาที่ใช่ของตัวเอง ทั้งสายออกกำลังกายระดับมืออาชีพที่อยากค้นหาความท้าทายกับกีฬาประเภทใหม่ๆ หรือคนที่อยากเริ่มเล่นกีฬาแต่ยังหากีฬาของตัวเองไม่เจอไม่ว่าคุณจะเป็นใคร สามารถมาร่วมค้นหากีฬาที่ใช่ได้ที่ดีแคทลอน ด้วยการนำอุปกรณ์
กีฬาชิ้นเก่าจากแบรนด์กีฬาใดก็ได้ มาเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์กีฬาใหม่ที่ดีแคทลอน ให้ทุกคนได้กลับมาสนุกกับการออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพตัวเองกันอีกครั้ง ส่วนอุปกรณ์กีฬาชิ้นเก่าที่นำมาแลกเปลี่ยนนั้น ดีแคทลอนได้ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา นำไปแบ่งปันและส่งต่อเพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์เหล่านั้นต่อไป

สำหรับแคมเปญ “Find your Sport at Decathlon กีฬาที่ใช่หาได้ที่นี่”จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2566 โดยผู้สนใจร่วมแคมเปญสามารถเข้าไปลงทะเบียนที่เว็บไซต์ https://www.decathlon.co.th/s/find-your-sports ด้วยวิธี 3 ขั้นตอนง่ายๆ 1.สมัครสมาชิกใหม่ หรืออัปเดตข้อมูลสำหรับสมาชิกปัจจุบัน 2.เลือกวันเวลาและสาขา พร้อมระบุอุปกรณ์กีฬาที่จะนำมาแลก 3.รอรับอีเมลยืนยันเข้าร่วมได้เลย

เมื่อถึงวันที่นัดหมายให้นำอุปกรณ์กีฬาที่ระบุ มาแลกที่สาขาที่เลือก โดยจะได้รับเป็นคูปองส่วนลด 500 บาท หรือ900 บาท เพื่อนำไปแลกซื้ออุปกรณ์กีฬาชิ้นใหม่ได้ที่ ดีแคทลอนสาขาที่จัดแคมเปญทั้ง 5 สาขา ตามเวลาที่กำหนด ดังนี้ดีแคทลอน สาขาบางนา จัดกิจกรรมในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.00-16.00 น. ดีแคทลอน สาขาพระราม 2 จัดกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.00-21.30 น.ดีแคทลอน สาขาบางใหญ่ จัดกิจกรรมในวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 เวลา08.00-21.00 น. ดีแคทลอน สาขาพระราม 4จัดกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.00-22.00 น. ดีแคทลอนสาขารังสิต จัดกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2566 เวลา 09.30-22.00 น.

ดีแคทลอน แบรนด์กีฬาจากฝรั่งเศส ที่รวมประเภทกีฬาไว้มากที่สุดในโลกโดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองลีล ประเทศฝรั่งเศส มีผลิตภัณฑ์กีฬามากกว่า 5,000รายการ ทั้งเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาครอบคลุม60 ชนิดกีฬา มีสาขาทั่วโลกกว่า 70 ประเทศสำหรับประเทศไทย มีสาขาให้บริการในปัจจุบันรวม 21 สาขา ที่พร้อมจะให้ทุกคนร่วมกันค้นหา “กีฬาที่ใช่”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรม “Find your Sport at Decathlon กีฬาที่ใช่หาได้ที่นี่” ได้ที่ อีเมล contactus.th@decathlon.com หรือ inbox ผ่านทาง Facebook page: Decathlon Thailand ดีแคทลอน ประเทศไทย

คริสต์มาสนี้ Jo Malone London ต้อนรับสู่บ้านขนมปังขิง กับกลิ่น Ginger Biscuit

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768251

คริสต์มาสนี้ Jo Malone London ต้อนรับสู่บ้านขนมปังขิง กับกลิ่น Ginger Biscuit

คริสต์มาสนี้ Jo Malone London ต้อนรับสู่บ้านขนมปังขิง กับกลิ่น Ginger Biscuit

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เข้าสู่ป่าแห่งเทศกาลแสนสนุกที่ซึ่งส่วนผสมล้ำค่าอย่างขิง เครื่องเทศ และของขวัญชั้นดี ถูกรวมกันไว้เพื่อรอมาพบกับคุณ ณ ป่าแห่งนี้ถูกประดับประดาไปด้วยแท่งขนมหวาน รายล้อมไปด้วยต้นคริสต์มาสที่ถูกตกแต่งด้วยลูกเชอร์รี่บนยอดไม้ พร้อมเติมเต็มไปด้วยกลิ่นหอมที่หอมกรุ่น และบรรดาของขวัญ กองใหญ่ ค้นพบ Jo Malone London คอลเลคชั่น รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น และกลิ่นหอมประจำฤดูกาล ที่มาพร้อมกับ
มนต์เสน่ห์และกลิ่นหอมแสนประทับใจ

Ginger Biscuit กลิ่นหอมประจำฤดูกาลอันเปี่ยมเสน่ห์ที่ไม่อาจต้านทานได้ของ ขิง ลูกจันทน์เทศ และอบเชย ที่ละลายเข้ากันจนส่งกลิ่นหอม คล้ายคาราเมลหอมหวานอันน่าหลงใหล ที่ผสานไปด้วยกลิ่นหอมหวานของเนยร่วมกับเฮเซลนัทคั่ว มอบสัมผัสอันหอมกรุ่น พร้อมเพิ่มระดับความหอมอวลเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก กลิ่นอายอันอบอุ่นด้วยกลิ่นของถั่วตองก้า และวานิลลา ผสานเป็นกลิ่นหอม Ginger Biscuit ที่ถูกรังสรรค์มาจำหน่ายในรูปแบบ ผลิตภัณฑ์โคโลญจน์ ซึ่งกลิ่นสัมผัสแรก-ความสดชื่นของขิง Ginger, กลิ่นสัมผัสกลาง-นุ่มนวลของถั่วเฮเซลนัทคั่ว Roasted Hazelnutb, กลิ่นสัมผัสสุดท้าย-กลิ่นอายของความอบอุ่นจากถั่วตองก้า Tonka Bean

Festive Favorites ร่วมสัมผัสกลิ่นหอมสำหรับฤดูกาลแห่งความสุขที่จะทำให้คุณอารมณ์ดี และรื่นรมย์ ค้นพบกลิ่นหอมเย้ายวนของ Orange Bitters ที่ได้แรงบันดาลใจจากค็อกเทลแสนอร่อยในช่วงฤดูหนาว พร้อมตกแต่งห้องโถง หรือพื้นที่บ้านของคุณให้เคล้าไปด้วยกลิ่นหอมที่สดใส และสดชื่นของ Pine & Eucalyptus และสร้างความสนุกสนานให้กับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองด้วยโคโลญจน์กลิ่น Green Almond & Redcurrent โดยกลิ่นหอมประจำฤดูกาล Holiday Heroes ประกอบด้วย Orange Bitter Cologne, Orange Bitter Home Candle, Pine & Eucalyptus Home Candle, Pine & Eucalyptus Diffuser และ Green Almond & Redcurrant

Tempting Treats พบกับของขวัญที่ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นแครกเกอร์สำหรับประดับประดาต้นคริสต์มาส ของขวัญผ่านกลิ่นหอม และของตกแต่งบ้าน ไปจนถึง Little Luxuries ร่วมค้นพบของขวัญที่จะสร้างความประหลาดใจเล็กๆ น้อยๆ ร่วมเติมเต็มถุงของขวัญหน้าเตาผิงให้พองโต สร้างความสุข สนุกสนานให้กับทุกคนที่ได้รับ

สัมผัสห้วงเวลาแห่งความสุขผ่านกลิ่นหอม วางจำหน่ายแล้ว ณ โจ มาโลน ลอนดอน บูทีคทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ www.JoMalone.co.th ตั้งแต่ วันนี้ ถึงปลายเดือนธันวาคม 2566 เท่านั้น

แนวหน้า Talk : ‘สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ’ เบื้องหลัง‘จักรวาลไทบ้าน’ ถึง‘สัปเหร่อ’หนังไทยแห่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768245

แนวหน้า Talk : ‘สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ’  เบื้องหลัง‘จักรวาลไทบ้าน’  ถึง‘สัปเหร่อ’หนังไทยแห่งปี

แนวหน้า Talk : ‘สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ’ เบื้องหลัง‘จักรวาลไทบ้าน’ ถึง‘สัปเหร่อ’หนังไทยแห่งปี

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เชื่อได้ว่าในช่วงเกือบๆ 1 เดือนมานี้ หนึ่งในเรื่องที่เป็นกระแสถูกพูดถึงอย่างมากคงหนีไม่พ้น “สัปเหร่อ” ภาพยนตร์ไทยในตระกูล “จักรวาลไทบ้าน” ที่ทำรายได้แตะ 700 ล้านบาท และเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่กวาดรายได้ถล่มทลายระดับนี้ในยุคหลังสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทั้งที่ “ไม่ใช่หนังกระแสหลัก” ไม่ได้ผลิตโดยสตูดิโอชื่อดัง ผู้สร้างและนักแสดงก็ไม่ใช่บิ๊กเนม ซึ่งเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา“สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” ผู้อยู่เบื้องหลังทีมงานจักรวาลไทบ้าน ได้มาบอกเล่าผ่านรายการ “แนวหน้า Talk” ถึงเรื่องราวจุดกำเนิดก่อนจะสู่ความสำเร็จครั้งนี้

สิริพงศ์ หรือ “เสี่ยโต้ง” ซึ่งด้านหนึ่งใช้ชีวิตในฐานะนักการเมือง โดยเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ส่วนปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นนักธุรกิจที่มุ่งหวังอยากเห็นการพัฒนาในท้องถิ่น กระทั่งไปพบกับทีมงานที่ต่อมาจะกลายเป็นผู้ให้กำเนิดจักรวาลไทบ้าน โดยจุดเริ่มต้นนั้นมาจากการจัดค่ายดูดาว ตั้งแต่ประมาณปี 2547 ชวนเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ มาร่วมกิจกรรม

ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป มีกลุ่มหนึ่งได้กลับมาบอกตนว่ากิจกรรมดูดาวทำให้รู้สึกชื่นชอบการใช้กล้องและการทำภาพยนตร์ และเคยส่งผลงานภาพยนตร์สั้นประกวดได้อันดับ 2ในระดับประเทศ ในเวลานั้นคนรุ่นใหม่กลุ่มดังกล่าวกำลังหาทุนไปทำภาพยนตร์แนวอินดี้ จินตนาการจะดูสูงๆ หน่อย เนื้อหาประมาณชาย-หญิง ขายกาแฟ เจอกันทุกวันจนชอบพอกัน แต่สุดท้ายคือความฝัน เสี่ยโต้งจึงลองให้โจทย์ไปว่า ลองทำหนังโปรโมทกิจกรรมดู โดยจะให้งบประมาณเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จากที่มาขอเงิน 15,000 บาท ก็เพิ่มให้เป็น 3 หมื่นบาท

“บอกเขาลองทำหนังจังหวัดให้หน่อย เฮียให้ 3 หมื่นเพราะตอนนั้นจะมีอีเว้นท์ ทำให้คนรู้ว่าจะมีอีเว้นท์แบบไม่ฮาร์ดเซลล์ ตอนนั้นจะแข่งวงโยธวาทิต อยู่ดีๆ สมมุติมาบอกว่า เฮ้ย! แข่งวงโยธวาทิตนะ น่าเบื่อ! ทำเป็นหนังสั้นสักเรื่องหนึ่งแล้วให้คนรู้ พอทำออกมา เออ! เข้าท่า วันเกิดพ่อผม ปีนั้นแซยิดพอดี 60 ปี ก็บอกว่าทำหนังชีวประวัติพ่อให้หน่อย ก็จ้างเขาทำ ออกมา เฮ้ย! ดี หลังจากนั้นเขาก็เลยมาขอเงิน เขาบอกเขามีโปรเจกท์” สิริพงศ์ กล่าว

ทีมงานชุดแรกของจักรวาลไทบ้าน ประกอบด้วย “กั๊ต จ็อบ ศักดิ์และโอม” เสี่ยโต้ง เล่าว่า พวกเขาได้มา “ขายไอเดีย” ต้องการทำภาพยนตร์สักเรื่องหนึ่งโดยใช้ชื่อว่า “ไทบ้านเดอะซีรี่ส์” โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากซีรี่ส์วัยรุ่นอย่าง “ฮอร์โมน..วัยว้าวุ่น” ซึ่งพวกเขาได้ตั้งคำถามว่า “ในเมื่อมีซีรี่ส์วัยรุ่นได้..แล้วทำไมจะมีซีรี่ส์อีสานไม่ได้?” แต่ในเวลานั้นต้องยอมรับว่า “ไม่สามารถหาสปอนเซอร์ได้เพราะไม่มีนักแสดงคนใดที่เป็นที่รู้จักเลย” แต่จุดเด่นสำหรับผู้ที่ได้ชมภาพยนตร์ชุดนี้ ก็จะเห็นว่านักแสดงเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนดูดาราแต่เหมือนดูเพื่อนแสดง

แม้ธุรกิจในมือจะไม่มีเลยที่เกี่ยวข้องกับแวดวงภาพยนตร์หรือวงการบันเทิงใดๆ แต่ เสี่ยโต้ง-สิริพงศ์ กล่าวว่า ตนเองนั้นรู้สึก “ชอบ” กับแนวคิดที่คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้นำเสนอ ซึ่งมัน “โดนใจ” อย่างมากกับตนเองที่เป็นคนประเภท “ท้องถิ่นนิยม” จึงอยากลองให้โอกาส อีกทั้งยัง “คิดไกล” ไปถึงขั้นมองว่า “ไม่อยากให้เป็นเพียงเนื้อหาเฉพาะกลุ่ม..แต่อยากให้ไปถึงขั้นอยู่ในกระแสหลัก” ด้วยเนื้อหาที่ดูสนุกและน่าสนใจ

เป็นที่มาของการตกลง “ซื้อ” ไอเดียที่นำเสนอ แต่ก็ให้โจทย์ไปว่า “ขอให้ถ่ายทำกันที่บ้านเรา คือจังหวัดศรีสะเกษ” ด้วยเห็นตัวอย่างจาก “กวนมึนโฮ” ภาพยนตร์ไทยที่ยกกองไปถ่ายทำถึงประเทศเกาหลีใต้ ส่งผลให้มีแฟนหนังจำนวนมากบินข้ามน้ำข้ามทะเลไป “ตามรอย” ภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงแดนกิมจิจึงเชื่อว่า หากภาพยนตร์ไทบ้านโด่งดังเป็นกระแสขึ้นมาก็น่าจะมีคนมาตามรอยสถานที่ต่างๆ ใน จ.ศรีสะเกษ ที่ใช้ถ่ายทำบ้าง

และต้องบอกว่า “มีจริงๆ” เมื่อภาพยนตร์เรื่องแรกของซีรี่ส์ออกฉายในปี 2560 และประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย จากทุนสร้าง 2 ล้านบาท ซึ่งคิดไว้แล้วว่าหากขาดทุนก็ถือเสียว่าเป็นการประชาสัมพันธ์จังหวัดไป แต่กลายเป็นเมื่อฉายจริงกลับทำรายได้ไปถึง 37 ล้านบาท แต่ด้วยเป็นสตูดิโอและทีมสร้างเล็กๆ งบประมาณมีจำกัด จึงทำได้เพียงนำ“สแตนดี (Standee)” หรือป้ายขนาดเท่าตัวนักแสดง ไปติดตั้งตามจุดเหล่านั้นให้แฟนภาพยนตร์มาถ่ายรูป ไม่ได้ทำเป็นรูปปั้นใหญ่โตเหมือนการโปรโมทฉากในภาพยนตร์บางเรื่อง

“มันไม่ใช่ว่าตีรอบนอก มันไม่มีโรงไหนรับฉาย โรงที่รับฉายคือโรงในอีสาน ที่เขาเป็นสายหนังชื่อ MVP มันก็ฉายได้ ทีนี้เราได้เห็นเลยที่ฉายในอีสานภาคแรก เราเห็นโรงหนังเล็กๆ คือโรงหนังถ้าคนกรุงเทพฯเห็น จะเห็นเอสเอฟฯ-เมเจอร์ฯ เขาก็จะรู้เท่านี้ แต่ในต่างจังหวัดมันจะมีโรงหนังท้องถิ่น โรงหนังไฟว์สตาร์ โรงหนังตามชื่อห้าง อย่างถ้าอุบลฯ ก็จะเป็นเนวาดา จะเป็นโรงหนังท้องถิ่น

แล้วโรงหนังเล็กๆ กำลังในการสู้ของเขามันสู้โรงหนังใหญ่ไม่ได้หรอก เขาไม่ได้มีงบมากมายที่จะไปแต่งสวยๆไปรีโนเวท อย่างไรหนังเขาก็มาทีหลัง แต่พอหนังไทบ้านเข้าโรงหนังเล็กๆ แบบนี้เขาบอกว่าเขามีกำลังใจ บางคนบอกรอบทุ่มหนึ่ง ปกติมีคนดู 5 คน แต่ไทบ้านมาเต็มเลย อันนี้คือปรากฏการณ์ภาคแรก แล้วก็ได้ยินเพื่อนอีกคนที่ทำโรงหนังเขาเล่าให้ฟัง เขาบอกว่าชุบชีวิตเลย” สิริพงศ์ กล่าว

เสี่ยโต้ง เล่าต่อไปว่า ส่วนภาพยนตร์สัปเหร่อซึ่งเป็นเรื่องล่าสุด โปรเจกท์เริ่มถ่ายทำไปบ้างแล้วหลังเสร็จสิ้นการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “ไทบ้านเดอะซีรี่ส์ 2.2” แต่ก็ต้องหยุดไปจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แล้วเมื่อกลับมาถ่ายทำ “ต้องเต” ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ได้เขียนบทภาพยนตร์ขึ้นใหม่ เพราะบทภาพยนตร์เดิมที่ถ่ายทำไว้เมื่อ4 ปีก่อน มุขต่างๆ อาจดูล้าสมัยไปแล้ว

ส่วนคำถามที่ว่า ในการเป็นนายทุนได้เข้าไปควบคุมดูแล หรือให้อิสระกับทีมสร้างภาพยนตร์มาก-น้อยเพียงใด เรื่องนี้ตนเองอาจติดนิสัยมาจากผู้เป็นพ่อ ซึ่งเมื่อจะทำอะไรพ่อจะถามเสมอว่าทำไปทำไม และเราก็มีหน้าที่ต้องอธิบายเหตุผลให้ได้ โดยหลังจากภาพยนตร์ภาคแรกได้กำไร ทีมผู้สร้างก็ได้นำเงินมาคืน ซึ่งนอกจากทุนที่ให้ไปแล้ว กำไรที่เหลือก็ได้มอบให้ทีมผู้สร้าง บอกว่าเอาไปสร้างเนื้อสร้างตัว ทำบริษัท และหลังจากนั้นก็กลายเป็นความสัมพันธ์เสมือนครอบครัวเดียวกัน

เช่น เมื่อพวกเขาหมุนเงินไม่ทันก็มาหยิบยืมตน แต่เมื่อมีกำไรตนเองก็บอกพวกเขาไปว่ามาช่วยสนับสนุนกีฬาจังหวัดบ้างซึ่งพวกเขาก็มาช่วย หรือเมื่อจะทำโปรเจกท์ภาพยนตร์กันตนเองก็ชวนไปหาสปอนเซอร์ เป็นที่ปรึกษาเมื่อทีมผู้สร้างเกิดปัญหาต่างๆ ดังนั้นปกติทีมงานจะทำอะไรก็ปล่อยเต็มที่ เว้นแต่บางครั้งที่ต้องแตะเบรกบ้าง เช่น มีครั้งหนึ่งทีมงานเสนอโปรเจกท์ “ไทบ้านคอยน์” ทำคอนเสิร์ตออนไลน์ ร้องเพลงของค่ายได้คอยน์ เก็บคอยน์ไปถ่ายรูปกับดารา แต่ตนเองก็มองว่าถ้าทำเจ๊งแน่นอน เพราะจากการที่หาข้อมูลก็นึกไม่ออกว่าทำโมเดลธุรกิจได้อย่างไร

สำหรับกระแสของสัปเหร่อ เสี่ยโต้ง ให้ความเห็นว่า “หากจะคิดถึงความสำเร็จจากสัปเหร่อ ต้องพูดถึงความสำเร็จของไทบ้านที่ผ่านมา” คือจุดเด่นของไทบ้านที่คนจะชอบพูดกันมากก็คือมีแฟนเซอร์วิสที่ดีมาก มีฐานแฟนคลับที่ค่อนข้างเหนียวแน่น สมหวังบ้างผิดหวังบ้างแต่ก็ไม่เคยทิ้งกันอย่างไทบ้าน 2.2 ที่ทำรายได้ 100 ล้านบาท ก็ว่าเยอะแล้วสำหรับการลงทุนสร้างไป 15 ล้าน โดยแบ่งมาเป็นภาค 2.1 ได้รายได้ 70 ล้านบาท ภาค 2.2 ได้รายได้ 100 ล้านบาท สรุปลงทุน 15 ล้าน ได้มา 170 ล้านบาท ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก

ถึงกระนั้น “เมื่อเข้ามาในกรุงเทพฯ ก็ยังถูกมองว่าเป็นภาพยนตร์เฉพาะกลุ่ม” ซึ่งตนเองอยากจะผลักดันให้ไปไกลกว่านั้น จึงมาทำโปรเจกท์ร่วมกับเกิร์ลกรุ๊ปไอดอลอย่าง “BNK48” ครั้งนี้แม้ไม่ขาดทุนแต่รายได้ก็ไม่ดี เพราะเพิ่งฉายได้ไม่นานก็เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่การก้าวออกมาจาก “พื้นที่ปลอดภัย (Comfort Zone)” ที่เคยอยู่เดิมแล้วได้ผลตอบรับที่ดี ก็ทำให้เริ่มขยายฐานคนดูได้มากขึ้น นำไปสู่การเริ่มสร้างภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้ชื่อว่าไทบ้านแต่เป็นโปรดักชั่นเดียวกัน เช่น หมอปลาวาฬ เซียนหรั่ง เป็นการค่อยๆ สะสมฐานแฟนๆ ให้เหนียวแน่น

“พอถึงเวลาที่หนังจะเข้าโรง รู้ไหมยิงแอด (จัดงบโฆษณาประชาสัมพันธ์) เท่าไร? ต้องเตเขาไปออกรายการเขาบอกว่าดูตามโรงหนังไม่มีป้าย ไม่มีโปสเตอร์สัปเหร่อเลย เพราะถ้าจะติดทั่วประเทศต้องใช้เงิน 6 ล้านบาท เราไม่มีสตางค์ ณ วันที่ได้ 100 ล้านบาท ค่ายหนังหลายค่ายโทรมาถามว่าโฆษณาไปเท่าไร? ทำไมกระแสแรงจัง? เราก็ตอบแบบเขินๆ ยิงโฆษณาไป 3 หมื่นบาท ในโซเชียล แล้วได้100 ล้าน คือแฟนคลับนี่แข็งแรงมาก” เสี่ยโต้ง ระบุ

จากความสำเร็จของภาพยนตร์ซีรี่ส์จักรวาลไทบ้านนอกจากรายได้จากการฉายภาพยนตร์ทั้งในโรงและผ่านระบบสตรีมมิ่ง (Streaming รับชมทางออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ) “เพลง” ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต่อยอดออกมา เช่น“ทดเวลาบาดเจ็บ”, “ระเบิดเวลา”, “กอดเสาเถียง” หลายเพลงมียอดดูหลักหลายร้อยล้านวิวในเว็บไซต์ยูทูบ กระทั่งนำไปสู่การจัด “คอนเสิร์ต” ใช้ชื่อว่า “นาหนาว” โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “บิ๊กเมาน์เท่น” หนึ่งในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ของเมืองไทย

เสี่ยโต้ง อธิบายที่มาของการใช้ชื่อนาหนาวเป็นชื่อคอนเสิร์ตของไทบ้าน ว่า “ในภาคอีสานปลูกข้าวหอมมะลิ และเป็นการทำนาปี” (ทำนาในฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูกาลเพาะปลูก ต่างจากการทำนาปรังที่เป็นการปลูกข้าวนอกฤดูฝน) โดยคนอีสานมีคำพูดว่า “หว่านวันแม่-เกี่ยววันพ่อ” หมายถึงเริ่มปลูกข้าวประมาณต้นเดือนหรือกลางเดือนสิงหาคม (ฤดูฝน) และเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงต้นเดือนธันวาคม (ฤดูหนาว) เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จ พื้นที่นาก็จะว่างและสามารถใช้จัดคอนเสิร์ตได้โดยตั้งเวทีกันเฉลี่ย 2-3 เวที ต่อการจัดงาน 2-3 วัน ที่ จ.ศรีสะเกษทำมาแล้ว 3 ปี

“ปีนี้ (2566) จัดเดือนธันวาคม แต่จะเปลี่ยนที่จัด ปกติเราจะไปจัดที่ในหนังมันจะมีสโตร์ผัก แต่ปีนี้เราจะย้ายมาจัดในเมือง เพราะเราเห็นว่าแฟนคลับเยอะแล้ว เวลาไปจัดข้างนอกมันได้บรรยากาศจริง แต่มันมีปัญหาเรื่องที่จอดรถ ห้องน้ำ แล้วปีหลังๆ พอคนไปเยอะมันรบกวนชุมชน เราก็บอกว่างั้นคราวนี้เรามาจัดในเมืองเถอะ ก็เลยย้ายเข้ามาจัดในเมือง” สิริพงศ์ กล่าว

ความเป็นท้องถิ่นนิยมของเสี่ยโต้ง-สิริพงศ์ นอกจากสนับสนุนการปลุกปั้นจักรวาลไทบ้านแล้ว ยังมีในเรื่องของ “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” เรื่องนี้ต้องเล่าย้อนไปสมัยที่ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัด ซึ่งใน จ.ศรีสะเกษมีการปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง แต่เมื่อนำผลผลิตไปขายก็ถูกตั้งคำถามว่า ทุเรียนหมอนทอง จ.ศรีสะเกษ ต่างจากทุเรียนหมอนทองของ จ.ระยอง หรือ จ.จันทบุรี อย่างไร แม้จะอธิบาย “จุดเด่น” ไปว่า กลิ่นฉุนน้อยกว่า เนื้อมันกว่า ละเมียดกว่า แต่ก็ยังขายไม่ค่อยได้ดีนัก

ตนเองจึงเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษในขณะนั้นไปว่า “ต้องตั้งชื่อ” จากนั้นจึงมีอาจารย์ท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ตั้งชื่อว่า “ทุเรียนภูเขาไฟ” เพราะ จ.ศรีสะเกษ ตั้งอยู่บริเวณภูเขาไฟโบราณที่ดับแล้ว “แค่ใส่สตอรี่ก็เพิ่มมูลค่าได้” หลายปีผ่านไป จากตอนแรกกิโลกรัมละ 30-70 บาท ปัจจุบันราคาทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ อยู่ที่กิโลกรัมละเกือบ 300 บาท จากในอดีตที่บอกว่าทุเรียนหมอนทองแล้วจะต้องมีคำถามต่อว่าหมอนทองจังหวัดไหนทุกวันนี้เพียงเอ่ยคำว่าทุเรียนภูเขาไฟ คนก็จะนึกถึงศรีสะเกษทันที

รวมถึงการทำหน้าที่ในฐานะนายกสมาคมกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ ด้วยการวิเคราะห์ “จุดแข็ง-จุดอ่อน” ของจังหวัดตนเอง “ศรีสะเกษอาจไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นเหมือนอีกหลายๆ จังหวัด แต่สิ่งที่มีพร้อมคือสนามกีฬา” และ “หากการท่องเที่ยวคือการไหลของผู้คน การกีฬาก็ใช้
ส่งเสริมสิ่งนี้ได้” ประกอบกับความสามัคคีร่วมไม้ร่วมมือของชาวศรีสะเกษ จึงทำให้งานกีฬาต่างๆ ที่จัดในจังหวัดไม่ต้องใช้งบประมาณมากมาย และท้ายที่สุดก็ได้รับคัดเลือกจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ให้เป็น “เมืองกีฬา” ก็ยิ่งขยายชื่อเสียงด้านนี้ของจังหวัดให้มากขึ้น

ที่ผ่านมา จ.ศรีสะเกษ ถูกใช้จัดการแข่งขันรายการกีฬาสำคัญๆ มาแล้ว อาทิ ในปี 2565 มีฟุตบอลชายทีมชาติไทย นัดอุ่นเครื่องกับทีมชาติเติร์กเมนิสถาน ที่เกิดปรากฏการณ์ “สนามแตก” มีผู้เข้าชมถึง 1.6 หมื่นคน หรือวอลเลย์บอลหญิงที่ประเทศไทยมีดาวดังระดับทีมชาติหลายคน ก็มีการดึงมาจัดการแข่งขันในพื้นที่ ทั้งการเจอกับทีมต่างชาติบ้าง ทีมในไทยด้วยกันบ้าง หรือฟุตบอลระดับสโมสรจากต่างประเทศใกล้บ้านบ้างไกลบ้าง ดึงมาฟาดแข้งกันใน จ.ศรีสะเกษ ไปจนถึงการจัดประกวดวงโยธวาทิต ที่จัดมาแล้วถึง 10 ปี

“ตอนนี้เรากำลังจะเป็น National Training Center ก็คือศูนย์ฝึกกีฬาชาติในโซนอีสาน อันนี้ก็คือสิ่งที่เราทำ ผมก็จะชอบทำแบบนี้ นอกจากทำธุรกิจของเรา งานเพื่อสังคมตามบทบาทที่เราได้รับมอบหมายเราก็จะทำให้มันไปได้ดีที่สุดในทุกทางที่เราเป็น” เสี่ยโต้ง กล่าว

หมายเหตุ : สามารถติดตามรายการ “แนวหน้า Talk”ได้ผ่านทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ช่วงหัวค่ำโดยประมาณ!!!

เชิญชวนสมทบทุนมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร มอบทุนนักเรียนสังกัด กทม. เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768247

เชิญชวนสมทบทุนมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร  มอบทุนนักเรียนสังกัด กทม. เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เชิญชวนสมทบทุนมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร มอบทุนนักเรียนสังกัด กทม. เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ อุไร คุณานันทกุล, รักษา แสงภู่, ดวงใจ ตั้งสง่า, เพ็ญศรี สุขเจริญผล, ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง ฯลฯ

มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร จัดพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษา ในสังกัดกรุงเทพมหานครจำนวน 470 ทุน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ บรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 และเนื่องในโอกาสครบรอบ 62 ปีแห่งการก่อตั้งมูลนิธิฯ โดยได้รับเกียรติจาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่1 ธันวาคม 2566 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2504 เพื่อให้เอกชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนช่วยเหลือกิจกรรม สาธารณกุศล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เงินสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับการศึกษาตามควรแก่อัตภาพของตน โดยให้ทุนระดับประถมศึกษาเพื่อเป็นการปูพื้นฐานการศึกษาให้แก่เยาวชนและให้ความช่วยเหลือด้านทุนสนับสนุนการศึกษา ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก
นักสังคมสงเคราะห์ ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ทั้ง 68 ศูนย์บริการสาธารณสุข เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกนักเรียนของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครในพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย โดยศึกษาข้อเท็จจริงด้วยการสัมภาษณ์ เยี่ยมบ้านและสรุปประวัติเสนอคณะกรรมการมูลนิธิฯ พิจารณาช่วยเหลือ และภายหลังได้รับเงินสนับสนุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการศึกษาแล้ว นักสังคมสงเคราะห์จะได้ติดตามผลการเรียน ความประพฤติ เสนอมูลนิธิฯ เพื่อขอรับการช่วยเหลือต่อเนื่องในปีการศึกษาต่อไป

สำหรับในปี 2566 ซึ่งครบรอบ 62 ปีมูลนิธิฯ จะได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาจำนวน 470 ทุน ทุนละ 1,000 บาท ในวันที่1 ธันวาคม 2566 โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิฯ อาทิ อุไร คุณานันทกุล รองประธานและเหรัญญิก, ดวงใจ ตั้งสง่า, รักษา แสงภู่,เพ็ญศรี สุขเจริญผล, ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง,
พัชรา มาดล, ศันสนีย์ อยู่ประเสริฐ,อพชา ชัยมงคล และ สุภา อุ่มยืนยง หัวหน้ากลุ่มสงเคราะห์ทางสาธารณสุข สำนักงานพัฒนาระบบสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ร่วมมอบทุน

ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนในสังกัดกรุงเทพมหานคร สามารถบริจาคเงินได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสะพานใหม่ชื่อบัญชี มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร บัญชีเลขที่ 029-442708-0สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-5212690-1

Rabanne แบรนด์ไฮแฟชั่น ล่าสุดจับมือ H&M ออกคอลเลคชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768248

Rabanne แบรนด์ไฮแฟชั่น ล่าสุดจับมือ H&M  ออกคอลเลคชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ

Rabanne แบรนด์ไฮแฟชั่น ล่าสุดจับมือ H&M ออกคอลเลคชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คอลเลคชั่น Rabanne H&M เป็นการผสมผสานดีไซน์เข้ากับงานฝีมืออันล้ำสมัย โดยได้แรงบันดาลใจจากผลงานสุดไอคอนิคในช่วงปี 1960 ของ Paco Rabanne ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งได้รับการปลุกพลังอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2013 โดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์อย่าง Julien Dossena คอลเลคชั่น Rabanne H&M สร้างนิยามใหม่ให้สไตล์แดนซ์ฟลอร์ ผสมผสานเสื้อโซ่ถักและประดับเลื่อมระยิบระยับอันเป็นเอกลักษณ์ เข้ากับชุดกีฬาสวมใส่ง่าย ตัดเย็บปราดเปรียว ออกมาเป็นไอเทมเสื้อผ้าผู้หญิง เสื้อผ้าผู้ชาย เครื่องประดับ ตลอดจนของตกแต่งบ้านจาก H&M HOME

ไอเทมหลักสำหรับคุณผู้หญิง ได้แก่ เดรสทูพีซผ้าตาข่ายเมทัลลิกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่นในอดีต, เดรสประดับเลื่อมเปลลิเยร์, เดรสผ้าชีฟองประดับพลอยเทียมสุดโรแมนติก, และเดรสผ้าเจอร์ซีย์พิมพ์ลายเสือดาว ส่วนไอเทมหลักสำหรับคุณผู้ชาย ได้แก่ สูทสีเงินตัดเย็บเฉียบคม,เสื้อกั๊กตาข่ายเมทัลลิกสะดุดตา, และชุดลำลองสุดหรู ในส่วนไอเทมเครื่องประดับนั้น กระเป๋าเลื่อมเปลลิเยร์กับตาข่ายเมทัลลิกสุดไอคอนิคของ Rabanne ได้รับการตีความใหม่ดึงเอาความโดดเด่น ออกมาโลดแล่นควบคู่ไปกับรองเท้าบู๊ทสไตล์ตะวันตกและรองเท้าแตะสไตล์พูลสไลด์ประดับเลื่อม ในขณะเดียวกันไอเทมของตกแต่งบ้านจาก H&M HOME ผสมผสานเฟอร์นิเจอร์โลหะโดดเด่นสะดุดตาเข้ากับเครื่องประดับแกะสลัก

คอลเลคชั่นนี้รังสรรค์ขึ้นจากผ้าคุณภาพสูง อายุการใช้งานยาวนานพร้อมด้วยหนังและขนสัตว์คุณภาพระดับพรีเมียมที่เฉิดฉายในไอเทมเครื่องประดับ ชุดตัวนอก ชุดสูทและชุดถัก นับเป็นครั้งแรกสำหรับทั้งแบรนด์ H&M และ Rabanne ที่รังสรรค์ไอเทมตาข่ายโลหะสร้างชื่อของ Rabanne โดยผสมผสานทั้งโลหะรีไซเคิลและโลหะทั่วไปเข้าด้วยกัน เป็นผลลัพธ์จากการพัฒนาเป็นเวลานานหลายเดือน ในขณะที่ไอเทมเครื่องประดับใช้เลื่อม PET รีไซเคิลและพลอยเทียมจากแก้วรีไซเคิล

คอลเลคชั่นนี้พร้อมเปิดตัวและวางจำหน่ายที่หน้าร้านบางสาขาและช่องทางออนไลน์ที่ th.hm.com ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2023 นี้เป็นต้นไป

GQ Easy จับมือ Disney เปิดตัวแคมเปญเที่ยวไทยไม่เหม็นเหงื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768243

GQ Easy จับมือ Disney  เปิดตัวแคมเปญเที่ยวไทยไม่เหม็นเหงื่อ

GQ Easy จับมือ Disney เปิดตัวแคมเปญเที่ยวไทยไม่เหม็นเหงื่อ

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปลายปีนี้ GQ Easy จับมือ Disney และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนทุกคนออกไปโอบกอดธรรมชาติ และฉลองความงดงามของโลกใบนี้ด้วยคอลเลคชั่นสุดน่ารัก GQ Easy x Disney “Embrace Nature” Collection ที่มาพร้อมกับลวดลายสุดน่ารักของมิกกี้ เมาส์ และผองเพื่อน ลิขสิทธิ์แท้จาก Disney กับนวัตกรรมยับยั้งแบคทีเรีย ช่วยลดกลิ่นอับ กลิ่นไม่พึงประสงค์ระหว่างวัน “แห้ง เย็นไม่เหม็นเหงื่อ” ผ้านุ่มใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับทุกสภาพอากาศของประเทศไทย

และเพื่อเสริมความพิเศษของคอลเลคชั่นนี้ GQ Easy ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านแคมเปญ “เที่ยวไทยใส่ GQEasy” เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนออกไปท่องเที่ยวในช่วงสิ้นปี พร้อมเก็บภาพความประทับใจในธีม Adventure trip ในฝัน กับแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และตระหนักถึงคุณค่าของการรักษาสิ่งแวดล้อม มรดกทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ที่ https://www.facebook.com/GQApparel

GQ Easy x Disney “Embrace Nature” Collection มีทั้งเสื้อยืดที่สามารถใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย และเสื้อครอปสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับแพ็กเกจสุดน่ารัก ที่จะซื้อเป็นของขวัญช่วงเทศกาลปีใหม่หรือเป็นของสะสมก็ได้ วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ 7-11 คุณหาลายไหนหรือไซส์ไหนไม่เจอ ช้อปเลยที่ All Online คลิก https://gqsize.link/Allonline_GQ มีครบทุกไซส์แน่นอน รายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่ www.gqeasy.com

สุขสันต์ครบรอบ 40 ปี จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ชวนทุกคนมาซนซนไปด้วยกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/768401

สุขสันต์ครบรอบ 40 ปี จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่  ชวนทุกคนมาซนซนไปด้วยกัน

สุขสันต์ครบรอบ 40 ปี จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ชวนทุกคนมาซนซนไปด้วยกัน

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.06 น.

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ได้สร้างสรรค์ความสุข ความสนุกผ่านเสียงเพลง ศิลปิน คอนเสิร์ต ซีรีย์ และภาพยนตร์มากมายในโอกาสครบรอบ40 ปีจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ยังคงเดินหน้าสรรค์สร้างพัฒนาคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างประสบการณ์ความสุขและความสนุกแบบไร้ขีดจำกัดที่พร้อมเสิร์ฟให้ทุกคนได้มาซนซนไปด้วยกัน

งานครบรอบ40 ปีจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ในครั้งนี้ได้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Creative Content Creator”สนุกไปกับความคิดสร้างสรรค์แบบไม่มีที่สิ้นสุด ในแบบAlways Play With You จนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนวงการEntertainment ให้เกิดเป็นพลังของงานสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านMusic / Showbiz / Series / Movie / Artist ตอบโจทย์ทุกความต้องการของตลาดและครอบคลุมทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี

และในงานครบรอบ 40 ปีครั้งนี้ GMM Grammy ขอชวนทุกคน มาซน ซน ไปด้วยกัน ภายใต้Mood & Tone ในแบบ Colorful ที่จะมาสร้างสีสันให้สนุกสนาน โดยภาพดีไซน์ภายในงาน ได้มี Inspiration มาจากชิ้นส่วน Lego ที่สื่อถึงความซน ซน ในแบบสร้างสรรค์ และยังสื่อถึงการที่ทุกคนได้เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ได้ช่วยกันก่อร่างสร้างพลังขับเคลื่อนไปสู่ 40 ปีแห่งความสำเร็จและยังคงก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากนี้ยังมีมุม Create your world ให้ทุกคนร่วมเขียนอวยพรหรือแชร์โมเมนต์ดีๆ ในโอกาสพิเศษสุขสันต์ครบรอบ40 ปี อีกด้วย มาร่วมซน ซน ไปด้วยกันกับวันครบรอบ 40 ปี GMM Grammy

โดยภายในงานได้มีการจัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยมี ไพบูลย์ดำรงชัยธรรม,เม ดำรงชัยธรรม,อรุยาพุทธินันทน์บุษบาดาวเรือง,กิตติศักดิ์  ช่วงอรุณสุวิมลจึงโชติกะพิศิฐกริช ทอมมัส,สันติสุขจงมั่นคง,ฟ้าใหม่–ระฟ้า–อิงฟ้า–ฟ้าฉายดำรงชัยธรรมพร้อมด้วยศิลปินชื่อดังอาทิเบิร์ด – ธงไชย  แมคอินไตย์,  นัท มีเรียนิโคลเทริโอ, มอส ปฏิภาณ, พลพล พลกองเส็งและอีกมากมายที่พร้อมใจกันมาร่วมแสดงความยินดีในวันนี้

ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรมประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า

“แกรมมี่เริ่มต้นในปี2526 เป็นปีที่ธุรกิจเพลงบูมไปทั่วโลก อยู่ในยุคที่รุ่งเรืองมาก เราผ่านปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มามากมาย แต่ในที่สุดเราก็สามารถฝ่าฟัน และกลับมายืนได้อย่างแข็งแกร่ง นั่นเป็นเพราะว่าเรามีบุคลากรเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่เก่ง ดี มีคุณภาพมาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นพี่เต๋อ-เรวัต พี่เล็ก-บุษบา พี่อ๊อด- กิตติศักดิ์ พี่เจือ-สันติสุข ประกอบกับมีศิลปินที่เก่ง และมีคุณภาพ อย่างพี่เบิร์ด ที่ช่วยกันผลักดันจนสำเร็จ

ตอนนี้ทั่วโลกเทคโนโลยีมันกำลังเป็นคุณกับเรา คอนเทนต์ของเราที่มีอยู่ในไลบรารี่ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา ตอนนี้ทั่วโลกยอมรับว่า เป็นทรัพย์สินที่มีตัวตน ปีหน้าเราจะนำบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค เข้าสู่ตลาดหุ้น เพราะตอนนี้ เดอะวัน เอ็นเตอร์ไพรส์ และจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ก็อยู่ในตลาดหุ้นถ้าเผื่อจีเอ็มเอ็มมิวสิค เข้าตลาดหุ้นด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างก็น่าจะสดใส และก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้วันนี้ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เดินทางมาถึง 40 ปี พวกเราทุกคนเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จและยังคงก้าวต่อไปข้างหน้า ต้องขอบคุณประชาชนทุกคนที่ยังรัก ดูแล และนิยมพวกเรามาตลอด 40 ปี ต้องขอบคุณแฟนทั้งหลายของแกรมมี่นะครับ ขอบคุณมากครับ”

เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์เปิดเผยว่า

“รู้สึกมีความสุขมากๆ ได้เห็นพี่บูลย์  ได้เห็นทุกคนมีความสุขกัน ในวันนี้เป็นวันครบรอบ40 ปีแกรมมี่ เป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิตพี่เช่นกัน ชีวิตพี่คือแกรมมี่ แกรมมี่ก็คือบ้านพี่ สำหรับการทำงานในบ้านแกรมมี่ตลอด 40 ปี พี่เชื่อมั่นในแกรมมี่ ที่ผ่านมาพวกเราอาจพบเจออุปสรรคกันบ้าง แต่เราจับมือกันแน่นมาตลอดไม่มีปล่อยมือกัน และเราก็ผ่านมาได้ด้วยดี พวกเราช่วยอะไรได้ก็จะรวมพลังช่วยกัน รวมถึงน้องๆ ที่มาเป็นศิลปินเลือดใหม่ของเรา อยากให้น้องๆ ทุกคนอยู่ร่วมกันในบ้านหลังนี้อย่างมีความสุข มีสิ่งใดที่พี่เบิร์ดช่วยได้พี่เบิร์ดยินดีช่วยเต็มที่ครับ ตอนนี้รู้สึกคิดถึงพี่เต๋อครับ อยากให้พี่เต๋อรับรู้ว่าตอนนี้พวกเรามีความสุขกันมากๆ ครับ”

นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารศิลปินนักแสดงและดีเจแต่ละกลุ่มธุรกิจได้แก่จีเอ็มเอ็ม  มิวสิค  นำโดยภาวิตจิตรกรและศิลปินอาทิลุลา, ปณต getsunova, ณัฐ Klear, ทิกเกอร์ เทริโอ, PERSES, โมนิก้า,Yes Indeed,ฮิว The White Hair Cut, วง VIIS, วง Bomb at Track, ไมค์ ภิรมย์พร, อิสร์ อิสรพงศ์,ลำยอง หนองหินห่าว, ก้านตอง ทุ่งเงิน, ข้าวทิพย์ ธิดาดิน, แป้งร่ำ ศิวนารี,เบลล์ นิภาดา, มิ้วส์ อรภัสญาน์, New Country, อายจิงจิง ไทดอลมิวสิค, กิมกลอย  ช่องวัน 31นำโดยเดียว วรตั้งตระกูล, สมศรี พฤทธิพันธุ์,พันธุ์ธัมม์ทองสังข์ และนักแสดงช่องวัน31เฟิร์น นพจิรา, บิ๊นท์ สิรีธร, แจม รชตะ, บอส บูลเศรษฐ์,เอินเอิน ฟาติมา,อ๋อลี่ ตติยา, อาย ปรียานัฐ,ปลื้ม ธยศทรณ์, ผิงผิง สรวีย์,ซี ปรัตถกร, อาหลี อัฐริญญา,เจมส์ เจตพล, เชน พชรเชฏฐ์, เต้ ธีธัชจีเอ็มเอ็ม แชนแนลโฮลดิ้ง  ได้แก่จีเอ็มเอ็มทีวีนำโดยสถาพรพานิชรักษาพงศ์และนักแสดงได้แก่จุงอาเชน,ดังณัฎฐ์ฐชัย, จอสเวอาห์, กวิน แคสกี้,ลุค อิชิคาว่า, อชิพีระกานต์เอไทม์นำโดยสมโรจน์วสุพงศ์โสธรและดีเจอ้อย นภาพร,ดีเจเป้ วิศวะพร้อมด้วยจีเอ็มเอ็มสตูดิโอเอกชัยเอื้อครองธรรมจีดีเอชนำโดยวิชชพัชร์ โกจิ๋ว, ปรียาวรรณ ภูวดลรวมถึงผู้บริหารจีเอ็มเอ็ม โอ ช้อปปิ้งอภิรวี พิชญเดชะที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่งทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ทั้งยังอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นเช่นเคยหลังจากเสร็จพิธีสงฆ์และเลี้ยงพระเพลแล้วเหล่าผู้บริหารพร้อมด้วยศิลปิน  นักแสดง  และดีเจร่วมรับประทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาถือเป็นวันสำคัญที่ชาวแกรมมี่ได้กลับมารวมตัวซนซนด้วยกันอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 40 ปี จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้จัดทำโปรเจ็คเพลงพิเศษอัลบั้ม “ซนซน40 ปี GMM Grammy นานที40 ปีหน”ที่นำ 40 บทเพลงของศิลปินรุ่นพี่มาเรียบเรียงถ่ายทอดในสีสันใหม่โดย 40 ศิลปินรุ่นน้อง ในรูปแบบสนุกๆขี้เล่น ซุกซนในสไตล์ของแกรมมี่สามารถติดตามได้ทาง YouTube GMM GRAMMY OFFICIAL และทางแอปพลิเคชัน PLERN รวมถึงช่องทางสตรีมมิ่งชั้นนำทุกช่องทางพร้อมกิจกรรมสุดฟิน ฟูลฟิลหัวใจ อย่าง “ซนซน ON STAGE” และ“ซนซนโอเกะ”ยกขบวนความซนไปสร้างความคึกคัก สนุกสนานร่วมกับทุกคน นอกจากนี้ยังมี“หนังสือ Coming of Age 40 Years of GMM Grammy จุดเปลี่ยนชีวิต80 ศิลปินซนคนแกรมมี่” บอกเล่าเรื่องราวจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของ 80 ศิลปินเพื่อให้ทุกคนได้ทำความรู้จักตัวตนของเหล่าศิลปิน และจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ให้มากขึ้น

สามารถติดตามความซน ความสนุกสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบอันลิมิตจาก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้ที่ Facebook : GMM Grammy, Instagram : GMM Grammy และ YouTube GMM Grammy Official

ชัดเจน! ‘นนกุล’ยอมรับคุยกับ’แอฟ ทักษอร’คนเดียว เรียกแฟนเมื่อไหร่ติดจรวดคำว่าภรรยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/768334

ชัดเจน! 'นนกุล'ยอมรับคุยกับ'แอฟ ทักษอร'คนเดียว เรียกแฟนเมื่อไหร่ติดจรวดคำว่าภรรยา

ชัดเจน! ‘นนกุล’ยอมรับคุยกับ’แอฟ ทักษอร’คนเดียว เรียกแฟนเมื่อไหร่ติดจรวดคำว่าภรรยา

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 09.09 น.

10 พฤศจิกายน 2566 หลังจากที่เป้นที่จับตาสำหรับความสัมพันธ์ของนางเอกดังอย่าง แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ กับนักแสดงหนุ่มรุ่นน้องอย่าง นนกุล ชานน สันตินธรกุล ที่ชาวเน็ตต่างออกมาเชียร์ให้เป็นคู่จริง เพราะช่วงหลังๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นเรียกว่าชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ 

โดยล่าสุดทำเป็นกรี๊ดกันทั้งโลกโซเชียลเมื่อ นักแสดงหนุ่มรุ่นน้องอย่าง นนกุล ได้ออกมาตอบชัดเจนถึงความสัมพันธ์กับดาราสาวรุ่นพี่ แอฟ ทักษอร ยอมรับว่ากำลังคุยกันอยู่ เป็นฝ่ายเดินหน้าจีบ

ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น 

ได้ครับ ก่อนอื่นต้องขอโทษทุกๆ ด้วยนะครับ วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ผมไม่ได้ให้สัมภาษณ์ ตัวผมได้รับแค่ข้อสรุปอย่างเดียวว่าจะไม่สัมเรื่องส่วนตัว ประกอบกับผมที่เห็นด้วย เพราะผมรู้สึกว่างานฌาปนกิจ(พ่อของแอฟ) ยังไม่ถึงหนึ่งเดือนเลย เลยรู้สึกว่าเหมาะสมที่จะยังไม่พูดอะไรก็แล้วแต่ที่จะสร้างกระแสใดๆ ก็ตามที่มันจะทำให้มีเกิดการวิพากย์วิจารณ์ทำให้จิตใจพี่เขาไม่ดี แล้วอีกอย่างก็เพิ่งเลย 1 เดือนมา 2 วันเอง

วันนี้พร้อมจะพูดไหม

แน่นอนครับ (ความสัมพันธ์คืออะไร?) ผมคุยกับพี่แอฟอยู่ครับ จริงๆ หลังจากซีรีส์ถ่ายจบก็มีคุยกันตามประสาพี่น้องเรื่อยๆ แต่เรารู้สึกว่าได้ยิ่งคุยกับพี่เขาเราก็ยิ่งรู้สึกว่าชอบพี่เขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าจะให้บอกเซ้นส์ขยับความสัมพันธ์ จากพี่กับน้องจนพัฒนาขึ้นถ้าให้รู้สึกชัดขึ้นจริงๆ ก็น่าจะเพิ่งก่อนงานคุณพ่อพี่แอฟไม่นานครับ

เราเป็นคนจีบพี่เขา?

ใช่ครับ แรกๆ ก็หวั่นๆ นิดหน่อย (หัวเราะ) แต่เราก็พยายามในแบบของเรา ก็อาจจะมีกลัวแห้วบ้าง แต่สุดท้ายเราให้ความจริงใจเต็มร้อยครับ

ชอบเขาตรงไหน?

เขาเทคแคร์คนอื่นดีมากๆ พี่เขาใจใส่ทุกรายละเอียดทุกคนจริงๆ เราเห็นสิ่งนี้แล้วประทับใจตั้งแต่วันแรกจนถึงทุกวันนี้ก็ยังประทับใจอยู่ครับ

ความสัมพันธ์เกิดจากกองถ่ายไหม?

ผมว่าค่อยๆ แล้วกันครับ เริ่มค่อยๆ ชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่ผมมีอาการป่วยระหว่างถ่ายทำ พี่เขาส่งของมาเยี่ยม เรารู้สึกประทับใจแล้วจากนั้นก็เริ่มค่อยๆ คุย

วิธีการสื่อสารที่ทำให้เขารู้ว่าเราสนใจ?

ไม่ได้บอกตรงๆ เราก็พยายามชวนพี่เขาไปทานข้าว แล้วก็มีชวนไปดูหนัง

ต้องผ่านด่าน “น้องปีใหม่” ก่อนไหม?

มีบ้างครับ น้องปีเป็นคนน่ารักอยู่แล้วครับ เวลาเจอน้องปีเข้าได้กับทุกคนอยู่แล้ว

ก่อนสนิทและมาสนิทกัน เรารู้สึกเขาเปลี่ยนไปเยอะไหม สิ่งที่เราคิดกับสิ่งที่เรารู้จัก?

ณ ตอนนี้ยังไม่เปลี่ยนนะครับ ก็อย่างที่บอกไปว่าความสัมพันธ์เริ่มชัดเจนทั้งสองคน ตอบรับทั้งสองคนเพิ่งจะก่อนงานคุณพ่อไม่นาน

วันนี้มาพูดได้บอกเขาไหม?

มีบอกแน่นอนครับ (เขาว่ายังไงบ้าง?) ก็ตอบตามความเป็นจริง (ตามความรู้สึก?) ใช่ๆ

พี่แอฟ” ออกงานครั้งหน้า ก็คุยเรื่องนี้ได้?

แน่นอนครับ 

แรงเชียร์ แรงสนับสนุนจากแฟนคลับ?

ขอบคุณทุกๆ คนมากเลยครับ ที่คอยเชียร์ คอยสนับสนุนมากมายขนาดนี้ เราก็เป็นเหมือนคนธรรมดาทั้งคู่ที่ดีใจว่า อย่างน้อยความชอบพอของเราสองคนทำให้ทุกคนยิ้มได้

อย่างเรื่องของความรักต่างวัยเรามองยังไงบ้าง?

ผมมองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอะไรครับ สุดท้ายไม่ ว่าจะวัยไหนหรือเพศไหนก็แล้วแต่มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรถ้าเกิดเราเข้าใจกันผมว่ามันก็โอเคครับ

พี่แอฟ เขามีกำแพงเรื่องอายุไหมตอนที่เราคุยกับเขาหรือตัวเราเองกลัวตรงนี้ไหม?

ตัวผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันวันแรกที่เราค่อยๆ คุยค่อยๆ  พยายามชวนคุย แต่พอมาถึงวันนี้ ณ วินาทีนี้ผมก็หวังว่าจะไม่มีกำแพงนั้นเหลือแล้ว

แสดงว่าวันนี้ยังไม่ได้สรุปสถานะว่าจะยังไง?

ครับ คือตอนนี้ผมพูดได้เต็มบอกว่าผมคุยกับพี่เขาอยู่ แล้วก็เป็นคนเดียวเท่านั้นที่คุยด้วยอยู่ตอนนี้ แต่เราทั้งสองยังไม่ได้ใช้คำว่า ‘แฟน’ นะครับ แต่บังเอิญว่าผมกับพี่เขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญเรื่องคำนี้มากๆ แต่ ก็ไม่ต้องห่วงถ้าวันไหนที่เราสองคนเลือกที่จะใช้คำว่าแฟนขึ้นมา ระยะเวลาระหว่างคำว่าแฟนไปจนถึงภรรยาเนี่ยติดจรวดแน่นอน

เราวางแผนไกลขนาดนั้นเลยเหรอ?

แน่นอนครับ เราโตๆ กันทั้งคู่แล้วเนอะ แล้วผมก็เข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะใช้เวลานานขนานั้นเพราะเดี๋ยวพี่เขาไม่รอผม

แล้ววันที่จะขอเขาเป็นแฟนได้วางแผนไว้ไหมว่าเราจะทำอะไรบ้าง?

ผมว่ายังไม่มีอะไรพิเศษนะครับ คิดว่าจะให้เรียบง่ายที่สุดแล้วก็ไม่เอิกเกริกอะไรมากมายครับเพราะสุดท้ายมันก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไปที่ขยับสถานะเป็นแฟนกัน

ที่บอกถ้าคบสถานะแล้วก็จะเร็วเลยอันนี้ฝั่งเขารับรู้ไหม?

เขารับรู้หรือยังนะ (หัวเราะ) ก็ยังครับ

อย่างหลายๆ โมเมนต์คนก็ประทับใจมาก เราคอยอยู่เป็นกำลังใจแล้วก็ช่วยทุกอย่างรู้สึกยังไงบ้าง?

เราแค่ทำในสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราสบายใจที่จะทำเราขอแค่ยืนอยู่ตรงนี้ คือจริงๆ ที่งานคุณพ่อพี่แอฟจริงๆ ผมก็บอกว่าผมไม่ค่อยได้ช่วยอะไรขนาดนั้นนะ จะเป็นญาติๆ เพื่อนๆ พี่เขามากกว่าที่คอยช่วยเหลือมากมาย เราไปคือเราก็แค่ไปเหมือนเป็นกำลังใจให้พี่เขาอย่างน้อยก็ถ้าเกิดหันมาก็มีกำลังใจอยู่ตรงนี้นะครับ

หลายคนก็บอกว่านี่คือพิสูจน์ได้ว่าคือรักแท้?

ครับ 

‘ศิลปินแกรมมี่’ยกทีมส่งมอบความสุขให้น้องๆ พร้อมสานต่อการช่วยเหลือสถาบันการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/768224

‘ศิลปินแกรมมี่’ยกทีมส่งมอบความสุขให้น้องๆ  พร้อมสานต่อการช่วยเหลือสถาบันการศึกษา

‘ศิลปินแกรมมี่’ยกทีมส่งมอบความสุขให้น้องๆ พร้อมสานต่อการช่วยเหลือสถาบันการศึกษา

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แสน นากา, แช่ม แช่มรัมย์ ศิลปินจีเอ็มเอ็มมิวสิค พร้อมด้วยนักแสดงจีเอ็มเอ็มทีวี โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี และ ฟอร์ด-อรัญญ์ อัศวสืบสกุลร่วมพิธีส่งมอบการปรับปรุงอาคารสาธารณูปโภคที่ได้รับการซ่อมแซมจากอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ณ โรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก จ.สิงห์บุรี จัดโดยมูลนิธิพลังน้ำใจไทย รวมพลังสานต่อและขับเคลื่อนการช่วยเหลือสถาบันด้านการศึกษาซึ่งภายในงานมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมายอาทิ กิจกรรม Football Clinic,Workshop ศิลปะสร้างสรรค์คิดดี ทำ(ได้)ดีและ Gimmick Crossword เป็นต้น ปิดท้ายด้วยโชว์สุดพิเศษจากศิลปินที่มามอบความสุขผ่านเสียงเพลงให้กับน้องๆ

แช่ม แช่มรัมย์ เปิดเผยว่า“ขอบคุณมูลนิธิพลังน้ำใจไทยที่ได้มอบโอกาสให้กับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก และให้ความสำคัญกับเยาวชนที่จะเติบโตเป็นพลังสำคัญของประเทศชาติได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับดีใจมากที่วันนี้ได้มาสร้างความสนุกสนานและเป็นส่วนหนึ่งในการรวมพลังน้ำใจในครั้งนี้ขอบคุณน้องๆ และอาจารย์ทุกท่านที่มาสนุกด้วยกันนะครับ”

ฟอร์ด-อรัญญ์ เปิดเผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ได้มาร่วมส่งมอบอาคารห้องน้ำกับมูลนิธิพลังน้ำใจไทยยังได้มาสนุกกับน้องๆ อีกด้วย ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและสานต่อโครงการดีๆ ช่วยให้น้องๆ ได้มีอาคารห้องน้ำที่สะอาดและสวยงาม อยากให้มีโครงการดีๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ ครับ และขอฝากให้น้องๆ ทุกคนตั้งใจเรียนเป็นเยาวชนที่ดีในอนาคตต่อไปครับ”

นักแสดงช่อง 3 เชิญชวนร่วมงาน‘เทียนส่องใจเนื่องในวันเอดส์โลก’ครั้งที่ 31

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/768225

นักแสดงช่อง 3 เชิญชวนร่วมงาน‘เทียนส่องใจเนื่องในวันเอดส์โลก’ครั้งที่ 31

นักแสดงช่อง 3 เชิญชวนร่วมงาน‘เทียนส่องใจเนื่องในวันเอดส์โลก’ครั้งที่ 31

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักแสดงช่อง 3 แชมป์ “ชนาธิป โพธิ์ทองคำ” จันจิ “จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย”และ ไอซ์ “อธิชนัน ศรีเสวก” เชิญชวนร่วมงาน “เทียนส่องใจ เนื่องในวันเอดส์โลก”ครั้งที่ 31ของสภากาชาดไทย นำโดย ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ และภาคีเครือข่าย ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2566 เวลา 10.00-19.00 น. ณ อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยทั้ง 3 นักแสดง ได้ร่วมถ่ายสปอตและโปสเตอร์เชิญชวนร่วมงาน

โดยวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อสร้างการเรียนรู้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคอุบัติใหม่ต่างๆ เช่น โรคฝีดาษวานร พร้อมกิจกรรมภายในงานที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจ และรณรงค์ในการยุติเอดส์และลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในประเทศไทยโดยภายในงานนอกจากจะได้พบกับนิทรรศการและการเสวนาให้ความรู้แล้วยังจะได้พบกับการประกวดวงดนตรีระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าในกิจกรรม “World AIDS Day 2023 Music Band Contest” ชิงโล่รางวัลและทุนการศึกษา มูลค่ารวมกว่า 70,000 บาท และกิจกรรมการประกวด TikToK “World AIDS Day 2023 TikTok Challenge”ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 36,000 บาท แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา อายุไม่เกิน 25 ปี และประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ยังได้สนุกกับกิจกรรมบันเทิงจากเหล่าศิลปินดาราและอินฟลูเอนเซอร์พร้อมรับของที่ระลึกภายในงาน