คิง เพาเวอร์ สร้างพลังเยาวชนไทย ส่งมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากลแห่งแรกบนเกาะลิบง จ.ตรัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767690

คิง เพาเวอร์ สร้างพลังเยาวชนไทย ส่งมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากลแห่งแรกบนเกาะลิบง จ.ตรัง

คิง เพาเวอร์ สร้างพลังเยาวชนไทย ส่งมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากลแห่งแรกบนเกาะลิบง จ.ตรัง

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 11.43 น.

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เตรียมลงพื้นที่เกาะลิบง เพื่อส่งมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมสีน้ำเงินมาตรฐานสากล แห่งที่ 89 และเป็นสนามที่ 3 ที่สร้างบนเกาะ ใน “โครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย” ภายใต้ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ให้แก่เยาวชนเพื่อพัฒนาศักยภาพทางด้านกีฬาฟุตบอล โดยมี ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย พร้อมนักเตะทีมดารา ร่วมฟาดแข้งในแมตช์ฟุตบอลกระชับมิตร  วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30 น. ณ โรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ อ.กันตัง จ.ตรัง

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767557

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดหรือไม่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดหรือไม่

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 07.15 น.

ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) ซึ่งก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ในประเทศไทยพบไข้หวัดใหญ่ได้ตลอดทั้งปีแต่มักพบการระบาดในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว โดยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่พบก่อโรคได้บ่อยเกิดจากไวรัสสายพันธุ์เอและบี

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติมักมีอาการไม่รุนแรงและมีอาการเฉพาะทางเดินหายใจส่วนบน ได้แก่ ไข้สูง เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว และปวดศีรษะ โดยอาการมักมีความรุนแรงกว่าการติดเชื้อไข้หวัดทั่วไป อย่างไรก็ตามผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนล่างหรือการติดเชื้อที่ปอด ได้แก่ เด็กเล็กผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง ซึ่งอาจมีการติดเชื้อที่รุนแรงและเกิดภาวะหายใจล้มเหลวหรือเสียชีวิตได้

ไข้หวัดใหญ่สามารถรักษาได้โดยการกินยาต้านไวรัสที่ชื่อว่า oseltamivirนาน 5 วัน ร่วมกับการรักษาตามอาการ

แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง ในวัคซีน 1 เข็มจะบรรจุเชื้อ 3-4 สายพันธุ์ (เอ 2 สายพันธุ์ และบี 1-2 สายพันธุ์) และในปัจจุบันในประเทศไทยมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2 ขนาด ได้แก่

● วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดมาตรฐาน (standard-dose influenza vaccine) สามารถฉีดได้ทุกราย

● วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง (high-dose influenza vaccine) เป็นตัวเลือกให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป เนื่องจากพบว่าช่วยสร้างภูมิต้านทานได้ดีขึ้น ลดการติดเชื้อและการนอนโรงพยาบาล

ผู้ที่ความเสี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดใหญ่ที่รุนแรงและควรเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ได้แก่

● หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป

● เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ขวบ

● ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค คือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน

● ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

● โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

● โรคอ้วน (น้ำหนัก > 100 กิโลกรัม หรือ BMI > 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร)

● ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้

นอกจากนั้นบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่อาศัยอยู่กับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงยังควรพิจารณาฉีดวัคซีนด้วยเช่นกัน

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์จักรพงษ์ บรูมินเหนทร์

อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวโครงการทุนสถาบันราชสุดา ภารกิจครั้งใหม่เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการผ่านการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767554

มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวโครงการทุนสถาบันราชสุดา ภารกิจครั้งใหม่เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการผ่านการศึกษา

มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวโครงการทุนสถาบันราชสุดา ภารกิจครั้งใหม่เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการผ่านการศึกษา

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดตัวโครงการทุนสถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มุ่งมั่นสนับสนุนการศึกษาแก่คนพิการเพื่อผลิตบัณฑิตกลุ่มวิชาชีพครู หวังยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการในสังคมไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดี สร้างอาชีพ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมร่วมกับ บริษัท ซีเนริโอจำกัด ชวนผู้ใจบุญ ชมละครเวทีรอบการกุศล “แฟนฉัน เดอะมิวสิคัล” ในวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 จัดแสดง ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ รายได้ร่วมสมทบทุนเข้าโครงการทุนสถาบันราชสุดา

สถาบันราชสุดา หรือเดิมทีมีชื่อว่า วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ถือเป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำแห่งแรกในประเทศไทย เป็นสถาบันที่ให้การสนับสนุนทางด้านการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และศูนย์กลางเครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในประชาคมอาเซียน โดยเปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 นับเป็นเวลากว่า 32 ปีแล้วที่สถาบันแห่งนี้ให้การศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการไทยกว่าหลายพันคนและในปี พ.ศ. 2566 นี้ วิทยาลัยราชสุดาและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ทำการควบรวมกัน เพื่อร่วมกันทำภารกิจส่งเสริมการศึกษาและสร้างพื้นที่สำหรับคนพิการให้เกิดสังคมแห่งการให้ที่ไม่ทอดทิ้งกัน

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “เหตุผลสำคัญของการควบรวมวิทยาลัยราชสุดาและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นโครงการสถาบันราชสุดาแห่งนี้ เพื่อร่วมกันทำภารกิจสำหรับคนพิการให้เกิดสังคมแห่งการให้ที่ไม่ทอดทิ้งกัน สนับสนุนให้เป็นสถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาบุคลากรกลุ่มวิชาชีพครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการสอนคนพิการที่มีคุณภาพให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในสังคมไทย และหวังกระจายครูสอนคนพิการไปยังสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อถ่ายทอดความรู้ ส่งเสริมศักยภาพให้คนพิการมีอาชีพที่มั่นคง พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สืบเนื่องจากการควบรวมกันนี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงได้มีโอกาสเป็นสะพานบุญแห่งการให้เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายจำเป็นต่างๆ ของสถาบันราชสุดา เพื่อให้สถาบันนำไปสานต่อภารกิจต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป”

ด้าน อ.นพ.สมเกียรติ ลีละศิธรผู้อำนวยการ สถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยว่า“กลุ่มนักศึกษาหลักของสถาบันราชสุดาคือกลุ่มคนพิการทางการได้ยิน รวมถึงคนทั่วไปที่สนใจเข้ามาเรียนร่วมในหลักสูตรศิลปศาสตร์และศึกษาศาสตร์ ที่เมื่อจบไปแล้วสามารถเป็นครูสอนคนพิการ หรือประกอบอาชีพอื่นๆ ได้ตามศักยภาพ นับตั้งแต่เปิดสถาบันราชสุดาแห่งนี้ได้ผลิตบัณฑิตไปแล้วกว่า 692 ราย ปัจจุบันมีจำนวนนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 และ 3 ทั้งสิ้น 153 ราย แบ่งเป็นนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จำนวน84 ราย นักศึกษาที่มีการได้ยิน 69 ราย และคาดว่าจะมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในปี 2567 จำนวน 54 ราย ในส่วนของระดับบัณฑิตศึกษา แบ่งเป็นระดับปริญญาโท 49 คน คาดว่าจะเสร็จการศึกษาปี 2566 จำนวน 7 ราย และระดับปริญญาเอก 24 ราย จะสำเร็จการศึกษาปี 2566 จำนวน 8 ราย โดยระดับนี้มีนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการเห็น นักศึกษาที่มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว รวมถึงนักศึกษาทั่วไป

ปัจจุบันมีคนพิการจำนวนมากที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งสาเหตุเหล่านั้นมีทั้งความไม่พร้อมของสถานศึกษาในการรองรับคนพิการ, สภาพแวดล้อมในครอบครัว, ปัจจัยด้านการเดินทาง รวมถึงสถานะทางการเงิน ปัญหาเหล่านี้จึงยิ่งก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำสูงขึ้นในสังคมไทย การมีอยู่ของสถาบันราชสุดาจึงถือเป็นเรื่องสำคัญในฐานะสถาบันการศึกษาที่จะช่วยสร้างโอกาสให้คนพิการได้เข้าถึงการศึกษา ผ่านการผลิตบัณฑิต และบัณฑิตเหล่านั้นไปส่งต่อความรู้ให้แก่คนพิการทางการได้ยินต่อไป”

นางสาวพรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวเสริมว่า “การระดมทุนในครั้งนี้ นับเป็นการให้ที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมอย่างแน่นอน เพราะการศึกษานั้นเป็นรากฐานสำคัญของทุกคน ไม่แบ่งแยกด้วยสภาพร่างกาย เพศ อายุ ดังนั้น มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงมีความภูมิใจและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดพันธกิจของสถาบันราชสุดาไปยังสังคมวงกว้าง และเป็นสะพานแห่งการให้ที่รับน้ำใจของผู้ที่อยากช่วยให้คนพิการได้มีโอกาสทางการศึกษา อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการต่อไปในอนาคต และสร้างสรรค์สังคมที่พวกเราทุกคนสามารถได้ใช้ศักยภาพและความสามารถของตนเองได้อย่างเต็มที่”

ทั้งนี้ ในการเปิดตัว โครงการทุนสถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ทาง มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้ร่วมมือกับบริษัท ซีเนริโอจำกัด ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของการ “ให้” โอกาสทางการศึกษาแก่คนพิการในสังคมไทยจัดรอบการแสดงละครเวทีการกุศล “แฟนฉัน เดอะมิวสิคัล” ขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2566 เวลา 19.30 น. โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรของรอบนี้จะถูกสมทบทุนให้แก่โครงการทุนสถาบันราชสุดา เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการต่อไปอีกทั้งยังได้เชิญชวนตัวแทนนักศึกษาของสถาบันราชสุดามาร่วมชมการแสดงในรอบนี้อีกด้วย”

โครงการทุนสถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีนับเป็นภารกิจครั้งใหม่ของมูลนิธิรามาธิบดีฯเพื่อช่วยสร้างพื้นที่แห่งโอกาสทางการศึกษาให้คนพิการ รวมถึงพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านคนพิการ และการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพและพัฒนาศักยภาพของคนพิการนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการในประเทศไทย เพราะการมอบการศึกษาคือหนทางที่จะช่วยสร้างสังคมที่ทุกคนมีคุณค่า ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมกันในสังคมและเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนให้กับโครงการทุนสถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ที่ มูลนิธิรามาธิบดีฯ www.ramafoundation.or.th

นวัตกรรมดูแลสุขภาพต้องลึกถึงระดับเซลล์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767559

นวัตกรรมดูแลสุขภาพต้องลึกถึงระดับเซลล์

นวัตกรรมดูแลสุขภาพต้องลึกถึงระดับเซลล์

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สุขภาพที่ดี ช่วยส่งเสริมให้คุณมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีความสุขไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการเจ็บป่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องดูแลร่างกายตัวเองให้แข็งแรง ห่างไกลโรค ซึ่งเราสามารถดูแลตัวเองได้โดยการออกกำลังกาย เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการบริโภคอาหารที่มีเกลือ น้ำตาล ไขมันสูง อาหารแปรรูป เป็นต้น พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด และหมั่นตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำทุกปี เพื่อตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคต่างๆ

แพทย์หญิงกฤดากร เกษรคำแพทย์ American Board of Anti-AgingMedicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ลุมพินี) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าวิธีการข้างต้นเป็นวิธีการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานทั่วๆ ไป แต่ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะในศาสตร์ชะลอวัยและการป้องกันก่อนการเกิดโรค ช่วยให้เราดูแลสุขภาพได้อย่างแม่นยำโดยการดูแลสุขภาพที่ลึกถึงระดับเซลล์ เนื่องจากเซลล์เป็นองค์ประกอบของอวัยวะต่างๆ เมื่อเซลล์เราทำงานได้ดี ก็จะส่งผลให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น นอกจากนี้ภาวะหรือโรคบางอย่างอาจตรวจไม่เจอด้วยการตรวจสุขภาพธรรมดา โดยเราสามารถตรวจการทำงานของเซลล์ได้ในหลายแง่มุมด้วยกัน

ตัวอย่างการตรวจสุขภาพระดับเซลล์ที่น่าสนใจ ได้แก่ การตรวจความยาวของเทโลเมียร์ (Telomere length) ที่อยู่ปลายสาย DNA โดยปกติเทโลเมียร์จะมีหน้าที่ช่วยไม่ให้สาย DNA ถูกทำลาย ซึ่งถ้าเทโลเมียร์เราสั้นลง จะบ่งบอกถึงความเสื่อมของเซลล์ และโอกาสเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ เบาหวาน เป็นต้น

การตรวจวัดระดับโปรตีนเซอทูอิน (Sirtuins) ที่มีส่วนช่วยควบคุมกระบวนการชราของเซลล์และปกป้อง DNA ซึ่งโดยปกติเมื่ออายุมากขึ้น ระดับ NAD+ จะลดลง ส่งผลให้ปิดการทำงานของยีน Sirtuins ทำให้เซลล์เสื่อมและเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ และดังนั้น การตรวจระดับ Sirtuins จึงใช้เชื่อมโยงถึงระดับ NAD+ และความชราของเซลล์ในร่างกายเราได้ค่ะ

เมื่อเราตรวจการทำงานระดับเซลล์แล้ว แพทย์จะนำผลที่ได้มาวางแผนการรักษาเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องหรือปัญหา ได้แก่ การให้สารอาหารช่วยเพิ่มความยาวของเซลล์ เช่น เอนไซม์เทโลเมอเรส (Telomerase) ที่ช่วยให้สายเทโลเมียร์ยาวขึ้น ทำให้เซลล์ไม่แก่สามารถทำงานได้ตามปกติ

การให้สาร NAD+ หรือNicotinamide adenine dinucleotideทางหลอดเลือดดำ (IV NAD+) เพื่อช่วยเพิ่มระดับ NAD+ ในร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในกระบวนการชะลอความชรา ช่วยซ่อมแซมเซลล์ ช่วยเพิ่มกระบวนการสร้างพลังงานระดับเซลล์ ทำให้เซลล์แข็งแรง สุขภาพดี รู้สึกสดชื่น ลดการอ่อนเพลีย นอกจากนี้ยังสามารถให้ NMN (Nicotinamide mononucleotide) ในรูปแบบรับประทาน ร่วมกับ Resveratrol เพื่อเสริมประสิทธิภาพควบคู่กัน หรือในกรณีที่ไม่สะดวกในการให้สารอาหารทางหลอดเลือด

ทั้งนี้ ถ้าคุณเป็นคนที่รักสุขภาพ ตรวจสุขภาพประจำปีแล้วอย่าลืมตรวจสุขภาพเซลล์ของคุณด้วย

Pierre Cardin เปิดตัว Brand Ambassador พร้อม Basic Collection 2023 ‘Less is more’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767573

Pierre Cardin เปิดตัว Brand Ambassador  พร้อม Basic Collection 2023 ‘Less is more’

Pierre Cardin เปิดตัว Brand Ambassador พร้อม Basic Collection 2023 ‘Less is more’

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปิแอร์ การ์แดง (Pierre Cardin) จัดงานเปิดตัว แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด เจมส์-เจตพล กนิษฐชาต หรือ เจมส์ เดอะสตาร์ 2022 แชมป์รายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว พร้อมกับ Basic Collection 2023คอลเลคชั่นเสื้อผ้าดีไซน์ทันสมัยโดยมีธีมสีที่อบอุ่นและการเลือกใช้ผ้าที่หลากหลาย

Pierre Cardin เป็นแบรนด์ที่เน้นย้ำคุณภาพและดีไซน์ที่เรียบง่าย เสื้อผ้าที่ช่วยปรับลุคคนทำงานรุ่นใหม่ให้ดูดีและมีลุคที่ทันสมัย โดยครั้งนี้ได้คว้าคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและมากความสามารถอย่าง เจมส์ เดอะสตาร์ มาขึ้นแท่น Brand Ambassador ตอบโจทย์ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ภายใต้คีย์คอนเซ็ปต์ “Less is more”

เรื่องราวความสำเร็จและความตั้งใจของ เจมส์ เดอะสตาร์ นั้นเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังค้นหาความฝันคนที่มีความตั้งใจและไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองจนได้เป็นที่หนึ่ง การที่เขาสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองและคนอื่นอยู่เสมอและไม่เคยหยุดที่จะค้นหาความฝัน ไม่หยุดโฟกัสในสิ่งที่รัก ทำให้เห็น “คุณภาพ” ที่มีอยู่ในตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับแบรนด์ Pierre Cardin ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและโฟกัสในสิ่งที่ดีและมีคุณค่า โดยในที่นี้หมายถึงคุณภาพของผ้าที่ทางแบรนด์ใช้ การออกแบบดีไซน์ และการพัฒนาที่มีอยู่เสมอ ทำให้เกิดเสื้อผ้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

Basic Collection 2023 คอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่เหมาะกับทุกวันและทุกโอกาส การผสมผสานเนื้อผ้าคุณภาพหลายแบบและเข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้เกิดดีไซน์และแนวการแต่งตัวที่ดูทันสมัยมากขึ้น โดยเน้นย้ำเรื่องคุณภาพและดีไซน์ที่ใส่สบาย ธีมสีอบอุ่นเช่น สีเทา สีดำ สีน้ำตาล สีน้ำเงินและสีเบจ ของเสื้อเชิ้ต แจ๊กเกต และเบลเซอร์ ซึ่งทุกคอลเลคชั่นของ ปิแอร์ การ์แดงผลิตจากเนื้อผ้าเส้นใยฝ้ายแท้ มีการผสมใยสังเคราะห์พิเศษเพื่อความทันสมัย ความยืดหยุ่นใส่สบาย ง่ายต่อการดูแลรักษา การออกแบบตัดเย็บที่ประณีตแพทเทิร์นที่ได้มาตรฐานสากล ใส่ได้ทั้งทุกโอกาสไม่ว่าจะเป็นทางการหรือลำลอง

แขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานมีทั้งเหล่าเซเลบริตี้และอินฟลูอินเซอร์ ปัทมวดี เสนาณรงค์, ปัทม สุจริตกุล,ยงค์ยุทธ เติมต่อ, วิลันดา เทียนทอง, ชนภา ธีรชุติมานันท์, สุนทรี มหิทธิวาณิชชา, ผกาแก้ว วรรณศิริกุล, เพียงพร สุวรรณประทีป, วรอมาตย์ อมาตยกุล, นุชนารถ รวีแสงสูรย์,วชิรา จิตศักดานนท์, เอกวิทย์ โชติยานนท์, ชาญวุฒิ ขวัญมงคลเจริญ, คุณาคม พลพานิช, นันทวิมล พลพานิช, รพีวิชญ์ เสงี่ยมวงศ์ และ กัณต์ธีภพ ศิโรรัตนพาณิชย์

พบกับแบรนด์ปิแอร์ การ์แดง ได้ทั้งในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ Central, Robinson, Siam Paragon, Emporium และ The mall หรือช่องทางออนไลน์ Facebook : Pierre Cardin Thailand, Instagram : pierrecardinthailand Line @ : @pierrecardin.th

ร้านปิแอร์ การ์แดง ในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 พระราม 3

ร้านปิแอร์ การ์แดง ในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 พระราม 3

แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุดของปิแอร์ การ์แดง เจมส์-เจตพล
กนิษฐชาต กับ ปกรณ์ เสาว์ทองหยุ่น และ พัชรวรรณ บุญนำทรัพย์

แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุดของปิแอร์ การ์แดง เจมส์-เจตพล กนิษฐชาต กับ ปกรณ์ เสาว์ทองหยุ่น และ พัชรวรรณ บุญนำทรัพย์

นันทวิมล พลพานิช, ปัทมวดี เสนาณรงค์, ปุณณภา เตชะโรจน์กุล,
คุณาคม พลพานิช

นันทวิมล พลพานิช, ปัทมวดี เสนาณรงค์, ปุณณภา เตชะโรจน์กุล, คุณาคม พลพานิช

ณัฐวิภา ลีสวัสดิ์ตระกูล, พัชรวรรณ บุญนำทรัพย์, ผกาแก้ว วรรณศิริกุล,
อนุวัฒน์ วรรณศิริกุล

ณัฐวิภา ลีสวัสดิ์ตระกูล, พัชรวรรณ บุญนำทรัพย์, ผกาแก้ว วรรณศิริกุล, อนุวัฒน์ วรรณศิริกุล

รวิวัลย์ ทานาก้า, ตุ๊ก-เพียงพร สุวรรณประทีป, ผกาแก้ว วรรณศิริกุล,
พัชรวรรณ บุญนำทรัพย์

รวิวัลย์ ทานาก้า, ตุ๊ก-เพียงพร สุวรรณประทีป, ผกาแก้ว วรรณศิริกุล, พัชรวรรณ บุญนำทรัพย์

วรอมาตย์ อมาตยกุล

วรอมาตย์ อมาตยกุล

นุชนารถ รวีแสงสูรย์

นุชนารถ รวีแสงสูรย์

สุนทรี มหิทธิวาณิชชา, วลันดา เทียนทอง

สุนทรี มหิทธิวาณิชชา, วลันดา เทียนทอง

รวิวัลย์ ทานาก้า, วลันดา เทียนทอง, สุนทรี
มหิทธิวาณิชชา, วิภาภัทร์ ชุณหะวัต

รวิวัลย์ ทานาก้า, วลันดา เทียนทอง, สุนทรี มหิทธิวาณิชชา, วิภาภัทร์ ชุณหะวัต

เจมส์-เจตพล กนิษฐชาต, คุณาคม
พลพานิช

เจมส์-เจตพล กนิษฐชาต, คุณาคม พลพานิช

คุณาคม และ นันทวิมล พลพานิช ชวนกันชม Basic Collection 2023

คุณาคม และ นันทวิมล พลพานิช ชวนกันชม Basic Collection 2023

บรรยากาศภายในร้านปิแอร์ การ์แดง กับหลากหลายสไตล์เสื้อผ้าที่เหมาะกับทุกวันและทุกโอกาส พร้อมกับ Basic Collection 2023 คอลเลคชั่นเสื้อผ้าดีไซน์ทันสมัย

บรรยากาศภายในร้านปิแอร์ การ์แดง กับหลากหลายสไตล์เสื้อผ้าที่เหมาะกับทุกวันและทุกโอกาส พร้อมกับ Basic Collection 2023 คอลเลคชั่นเสื้อผ้าดีไซน์ทันสมัย

รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ คิดค้นเทคนิคการดูดไขมันใหม่ล่าสุด TripleTite

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767558

รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ คิดค้นเทคนิคการดูดไขมันใหม่ล่าสุด TripleTite

รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ คิดค้นเทคนิคการดูดไขมันใหม่ล่าสุด TripleTite

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของความสวยความงามนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ให้ความสำคัญในอันดับต้นๆ และกระแสสุขภาพและความงาม รวมไปถึงการปั้นหุ่นของตัวเองให้มีรูปร่างที่สวย-หล่อดูดี ก็กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงมากในปัจจุบัน เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ต่างก็มีความต้องการที่จะให้ตนเองมีรูปร่างที่ดูดี มีทรวดทรงสวยงามชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจในบุคลิกภาพ และสามารถเลือกสวมใส่เสื้อผ้าเพื่ออวดหุ่นสวยได้อย่างไม่อายใคร

การดูดไขมัน คือหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่การมีรูปร่างที่ดี ให้กลับมาฟิตแอนด์เฟิร์ม สมส่วน ได้อย่างชัดเจนและรวดเร็วที่สุด รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ (Rattinan Medical Center) ศูนย์การแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมันมานานกว่า 24 ปี พัฒนาเทคนิคใหม่การดูดไขมันใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า “TripleTite” เน้นไปที่ผลลัพธ์หลังการดูดไขมัน ซึ่งไม่เพียงแค่ดูดเอาไขมันออกจากร่างกายในปริมาณที่มากพอและเหมาะสมในแต่ละรายเท่านั้น แต่ยังช่วยในการลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่อาจเกิดขึ้นและเป็นปัญหากวนใจหลังกำจัดไขมันส่วนเกินอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องปัญหาเซลลูไลท์และผิวเปลือกส้มในบางรายได้

ด้วยประสบการณ์ด้านการดูดไขมันที่สั่งสมมาอย่างยาวนานรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ (Rattinan Medical Center) จึงเข้าใจถึงปัญหาของลูกค้าอย่างละเอียดว่าการดูดไขมันนั้นช่วยเพียงขจัดไขมันใต้ชั้นผิว (Subcutaneous Fat) เพื่อให้รูปร่างดูมีสัดส่วนมากขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยขจัดผิวหย่อนคล้อยเนื่องจากมีการลดสัดส่วนอย่างรวดเร็ว รวมถึงขจัดปัญหาเซลลูไลท์หรือผิวเปลือกส้มออกไป การลดปัญหาผิวหย่อนคล้อย เซลลูไลท์และผิวเปลือกส้มจำเป็นต้องใช้เทคนิคที่เฉพาะในการแก้ปัญหานี้ ซึ่งปัจจุบันอาจต้องผสานการใช้เทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อมายกกระชับผิวหรือนวดผิวเพื่อกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในร่างกาย

นายแพทย์สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ CEO & Founder ศูนย์การแพทย์รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ กล่าวว่าเทคนิค TripleTite เป็นเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อดูแลรูปร่างแบบครบวงจร ที่รวมทั้งการดูดไขมัน การยกกระชับผิวและการกำจัดเซลลูไลท์ไว้ในครั้งเดียวทำให้ลูกค้ามั่นใจในทุกสัดส่วนของร่างกาย ว่าคุณจะมีรูปร่างที่เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดในแบบฉบับของคุณเอง

TripleTite คือ เทคนิคการดูดไขมันพร้อมกระชับผิวได้ถึง 3 เท่าในครั้งเดียว โดยมีขั้นตอนในการรักษาหลักๆ อยู่ 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1) BodiTite-สลายไขมันพร้อมกระชับผิวในครั้งเดียว ขั้นตอนที่ 2) PowerTite-ดูดไขมันออกได้เยอะและส่วนเข้าถึงยากได้ดี และ ขั้นตอนที่ 3) DermaTite-แก้รอยย่นยับ ลดเซลลูไลท์ผิวตึงกระชับ ซึ่งเป็นการผสานพลังงานการดูดไขมันให้ออกมาได้ในปริมาณมากและรวดเร็ว สามารถดูดไขมันออกมาได้แม้ในจุดที่เหนียวหรือเข้าถึงยาก พร้อมยกกระชับผิวลดการหย่อนคล้อยและผิวเปลือกส้มได้โดยไม่ต้องซื้อคอร์สยกกระชับผิวในภายหลังด้วยเทคโนโลยีอื่นๆ TripleTiteจึงเป็นทางเลือกที่ครบวงจรสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปร่างและรักษาความเรียบเนียนตึงกระชับของผิว

“แพทย์จะเน้นย้ำเสมอว่า “ศัลยกรรมดูดไขมัน เน้นเรื่องความสวยงามเป็นสำคัญ” เป็นการลดไขมันสะสมตามจุดต่างๆ ที่ไม่สามารถลดได้ด้วยการออกกำลังกาย เพื่อปรับลดไขมันสะสมบางส่วนในร่างกายให้ดูเข้ารูปมากขึ้นสร้างความมั่นใจในการเผยสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เทคนิค TripleTite คือการนำเสนอการดูแลความงามที่มอบผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งในด้านการลดไขมันเพื่อปรับสัดส่วนและยังช่วยดูแลผิวหลังดูดไขมันให้ตึงกระชับขึ้น โดยทีมแพทย์ของเรามุ่งมั่นที่จะทำให้ลูกค้าทุกท่านรู้สึกถึงความมั่นใจในความเป็นตัวเองอย่างแท้จริงในทุกมิติของความงาม” นพ.สุทธิพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.rattinan.com หรือ https://www.facebook.com/rattinanmedicalcenter

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767565

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● สังคมหลายวงการ อาทิ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รร. กรุงเทพคริสเตียน (BCC), วงการกีฬา, สมาคมภัตตาคารไทย และคีย์คลับ ต่างอำลาอาลัยต่อการจากไปของ มนูญ พุฒทอง (นิติ มธ.07) มือ “ประสานสิบทิศ”คาบเกี่ยวหลายวงการโดยได้รับการยกย่องในความมีน้ำใจท่วมท้นพร้อมอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมมาตลอดชีวิต…เขายังมี LEGACY ฝากไว้ในความทรงจำของเพื่อนหลายประการ อาทิในอุตสาหกรรมภัตตาคารไทย เขามีบทบาทพัฒนาบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ทั้งฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์, กลุ่มเขาเป็นไพโอเนียร์ปลุกย่านสุขุมวิท 31 จนถึงเอกมัยจากพื้นที่เงียบสงบเป็นย่านเอ็นเตอร์เทนเม้นท์อันดับหนึ่งของกรุงเทพฯ นั่นยังไม่นับรวมถึงการท่องยุโรปดูงานหลายครั้งเพื่อมาริเริ่มบริการทางน้ำด้วยเรือ “RESTAURANTPLEASURE CRUISE” ให้ความสุขประทับใจผู้คนจำนวนมาก…

●● สัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นวาระสำคัญของผู้มีความเลื่อมใสสมาชิก “สายมู” เมื่อพระราหูย้าย ก็เป็นธรรมดาที่เหล่าสมาชิกบ้านวิภาวดี ซ.60 ของ รมต.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ต้องมารวมตัวกันด้วยความศรัทธานับหลายร้อยคนเพื่อบวงสรวงบูชาองค์ราหูตั้งแต่หัวค่ำ 20.00 น. ไปจนดึก ด้วยเครื่องเซ่นไหว้ครบตามกระบวนการทั้งของดำและดอกไม้ธูปเทียนบูชา เสร็จพิธีการแล้วด้วยความมีน้ำใจของเจ้าภาพอุตส่าห์จัดอาหารบุฟเฟ่ต์ให้เหล่าสมาชิกได้รับประทานกันถ้วนทั่วหน้า…ส่วน รมต.เองแม้จะมีภารกิจมากมายก็ต้องเอางานราชการก่อน ส่วนที่หน้างานก็มอบหมายให้พรรคพวกช่วยรับแขกไปก่อนกว่าท่านจะเคลียร์งานเสร็จถึงบ้านก็ค่ำมืด ก็ยังมีศรัทธามากราบสักการะอีกรอบหนึ่ง…

●● งาน OMAC (Old Man Assumption College ชาวอัสสัมชัญ) รวมพี่น้องหลากรุ่นของชาวอัสสัมชัญ มีรุ่นพี่ 2 ท่าน ได้แก่ ดร.ชุมพล พรประภา และบุญเกียรติ โชควัฒนา ผู้ประสบความสำเร็จในวงการธุรกิจมาเป็นGuest Speakers แชร์ความรู้แก่รุ่นพี่-รุ่นน้องเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา…

●● ข่าวอัสสัมชัญนัดพบกัน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น 90 รุ่นเดียวกับ พล.ร.ต.กฤษฎิ์กมล กีรติบุตร นัดสังสรรค์กันที่ รร.แกรนด์ไชน่าเยาวราช 11 พ.ย.นี้…ส่วนรุ่นอัสสัมชัญ รุ่น 80 รุ่นเดียวกับ ขวัญชัยปภัสร์พงษ์ นัดพบกันวันเสาร์ถัดไป…

●● คราวก่อนเขียนชื่อ ลูกกตัญญูผิด ขออภัยในความสับสนที่ถูกต้องชื่อจริงของ ดร.แจ๊ค คือ รศ.ดร.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ ลูกสาว เจ้าป้า กาญจนา ประชาพิพัฒน์ที่จัดการเรื่อง เลี้ยงพระเณรทั้งวัดให้มารดา เนื่องในโอกาสวันเกิด…มิตรสหายทราบแล้วเปลี่ยนด้วย…

●● ข่าวไม่สู้ดี…จากการที่ นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล อาจารย์หมอหนุ่มวัย 30 ปี ซึ่งป่วยมะเร็งปอดระยะที่ 4 ได้ออกมาแชร์เรื่องราว และอาการป่วยของตัวเอง ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก และหนังสือ “สู้ดิวะ” ซึ่งต่อมาก็ได้มีการอัปเดตว่าคุณหมออาการไม่ค่อยดี มะเร็งมีการลุกลามไปทั่วร่างกาย ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเก่าจนไม่ได้มาร่วมแจกลายเซ็นที่งานหนังสือดังที่ตั้งใจไว้…ล่าสุดเมื่อต้นเดือน พ.ย.นี้ คุณหมอไท ได้โพสต์ข้อความใน FB ส่วนตัว โดยระบุว่า “ผมคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้วครับ ใครมีอะไรอยากพูดอยากบอกผมเชิญได้เลยครับ ผมน่าจะไปช่วงกลางเดือนหน้า จากนั้นไว้เจอกันใหม่นะครับ ณ ตอนนี้ผมพิมพ์ได้เท่านี้ก็เอาละครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่านมาครับ ขอโทษถ้าผมทำให้ใครไม่พอใจ” ทั้งยังฝากครอบครัวและ น้องพีม ภรรยาสุดที่รักไว้ด้วย…ซึ่งหลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างก็มีคนเข้าไปคอมเมนต์ให้กำลังใจคุณหมอเป็นจำนวนมาก…ในฐานะที่“บารอนเนส” เป็นแฟนเพจของคุณหมอใน “สู้ดิวะ”ด้วยคนหนึ่ง ขอส่งกำลังใจให้คุณหมอไท ให้แข็งแรงขึ้นต่อสู้มะเร็งร้ายได้สำเร็จ เพื่อให้คุณหมอไท คนดีๆคิดดี ทำดี ได้มีโอกาสใช้ชีวิตกับคนที่รักอย่างมีความสุขได้นานๆ เถอะ สาธุ !!…●●

บารอนเนส

FPM MILANO แบรนด์กระเป๋าเดินทาง จากอิตาลี เปิด Pop-Up Store ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767549

FPM MILANO แบรนด์กระเป๋าเดินทาง จากอิตาลี  เปิด Pop-Up Store ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี

FPM MILANO แบรนด์กระเป๋าเดินทาง จากอิตาลี เปิด Pop-Up Store ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดนัย สรไกรกิติกูล ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย FPM MILANO ต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน

ในที่สุด FPM MILANO (เอฟพีเอ็ม มิลาโน่) หนึ่งในสุดยอดแบรนด์กระเป๋าเดินทางลักซ์ชัวรีอันเก่าแก่กว่า 77 ปี จากอิตาลี เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมปักหมุดเปิด Pop-Up Store ตั้งอยู่ภายใน Leica Boutique ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มัลติแบรนด์บูติค รวมลักซ์ชัวรี ทราเวล ไอเทม ที่ตอบโจทย์ทุกมิติของนักเดินทางที่ชื่นชอบออกท่องเที่ยวอย่างมีสไตล์ และเนื่องในโอกาสฉลองเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ได้จัดบริการเพนต์กระเป๋าให้กับลูกค้าที่ซื้อ FPM MILANO คอลเลคชั่น Bank และ Bank S ทุกรุ่นดีไซน์สวยไม่ซ้ำใคร โดยอาร์ติสท์สายกราฟฟิตี้ชื่อดัง เต้อ–อัครพล เมธธนาตรัย

ดนัย สรไกรกิติกูล ผู้บริหาร ALIST (เอลิส) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย FPM MILANO ในประเทศไทยเผยว่า “FPM MILANO แบรนด์กระเป๋าเดินทางลักซ์ชัวรีจากอิตาลีที่ขึ้นชื่อด้านงานคราฟต์มีความประณีตตามแบบฉบับช่างมิลาน รวมถึงความทนทานของวัสดุ โดยเฉพาะตัวล็อกแบบ Butterfly lock ซึ่งเป็นนวัตกรรมเฉพาะของ FPM MILANO ที่มีความปลอดภัยและแข็งแรง มีการทดสอบความแข็งแรงถึง 6 ครั้ง ด้านการออกแบบเน้นตอบโจทย์การเดินทางใช้งานได้จริง FPM MILANO Pop-Up Store ตั้งอยู่ภายใน Leica Boutique แบรนด์กล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพคลาสสิกระดับโลก สัญชาติเยอรมนี เรียกว่าเป็นมัลติแบรนด์บูติครวมลักซ์ชัวรีทราเวล ไอเทม เพื่อให้นักเดินทางได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุด และสะท้อนความเป็นตัวเองมากที่สุด ผ่านกระเป๋าเดินทางใบโปรด รวมถึงการเก็บบันทึกเส้นทางความประทับใจในแต่ละทริป ความสนุกที่ได้ลั่นชัตเตอร์ ผ่านเลนส์กล้องไลก้าที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในโลก”

สำหรับ FPM MILANO คอลเลคชั่นคลาสสิก BANK กระเป๋าเดินทางอะลูมิเนียมดีไซน์เหนือกาลเวลา ออกแบบโดย Marc Sadler (มาร์คแซดเลอร์) ได้แรงบันดาลใจจากกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่นำกลับมาใช้ใหม่ ในรูปแบบที่ทันสมัย นำเสนอ 2 รุ่นไฮไลต์ Bank Spinner 53 สี Moonlight Silver (ราคา 56,900 บาท) ขนาดสูง 20.8 นิ้ว น้ำหนัก 5 กิโลกรัม เหมาะสำหรับการเดินทาง 2 -3 วัน และ รุ่น Bank Trunk on Wheels สี Moonlight Silver (ราคา 75,200 บาท)ขนาด 29.7 นิ้ว น้ำหนัก 7.6 กิโลกรัม เหมาะสำหรับการเดินทาง 13-14 วัน โดยทั้ง 2 รุ่น เป็นกระเป๋าเดินทางทำจากอะลูมิเนียม 100% ผลิตในประเทศอิตาลี มาพร้อมล้อคู่ 4 ล้อ ที่ให้ความลื่นไหลและเงียบ ที่จับด้านบนทำจากหนังนุ่ม ตัวล็อกแบบ Butterfly lock 2 อัน ด้านในบุด้วยซับในที่อ่อนนุ่ม และสามารถถอดทำความสะอาดได้ ภายในเป็นช่องใส่ของ 2 ช่อง พร้อมช่องตาข่าย ช่องใส่เสื้อเชิ้ต และสายสะพาย 2 ช่อง ทำจากหนังอิตาลีคุณภาพพรีเมียม

สนใจพบกับ FPM MILANO ได้แล้ววันนี้ที่ FPM MILANO Pop-Up Store ตั้งอยู่ภายใน Leica Boutique ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-1605798 Line Official : @fpmth และอัปเดตเทรนด์จาก FPM ได้ที่ Instagram @fpm_milano

ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง และ ณฐพร เตมีรักษ์

ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง และ ณฐพร เตมีรักษ์

อัครพล เมธธนาตรัย อาร์ติสท์สาย กราฟฟิตี้

อัครพล เมธธนาตรัย อาร์ติสท์สาย กราฟฟิตี้

กรมฯ นำร่อง‘ผูกพันธุ์’แพลตฟอร์มดิจิทัล รายงานผลการตรวจพันธุกรรมผู้ป่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767560

กรมฯ นำร่อง‘ผูกพันธุ์’แพลตฟอร์มดิจิทัล รายงานผลการตรวจพันธุกรรมผู้ป่วย

กรมฯ นำร่อง‘ผูกพันธุ์’แพลตฟอร์มดิจิทัล รายงานผลการตรวจพันธุกรรมผู้ป่วย

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นำร่องให้ประชาชนเข้าถึงผลการตรวจทางเภสัชพันธุศาสตร์ สร้างระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม “ผูกพันธุ์” เพื่อให้แพทย์นำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนป้องกันและรักษาโรคอย่างเฉพาะเจาะจงและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ป้องกันการแพ้ยารุนแรง

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เห็นความสำคัญเกี่ยวกับการแพ้ยารุนแรงของผู้ป่วย จึงสร้างระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม “ผูกพันธุ์” ขึ้น เพื่อรายงานผลการตรวจพันธุกรรมของผู้ป่วย เพื่อประเมินโอกาสที่จะเกิดการแพ้ยารุนแรงของผู้ป่วยว่ามีโอกาสมากน้อยเพียงใด ซึ่งการตรวจทางเภสัชพันธุศาสตร์จะทำให้แพทย์ผู้รักษาสามารถเลือกใช้ยาหรือปรับขนาดยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วย และทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากการแพ้ยา โดยผลการตรวจเภสัชพันธุศาสตร์ เพียงครั้งเดียวจะสามารถใช้ได้ตลอดชีวิต ซึ่งแพทย์เภสัชกร และผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และใช้ประโยชน์ในการรักษาต่อไปได้

ทั้งนี้ การตรวจทางพันธุกรรมแรกที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นําร่องให้บริการแก่ประชาชน ได้แก่ ผลการตรวจทางเภสัชพันธุศาสตร์และเพื่อป้องกันการแพ้ยารุนแรง โดยแบ่งออกเป็น 4 การทดสอบ ได้แก่1.การตรวจยีน HLA-B*58:01 สําหรับกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาอัลโลพูรินอล (Allopurinol) 2.การตรวจยีน HLA-B*15:02 สําหรับกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาคาร์บามาซีปีน (Carbamazepine) 3.การตรวจยีน HLA-B*57:01 สําหรับกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาอะบาคาเวียร์ (Abacavir) และ 4.การตรวจยีนย่อยยา NAT2 ในผู้ป่วยวัณโรค ที่ได้รับยาไอโซไนอาซิด (Isoniazid) ซึ่งปัจจุบันการตรวจเภสัชพันธุศาสตร์ 4 การทดสอบสามารถตรวจได้ที่ห้องปฏิบัติการเครือข่ายของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่งทั่วประเทศ โดยนำร่อง “ผูกพันธุ์” ที่โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา นำไปทดลองใช้เป็นแห่งแรก

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อไปว่า ระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม “ผูกพันธุ์” สร้างขึ้นโดยที่ผู้ใช้งานทุกประเภทต้องกรอกรายละเอียดส่วนบุคคล และทำการยืนยันตัวตนในขั้นตอนสมัครใช้งานระบบ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในข้อมูลของผู้ป่วย โดยผู้ใช้งานแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ประชาชนซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลผลการตรวจทางเภสัชพันธุศาสตร์ของตนเอง 2.แพทย์และเภสัชกร สามารถเข้าถึงข้อมูลผลการตรวจจากการค้นหาข้อมูลด้วยเลขบัตรประชาชนหรือชื่อและนามสกุล และต้องส่งคำขอเข้าถึงข้อมูลไปยังประชาชนผู้เป็นเจ้าของก่อนถึงจะดูข้อมูลได้ 3.เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการเป็นผู้รายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการลงในระบบผูกพันธุ์

นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวเสริมว่า “ผูกพันธุ์” เป็นระบบที่รองรับการแสดงข้อมูลผลการตรวจบนแอปพลิเคชั่นระเบียนสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล หรือ personal health record ต่างๆ เช่นหมอพร้อม health link และ healthfor you สามารถช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลผลการตรวจเภสัชพันธุศาสตร์ของตนเองได้ และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการตรวจซ้ำซ้อนและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาหากมีอาการแพ้ยารุนแรงเกิดขึ้น นอกจากนี้ “ผูกพันธุ์”ยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบสารสนเทศของโรงพยาบาล หรือ HIS Hospital Information System ทำให้สามารถส่งข้อมูลผลการตรวจเข้าสู่ระบบของโรงพยาบาลได้แต่ทั้งนี้จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยเสียก่อน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หวังเป็นอย่างยิ่งว่า “ผูกพันธุ์” จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของทางการแพทย์ และช่วยให้แพทย์นำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนป้องกันและรักษาโรคอย่างเฉพาะเจาะจงและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

สำหรับโรงพยาบาลที่สนใจใช้งาน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์การแพทย์จีโนมิกส์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร.02-9510000 ต่อ 98096 หรือที่เว็บไซต์ http://phukphan.dmsc.moph.go.th

นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์

นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์

พ่อค้า แม่ขายรุ่นเยาว์ ฝึกหารายได้เสริม ในงาน ‘ตลาดนัดวัยเรียน ปี 2’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767574

พ่อค้า แม่ขายรุ่นเยาว์ ฝึกหารายได้เสริม ในงาน ‘ตลาดนัดวัยเรียน ปี 2’

พ่อค้า แม่ขายรุ่นเยาว์ ฝึกหารายได้เสริม ในงาน ‘ตลาดนัดวัยเรียน ปี 2’

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เต็มไปด้วยความคึกคักและสดใสของเหล่าพ่อค้า แม่ค้าวัยเยาว์ ที่มาร่วมเปิดโลกประสบการณ์นอกห้องเรียน สร้างแบรนด์ สร้างอาชีพ ในงาน “ตลาดนัดวัยเรียน ปี 2” เปิดพื้นที่ให้นักเรียนจากโรงเรียนและชุมชนในจังหวัดปทุมธานี ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลเมืองบางกะดี โรงเรียนวัดบางกุฎีทอง โรงเรียนขจรทรัพย์อำรุง โรงเรียนชุมชนวัดบางกะดี โรงเรียนวัดเทียนถวาย ให้มาเป็นผู้ประกอบการวัยใส ขายสินค้าของกิน อาทิ ยำลูกชิ้น ขนมจีบ น้ำอ้อย น้ำสมุนไพร เทียนหอม พวงกุญแจแฮนด์เมด ดอกไม้ประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ รวมถึงนำสินค้าจาก ชุมชนสี่ไชยทองอาเขต ทั้งของกินพื้นเมืองขนมไทย เครื่องใช้จักสาน มาร่วมขายสร้างประสบการณ์เปิดตลาด ให้กับพ่อค้าแม่ค้ารุ่นเยาว์ ได้ฝึกทักษะการทำธุรกิจ ตั้งแต่การคิดค้นพัฒนาสินค้า การผลิต และนำสินค้าตนเองมาวางจำหน่าย ต่อยอดถึงการบริหารคิดคำนวณ รายรับ-รายจ่าย ต้นทุน กำไร และการบริการ สู่การเป็นผู้ประกอบการที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต บริเวณ ลานไนน์สแควร์ (North Zone)ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ภายในงานวราภรณ์ ตติปาณิเทพ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดอะไนน์ติวานนท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เคต้อนรับ วารุณี ลำใย รองนายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี และคณะผู้บริหารนำชมสินค้า ให้กำลังใจน้องๆ นักขายรุ่นเยาว์ พบปะชุมชนที่มาร่วมแสดงสินค้าและชมการแสดงของน้องๆ สร้างสีสันให้กับลูกค้าตลอดทั้งวัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เหล่าพ่อค้าแม่ค้าวัยใสต่างใช้เทคนิค และโปรโมชั่นการขายที่หลากหลาย เรียกลูกค้าภายในศูนย์การค้ามาอุดหนุนสินค้าคุณภาพอย่างคึกคัก