‘โอติส’ เฮอริเคนระดับ 5 ถล่มเม็กซิโก ดับแล้ว 27 ศพ เสียหายวงกว้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735927

‘โอติส’ เฮอริเคนระดับ 5 ถล่มเม็กซิโก ดับแล้ว 27 ศพ เสียหายวงกว้าง

27 ต.ค. 2566 04:00 น.

‘โอติส’ เฮอริเคนระดับ 5 ถล่มเม็กซิโก ดับแล้ว 27 ศพ เสียหายวงกว้าง

โอติส เฮอริเคนระดับ 5 ขึ้นฝั่งถล่มพื้นที่ภาคใต้ของเม็กซิโก สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างก่อนจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 27 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เฮอริเคนระดับ 5 ‘โอติส’ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 27 ศพ ที่เมืองอะคาปุลโก ประเทศเม็กซิโก และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง หลังจากพายุลูกนี้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเมื่อวันพุธที่ 25 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา โดยมีผู้สูญหายด้วย 4 ราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารกว่า 10,000 นาย เดินทางถึงเมืองอะคาปุลโกในช่วงกลางดึกวันพุธ หลังจากล่าช้าเพราะพายุและซากความเสียหาย โดยพวกเขาพบว่า สิ่งปลูกสร้างมากมาย รวมทั้งอาคารสูงในเมืองแห่งนี้ได้รับความเสียหาย ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำจากคลื่นพายุซัดฝั่ง หรือ สตอร์มเซิร์จ และฝน บางจุดท่วมสูงหลายฟุต

ความเสียหายจากพายุ โอติส ในเมืองอะคาปุลโก

นายอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ประธานาธิบดีเม็กซิโก กล่าวที่งานแถลงข่าวในวันพฤหัสบดี (26 ต.ค.) ว่า ในเมืองอะคาปุลโกไม่มีเสาไฟฟ้าต้นใดที่ยังตั้งอยู่เลย ซึ่งเจ้าหน้าที่มากกว่า 1,000 นาย กำลังสร้างระบบไฟฟ้าขึ้นมาให้เพื่อฟื้นฟูการประปาในพื้นที่

อิทธิพลจากพายุโอติสยังทำให้บ้านเรือนและธุรกิจมากกว่า 500,000 แห่งในรัฐเกร์เรโร ไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยบริษัทผู้ให้บริการอย่าง CFE ระบุว่า จนถึงตอนนี้พวกเขาฟื้นฟูระบบไฟฟ้ากลับมาได้ 40% แล้ว

ด้านนาง อีฟลีน ซัลกาโด ผู้ว่าการรัฐเกร์เรโร เปิดเผยว่า โรงแรมกว่า 80% ในเมืองอะคาปุลโก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ได้รับผลกระทบจากพายุ โดยสำนักงานของเธอกำลังให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และมีรถกระบะกับรถบรรทุก 30-40 คันไปจอดตามโรงแรม เพื่อช่วยอพยพนักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่อื่นโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ความเสียหายจากพายุ โอติส ในเมืองอะคาปุลโก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กับชาวบ้านมีเวลาเตรียมตัวรับมือโอติสน้อยมาก เนื่องจากพยากรณ์อากาศเบื้องต้นประเมินความรุนแรงของพายุลูกนี้ต่ำเกินไป โดยมันทวีกำลังจากพายุโซนร้อนเป็นเฮอริเคนระดับ 5 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด ภายในระยะเวลาเพียง 12 ชั่วโมงเท่านั้น

แต่หลังจากเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งแล้ว โอติส ก็อ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว และเริ่มกระจายตัวในพื้นที่ภูเขาทางตอนใต้ของเม็กซิโกในช่วงบ่ายวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) อย่างไรก็ตาม คาดว่ามันจะทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ตลอดวันพฤหัสบดี และอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันกับดินถล่มได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ไบเดนลั่น สหรัฐฯ จะปกป้องฟิลิปปินส์ หากถูกจีนโจมตีในทะเลจีนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735925

ไบเดนลั่น สหรัฐฯ จะปกป้องฟิลิปปินส์ หากถูกจีนโจมตีในทะเลจีนใต้

27 ต.ค. 2566 02:55 น.

ไบเดนลั่น สหรัฐฯ จะปกป้องฟิลิปปินส์ หากถูกจีนโจมตีในทะเลจีนใต้

โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศกร้าวจะปกป้องฟิลิปปินส์หากถูกจีนโจมตีในทะเลจีนใต้ หลังความตึงเครียดระหว่างมะนิลากับปักกิ่งเรื่องน่านน้ำพิพาทเพิ่มสูงขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ออกโรงเตือนจีนเมื่อวันพุธที่ 25 ต.ค. 2566 ว่าสหรัฐฯ จะปกป้องฟิลิปปินส์หากถูกแดนมังกรโจมตีด้วยวิธีใดๆ ก็ตามในทะเลจีนใต้ ไม่กี่วันหลังเกิดเหตุเรือฟิลิปปินส์กับจีนเฉี่ยวชนกันในน่านน้ำพิพาทแห่งนี้

การแย่งชิงน่านน้ำในทะเลจีนใต้ระหว่างฟิลิปปินส์กับจีนกลับมาดุเดือดอีกครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยฟิลิปปินส์ส่งเรือไปรื้อแนวกั้นลอยน้ำบริเวณแนวสันดอนสการ์โบโรห์ (Scarborough Shoal) พร้อมเชิญสื่อไปบันทึกภาพส่งที่พวกเขาเรียกว่า ความเคลื่อนไหวอันตรายของรัฐบาลปักกิ่งในทะเลจีนใต้

อย่างไรก็ตาม คำพูดเมื่อวันพุธของนายไบเดนถือเป็นการแสดงท่าทีที่ชัดเจนและรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปัญหานี้ปะทุขึ้นอีกครั้ง “ผมอยากพูดให้ชัดเจน ผมต้องการพูดให้ชัดเจนมากๆ ว่า พันธสัญญาในการปกป้องฟิลิปปินส์ของสหรัฐฯ นั้นยังคงแข็งแกร่งมาก ข้อตกลงด้านการป้องกันที่สหรัฐฯ มีกับฟิลิปปินส์ ก็ยังคงแข็งแกร่ง”

“การโจมตีใดๆ ต่ออากาศยาน, เรือ หรือกองกำลังของฟิลิปปินส์ จะทำให้สนธิสัญญาการป้องกันร่วมของเรากับฟิลิปปินส์ทำงาน” นายไบเดนกล่าว โดยสหรัฐฯ กับฟิลิปปินส์ทำสนธิสัญญาการป้องกันร่วม (Mutual Defense Treaty) ในปี 2494 ซึ่งมีข้อกำหนดให้ปกป้องซึ่งกันและกันหากถูกโจมตีด้วยอาวุธ

ด้านนางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ออกมาตอบโต้ทันทีว่า สหรัฐฯ ไม่มีสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องในปัญหาระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ หากสหรัฐฯ ต้องการปกป้องฟิลิปปินส์ การกระทำของพวกเขาก็ต้องไม่ละเมิดอธิปไตยและผลประโยชน์ทางทะเลของจีนในทะเลจีนใต้

ออสเตรเลียอ่วมฤดูไฟป่า ผลาญนับ 100 จุดทั่วประเทศ ตายแล้ว 4 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735924

ออสเตรเลียอ่วมฤดูไฟป่า ผลาญนับ 100 จุดทั่วประเทศ ตายแล้ว 4 ศพ

27 ต.ค. 2566 02:10 น.

ออสเตรเลียอ่วมฤดูไฟป่า ผลาญนับ 100 จุดทั่วประเทศ ตายแล้ว 4 ศพ

ออสเตรเลียกำลังพยายามรับมือไฟป่าที่เกิดขึ้นกว่า 100 จุดทั่วประเทศ โดยพบผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ บ้านเรือนถูกทำลายนับสิบหลัง และต้องอพยพคนนับร้อย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ออสเตรเลียกำลังเผชิญหนึ่งในฤดูไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุด โดยมีไฟไหม้มากกว่า 100 จุดทั่วประเทศในวันพฤหัสบดีที่ 26 ต.ค. 2566 โดยเจ้าหน้าที่รัฐควีนส์แลนด์ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ศพในเหตุไฟไหม้ใหญ่ใกล้เมืองทารา เพิ่มเติมจากเมื่อสัปดาห์ก่อนที่มีผู้เสียชีวิต 2 ศพระหว่างรับมือไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์

ทางการออสเตรเลียเตือนล่วงหน้ามาหลายเดือนแล้วว่า เงื่อนไขหลายอย่างที่ผสมรวมกันจะทำให้ฤดูไฟป่าครั้งนี้จะรุนแรงมากเป็นพิเศษ

สำนักงานฉุกเฉินและดับเพลิงรัฐควีนส์แลนด์ระบุว่า พวกเขาต้องอพยพประชาชนราว 350 คน ออกจากพื้นที่โดยรอบเมืองทารา หลังจากไฟป่าลุกลามจนเกินควบคุม เผาพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 11,000 เฮกเตอร์ ทำลายบ้านเรือนไป 16 หลัง ชายคนหนึ่งเสียชีวิตเมื่อคืนวันอังคารขณะพยายามปกป้องบ้านตัวเอง และหญิงอีกคนหัวใจวายเสียชีวิตเมื่อวันพุธ ขณะเตรียมอพยพ

พายุฟ้าคะนองแบบไม่มีฝนตก (Dry thunderstorm) ที่เกิดขึ้นในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดไฟป่าเพิ่มขึ้นหลายจุดในภูมิภาคเดียวกันนี้ โดยส่วนใหญ่สามารถควบคุมได้แล้ว แต่มี 1 จุดที่ทางการต้องประกาศเตือนฉุกเฉิน และสถานการณ์ในวันพฤหัสบดีย่ำแย่ลง เนื่องจากอุณหภูมิเพิ่มสูงกับลมแรงขึ้น

ส่วนที่อื่นๆ ในออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงต่อสู้กับไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์, วิกตอเรีย และนอร์เทิร์น เทอร์ริทอรี โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่อาสาดับเพลิงสูงอาวุโส เสียชีวิตจากการป่วยขณะปฏิบัติหน้าที่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ขณะที่ชายอีกคนเสียชีวิตขณะพยายามปกป้องบ้านของตัวเองบริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือ

ทางการออสเตรเลียเปิดเผยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยว่า พวกเขาเชื่อว่าเหตุไฟป่าขนาดใหญ่ 3 จุดในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ถูกจุดขึ้นอย่างจงใจ แต่ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้

ทั้งนี้ ออสเตรเลียอยู่ภายใต้คำเตือนไฟป่าระดับสูงมาตลอด เนื่องจากพืชที่เติบโตอย่างรวดเร็วเพราะฝนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลับเผชิญฤดูหนาวที่อาการอบอุ่นที่สุดในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย กอปรกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ในฤดูร้อนทำให้อากาศร้อนและแห้งแล้งนานหลายเดือน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ ปิดเมืองล่าตัว ครูสอนยิงปืนโหด กราดยิง 18 ศพในรัฐเมน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735923

สหรัฐฯ ปิดเมืองล่าตัว ครูสอนยิงปืนโหด กราดยิง 18 ศพในรัฐเมน

27 ต.ค. 2566 00:09 น.

สหรัฐฯ ปิดเมืองล่าตัว ครูสอนยิงปืนโหด กราดยิง 18 ศพในรัฐเมน

ตำรวจสหรัฐฯ ออกตามล่าครั้งใหญ่ เพื่อหาตัวมือปืนผู้ก่อเหตุกราดยิง 2 จุดในเมืองเล็กๆ ในรัฐเมน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 18 ศพ จนกลายเป็นเหตุยิงกันที่มีเคราะห์ร้ายมากที่สุดในปีนี้ของสหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุกราดยิงที่ลานโบว์ลิ่งกับที่บาร์แห่งหนึ่งในเมืองลิวอิสตัน (Lewiston) ในรัฐเมน ของสหรัฐฯ เมื่อตั้งแต่คืนวันที่ 25 ต.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 18 ศพ บาดเจ็บอีก 13 รายในจำนวนนี้ 3 รายอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ

เหตุดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ต้องล็อกดาวน์พื้นที่เป็นวงกว่าง ปิดโรงเรียน, กั้นถนน และสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน โดยนางเจเน็ต มิลส์ ผู้ว่าการรัฐเมนออกมาเตือนประชาชนว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้มืออาวุธและเป็นบุคคลอันตราย ไม่ควรเข้าใกล้ภายใต้สถานการณ์ใดๆ ก็ตาม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กับหน่วยกู้ภัยเดินทางมาถึงลานโบว์ลิ่งที่ชื่อว่า Sparetime Recreation ในเวลา 19.15 น. วันที่ 25 ต.ค. หลังได้รับแจ้งว่ามีมือปืนกำลังก่อเหตุ จากนั้นจึงได้รับแจ้งเหตุกราดยิงอีกจุดที่บาร์ Schemengees Bar & Grille

ตำรวจระบุชื่อผู้ต้องสงสัยก่อเหตุว่าคือนาย โรเบิร์ต การ์ด เป็นครูสอนยิงปืนผู้มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง และเป็นทหารกองกำลังสำรองของกองทัพสหรัฐฯ ถูกกล้องวงจรปิดจับภาพได้ขณะถือปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ พร้อมด้วยซองกระสุนยาวพิเศษ เดินเข้าไปในลานโบว์ลิ่งของเมืองลิวอิสตันอย่างใจเย็น ก่อนจะเปิดฉากยิงทำให้ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีตายออกมาจากอาคาร

นาย เดวิด เซนต์ปิแอร์ หัวหน้าตำรวจเมืองลิวอิสตัน เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (26 ต.ค.) ว่า ตำรวจหลายร้อยนายกำลังค้นหาตัวชายคนนี้ โดยออกหมายจับนายการ์ดแล้ว 8 ข้อหา และให้คำมั่นว่าจะจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้

การค้นหาเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบรถยนต์อเนกประสงค์ สีขาว ซึ่งเป็นยานพาหนะต้องสงสัยว่าเป็นของคนร้ายที่เมืองลิสบอน ซึ่งห่างจากเมืองลิวอิสตัน ราว 12 กม.

อนึ่ง เหตุการณ์ล่าสุดนับเป็นเหตุกราดยิงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในสหรัฐฯ ในปี 2566 และทำให้จำนวนเหตุกราดยิงในสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 565 ครั้งแล้ว ตามการบันทึกสถิติของหอจดหมายเหตุความรุนแรงด้วยอาวุธปืน (GVA)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ตำรวจจีนช่วยแมว 1,000 ตัว ขณะถูกส่งไปฆ่า หลอกขายเป็นเนื้อหมู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735848

ตำรวจจีนช่วยแมว 1,000 ตัว ขณะถูกส่งไปฆ่า หลอกขายเป็นเนื้อหมู

26 ต.ค. 2566 21:00 น.

ตำรวจจีนช่วยแมว 1,000 ตัว ขณะถูกส่งไปฆ่า หลอกขายเป็นเนื้อหมู

ตำรวจจีนสกัดจับธุรกิจค้าเนื้อแมวผิดกฎหมาย สามารถช่วยชีวิตแมวมากกว่า 1,000 ตัว ขณะถูกส่งไปฆ่า และนำไปหลอกขายเป็นเนื้อหมู หรือเนื้อแกะ

สำนักข่าวบีบีซีรายงาน ตำรวจจีนสามารถสกัดกั้นรถบรรทุกที่บรรทุกแมวกว่า 1,000 ตัว ทางตะวันออกของเมืองจางเจียกัง ซึ่งแมวทั้งหมดกำลังถูกส่งไปฆ่า ทางตอนใต้ของประเทศจีน ก่อนจะถูกนำไปหลอกขายเป็นเนื้อหมูหรือเนื้อแกะ 

ตามรายงานของ The Paper สื่อท้องถิ่นของจีน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2566 โดยนักเคลื่อนไหวในจางเจียกังสังเกตเห็นแมวจำนวนมากถูกขังไว้ในกล่องไม้ตอกตะปูที่สุสานแห่งหนึ่ง และต่อมาแมวจำนวนมากก็ถูกนำขึ้นรถบรรทุก พวกเขาจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าแมวเหล่านี้เป็นแมวจรจัด หรือเป็นแมวเลี้ยง แต่แมวทั้งหมดมากกว่า 1,000 ตัวได้รับความช่วยเหลือ และถูกส่งไปให้สถานสงเคราะห์สัตว์ดูแลเป็นที่เรียบร้อย

ข่าวการช่วยเหลือแมวนี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในจีน โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหาร และการค้าขายเนื้อสัตว์อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการทำเนื้อปลอม เช่น การนำเนื้อแมวว่าแอบอ้างเป็นเนื้อหมู หรือเนื้อแกะ เนื่องจากราคาเนื้อแมวในประเทศจีนมีราคาถูก อยู่ที่ 4.5 หยวน หรือประมาณ 22 บาท ต่อ 600 กรัม 

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพิ่งเกิดเหตุโกลาหลขึ้นที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซู หลังนักเรียนคนหนึ่งพบหัวหนูในอาหาร ซึ่งในตอนแรกเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนอ้างว่าชิ้นส่วนดังกล่าวคือเนื้อเป็ด ก่อนยอมรับในภายหลังว่าเป็นหนู

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 20 ส่งทหาร-รถถัง บุกฉนวนกาซาภาคพื้นดินแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735897

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 20 ส่งทหาร-รถถัง บุกฉนวนกาซาภาคพื้นดินแล้ว

26 ต.ค. 2566 20:22 น.

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 20 ส่งทหาร-รถถัง บุกฉนวนกาซาภาคพื้นดินแล้ว

สงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาส ดำเนินมาถึงวันที่ 20 นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล และจับตัวประกันกว่า 200 คน เมื่อ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา

  • สถานีวิทยุของกองทัพบกอิสราเอลรายงาน กองทัพอิสราเอลเริ่มส่งทหารพร้อมรถถังบุกภาคพื้นดินเข้าไปทางตอนเหนือของฉนวนกาซา โดยได้โจมตีเป้าหมายที่หลากหลายของกลุ่มฮามาส ก่อนที่ทหารอิสราเอลจะถอนกำลังออกมา
  • กองทัพอิสราเอลอ้างว่า การบุกภาคพื้นดินเข้าไปในฉนวนกาซา เมื่อ 26 ต.ค. 2566 ซึ่งถือเป็นการบุกภาคพื้นดินครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามอิสราเอล-ฮามาส สามารถสังหารนักรบกลุ่มฮามาสเป็นจำนวนมาก และยังทำลายโครงสร้างพื้นฐานและฐานยิงจรวดต่อต้านรถถังของกลุ่มฮามาส
  • อิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ฉนวนกาซา ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ศพ และบาดเจ็บหลายคน
  • การโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ที่เมือง Deir el-Balah ในฉนวนกาซา ทำให้สมาชิกในครอบครัวของวาเอล ดาห์ดูห์ หัวหน้าสำนักข่าวอัลจาซีราภาษาอาหรับ เสียชีวิตถึง 3 คน ทั้ง ภรรยา ลูกสาว และลูกชาย
  • ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เตือนว่าความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสอาจลุกลามออกนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง ความรุนแรงและการนองเลือดในภูมิภาคนี้จะต้องยุติลง มิเช่นนั้นจะเกิดผลกระทบที่อันตรายและร้ายแรงตามมา

ที่มา : Aljazeera

นาทีบีบหัวใจ ครอบครัวแรงงานไทย ลูกสาวร้องไห้หาพ่อ ไม่รู้เสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2735896

นาทีบีบหัวใจ ครอบครัวแรงงานไทย ลูกสาวร้องไห้หาพ่อ ไม่รู้เสียชีวิตแล้ว

26 ต.ค. 2566 20:11 น.

นาทีบีบหัวใจ ครอบครัวแรงงานไทย ลูกสาวร้องไห้หาพ่อ ไม่รู้เสียชีวิตแล้ว

บีบหัวใจ ลูกสาววัย 4 ขวบของแรงงานที่เสียชีวิตจากเหตุสงครามในประเทศอิสราเอล ร้องไห้ขอเจอพ่อ ทันทีที่รถตู้เคลื่อนศพมาส่งถึงบ้าน หลังจากรู้ว่าพ่อเสียชีวิต วิ่งไปกอดแม่นั่งนิ่ง ขณะที่พ่อ และภรรยาผู้ตายสุดกลั้นน้ำตา ตั้งศพสวด 2 คืน เตรียมเผาศพเสาร์นี้ นำกระดูกไปทำบุญพร้อมกับน้องชายที่ถูกฮามาสยิงเสียชีวิตด้วยกันที่อิสราเอล 


เวลา 17.00 น. วันที่ 26 ต.ค. 2566 ที่บ้านเลขที่ 34/1 บ้านโคกสูง ม.6 ต.โนนธาตุ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น นายลำเพย กุสะรัมย์ อายุ 62 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นพ่อของ นายพงษ์เทพ กุสะรัมย์ อายุ 26 ปี และ นายอภิชาต กุสะรัมย์ อายุ 29 ปี ลูกชายคนกลาง และลูกชายคนเล็ก ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สงครามที่ประเทศอิสราเอล พร้อมด้วย นางสาว ขวัญชนก ชมชื่น อายุ 29 ปี ชาว อ.งาว จ.ลำปาง และน้องเมจิ อายุ 4 ขวบ ภรรยาและลูกสาว มารอรับศพนาย อภิชาต กุสะรัมย์ ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ศพแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอลและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีการเคลื่อนย้ายส่งศพกลับบ้านเกิดในวันนี้ด้วยรถตู้สีขาว หมายเลขทะเบียน นจ-3932 นนทบุรี ของบริษัท สุริยา9หีบศพ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับทำหน้าที่นำส่งศพผู้เสียชีวิตแรงงานไทยในอิสราเอล


บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ทันทีที่รถตู้เดินทางมาถึง พ่อและภรรยาของนายอภิชาต พร้อมด้วยญาติๆ และเพื่อนบ้าน ออกมารับศพและตะโกนเรียกชื่อผู้เสียชีวิตว่ากลับบ้านเราแล้ว ก่อนที่จะทำการตรวจสอบตามขั้นตอนเพื่อส่งมอบศพให้กับนายลำเพย ซึ่งเป็นบิดาของผู้เสียชีวิต ได้รับศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลภายในบ้าน โดยมีญาติพี่น้องช่วยกันยกหีบศพและเคลื่อนศพบรรจุโลงเย็น


ขณะที่กำลังเคลื่อนย้ายศพนายอภิชาตใส่โลงเย็นนั้น น้องเมจิ ลูกสาววัย 4 ขวบของผู้เสียชีวิต ร้องไห้ขอดูพ่อทันทีที่รู้ว่าพ่อมา แต่ในช่วงนั้นยังไม่ทราบว่าเสียชีวิต โดยญาติๆ และเพื่อนบ้านต้องเข้ามาช่วยกันปลอบบอกให้รอก่อน ก่อนที่น้องเมจิจะเข้าไปภายในบ้านกระทั่งญาติพี่น้องและครอบครัวตัดสินใจบอกน้องเมจิว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว ทำให้น้องเมจิต้องเข้าไปกอดแม่แล้วร้องไห้ และนิ่งไป ทำให้คนที่พบเห็นต่างกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ด้วยความสงสารที่น้องเมจิวัย 4 ขวบต้องมาเสียคุณพ่อไป

โดยในคืนนี้จะตั้งศพสวดมาติกาบังสุกุลคืนแรก โดยมีนายพันธ์เทพ เสาโกสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีสวด กำหนดการสวด 2 คืน และจะทำการฌาปนกิจบนเมรุภายในวัดหัวหินประเสริฐธรรม บ้านโคกสูง ในวันเสาร์ที่ 28 ต.ค. 2566 ซึ่งเป็นวัดเดียวกันกับที่ทำพิธีฌาปนกิจนายพงษ์เทพ น้องชายที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เดียวกันเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา และจะเก็บกระดูกกลับมาทำบุญพร้อมกับน้องชาย และแม่ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 เมื่อปี 65 

ขณะที่ นายทวีป แก้วสุพรรณ์ นักวิชาการประกันสังคม 4 สำนักงานประกันสังคม จ.ขอนแก่น สาขาบ้านไผ่ พร้อมเจ้าหน้าที่มอบเงินบำเน็จชราภาพ จากกองทุนประกันสังคม ตามมาตรา 33 ให้กับผู้ได้รับผลประโยชน์ภายหลังจาก นายอภิชาต กุสะรัมย์ อายุ 29 ปี และนาย พงษ์เทพ กุสะรัมย์ อายุ 26 ปี ลูกชายคนกลางและลูกชายคนเล็กของนายลำเพย กุสะรัมย์ อายุ 62 ปี เสียชีวิตจากเหตุสงครามในประเทศอิสราเอล ภายหลังเดินทางไปทำงานเป็นแรงงานอยู่ใกล้กับฉนวนกาซา ก่อนจะถูกกลุ่มฮามาสบุกเข้ามายิงเสียชีวิตพร้อมกันทั้งคู่ โดยในส่วนของนายพงษ์เทพนั้น มอบให้กับบิดา จำนวน 16,200 บาท และในส่วนของนายอภิชาต มอบให้กับ บิดา ภรรยา และลูกสาววัย 4 ขวบ รวมจำนวน 28,354 บาท โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกองทุนสำนักงานประกันสังคม ในกรณีที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต

สำหรับศพแรงงานไทย ที่มาถึงในวันนี้ประกอบด้วย 1. นายธีรพงษ์ กลางสุวรรณ ชาวจังหวัดอุดรธานี 2. นายศักดา สุระคาย ชาวจังหวัดหนองคาย 3. นายนิติกร แซ่ว่าง ชาวจังหวัดเชียงราย  4. นายอภิชาต กุสะรัมย์ ชาวจังหวัดขอนแก่น 5. นายศักดิ์สิทธิ์ โคตมี ชาวจังหวัดอุดรธานี 6. นายศรีทัศน์ กาเหว่า ชาวจังหวัดกำแพงเพชร 7. นายพิรุฬห์ พานนพิมพ์ ชาวจังหวัดอุดรธานี 

“ไมค์ จอห์นสัน” ส.ส.รีพับลิกัน นั่งแท่น ประธานสภาผู้แทนฯ คนใหม่สหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735778

"ไมค์ จอห์นสัน" ส.ส.รีพับลิกัน นั่งแท่น ประธานสภาผู้แทนฯ คนใหม่สหรัฐฯ

26 ต.ค. 2566 19:30 น.

“ไมค์ จอห์นสัน” ส.ส.รีพับลิกัน นั่งแท่น ประธานสภาผู้แทนฯ คนใหม่สหรัฐฯ

“ไมค์ จอห์นสัน” จากรีพับลิกัน ชนะการลงมติของสมาชิกสภาฯ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ของสหรัฐฯ หลัง เควิน แมคคาร์ธี ถูกโหวตพ้นตำแหน่งเมื่อต้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไมค์ จอห์นสัน สส.พรรครีพับลิกันสายอนุรักษนิยมจากรัฐลุยเซียนา ได้รับการโหวตจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการยุติความวุ่นวายทางการเมืองในสหรัฐฯ หลังตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ว่างลง นับตั้งแต่ นายเควิน แมคคาร์ธี ถูกลงมติให้พ้นจากตำแหน่งนี้ เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติด้วยคะแนนเสียง 220 เสียง ต่อ 209 เสียง เลือกให้ สส.จอห์นสันเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ เอาชนะ ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยจากพรรคเดโมแครต 

นายจอห์นสัน ถือเป็นตัวแทนคนที่ 4 จากพรรครีพับลิกันที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ หลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติปลด เควิน แมคคาร์ธี จากพรรครีพับลิกัน ออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ ในวันอังคารที่ 3 ต.ค. 

ภายหลัง นายจอห์นสัน เข้ารับตำแหน่งประธานสภาฯ คนใหม่อย่างเป็นทางการ เขาได้ประกาศว่า ร่างกฎหมายฉบับแรกที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาคือ การให้การสนับสนุนอิสราเอล พร้อมให้สัญญาว่าสภาจะเริ่มจัดการวิกฤติหนี้อย่างทันที ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นความท้าทายใหญ่เนื่องจากกำลังจะถึงเส้นตายในวันที่ 17 พ.ย. นี้ มิเช่นนั้นสหรัฐฯ จะเสี่ยงเจอภาวะชัตดาวน์

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBCCNN

จีนส่งนักบินอวกาศชุดใหม่ ‘อายุเฉลี่ยน้อยสุด‘ ไปประจำการสถานีอวกาศเทียนกง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735746

จีนส่งนักบินอวกาศชุดใหม่ ‘อายุเฉลี่ยน้อยสุด‘ ไปประจำการสถานีอวกาศเทียนกง

26 ต.ค. 2566 18:50 น.

จีนส่งนักบินอวกาศชุดใหม่ ‘อายุเฉลี่ยน้อยสุด‘ ไปประจำการสถานีอวกาศเทียนกง

จีนส่งนักบินอวกาศชุดใหม่ที่อายุน้อยที่สุด เฉลี่ยเพียง 38 ปี ออกเดินทางสู่สถานีอวกาศเทียนกง ด้วยยานเสินโจว-17 ปูทางสำหรับ ‘นักบินอวกาศรุ่นใหม่’ ในภารกิจสำรวจอวกาศของจีนในอนาคต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อเวลา 11.14 น. ของวันนี้ (26 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น จรวดลองมาร์ช 2 เอฟ (Long March-2 F) ได้ทะยานออกจากฐานปล่อยในศูนย์ส่งดาวเทียมจิ่วฉวียน มณฑลกานซู่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เพื่อส่งยานอวกาศเสินโจว-17 (Shenzhou-17) พร้อมนักบินอวกาศ 3 คน ไปปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอวกาศเทียนกง (Tiangong) เป็นเวลา 6 เดือน นับเป็นการปูทางสำหรับ ‘นักบินอวกาศรุ่นใหม่’ ในภารกิจสำรวจอวกาศของจีนในอนาคต

ชมวิดีโอ: ที่นี่

รายงานระบุว่า นักบินอวกาศของจีนที่ออกเดินทางไปกับยานอวกาศเสินโจว-17 ทั้ง 3 คน ได้แก่ ถัง หงโป, ถัง เซิงเจี๋ย และต้า เจียงซี นับเป็นกลุ่มนักบินอวกาศที่มีอายุเฉลี่ยน้อยที่สุด นับตั้งแต่จีนส่งนักบินอวกาศขึ้นไปประจำการที่สถานีอวกาศเทียนกง โดยทั้ง 3 คนมีอายุเฉลี่ย 38 ปี ขณะที่หัวหน้าทีมนักบินอวกาศในครั้งนี้ คือ ถัง หงโป  อดีตนักบินกองทัพอากาศ วัย 48 ปี ซึ่งเคยรับหน้าที่เป็นนักบินอวกาศชุดแรกที่ถูกส่งไปประจำการที่สถานีอวกาศเทียนกงในปี 2564

สำหรับภารกิจของนักบินอวกาศทั้ง 3 คน จะขึ้นไปประจำการที่สถานีอวกาศเทียนกงเป็นเวลา 6 เดือน แทนที่กลุ่มนักบินอวกาศเก่าจากภารกิจเสินโจว-16 ที่ประจำการมาเกือบ 5 เดือนแล้ว และมีกำหนดการกลับสู่พื้นโลกในสัปดาห์หน้า

โดยภารกิจหลักของนักบินอวกาศจีนชุดใหม่ คือการทำการทดลองด้านเวชศาสตร์อวกาศ เทคโนโลยีอวกาศ และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการติดตั้งและบำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในและภายนอกสถานีอวกาศ 

ในวันเดียวกัน ซีซีทีวี สื่อท้องถิ่นของจีน ยังรายงานว่า สำนักงานอวกาศแห่งจีนมีแผนจะส่งกล้องโทรทรรศน์ตัวใหม่เพื่อทำการสำรวจอวกาศห้วงลึก ซึ่งกล้องโทรทรรศน์ตัวนี้จะสามารถสำรวจและจัดทำแผนที่ท้องฟ้าได้ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัดว่ากล้องโทรทรรศน์จะถูกส่งไปอวกาศเมื่อใด 

ภารกิจด้านอวกาศของจีนที่มีมนุษย์เกี่ยวข้องเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2546 ส่งผลให้จีนเป็นประเทศที่สาม ต่อจากอดีตสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกา ที่ส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศโดยใช้ทรัพยากรของตนเองได้สำเร็จ

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : APReuters

รอยเตอร์รายงานมีคนไทยถูกฮามาสจับเป็นตัวประกัน 54 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735782

รอยเตอร์รายงานมีคนไทยถูกฮามาสจับเป็นตัวประกัน 54 คน

26 ต.ค. 2566 15:33 น.

รอยเตอร์รายงานมีคนไทยถูกฮามาสจับเป็นตัวประกัน 54 คน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลจากรัฐบาลอิสราเอล เปิดเผยว่ามากกว่าครึ่งของตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับไปเป็นชาวต่างชาติ โดยมีตัวประกันชาวไทยรวมอยู่ในนั้นถึง 54 คน

รัฐบาลของอิสราเอลออกมาเปิดเผยข้อมูลล่าสุดของตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับไป โดยจากตัวประกันทั้งหมด 220 คน พบว่าเกินกว่าครึ่งเป็นชาวต่างชาติ โดยมีตัวประกัน 138 คนจาก 25 ประเทศ โดยในจำนวนนี้เป็นชาวไทยมากถึง 54 คน นอกจากนี้ยังมีอาร์เจนตินา 15 คน เยอรมนี 12 คน อเมริกัน 12 คน ฝรั่งเศส 6 คน และรัสเซียอีก 6 คน จีน 1 คน ศรีลังกา 1 คน แทนซาเนีย 2 คน และฟิลิปปินส์อีก 2 คน โดยมีจำนวนไม่น้อยที่ถือสองสัญชาติ

โดยเหตุผลที่ชาวไทยถูกจับเป็นตัวประกันจำนวนมาก ก็เพราะว่ามีแรงงานไทยเข้าไปทำงานในภาคการเกษตรในอิสราเอลถึงราว 30,000 คน นอกจากนี้ ยังมีแรงงานชาวไทยที่เป็นกลุ่มที่เสียชีวิตและสูญหายมากที่สุดประเทศหนึ่งด้วย ขณะที่สหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิต 34 ศพ สูญหาย 5 ราย, ยูเครน เสียชีวิต 25 ศพ และสูญหาย 2 ราย, ฝรั่งเศส เสียชีวิต 23 ศพ และสูญหาย 1 ราย, รัสเซีย เสียชีวิต 23 ศพ และสูญหายอีก 4 ราย, จีน เสียชีวิต 5 ศพ สูญหาย 1 ราย ส่วนเนปาล เสียชีวิต 5 ศพ สูญหาย 5 ราย

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยข้อมูลด้วยว่า มีชาวต่างชาติจาก 40 ประเทศ จำนวน 328 คน ที่ถูกยืนยันว่าเสียชีวิตหรือสูญหายนับตั้งแต่เกิดการโจมตีในวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา.

ที่มา : รอยเตอร์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “สงครามอิสราเอล