‘ชาวหมูทั่วไทย’รวมพล! ให้กำลังใจ-ขอบคุณ’อธิบดีปศุสัตว์’ปราบหมูเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765095

'ชาวหมูทั่วไทย'รวมพล! ให้กำลังใจ-ขอบคุณ'อธิบดีปศุสัตว์'ปราบหมูเถื่อน

‘ชาวหมูทั่วไทย’รวมพล! ให้กำลังใจ-ขอบคุณ’อธิบดีปศุสัตว์’ปราบหมูเถื่อน

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.46 น.

“ชาวหมูทั่วไทย”รวมพลให้กำลังใจและขอบคุณอธิบดีกรมปศุสัตว์และครอบครัวปศุสัตว์ ในการปราบปรามหมูเถื่อน

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 25 ตุลาคม 2566 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้อำนวยการสำนัก/กอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมให้การต้อนรับ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรทุกภูมิภาค สหกรณ์และชุมนุมสหกรณ์ ชมรมผู้เลี้ยงสุกรภูมิภาค ชมรมผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยไทย และสมาคมวิชาชีพและการค้าที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาให้กำลังใจและขอบคุณอธิบดีกรมปศุสัตว์และครอบครัวปศุสัตว์ ในการปราบปรามสินค้าปศุสัตว์เถื่อน และต่อสู้กับการกระทำความผิดทุกรูปแบบต่อไป ณ ตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ขอขอบคุณเกษตรกร ผู้แทนสมาคมฯ ทุกท่าน ที่มาแสดงความขอบคุณและให้กำลังใจในวันนี้ ทั้งนี้ ยืนยันจะไม่ทิ้งพี่น้องเกษตรกรให้เดือดร้อนอย่างแน่นอน และจะยังคงปราบปรามสินค้าปศุสัตว์เถื่อนอย่างเข้มข้นต่อไป โดยกรมปศุสัตว์จะใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อนภารกิจ เพื่อปากท้องและคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรที่ดีขึ้น เพื่อให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด

– 006

‘5 ดีไซเนอร์เครื่องหนังไทย’ เผยโฉมคอลเลคชั่นกระเป๋า Signature ที่เกิดจากความรักในหนัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765275

'5 ดีไซเนอร์เครื่องหนังไทย' เผยโฉมคอลเลคชั่นกระเป๋า Signature ที่เกิดจากความรักในหนัง

‘5 ดีไซเนอร์เครื่องหนังไทย’ เผยโฉมคอลเลคชั่นกระเป๋า Signature ที่เกิดจากความรักในหนัง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.07 น.

5 สาวนักออกแบบและเจ้าของแบรนด์เครื่องหนังชั้นนำของไทยได้ร่วมนำเสนอคอลเคลชั่นกระเป๋า Signature พร้อมแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จและความรักของตนต่อเครื่องหนังในงาน APLF ASEAN 2023 พร้อมมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตอุตสาหกรรมเครื่องหนังไทยและคำแนะนำดีๆ สำหรับดีไซเนอร์รุ่นใหม่

งานแสดงเครื่องหนังระดับโลก APLF ASEAN 2023 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ กรุงเทพฯ ได้เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ด้วยงานเสวนาพิเศษ APLF ASEAN TOP LEATHER GOOD DESIGNERS ซึ่งได้รับเกียรติจากดีไซน์เนอร์แบรนด์เครื่องหนังที่มีชื่อเสียงแห่งอาเซียน 5 ท่านได้แก่ คุณบุณยนุช วิทยสัมฤทธิ์ จากแบรนด์ 31 THANWA, คุณฝันดาว แบ้สกุล จากแบรนด์ FUNDAO, คุณศศิธร เปรมจิตต์ จากแบรนด์ LUNNE’, คุณณัชชา เมฆรักษาวนิช จากแบรนด์ NASHA, และคุณจิรัชญา วิญญูประดิษฐ์ จากแบรนด์ XOTIQUE มาร่วมแบ่งปันมุมมองและเรื่องราวความสำเร็จของตนให้แก่ผู้เข้าชมงาน

กว่าจะมาเป็นดีไซเนอร์เครื่องหนัง

แม้ว่าหลายคนจะไม่ได้จบด้านเครื่องหนังโดยตรง แต่ความรักในแฟชั่นและเครื่องหนังก็พาพวกเธอมายังเส้นทางสายนี้ คุณบุณยนุชเรียนจากคณะสถาปัตย์ จุฬาลงกร์มหาวิทยาลัย แต่เธอเกิดมาในครอบครัวช่างทำรองเท้า เธอจึงผสานความรู้และความรักทั้งสองสิ่งไว้ด้วยกัน โดยได้อาจารย์คนสำคัญคือคุณพ่อและช่างฝีมือที่บ้าน ทุกวันนี้กระเป๋าทุกใบของแบรนด์ 31 THANWA จะมีความเฉพาะตัวให้ลูกค้าได้เลือกสีและแบบได้ กระเป๋าหนึ่งใบผลิตโดยช่างหนึ่งคน เมื่อซื้อไปลูกค้าก็จะได้รับรู้เรื่องราวของช่างผู้ผลิตด้วย

คุณฝันดาวจบบัญชีจากจุฬาลงกร์มหาวิทยาลัย ก่อนจะไปเรียนต่อที่ ARSUTORIA ในเมืองมิลานเพราะความรักในแฟชั่นที่ซึ่งเธอได้ร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆ มากมาย เช่นเดียวกับคุณณัชชา หลังจากจบจาก ARSUTORIA เธอก็เริ่มทำแบรนด์ของตัวเองและเปิดตัวใน PARIS FASHION WEEK SPING/SUMMER 2013

แบรนด์ XOTIQUE ของคุณจิรัชญาเกิดจากการความชอบในการขายของและกระเป๋าของเธอรวมกัน ความสำเร็จจากการขายกระเป๋าทำให้เกิดเป็นแบรนด์ในทุกวันนี้ ขณะที่คุณศศิธรนั้นเส้นทางแฟชั่นของเธอเริ่มเร็วกว่าคนอื่น หลังจากจากจบด้านการออกแบบที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอก็ทำงานออกแบบให้กับแบรนด์ต่างๆ ซึ่งทำให้เธอมีโอกาสได้ทดลองใช้วัสดุและเทคนิคต่างๆ มากมาย

คอลเลคชั่น SIGNATURE

สำหรับเรื่องราวของคอลเลคชั่น SIGNATURE ใหม่ของพวกเธอ คุณจิรัชญาเปิดเผยว่าชิ้นงานใหม่ของเธอมาในแนว TACTICAL น้ำหนักเบา เน้นการใช้งานได้ตลอดทั้งวันรวมถึงโอกาสพิเศษต่างๆ ขณะที่คุณบุณยนุชเล่าถึงเบื้องหลังของแบรนด์มาพัฒนามาจากธุรกิจการทำรองเท้าหนังของครอบครัวที่สืบทอดมากว่า 80 ปีก่อให้เกิดดีไซน์กระเป๋าที่มาพร้อมเทคนิคของการทำรองเท้าสร้างความคงทนแข็งแรงให้กับชิ้นงานและมีรูปลักษณ์ที่น่าสนใจ

ขณะเดียวกันแบรนด์ FUNDAO ของคุณฝันดาวนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ เพราะเธอเชื่อว่าธรรมชาติกับมนุษย์ต่างส่งเสริมกันและกัน และผลงานที่รังสรรค์มาจากแนวคิดธรรมชาติก็จะเป็นอมตะอยู่เหนือกาลเวลา ส่วนแบรนด์ NASHA ของคุณณัชชามาพร้อมความการสร้างสรรค์ที่หนักหน่วงเพื่อให้กระเป๋าแต่ละใบเป็นเสมือนงานศิลปะโดดเด่นสะดุดตาผู้พบเห็น ปิดท้ายด้วยเรื่องราวของแบรนด์ LUNNE’ ของคุณศศิธรซึ่งรังสรรค์ผลงานที่เน้นการใช้งาน เป็นอมตะเหนือกาลเวลา และมีคุณภาพระดับสูง

อนาคตของเครื่องหนังกับอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทย

คุณจิรัชญามองว่าเครื่องหนังเป็นงานที่คงทนมากซึ่งสินค้าเหล่านี้จะอยู่ในไลฟ์สไตล์ในทุกๆ วันของเรา และจะพัฒนาไปตามเทรนด์อย่างไม่สิ้นสุด “กระเป๋าใบหนึ่งสามารถใช้ได้ 50-60 ปี และจะกลายเป็นของวินเทจได้” เธอสรุป

สำหรับคุณบุณยนุช เธอมองเห็นอนาคตในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่แบรนด์ต่างๆ หันมาทำงานร่วมกัน เช่น แบรนด์เสื้อผ้ากับแบรนด์เครื่องหนัง หรือเครื่องหนังออกงานกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ทำให้คนเห็นศักยภาพของหนังที่ประยุกต์เป็นอะไรได้อีกมากในชีวิตประจำวัน

ขณะที่สิ่งแวดล้อมกลายเป็นประเด็นสำคัญของคุณฝันดาว เธอมองว่าคนจะให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และแบรนด์ FUNDAO ของเธอเองก็ได้เลือกหนังจากโรงงานที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน LWG ซึ่งไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม “ในอนาคตสิ่งที่เราสร้างต้องไม่กระทบมนุษย์หรือสิ่งแวดล้อม” ฝันดาวกล่าว

คุณณัชชาได้ให้ความเห็นว่าอุตสาหกรรมพัฒนามาจาก 10 ปีที่แล้วพอสมควร ตอนนี้มีแบรนด์ใหม่ที่คุณภาพดีเพิ่มขึ้น เธอจึงเชื่อว่าอนาคตของเครื่องหนังไทยจะเป็นไปได้ด้วยดี เพราะคนไทยมีฝีมือและวัสดุที่ดี

ปิดท้ายที่คุณศศิธรแห่งแบรนด์ LUNNE’ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตคนจะยังนิยมเครื่องหนังอยู่ด้วยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งผิวสัมผัสและกลิ่น นอกจากนี้เมื่อกระแสในเรื่องความยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น หนังแบบ ECO LEATHER ก็จะเป็นตัวเลือกสำหรับดีไซน์เนอร์และผู้บริโภคมากขึ้นในอนาคต

การส่งเสริมจากภาครัฐและเอกชน

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเป็นดีไซเนอร์ คุณจิรัชญาแนะนำให้ลองเข้าไปติดต่อที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศซึ่งมักจะมีการจัดอบรมและสัมมนาอยู่บ่อยๆ นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการไปออกงานต่างประเทศในราคาพิเศษอีกด้วย เคล็ดลับของเธอคือ อย่ากลัวว่ายังไม่พร้อมให้ลองไปเลย

เจ้าของแบรนด์ 31 THANWA อย่างคุณบุณยนุชอยากให้หน่วยงานต่างๆ สร้างสะพานเชื่อมระหว่างดีไซเนอร์กับผู้ผลิตเพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างกัน ทำให้เกิดการต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคุณณัชชาจากแบรนด์ NASHA เสริมว่า หากเราเชื่อมผู้ผลิตกับดีไซเนอร์และเชื่อมดีไซเนอร์กับงานแสดงสินค้าได้จริง แบรนด์ก็จะไปสู่ระดับโลกได้ นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างคือต้องปูพื้นฐานด้านธุรกิจแฟชั่นให้กับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ๆ ด้วย

ขณะเดียวกันคุณฝันดาว เรียกร้องให้มีการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัยซึ่งจะช่วยให้ดีไซเนอร์สร้างงานได้โดยไม่มีข้อจำกัด พาแบรนด์ให้ไปไกลมากขึ้น และสุดท้ายคุณศศิธรมองว่า ภาครัฐและเอกชนควรมีการจัดเวิร์คชอปหรือสัมมนาให้ความรู้ และมีการจัดประกวดมอบเงินรางวัลให้ดีไซเนอร์เพื่อให้คนรุ่นใหม่มีเงินทุนในการเริ่มต้นกิจการ

คำแนะนำเพื่อเริ่มแบรนด์

ทิ้งท้ายด้วยคำแนะนำที่มีคุณค่าจากดีไซเนอร์สาวทั้ง 5 ท่านสู่คนรุ่นใหม่ที่กำลังอยากจะสร้างแบรนด์ โดยคุณจิรัชญามองว่าให้สร้างแบรนด์โดยใช้วัสดุที่ดี เพื่อให้ลูกค้ามีภาพจำว่าแบรนด์นี้ออกแบบดีและใช้ของดีด้วย ส่วนคุณบุณยนุชอยากให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่รู้จักสังเกตวัสดุลและเรียนรู้เทคนิคต่างๆ จากแบรนด์อื่น พร้อมทั้งลองสร้างชิ้นงานตัวอย่างง่ายๆ ขึ้นมาเองซึ่งจะทำให้สื่อสารกับช่างผู้ผลิตได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกันคุณฝันดาว คุณณัชชา และคุณศศิธรต่างเห็นตรงกันว่า อยากให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ได้ค้นหาคุณค่าและจุดเด่นของตนเองให้เจอ เพื่อต่อยอดไปเป็นการทำธุรกิจ และวางตำแหน่งของแบรนด์ให้สอดคล้องกับจุดเด่นและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

-(016)

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เปิดตัว AR Book ‘น้ององุ่น’ สร้างสรรค์จินตนาการให้เยาวชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765270

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เปิดตัว AR Book 'น้ององุ่น' สร้างสรรค์จินตนาการให้เยาวชน

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เปิดตัว AR Book ‘น้ององุ่น’ สร้างสรรค์จินตนาการให้เยาวชน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.59 น.

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จับมือ Go Get Good เปิดตัว AR Book “น้ององุ่น” สร้างสรรค์จินตนาการให้เยาวชนภายใต้คอนเซปท์  Read with imagine

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สนับสนุนและกระตุ้นให้เกิด “สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” สร้างนวัตกรรมสื่อเพื่อทลายกรอบการผลิตเนื้อหาในรูปแบบเดิมๆ เพิ่มเนื้อหาที่เป็นทางเลือกในการรับรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้มากขึ้น พร้อมนำเสนอข้อมูลที่จำเป็นต้องรู้ในมิติที่คนต้องการเพื่อการเล่าเรื่องที่รอบด้าน หลากหลายแง่มุม และขับเคลื่อนประเด็นที่เป็นประโยชน์สู่การมีส่วนร่วมของคนในสังคมได้ สร้างฐานความรู้ด้านต่างๆ ในการสนับสนุนการสร้างสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ในครั้งนี้ได้ร่วมมือกับบริษัท Go Get Good ผู้รับทุนประเภทเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปี 2565 เปิดตัว AR Book เปิดโลกสร้างสรรค์จินตนาการให้กับเยาวชน ภายใต้คอนเซปท์ “Read With Imagine”

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้เปิดเผยว่า “เราทุกคนเป็นผู้เปิดรับสื่อทั้งในเชิงบวกและลบโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลข่าวสารเชิงลบที่มักสร้างผลกระทบต่อผู้รับไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม  ดังนั้นในฐานะผู้เปิดรับสื่อต้องวิเคราะห์และเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ งานชิ้นนี้นับเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของกองทุนสื่อที่ต้องการสนับสนุนและพัฒนาสื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยได้รับความร่วมมือ ร่วมกับบริษัท Go Get Good จำกัด เพื่อต้องการที่จะนำเสนอสื่อที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนในเชิงสร้างสรรค์  การร่วมมือกันสร้างสรรค์ AR Book สำหรับเยาวชน ในครั้งนี้จึงถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะมีการปรับให้สอคคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน รวมไปถึงมีการนำเทคโนโลยีเข้ามากระตุ้นสร้างความน่าสนใจให้กับเยาวชน ในการที่จะเปิดรับสื่อใหม่ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต

ทางด้านคุณทัศนัย ขุนพิลึกผู้บริหาร บริษัท Go Get Good จำกัด ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า  สำหรับครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทางบริษัท ได้มีการร่วมมือกับทางกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพราะเราได้เล็งเห็นว่าปัจจุบัน เยาวชนมีการเปิดรับสื่อกันอย่างอิสระเสรี ไม่ได้มีการกลั่นกรองทางความคิด ทำให้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตไปในทางที่ผิดของเยาวชนได้ สื่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชนควรได้รับการพัฒนาเพื่อให้เกิดความน่าสนใจและมีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น

ซึ่งปัจจุบันถือเป็นยุคของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ทางบริษัทจึงได้จัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสื่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชนให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้เรามีวัตถุประสงค์ เพื่อต้องการให้เยาวชนเกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้ พร้อมทั้งสามารถต่อยอดความรู้ต่อไปได้ในอนาคต

สำหรับคอนเซปท์ AR Book ที่เราได้ดำเนินการผลิตขึ้นมานั้น นำเสนอเป็นรูปแบบนิทานภายใต้ชื่อ “องุ่นจิ๋วจอมแจ๋ว” นำเสนอผ่านตัวละคร น้ององุ่นปลูกฝังให้เด็กได้มีการซึมซับสิ่งรอบตัวสิ่งดีๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งในวัยเด็กมักแสดงอารมณ์ออกมาอย่างเปิดเผย หากเราสอนเรื่องการแบ่งปันโดยมุ่งเน้นไปที่การสอนผ่านการใช้นิทานซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กๆชอบ เด็กจะค่อยๆซึมซับการแบ่งปันการมีน้ำใจให้กับเพื่อนๆโดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งส่งผลให้เกิดการเรียนรู้และมีทัศนคติที่ดีอีกด้วย โดยมีเนื้อหาประมาณ 30 หน้า ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไปสำหรับการนำเสนอ โดยเหมาะกับเยาวชนอายุตั้งแต่ 3-6 ปี

นอกจากนี้เรายังคำนึงถึงเยาวชนผู้พิการทางสายตา โดยตัว AR Book เล่มนี้ ผู้พิการทางสายตาสามารถรับรู้และเรียนรู้ได้จากทางการได้ยิน โดยทางโครงการมีแนวคิดเพื่อสนับสนุนสื่อสำหรับผู้พิการและเป็นสื่อการเรียนรู้แก่ผู้พิการทางสายตา นอกจากนี้เราจะมีการมอบ AR Book มอบให้กับโรงเรียนจำนวนไม่น้อยกว่า 10 โรงเรียน ในระดับประถมศึกษาหรืออนุบาล เป็นจำนวนอีก 500 เล่ม สำหรับโครงการนี้ เราคาดหวังว่าจะได้พัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ให้กับเยาวชนเกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้และเกิดความเข้าใจ พร้อมทั้งยกระดับการเรียนการสอนให้เกิดการพัฒนาสิ่งใหม่ เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้เกิดการสร้างสรรค์ในทางที่ถูกต้องต่อไป นอกจากนี้รายได้จากการจำหน่ายหนังสือจะนำไปต่อยอดให้กับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ต่อไปอีกด้วย ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถขอรับหนังสือได้ที่ Line official : @gogetgood

-(016)

TPFA หนุน ‘รักษ์โลก’ ผ่าน BCG ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765263

TPFA หนุน ‘รักษ์โลก’ ผ่าน BCG ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทย

TPFA หนุน ‘รักษ์โลก’ ผ่าน BCG ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.50 น.

สมาคมการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไทย (TPFA, Thai Pet Food Trade Association) ร่วมงานแสดงสินค้าและบริการด้านสัตว์เลี้ยงนานาชาติแห่งภูมิภาคเอเชีย (Pet Fair South East Asia 2023) จัดแบบ B to B (Business to Business) ระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พร้อมขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม “รักษ์โลก ผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy” เพื่อส่งเสริมการนำหลักเศรษฐกิจ ชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว ไปสู่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงให้มากที่สุด

ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยยังคงศักยภาพในการเป็นผู้นำอันดับ 3 ของโลก ในการผลิตและส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงสำหรับสุนัขและแมว รองจากประเทศเยอรมนีและสหรัฐอเมริกา สร้างรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 7-8 หมื่นล้านบาท โดยสมาคมมุ่งอุตสาหกรรมเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านนโยบายหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัยอาหาร จริยธรรมด้านแรงงาน และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน”  ดร.ชนินทร์ เสริมว่า “ในครั้งนี้ สมาคมจัดกิจกรรมเสวนาส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม หัวข้อ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทยกับความยั่งยืนภายใต้ BCG Model สอดคล้องนโยบายระดับชาติ และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goal) อีกทั้ง ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ในกรอบการเจรจาสำคัญ เช่น ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป(FTA Thai-EU) และกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิค (The Indo-Pacific Economic Framework for Prosperity, IPEF) ซึ่งริเริ่มโดยสหรัฐอเมริกา ดังนั้น อุตสาหกรรมต้องปรับตัว และปฏิบัติตามกฎระเบียบสากล ช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปกป้องดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งบนบกและในมหาสมุทร การลดขยะทะเล ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรอาหารสำคัญของโลก”

การนำหลักการ BCG ประยุกต์ใช้ในสมาคม และประเมินผลสำเร็จอย่างไร

ดร.ชนินทร์ ชี้แจงว่า “ที่ผ่านมาผู้ประกอบการมีการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มจากส่วนสูญเสียของการผลิต (Food loss food waste) จากอุตสาหกรรมทูน่า ไก่ เครื่องในวัวแกะที่มีคุณภาพ ผ่านการวิจัยพัฒนาสูตร สู่กระบวนการผลิต ตามกฎหมายกรมปศุสัตว์และมาตรฐานสากล จนเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงเกรดพรีเมี่ยมส่งออกไปทั่วโลก  นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในกลุ่มพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีเพื่อการประหยัดพลังงาน ทั้งนี้ขึ้นกับความพร้อมของบริษัท อาทิเช่น ขยายการผลิตไฟฟ้าจาก Solar roof top, การเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังความร้อนใช้ในระบบทำความเย็นและไอน้ำ การนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ การเปลี่ยนเชื้อเพลิงบอยเลอร์จากถ่านหินเป็น Biomass การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Recycled) เป็นต้น” และกล่าวถึงการประเมิน ผลสำเร็จของ  BCG ว่า “อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง มีการใช้ประโยชน์จากการนำกลับมาใช้ใหม่(Circular) และพัฒนาไปใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Green) มากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก”

จากแผนประเทศไทยกำหนดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas, GHG) ลดลง 40% ภายในปี 2030 โดยการสนับสนุนของนานาชาติ และตั้งเป้าหมายภายในปี 2065 บรรลุการปล่อย GHG เป็น 0% (Net Zero GHG Emission)  ในเรื่องนี้ ดร.ชนินทร์ กล่าวว่า “สมาคมตระหนักถึงความสำคัญในการจัดทำข้อมูล Carbon Footprint องค์กร เพื่อหา Baseline ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงว่า มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นปริมาณเท่าใด ซึ่งเป้าหมายการลดเป็นไปตามแผนของชาติ  ทางสมาคมตั้งคณะทำงานวิเคราะห์ข้อมูลของสมาชิกเพื่อนำมาประเมินตัวเลขในภาพรวมคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอุตสาหกรรม ตลอดจนประชาสัมพันธ์การอบรมความรู้เชิงวิชาการ กฎระเบียบ แก่สมาชิกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ในแผนงานสมาคมปี 2023-2024

แนวทางการคืนสู่สังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) สมาชิกสมาคมได้ดำเนินการอนุรักษ์และฟื้นฟูด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชนและหน่วยงานราชการในพื้นที่ อาทิเช่น รณรงค์ทำความสะอาดขุดลอกคลอง, สร้างฝ่ายชะลอน้ำ, ปลูกป่าชายเลน, กำจัดขยะเศษอาหาร, บริจาคถังขยะให้ชุมชน, ร่วมกับโรงเรียนเก็บขวด PET มาเข้ากระบวนการรีไซเคิล เป็นต้น  โดย ดร.ชนินทร์ เสริมว่า “สมาคมได้นำเจตนารมณ์ กิจกรรม และขีดความสามารถของสมาชิก สื่อสารต่อสาธารณะให้เห็นถึงความพลังของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การลดและจัดการขยะทั้งบนบกและในทะเลได้อย่างมีนัยสำคัญและยั่งยืน ต้องอาศัยการเชื่อมโยงและทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ของภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม”

ดร.ชนินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ภาคเอกชนต้องลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทางภาครัฐควรสร้างมาตรการจูงใจทางภาษี เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”

-(016)

เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล จัดกิจกรรมเชฟชุมชนตัวน้อยฉลองวันเชฟสากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765255

เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล จัดกิจกรรมเชฟชุมชนตัวน้อยฉลองวันเชฟสากล

เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล จัดกิจกรรมเชฟชุมชนตัวน้อยฉลองวันเชฟสากล

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.36 น.

เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ร่วมฉลองวันเชฟสากลหรือ International Chefs Day 2023ผ่านกิจกรรมเชฟชุมชนตัวน้อย จัดเวิร์กชอปเสริมทักษะการทำอาหารให้เด็กๆ ร่วมสร้างสรรค์เมนูแสนอร่อยด้วยผลิตภัณฑ์แม็กกี้ และได้ประโยชน์จากพืชผักสวนครัวแบบจัดเต็มภายใต้ธีม Growing Great Chefs”โดยมีเชฟและนักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญจากเนสท์เล่ ร่วมส่งต่อความรู้ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่เยาวชนไทย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องทักษะการทำอาหาร การเลือกวัตถุดิบที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการ และการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพพร้อมมุ่งยกระดับวัตถุดิบในท้องถิ่น ด้วยการนำพืชผักสวนครัวในชุมชนมาเป็นส่วนประกอบหลักในการรังสรรค์เมนูที่หลากหลายผ่านความร่วมมือกับโรงเรียนศรีบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบในการส่งเสริมโภชนาการเด็กวัยเรียนในวิถีใหม่ (Healthy New Normal)

 นางสาวเครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร และ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่ากล่าวว่า“นับเป็นโอกาสที่ดีอีกครั้งของ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ที่ได้ร่วมฉลองวันเชฟสากล ด้วยความตั้งใจที่จะส่งต่อความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ สอดคล้องกับพันธกิจหลักเพื่อสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เยาวชนไทย ภายใต้โครงการเนสท์เล่เพื่อเด็กสุขภาพดี หรือ Nestlé for Healthier Kids (N4HK) โดยในปีนี้เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปลูกฝังการรับประทานผักและผลไม้ในเยาวชน จึงได้ร่วมมือกับโรงเรียนศรีบางไทรเพื่อส่งเสริมโภชนาการของเด็กไทยอย่างยั่งยืนด้วยการการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านโภชนาการและสุขภาพให้ดียิ่งขึ้นทั้งในโรงเรียนต่อเนื่องสู่ครอบครัวและชุมชนโดยนำวัตถุดิบชุมชนอย่างพืชผักสวนครัวมาเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารให้เด็กๆ ได้เรียนรู้คุณประโยชน์ของพืชผักชนิดต่างๆ ที่ดีต่อสุขภาพพร้อมด้วยการนำผลิตภัณฑ์แม็กกี้มาร่วมสร้างสรรค์เมนูอร่อยต่างๆ ในแบบที่เด็กๆ สามารถทำตามได้ง่ายกับคุณพ่อคุณแม่ เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีในครอบครัวและยังเป็นการเสริมแรงบันดาลใจในการทำอาหารให้กับเด็ก ๆ สู่เส้นทางอาชีพเชฟที่มีคุณภาพในวันข้างหน้า”

ในงานอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสมกับเด็ก ๆ วัยเรียนไม่ว่าจะเป็นเวิร์กชอปรังสรรค์เมนูอร่อยที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย พร้อมผลิตภัณฑ์แม็กกี้ที่มีคุณภาพ มีกลิ่นและรสชาติที่หอมเป็นเอกลักษณ์ ด้วยสูตรที่ทำได้ง่ายครบคุณค่าทางโภชนาการ โดยมีเชฟโอ-กฤษฎา ผามั่ง เชฟผู้เชี่ยวชาญ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัดมาแนะนำ4 เมนูสุขภาพ ได้แก่แซนวิชไส้ผักโขมไข่ต้ม,ข้าวผัดดอกโสนซูชิโรล,สลัดผักสดกับน้ำสลัดแม็กกี้ และสเต็กอกไก่เปิดโอกาสให้ตัวแทนนักเรียนของโรงเรียนศรีบางไทรและครอบครัวได้ลองลงมือทำจริงทุกขั้นตอนร่วมกับเชฟมืออาชีพ พร้อมสอดแทรกความรู้ด้านวิชาการเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของผักแต่ละชนิดและแนะนำหลักโภชนาการรวมถึงสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวัน โดยนางสาวจันทิมา เกยานนท์นักวิชาการด้านอาหารและโภชนาการ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัดอาทิ หลักการรับประทานให้ ‘พอดี’ นั่นคือการรับประทานอย่าง‘เพียงพอ’ กับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน และเลือกรับประทานสิ่งที่ ‘ดี’ มีประโยชน์ต่อร่างกายและมีรสชาติอร่อยซึ่งดีต่อใจ ตามหลักการรับประทานอาหารที่สมดุลหรือ Balanced Diet ด้วยการกำหนดปริมาณอาหารแบบ 2:1:1 นั่นคือ ผัก2 ส่วน เนื้อ และข้าวหรือแป้งอย่างละ 1 ส่วน เป็นต้น

ปีนี้ยังพิเศษกว่าปีอื่นๆ เพราะได้ครอบครัวอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดังอย่าง คุณแม่เบลล์ – ยุภาพร ฤทธิญาณ และน้องชูใจ – ณอรศรีหมอก จาก Chujai Familyมาร่วมสนุกกับกิจกรรมเวิร์กชอป และร่วมบอกเล่าแรงบันดาลใจดีๆ เกี่ยวกับการปรุงอาหารและเลือกวัตถุดิบที่มีประโยชน์ให้กับน้องชูใจ เรียกว่าได้ครบทั้งความสนุก สดใส และความรู้แบบอัดแน่นกันไปตลอดงาน

#InternationalChefsDay #NestléProfessional#MAGGIThailand

‘ออรา’ตัวจริงเรื่องรักษ์โลก เดินหน้าสานต่อโครงการ Aura Upcycling มอบเสื้อกีฬาให้กับน้อง ๆ กว่าหนึ่งพันตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765240

'ออรา'ตัวจริงเรื่องรักษ์โลก เดินหน้าสานต่อโครงการ Aura Upcycling มอบเสื้อกีฬาให้กับน้อง ๆ กว่าหนึ่งพันตัว

‘ออรา’ตัวจริงเรื่องรักษ์โลก เดินหน้าสานต่อโครงการ Aura Upcycling มอบเสื้อกีฬาให้กับน้อง ๆ กว่าหนึ่งพันตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.14 น.

“ออรา”ตัวจริงเรื่องรักษ์โลก สานต่อโครงการ “AURA Upcycling”เดินหน้าตอกย้ำพันธกิจออรา โดยการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาขยะพลาสติก พร้อมกระตุ้นจิตสำนึกที่ดีให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการแปลงร่างขวดพลาสติกที่ไม่ใช้แล้วให้เกิดคุณค่าเป็นเสื้อกีฬากว่า 1,000 ตัว ให้กับน้องๆ เพื่อสนับสนุนให้เด็กรุ่นใหม่ในสังคมใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น  โดยในครั้งนี้พิมพิกา สิทธานุกูล Product Manager บริษัท ทิปโก้ เอฟแอนด์บี จำกัด  นำทีมออราแบ่งปันเสื้อกีฬาให้กับน้องๆ ทั้งหมด4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดโป่งแยงเฉลิมพระเกียรติจังหวัดเชียงใหม่โรงเรียนบ้านโป่งแยงใน จังหวัดเชียงใหม่โรงเรียนศรีเทพประชาสรรค์ จังหวัดเพชรบูรณ์และ โรงเรียนบ้านโคกสง่า จังหวัดเพชรบูรณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและกิจกรรมดีดีเพื่อโลกของ ออรา ได้ที่ Facebook : Aura mineral water

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานชุดชั้นในทรงออกแบบ สำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดเต้านมในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765080

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานชุดชั้นในทรงออกแบบ  สำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดเต้านมในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานชุดชั้นในทรงออกแบบ สำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดเต้านมในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเล็งเห็นความสำคัญของโรคมะเร็งเต้านมเสด็จพระราชดำเนินไปยังท้องสนามหลวงเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อทรงเปิดโครงการ “ตุลาคม เดือนแห่งการป้องกันมะเร็งเต้านมโลก”ซึ่งมูลนิธิกาญจนบารมี ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 71 พรรษา 28 กรกฎาคม 2566 รวมทั้งรณรงค์สร้างความตระหนักให้ผู้หญิงไทยเห็นถึงความสำคัญของโรคมะเร็งเต้านม และในโอกาสนี้ ได้พระราชทานชุดชั้นในสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดเต้านม หรือ Balancing Bra ที่ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง ในโครงการ Princess Collection โดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI x Wacoal ผ่านมูลนิธิกาญจนบารมี เพื่อกระจายให้แก่ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

โครงการ “Princess Collection” เกิดจากพระราชดำริขององค์ดีไซเนอร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARIที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของโรคมะเร็งเต้านม และทรงตอกย้ำความสำคัญของการส่งต่อพลังใจจากผู้หญิงถึงผู้หญิงด้วยกัน ซึ่งนอกจากการออกแบบชุดชั้นในแฟชั่นการกุศล ร่วมกับแบรนด์ชุดชั้นในระดับโลกวาโก้ (Wacoal) ในชื่อ “Princess Collection SIRIVANANVARI x Wacoal” แล้ว ทรงมีพระทัยห่วงใยผู้หญิงที่ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็ง จึงทรงออกแบบชุดชั้นในสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดเต้านม (Balancing Bra) เน้นความสดใส ประดับโลโก้ริบบิ้นสีชมพูรูปหัวใจของโครงการฯ ที่ทรงออกแบบด้วยพระองค์เองในสีชมพูฟูเชีย ซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์ และสีส้มโอโรส เพื่อมอบความมั่นใจในความเป็นผู้หญิง ให้กลับเต็มเปี่ยมพร้อมดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติ รวมถึงยังมีผลิตภัณฑ์แฟชั่นลำลอง ที่ออกแบบโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARIวางจำหน่ายผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ Lazada ในชื่อร้านค้า “Princess Collection โดยมูลนิธิกาญจนบารมี” และจุดจำหน่ายของมูลนิธิฯ ทั่วประเทศ อีกด้วย โดยกิจกรรมทั้งหมดในโครงการ Princess Collection นำรายได้สนับสนุนโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ด้วยเครื่องแมมโมแกรม ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสทั่วประเทศ ของ “มูลนิธิกาญจนบารมี” และสนับสนุนการดำเนินงานของ “สถาบันมะเร็งแห่งชาติ”

ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี ประธานมูลนิธิกาญจนบารมี ในฐานะผู้จัดงานหลัก กล่าวว่า มูลนิธิกาญจนบารมี เป็นมูลนิธิที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวให้จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการป้องกันมะเร็ง และในเดือนตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นเดือนแห่งการรณรงค์มะเร็งเต้านมทั่วโลก ทางมูลนิธิฯ ในฐานะองค์กรในการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมหลักของประเทศ จึงได้จัดงาน “ตุลาคม เดือนแห่งการป้องกันมะเร็งเต้านมโลก” ขึ้น โดยมีการรณรงค์ เผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมแก่ประชาชน ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยหน่วยคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ของมูลนิธิกาญจนบารมี ให้กับประชาชนด้อยโอกาส โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น มุ่งหวังให้ผู้หญิงไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งเต้านม ปัจจุบันงานหลักของมูลนิธิฯ จึงมุ่งเน้นการดำเนินงานคัดกรอง ซึ่งถือเป็นการป้องกันโรค เพราะถ้าพบโรคในระยะเริ่มต้น และรักษาอย่างทันท่วงที การรักษาจะได้ผลดี มีโอกาสหายขาด และลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมาก

ทั้งนี้ มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในสตรีทั่วโลก ในปี 2020 พบผู้หญิงทั่วโลกเป็นมะเร็งเต้านม 2.3 ล้านคน และเสียชีวิต 685,000 คนทั่วโลก โดยในประเทศไทย มะเร็งเต้านมนั้นพบมากที่สุดในผู้หญิงไทย โดยพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 22,158 คน / ปี และเสียชีวิต 8,266 คน / ปี หรือคิดเป็นจำนวนถึง 23 คนต่อวัน

ในโอกาสเดียวกันนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงตัดริบบิ้นเปิดงาน และเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ และหน่วยรถคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ อีกทั้งยังพระราชทาน Balancing Bra หรือ ชุดชั้นในสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัดเต้านมผลิตภัณฑ์จากโครงการการกุศล “Princess Collection” โดยแบรนด์ SIRIVANNAVARIร่วมกับชุดชั้นใน Wacoal ที่ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง แก่นางอุทัย สงไพรสนตัวแทนผู้ป่วยมะเร็งเต้านม และ ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี ประธานมูลนิธิกาญจนบารมี รับมอบ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ป่วยที่ต้องการ ในโรงพยาบาลต่างจังหวัด และพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ภายในงานมีรถเอกซเรย์เต้านม 3 มิติ ของหน่วยคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ของมูลนิธิกาญจนบารมี ไปให้บริการตรวจแก่ประชาชนนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม อาทิ ขั้นตอนการตรวจเต้านมด้วยตนเองอาการของมะเร็งเต้านมการป้องกันมะเร็งเต้านม และปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมที่เปลี่ยนแปลงได้และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยประชาชนที่สนใจสามารถเข้ารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องเมมโมแกรม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จนถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ณ จุดบริการ ทั่วกรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กมูลนิธิกาญจนบารมี และกองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย

The 1 Exclusive จับมือ การบินไทย ยกระดับการท่องเที่ยวด้วยสิทธิประโยชน์ตรงใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765061

The 1 Exclusive จับมือ การบินไทย ยกระดับการท่องเที่ยวด้วยสิทธิประโยชน์ตรงใจ

The 1 Exclusive จับมือ การบินไทย ยกระดับการท่องเที่ยวด้วยสิทธิประโยชน์ตรงใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

The 1 Exclusive ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล สานต่อความร่วมมือในฐานะ Strategic Partner กับ การบินไทยสายการบินแห่งชาติ ยกระดับประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้สมาชิกคนสำคัญได้มากกว่าและได้ก่อนใคร ทั้งในแง่ของ Privilege และ Promotion รับความพิเศษสูงสุดเมื่อเป็นทั้งสมาชิก The 1 Exclusive และ สมาชิกบัตรแพลทินัมและบัตรทอง รอยัล ออร์คิด พลัส มอบสิทธิประโยชน์รับสิ้นปี 2566 ไม่ว่าจะเป็น สิทธิรับคะแนน The 1 เพิ่ม 10,000 คะแนน พร้อมสิทธิ์อัปเกรดสถานะเป็น The 1 Exclusive สิทธิ์รับไมล์สะสม รอยัล ออร์คิด พลัส เพิ่ม 1,000 ไมล์ เมื่อซื้อแพ็กเกจทัวร์ รอยัล ออร์คิดฮอลิเดย์ The Holy Journey สมาชิก The 1 Exclusive สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้บน The 1 APP เท่านั้น

อรญา คูนลินทิพย์ Head of Wealth & Credit Card – The 1 กล่าวว่า การบินไทย ในฐานะพาร์ทเนอร์คนสำคัญด้านการท่องเที่ยว
ที่สามารถร่วมมอบสิทธิประโยชน์ให้สมาชิก Proud to be The 1 Exclusive ยิ่งกว่าที่เคย พร้อมด้วย The 1 Insight ที่พบว่าสมาชิก The 1 Exclusive และสมาชิกบัตรแพลทินัมและบัตรทอง รอยัลออร์คิด พลัส ต่างเป็นลูกค้าระดับพรีเมียมที่มีโปรไฟล์ใกล้เคียงกัน ช่วยให้เราสามารถร่วมเลือกสรรสิทธิประโยชน์ได้อย่างตรงใจ และในช่วงสิ้นปี 2566 ซึ่งเป็น High Season ของการท่องเที่ยวเช่นนี้ The 1 Exclusive จึงต่อยอดความร่วมมือกับการบินไทย ร่วมขยายสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ เพื่อมอบเป็นของขวัญให้สมาชิก The 1 Exclusive และสมาชิกรอยัล ออร์คิด พลัส ได้เพลิดเพลินกับฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวได้อย่างเหนือระดับกว่าใคร”

กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้าและการตลาด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การบินไทยมีความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในหลากหลายมิติกับ The 1 Exclusive จะสามารถส่งเสริมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้การเดินทางเป็นที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้ การบินไทยยังได้เปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงยังคงสรรค์สร้างสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สมาชิกรอยัล ออร์คิด พลัส และ
The 1 Exclusive สามารถติดตามเพิ่มเติมได้เร็วๆ นี้”

สิทธิประโยชน์ดังกล่าว สำหรับสมาชิก The 1 Exclusive และสมาชิกบัตรแพลทินัมและบัตรทอง รอยัล ออร์คิด พลัส ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ดาวน์โหลด The 1 APP เพื่อติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ทั้งบน App Store, Play Store และ Huawei AppGallery https://t1x.onelink.me/XZji/we7h6h8

ผลงานจิตรกรรมสะท้อนพฤติกรรมมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คว้ารางวัลชนะเลิศจากเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765064

ผลงานจิตรกรรมสะท้อนพฤติกรรมมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คว้ารางวัลชนะเลิศจากเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2566

ผลงานจิตรกรรมสะท้อนพฤติกรรมมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คว้ารางวัลชนะเลิศจากเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มอบรางวัลชนะเลิศ การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2566

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มอบรางวัลชนะเลิศ การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี ٢٥٦٦ ให้กับนางสาวปรัชญา เจริญสุข อายุ 26 ปี จากผลงาน “ปากน้ำชุมพร” สะท้อนข้อเท็จจริงจากพฤติกรรมที่ละเลยของมนุษย์ จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความโดดเด่นที่สุดจากผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้าประกวดในปีนี้

นางสาวปรัชญา เจริญสุข ใช้เวลากว่า 2 เดือนในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ ด้วยเทคนิคสื่อผสมบนผ้าใบ (ไมโครพลาสติก) โดยนำเสนอ
ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับผลกระทบที่ร้ายแรงและเป็นอันตรายของไมโครพลาสติกอันเป็นผลมาจากความประมาทเลินเล่อและการเพิกเฉยของมนุษย์ในกิจกรรมและการกระทำต่างๆ ซึ่งท้ายที่สุดเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

(ซ้าย) ปรัชญา เจริญสุข และ สันติภาพ เพ็งสวย

นายตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศปีนี้ เป็นผลงานที่กระตุ้นความนึกคิดให้เห็นถึงปัญหาไมโครพลาสติกที่อยู่ใกล้ตัวเรา การใช้ไมโครพลาสติกเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์งาน ได้สื่อสารข้อความที่กระทบใจผู้ชมได้เป็นอย่างดี เน้นย้ำให้เห็นความจำเป็นและความเร่งด่วนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนในอนาคต

“เช่นเดียวกับคุณปรัชญา ยูโอบี มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนในตลาดอาเซียนของเรา ในฐานะธนาคารที่มีเครือข่ายครอบคลุมมากที่สุดในภูมิภาค เราพร้อมที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสำหรับเพื่อนพนักงาน ลูกค้า และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ดังเช่นผลงาน ปากน้ำชุมพร ที่ได้สะท้อนภาพความเสียหายเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน คืออนาคตที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น ขอให้ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้เป็นเครื่องกระตุ้นให้พวกเราทุกคนลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น”

ผลงานรางวัลชนะเลิศ “ปากน้ำชุมพร”

คณะกรรมการตัดสินการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2566 ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการตัดสิน อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติปี 2563 สาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม-สื่อผสม) ที่ปรึกษามูลนิธิสงขลาเมืองเก่า และกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ลักขณา คุณาวิชยานนท์ กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมบริหารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และศาสตราจารย์เกียรติคุณกัญญา เจริญศุภกุล ศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิด้านทัศนศิลป์

นางสาวปรัชญา กล่าวถึงผลงาน “ปากน้ำชุมพร” ว่า “ปากน้ำเป็นบริเวณพื้นที่ที่เชื่อมจากลำคลองสู่ทะเล ความเชื่อมโยงระหว่างวิถีชีวิตของผู้คนกับการจัดการขยะที่ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ดิฉันต้องการสะท้อนให้เห็นถึงอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อันล้วนเกิดจากวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้นและการบริหารจัดการขยะที่ไม่ดีพอของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันเห็นขยะและไมโครพลาสติกจำนวนมหาศาลบนชายหาด ดิฉันต้องการสื่อให้เห็นถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านผลงานศิลปะ และหวังจะสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาเหล่านี้ในวงกว้างมากขึ้น อีกทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ได้ชมภาพลงมือทำบางอย่างเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น”

ผลงาน “Joy ” ชนะเลิศประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น

ในฐานะผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ UOB Painting of the Year ประเภทศิลปินอาชีพ การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2566 ของประเทศไทย นางสาวปรัชญา เจริญสุข ได้รับเงินรางวัลจำนวน 750,000 บาท และจะเป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าแข่งขันกับประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์และเวียดนาม เพื่อชิงรางวัลระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2566 และโอกาสที่จะได้รับคัดเลือกเข้าร่วมเป็นศิลปินในพำนัก (artist in residence) เป็นเวลา 1 เดือน ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ฟุกุโอกะประเทศญี่ปุ่น (Fukuoka Asian Art Museum)

นางสาวปรัชญา กล่าวทิ้งท้ายว่า “รู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ และรู้สึกยินดีมากๆ เพราะสิ่งที่ต้องการสื่อสารเกี่ยวกับการจัดการขยะจะได้รับการบอกกล่าวไปในวงกว้าง เนื่องจากเวทีการประกวดนี้มีกิจกรรมที่ส่งเสริมศิลปินให้ได้อยู่ในสปอตไลท์และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน รวมถึงสามารถสะท้อนปัญหานี้ในเวทีการประกวดระดับนานาชาติอีกด้วย ส่วนตัวมีคุณปานพรรณ ยอดมณี ศิลปินรางวัลชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบีครั้งแรกในประเทศไทย เป็นแรงบันดาลใจ ได้เห็นถึงความสำเร็จที่เวทีนี้ได้ให้การสนับสนุนจนรุ่นพี่คนนี้สามารถประกอบอาชีพในฐานะศิลปินที่ประสบความสำเร็จ เราก็หวังว่าจะไปถึงจุดนั้นในอนาคต”

สำหรับผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น ได้แก่ นายสันติภาพ เพ็งสวย อายุ 22 ปี จากผลงาน “Joy” ด้วยเทคนิคสื่อผสมบนผ้าใบ ถ่ายทอดเรื่องราวของนักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาสที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขในการเรียนรู้และสร้างสรรค์ศิลปะในห้องเรียน

นายสันติภาพ กล่าวว่า “ผลงานชิ้นนี้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของผมเมื่อครั้งมีโอกาสเป็นครูฝึกสอนในโรงเรียนขยายโอกาสที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยผมปรารถนาที่จะนำความสุขมาสู่นักเรียนในชั้นเรียนศิลปะของผมผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ โดยมีอุปกรณ์และสื่อการเรียนรู้ พร้อมกิจกรรมต่างๆในชั้นเรียนศิลปะเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลงานสร้างสรรค์ของผมชิ้นนี้อีกทั้ง ผมดีใจมากที่ผลงานศิลปะของผมมาได้ไกลถึงจุดนี้ และได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบี สำหรับผมแนวคิด ขั้นตอนและกระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงาน คือสิ่งสำคัญที่สุด ภาพผลงานได้สะท้อนความสุขของเด็กๆ ที่ได้รับการเติมเต็มจากศิลปะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากสื่อสารให้กับคนที่มาชมงาน”

การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2566 (UOB Painting of the Year) เป็นส่วนหนึ่งของการประกวดผลงานจิตรกรรมประจำปีของธนาคาร
ที่ธนาคารยูโอบีมุ่งค้นหาและสนับสนุนศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะอันทรงคุณค่าในภูมิภาค นับเป็นหนึ่งในการประกวดผลงานศิลปะประจำปีที่ทรงเกียรติที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเปิดรับศิลปินในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย และเวียดนามเข้าร่วมประกวด

อนันตรา เกาะยาวใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ รีสอร์ทหรูบนเกาะท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765069

อนันตรา เกาะยาวใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์  รีสอร์ทหรูบนเกาะท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุด

อนันตรา เกาะยาวใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ รีสอร์ทหรูบนเกาะท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุด

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ถ้าคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนบนเกาะที่มีธรรมชาติและระบบนิเวศที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ อนันตรา เกาะยาวใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ (Anantara Koh Yao Yai Resort & Villas) บนเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา รีสอร์ทสุดหรูระดับอัลตร้าลักชูรี่แห่งใหม่ล่าสุด น่าจะเป็นหมุดหมายที่สร้างประสบการณ์การพักผ่อนแนบชิดธรรมชาติ ท่ามกลางความร่มรื่นอันเขียวชอุ่มบนพื้นที่ถึง 68 ไร่ ชายหาดที่ทอดยาวกว่า 1 กิโลเมตร ทัศนียภาพยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดินอันแสนโรแมนติกที่หาที่เปรียบได้ยาก วิถีชีวิตของผู้คนบนเกาะยาวใหญ่ยังเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์เฉพาะที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าสนใจ

เพียงใช้เวลาเดินทางโดยเรือสปีดโบ๊ทประมาณ 25 นาที จากจังหวัดภูเก็ต และ 20 นาที จากจังหวัดกระบี่ ก็เข้าสู่ อนันตราเกาะยาวใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ซึ่งตั้งอยู่บนหาดทรายสีทองเนื้อละเอียด ริมท้องทะเลที่โดดเด่นด้วยวิวทิวเขาและเขาหินปูนตั้งสูงตระหง่านเป็นฉากสวย
ในบรรยากาศเงียบ สงบ และเป็นส่วนตัว

ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายของประเภทห้องพัก รวมทั้งหมด 148 ห้อง ทำให้รีสอร์ทแห่งนี้เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว และทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นห้องพักแบบสวีท แฟมิลี่ พูล วิลล่า และเพนท์เฮาส์ โดยห้องขนาดเริ่มต้น ได้แก่ ห้องแบบ ดีลักซ์ สวีท ซีวิว พื้นที่กว้างขวางถึง 90 ตารางเมตร มองเห็นวิวทะเลได้จากทั้งพื้นที่พักผ่อนและห้องน้ำ และยังมีระเบียงขนาดใหญ่ ห้องพักสำหรับครอบครัว แฟมิลี่ สวีท มีตัวเลือกห้องพักทั้งแบบพูลแอคเซส แบบซีวิว และแบบแกรนด์ แฟมิลี่ ซีวิว ซึ่งนอกจากจะครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใหญ่ และเตียงสองชั้นสำหรับเด็กแล้ว ภายในห้องแบบแกรนด์ แฟมิลี่ ซีวิว ยังมีสไลเดอร์ที่ให้คุณหนูๆ ได้สนุกกับการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว

ผู้ที่ต้องการใกล้ชิดกับท้องทะเลอย่างเต็มที่ วิลล่า แบบหนึ่งห้องนอน และสองห้องนอน ขนาดเริ่มต้นที่ 170 ตารางเมตรไปจนถึง 330 ตารางเมตร เชื่อมต่อพื้นที่อันร่มรื่นของวิลล่ากับชายหาดและสีฟ้าของน้ำทะเลเพียงแค่ไม่กี่ก้าว นอกจากพื้นที่พักผ่อนแล้ว ยังมีห้องเตรียมอาหาร ห้องทานอาหาร และระเบียงขนาดใหญ่ ขณะที่ ซีวิว พูล เพนท์เฮาส์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ถึง 366 ตารางเมตร มาพร้อมกับพื้นที่พักผ่อนถึงสองชั้น ห้องน้ำที่กว้างขวางอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ แยกอ่างล้างหน้า โต๊ะเครื่องแป้ง และฝักบัว ไฮไลท์คือ สระว่ายน้ำบนรูฟท็อปของห้องเพนท์เฮาส์ยังเปิดรับวิวทะเลในแบบพาโนรามา ที่ให้ความรู้สึกราวกับท้องฟ้าและทะเลมาบรรจบกัน โดยหนึ่งในห้องซีวิวพูลเพนท์เฮาส์ ยังโดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำที่ออกแบบให้เป็นกระจกใส มองผ่านด้านล่างของสระสามารถเห็นถึงห้องรับแขกภายในห้องพัก ซึ่งมีเพียงห้องเดียวที่ทุกคู่รักจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือระดับ พร้อมบริการบัตเลอร์ส่วนตัวที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเข้าพัก

ขณะที่ผู้ที่ต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ บริเวณด้านในของรีสอร์ท ประกอบไปด้วยห้องพักแบบลากูน พูล วิลล่า และ เวลเนส ลากูน พูลวิลล่า ให้ความสดชื่นด้วยวิวลากูนสระว่ายน้ำส่วนตัว และพันธุ์ไม้อันเขียวขจีโดย เวลเนส ลากูน พูลวิลล่า ยังประกอบไปด้วยพื้นที่สปาส่วนตัวในวิลล่า นำเสนอประสบการณ์ทางด้านเวลเนสที่สมบูรณ์และเป็นส่วนตัว

นอกจากนี้ ยังมีสระว่ายน้ำส่วนกลางสำหรับผู้ใหญ่ และสระว่ายน้ำในโซนครอบครัวที่มาพร้อมสไลเดอร์น้ำถึง 4 สไลเดอร์ “คิดส์ แอนด์ ทีน คลับ”ที่ใหญ่ที่สุด พร้อมสรรพด้วยเครื่องเล่นและกิจกรรมสำหรับเด็กๆ และวัยทีน รวมไปถึงกิจกรรมที่สามารถสนุกกันได้ทั้งครอบครัวอย่าง Treasure Hunt หรือตามล่าหาสมบัติ เป็นต้น เพื่อความผ่อนคลายอย่างสูงสุด ทางรีสอร์ทยังนำเสนอบริการจาก อนันตรา สปา ด้วยห้องทรีตเมนต์ทั้งแบบ Single และแบบ Double Suite สระไฮโดรพูล (Hydro Pool) ฮัมมัม สปา (Hammam Spa) และยังมีฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่ทันสมัยเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมอุปกรณ์จากแบรนด์ Technogym สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย

ในส่วนของ ห้องอาหาร “ปะการัง”เสิร์ฟอาหารไทยและอาหารเช้าแบบนานาชาติ ทั้งยังมีเมนูสำหรับผู้แพ้แลคโตสหรือกลูเตนอีกด้วย โดยช่วงเช้าทางรีสอร์ทจะเปิด Cooking Station ให้แขกทุกคนได้ชมการปรุงอาหารแบบสดๆ สำหรับห้องอาหาร Beach Restaurant ซึ่งเป็นห้องอาหารซิกเนเจอร์ของรีสอร์ทมีทั้งโซนอินดอร์ และ Open-Airรับลมทะเล เสิร์ฟอาหารทะเลสดใหม่ แบบ catch of the day, ซูชิ สเต็กหรือพาสต้า และเมนูสำหรับคุณหนู รวมทั้งยังมีบริการอาหารมื้อพิเศษ Dining by Design ที่เป็นซิกเนเจอร์คอนเซ็ปต์แบบไพรเวท รังสรรค์มื้ออาหารสุดพิเศษโดยเชฟและบัตเลอร์ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น ปิกนิกริมหาด หรือมื้อค่ำสุดโรแมนติกบนเรือ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Spice Spoons Cooking Class คลาสเรียนทำอาหารกับเชฟของทางอนันตรา จะเปิดโอกาสให้คุณได้ไปเลือกซื้อวัตถุดิบต่างๆ จากตลาดท้องถิ่นและเรียนรู้การทำอาหารทุกขั้นตอนโดยละเอียดอีกด้วย

ศรคม กิจประสาน

ศรคม กิจประสาน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรญา ดีเวลลอปเมนท์จำกัด ผู้เป็นเจ้าของรีสอร์ทสุดหรูแห่งแรกบนเกาะยาวใหญ่นี้ ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและคงไว้ซึ่งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งพรรณไม้ต่างๆ ตามระบบนิเวศของภาคใต้ไปจนถึงความสมบูรณ์ของหาดทรายเราจะเห็นได้จากการมีปูลมจำนวนมากในบริเวณหาด ซึ่งสร้างความเพลิดเพลินตลอดการเดินชม ทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเด็กๆ อีกด้วย

“ผมใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติและระบบนิเวศที่สมบูรณ์บนเกาะยาวใหญ่กว่า 9 เดือน ในระหว่างการก่อสร้างรีสอร์ท เราสามารถสร้างรีสอร์ทให้มีความลักชูรี่และพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกได้ แต่เราไม่สามารถสร้างธรรมชาติอันงดงามขึ้นมาได้ ผมจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะรักษามันไว้ มันเป็นของขวัญจากธรรมชาติที่ผมอยากเก็บไว้ให้ทุกคนที่มาพักผ่อนที่ อนันตรา เกาะยาวใหญ่รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ ได้ชื่นชมไปด้วยกัน”ศรคม กล่าว

วิถีชีวิตของผู้คนบนเกาะยาวใหญ่ ยังเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์เฉพาะที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นวิถีของชาวมุสลิมที่อาศัยดั้งเดิม โดดเด่นที่ความเอื้อเฟื้อ และความเข้มแข็งของชุมชน และอาชีพที่น่าสนใจ ทั้งการทำประมง การเลี้ยงกุ้งมังกร และการทำผ้าบาติกท้องถิ่น แม้กระทั่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนเกาะยาวใหญ่อย่าง แหลมหาด ที่เราสามารถมองเห็นสันดอนทรายทอดยาวออกไปกลางทะเลเมื่อน้ำลด หรือชุมชนชาวประมงบ้านแหลมล้านนั่งเรือหางยาวไปดูกระชังกุ้งมังกร7 สี หอยนางรม หอยแมลงภู่ ปูม้า และปลา เที่ยวหมู่เกาะไข่ ดำน้ำชมปะการังน้ำตื้น เที่ยวอ่าวคลองสน อ่าวหินกอง อ่าวล้าน ชมพระอาทิตย์ตกที่สะพานโล๊ะ ที่ท่าเรือช่องหลาด หรือ ล่องเรือชมป่าโกงกางบริเวณหาดสน และอื่นๆ อีกมากมาย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่เว็บไซต์ : www.anantara.com/th/koh-yao-yai-phuket/offers/thai-residents-rates อีเมล : kohyaoyai@anantara.com หรือโทร.076-675888