รัสเซียจำลองยิงนิวเคลียร์ทันที หลังถอนสัตยาบันสนธิสัญญาห้ามทดสอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735644

รัสเซียจำลองยิงนิวเคลียร์ทันที หลังถอนสัตยาบันสนธิสัญญาห้ามทดสอบ

26 ต.ค. 2566 06:57 น.

รัสเซียจำลองยิงนิวเคลียร์ทันที หลังถอนสัตยาบันสนธิสัญญาห้ามทดสอบ

กองทัพรัสเซียจำลองการยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากมอสโกถอนสัตยาบันในสนธิสัญญาณห้ามทดสอบอาวุธนิวเคลียร์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 25 ต.ค. 2566 กระทรวงกลาโหมรัสเซียเผแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นสิ่งที่พวกเขาระบุว่า เป็นการทดสอบขีดความสามารถในการยิงอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสภาสูงมามติเป็นเอกฉันท์ ผ่านกฎหมายถอนสัตยาบันออกจากสนธิสัญญาห้ามทดลองอาวุธนิวเคลียร์ (CTBT)

คลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นขีปนาวุธอำนาจสูงกำลังถูกยิงออกจากฐานปล่อยซึ่งไม่ระบุแน่ชัดว่าอยู่ที่ใด โดยในช่วงท้ายมีภาพเครื่องบินของกองทัพรัสเซียกำลังขึ้นบิน

นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เผยในการประชุมความมั่นคงว่า การฝึกซ้อมดังกล่าว ซึ่งมีการยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ‘ยาร์ส’, มิสไซล์จากเรือดำน้ำ และขีปนาวุธร่อนหลายลูก มีจุดประสงค์เพื่อฝึกซ้อมดำเนินการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ ด้วยกองกำลังจู่โจมทางยุทธศาสตร์ เพื่อตอบสนองต่อการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของศัตรู

ขีนาวุธข้ามทวีป ยาร์ส ถูกยิงออกจากฐานทดสอบทางตะวันออกไกลของรัสเซีย ขณะที่มีขีปนาวุธถูกยิงจากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ‘ตูลา’ (Tula) สังกัดกองเรือทะเลเหนือในในทะเลบาเรนต์ส นอกจากนั้นยังมีขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์พิสัยไกล ถูกยิงจากเครื่องบินทิ้งระเบิด ‘ตูโปเลฟ-95’

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัสเซียเกิดขึ้นหลังจากเมื่อ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย หรือ สภาดูมา มีมติเป็นเอกฉันท์ ผ่านร่างกฎหมายถอนสัตยาบันจากสนธิสัญญา CTBT ด้วยคะแนนเห็นชอบ 415 ต่อ 0 ก่อนที่ในวันที่ 25 ต.ค. สภาสหพันธรัฐ หรือสภาสูงของรัสเซีย จะลงมติเป็นเอกฉันท์ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยคะแนน 156 ต่อ 0

ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน เตือนไว้ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาแล้วว่า รัสเซียอาจถอนสัตยาบันในสนธิสัญญา CTBT ที่พวกเขาให้ไว้ในปี 2543 เพื่อสะท้อนจุดยืนเดียวกันกับสหรัฐฯ ที่ร่วมลงนามในข้อตกลงห้ามทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ฉบับนี้ แต่ไม่เคยให้สัตยาบันเลย

สนธิสัญญาณห้ามทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เกิดขึ้นในปี 2539 มีประเทศร่วมลงนาม 187 ประเทศ กำหนดว่า ห้ามชาติสมาชิกทดสอบการระเบิดด้วยนิวเคลียร์ทุกประเภทไม่ว่าจะที่ใดบนโลก แต่มันไม่เคยถูกบังคับใช้อย่างเต็มที่ เพราะนอกจากสหรัฐฯ แล้ว จีน, อินเดีย, ปากีสถาน, เกาหลีเหนือ, อิสราเอล, อิหร่าน และอียิปต์ ก็ไม่ได้ให้สัตยาบันเช่นกัน

ทั้งนี้ รัสเซียจัดการจำลองยิงอาวุธนิวเคลียร์เป็นประจำทุกปี แต่การซ้อมครั้งล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามในยูเครน ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า รัสเซียอาจจะกลับมาทดสอบนิวเคลียร์อีกครั้ง เพื่อกดดันไม่ให้ชาติตะวันตกให้การสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครนต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญบางคนแสดงความกังวลด้วยว่า การถอนสัตยาบันในสนธิสัญญา CTBT ของรัสเซีย อาจนำไปสู่การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของอาวุธนิวเคลียร์

ที่มา : bbc , the guardian

เชื้อเพลิงใกล้หมด โรงพยาบาลกาซาจำใจรับเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735642

เชื้อเพลิงใกล้หมด โรงพยาบาลกาซาจำใจรับเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น

26 ต.ค. 2566 05:45 น.

เชื้อเพลิงใกล้หมด โรงพยาบาลกาซาจำใจรับเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น

เชื้อเพลิงในฉนวนกาซากำลังใกล้หมดลงทุกขณะ ทำให้โรงพยาบาลต่างตัดสินใจปิดทุกแผนก ยกเว้นแผนกฉุกเฉิน เพื่อสงวนไฟฟ้าไว้ใช้กับอุปกรณ์ช่วยชีวิตเท่านั้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 25 ต.ค. 2566 โรงพยาบาลหลายแห่งในฉนวนกาซาจำเป็นต้องเลือกรับผู้ป่วยเคสฉุกเฉินเท่านั้น จากความกังวลว่าเชื้อเพลิงสำหรับปั่นไฟ และอื่นๆ ในดินแดนแห่งนี้กำลังจะหมดลงภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ท่ามกลางการโจมตี และการปิดล้อมของอิสราเอล ซึ่งทำให้หน่วยงานช่วยเหลือไม่สามารถส่งเสบียงเข้ามาได้

นายรุชดี อาบู อาลูฟ ผู้สื่อข่าวของบีบีซี ซึ่งอยู่ที่โรงพยาบาลหลักในเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ของกาซา ระบุว่า โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วดินแดนต้องปิดทุกแผนก ยกเว้นเพียงห้องฉุกเฉินเท่านั้น เพื่อสงวนเชื้อเพลิงเอาไว้ใช้สำหรับอุปกรณ์ช่วยชีวิต เช่น เครื่องช่วยหายใจ, ตู้อบทารกแรกเกิด และเครื่องฟอกไต

ด้านนายโมฮัมเหม็ด อาบู เซลเมยา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอัล-ชีฟา ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในกาซา บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ตอนนี้ระบบโรงพยาบาลในกาซาพังทลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว

ส่วน ดร.ริชาร์ด พีเพอร์คอร์น ผู้แทนองค์การอนามัยโลก บอกกับ บีบีซี ว่า โรงพยาบาลในกาซาที่พวกเขาให้การสนับสนุนอยู่ กำลังใช้เครื่องปั่นไฟอย่างจำกัดที่สุด โดยใช้เฉพาะกับการผ่าตัด และกระบวนการช่วยชีวิตเท่านั้น

ทั้งนี้ อิสราเอลหยุดส่งไฟฟ้าเข้าสู่กาซา หลังกลุ่มฮามาสโจมตีครั้งใหญ่ใส่พวกเขาเมื่อ 7 ต.ค. ทำให้ดินแดนเล็กๆ แห่งนี้ต้องพึ่งพาตนเองจนกระทั่งโรงงานไฟฟ้าแห่งเดียวของพวกเขาไม่เหลือเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้า ทำให้ชาวกาซาต้องใช้ชีวิตด้วยเครื่องปั่นไฟสำรองมาตั้งแต่ 11 ต.ค. และตอนนี้เชื้อเพลิงสำหรับเครื่องปั่นไฟนั้นก็กำลังจะหมดลงแล้ว

องค์กรช่วยเหลือต่างๆ กับทีมแพทย์ในกาซาออกมาเตือนว่า คนจะตายมากขึ้นหากอุปกรณ์สำคัญใช้การไม่ได้ เพราะไม่มีไฟฟ้า

อนึ่ง การโจมตีของฮามาสทำให้อิสราเอลมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 ศพ เป็นทหาร 222 นาย ส่วนในกาซาซึ่งถูกโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง มีผู้เสียชีวิตแล้ว 6,547 ศพ เป็นเด็กถึง 2,704 ศพ ขณะที่มีประชาชนที่กลายเป็นผู้พลัดถิ่นอีกกว่า 600,000 คน.

ที่มา : bbc

โซลซ้อมความปลอดภัยรับฮาโลวีน ไม่ให้ซ้ำรอยโศกนาฏกรรมอิแทวอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735641

โซลซ้อมความปลอดภัยรับฮาโลวีน ไม่ให้ซ้ำรอยโศกนาฏกรรมอิแทวอน

26 ต.ค. 2566 05:15 น.

โซลซ้อมความปลอดภัยรับฮาโลวีน ไม่ให้ซ้ำรอยโศกนาฏกรรมอิแทวอน

เจ้าหน้าที่ในกรุงโซลฝึกซ้อมควบคุมฝูงชนในซอยแคบรับวันฮาโลวีน โดยใช้เทคโนโลยีเอไอกับกล้องวงจรปิดเกือบพันตัวเข้าช่วย เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเหตุโศกนาฏกรรมบนถนนอิแทวอนเมื่อปีก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 25 ต.ค. 2566 เจ้าหน้าที่กรุงโซลดำเนินการซ้อมควบคุมฝูงชนรับวันฮาโลวีน โดยให้กลุ่มอาสาสมัครราว 150 คน ไปรวมตัวเบียดเสียดกันในซอยแคบๆ ซอยหนึ่งในเมืองหลวงแห่งนี้ ไม่กี่วันก่อนถึงวันครบรอบ 1 ปี เหตุเบียดกันตายบนถนนอิแทวอน

ในการฝึกซ้อมจะมีการสาธิตการใช้เครือข่ายกล้องวงจรปิดกว่า 900 ตัว สนับสนุนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับ และแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่เมื่อมีสัญญาณอันตรายเกิดขึ้นในฝูงชน โดยจะแสดงภาพบนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ มีเจ้าหน้าที่คอยจับตาดูตลอดเวลา และพร้อมออกปฏิบัติการในทันที

ทั้งนี้ โศกนาฏกรรมที่อิแทวอนเมื่อคืนวันที่ 29 ต.ค. 2565 ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 159 ศพ โดยสาเหตุเกิดจากการขาดความพร้อม และมาตรการในการควบคุมฝูงชน โดยที่การโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือของผู้ประสบเหตุในช่วงแรกถูกเพิกเฉย

ทำให้ในปีนี้เจ้าหน้าที่ของกรุงโซลจึงสนธิกำลังกับตำรวจ, สำนักงานฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพื่อรับประกันว่าจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บระหว่างเฉลิมฉลองวันฮาโลวีนแม้แต่คนเดียว

“การฝึกซ้อมครั้งนี้มุ่งเน้นเรื่องวิธีรับประกันความปลอดภัยของพลเรือนด้วยการติดตามสถานการณ์ในเวลาจริง ด้วยความช่วยเหลือทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีล้ำสมัย” นายโอ เซ-ฮุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล กล่าว

เจ้าหน้าที่กรุงโซลตั้งใจติดตั้งกล้องให้ถึง 909 ตัว ในสถานที่ 71 แห่ง โดยมี 16 แห่งจะได้รับการจับตาเป็นพิเศษ โดยเจ้าหน้าที่พร้อมเข้าแทรกแซง และกระจายฝูงชนทันที หากตรวจพบว่ามีคน 3 คนขึ้นไปยืนอยู่ในพื้นที่ทุกๆ 1 ตารางเมตร

นายแพ็ก ซอง-จู ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันภัยพิบัติและเพลิงไหม้จากมหาวิทยาลัยโอเพน ไซเบอร์ ในเกาหลีใต้ กล่าวว่า การฝึกซ้อมเป็นไปได้ด้วยดี แต่เตือนว่าการป้องกันไม่ให้คนจำนวนมากไปรวมตัวกันเป็นเรื่องสำคัญกว่า “การแก้ปัญหานี้จากรากฐานคือ การป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรก”.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

นายกฯให้ 2 แบงก์ “ปล่อยกู้” ช่วยแรงงานไทย ผ่อนดอกตํ่า คืนนายหน้าในอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735624

นายกฯให้ 2 แบงก์ “ปล่อยกู้” ช่วยแรงงานไทย ผ่อนดอกตํ่า คืนนายหน้าในอิสราเอล

26 ต.ค. 2566 05:04 น.

นายกฯให้ 2 แบงก์ “ปล่อยกู้” ช่วยแรงงานไทย ผ่อนดอกตํ่า คืนนายหน้าในอิสราเอล

กลับมาอีก 7 ศพ แรงงานไทยเหยื่อสงครามอิสราเอล-ฮามาส ครอบครัว “กุสะรัมย์” ได้ร่างลูกชายคนโตที่ตายเคียงคู่น้องชายกลับคืนสู่อ้อมกอดพ่อที่เฝ้ารอทั้งน้ำตา ส่วนแรงงานไทยกลับมาอีก 555 คน รวมยอดกลับแล้ว 4,296 คน แฉนายจ้างอิสราเอลหนีเอาตัวรอด ทิ้งคนงานกลางสงคราม ต้องซ่อนตัวอยู่ในหลุมหลบภัย 15 วัน ส่วนฝาแฝดแรงงานไทยที่ต้องจากกันเพราะสงคราม แฝดคนพี่กลับถึงบ้านเกิด ขณะที่แฝดคนน้องถูกฮามาสฆ่าตาย รอตรวจชันสูตรก่อนส่งศพกลับไทย นายกฯแย้มข่าวดีช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลเรื่องเงินกู้ วางแนวทางเบื้องต้นให้ ธ.ก.ส.-ออมสินปล่อยกู้ดอกต่ำ นำใช้หนี้นายหน้าแรงงาน

แรงงานไทยที่ไปทำงานในอิสราเอลยังทยอยหนีภัยการสู้รบของอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสกลับมาเป็นระยะ จนถึงวันที่ 25 ต.ค. มีผู้เดินทางกลับมากกว่า 4 พันคน และยังทยอยเดินทางกลับมาอย่าง ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีการนำร่างแรงงานที่เสียชีวิต จากการสู้รบทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามและผ่านการ พิสูจน์ยืนยันอัตลักษณ์ส่งกลับมาให้ครอบครัวที่เฝ้ารอ เห็นหน้าครั้งสุดท้ายอย่างใจจดใจจ่อรวม 7 รายด้วยกัน

หนีภัยสงครามกลับอีก 320 คน

ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เมื่อเช้าวันที่ 25 ต.ค. นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน นำคณะเจ้าหน้าที่มารอรับและดูแลอำนวยความสะดวกแรงงานไทยจำนวน 320 คน ที่เดินทางจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ด้วยสายการบิน Spicejet เที่ยวบิน SG 9014 ถึงไทยเวลา 07.00 น. มีเจ้าหน้าที่จากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ตรวจร่างกายและสภาพ จิตใจของแรงงาน พร้อมแนะนำสิทธิการช่วยเหลือเยียวยา เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ดูแลกรณีแรงงานไม่มีเงินเดินทางกลับภูมิลำเนา กระทรวงยุติธรรมให้คำแนะนำการพักชำระหนี้ การไกล่เกลี่ยหนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานให้คำแนะนำการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์ จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ เพื่อให้แรงงานไทยได้รับเงินสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเร็วที่สุด โดยตั้งโต๊ะบริการที่ชั้น 2 ประตู 10 อาคาร ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ

ศพ 7 แรงงานไทยเหยื่อสู้รบมาด้วย

นายนันทชัยกล่าวว่า แรงงานไทยกลับมาช่วง เช้า 320 คน ช่วงค่ำวันเดียวกันกลับมาอีก 235 คน รวมยอดผู้ที่กลับมาจนถึงวันที่ 25 ต.ค. จำนวน 4,296 คน รวม 26 เที่ยวบิน ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัคร ราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ แจ้งว่า มีผู้ขอเดินทางกลับจำนวน 8,478 คน ไม่ขอกลับ 123 คน ผู้ถูกจับ เป็นตัวประกัน 19 ราย บาดเจ็บ 18 ราย (ไม่สามารถ ระบุชื่อได้ 1 ราย) เสียชีวิต 30 ราย (ยืนยันจากทางการอิสราเอลแล้ว 15 ราย) ส่งร่างกลับไทยแล้ว 8 ราย และส่งกลับมาอีก 7 ราย โดยสายการบิน EL AL เที่ยวบินที่ LY083 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 10.35 น. วันที่ 26 ต.ค. มีรายชื่อดังนี้ นายธีรพงษ์ กลางสุวรรณ ชาว อ.หนองหาร จ.อุดรธานี นายพิรุฬห์ ทานนท์พิมพ์ ชาว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นายศักดิ์สิทธิ์ โคตมี ชาว อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นายศักดา สุรคาย ชาว จ.หนองคาย นายอภิชาติ กุสะรัมย์ ชาว จ.ขอนแก่น นายศรีทัศน์ กาเหว่า ชาวจ.กำแพงเพชร นายนิติกร แซ่ว่าง ชาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

ร่าง “กุสะรัมย์” คนพี่กลับคืนสู่พ่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิต 7 ราย ที่ถูกส่งร่างกลับมารอบนี้ มีนายอภิชาติ กุสะรัมย์ อายุ 29 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ที่ไปทำงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์พร้อมน้องชายคือ นายพงษ์เทพ กุสะรัมย์ อายุ 26 ปี ถูกกลุ่มฮามาสบุกยิงเสียชีวิตทั้งสองคนนอนตายเคียงกัน และศพนายพงษ์เทพถูกส่งกลับมาก่อน เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ครอบครัวได้เผาไปเป็น ที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 23 ต.ค. และนายลำเพย กุสะรัมย์ ผู้เป็นพ่อ ได้เฝ้ารอร่างลูกชายคนโตกลับมาทำพิธีทางศาสนาและยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกชายไป พร้อมกันทีเดียวสองคน นอกจากนี้ ยังสูญเสียหลานชายอีกคนในเหตุการณ์รุนแรงที่อิสราเอลด้วย จึงนับ ได้ว่านายลำเพยเป็นผู้ที่สูญเสียมากที่สุดจากสงครามความขัดแย้งของอิสราเอล-ฮามาส

แฉนายจ้างทิ้งคนงานหนีเอาตัวรอด

ที่ จ.กาฬสินธุ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค. นายกิติภูมิชัย วงศ์สนิท นอภ.ห้วยเม็กนำคณะไปต้อนรับการกลับบ้านของนายวิไล เทพเหมือนไพร อายุ 40 ปี แรงงานไทยที่เพิ่งเดินทางกลับจากอิสราเอล ที่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 4 บ้านหาดทรายมูล ต.พิมูล อ.ห้วยเม็ก มีญาติพี่น้องที่ทราบข่าวพากันมาแสดงความยินดีที่รอดปลอดภัยจากสงครามเข้ากอดรับขวัญนายวิไล เจ้าตัวกล่าวว่า ทันทีที่กลับถึงแผ่นดินไทยเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ช่วงที่เกิดเหตุการณ์สู้รบ ที่พักอยู่ห่างจากฉนวนกาซาเพียง 7 กม. ได้ยินเสียงยิงขีปนาวุธยิงสกัดกันบนท้องฟ้าเหนือหัวทั้งวันทั้งคืน ขณะที่นายจ้างเอาตัวรอดหนีไปหลบภัยที่อื่น ปล่อยให้ตนกับเพื่อนแรงงานชาวสกลนครอีก 4 คน เผชิญชะตากรรมลำพัง ต้องซ่อนตัวอยู่ในหลุมหลบภัยจะออกไปไหนก็ไม่ได้ กลัวถูกกลุ่มฮามาสยิงและกลัวอันตรายจากสะเก็ดระเบิด พอมีโอกาสก็โทร.ไปสถานทูตไทยขอความช่วยเหลือส่งกลับบ้านและส่งข่าวมาให้ทางบ้านทราบว่าปลอดภัย ยังดีที่ยังมีน้ำมีอาหารเหลือให้กินประทังชีวิตตลอด 15 วันที่อยู่ในหลุมหลบภัย จนได้รับการช่วยเหลือจากทหารอิสราเอล

หลั่งไหลไปขอรับสิทธิประโยชน์เพียบ

ที่ศูนย์ราชการแรงงานจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ผู้สื่อข่าวไทยรัฐนครพนมรายงานว่า ยังเนืองแน่นไปด้วยแรงงานไทยชาวนครพนมที่กลับมาจากอิสราเอล ที่เดินทางไปขึ้นทะเบียนยืนยันกลับบ้านปลอดภัย พร้อมขอรับสวัสดิการตามสิทธิ์และขอรับเงินค่าตั๋วเครื่องบินคืนกรณีจ่ายเงินล่วงหน้าซื้อตั๋วกลับมาไทย ทั้งนี้ ยอดแรงงานไทยชาวนครพนมที่ไปทำงานในอิสราเอล มีกว่า 2,100 คน กลับถึงบ้านเกิดยืนยันตัวตนแล้วกว่า 180 คน มีญาติแจ้งสูญหายขาดการติดต่อ 5 ราย ส่วนการเสียชีวิตยังไม่ยืนยันชัดเจนเป็นเพียงการบอกเล่า ต้องรอผลการตรวจชันสูตร รวมถึงตรวจอัตลักษณ์บุคคลส่งกลับไทยให้ญาติยืนยัน

แฝดพี่รอดแฝดน้องถูกฮามาสฆ่า

ในจำนวนผู้มาแจ้งยืนยันการกลับถึงภูมิลำเนา มีนายเจษฎา หรือตั้ม โฮมสร อายุ 36 ปี ชาวบ้านหนองเดินพัฒนา ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม มายืนยันตัวตนที่สำนักงานแรงงานจังหวัดนครพนม แจ้งขอรับสวัสดิการ ขอคืนค่าตั๋วเครื่องบินที่จ่ายก่อนล่วงหน้า ทั้งนี้ นายเจษฎาเป็นแฝดคนพี่ของนายเศรษฐา หรือต้อม โฮมสร อายุ 36 ปี ที่ไปทำงานในอิสราเอลด้วยกันแต่คนละพื้นที่ มีเพื่อนในแคมป์คนงานของน้องชายแจ้งข่าวว่า ถูกทหารฮามาสจับตัวไปตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้วถูกฆ่าทิ้ง แต่ยังรอตรวจชันสูตรศพ ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลก่อนนำร่างส่งกลับไทยตามขั้นตอน

ทำใจไม่ได้น้องตายในสงคราม

นายเจษฎาเปิดเผยว่า ไปทำงานเมื่อปี 2562 เหลือสัญญาจ้างเกือบ 1 ปี อยู่ในพื้นที่ตอนกลางของอิสราเอล ได้รับผลกระทบน้อย ส่วนนายเศรษฐาน้องชายแฝดเดินทางไปหลังตน 6 เดือน ไปทำงานตอนใต้ของอิสราเอลติดฉนวนกาซาพื้นที่สงคราม วันเกิดสงครามวันแรกน้องชายถูกจับตัวไปติดต่อไม่ได้ มาทราบจากเพื่อนแรงงานและนายจ้างของน้องว่าน้องถูกกลุ่มฮามาสฆ่าปาดคอเมื่อวันที่ 18 ต.ค. แต่ยังไม่พบศพ ต้องรอชันสูตรตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลจากทางการอิสราเอล ถามว่าอยากกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกหรือไม่ ยืนยันไม่ขอกลับไปและยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียน้องชายฝาแฝดไปในสงครามความโหดร้ายครั้งนี้อยากให้รัฐบาลไทยช่วยเหลือหาทางประสานรับศพกลับมาเร็วที่สุด

แม่ร่ำไห้จัดงานศพในบ้านที่ลูกสร้าง

ที่บ้านเลขที่ 86 บ้านเนินสว่าง หมู่ที่ 21 ต.นาบ่อคำ อ.เมืองกำแพงเพชร ของนางสว่าง กาเหว่า อายุ 69 ปี มารดานายศรีทัศน์ กาเหว่า แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบที่อิสราเอลและทางการส่งร่างกลับไทยมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเช้าวันที่ 25 ต.ค. ก่อนนำส่งถึงภูมิลำเนาในวันที่ 26 ต.ค. นางสว่างและญาติได้จัดเตรียมสถานที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 คืน แล้วนำไปฌาปนกิจที่วัดในหมู่บ้าน นางสว่าง ร่ำไห้กล่าวด้วยความเสียใจว่า ลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัว ระหว่างไปทำงานอยู่อิสราเอล ส่งเงินมาให้ครอบครัวเป็นประจำ บ้านที่จัดงานศพเป็นบ้านที่มาจากเงินของลูกชายส่งมาร่วมกับลูกคนอื่นๆ สร้างให้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญ คนที่ไปทำงานต้องการส่งเงินมาดูแลทางบ้าน บางคนส่งเงินมาปลดหนี้ให้พ่อแม่ แต่กลับต้องมาเสียชีวิตทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงคราม

เยี่ยมปลอบขวัญ นศ.ฝึกงานแดนยิว

ที่ จ.ยะลา นายเวสารัช คงนวลใย พัฒนาการอำเภอบันนังสตา เปิดเผยว่า นำคณะเดินทางไปยัง บ้านพงยามู หมู่ที่ 3 ต.บันนังสตา เยี่ยมเยียนให้กำลังใจนายซูบิร วาแมง อายุ 20 ปี นศ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส ที่เดินทางกลับจากอิสราเอลหลังวิทยาลัยส่งตัวไปฝึกงานเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ในฟาร์มที่อิสราเอล พร้อมมอบสิ่งของปลอบขวัญ นายซูบิรเล่าประสบการณ์ตอนหนึ่งว่า ขณะเกิดเหตุการสู้รบ อยู่ที่พักในศูนย์ฝึกงานทางตอนใต้ของอิสราเอล ห่างพื้นที่เกิดเหตุประมาณ 170 กม. รู้สึกตื่นตระหนก เมื่อวิทยาลัยเรียกตัว นศ.ฝึกงานทุกคนให้กลับไทยระหว่างที่นั่งรถทัวร์ผ่านเมืองที่เกิดเหตุการณ์เห็นแสงไฟจากกระสุนและระเบิดรู้สึกหวาดกลัว

“เศรษฐา” เผย “ปานปรีย์” แย้มข่าวดี

ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ถนนรางน้ำ ตอนสายวันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปล่อยตัวประกัน 50 คน ในสงครามอิสราเอล-กลุ่มฮามาส จะมีคนไทยด้วยหรือไม่ว่า ยังไม่ทราบ ยังไม่ได้คุยกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ แต่เห็นนายปานปรีย์บอกว่าจะมีข่าวดีเร็วๆนี้ ท่านเองพยายามอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่าฝ่ายความมั่นคงของเราสามารถเจาะข้อมูลเชิงลึกได้มากน้อยแค่ไหน นายเศรษฐากล่าวว่า ได้มาก ยืนยันว่าด้านความมั่นคงเราไม่มีจุดบอด ฝ่ายความมั่นคง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำงานอย่างเต็มที่ มีรายงานมาโดยตลอด เมื่อถามต่อว่าจำเป็นต้องตั้งรองนายกฯ มาดูแลด้านความมั่นคงหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าไม่จำเป็นเพราะมีสายตรงถึงตนตลอด

หาช่องช่วยแก้ปัญหาเงินกู้แรงงาน

เมื่อถามว่า หลังจากนายกฯขอความร่วมมือให้แรงงานไทยเดินทางกลับ มีตัวเลขเพิ่มเติมเป็นอย่างไร นายกฯกล่าวว่าดีขึ้น มีแนวทางที่ดีขึ้น เที่ยงวันนี้ (25 ต.ค.) มีการพูดคุยกับ รมช.คลัง ทั้ง 2 ท่านและทีมงานกระทรวงการคลังว่า จะมีมาตรการไหนพอช่วยเหลือเขาได้หรือเปล่า เพราะเราเองดูในเชิงลึกเหมือนกันว่าแรงงานไทยหลายคนที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศและอิสราเอลต้องมีการกู้เงิน เป็นเหตุผลหนึ่งที่บางท่านยังตัดสินใจไม่กลับ ยอมเสี่ยงชีวิต เพราะเป็นเรื่องของเงินกู้ ต้องกลับมาดูว่าจะช่วยเหลือตรงไหนได้บ้างอย่างไร ยืนยันว่าเราพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งกดดันว่าอย่าให้นายจ้างเอาเงินมาล่อ และทำในส่วนที่เราทำได้เอง

เรียก 2 รมช.คลังพูดคุยหารือ

ต่อมาเวลา 13.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ เปิดเผยภายหลังเรียก 2 รมช.คลัง นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และทีมงานกระทรวงการคลัง หารือถึงการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลและมาตรการช่วยเหลือแรงงานไทย ที่มีการกู้เงินเดินทางไปทำงาน ที่เป็นเหตุผลหนึ่งทำให้แรงงานไทยยอมเสี่ยง ไม่กลับไทยว่า พูดคุยกันเยอะหลายสิบเรื่อง มีข่าวดีในการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล ขอรอการยืนยัน

เจรจายังไม่จบแต่เชื่อมีทิศทางดี

จากนั้นเวลา 16.00 น. ที่โรงแรมดิ แอทธินี นายกฯให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ทุกอย่างยังไม่จบ ยังไม่อยากพูด เพราะถ้าพูดไปจะเป็นประเด็น แต่ขณะนี้เป็นไปในทิศทางที่ดี เชื่อว่าเช้าวันที่ 26 ต.ค.คงเปิดเผยได้ เบื้องต้นเล่าให้ฟังแต่ขอออกตัวไว้ก่อนว่ายังไม่จบ เพียงแต่อยากพูดเพื่อให้คนที่เป็นแรงงานที่อิสราเอลได้คิด เพราะจากการที่ประเมินสถานการณ์ทั่วไปยังเลวร้ายอยู่ การปฏิบัติการภาคพื้นดินจะมากขึ้น เร็วๆนี้นายจ้างเองยังใช้กุศโลบายที่ให้เงินเพิ่มและจ่ายค่าแรงในวันที่ 10 พ.ย. เป็นเรื่องที่น่าเสียดายและยังคอยคำตอบจากเอกอัครราชทูตอิสราเอลว่าจะทำอย่างไรต่อไปในเรื่องนี้

ธ.ก.ส.อาจให้ผ่อนยาว 20 ปีกู้ใช้หนี้

นายกฯกล่าวว่าที่มานั่งคุยเพราะตระหนักดีว่าแรงงานที่ไปทำงานตรงนี้บางคนกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อจ่ายเป็นค่านายหน้า น่าจะอยู่ที่ประมาณ 100,000- 150,000 บาท ถ้ากลับมาแล้วไม่ได้เงินก็มีปัญหาต้องกลับมาใช้หนี้ต่อ กระทรวงการคลัง โดยนายกฤษฎาได้เสนอว่า แรงงานหลายคนที่เดินทางไปทำงานเกี่ยวกับภาคการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) น่าจะให้เงินกู้ยืมได้ 150,000 บาท เพื่อนำไปใช้หนี้ให้บริษัทนายหน้าหรือคนที่ติดเงินอยู่ จะเป็นการให้เงินกู้ ผ่อนระยะยาว 20 ปี ดอกเบี้ย 0.1% 20 ปี วงเงิน 150,000 บาท จะออกมาเดือนละ 600 กว่าบาท

คลังจะให้ ธ.ออมสินช่วยดูแลอีกทาง

นายกฯกล่าวอีกว่า บอกไม่อยากจะพูดเพราะต้องไปทำเรื่องดอกเบี้ยและระยะเวลาอีก หาก 30 ปีออกมา ยิ่งต่ำลงไปอีกตรงนี้เป็นวิธีหนึ่ง แต่มีคำถามอีกว่าถ้าเขาไม่ได้ไปทำงานด้านการเกษตร ธ.ก.ส.จะปล่อยกู้ได้หรือไม่ เพราะไม่เข้าหลักเกณฑ์ใช่หรือไม่ รมช.คลังพูดว่าจะให้ธนาคารออมสินช่วยดูแล ยืนยันว่าเราทำงานกันตลอด แต่ถ้ายังไม่มีคำตอบที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ไม่อยากพูด เข้าใจเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ อยากให้แรงงานที่ทำงานอิสราเอล ถ้าฟังวันนี้แล้วขอให้สบายใจว่าจะไม่ทอดทิ้งท่านญาติพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัดอยากให้ช่วยกันพูดให้กลับมาเถอะ สถานการณ์มันจะเลวร้ายลงไปอีกเยอะ หากมีเรื่องการปฏิบัติการภาคพื้นดินเมื่อไหร่ ถนนถูกตัดขาดสนามบินไม่สามารถใช้ได้ จะกลับมาอย่างไร อันนี้ขอให้คิดแล้วกันเป็นนโยบายคร่าวๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีก อย่ายึดถือในตรงนี้ ทีมงานทำงานกันตลอดและจะหาข้อสรุปให้ได้โดยเร็ว

กต.แจ้งตายเพิ่มอีกศพเป็น 31 ราย

ขณะที่วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งสถานะคนไทยที่ได้รับผลกระทบในอิสราเอล (สถานะคืนวันที่ 24 ต.ค. 2566) ว่า มีคนไทยเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ราย รวมเป็น 31 ราย จำนวนผู้บาดเจ็บยังคงเท่าเดิม คือ 18 ราย เช่นเดียวกับจำนวนผู้ที่คาดว่าถูกควบคุมตัว จำนวนเท่าเดิม คือ 19 ราย

การสู้รบส่อบานปลายมากขึ้น

สำหรับสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ 7 ต.ค. ยังคงตึงเครียดและอาจบานปลายมากขึ้น เมื่อวันที่ 25 ต.ค. กองทัพอิสราเอล (IDF) เผยว่ากองทัพได้โจมตีตอบโต้ทำลายฐานที่มั่นทางการทหาร รวมถึงฐานปืนครกของซีเรีย ที่เมืองดารา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซีเรีย หลังตรวจพบจรวดจำนวน 2 ลูก ถูกยิงจากซีเรียมาตกในภาคเหนือของอิสราเอล แต่กองทัพอิสราเอลไม่ได้กล่าวหาว่า จรวดที่ถูกยิงมานั้นเป็นของกองทัพซีเรีย ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานอ้างสื่อรัฐบาลซีเรียว่า การโจมตีตอบโต้ของอิสราเอลทำให้ทหารซีเรียเสียชีวิต 8 นาย บาดเจ็บอีก 7 นาย

ปาเลสไตน์โจมตีใกล้ค่ายผู้ลี้ภัย

วันเดียวกัน กองทัพอิสราเอลระบุว่า เมื่อคืนวันที่ 24 ต.ค. เกิดการปะทะระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์ เนื่องจากทางปาเลสไตน์โจมตีอิสราเอลด้วยปืนและระเบิด บริเวณใกล้กับค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองเจนิน ทางตอนเหนือเขตเวสต์แบงก์ ทำให้อิสราเอลส่งโดรนจู่โจมเพื่อระงับเหตุดังกล่าว ด้านสำนักข่าวปาเลสไตน์ (WAFA) รายงานว่าการโจมตีของอิสราเอลในครั้งนี้ได้คร่าชีวิตพลเมืองปาเลสไตน์ 3 ศพ บาดเจ็บราว 23 คน บางส่วนถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองเจนิน

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

ยูทูบเบอร์ดังขอโทษ ถ่ายคลิปแอบขึ้นรถไฟฟรี-ขโมยอาหารโรงแรมในญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735639

ยูทูบเบอร์ดังขอโทษ ถ่ายคลิปแอบขึ้นรถไฟฟรี-ขโมยอาหารโรงแรมในญี่ปุ่น

26 ต.ค. 2566 03:32 น.

ยูทูบเบอร์ดังขอโทษ ถ่ายคลิปแอบขึ้นรถไฟฟรี-ขโมยอาหารโรงแรมในญี่ปุ่น

ยูทูปเบอร์ไซปรัสออกมาขอโทษ หลังถ่ายคลิปขึ้นรถไฟเดินทางในญี่ปุ่นโดยไม่จ่ายค่าโดยสาร และแอบเข้าไปกินอาหารโรงแรมฟรี จนเรียกเสียงประณามอย่างหนัก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฟิเดียส ปานาโยโต ยูทูบเบอร์ชื่อดังชาวไซปรัส ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2.38 ซับสไครเบอร์ ออกมากล่าวขอโทษ หลังจากเขาถ่ายคลิปวิดีโอ ตัวเองกับพวกอีก 3 คน แอบขึ้นรถไฟเดินทางไปทั่วญี่ปุ่นโดยไม่จ่ายค่าโดยสาร และแสร้งทำเป็นแขกแอบขโมยอาหารภายในโรงแรม 5 ดาว จนโดยยูทูบประกาศเตือน

คลิปวิดีโอของนายปานาโยโตซึ่งมีชื่อว่า “ผมเดินทางไปทั่วญี่ปุ่นฟรีๆ” (I Travelled Across Japan For Free) สร้างความไม่พอใจแก่ชาวญี่ปุ่นท้องถิ่นอย่างมาก บางคนออกมาเรียกร้องผ่านโลกออนไลน์ให้จับกุมตัวชายคนนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่การรถไฟญี่ปุ่นกำลังพิจารณาว่าจะมีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายปานาโยโตโพสต์ข้อความขอโทษระบุว่า “สวัสดีประชาชนผู้งดงามทุกท่าน ผมขอโทษต่อชาวญี่ปุ่นหากเราทำให้พวกเขารู้สึกไม่ดี ซึ่งนั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา!”

ด้านยูทูบยืนยันกับสำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชียว่า พวกเขาลบคลิปวิดีโอ 5 คลิปบนช่องของนายปานาโยโตไปแล้ว ฐานละเมิดนโยบายเนื้อหาอันตรายหรืออาจเป็นภัย และได้ออกคำเตือนไปยังแชนเนลนี้ ตามนโยบายประกาศเตือน 3 ครั้งแล้ว โดยช่องที่ถูกเตือน 3 ครั้งภายใน 90 วัน จะถูกนำออกจากยูทูบอย่างถาวร

อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกผู้ใช้งานยูทูบคนอื่นดาวน์โหลดและนำไปโพสต์ใหม่ โดยคลิปหนึ่งแสดงให้เห็นว่า นายปานาโยโตเดินเข้าไปในโรงแรม 5 ดาว แล้วแสร้งทำเป็นแขกที่มาพักเพื่อทานอาหารเช้าฟรี “ผมเพิ่งเข้าไปกินบุฟเฟต์โรงแรม 5 ดาวญี่ปุ่น และเราก็ออกจากโรงแรมโดยไม่ถูกจับได้และไม่มีปัญหาใดๆ” นายปานาโยโตคุยโวในคลิปวิดีโอ

อีกคลิปแสดงให้เห็นว่า นายปานาโยโตพยายามเลี่ยงจ่ายค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงด้วยการแอบในห้องน้ำ นอกจากนั้น เขายังแกล้งทำเป็นป่วยเมื่อเผชิญหน้ากับพนักงานตรวจตั๋ว ก่อนจะหนีไปขึ้นรถไฟอีกขบวน และใช้วิธีเดียวกันในการเลี่ยงจ่ายเงิน

ในคลิปยังมีช่วงหนึ่งที่เขากับพวก ขอเงินจากคนท้องถิ่นเพื่อจ่ายค่ารถไฟด้วยแต่ไม่พอ สุดท้ายพวกเขาจึงถูกขังอยู่ในรถไฟ ก่อนที่พนักงานจะพาเข้าไปโรงพัก ซึ่งนายปานาโยโตกับพวกถูกควบคุมตัวเอาไว้ราว 5 ชั่วโมงจึงได้รับการปล่อยตัว

ทั้งนี้ นายปานาโยโตบรรยายตัวเองบนเพจยูทูบว่า เขาเป็นนักกระทำความผิดมืออาชีพ โดยคลิปวิดีโอป่วนญี่ปุ่นของเขา ก็เป็นส่วนหนึ่งของการรับคำท้าก่อความผิด แลกกับเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ศาลญี่ปุ่นตัดสิน กม.บังคับทำหมัน-แปลงเพศเพื่อเปลี่ยนเพศ ขัดรัฐธรรมนูญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735638

ศาลญี่ปุ่นตัดสิน กม.บังคับทำหมัน-แปลงเพศเพื่อเปลี่ยนเพศ ขัดรัฐธรรมนูญ

26 ต.ค. 2566 01:50 น.

ศาลญี่ปุ่นตัดสิน กม.บังคับทำหมัน-แปลงเพศเพื่อเปลี่ยนเพศ ขัดรัฐธรรมนูญ

คนข้ามเพศในญี่ปุ่นเฮ หลังศาลสูงสุดตัดสินว่า กฎหมายที่กำหนดให้ต้องทำหมันและผ่าตัดแปลงเพศก่อนจึงเปลี่ยนเพศได้นั้น ผิดรัฐธรรมนูญ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นมีคำตัดสินในวันพุธที่ 15 ต.ค. 2566 ว่า กฎหมายปี 2547 ซึ่งกำหนดให้ประชาชนต้องทำหมันและผ่าตัดแปลงเพศก่อน จึงจะสามารถเปลี่ยนเพศของตัวเองในเอกสารทางการได้นั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

คำตัดสินของศาลสูงสุดเกิดขึ้นหลังจากหญิงข้ามเพศคนหนึ่งยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อคัดค้านกฎหมายนี้ ซึ่งตัวบทกฎหมายระบุว่า ประชาชนจะเปลี่ยนเพศได้ก็ต่อเมื่อ พวกเขาไม่มีความสามารถในการสืบพันธุ์แล้ว และเป็นการกลับคำพิพากษาของศาลชั้นก่อนหน้านี้ ที่ตัดสินเมื่อปี 2562 ว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

ทนายความของหญิงรายนี้โต้แย้งว่า ความสามารถในการสืบพันธุ์ของลูกความของเขาถดถอยลงอย่างมากอยู่แล้วจากการให้ฮอร์โมนมาตลอดหลายปี ขณะที่การผ่าตัดจะส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดทางกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมีความเสียจะเกิดผลกระทบตามมา

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็น 1 ใน 18 ประเทศทั่วโลก ที่มีข้อบังคับให้ต้องผ่าตัดทำหมันก่อนเปลี่ยนเพศตัวเองในเอกสารทางการได้ และเป็นประเทศเดียวในกลุ่ม G7 ที่ยังไม่ทำให้การสมรสของคนเพศเดียวกันเป็นเรื่องถูกกฎหมาย

นางคานาเอะ โดอิ ผู้อำนวยการองค์กร ฮิวแมนไรท์วอตช์ ประจำประเทศญี่ปุ่น ออกมาแสดงความยินดีกับคำตัดสินของศาลสูงสุด ระบุว่า นี่เป็นชัยชนะสำคัญเพื่อสิทธิของคนข้ามเพศในญี่ปุ่น “คำตัดสินนี้เป็นการปกป้องสิทธิ์ด้านสุขภาพ, ความเป็นส่วนตัว และการเป็นเจ้าของร่างกายตนเองของคนข้ามเพศในญี่ปุ่น”

อย่างไรก็ตาม คนบางกลุ่มในญี่ปุ่นต่อต้านการแก้กฎหมายฉบับนี้ โดยให้เหตุผลว่า หากอนุญาตให้ใครก็ตามสามารถเปลี่ยนเพศได้ในเอกสารทางการได้โดยไม่ต้องผ่าตัด อาจส่งผลให้ผู้หญิงรู้สึกไม่ปลอดภัย และอาจทำให้เกิดความสับสนทางกฎหมาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลงดออกวีซ่า จนท. UN โมโหเลขาฯ ใหญ่ พูดเหมือนเข้าข้างฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735631

อิสราเอลงดออกวีซ่า จนท. UN โมโหเลขาฯ ใหญ่ พูดเหมือนเข้าข้างฮามาส

25 ต.ค. 2566 23:59 น.

อิสราเอลงดออกวีซ่า จนท. UN โมโหเลขาฯ ใหญ่ พูดเหมือนเข้าข้างฮามาส

อิสราเอลระงับออกวีซ่าแก่เจ้าหน้าของสหประชาชาติ หลังเลขาธิการใหญ่ยูเอ็นกล่าวว่า การโจมตีครั้งใหญ่ของกลุ่มฮามาสเมื่อต้นเดือนตุลาคม ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกีลาด เอร์ดาน ผู้แทนถาวรอิสราเอลประจำสหประชาชาติ เปิดเผยผ่ายสถานีวิทยุของกองทัพอิสราเอลในวันพุธที่ 25 ต.ค. 2566 ว่ารัฐบาลของพวกเขาจะระงับการออกวีซ่าให้เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติชั่วคราว หลังเลขาธิการใหญ่ยูเอ็นแสดงความเห็นเหมือนกับเข้าข้างกลุ่มฮามาส

ความเคลื่อนไหวล่าสุดสืบเนื่องจากเมื่อวันอังคาร นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ออกมากล่าวเกี่ยวกับวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นในฉนวนกาซาว่า “เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องยอมรับว่า การโจมตีของกลุ่มฮามาส (เมื่อ 7 ต.ค.) ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ ชาวปาเลสไตน์อดทนกับการถูกยึดครองมานาน 56 ปีแล้ว”

นายกูเตร์เรสเสริมอีกว่า ชาวปาเลสไตน์ต้องเห็นดินแดนของพวกเขาค่อยๆ ถูกกลืนกินโดยการสร้างที่อยู่อาศัยของชาวยิว และเกิดเหตุความรุนแรงเป็นประจำ

คำพูดดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่อิสราเอลอย่างมาก แม้ว่าเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติจะพยายามย้ำว่า “ความทุกข์ของชาวปาเลสไตน์ไม่สามารถใช้อ้างความชอบธรรมให้แก่การโจมตีอันน่าตกตะลึงของกลุ่มฮามาสได้” และว่า ชาวปาเลสไตน์ก็ไม่ควรถูกลงโทษเพราะการโจมตีของกลุ่มฮามาส ก็ตาม

“เพราะเรื่องนี้ เราจะปฏิเสธการออกวีซ่าแก่ผู้แทนยูเอ็น” นายเอร์ดานกล่าว โดยอิสราเอลปฏิเสธออกวีซ่าแก่นาน มาร์ติน กริฟฟิธส์ ผู้ประสานงานฝ่ายบรรเทาสถานการณ์ฉุกเฉินและกิจการด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติไปแล้ว “ถึงเวลาที่พวกเขาจะสอนบทเรียนให้พวกเขาแล้ว”

ทั้งนี้ กลุ่มฮามาสโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอลครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 50 ปีเมื่อ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,400 ศพ และจับตัวไปกันไปหลายร้อยคน ทำให้อิสราเอลเดินหน้าโจมตีเข้าใส่ฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในดินแดนเล็กๆ แห่งนี้มากกว่า 5,000 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 19 เผชิญวิกฤติ ปิดรพ.ทั้งหมด ในฉนวนกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735570

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 19 เผชิญวิกฤติ ปิดรพ.ทั้งหมด ในฉนวนกาซา

25 ต.ค. 2566 19:46 น.

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 19 เผชิญวิกฤติ ปิดรพ.ทั้งหมด ในฉนวนกาซา

สงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ดำเนินมาถึงวันที่ 19 หลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลและจับตัวประกันไปยังฉนวนกาซากว่า 200 คน ตั้งแต่ 7 ต.ค. 2566

  • โรงพยาบาลต่างๆ ในฉนวนกาซาเผชิญวิกฤติ กำลังต้องหยุดให้บริการรักษาคนไข้ทั้งหมด ยกเว้นแต่หน่วยฉุกเฉิน เนื่องจากเชื้อเพลิงหมด หลังฉนวนกาซาถูกอิสราเอลปิดล้อมตั้งแต่ 7 ต.ค. 2566
  • สำนักงานสหประชาชาติด้านผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ กล่าวว่า โรงพยาบาลต่างๆ ในฉนวนกาซาอาจต้องปิดให้บริการ ในคืนวันพุธที่ 25 ตุลาคม นี้ เนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้า
  • นายแพทย์ อัชราฟ อัล-คูดรา โฆษกกระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซาแจ้งว่า ระบบสาธารณสุขในฉนวนกาซาต้องหยุดให้บริการรักษาพยาบาลคนไข้ และอยู่ในขั้น ‘พังทั้งระบบ’ เพราะนอกจากอิสราเอลจะยังคงโจมตีฉนวนกาซาแล้ว ยังขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ และเครื่องเวชภัณฑ์
  • กระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซา ขอเรียกร้องให้มีการเข้ามาแทรกแซงพื่อป้องกันระบบสาธารณสุขในฉนวนกาซา ‘พังทั้งระบบ’ โดยด่วน
  • อิสราเอลหยุดการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงลอตใหม่เข้าไปในฉนวนกาซา โดยกล่าวหากลุ่มฮามาสว่าได้เก็บสำรองน้ำมันไว้หลายแสนลิตรเพื่อใช้ในการสู้รบ
  • รถบรรทุกสิ่งของความช่วยเหลืออาหารและยา อีก 8 คันแล่นจากอียิปต์เข้ามาในฉนวนกาซา แต่องค์กรบรรเทาทุกข์ชี้ว่ามีความจำเป็นต้องการ รถบรรทุกนำอาหารและยามาให้แก่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา วันละอย่างน้อย 100 คัน
  • รมว.ต่างประเทศกาตาร์ ตอบคำถามนักข่าวถึงความคืบหน้าในการช่วยตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับกุมตัวไปว่า จะมีตัวประกันได้รับการปล่อยตัวเพิ่มขึ้นอีกในเร็วๆ นี้
  • รัฐบาลสหรัฐฯ และแคนาดาร่วมเรียกร้องให้อิสราเอลและฮามาส ‘หยุดยิง’ เพื่อมนุษยธรรม เปิดทางให้การจัดส่งความช่วยเหลือไปให้แก่พลเรือนปาเลสไตน์ในฉนวนกาซามีความปลอดภัย
  • กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาแถลงว่ามีพลเรือนในฉนวนกาซา ถูกสังหารจากการโจมตีของอิสราเอล เพิ่มเป็นอย่างน้อย 6,546 ศพแล้ว นับตั้งแต่ 7 ตุลาคม ในจำนวนนี้ รวมทั้ง ชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตในช่วง 24 ชม.ของวันที่ 24 ตุลาคม จำนวน 756 ศพ มากที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามอิสราเอลกับฮามาสครั้งใหม่
  • ในจำนวนชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตอย่างน้อย 6,546 ศพ เป็นเด็กอย่างน้อย 2,704 ศพ ขณะที่มีชาวปาเลสไตน์ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเพิ่มเป็น 17,439 ราย

ที่มา : BBC,Aljazeera

สื่ออิสราเอลเผย กลุ่มฮามาส ตั้ง ‘ข้อต่อรอง’ จะปล่อยตัวประกันทั้งหมด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735523

สื่ออิสราเอลเผย กลุ่มฮามาส ตั้ง 'ข้อต่อรอง' จะปล่อยตัวประกันทั้งหมด

25 ต.ค. 2566 17:42 น.

สื่ออิสราเอลเผย กลุ่มฮามาส ตั้ง ‘ข้อต่อรอง’ จะปล่อยตัวประกันทั้งหมด

สื่ออิสราเอล เผย กลุ่มฮามาส ตั้งข้อต่อรอง แลกเปลี่ยนกับการจะปล่อยตัวประกันทั้งหมดที่ถูกจับกุมไว้ในฉนวนกาซา

เมื่อ 25 ต.ค. 2566 เดลี่เมลอ้างรายงานข่าวของสื่ออิสราเอล ‘Jewish News’ เผย นายโมตี คาฮานา ผู้ประกอบการชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล ซึ่งกำลังทำงานใน ‘แผนพิเศษ’ เพื่อช่วยตัวประกันทุกคน (กว่า 200 คน) ที่ถูกกลุ่มฮามาสจับกุมไว้ในฉนวนกาซา ตั้งแต่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า กลุ่มฮามาสได้ตั้งข้อต่อรองในการปล่อยตัวประกันทั้งหมดที่ยังถูกควบคุมตัวในฉนวนกาซาไว้ว่า จะต้องได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากขึ้น รวมทั้งเหล่าผู้นำกลุ่มฮามาสและครอบครัวจะสามารถเดินทางออกจากฉนวนกาซาได้อย่างอิสระ

สำหรับแผนแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวประกันทั้งหมดที่ถูกฮามาสจับกุมนั้น เกี่ยวข้องกับการส่งเครื่องเวชภัณฑ์ สิ่งของเครื่องใช้สำหรับเด็กทารกและสุขอนามัยมายังฉนวนกาซาเพิ่มขึ้น และการอนุญาตให้ผู้นำกลุ่มฮามาสที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารชาวอิสราเอล สามารถเดินทางออกจากฉนวนกาซาได้

ญาติออกมาเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันที่จับกุมไปยังฉนวนกาซา ตั้งแต่ 7 ต.ค.2566

ขณะเดียวกัน ข้อแลกเปลี่ยนในการปล่อยตัวประกันจากการเปิดเผยของนายคาฮานาซึ่งมีรายงานว่า เขากำลังทำงานกับทำเนียบขาวนั้น คือ กลุ่มฮามาสจะต้องปล่อยตัวประกันต่างชาติ และตัวประกันที่ถือสองสัญชาติทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ด้านรัฐบาลอิสราเอลยังคงปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับแผนดังกล่าวในการแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับกุมไปยังฉนวนกาซาแต่อย่างใด

กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน หญิงชราชาวอิสราเอล 2 คน เมื่อ 23 ต.ค.2566

ทั้งนี้ กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันมาแล้ว 2 ครั้ง จำนวน 4 คน โดยตัวประกัน 2 คนแรก เป็นสองแม่ลูกเชื้อสายอเมริกัน-อิสราเอลเมื่อ 20 ต.ค.และต่อมา ได้ปล่อยตัวประกันหญิงชราชาวอิสราเอลอีก 2 คน เมื่อ 23 ต.ค.  ขณะที่อิสราเอลแจ้งจำนวนตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับกุมไป เพิ่มเป็น 222 คน 

ที่มา : Dailymail

สุดสะพรึง เฮอริเคน ‘โอทิส’ แรงสุดระดับ 5 ขึ้นฝั่ง ถล่มเม็กซิโกแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735502

สุดสะพรึง เฮอริเคน ‘โอทิส’ แรงสุดระดับ 5 ขึ้นฝั่ง ถล่มเม็กซิโกแล้ว

25 ต.ค. 2566 16:08 น.

สุดสะพรึง เฮอริเคน ‘โอทิส’ แรงสุดระดับ 5 ขึ้นฝั่ง ถล่มเม็กซิโกแล้ว

เฮอริเคนโอทิส ความรุนแรงระดับ 5 ขึ้นฝั่งทางภาคใต้ของเม็กซิโกแล้ว ด้วยความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางพายุถึง 270 กม./ชม.

เมื่อ 25 ต.ค. 2566 ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของเม็กซิโกแจ้งเตือน เฮอริเคนโอทิส (Otis) ซึ่งทวีกำลังความรุนแรงขึ้นเป็น เฮอริเคนระดับ 5 สูงสุด ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งใกล้เมืองอะคาปูลโก ทางภาคใต้ของประเทศเม็กซิโกแล้ว ตอนหลังเที่ยงคืน เวลาประมาณ 0.25 น. ของวันนี้ ( 25 ต.ค. 2566) ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางพายุสูงถึง 270 กม./ชม.

ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของเม็กซิโกแจ้งเตือน ความรุนแรงของเฮอริเคนโอทิส สามารถทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก ทั้งจากพายุฝนฟ้าคะนองหนัก ลมกระโชกรุนแรง และคลื่นสูงซัดชายฝั่ง

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์แห่งเม็กซิโกได้ขอร้องให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย และขอให้ประชาชนอยู่ห่างจากแม่น้ำ ธารน้ำและหุบเขา เพราะอาจเกิดน้ำป่าไหลหลากเนื่องจากฝนตกหนัก ก่อนเฮอริเคนโอทิสจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางภาคใต้ของเม็กซิโก ขณะที่ทางการเม็กซิโกได้ประกาศปิดโรงเรียนทุกแห่งทั่วรัฐ และมีคำสั่งให้ประชาชนเฝ้าระวังภัยจากพายุ

ที่มา : CNN