สุดหวาดเสียว ร็อตไวเลอร์หลุดกัดเด็กจีน 2 ขวบจนไตฉีก (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735472

สุดหวาดเสียว ร็อตไวเลอร์หลุดกัดเด็กจีน 2 ขวบจนไตฉีก (คลิป)

25 ต.ค. 2566 15:13 น.

สุดหวาดเสียว ร็อตไวเลอร์หลุดกัดเด็กจีน 2 ขวบจนไตฉีก (คลิป)

ร็อตไวเลอร์หลุดจากกรง ไล่กัดเด็กจีน 2 ขวบเจ็บสาหัส แม้แม่เด็กที่อยู่ด้วยจะพยายามปกป้อง แต่สู้แรงไม่ไหว สุดท้ายเพื่อนบ้านต้องใช้ไม้เข้ามาช่วยกันไล่ ทำให้เจ้าสุนัขยอมปล่อยเด็กและวิ่งหนีไป

กล้องวงจรปิดในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่เมืองเฉินตูของประเทศจีน สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ระทึก ขณะที่เจ้าสุนัขร็อตไวเลอร์ พุ่งตรงเข้าทำร้ายสองแม่ลูกชาวจีน ที่เพิ่งเดินออกมาจากที่พักอาศัย โดยแม่ของเด็กพยายามเอาตัวบังลูกสาววัยเพียง 2 ขวบของเธอไว้ แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะในท้ายที่สุดเจ้าสุนัขก็พุ่งเข้ากัดเด็กไม่ปล่อย แถมพยายามจะลากเด็กออกมาจากแม่ แต่แม่ของเด็กก็พยายามยื้อไว้ และพยายามเอาตัวเข้าบังตลอดเวลา แต่ก็สู้แรงของเจ้าสุนัขไม่ได้

เคราะห์ดีที่มีคุณยายแถวนั้นเห็นเหตุการณ์ รีบเอาไม้มาไล่สุนัข จนมันยอมปล่อยเด็ก และยังมีชายชราอีกคนที่เข้ามาช่วยไล่เจ้าสุนัขออกไป
โดยหลังจากเกิดเหตุ แม่ของเด็กได้แต่อุ้มเด็กหญิงมากอดไว้ เพื่อปลอบโยนเด็กที่ร้องไห้ด้วยความตกใจ โดยพบว่าเด็กมีแผลถูกสุนัขกัดหลายแผล มีแผลฉีกขาดที่ไต รวมทั้งกระดูกซี่โครงร้าว ยังคงต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล ขณะที่เจ้าของสุนัขถูกจับดำเนินคดี ฐานปล่อยปละละเลยสุนัขจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เทศบาลหลายเมืองในจีน ทั้ง ซานตง เจียงซี และหูเป่ยเริ่มออกมาเคลื่อนไหวที่จะจัดการจับสุนัขจรจัดที่เพ่นพ่านตามสถานที่ต่างๆ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยยังมีกระแสว่า อาจจะมีการทำการุณยฆาตสุนัขเหล่านั้นด้วย หากไม่มีใครมารับเลี้ยง จนทำให้กลุ่มรักสัตว์ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน ขณะที่เทศบาลเมืองกุ้ยโจว เสฉวน และอันฮุย ได้ดำเนินการแจกสายจูงฟรีสุนัขให้กับประชาชนในท้องถิ่น พร้อมทั้งโบรชัวร์เกี่ยวกับการลงทะเบียนและการฉีดวัคซีนให้กับสัตว์เลี้ยงของพวกเขา เพื่อให้เจ้าของสัตว์เอาใจใส่ดูแลสัตว์เลี้ยง ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

ติดตามอ่านข่าวต่างประเทศไทยรัฐออนไลน์ได้ ที่นี่

อิสราเอลถล่มยับฉนวนกาซา ชาวปาเลสไตน์ดับสลด วันเดียว กว่า 700 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735442

อิสราเอลถล่มยับฉนวนกาซา ชาวปาเลสไตน์ดับสลด วันเดียว กว่า 700 ศพ

25 ต.ค. 2566 13:24 น.

อิสราเอลถล่มยับฉนวนกาซา ชาวปาเลสไตน์ดับสลด วันเดียว กว่า 700 ศพ

อิสราเอลโจมตีทางอากาศหนักหน่วง ทำให้ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาถูกสังหาร ในวันเดียวอีกกว่า 700 ศพ ขณะที่กองทัพอิสราเอลยืนยันใช้โดรนติดอาวุธในการโจมตีกลุ่มฮามาสในเขตเวสต์แบงก์

เมื่อ 25 ต.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ระบุ การโจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซา เมื่อ 24 ต.ค. 2566 ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 704 ศพ จนถือเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในฉนวนกาซา ในช่วง 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่กองทัพอิสราเอลระดมโจมตีทางอากาศตอบโต้กลุ่มฮามาส ที่บุกโจมตีอิสราเอลอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 นอกจากนั้น การโจมตีฉนวนกาซาอย่างไม่หยุดยั้งและเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วมากกว่า 5,700 ศพ

ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลแถลงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า อิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮามาส มากกว่า 400 แห่ง และสามารถปลิดชีพนักรบกลุ่มฮามาสได้หลายคน นอกจากนั้น กองทัพอิสราเอลยังยืนยันว่า มีการใช้โดรนติดอาวุธโจมตีเป้าหมายในเมืองเจนิน เขตเวสต์แบงก์ ระหว่างเกิดการปะทะกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์

อิสราเอลโจมตีทางอากาศฉนวนกาซาอย่างไม่หยุดยั้ง

อัลจาซีราระบุว่าปฏิบัติการของอิสราเอลที่ระดมโจมตีทางอากาศในเขตเวสต์แบงก์หนักขึ้น ถือเป็นพัฒนาการที่บ่งชี้ว่าเหตุรุนแรงในเวสต์แบงก์กำลังทวีสูงขึ้น ท่ามกลางการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในฉนวนกาซา

ที่มา : Aljazeera

นักบินสหรัฐฯที่พยายามดับเครื่องยนต์อ้างป่วยซึมเศร้า ขณะถูกนำตัวขึ้นศาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735436

นักบินสหรัฐฯที่พยายามดับเครื่องยนต์อ้างป่วยซึมเศร้า ขณะถูกนำตัวขึ้นศาล

25 ต.ค. 2566 12:44 น.

นักบินสหรัฐฯที่พยายามดับเครื่องยนต์อ้างป่วยซึมเศร้า ขณะถูกนำตัวขึ้นศาล

นักบินชาวสหรัฐฯ ที่พยายามดับเครื่องยนต์ทั้ง 2 เครื่องของเครื่องบินโดยสารของอลาสกา แอร์ไลน์กลางอากาศ จนหวิดทำเครื่องบินตกยกลำวานนี้ ถูกนำตัวขึ้นศาลแล้ว โดยเขาอ้างว่าตัวเองมีภาวะซึมเศร้า

นายโจเซพ ดี เอเมอร์สัน วัย 44 ปี นักบินชาวสหรัฐฯ ที่พยายามดับเครื่องยนต์ทั้ง 2 เครื่องของเครื่องบินโดยสารของอลาสกา แอร์ไลน์กลางอากาศ จนหวิดทำเครื่องบินตกยกลำวานนี้ ถูกนำตัวขึ้นศาลแล้ว โดยเขาอ้างว่าตัวเองมีภาวะซึมเศร้า หลังจากที่เพื่อนของเขาเสียชีวิต และได้รับประทานเห็ดขี้ควาย หรือเห็ดวิเศษ 48 ชั่วโมงเข้าไป ก่อนที่จะเดินทาง ทำให้หลอนและก่อเหตุขึ้น

โดยอัยการรัฐโอเรกอนได้ตั้งข้อหา 83 กระทงจากข้อหาพยายามฆ่า และอีก 83 กระทงจากข้อหาก่ออันตรายด้วยความประมาท และอีก 1 กระทงในข้อหาก่ออันตรายต่อเครื่องบิน ซึ่งข้อหาดังกล่าวมีโทษสูงสุดคือจำคุกถึง 20 ปี อย่างไรก็ตาม ทางทนายความของเขาระบุว่านายเอเมอร์สันได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุ นายเอเมอร์สัน ซึ่งเป็นนักบินของสายการบินดังกล่าว ได้นั่งอยู่ภายในห้องนักบินในฐานะผู้โดยสาร ก่อนที่พยายามจะดับเครื่องยนต์ทั้ง 2 เครื่อง เคราะห์ดีที่นักบินที่รับผิดชอบเที่ยวบินนี้พร้อมกับนักบินที่สองสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทันเวลา ทำให้ไม่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมกับผู้โดยสาร 80 ชีวิต ก่อนจะนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน และช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวต่างประเทศไทยรัฐออนไลน์ได้ ที่นี่

เปิดบัญชี ‘มาเฟีย’ ทั่วไทย 10 จังหวัดสีเขียว พบ 180 กลุ่มผู้อิทธิพลสีแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561881

25 ต.ค. 2566

เปิดบัญชี 'มาเฟีย' ทั่วไทย 10 จังหวัดสีเขียว พบ 180 กลุ่มผู้อิทธิพลสีแดง

‘กมธ.ปกครอง’ เปิดข้อมูล ‘มาเฟีย’ ทั่วไทย พบ ’10 จังหวัดสีขาว’ อีก ‘ 66 จังหวัด’ กลุ่มสีเหลือง พบผู้มีอิทธิพลระดับสีแดง 180 รายชื่อ จี้ มหาดไทย วางนโยบายปราบปราม ชม ‘ชาดา’ มีสปิริต แม้ลูกเขยโดนจับก็ไม่ยกเว้น

25 ต.ค. 2566 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังการประชุมกรรมาธิการฯ ที่มีวาระสำคัญในการพิจารณาศึกษามาตรการจัดระเบียบสังคม และการปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยมีการเชิญ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนของอธิบดีกรมการปกครอง มาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการฯ 
 

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎรนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร

ผู้แทนอธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงในที่ประชุมว่า ได้มีการส่งหนังสือให้แต่ละจังหวัดส่งรายชื่อ และคัดกรองผู้ที่มีอิทธิพลทั่วประเทศไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยพบจังหวัดสีเขียว ปลอดผู้มีอิทธิพลจำนวน 10 จังหวัด ซึ่งไม่สามารถระบุชื่อจังหวัดได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลความลับทางราชการ และ 84 อำเภอใน 66 จังหวัด เป็นจังหวัดสีเหลือง มีผู้อิทธิพล 805 รายชื่อ แบ่งเป็น 180 รายชื่อ เป็นผู้มีอิทธิพลสีแดง มีพฤติการณ์ใช้อิทธิพลในพื้นที่ และ 625 รายชื่อ เคยมีอิทธิพล และไม่มีพฤติการณ์ใช้อำนาจข่มเหงรังแกประชาชน ซึ่งมีการเฝ้าดูพฤติกรรมใกล้ชิด 

ส่วนคำจำกัดความผู้มีอิทธิพลของกระทรวงมหาดไทยนั้น นายกรวีร์ ระบุว่า ผู้แทนอธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า เป็นบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่มีการกระทำ หรือสั่งการให้กระทำละเมิดกฎหมาย ใช้อำนาจการเงิน ตำแหน่งหน้าที่การงาน สถานะทางสังคม และปัจจัยอื่นไปข่มเหงรังแกประชาชนให้เดือดร้อน ทั้งทางกาย จิตใจ เสรีภาพ ชื่อเสียง และทรัพย์สิน ซึ่งการกระทำผิดกฎหมายนั้น มีทั้งหมด 16 มูลฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด โดยจะต้องเป็นการใช้อำนาจ กระทำผิดกฎหมาย ข่มเหงรังแกให้ประชาชนเดือดร้อน ก็จะเข้าข่ายการเป็นผู้มีอิทธิพล

นายกรวีร์ ยังระบุด้วยว่า หลังจากนี้ผู้แทนอธิบดีกรมการปกครอง ยืนยันว่า การดำเนินการหลังจากได้รายชื่อทั้งหมดแล้ว กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการคัดกรอง และรวบรวมรายชื่อผู้มีอิทธิพล และรอฝ่ายบริหาร หรือคณะกรรมการ กำหนดนโยบายการจัดการกับผู้มีอิทธิพลต่อไป ทั้งการจับกุม ปราบปราม หรือพูดคุยให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว 

ที่่ประชุม คณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎรที่่ประชุม คณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร

นายกรวีร์ เปิดเผยอีกว่า กรรมาธิการฯ ได้เน้นย้ำถึงการคัดเลือก และการจัดทำรายชื่อ จะต้องดำเนินการไปด้วยความเป็นธรรม ไม่ใช้อำนาจรัฐของฝ่ายปกครอง ไปกลั่นแกล้งทางการเมือง และให้มีการประเมินผลการปราบปรามผู้มีอิทธิพลด้วย 

ส่วนกรณีการเกิดเหตุกรณีที่นายวีระชาติ รัศมี นายกเทศมนตรีตำบลตลุกดู่ จ.อุทัยธานี ลูกเขยของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นั้น นายกรวีร์ ยอมรับว่า กรรมาธิการฯ มีการพูดคุยกัน ซึ่งจะเข้าข่ายการเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่นั้น ก็จะต้องไปพิจารณาตามคำจำกัดความของการเป็นผู้มีอิทธิพล และจะต้องไปต่อสู้กันในชั้นศาล ซึ่งอาจจะมีความผิดจริง แต่จะเข้าข่ายการเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่ ก็จะต้องพิจารณาว่า มีการใช้อำนาจหน้าที่คุกคามรังแกประชาชนหรือไม่ หากไม่มีก็ไม่เข้าข่าย 

นายกรวีร์ ยังชื่นชมในสปีริตของนายชาดา และถือเป็นมิติใหม่ถึงการเมือง เพราะมีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมการนำนายชาดา มาปราบปรามผู้มีอิทธิพลนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งแม้จะเป็นลูกเขย และใกล้ชิดรัฐมนตรี ก็มีความเด็ดขาด ไม่ได้รับการละเว้น และนายชาดา ก็ยินดีกับการตรวจสอบทั้งหมดโดยไม่ต้องเกรงใจ

‘ชาดา’ สั่งลูกเขยลาออก ‘นายกเทศมนตรี’ เปิดทางจังหวัดเลือกตั้งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561873

25 ต.ค. 2566

'ชาดา' สั่งลูกเขยลาออก 'นายกเทศมนตรี' เปิดทางจังหวัดเลือกตั้งใหม่

‘ชาดา’ เผยสั่งลูกเขยลาออก ‘นายกเทศมนตรี’ เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศ เปิดทางจังหวัดเลือกตั้งใหม่ ยิ่งคนใกล้ชิดตัวเองต้องรับผิดชอบ วอนโลกโซเชียล อย่านำรูปลูกหลานไปประจานในสังคมออนไลน์

25 ต.ค. 2566 จากกรณี ตำรวจ บก.ปปป. จับกุม นายวีระชาติ รัศมี นายกเทศมนตรีตำบลตลุกดู่ จ.อุทัยธานี ลูกเขยของ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกรับสินบนจากผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาหมู่บ้านแบบบาดาล จำนวน 2 โครงการ จ.อุทัยธานี

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมายืนยันว่า ตนเองได้สั่งให้นายวีระชาติ ที่เป็นลูกเขย ลาออกจากการเป็นนายกเทศมนตรีแล้ว ตั้งแต่คืนวานนี้ ( 24 ต.ค.) เพื่อเปิดทางให้จังหวัดจัดการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีคนใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศการบริหารท้องถิ่น เพราะหากให้ รองนายกเทศมนตรี มารักษาการแทน ท้องถิ่นก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ได้จนครบวาระ หรือเมื่อคดีเสร็จสิ้น จึงเป็นการถ่วงความเจริญการพัฒนาท้องถิ่น 

ดังนั้น จึงต้องรักษามาตรฐานทางการเมืองท้องถิ่น และให้ประชาชนไปเลือกตั้งใหม่ ซึ่งไม่ว่าใครจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ให้เป็นไปตามระบบ และในฐานะที่ตนเป็นคนใกล้ชิดกับนายวีระชาติ ก็ยิ่งจำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่าผู้อื่น เพราะไม่ว่าจะจับบุคคลใกล้ชิด หรือไม่จับ ก็ย่อมต้องถูกสังคมด่า แต่ยืนยันว่า ตนเองในครอบครัวไม่มีปัญหาใด ๆ ซึ่งตนในฐานะพ่อ ก็ต้องโอบกอดลูก ๆ ทุกคนด้วยความรัก และความอบอุ่น และเดินไปด้วยกัน ไม่ว่าทางเดินหน้าข้างจะเป็นอย่างไร แต่ครอบครัวของตนเองยังรักกัน รวมถึงตนเองก็ยังทำหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเสร็จสิ้นแล้ว

นายชาดา ยังขอให้กลุ่มด้อมแฟนคลับ หรือ I.O. พรรคการเมืองต่าง ๆ อย่านำรูปลูกหลานของตนเองไปประจานในสังคมออนไลน์ เพราะหากยังมีการไล่ล่าในโลกออนไลน์ ตนเองหาตัวอวตารเบื้อหลังไม่เจอ ก็ตามหาบุคคลเบื้องหน้า นามสกุลอะไรบ้าง ลูกหลานมีใครบ้าง ก็จะเกิดเป็นสงครามโซเชียล เพราะทุกวันนี้ คนไทยต้องรักกัน สามัคคีกัน ไม่ทำอะไรที่ไม่สร้างสรรค์ แต่ทุกคนก็ยังสามารถด่าตนเองได้ตามมุมมอง และสักวันหนึ่งคนเหล่านั้น ก็จะรู้สึกเสียใจที่ด่าตนเอง

ส่วนการให้อิสระเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับลูกเขยของตนเองอย่างไรนั้น นายชาดา ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ก่อนที่จะยุติการให้สัมภาษณ์ เพื่อเดินทางกลับ ซึ่งระหว่างการเดินทางกลับนั้น นายชาดา ได้พบกับลูกสาวตนเองที่มาช่วยงาน จึงได้หอมแก้ม 3 ครั้ง

นายกฯ ระบุจับลูกเขย ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ อย่าไปไกลถึงขั้นให้ลาออกจากตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561858

25 ต.ค. 2566

นายกฯ ระบุจับลูกเขย 'ชาดา ไทยเศรษฐ์' อย่าไปไกลถึงขั้นให้ลาออกจากตำแหน่ง

นายกฯ ยันตำรวบุกจับลูกเขย ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ หากผิดจริงก็ต้องจัดการตามกฏหมาย ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องของรัฐมนตรีก็ตาม ขออย่าเพิ่งไปไกลจนถึงขั้นให้ ‘ชาดา’ รับผิดชอบลาออกจากตำแหน่ง เผยไม่แน่ใจ ‘ชาดา’ สั่งจัดการลูกเขย

25 ต.ค. 2566 กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. บุกจับกุม นายวีระชาติ รัศมี นายกเทศมนตรีตำบลตลุกดู่ จ.อุทัยธานี  ลูกเขย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมพวก เรียกรับสินบนผู้รับเหมาก่อสร้างระบบน้ำประปา ในพื้นที่จ.อุทัยธานี

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวก็รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน ซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย แต่ยืนยันว่าหากกระทำผิดก็ต้องจัดการไปตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องรัฐมนตรี 

ตำรวจบุกจับลูกชาย ชาดา ไชยเศรษฐ์ตำรวจบุกจับลูกชาย ชาดา ไชยเศรษฐ์

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อเป็นคนในครอบครัวของรัฐมนตรีเสียเองจะต้องมีการรับผิดชอบถึงขั้นลาออก จากตำแหน่ง เลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า คงไม่ไปถึงขนาดนั้นเพราะยังไม่รู้เลยว่าผิดจริงหรือไม่ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมเขาด้วย ผิดมากน้อยขนาดไหนก็ต้องดูด้วยอย่าไปไกลถึงขนาดนั้นเลย 

เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายชาดา ได้รายงานให้ทราบแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังไม่ได้รายงานซึ่งตนก็ได้ฟังจากที่เขาให้สัมภาษณ์ เขาก็ให้สัมภาษณ์ถูกต้องว่าเป็นใครก็ต้องจัดการ ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าเขาพูดจริงหรือพูดติดตลก ที่ว่าความจริงนายชาดา เป็นคนสั่งให้จัดการ 

เมื่อถามย้ำว่าที่ผ่านมานายชาดา ก็เป็นบุคคลที่ไปปราบปรามผู้มีอิทธิพลแต่เรื่องกลับมาเกิดขึ้นกับบุคคลในครอบครัวเสียเอง นายเศรษฐา ตอบว่า ท่านก็พยายามอยู่แล้ว ตนถึงบอกว่าไม่แน่ใจว่า ท่านเป็นคนสั่งไปปราบเองหรือเปล่า ตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน 

‘เศรษฐา’ ย้ำ ทำทุกทางให้แรงงานกลับไทย ลั่นพร้อมปรับเงื่อนไขดิจิทัลวอลเล็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561859

25 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ ย้ำ ทำทุกทางให้แรงงานกลับไทย ลั่นพร้อมปรับเงื่อนไขดิจิทัลวอลเล็ต

‘เศรษฐา’ ยันทำทุกทางให้แรงงานกลับไทย พร้อมหาทางช่วยแก้หนี้ ลั่นพร้อมปรับเงื่อนไขดิจิทัลวอลเล็ต ย้ำไม่แบ่งจ่าย 3 แน่นอน

วันที่ 25 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีกลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน 50 คนเมื่อวานนี้ (24 ต.ค.) ว่ามีคนไทยอยู่ด้วยหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร แต่เห็นท่านบอกว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ ท่านเองก็พยายามอย่างเต็มที่ 

เมื่อถามถึงเรื่องความมั่นคง ว่าสามารถเจาะข้อมูลเชิงลึกได้มากแค่ไหน นายเศรษฐา กล่าวว่า เจาะได้มาก ไม่มีจุดบอด ฝ่ายความมั่นคง ทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด และสภาความมั่นคงแห่งชาติทำงานอย่างเต็มที่ และมีรายงานมาโดยตลอด ส่วนต้องตั้งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อมาดูหลักเลยหรือไม่ นายเศรษฐา บอกว่าไม่จำเป็น เพราะมีสายตรงถึงตนตลอด

เมื่อถามว่าหลังจากนายกรัฐมนตรี ขอให้แรงงานเดินทางกลับ มีแรงงานแสดงความประสงค์เพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้มีแนวทางดีขึ้น และในช่วงเที่ยงวันนี้ (25 ต.ค.) ก็จะมีการคุยกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงทีมงานกระทรวงการคลัง เพื่อหามาตรการช่วยเหลือแรงงาน เพราะเราก็ดูเชิงลึก ว่าแรงงานแต่ละคนที่เดินทางไปต่างประเทศ มีการกู้เงินมา เหตุผลหนึ่งที่หลายคนตัดสินใจไม่กลับ ยอมเสี่ยงชีวิตก็เป็นเพราะเรื่องเงินกู้ จึงต้องกลับมาดูว่าตนสามารถช่วยเหลือตรงไหนได้บ้าง ก่อนยืนยันเราพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งกดดันว่าอย่าให้นายจ้างเอาเงินมาล่อ ทั้งทำให้ส่วนที่ทำได้เอง ทำทุกส่วนพร้อมกัน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตชุดใหญ่ในครั้งต่อไปว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบต้องถามทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์อมรวิวัฒน์

ส่วนการกำหนดไทม์ไลน์นั้นหลังเดินทางกลับจากต่างประเทศเมื่อวานนี้ได้คุยเบื้องต้น ซึ่งทีมงานได้คุยกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อหาวิธีการปรับแต่งเติม ตามที่ทุกภาคส่วนเสนอแนะเข้ามา ซึ่งเดี๋ยวต้องขอเจอก่อน

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีพูดบนเวทีปาฏกถาว่าจะต้องมีการปรับเงื่อนไขในส่วนของคนรวยนั้นเป็นอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็คืออย่างนั้นแหละ ใครจะบอกว่าคนรวยคือคนรวยใช่หรือไม่ ซึ่งตนรับฟังอยู่แล้วว่าต้องมีการปรับตรงนี้ โดยกำลังหาคำจำกัดความที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายว่าคนรวยคืออะไร พร้อมน้อมรับคำแนะนำจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่แล้วว่าควรที่จะเจาะจงมากขึ้น บางภาคส่วนที่ไม่เดือดร้อนอาจไม่ต้องรับซึ่งรับฟังอยู่ 

ส่วนแอปพลิเคชั่นเป๋าตังเดิมหรือแอพพลิเคชั่นอื่นสามารถพอใช้ได้หรือไม่ นายเศรษฐา ยอมรับว่า ใช้ได้ 

ส่วนขณะนี้ยังยืนยันว่าให้กู้เงินมาใช้ใน โครงการอยู่หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ก็ตามที่บอกไป 

เมื่อถามถึงข้อเสนอที่ขอให้รัฐบาลทบทวน การจ่ายเงินเป็น 3 งวดแทนงวดเดียวจะนำมาพิจารณาหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า พิจารณาแล้วก็คงคิดว่าไม่เอา เดี๋ยวคงจ่ายรวดเดียว เพราะอยากให้กระตุ้นเศรษฐกิจทีเดียว และเม็ดเงินมันใหญ่จะได้ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจน

ส่วนที่มีดาม่าประเด็นพรรคร่วมรัฐบาลไม่ออกตัวในโครงการดังกล่าว ในที่ประชุมมีความเห็นอย่างไร นายเศรษฐา ระบุว่า ก็ไม่มีใครมีปัญหา พร้อมยืนยันว่าหนุน 

เมื่อถามถึงกรณีที่ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตถึงทางตันแล้ว เพราะอาจจะขัดต่อกฎหมาย นายเศรษฐาฟังคำถามแต่ไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด

เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีไม่กังวลในประเด็นดังกล่าวใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่ครับ

ส่วนที่มีหลายฝ่ายเดินหน้าร้องเรียนโครงการดังกล่าวกับองค์กรอิสระจะเป็นอุปสรรคหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็ต้องชี้แจง เพราะองค์กรอิสระก็มีหน้าที่ของเขา ตนก็มีหน้าที่ชี้แจง

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนและมุมดีๆของโครงการดังกล่าวดังกว่าเสียงท้วงติง นายเศรษฐา ระบุว่า มันไม่เกี่ยวว่าดังหรือค่อยกว่า แต่อยู่ที่ว่าความจริงคืออะไร ความจริงคือ 10 ปีที่ผ่านมาจีดีพีของประเทศไทยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.8% นี่ครัวเรือนขึ้นจาก 76% เป็น 90% ซึ่งสูงสุดติดท็อปเท็นของโลก เพราะฉะนั้นประเทศไทยจึงต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้นก็ต้องเดินสายชี้แจงและรับฟังข้อท้วงติง และเมื่อมีคนไปร้องตนต้องชี้แจง

เมื่อถามย้ำว่ามีแผนสองในการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่นายกรัฐมนตรีตอบทันทีว่า ผมไม่ได้มีแผนสอง ผมมีเป็น 10 แผนตามที่เคยกล่าวไปแล้ว เช่น การยกระดับเศรษฐกิจไทย การบริหารจัดการน้ำและหลายๆแผน

ส่วนกระแสข่าวอาจจะเลื่อนการแจกเงินจาก 1 ก.พ.67 ออกไปนั้น นายเศรษฐา ระบุว่ากำลังดูอยู่ ส่วนจะทันไตรมาสแรกของปี 67 หรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า พยายามทำให้เร็วที่สุด ส่วนเม็ดเงินดังกล่าวขอให้มีการประชุมก่อน เพราะคำถามดังกล่าวมีเข้ามาเยอะเหลือเกินหากพูดไปก็จะเกิดความสับสน

เมื่อถามกรณีที่เรียกรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคเพื่อไทยไปประชุมบนตึกไทยคู่ฟ้าและมีการกำชับให้ทำงานควิกวิน-ส่งการบ้านภายใน 2 สัปดาห์นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องที่เน้นไปในที่ประชุมคณะมนตรีด้วย และมีการเน้นกับ ครม.เพื่อไทยอีกครั้ง เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และอย่างที่บอกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของเรามีเยอะ หลายนโยบาย แต่ละกระทรวงก็สามารถส่งผลงานกันได้

เมื่อถามว่ารัฐมนตรีแต่ละคน พยายามที่จะเดินหน้าแต่ละงานแล้วใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า เป็นเรื่องภายในขอเก็บไว้ก่อน แต่หวังว่าเขาจะเดินหน้าเต็มที่ หากไม่เดินหน้าเต็มที่ก็คงเป็นหน้าที่ตนในการบริหารจัดการให้เขาเดินหน้าอย่างเต็มที่

ปลัดฯหารือสางปัญหามวลชน3กลุ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764898

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือแนวทางแก้ปัญหาของกลุ่มมวลชนที่ชุมนุมโดยรอบบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพร้อมด้วยนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่สำนักงาน ก.พ.(เดิม) ถนนพิษณุโลก ว่าได้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มมวลชนที่มาชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรฯ และมีการรับข้อร้องเรียนจามวลชน 3 กลุ่มจึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามข้อเรียกร้องของกลุ่มมวลชน พร้อมทั้งเตรียมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1.กลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน นำโดยนายศักดา กาญจนเสน เรียกร้องขอให้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาฯ โดยเสนอให้ รมว.เกษตรฯ เป็นประธานกรรมการ และอธิบดีกรมชลประทาน เป็นฝ่ายเลขานุการ รวมทั้งขอติดตามการแก้ปัญหากลุ่มสมัชชาฯ กรณีได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการของรัฐ 2.กลุ่มสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) และสภาประชาชน 4 ภาค นำโดยนายประภาส โงกสูงเนิน เรียกร้องขอให้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) และประชาชน 4 ภาค โดยเสนอให้ รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน รวมทั้งขอให้พิจารณาแก้ปัญหาที่ดินทำกิน หนี้สินที่ยังคงค้างอยู่ภายใต้คณะกรรมการ(ชุดเดิม) และ 3.กลุ่มประชาชนผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย นำโดยนายสว่าง วงศ์กระโซ่ เรียกร้องขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มประชาชนผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) แห่งประเทศไทย กลุ่มที่ 4 เงื่อนไขใหม่ ภายใต้ข้อผูกพันตามนโยบาย 66/2523 ที่ให้การช่วยเหลือเงินทุนประกอบอาชีพของกลุ่มฯ

รองปลัดฯขับเคลื่อน นโยบายรมว.เกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764899

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมเตรียมการ ขับเคลื่อนงานตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ตามที่ได้ลงพื้นที่ติดตามงานและพบปะประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2566 ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และจังหวัดนราธิวาส ผ่านระบบ Zoom Meeting

ทั้งนี้ มีเรื่องที่สำคัญในการประชุมดังนี้ 1.การสนับสนุนการขยายห้องเย็นบูกิตอ.เจาะไอร้อง โดยให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กู้เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร วงเงิน 16 ล้านบาทอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท ประกอบด้วย ค่าซื้อที่ดินเอกชน โครงสร้างอาคารพร้อมห้องเย็น ห้องทำงาน และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ 2.การสนับสนุนเครื่องมือ เครื่องจักรแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรบ้านโคกมะม่วง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 3.ความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการโคบาลชายแดนใต้ และ 4.โครงการเพิ่มผลิตภาพฟาร์มแพะเนื้อ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรพอเพียงประชารัฐ ต.สุวารี

กรมสมเด็จพระเทพฯ ร่วมงานวันอาหารโลก รับฟังปาฐกถาพิเศษ การจัดการน้ำภูมิภาคฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764896

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานวันอาหารโลก 2566 (World Food Day 2023) ภายใต้แนวคิด “Water is Life, Water is Food. Leave on one behind” หรือน้ำคือชีวิต น้ำคืออาหาร ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้ประชากรโลกตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯนายจง จิน คิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่และผู้แทนเอฟเอโอประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และคณะ เฝ้าฯรับเสด็จที่สำนักงานองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ)

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะทูตพิเศษด้านการขจัดความอดอยากหิวโหย ประจำปี 2565-2567 ทรงรับฟังปาฐกถาพิเศษด้านการจัดการน้ำในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก พร้อมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการ เรื่อง “การเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย” พื้นที่มรดกทางการเกษตรโลกแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO)ภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทยกับเอฟเอโอ “Capacity Buildingand Assessment of PotentialNationally and Globally Important Agricultural Heritage System(NIAHS and GIAHS) in Thailandในปี พ.ศ.2560