ยูนิเซฟและกลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลังส่งเสริมการเลี้ยงลูกเชิงบวก ค้นพบเคล็ดลับการเลี้ยงลูกใน ‘มหัศจรรย์ความสุขที่เท่าเทียม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764628

ยูนิเซฟและกลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลังส่งเสริมการเลี้ยงลูกเชิงบวก  ค้นพบเคล็ดลับการเลี้ยงลูกใน ‘มหัศจรรย์ความสุขที่เท่าเทียม’

ยูนิเซฟและกลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลังส่งเสริมการเลี้ยงลูกเชิงบวก ค้นพบเคล็ดลับการเลี้ยงลูกใน ‘มหัศจรรย์ความสุขที่เท่าเทียม’

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่มเซ็นทรัล และยูนิเซฟจับมือสานโครงการ “Central-UNICEF Together For Every Child” เป็นปีที่ 7 เปิดตัวนิทรรศการงานเอ็กซ์โปครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด “A Fair Chance for Every Child #มหัศจรรย์ความสุขที่เท่าเทียม” พร้อมส่งต่อเคล็ดลับการเลี้ยงลูก มุ่งส่งเสริมสังคมไทยช่วยเด็กทุกคนให้มีช่วงต้นของชีวิตที่ดีที่สุดเพื่อการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ พบกับการผนึกกำลังของคาแร็กเตอร์สุดโปรด พี่หมีเท็ดดี้บลูและเหล่ามูมินมาพร้อมพลังสร้างสรรค์ให้กับเด็กๆ ทุกคน

นิทรรศการงานเอ็กซ์โปครั้งนี้มี เหล่ามูมิน คาแร็กเตอร์สุดโปรดของเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลกที่สร้างสรรค์โดยศิลปิน ตูเว ยานซอน ภายใต้ลิขสิทธิ์ของมีเดียลิงค์ แบรนด์ เมเนจเม้นท์ มาสร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายความรู้ให้กับพ่อแม่เกี่ยวกับเคล็ดลับการเลี้ยงลูกเชิงบวก เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาทางร่างกาย อารมณ์ และสังคมให้กับเด็กๆ พร้อมจัดกิจกรรมสุดพิเศษสำหรับครอบครัว โดยงานเอ็กซ์โปนี้จะเวียนไปจัดในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ เพื่อมอบความรู้และความสุขให้กับเด็กๆ และครอบครัว

นายอานันท์ ปันยารชุน ทูตสันถวไมตรี องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวในงานเปิดตัวโครงการ ซึ่งจัดขึ้นที่เซ็นทรัลเวิลด์ ว่า “ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัลอีกครั้ง นี่เป็นความร่วมมือที่สำคัญสำหรับยูนิเซฟตลอด 7 ปีที่ผ่านมา เพราะได้ให้ประโยชน์มหาศาลแก่เด็กและครอบครัวในประเทศไทย การจัดโครงการที่ให้ความรู้กับสังคมในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ เป็นวิธีที่ช่วยให้เราสามารถเข้าถึงครอบครัวได้มากขึ้น เพื่อแบ่งปันเคล็ดลับการเลี้ยงลูกเชิงบวกกับพ่อแม่ และให้เด็กๆ ได้เริ่มต้นชีวิตอย่างดีที่สุด”

นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า“การเลี้ยงลูกคือการเรียนรู้และการค้นพบที่ไม่มีที่สิ้นสุด งานเอ็กซ์โปครั้งนี้นอกจากจะเป็นสนามเด็กเล่นขนาดย่อมให้กับเด็กๆ แล้ว ยังเป็นแหล่งที่เต็มไปด้วยเคล็ดลับความรู้และข้อมูลสำหรับพ่อแม่ที่จะช่วยสร้างวัยเด็กที่แข็งแรงและสดใสให้กับลูกๆ เราหวังว่าโครงการนี้จะช่วยส่งเสริมการเลี้ยงลูกเชิงบวกและให้ครอบครัวได้ใช้เวลาอย่างมีคุณภาพร่วมกันมากขึ้น”

นอกจากงานเอ็กซ์โปแล้ว ยูนิเซฟยังได้ออกโซเชียลมีเดียแคมเปญ Moomin #FridayParenting หรือ มูมิน #เลี้ยงลูกวันสุข นำเสนอเคล็ดลับมากมายที่จะช่วยให้พ่อแม่ได้เพิ่มพูนทักษะการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การสร้างวินัย และการใช้เวลากับลูก โดยเคล็ดลับจากมูมิน #เลี้ยงลูกวันสุข จะครอบคลุมหัวข้อสำคัญต่างๆ เช่น โภชนาการ การกระตุ้นพัฒนาการการสร้างความผูกพัน การเล่นการอ่าน และสุขภาพจิตของเด็ก

ทั้งนี้ ผลสำรวจโดยยูนิเซฟและสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2565พบว่า พ่อแม่ในประเทศไทย โดยเฉพาะพ่อใช้เวลาส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการกับลูกน้อยลง โดยในปี 2565 มีพ่อเพียงร้อยละ 31 เท่านั้นที่ใช้เวลาทำกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้กับลูกที่บ้าน เมื่อเทียบกับร้อยละ 34 ในปี 2563 ในขณะเดียวกัน ผลสำรวจก็พบว่าเด็กๆ ใช้เวลาอ่านหนังสือน้อยลงแต่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น

นายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “จากการที่กลุ่มเซ็นทรัลได้รับเกียรติให้เป็นพันธมิตรในโครงการเพื่อเด็กขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย อย่างเป็นทางการมากว่า 7 ปี เราเชื่อมั่นในการทำงานของยูนิเซฟและพร้อมร่วมสร้างอนาคตให้กับเด็กไทยและช่วยเด็กทั่วโลก ซึ่งงานเอ็กซ์โปที่กลุ่มเซ็นทรัลและเซ็นทรัลพัฒนาได้สนับสนุนพื้นที่ในการจัดงานนั้นก็ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ ได้ให้ทั้งความรู้กลุ่มเป้าหมายและการระดมทุนให้ยูนิเซฟ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ยั่งยืน เพราะในแต่ละยุคสมัยองค์ความรู้ที่จะนำมาช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในวัยเด็กนั้นก็เปลี่ยนไป และมีความท้าทายอยู่เสมอ การดูแลช่วยเหลือเด็กจึงเป็นเรื่องที่ควรทำต่อเนื่องและทันเหตุการณ์ และในปีที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลได้มีแคมเปญระดมทุนเพื่อเด็กทั้งในไทยและต่างประเทศหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้า Teddy Blu Collection มาเป็นปีที่ 2 โดยที่ครั้งแรก เมื่อปี 2565 ซึ่งประสบความสำเร็จและทำรายได้มากกว่า 3 ล้านบาท การระดมทุนในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ยังไม่นับรวมการระดมทุนร่วมกับลูกค้าของ Tops ผ่านการตั้งกล่องบริจาค การแลกคะแนน T1 หรือการร่วมทำแคมเปญการบริจาคร่วมกับพันธมิตรของกลุ่มเซ็นทรัล เช่น Master Card เป็นต้น”

นายอนาวิล เผ่าดิษฐ ผู้อำนวยการมีเดียลิงค์ แบรนด์เมเนจเม้นท์ กล่าวว่า “คาแร็กเตอร์มูมินเป็นคาแร็กเตอร์ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย อีกทั้ง ยังมีแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว สามารถเป็นแรงบันดาลใจในการไล่ตามความฝันให้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ได้ก้าวเข้ามาสู่โลกของมูมินทางบริษัทซึ่งได้เป็นตัวแทนดูแลลิขสิทธิ์มาอย่างยาวนานและเห็นคุณค่าในตัวละครนี้ โดยหวังว่าคาแร็กเตอร์มูมินจะเป็นตัวกลางเชื่อมต่อความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว”

งานเอ็กซ์โปนี้ได้จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เป็นแห่งแรก และจะเวียนไปตามศูนย์การค้าเซ็นทรัลอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ที่ www.unicef.org/thailand และ www.centralgroup.com

สธ.-ภาคีเครือข่าย รณรงค์โรคมะเร็งในสตรี มุ่งลดการป่วยและเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764623

สธ.-ภาคีเครือข่าย รณรงค์โรคมะเร็งในสตรี มุ่งลดการป่วยและเสียชีวิต

สธ.-ภาคีเครือข่าย รณรงค์โรคมะเร็งในสตรี มุ่งลดการป่วยและเสียชีวิต

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุม

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่ายรัฐ-เอกชน จัดงานประชุมหารือและเสริมสร้างนโยบายมะเร็งในสตรี พร้อมรณรงค์การดูแลโรคมะเร็งในสตรี ภายใต้สโลแกน “สวย เริด เชิด สู้มะเร็ง” เนื่องในเดือนรณรงค์ต้านภัยโรคมะเร็งเต้านม เดินหน้านโยบาย “มะเร็งครบวงจร” ครอบคลุมทั้งด้านการส่งเสริมการป้องกัน การคัดกรอง การวินิจฉัยและรักษา ตลอดจนการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง เพื่อลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง พร้อมผลักดัน Quick Win ฉีดวัคซีน HPV ให้หญิงอายุระหว่าง 11-20 ปี 1 ล้านคนทั่วประเทศ เดือนพฤศจิกายนนี้

ที่ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอนด์ บางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อหารือและเสริมสร้างนโยบายมะเร็งในสตรี และโอกาสของการดูแลมะเร็งในสตรี ภายใต้หัวข้อ “Enhancing Women’s Cancer Care : Thailand Women Cancer Policy Forum” โดยมี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผศ.ดร.ทวิดากมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการแพทย์นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย รศ.พญ.เยาวนุชคงด่าน นายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานภาคีเครือข่ายร่วมงาน

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคมะเร็ง ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะ
โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกที่พบมากในผู้หญิงไทย กระทรวงสาธารณสุขจึงกำหนดเรื่อง “มะเร็งครบวงจร” เป็นหนึ่งในนโยบายการดำเนินงานปี 2567 ครอบคลุมทั้งด้านการส่งเสริม การป้องกัน การคัดกรอง การวินิจฉัยและรักษา ตลอดจนการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โดยมี Quick Win ที่จะเร่งรัดดำเนินการให้เห็นผลใน 100 วันแรก คือ การฉีดวัคซีน HPV ให้กับหญิงอายุระหว่าง 11-20 ปี จำนวน 1 ล้านคน ซึ่งจะเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2566 นอกจากนี้ ยังพัฒนาระบบบริการสุขภาพสาขามะเร็ง ให้ครอบคลุมประชาชนในทุกเขตสุขภาพมีการดูแลรักษาส่งต่ออย่างเป็นระบบ และเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ตามสิทธิ หรือ มะเร็งรักษาได้ทุกที่ (Cancer Anywhere) เพื่อลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็งของประชาชน

ทั้งนี้ เดือนตุลาคมของทุกปีถือเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยโรคมะเร็งเต้านม กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน สมาคม จัดการประชุมครั้งนี้เพื่อเป็นเวทีให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมและโรคมะเร็งปากมดลูก ตลอดจนการสังเกตอาการเบื้องต้นจากแพทย์ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานต่างๆ มาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับมาตรการและแนวทางใหม่ๆ ที่จะทำให้การป้องกัน ควบคุมโรคมะเร็งในสตรีมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสำหรับหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป, การคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการคลำโดยผู้เชี่ยวชาญ, การตรวจ Mammogramในผู้ที่ได้รับการประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังมีบูธให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก เป็นต้นนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้จัดขึ้นภายใต้สโลแกน “สวย เริด เชิด สู้มะเร็ง” หรือ “Women Power No Cancer”

รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ

“สธ. พัฒนาระบบบริการสุขภาพสาขามะเร็ง ให้ครอบคลุมประชาชนในทุกเขตสุขภาพ มีการดูแลรักษาและส่งต่ออย่างเป็นระบบ และเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ตามสิทธิ หรือที่เรียกว่า มะเร็งรักษาได้ทุกที่ Cancer Anywhere เพื่อให้ลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งของประชาชน นอกจากนี้ การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยตัวเอง จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการช่วยป้องกันโรคมะเร็งในสตรี และเชื่อว่าหากมีการตรวจคัดกรองมากขึ้น ก็จะช่วยให้ลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งได้กว่ากึ่งหนึ่ง อีกทั้งการตรวจคัดกรองและพบว่าป่วยมะเร็งในระยะแรกเลย จะยิ่งทำให้เพิ่มโอกาสทางการรักษาให้หายขาดได้ถึง 90% ดังนั้น บุคลากรการแพทย์ รวมถึง สธ. เอง ต้องมาวางแผนร่วมกันเพื่อดูแลมะเร็งครบวงจร และขณะเดียวกัน ก็สร้างการรับรู้ และตระหนักรู้ในภาคสังคมเกี่ยวกับการป้องกันมะเร็งด้วยตัวเองให้มากขึ้น โดยเฉพาะการรณรงค์เพื่อให้เข้าถึงการตรวจคัดกรองทั้งจากโรงพยาบาล หรือตรวจคัดกรองด้วยตัวเองให้มากขึ้นด้วย” รมว.กระทรวงสาธารณสุข กล่าว

นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สำหรับบริการที่เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบมากในผู้หญิง ทาง สปสช. มีสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน รวมถึงสามารถเข้ารับบริการได้ทุกที่ (cancer anywhere) แต่แรกสุดยังแนะนำ และอยากจะประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้มีการตรวจคัดกรองด้วยการคลำตนเองก่อน อันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในทางวิชาการสำหรับคัดกรองเบื้องต้นและเมื่อพบหรือสงสัยว่ามีก้อนเนื้อก็เข้าสู่กระบวนการตรวจเพิ่มเติมสำหรับยืนยันได้ที่สถานพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการใช้แมมโมแกรม หรืออัลตราซาวนด์ ซึ่งเมื่อได้ผลยืนยันแล้วก็รับการรักษาได้เลย โดยตอนนี้มีการทำศูนย์การรักษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งต้องยอมรับว่าปัจจุบัน การรักษามะเร็งในปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านการใช้ยามีความก้าวหน้ามาก และค่อนข้างได้ผลดีมากด้วย ฉะนั้นสิ่งที่ สปสช. ยังไม่หยุดก็คือการดูว่ามียาตัวไหนที่ออกมาใหม่และมีประสิทธิภาพในการรักษาดีก็จะเพิ่มเข้าในภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) โดยขณะนี้กำลังติดตามอยู่หลายตัว

รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน

ด้าน รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย กล่าวว่ามะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่อุบัติขึ้นมากที่สุด และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุดเช่นกัน แต่ที่น่าสนใจคือมะเร็งทั้ง 2 ชนิด สามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก ที่ปัจจุบันเรารู้แล้วว่า ไวรัส HPV คือสาเหตุของมะเร็งชนิดนี้ และยังหาทางป้องกันได้ผ่านการตรวจคัดกรอง รวมถึงทำให้สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็ว ซึ่งจะมีโอกาสรอดชีวิต แต่เป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่ปัจจุบันเราป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้แล้ว ทั้งการตรวจโดยแพทย์หรือการตรวจได้ด้วยตัวเอง ซึ่งอุปกรณ์การตรวจก็เป็นที่แพร่หลาย ใช้งานไม่ยาก สะดวกและรวดเร็ว แต่ก็ยังพบว่ามีผู้ป่วยหน้าใหม่จำนวนมาก และยังมีผู้เสียชีวิตสูงเช่นกัน ดังนั้น การลดตัวเลขผู้ป่วยหน้าใหม่ รวมถึงลดตัวเลขผู้เสียชีวิต จะต้องรณรงค์กันอย่างจริงจัง รวมถึงควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้หญิงไทยเกี่ยวกับมะเร็งในสตรีให้มากขึ้น

รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน นายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยขับเคลื่อนเรื่องมะเร็งเต้านมมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมาอาจมีอุปสรรคปัญหา แต่ปัจจุบันที่รัฐบาลสธ. และ สปสช. ให้ความสำคัญกับการดูแลป้องกันมะเร็งเต้านมอย่างจริงจัง ด้วยการเพิ่มการบริการที่ครอบคลุม และยังมีชุดสิทธิประโยชน์การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่ทำให้กลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปได้ตรวจคัดกรองมากขึ้นซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับประเทศ ที่จะมีโอกาสลดการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม รวมถึงลดจำนวนผู้ป่วยหน้าใหม่ไปด้วย

นอกจากนี้ การรณรงค์เพื่อลดผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ยังเป็นเป้าหมายสำคัญขององค์การอนามัยโลก (WHO)ที่ต้องการให้ประเทศสมาชิกมีมาตรการจัดการกับเรื่องนี้ ซึ่งมองกลับมายังประเทศไทย ด้วยศักยภาพของระบบสุขภาพในประเทศที่ทำได้ดีกว่าอีกหลายแห่ง และได้รับการยอมรับจากนานาชาติ หากจะจัดการปัญหามะเร็งเต้านมบนเป้าหมายลดตัวเลขผู้เสียชีวิต ก็เชื่อว่าสามารถทำได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจาก 4 ด้านในสังคมด้วยกัน คือ 1. บุคลากรการแพทย์ด้านมะเร็งที่มีคุณภาพ และเพียงพอ 2. สธ. ทำหน้าที่คอยบริหารจัดการบริการสุขภาพสาขามะเร็ง3. สปสช. ที่คอยผลักดันชุดสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ป่วย และ 4. ประชาชน ที่จะได้รับองค์ความรู้ด้านสุขภาพมากขึ้น โดยทั้ง 4 เสาที่เข้มแข็ง หากเดินหน้าบนเป้าหมายเดียวกันอย่างเป็นระบบ นั่นคือการรณรงค์ลดการเสียชีวิต การเกิดมะเร็งเต้านม เชื่อว่าจะช่วยให้การป้องกันผ่านการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในประเทศดีขึ้น

สตาร์บัคส์ เปิดตัวฟีเจอร์ Mobile Order to Table ให้ลูกค้ารื่นรมย์กับเมนูโปรด สั่งผ่านแอป พร้อมเสิร์ฟที่โต๊ะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764627

สตาร์บัคส์ เปิดตัวฟีเจอร์ Mobile Order to Table ให้ลูกค้ารื่นรมย์กับเมนูโปรด สั่งผ่านแอป พร้อมเสิร์ฟที่โต๊ะ

สตาร์บัคส์ เปิดตัวฟีเจอร์ Mobile Order to Table ให้ลูกค้ารื่นรมย์กับเมนูโปรด สั่งผ่านแอป พร้อมเสิร์ฟที่โต๊ะ

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เปิดตัว Mobile Order to Table บริการใหม่ล่าสุด “สั่งผ่านแอป เสิร์ฟที่โต๊ะ” ที่เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดที่โต๊ะเพื่อสั่งเครื่องดื่มและขนม และบาริสต้าจะนำ ออเดอร์มาเสิร์ฟให้คุณโดยที่ไม่ต้องลุกจากที่นั่ง (Sit, Scan, and Sip) ผ่านแอปพลิเคชั่น Starbucks® Thailand ที่ร้านสตาร์บัคส์กว่า 50 สาขาทั่วกรุงเทพฯ

บริการใหม่นี้เป็นการยกระดับ ประสบการณ์สตาร์บัคส์ มอบความสะดวกสบายและความรื่นรมย์ให้กับลูกค้าขณะอยู่ที่ร้าน และช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นของสตาร์บัคส์ในการสร้างความประทับใจในการใช้บริการไปอีกขั้น ผ่านนวัตกรรมทางดิจิทัลใหม่ๆ สมาชิก Starbucks® Rewards สามารถรื่นรมย์กับเมนูโปรดได้ง่ายๆ ผ่านบริการ Mobile Order to Table เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Starbucks® TH app บนโทรศัพท์มือถือ และสมัครสมาชิกStarbucks® Rewards นอกเหนือจากความสะดวกสบายและทางเลือกการชำระเงินแบบไร้สัมผัสแล้ว ฟีเจอร์ใหม่นี้ยังนำเสนอสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าอีกมากมาย เพียงปลายนิ้วสัมผัส

เนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการสตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า บริการใหม่นี้จะนำร่องในสตาร์บัคส์ทั่วกรุงเทพฯ เพราะในยุคนี้ “ทุกสิ่งที่เป็นดิจิทัล” ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในทุกมิติและทุกกิจกรรม จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค เราพบว่า “เทรนด์การซื้อของและใช้บริการแบบไร้การสัมผัสและไร้เงินสด” กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคสำหรับทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ เราจึงเดินหน้ายกระดับ ประสบการณ์ สตาร์บัคส์ ผ่านการผสาน “เทคโนโลยีดิจิทัล” “การบริการแบบไร้สัมผัส” และ“การทำธุรกรรมแบบไร้เงินสด” บนฟีเจอร์นวัตกรรมใหม่ล่าสุดนี้ เพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดให้กับลูกค้า”

“ในปีนี้ สตาร์บัคส์ได้ฉลองครบรอบ 25 ปีในประเทศไทย และเดินหน้ายกระดับ ประสบการณ์ สตาร์บัคส์ สร้างบรรยากาศความเป็น “บ้านหลัง
ที่สาม” (Third Place) ผ่านนวัตกรรมทางดิจิทัลใหม่ๆรวมไปถึงความเชี่ยวชาญด้านกาแฟ และความยั่งยืน ตามพันธกิจของเราที่ว่า ในทุกแก้ว ในทุกการสนทนา กับทุกชุมชน เราดูแลความเชื่อมโยงของเพื่อนมนุษย์แบบไร้ขีดจำกัดในทุกความสัมพันธ์”

ทั้งนี้ แอปพลิเคชั่น Starbucks® TH app มอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้า รองรับการล็อกอินแบบ Biometric (สแกนม่านตา ใบหน้า หรือลายนิ้วมือ ตามฟังก์ชั่นสมาร์ทโฟนของลูกค้า) รวมถึงการให้ลูกค้าสามารถชำระเงินแบบไร้สัมผัสได้ที่ร้านสตาร์บัคส์ อีกทั้งเติมเงิน ค้นหาร้านสตาร์บัคส์ และรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ โดยแอปพลิเคชั่นจะเชื่อมต่อกับบัญชี Starbucks® Rewards ซึ่งเป็นโปรแกรมสมาชิกที่มอบสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าสะสมดาวเมื่อใช้จ่ายครบทุกๆ 25 บาท และรับโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก และสำหรับสมาชิกระดับ Gold จะได้รับเครื่องดื่มฟรีขนาดใดก็ได้ 1 แก้ว ทุกๆ การสะสมดาวครบ 120 ดวง และของขวัญพิเศษประจำปีสำหรับสมาชิก

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิกไปที่ https://www.starbuckscardth.in.th/thpromo/MopandDia และสามารถรับชมวิดีโอฟีเจอร์ Mobile Order to Table ใหม่ ได้ที่ Starbucks MOT

คุณแหน : 24ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764647

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● ในกระบวนการรณรงค์สงครามระหว่างอิสราเอลกับชาติอาหรับ “สงคราม ٦ วัน”นับว่าเป็นครั้งสำคัญและเล่าขานกันมาจนทุกวันนี้ครั้งนั้นเริ่มโดยอิสราเอลประกาศสงครามกับอียิปต์ แต่อิสราเอลรุกแบบสายฟ้าแลบเข้าสู่ประเทศอาหรับใกล้เคียงสร้างความเสียหายแก่กองทัพเหล่านั้น อิสราเอลสามารถยึดดินแดนได้มาก เช่น ฉนวนกาซา, คาบสมุทรไซนาย,เวสต์แบงก์, สุรพงษ์ โพธิ์ด้วง นักบริหารธุรกิจซึ่งในขณะนั้นช่วยงานสมาคมแคลิฟอร์เนีย แอล.เอ.เล่าความหลังให้ฟังว่าต้องไปติดต่อทนายใหญ่เชื้อสายยิว มร.เอ ชอนเฟลล์ ที่สำนักงานกฎหมายปรากฏว่าไม่อยู่เลขาฯขยายความว่า ลาพักงานยาวไปสมัครเป็นทหารอิสราเอล…อีกไม่กี่วันพยายามติดต่อ CPA ของสมาคมฯ มร.บี กรีนเบิร์ก เชื้อสายยิวเช่นกัน เลขาฯแจ้งว่า ลาพักยาวเพื่อเดินทางไปสมัครร่วมรบในสงครามกับกองทัพอิสราเอล จึงอยากชี้ให้เห็นว่าบุคคลทั้งสองเป็นผู้บริหารค่าตัวสูงมีรายได้ยุคนั้นถึงปีละ ٢-٣ แสนเหรียญ แต่เขากลับเสียสละทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้อง…

●● ไปเรียนต่อและฝึกงานที่ Hollywood / Beverly Hills มาหลายปี กลับมานอกจากมีความสามารถและประสบการณ์ยังได้ Connection กับศิลปินระดับอินเตอร์จำนวนมาก สัปดาห์ที่แล้ว ณลดา ดามาพงศ์ เป็นเจ้าภาพจัดนิทรรศการสุดล้ำแนว DIGITAL ART เพื่อรับประสบการณ์ศิลปะแห่งอนาคตที่มิวเซียม MOCA เขตจตุจักร กทม….ครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าชมอย่างดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลสำคัญหลายท่านให้เกียรติมาร่วมงาน อาทิ ผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติสิทธิพันธุ์, บุญชัย เบญจรงคกุล, ดร.ปราจินเอี่ยมลำเนา, บุญชัย คงปักไพศาล และมาดามพิมพ์ จารุเศรนี แห่งค่าย “นมตรามะลิ”…

●● เพิ่งทราบว่าของเล่นโปรด ที่สะสมเล่น มาแต่วัยเยาว์ ของ รมว.กระทรวงพลังงาน พีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค เป็นเครื่องบินบังคับวิทยุ โดยช่วงนี้มีสะสมเครื่องเฮลิคอปเตอร์เพิ่มเติม…ดีที่ไม่เพิ่มสะสมเรือดำน้ำอีกอย่าง…

●● ร้านอาหารที่ชาวสว.นัดไปพบปะกันเสมอ หนีไม่พ้น “ภัตตาคารพงหลี” ย่านอนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ ชาวราชินีรุ่น ٦٣ นัดมาลันช์กัน
٢٦ ต.ค. งานนี้มี ม.ล.นิรมล ศรีธวัช เป็นผู้ประสานงานคนเก่ง…

●● วันที่ ٢٥ ต.ค.ขอเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ ทั้งชาววัฒนาวิทยาลัยรุ่น ٩٣ และรุ่นพี่ๆ น้องๆ ชาวบัญชี มธ., ชาวธนาคารทหารไทย ร่วมงานประชุมเพลิง ศรีดา(วุฒิกนก) สัมพันธ์ยุทธ์ ในเวลา١٤.٠٠ น.ที่เมรุ วัดมกุฏฯ…ขอให้มาไว้อาลัยครั้งสุดท้ายโดยพร้อมเพรียงกัน…

●● กลุ่มเพื่อนรักวารสารฯ มธ.นัดกันมาฉลองวันเกิดให้ สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ เมื่อ ٢٣ ต.ค. ที่โรงแรมS ٣١ ย่านสุขุมวิท…ในงานมีร้องเพลง Happy Birthday กันเบาๆ พร้อมให้เป่าเทียนวันเกิดอีกต่างหาก…

●● งานเสื้อทีมต้องมา เตือนใจ ศงสภาต พร้อมเพื่อนๆ ร่วมรุ่นเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์ พร้อมใจกันสวมเสื้อในธีม “สีแดง” ละลานตาไปหมด เพื่ออวยพรคล้ายวันเกิดลูกของเพื่อนในกลุ่มฯ…เป็นเบิร์ธเดย์ที่แสนอบอุ่น ท่ามกลางเพื่อนแม่ที่แสนน่ารัก…

●● ข่าวจาก กรมการจัดหางานแจ้งว่า กรมการจัดหางานมีมาตรการดูแลแรงงานไทย ที่เดินทางกลับจากประเทศอิสราเอลมาถึงประเทศไทย เนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบ โดยการเตรียมตำแหน่งงานที่มีรายได้และลักษณะงานใกล้เคียงกับงานในประเทศอิสราเอลให้กับแรงงานไทย ทั่วประเทศจำนวน ٦٣,٢٩٦ อัตรา ไว้รองรับ…ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับแรงงานไทยที่รอดตายจากสงครามที่โน่นมาหมาดๆ !!…●●

บารอนเนส

ใหม่ล่าสุด!! เมคอัพสูตร Vegan จาก PURE CARE BSC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764624

ใหม่ล่าสุด!! เมคอัพสูตร Vegan จาก PURE CARE BSC

ใหม่ล่าสุด!! เมคอัพสูตร Vegan จาก PURE CARE BSC

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เครื่องสำอาง PURE CARE BSC เปิดตัว PURE CARE BSC BENEFIT EYE & CHEEK COLOR PALETTE เมคอัพสูตร Vegan ใหม่ล่าสุด ปราศจากส่วนผสมจากสัตว์ และไม่ทดลองกับสัตว์ เมคอัพบำรุงผิว เนื้อนุ่ม เกลี่ยง่าย ติดทนตลอดทั้งวัน

PURE CARE BSC BENEFIT EYE & CHEEK COLOR PALETTE พาเลทแต่งหน้าที่ให้มากกว่าสีสันที่สวยงาม เนรมิตดวงตาและพวงแก้มให้สวยโดดเด่นเปล่งประกาย อย่างมั่นใจ กับเฉดสีที่ลงตัว มาพร้อมอายแชโดว์ 6 สี และบลัชออน 2 เฉดสี (โทนชมพู และ โทนส้ม) เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มดุจกำมะหยี่ ฉ่ำวาว สีชัดติดทนนาน ช่วยให้การแต่งหน้าสวยงามได้หลากหลายสไตล์ พร้อมบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่นด้วยคุณค่าสารสกัดจาก Lilium Candidum Flower Extract(ดอกลิลลี่ขาว) พิเศษเพียง 890 บาทจากราคาปกติ 1,900 บาท ทั้งนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของผลิตภัณฑ์ได้ที่ http://www.purecaretoday.com / FB : PureCare ByBSC / IG : PureCareBSC

สัมผัสศิลปะความงดงามแห่งการจัดดอกไม้ บนเครื่องแก้วเจียระไนชั้นสูงจากบาคาร่าต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764634

สัมผัสศิลปะความงดงามแห่งการจัดดอกไม้  บนเครื่องแก้วเจียระไนชั้นสูงจากบาคาร่าต์

สัมผัสศิลปะความงดงามแห่งการจัดดอกไม้ บนเครื่องแก้วเจียระไนชั้นสูงจากบาคาร่าต์

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บาคาร่าต์ (Baccarat) แบรนด์คริสตัลและเครื่องแก้วเจียระไนชั้นสูงจากประเทศฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน จัดงาน Baccarat Floral WorkshopExperience โดยร่วมกับเฟอรอลลิสต์ชื่อดังอย่าง เพิร์ล-นันท์นพิน บรรเจิดรุ่งขจร จากแบรนด์ HerNameisNala มามอบประสบการณ์ความหรูหราและวิจิตรบรรจงผ่านคอนเซ็ปต์“Vases And Bowls Sublime Elements Of Style” ถ่ายทอดศาสตร์และศิลป์ขององค์ประกอบการจัดวางสีสัน และความสวยงามของดอกไม้หลากหลายสไตล์ผ่านคอลเลคชั่นแจกันคริสตัลสไตล์ฝรั่งเศสอันโด่งดังที่เป็นไอคอนิกฉบับบาคาร่าต์ อย่างคอลเลคชั่น Floral Bud Vase, Eye CollectionและLouxor Vaseซึ่งเป็นคอลเลคชั่นแจกันที่ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยมีแขกคนพิเศษ อย่าง รพีพรรณเหลืองอร่ามรัตน์, ถมทอง ตันติกิจรุ่งเรือง,พลอยนภัส ศรีสำราญโชค, รินทร์ณฐา ฉัตรอภิพัชร์ ฯลฯ เข้าร่วมรังสรรค์ศิลปะการจัดดอกไม้ผ่านแจกันคริสตัลชั้นเลิศที่บาคาร่าต์ บูทีค ชั้น 3 สยามพารากอน


รีณา กัมบีร์, สันต์เทพ กัมบีร์, นันท์นพิน บรรเจิดรุ่งขจร

สันต์เทพ กัมบีร์, รองประธานบริหารบริษัท Crystal Symphony กล่าวว่า “ในงานเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่เราได้นำเสนอคอลเลคชั่นสุดพิเศษให้ทุกคนได้ชื่นชมกับความงามจากคริสตัลเจียระไนของบาคาร่าต์ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าบาคาร่าต์มีหลายคอลเลคชั่นและหนึ่งในคอลเลคชั่นที่ได้รับความนิยมทั่วโลกคือ แจกันคริสตัล โดยในงานนี้เราได้นำคอลเลคชั่นชิ้นที่เป็นมาสเตอร์พีซมาให้ทุกคนได้สัมผัสร่วมกับฝีมือของนักจัดดอกไม้มืออาชีพอย่าง เพิร์ล จากแบรนด์ HerNameisNala นำเสนอศิลปะตกแต่งแจกันอันเป็นเอกลักษณ์ผ่านลวดลายความสวยงามของแก้วแจกันคริสตัลที่ช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญของบาคาร่าต์ตั้งใจถ่ายทอดออกมาผสานเป็นผลงานชิ้นพิเศษ ที่ผมเชื่อว่าจะต้องสร้างประความทับใจให้แขกที่ได้เห็นอย่างแน่นอน”

คอลเลคชั่นสุดพิเศษที่บาคาร่าต์นำมาเสนอผ่านงานในครั้งนี้ เป็นคอลเลคชั่นสุดโด่งดังที่แพร่หลายและนิยมทั่วโลกอย่างคอลเลคชั่น Floral Bud Vase, Eye Collection, Louxor Vase ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องแก้วที่นำมาจัดดอกไม้ได้สวยงามที่สุด สร้างบรรยากาศความหรูหราและกลิ่นอายสไตล์ฝรั่งเศส ที่โดดเด่นในเรื่องของความใสบริสุทธ์ของเนื้อคริสตัล บรรจงผลิตด้วยมือในทุกขั้นตอนตามแบบฉบับของบาคาร่าต์ผสานกับเทคนิคพิเศษของช่างฝีมือที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก สืบทอดกันมาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายมาเป็นคริสตัลระดับตำนานที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ถมทอง ตันติกิจรุ่งเรือง, รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์, รินทร์ณฐา ฉัตรอภิพัชร์

Floral Bud Vase คอลเลคชั่นที่ใช้เทคนิคการเจียระไนตามเส้นแนวตั้งพร้อมลวดลาย 3 แบบ 3 สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนำเสนอผ่านเนื้อคริสตัลใสบริสุทธิ์ให้กลิ่นอายความหรูหราบนโต๊ะอาหารในทาวน์เฮ้าส์ใจกลางกรุงปารีสเหมาะสำหรับการจัดดอกไม้ขนาดเล็กหรือเน้นดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ช่วยนำเสนอสีสันของดอกไม้ที่แต่งเติมลวดลายแนวยาวของแจกันเสมือนกำลังเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต

Eye Collection ด้วยดีไซน์เหลี่ยมหยักอันเป็นเอกลักษณ์ที่มาจากการใช้เทคนิคเจียระไนพิเศษ ทั้งพื้นผิวด้านในและด้านนอกผสานกับรูปทรงเอียงของแจกันทำให้เกิดเป็นภาพสะท้อนสามมิติสุดมหัศจรรย์นอกจากนี้เอกลักษณ์ของคอลเลคชั่นนี้คือลายเส้นทีเมื่อกระทบกับแสงไฟจะสะท้อนความแวววาว ระยิบระยับเป็นเกลียวคลื่นตามเส้นสายของทรวดทรง เปล่งประกายราวอย่างมีชีวิตชีวา ด้วยความพิเศษอันชวนหลงใหลเช่นนี้ จึงทำให้เป็นคอลเลคชั่นที่ขายดีที่สุดมากกว่า 3,500 ใบต่อปี ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2001

Louxor Vase คอลเลคชั่น ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพีระมิดหรือสถาปัตยกรรมอันโด่งดังและมีชื่อเสียงจากอียิปต์โบราณด้วยดีไซน์การเจียระไนรูปทรงสามเหลี่ยมมุมเพชรเรียงตามเส้นแนวตั้ง นำเสนอผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันเมื่อนำดอกไม้มาจัดเรียงจะช่วยสร้างองค์ประกอบให้แจกันโดดเด่นและงดงามได้อย่างไร้ที่ติ

ร่วมสัมผัสความงดงามสุดตระการของเครื่องแก้วเจียระไนชั้นสูงส่งตรงจากฝรั่งเศสได้ที่ บาคาร่าต์ บูทีค ชั้น 3 สยามพารากอน

พิธีรับโล่พระราชทาน รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ 7

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764610

พิธีรับโล่พระราชทาน รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ 7

พิธีรับโล่พระราชทาน รางวัลวรรณศิลป์อุชเชนี ครั้งที่ 7

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เปิดกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์ กรมสมเด็จพระเทพฯ

พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุของคมนตรี เป็นประธานในพิธีรับโล่พระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลวรรณกรรม “วรรณศิลป์อุชเชนี” ครั้งที่ 7 จัดโดย สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย ร่วมกับ สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดยมี คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการประกวดวรรณกรรมรางวัล “วรรณศิลป์อุชเชนี” เป็นประธานจัดงาน ณ ห้องอโนมาแกรนด์ ชั้น 3 โรงแรมอโนมาแกรนด์ถนนราชดำริ เมื่อวันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2566

ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ประเภทเข้ารับโล่พระราชทานหน้าพระฉายาลักษณ์

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการประกวดวรรณกรรมรางวัล “วรรณศิลป์อุชเชนี” กล่าวว่า รางวัลวรรณกรรม “วรรณศิลป์อุชเชนี” ก่อตั้งขึ้นในปีพุทธศักราช 2560 โดยสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย ร่วมกับ สภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานในพิธี

“รางวัลวรรณกรรม “วรรณศิลป์อุชเชนี” จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงผลงานอันทรงคุณค่าและสานต่อคุณงามความดีของ “อุชเชนี” ซึ่งเป็นนามปากกาของท่านอาจารย์ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์)พุทธศักราช 2536 ซึ่งผลงานของท่านก่อให้เกิดแรงบันดาลใจแก่ผู้รักงานวรรณศิลป์ อีกทั้งการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่นของท่านท่านยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้อนุชนรุ่นหลังได้เจริญรอยตามท่านอีกด้วย รวมทั้งเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน การเขียนภาษาไทย และเพื่อเปิดเวทีให้แก่ผู้สนใจทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชน ในการพัฒนาทักษะด้านการอ่าน การเขียน ในเชิงคุณภาพให้ดียิ่งขึ้น เพื่อร่วมกันสืบสานมรดกอันล้ำค่าด้านภาษาไทย โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานโล่รางวัลแก่ผู้ชนะเลิศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้”

ประธานในพิธี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี พร้อมด้วย บาทหลวงอนุชา ไชยเดชผอ.สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย,ปานสรวง ชุมสาย ณ อยุธยา บุตรชายอาจารย์ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา, โกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, พล.อ.อ.ธเรศปุณศรี,คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธาน กก.อำนวยการจัดงาน, อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, อ.ชมัยภร แสงกระจ่าง, พิบูลศักดิ์ ละครพล

การประกวดรางวัลวรรณกรรม “วรรณศิลป์อุชเชนี” ครั้งที่ 7 มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 715 ผลงาน จากทั่วประเทศ ประเภท บทกวีระดับนักเรียน 121 ผลงาน บทกวีระดับประชาชน 281 ผลงาน ความเรียงระดับนักเรียน 137 ผลงาน เรื่องสั้นระดับประชาชน 176 ผลงาน โดยผลการตัดสิน ประเภทบทกวีระดับนักเรียน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ผลงาน “บทชีวิต…คิดเอาเอง” โดย กฤษกร สิงห์ฉลาด โรงเรียนชลราษฎรอำรุง จ.ชลบุรี, รองชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน“คือหนึ่งเดียว” โดย วรนิพิฐ มาตราช โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล จ.สกลนคร และผลงาน “บทสนทนาระหว่างเราและแม่”โดย เกียรติอนันต์ พวงพลอย โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ประเภทบทกวี ระดับประชาชน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “พินัยกรรม” โดย อังคาร จันทาทิพย์ รองชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “ขอบฟ้าขลิบทองเรืองรองขอบใจ” โดย พรชัย แสนยะมูล และผลงาน “ใบรับรองความจน” โดย ชาตรี ตราชู ประเภทความเรียง ระดับนักเรียน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “โลกฝันของนักเรียนหลังห้อง” โดยภานุพงษ์ คงหีต โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ๑ (ดอนสักผดุงวิทย์) รองชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “ชีวิตบนรถ” โดย ณภัค เลิศประกิต โรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนท์ และผลงาน “The Memory of a Golfish”โดย ธนัชพร ทิวากรกฎ โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ประเภทเรื่องสั้น ระดับประชาชน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “แล้วเราจะ “ลืม” กันอีก” โดยมณีมิ่งเมือง นามปากกาของ ณัฏฐ์ธีรตา วิทิตวิญญูชน รองชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน“ลูกพี่ลูกน้อง” โดย กิติศักดิ์ ศรีแก้วบวรและผลงาน “นกบินได้ด้วยปีกหรือศรัทธา”โดย กิตติศักดิ์ คงคา

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กล่าวรายงาน

เออเชนี ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา หรือที่รู้จักในนามปากกา “อุชเชนี”เกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2462 สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ระดับอุดมศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นได้รับทุนไปศึกษาต่อทางวรรณกรรมที่ มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และกลับมาเป็นอาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังเป็นนักประพันธ์ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในแวดวงวรรณกรรม แม้จำนวนไม่มากนักแต่ทรงคุณค่า และโดดเด่นทางด้านวรรณศิลป์อย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นกวีนิพนธ์ เช่น “ขอบฟ้าขลิบทอง” “ดาวผ่องนภาดิน” ในนามปากกา“อุชเชนี” หรือความเรียงร้อยแก้ว “เพียงแค่เม็ดทราย” ในนามปากกา “นิด นรารักษ์”สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประกาศเกียรติคุณยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) พร้อมกับ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ในพุทธศักราช 2536

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อ่านบทกวีเชิดชูเกียรติ เออเชนี ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา

ในพิธีมอบรางวัลวรรณกรรม “วรรณศิลป์อุชเชนี” ครั้งที่ 7 ได้รับเกียรติจาก โกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, พลอากาศเอกธเรศ ปุณศรี, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2536,ชมัยภร บางคมบาง (แสงกระจ่าง) ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557,พิบูลศักดิ์ ละครพล ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2560, นรีภพจิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย, ปานสรวง-ปวงสรรชุมสาย ณ อยุธยา บุตรชายของ อาจารย์ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา, บาทหลวงอนุชา ไชยเดช ผู้อำนวยการสื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย เข้าร่วมงานในครั้งนี้

กฤษกร สิงห์ฉลาด รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทบทกวี ระดับนักเรียน

กฤษกร สิงห์ฉลาด รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทบทกวี ระดับนักเรียน

ภานุพงษ์ คงหีต รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทความเรียง ระดับนักเรียน

ภานุพงษ์ คงหีต รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทความเรียง ระดับนักเรียน

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล มอบช่อดอกไม้แด่ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล มอบช่อดอกไม้แด่ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล มอบช่อดอกไม้แด่ โกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล มอบช่อดอกไม้แด่ โกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

มณีมิ่งเมือง หรือ ณัฏฐ์ธีรตา วิทิตวิญญูชน
รับรางวัลชนะเลิศประเภทเรื่องสั้น ระดับประชาชน

มณีมิ่งเมือง หรือ ณัฏฐ์ธีรตา วิทิตวิญญูชน รับรางวัลชนะเลิศประเภทเรื่องสั้น ระดับประชาชน

ประธานในพิธีพร้อมด้วย ชมัยภร บางคมบาง (แสงกระจ่าง) และบาทหลวงอนุชา ไชยเดช ถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัลประเภทเรื่องความเรียง และเรื่องสั้น

ประธานในพิธีพร้อมด้วย ชมัยภร บางคมบาง (แสงกระจ่าง) และบาทหลวงอนุชา ไชยเดช ถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัลประเภทเรื่องความเรียง และเรื่องสั้น

ประธานในพิธี พร้อมด้วย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และ พิบูลศักดิ์ ละครพล
ถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัล ประเภทบทกวี

ประธานในพิธี พร้อมด้วย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และ พิบูลศักดิ์ ละครพล ถ่ายภาพร่วมกับผู้ได้รับรางวัล ประเภทบทกวี

นิทรรศการเชิดชูเกียรติ เออเชนี ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา

นิทรรศการเชิดชูเกียรติ เออเชนี ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา

‘คิม ซู ฮยอน’แบรนด์แอมบาสซาเดอร์‘มิโด’ อวดโฉมเรือนเวลาระดับมาสเตอร์พีซ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764629

‘คิม ซู ฮยอน’แบรนด์แอมบาสซาเดอร์‘มิโด’ อวดโฉมเรือนเวลาระดับมาสเตอร์พีซ

‘คิม ซู ฮยอน’แบรนด์แอมบาสซาเดอร์‘มิโด’ อวดโฉมเรือนเวลาระดับมาสเตอร์พีซ

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“มิโด” (MIDO) แบรนด์เรือนเวลาหรูสัญชาติสวิส พร้อมแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ซูเปอร์สตาร์หนุ่มอย่าง“คิม ซู ฮยอน” (Kim Soo Hyun) อวดโฉมลุคสุดหล่อที่ได้สวมใส่เรือนเวลาคอลเลคชั่นล่าสุดที่ชื่อว่า “บารอนเชลลีโครโนกราฟ มูนเฟส” (Baroncelli Chronograph Moonphase) เรือนเวลาดีไซน์ล้ำสมัยที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดโทนสีน้ำเงินสุดเท่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการจับเวลาที่แม่นยำ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวยุคใหม่

โดยคอลเลคชั่น “บารอนเชลลี โครโนกราฟ มูนเฟส”มาในตัวเรือนสเตนเลสสตีลสีเงินขัดเงาสวยงาม ที่มีขนาดหน้าปัด 42 มม. โดดเด่นด้วยหน้าปัดดีไซน์ไล่ระดับในโทนสีน้ำเงินซันเรย์ โดยหน้าปัดระดับขอบนอกสุดเป็นชุดตัวเลขแสดงถึงวันที่ 1-31 ที่มาพร้อมกับเข็มชี้วันที่ตกแต่งด้วยรูปพระจันทร์เสี้ยวสีน้ำเงินสวยงาม และขอบหน้าปัดรองลงมาคือหลักแสดงเวลาในระดับชั่วโมงและนาที พร้อมเข็มชั่วโมงและนาทีที่ได้รับการตกแต่งและขัดเงาทรงไดมอนด์คัทอย่างประณีต

ไฮไลท์ของเรือนเวลารุ่นนี้ยังมาพร้อมกับหน้าปัดย่อย 3 ตำแหน่ง ได้แก่ บริเวณ 6, 9 และ 12 นาฬิกาที่มีสีสันต่างกันเพิ่มลูกเล่น โดยหน้าปัดย่อยตำแหน่ง 6 นาฬิกามีไว้สำหรับการจับเวลาแบบ 12 ชั่วโมง พร้อมการแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมผ่านรูปพระจันทร์และดวงดาวที่สวยงาม ถัดมาที่หน้าปัดย่อยตำแหน่ง 9 นาฬิกา ใช้สำหรับแสดงวินาทีและเวลาแบบ 24 ชั่วโมง และหน้าปัดย่อยตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกาใช้สำหรับจับเวลาแบบ 30 นาที พร้อมช่องหน้าต่างแสดงวันในสัปดาห์และเดือน ครอบปิดทับหน้าปัดตัวเรือนด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน โดยสามารถมองเห็นกลไกการทำงานผ่านกระจกด้านหลังตัวเรือนที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 60 (Caliber 60) ซึ่งสามารถสำรองพลังงานได้ถึง 60 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริงที่ผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) ช่วยป้องกันกลไกจากสนามแม่เหล็กและทนทานต่อแรงกระแทกได้ดี นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการกันน้ำลึก 30 เมตร โดยตัวเรือนถูกจับคู่มากับสายนาฬิกายางสีน้ำเงินเข้มที่มีเท็กซ์เจอร์ผิวสัมผัสแบบช่องตารางเล็กๆ

นอกจากนี้ทาง“มิโด” (MIDO) ยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาสำหรับหนุ่มสาวคนรักการทำกิจกรรมที่ต้องการความแม่นยำด้านเวลา ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง แข่งรถ หรือเรือใบ รวมถึงกิจกรรมแอดเวนเจอร์อื่นๆ เริ่มจากการเลือกดีไซน์ที่มีความทะมัดทะแมง คล่องตัวเวลาที่สวมใส่ อาจจะเป็นเรือนสเตนเลสสตีลที่มีความแข็งแรงทนทานจับคู่มากับสายนาฬิกายางที่กันน้ำและเหงื่อซึ่งเหมาะสำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นอย่างมาก ถัดมาเลือกนาฬิกาที่มีฟังก์ชั่น อย่างโครโนกราฟหรือการจับเวลา ซึ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับคนที่รักในการทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความเร็วและความแม่นยำด้านเวลา สุดท้ายเลือกที่มีมาตรฐานการผลิตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็จะช่วยการรันตีในเรื่องระบบกลไก ความแม่นยำ ช่วยทำให้มั่นใจในทำกิจกรรมที่ต้องใช้การจับเวลาอีกด้วย

พบคอลเลคชั่นระดับมาสเตอร์พีซ คุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ “มิโด” ที่ห้างสรรพสินค้า และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada

หน้าฝน ห่างไกลไข้หวัด เสริมภูมิคุ้มกัน ด้วยสมุนไพรฟ้าทะลายโจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764619

หน้าฝน ห่างไกลไข้หวัด เสริมภูมิคุ้มกัน ด้วยสมุนไพรฟ้าทะลายโจร

หน้าฝน ห่างไกลไข้หวัด เสริมภูมิคุ้มกัน ด้วยสมุนไพรฟ้าทะลายโจร

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ หลายคนเริ่มมีอาการไม่สบายเป็นไข้หวัดได้ง่าย เพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลงทั้งแดด ฝน ปิดด้วยลมหนาว มักมากับอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย อย่างโรคยอดฮิตไข้หวัดสายพันธุ์ต่างๆ ที่มักจะระบาดในช่วงเวลาปลายฝนต้นหนาวของทุกปี เพราะเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงอาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและส่งผลต่อสุขภาพ อาการไอ จาม เจ็บคอ น้ำมูกไหลมีเสมหะ หรือมีไข้ อาจจะได้มาครบ หากไม่ดูแลรักษาสุขภาพให้ดี

ใครที่กำลังมีอาการไม่สบาย เจ็บป่วยจากไข้หวัด นอกจากการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันแล้ว สมุนไพรไทยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาใช้รักษาบรรเทาอาการไข้หวัด อย่างเช่น ฟ้าทะลายโจร ที่มีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ สารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) พบมากที่สุดในใบ ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า ช่วยรักษาอาการโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจ ลดความถี่และความรุนแรงของอาการไอ เจ็บคอ อาการปวดและไข้ อันเนื่องมาจากหวัด

กิฟฟารีน ผู้นำแบรนด์เพื่อสุขภาพและยืนหนึ่งเรื่องสมุนไพร ได้ค้นคว้าผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้กับคนไทย นำฟ้าทะลายโจรพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถรับประทาน และใช้งานได้ง่ายขึ้น กับ 3 ผลิตภัณฑ์ จากฟ้าทะลายโจรคือ ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจรสกัดฟ้าทะลายโจรแคปซูล และฟ้าทะลายโจรรีเฟรชชิ่ง เม้าท์ สเปรย์

ผลิตภัณฑ์จากฟ้าทะลายโจร ทั้ง 3 ตัวนี้ ช่วยดูแลและบรรเทาอาการแตกต่างกันไป โดย ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจรสกัด มีสารแอนโดรกรา
โฟไลด์ 24 มก. ต่อแคปซูล มีสรรพคุณ แก้ไข้ ฟ้าทะลายโจรแคปซูลมีสารแอนโดรกราโฟไลด์ไม่น้อยกว่า 8 มก.ต่อแคปซูล มีสรรพคุณ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และฟ้าทะลายโจรรีเฟรชชิ่ง เม้าท์ สเปรย์ สเปรย์ระงับกลิ่นปาก ผสมสารสกัดฟ้าทะลายโจร และสารสกัดกระชาย พร้อมด้วยสารสกัดคาโมมายล์ สารสกัดใบฝรั่ง น้ำมันเปปเปอร์มิ้นท์ และ Cetylpyridinium Chloride ช่วยดูแลสุขภาพช่องปาก พร้อมมอบกลิ่นปากสะอาด ลมหายใจหอมสดชื่นยาวนาน และลดกลิ่นปากไม่พึงประสงค์ ปราศจาก แอลกอฮอล์ ไตรโคลซาน พาราเบน เมทิลไอโซไทอะโซลิโนน ฟอร์มัลดีไฮด์

อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพในช่วงฤดูแห่งการแปรปรวนเป็นสิ่งสำคัญ ควรการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และทานอาหารที่มีประโยชน์ เท่านี้ก็ห่างไกลจากโรคไข้หวัดได้ไม่ยาก

‘เมียนมา-เวียดนาม’ บี้กันขั้นสุด หวังซิว COUNTRY’S POWER OF THE YEAR

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/764603

'เมียนมา-เวียดนาม' บี้กันขั้นสุด หวังซิว COUNTRY’S POWER OF THE YEAR

‘เมียนมา-เวียดนาม’ บี้กันขั้นสุด หวังซิว COUNTRY’S POWER OF THE YEAR

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.56 น.

‘เมียนมา-เวียดนาม’ บี้กันขั้นสุด หวังซิว COUNTRY’S POWER OF THE YEAR ด้านแฟนนางงามลุ้น “MISS GRAND POPULA VOTE” ใครจะเข้ารอบ TOP 10 อัตโนมัติ

สู้กันสนั่น ปั่นกันสนุก เบียดบี้กันสุด จริงๆ สำหรับเวทีการประกวด Miss Grand International 2023 ที่เวียดนามรับเป็นเจ้าภาพจัดการประกวด หลังจาก บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานและผู้ก่อตั้งมิสแกรนด์ ประกาศผลผู้เข้ารอบ COUNTRY’S POWER OF THE YEAR 2 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา และเวียดนาม เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนนางงามได้โหวตอีกครั้ง ซึ่งผู้ชนะตำแหน่งนี้จะมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นหมายถึงการร่วมแรงร่วมใจของแฟนนางงามและประชากรในประเทศของเธอ ช่วยกันกดไลท์ บน Instagram : @missgrandinternational  ซึ่ง 1 Like = 10 คะแนน ถือเป็นพลังแห่งปีที่แสดงถึงศักยภาพการร่วมแรงร่วมใจ เพราะนอกจากเป็นการประกาศความทรงพลังของประเทศแล้ว นางงามของประเทศผู้ชนะจะได้เฉิดฉายเข้าสู่รอบ TOP 20 อัตโนมัติ  ซึ่งขณะนี้คะแนนของ Ni Ni Lin Eain (นิ นิ ลิน เอน)  Miss Grand Myanmar 2023 และ Le Hoang Phuong (เล ฮอง ฟอง) Miss Grand Vietnam ยังวิ่งบี้สูสีกันไม่หยุด 

ส่วนอีก 1 รางวัลสำคัญ นั่นคือ MISS GRAND POPULA VOTE เพื่อเป็นที่สุดหนึ่งเดียว เดินเข้าสู่รอบ TOP 10 อัตโนมัติ โดยยอดโหวตที่มีคะแนนสูงสุด (ณ ปัจจุบัน) ได้แก่  มิสแกรนด์อินโดนีเซีย ,มิสแกรนด์เวียดนาม , มิสแกรนด์เมียนมาร์ , มิสแกรนด์ไทยแลนด์ และ มิสแกรนด์ปารากวัย ขณะนี้ยังไม่มีการชี้วัดว่า มิสแกรนด์ ประเทศใดจะได้ผ่านเข้ารอบ TOP 10 ฉะนั้นรักใครเชียร์ใครอย่ามัวแต่มอง รีบกดโหวตด่วน ทาง http://www.missgrand international.com ค่าใช้จ่าย 1 USD (1 ดอลล่าร์ประมาณ 36 บาท) = 1 คะแนน 

แฟนนางงามโหวตได้จนถึงวันที่ 25 ต.ค. เวลา 20.00 น. (เวลาโฮจิมินห์) โดยจะทำการประกาศผลผู้ชนะสู่รอบ TOP 20 และ TOP 10 ได้ในค่ำคืนการประกวด Miss Grand International 2023 ณ Phu Tho  Indoors Stadium (ฝู เถาะ อินดอร์สเตเดี้ยม) นครโฮจิมินทร์ ถ่ายทอดสดทาง YouTube Chanel : Grand TV