‘ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล’ บรรยายพิเศษหลักสูตรข้าราชบริพารในพระองค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762673

‘ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล’ บรรยายพิเศษหลักสูตรข้าราชบริพารในพระองค์

‘ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล’ บรรยายพิเศษหลักสูตรข้าราชบริพารในพระองค์

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.47 น.

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา, รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์, รองประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา บรรยายพิเศษ เรื่อง “ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท” ให้แก่ ข้าราชบริพารที่บรรจุใหม่ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรอบรมข้าราชบริพารในพระองค์ จัดโดย หน่วยราชการในพระองค์ สำนักพระราชวัง ณ อาคาร 605 เขตพระราชฐานสนามเสือป่า ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต

ในการนี้ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล กล่าวในความตอนหนึ่งว่า “ผู้ที่มีโอกาสเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าราชบริพารบรรจุใหม่ สังกัดหน่วยราชการในพระองค์ ย่อมมีความภาคภูมิใจในหน้าที่และความรับผิดชอบอันมีส่วนอันสำคัญยิ่งในการถวายงานต่อพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทุกคนจึงควรดำรงตนอยู่ในฐานะพลเมืองดีของชาติ ที่เป็นแบบอย่างให้กับคนในชาติ และลูกหลานเยาวชน เพียรหมั่นฝึกฝนจิตใจตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนศรัทธานับถือ มีความรักเคารพเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นอเนกอนันต์ต่อคนไทยทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวพระราชดำรัสและหลักการทรงงานที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระบรมราชปณิธานให้คนไทยมีความ “รู้รักสามัคคี” ต่อกัน ฉะนั้น ผู้ที่มีหน้าที่รับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจตามแนวพระราชดำรัสและหลักการทรงงานสำคัญ คือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่ประชาชนต่างพระเนตรพระกรรณได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบัน ทรงมีพระบรมราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามรอยพระยุคลบาทของสมเด็จพระบรมชนกนาถ เพื่อจะนำไปสู่ความมั่นคง ความร่มเย็นเป็นสุขที่ยั่งยืนแก่ประชาชนและผืนแผ่นดินไทย ทุกคนจึงพึงมีสติสัมปชัญญะทุกเมื่อและใช้ปัญญานำหน้าชีวิตสู่ความสำเร็จ มีความกตัญญูกตเวที ความซื่อตรง ความเพียร ความพอเพียง ความอดทน ความอ่อนโยน และความรับผิดชอบ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานของคนดีที่ถือว่ามีส่วนสำคัญต่อการดำรงชีวิตร่วมกันในสังคม รวมถึงการมีส่วนร่วมอย่างมากที่สุดในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาชาติบ้านเมือง นำพาความเจริญรุ่งเรือง ให้บังเกิดขึ้นแก่ประชาชนคนไทยทั้งมวล”

-(016)

จากละครและภาพยนตร์สุดโด่งดังในอดีต! สู่ละครเวที ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762688

จากละครและภาพยนตร์สุดโด่งดังในอดีต! สู่ละครเวที ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’

จากละครและภาพยนตร์สุดโด่งดังในอดีต! สู่ละครเวที ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นับเป็นครั้งแรกของละครเวทีของไทยกับการนำตำนานรักบ้านทุ่งสุดอมตะที่เคยโด่งดังจากในอดีต จากในละครและภาพยนตร์ที่หลายคนคุ้นเคย สู่การนำมาทำเป็นละครเวทีครั้งแรกใน “มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล” ผลงานการสร้างสรรค์โดยผู้สร้างละครเวทีและมิวสิคัลที่ได้รับความนิยมและโด่งดังมาแล้วมากมาย อาทิ โหมโรง เดอะ มิวสิคัล, ละครเวทีสุนทราภรณ์ เพลงรักเพลงแผ่นดิน และในปี 2566 นี้ขอนำเสนอ “มนต์รักครั้งใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม” ที่จะมาในเวอร์ชั่นมิวสิคัลรวบรวมเพลงฮิตสุดไพเราะนำกลับมาให้ได้ฟังอีกครั้ง ที่จะพาคุณย้อนกลับไปหวนคิดถึงช่วงยุคสมัย 70ผ่านการนำเสนอเล่าเรื่องในอีกมุมมองหนึ่งของผู้หญิงที่ชื่อ “ทองกวาว” และจะเป็นอย่างไร เมื่อทองกวาวได้เลือกเป็นตัวของเธอเอง

“มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล” นำแสดงโดย“เปา-เปาวลี พรพิมล” กับละครเวทีเรื่องแรกในชีวิตของเธอ สุดท้าทายกับบทบาทของ “ทองกวาว” ในเวอร์ชั่นใหม่จะเป็นอย่างไร ต้องรอชม…และการมาเจอกันครั้งแรกกับแชมป์จากรายการเพลงเอกซีซั่น 1 “ธัช- กิตติธัช แก้วอุทัย” ในบทของ “คล้าว” แม้จะเคยผ่านละครเวทีมาแล้วก็ตาม แต่ครั้งนี้เป็นงานหินของธัช กับการข้ามมาร้องเพลงลูกทุ่ง ที่จะต้องติวเข้มอย่างหนักเพื่อแฟนๆ ที่รอชม ตามมาด้วยเหล่านักร้องเสียงดีจากเวทีไมค์ทองคำเพลงเอก และค่ายยุ้งข้าวเรคคอร์ด อาทิ ซัน- วงศธร, ฟอร์ม-ชลพิพรรธน์, หมิว-เขมจิรา, เอิงเอย-ปภาวริญจ์, แบ็งค์-เฉลิมรัฐ, พูลิม-ณิชกานต์ พร้อมนักแสดงมากฝีมือ โย่งเชิญยิ้ม, ไก่-อัญชุลีอร และอีกมากมายที่จะมาร่วมถ่ายทอดละครเวทีที่สุดอมตะเรื่องนี้ ให้ทุกคนได้ประทับใจและหวนคิดถึงกันอีกครั้ง

การแสดงจัดขึ้นในวันที่ 2-3 , 9-11 ธันวาคม 2566 ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน เปิดขายบัตรวันนี้แล้ว ทาง Thaiticketmajor โทร.02-2623456 **ส่วนลดพิเศษ!! ตั้งแต่วันที่ 7-14 ตุลาคม 2566 นี้ เปิดขายบัตรEarly Bird รับส่วนลด 20% ทุกที่นั่ง! (มีจำนวนจำกัด) ผ่าน Thaitiketmajor เท่านั้นสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : KBank Siam Pic-Ganesha

‘วิน-เมธวิน’ ตัดจบ!! ยังไม่โฟกัสเรื่องแฟน รับเป็นคนเจ้าน้ำตาและมีความคาดหวังสูง!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762690

‘วิน-เมธวิน’ ตัดจบ!! ยังไม่โฟกัสเรื่องแฟน รับเป็นคนเจ้าน้ำตาและมีความคาดหวังสูง!

‘วิน-เมธวิน’ ตัดจบ!! ยังไม่โฟกัสเรื่องแฟน รับเป็นคนเจ้าน้ำตาและมีความคาดหวังสูง!

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักแสดงหนุ่มสุดฮอตขวัญใจวัยรุ่น “วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” เรียกได้ว่าเป็นอีกนักแสดงที่เติบโตในวงการบันเทิงอย่างก้าวกระโดด มาเปิดใจในรายการ WOODY FM ถึง เรื่องราวชีวิตที่เกินฝัน ยอมรับเป็นคนที่มีความคาดหวังสูง พร้อมเล่าวิธีรับมือกับเรื่องดราม่า เผยตอนนี้ยังไม่โฟกัสเรื่องแฟน

เป็นบุคคลสาธารณะที่ชีวิตเติบโตอย่างรวดเร็วมากรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและมีผู้ติดตามที่มากขึ้นเรื่อยๆระดับโลกยังไง

ผมมองว่าในทุกๆ การเปลี่ยนแปลง เราจะต้องมีสติกับมันในทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราเสมอ ถ้าเกิดว่าอยู่ๆ ก็มีคนสนใจเรามากๆ แต่ว่าเราไม่ได้พัฒนาตัวเอง หรือไม่ได้สนใจในสิ่งที่กำลังทำอยู่ บางทีเราอาจจะหลุดไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น แต่ว่าผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่อยู่กับปัจจุบันมากๆ แล้วก็รู้ตัวว่าตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่

อยู่กับปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญ แปลว่าไม่ค่อยจะกังวลอดีตหรืออนาคต

เรากังวลครับ แต่ว่าเรารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ณ ตอนนี้โมเมนต์นี้ เรามีแพลนในอนาคต ที่เราอยากจะไปให้ถึงแต่ว่าเราก็ไม่ได้ทิ้ง ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

ยังมีแพลนที่มากกว่านี้อีกเหรอ เพราะถ้าพี่เป็นวินก็รู้สึกว่าน่าจะที่สุดแล้วนะ

ยังครับพี่ (หัวเราะ) คือวินมองว่า แพลนที่วินอยากจะไป แล้วก็เป้าหมายที่วินอยากจะทำ อยากจะไปในวงการที่ International มากขึ้น อยากจะนำวงการบันเทิงไทยไปสู่ระดับโลกให้ได้ ไปสู่ในระดับเอเชียให้มากขึ้นในหลายๆ ประเทศให้ได้

มีแฟนๆ เยอะมากมาคอยติดตาม วินาทีที่เรารู้ว่ามีแฟนคลับต่างชาติมาด้วย มีความรู้สึกยังไง

โห มันประทับใจมากครับ ตั้งแต่เริ่มแรกที่เรายังไม่เคยคิดเลยว่า เราจะสามารถมีแฟนคลับต่างชาติได้ แค่ตอนแรกที่เล่นซีรี่ส์ก็คือ เราจะมีแฟนคลับในไทยหรือเปล่าเลย แต่ว่าพอมาถึง ณ จุดนี้ คือมันกลายเป็นอะไรที่เกินกว่านั้นมากเลย แล้วช่วงนั้นที่เราเป็นกระแสขึ้นมาก็ได้เห็นแฟนๆ ต่างชาติผ่านโซเชียลอย่างเดียวที่เขาพิมพ์ข้อความมา จนกระทั่งหลังสถานการณ์ดีขึ้นแล้วเราสามารถบินไปต่างประเทศได้ก็ทำให้เราได้เห็นแฟนๆ แต่ละประเทศตัวเป็นๆ ก็ประทับใจมากๆ ครับ และเห็นในความแตกต่างของแต่ละประเทศออกไป

เราต้องปรับจูนก่อนไปไหมว่าวัฒนธรรมแต่ละประเทศเป็นยังไง

ต้องรู้ก่อนครับ อย่างบางประเทศเขาอาจจะมีวัฒนธรรมที่ห้ามอ้างอิงแบบนี้ ห้ามพูดถึงอะไรแบบนี้ เราก็ต้องเรียนรู้ไว้ก่อน และไม่ทำในสิ่งนั้นที่เป็นวัฒนธรรมของเขา

วิธีรับมือกับเรื่องดราม่า

อะไรก็ตามที่มันเป็นดราม่าเกิดขึ้นมา บางเรื่องต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงบ้าง หรือว่าไม่จริงบ้าง ค่อนข้างเยอะมากเลยครับ เราแค่มีสติกับมัน แล้วก็เรียนรู้ถ้าเกิดว่ามันเป็นอะไรที่เราทำผิดพลาดไป แล้วเราสามารถแก้ไขและพัฒนามันได้ วินก็จะนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นสิ่งที่ทำให้พัฒนาตัวเองต่อไป แต่ถ้าเรื่องไหนที่มันไม่ใช่เรื่องจริง หรือว่าเป็นเรื่องที่อาจจะบิดเบือนไปค่อนข้างเยอะเราก็มองข้ามสิ่งเหล่านั้นไป

ที่ผ่านรู้สึกว่าวินไม่ค่อยมีโอกาสพูดเปิดใจแบบลึกๆ ช่วงไหนของชีวิตที่วินรู้สึกว่าท้าทายที่สุด

ถ้าต้องเลือกช่วงหนึ่ง ผมว่าช่วงนี้แหละครับช่วงที่เราก้าวจากวัยเรียนมาเป็นวัยทำงานอย่างเต็มตัว ผมว่ามันเป็นอะไรที่ยากมากๆ และท้าทายมากๆ มีเรื่องราวใหม่ๆ ให้เราได้เรียนรู้ไปทุกวันจริงๆ รู้สึกว่าตั้งแต่ก้าวมาทำงาน มันทำให้เป้าหมายในชีวิตเราชัดเจนขึ้นมากๆ จากแต่ก่อน

เหมือนฝันที่ไม่กล้าฝันไหม

มากๆ เลยครับ มันเป็นอะไรที่เกินฝันมากๆ ตั้งแต่วันแรกในเรื่องของวงการบันเทิง แล้วก็เรารู้สึกว่าเราแค่อยากจะทำทุกโมเมนต์ที่เราได้รับโอกาสให้มันดีที่สุด แต่พอมันเกินสิ่งที่เราคาดฝันมาแล้ว เราก็แค่ทำต่อๆ ไปให้ดีขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ

คุณค่อนข้างจะแคร์หรือเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต

ผมรู้สึกว่าการที่ทุกคนอาจจะต้องมีเรื่องผิดพลาดในสิ่งที่เราเคยทำมาในชีวิต แล้วรู้สึกว่าถ้าเกิดว่าเราเริ่มจากการที่เราเข้าใจว่าเราผิดพลาดอะไร และเรายอมรับในสิ่งที่เราผิดพลาด มันคือสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองต่อไป แต่ว่าถ้าเกิดเรายังไม่ยอมรับ และเรายังไม่เข้าใจว่าเราผิดอะไรบ้าง วินมองว่าการที่เราเดินต่อไปในอนาคตมันก็จะยากแล้ว

ทุกวันนี้พ่อแม่ยังให้คำแนะนำอยู่ไหม

มีครับ มีการพูดคุยกับคุณพ่อ-คุณแม่อยู่ตลอด ปกติกิจวัตรประจำวันของผมก็คือถ้าเกิดมีช่วงว่างทุกอาทิตย์จะได้เจอครอบครัวแล้วทุกคนก็จะมานั่งคุยกัน แต่ว่าพอเข้าสู่วัยทำงาน เริ่มยากแล้ว เพราะว่าบางทีเราก็ต้องบินไปบ้าง ก็พยายามหาเวลาที่จะมาอยู่กับครอบครัวคุยกันปรึกษากัน อัปเดตชีวิตกันเรื่อยๆ เขาก็จะคอยแนะนำ คอยสอนเราตลอด

ถ้าสมมุติว่ามีแฟนจริงๆ การเปิดตัวหรือไม่เปิดตัว จัดการยังไง คิดว่าสังคมพร้อมจะรับรู้ไหม

ผมยังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น ผมคิดในมุมของตัวเองก่อนว่า ณ เวลาตอนนี้ ทำงานเยอะมากจริงๆ ครับ ในเรื่องนั้นก็คือปล่อยให้เป็นเรื่องธรรมชาติแล้วกัน ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งถ้ามันจะเกิดขึ้น หรือเราเจอคนหนึ่งที่เหมาะสมกับเราที่เหมาะสมทั้งคู่ก็รอให้ถึงวันนั้น ณ ตอนนี้ผมยังรู้สึกว่า ผมยังมีทั้งธุรกิจ มีทั้งงานในวงการบันเทิง มีอะไรหลายอย่างที่เราต้องกังวล แล้วก็ต้องทุ่มเทกับมันมากๆ ก็เลยยังไม่ได้ไปโฟกัสเรื่องนั้น รู้สึกว่าเราอยากทำตรงนี้ให้ดีมากๆ แล้วถ้าเกิดว่ามีจังหวะที่มีตรงนั้นเข้ามาด้วย เราก็ค่อยเรียนรู้กันไป ศึกษากันไป

ย้อนกลับไปก่อนเข้าวงการ ในความสัมพันธ์กับคนรักคุณเป็นคนแบบไหน

ผมว่าผมเป็นคนตามใจ ผมจะใช้ชีวิตแบบสบายๆ ชิลๆ ง่ายๆ เวลาเรามีแฟนหรือว่าอยู่กับใคร เราอยากจะให้คนคนนั้นเป็นจุดที่สบายตัวและสบายใจมากที่สุด คือเราสามารถแชร์พูดคุยทุกเรื่องที่เราคิด หรือว่าเราอยากทำอะไรก็ทำได้ที่ไม่ผิด

สมมุติว่าคบๆ ไปแล้วมันคิดคนละทาง ทางออกจะเป็นยังไง

คือถ้าเกิดว่าคิดคนละทาง ต้องดูว่าเหตุผลที่เขาคิดทางนั้นคืออะไร แล้วเหตุผลที่เราคิดทางนี้คืออะไร แล้วเราเอามาแชร์กันว่าเหตุผลของใครฟังแล้วดูขึ้นมากกว่า หรือดูสมเหตุสมผลมากกว่าในทิศทางของแต่ละคน แล้วมาดูกันว่าจะออกเป็นรูปแบบไหนได้บ้าง

เคยง้อคนไหมครับ?

ง้อครับ (หัวเราะ)

ง้อแบบไหนที่ได้ผลที่สุด

คือผมเป็นคนที่ทำอะไรมีเหตุผล เวลาที่เราง้อ ก็จะมีเหตุผลว่าทำไมเราถึงเป็นอย่างนั้น หรือว่าผิดพลาดอะไร ถ้าเราผิดพลาดอะไรก็ยอมรับในสิ่งที่ผิดพลาด แต่ถ้าเกิดว่ามีเหตุผลในสิ่งที่เราตัดสินใจทำไป เราก็เอาเหตุผลนั้นไปพูดคุยให้เขาเข้าใจ ว่าทำไมมันถึงต้องเป็นแบบนี้

ตอนนี้แก๊งคุณในวงการมีไหม?

คือถ้าเกิดว่าเป็นแก๊งที่อยู่ด้วยกันประจำ น่าจะแก๊ง F4 ครับ คือด้วยก่อนหน้านี้เราไปทัวร์เอเชียมาด้วยกัน แล้วก็มีโอกาสได้ไปต่างประเทศหลายๆ ประเทศด้วยกันทั้ง 4 คนความสนิทมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และมีไลน์กลุ่มด้วยชื่อว่า F4 (หัวเราะ) คือเป็นไลน์กลุ่มที่ไม่ค่อยอยากให้คนรู้ เพราะกลัวคนจะหมั่นไส้

ร้องไห้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

ประมาณ 3 วันที่แล้วถ่ายละครครับ (หัวเราะ)

เสียน้ำตาในชีวิตจริงๆ ล่าสุดคือเรื่องอะไร

เป็นคนเสียน้ำตาง่ายนะครับ แต่ว่าจำไม่ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับงาน เกี่ยวกับสิ่งที่เราคิดว่ามันจะเป็นแบบนั้นแต่ว่าไม่ได้เป็นแบบนั้น สิ่งที่เราหวังแต่ว่าสุดท้ายมันไม่ได้

แปลว่าเป็นคนที่มีความคาดหวังสูง

ใช่ เป็นคนที่มีความคาดหวังสูงตั้งแต่เด็กเลยครับคือเป็นคนที่ต้องคิดว่าจะได้อันนี้ให้ได้ แต่ว่าพอถึงเวลาจริงๆ แล้ว เราเต็มที่กับมันมากๆแล้วแต่สุดท้ายมันไม่ได้ มันก็จะมีความเสียใจบ้าง

 ตอนนี้เราได้โตขึ้นไหม

โตขึ้นครับ ตอนนี้ก็คือเรารู้สึกว่ายอมรับในสิ่งที่ผิดหวังได้มากขึ้น ในสิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่เราหวังได้มากขึ้น

 มีอะไรอยากจะบอกแฟนคลับมั้ย

อยากจะขอบคุณมากๆ เลยครับ คืออยากจะขอบคุณตั้งแต่วันแรกเลย ผมรู้สึกว่ามันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขจริงๆ คือเราเติบโตมาคนละทิศทางเลย แต่ว่าวันหนึ่งเรามาเจอกัน แล้วเราก็คอยสนับสนุนกัน คอยดูแลซึ่งกันและกันมาจนถึงทุกวันนี้ ผมว่ามันเป็นอะไรที่หายากมากๆ ผมรู้สึกซาบซึ้งกับมันมากๆ กับเรื่องราวระหว่างผมกับแฟนคลับทุกคน

XG ปล่อยมินิอัลบั้มเดบิวต์ NEW DNA ฮิตจนติดชาร์ต Billboard JAPAN Hot Albums

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762682

XG ปล่อยมินิอัลบั้มเดบิวต์ NEW DNA ฮิตจนติดชาร์ต Billboard JAPAN Hot Albums

XG ปล่อยมินิอัลบั้มเดบิวต์ NEW DNA ฮิตจนติดชาร์ต Billboard JAPAN Hot Albums

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การปล่อยผลงานสุดเซอร์ไพรส์-เกิร์ลกรุ๊ประดับโลกXG สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญเมื่อมินิอัลบั้มเปิดตัวNEW DNA ทะยานสู่อันดับท็อปชาร์ตของ BillboardJAPAN Hot Albums ความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของวงยิ่งไปกว่านั้น “NEW DANCE”หนึ่งในซิงเกิ้ลยอดฮิตในมินิอัลบั้มชุดนี้ ยังฮิตติดชาร์ต Billboard JAPAN Hot 100 ต่อเนื่องถึง 6 สัปดาห์ติดต่อกันอีกด้วย NEW DNA ได้สร้างกระแสให้แฟนเพลงทั่วโลกตะลึง กับการเปิดตัว 7สาวสุดปังในฐานสายเลือดใหม่ที่ไม่ถูกปิดก้้นด้วยข้อจำกัดทั้งหลายมินิอัลบั้มซึ่งผสานความเป็นศิลปะและดนตรีได้อย่างลงตัวชุดนี้ ประกอบด้วย 6 เพลงใหม่ HESONOO, X-GENE, GRL GVNG,TGIF, NEW DANCE, PUPPET SHOW ที่มาพร้อมกับงานศิลป์ ซึ่งเผยให้เห็นถึงความงามของการแบ่งเซลล์ พร้อมกับสื่อถึงวิวัฒนาการของ “NEW DNA” ของวง XG

เพลงไตเติ้ล “PUPPET SHOW” คือการเดินทางด้านดนตรีอันเร้าใจซึ่งนำเอาองค์ประกอบที่หลากหลาย ทั้งจังหวะกลองที่หนักแน่นและดนตรีสไตล์เจอร์ซีย์คลับมาผสานกันได้อย่างกลมกลืน ในขณะที่มิวสิกวีดีโอ ที่มาในธีม “พาเหรด” ก็ผนวกเอาความลึกลับและองค์ประกอบของการเชิดหุ่นอันน่าตื่นตาตื่นใจ มานำเสนอผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์ในแบบที่ XG เท่านั้นที่จะถ่ายทอดออกมาได้

‘เปาวลี-พรพิมล’เปิดสำนักแม่หมอ ร่ายมนต์ให้ลูกศิษย์จนหลงรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762704

‘เปาวลี-พรพิมล’เปิดสำนักแม่หมอ ร่ายมนต์ให้ลูกศิษย์จนหลงรัก

‘เปาวลี-พรพิมล’เปิดสำนักแม่หมอ ร่ายมนต์ให้ลูกศิษย์จนหลงรัก

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“เปาวลี พรพิมล” ไม่รอช้า หลังร่ายมนต์ใน “พ่อเนื้อทอง” จนยอดวิวถล่มทลาย คราวนี้กลับมาพร้อมเปิดสำนักแม่หมอ ร่ายมนต์กันอีกครั้ง กับเพลง “หลงรักซะตั้งนาน” รับบทแม่หมอเสน่ห์สาวสวย ที่ดันไปตกหลุมรักลูกศิษย์ตัวเอง ซึ่งเพลงนี้สาวเปาวลี ได้เป็นคนออกไอเดียวางคอนเซ็ปต์เพลงด้วยตัวเอง และได้ “เจี๊ยบ-นิสา” มาเรียบเรียงเนื้อร้องทำนอง ถือเป็นการร่วมมือกันครั้งแรก จนออกมาเป็นเพลงน่ารักจังหวะสนุกๆ ให้แฟนๆ ได้เต้นตามกันกับท่าเต้นสุดคิ้วท์ของสาวเปา

จัดเต็ม ทั้งร้อง เล่น เต้นสะบัด จน “เปาวลี”ออกมาเผยว่า “เพลงหลงรักซะตั้งนาน เป็นเพลงน่ารักๆ อีกเพลงที่เปาตั้งใจมากๆ ค่ะ เป็นแนวเพลงน่ารัก ขี้เล่น ที่เปาไม่ค่อยได้ร้องเท่าไหร่ส่วน MV ก็พากันไปถ่ายทำถึง จ.ขอนแก่น บรรยากาศกองคือสนุกมาก ใช้เวลาถ่ายกันทั้งวันเลย เปาได้เล่นเองด้วย รับบทเป็นแม่หมอเสน่ห์ ทั้งลุยโคลนบุกป่าฝ่าดง เป็นแม่หมอสายลุยสุดๆ อยากให้ลองไปดูกันใน MV และที่สำคัญเพลงนี้มีท่าเต้นด้วย ลองไปเล่นไปเต้นตามกันดูนะคะ เปาเชื่อว่าจะต้องมีคนเต้นได้แรงได้น่ารักกว่าเปาอีก จะรอดูนะคะ ยังไงก็ขอฝากเพลง หลงรักซะตั้งนาน ไว้ในใจอีกสักเพลงด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”

โอ๊ยเล่าเรื่อง : 14 อีกครั้ง (I Love You Two Thousand)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762692

โอ๊ยเล่าเรื่อง : 14 อีกครั้ง (I Love You Two Thousand)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : 14 อีกครั้ง (I Love You Two Thousand)

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หนังรักเรื่องล่าสุดของ สหมงคลฟิล์ม ที่กำกับโดย เป้-นฤบดี เวชกรรม ที่ แจ้งเกิดจากหนังแนวสนุกสนานเฮฮาชุด สาระแน ก่อนที่จะได้คำขมมากมายจาก  “Low Season สุขสันต์วันโสด”  โดย “เป้-นฤบดี”  ทำ 14 อีกครั้ง ออกมาดูลงตัว ดูสบายๆ ชัดเจนในความเป็น เด็กต่างจังหวัด ภาพสวยๆของธรรมชาติ โดยยังคงลายเซ็นของตัวเองที่ชัดเจนทั้ง รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ มุขตลกต่อปากต่อคำ ตลกสถานการณ์ผี และ ดราม่า 14 อีกครั้ง ดูสดใสโรแมนติกสนุกสนาน เส้นเรื่องหลักของ 14 อีกครั้ง อยู่ที่การตามดู ความสัมพันธ์ของตัว กิ๊บ กับต่อ ความรักความผูกพันที่มีมาสมัยเยาว์วัยอายุ 14  

หนังพาย้อนไปในปี 2546 กับ เรื่องราวของ บิ๊ก-ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ  สมาชิกวง D2B ที่ประสบอุบัติเหตุจน FC เฝ้าภาวนา ผับนกกระเรียนอธิษฐาน บทเพลงแค่หนึ่งนาทีถูกใช้ในหนังกับตัวละครรุ่นเด็ก บทเพลง แค่บอกว่ารักเธอ ของศิลปิน หมีพูห์ (ปราโมทย์ วิเลปะนะ) ที่ดังในยุคนั่นหนังสือการ์ตูนที่เด็กๆ ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะรุ่นใดยุคใดมักจะติด ถูกดัดแปลงจาก โคนัน มาเป็น โจนัน บรรยากาศ ในร้านเช่าหนังสือ การแอบอ่านหนังสือฟรี

นัท-ณัฏฐ์ กิจจริต ฝีมือการแสดงดีวันดีคืนมาในบทบาทที่ดูสบายๆ ไม่ซีเรียส เล่นได้แบบลื่นไกล ทำให้ต้อ ออกมาเป็นผู้ชายที่น่ารัก สดใส ง่ายๆ ดูอบอุ่น อารมณ์ดี ที่ใครๆ อยู่ใกล้จะรู้สึกอบอุ่น เป็นตัวละครที่จะทำให้คนดูหลงรัก 

ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ทำให้ กิ๊บ สดใสน่ารัก ในแบบแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่า ขี้งอน เอาแต่ใจ ออกจะโก๊ะๆนิดๆ ออร่าแจ่มๆ มีพลังในทุกๆ ตอน ดูแล้ว อดที่จะรัก กิ๊บขึ้นมาเลย

ฉากรักสดใสกุ๊กกิ๊ก ก็ดูน่ารัก มีรอยยิ้ม ฉากดราม่าก็ทำได้ดี เรียกน้ำตาได้

นัท กับ ณิชา จับคู่กันได้แบบลงตัว เคมีเข้ากัน ดูดี ดูเป็นคู่รักคู่กัดทั้งในช่วงปัจจุบันหรือช่วงที่พาย้อนกลับสู่ยุคเด็กหนุ่มหัวเกรียน สาวคอซอง ผมบ๊อบ ต้องชมรุ่นเด็กแก๊งหัวหมา ส่งบทไป-มาได้ดี เล่นกำลังดี ไม่มากจนล้น ไม่น้อยจนดูขาดทุกคนมีคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจน เข้ามาช่วยเสริมเรื่องให้สนุกโดยไม่มาแย่งซีนขโมยซีน พระนางสองณัฏฐ์

14 อีกครั้ง คือหนังรักโรแมนติก คอเมดี้ ที่โดนใจและพาคนดู หวนกลับไปนึกถึงช่วงเวลาแค่ความสุขในช่วงรักแรกของตัวเอง อาจจะใช่ทุกตอน แต่ก็ต้องมาบางช่วงบางตอนที่ เคยเจอเจอมารักแรก เพื่อนร่วมแก๊งการทำตามความฝัน การเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง ความผิดหวัง การพลัดพรากสดใสน่ารัก โดนใจจน อยากกลับไป 14 อีกครั้งจริงๆ 9/10 คะแนน

‘MIKE PATTARADET’ทุ่มลงคอร์สถ่ายทอด‘ระหว่างเราคืออะไร’ ส่วน‘Earth Patravee’ปลดปล่อยความดาร์คผ่าน‘คนใจอ่อน(อ่อนใจ)’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762702

‘MIKE PATTARADET’ทุ่มลงคอร์สถ่ายทอด‘ระหว่างเราคืออะไร’  ส่วน‘Earth Patravee’ปลดปล่อยความดาร์คผ่าน‘คนใจอ่อน(อ่อนใจ)’

‘MIKE PATTARADET’ทุ่มลงคอร์สถ่ายทอด‘ระหว่างเราคืออะไร’ ส่วน‘Earth Patravee’ปลดปล่อยความดาร์คผ่าน‘คนใจอ่อน(อ่อนใจ)’

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มาถึงซิงเกิ้ลที่ 5 จากโปรเจกท์พิเศษ “RS MusicSwitching Voice” ภายใต้คอนเซ็ปต์“ผู้หญิงร้องเพลงผู้ชาย ผู้ชายร้องเพลงผู้หญิง”ซึ่งสัปดาห์นี้ศิลปินหนุ่มหล่อดีกรีพระเอกแถวหน้าของเมืองไทย “MIKE PATTARADET” จาก TERO MUSIC ได้ถ่ายทอดเพลง “ระหว่างเราคืออะไร” (Original by Lydia) ผ่านเสียงร้องนุ่ม เท่ ด้วยสไตล์ดนตรี Pop R&B เป็นครั้งแรกพร้อมบอกเล่าความรู้สึกสับสน กับมิวสิกวีดีโอที่เผยเรื่องราวบนโต๊ะอาหารในห้องดินเนอร์ ด้วยความเจ็บปวดสับสนของผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับผู้หญิงที่คุยกันอยู่ในสถานะอะไร ซึ่งในการถ่ายทำเอ็มวีแบบ Long Take ไมค์ ถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวดออกมาได้อย่างบาดลึกไปถึงหัวใจ จัดเต็มเค้นออกมาทุกอารมณ์ ทั้งความเหงา ความคิดถึงคนรัก และความโกรธจนน้ำตาไหล เพราะสุดท้ายแล้วความสัมพันธ์นี้ก็ไปต่อไม่ได้ โดย หนุ่มไมค์ ได้พูดถึงการทำงานในโปรเจกท์นี้ว่า

“ไมค์คิดว่าเนื้อหาเพลงนี้น่าจะโดนใจใครหลายคน เพราะในยุคนี้ความสัมพันธ์แบบไม่ใช่เพื่อนแต่ก็ไม่ใช่แฟนน่าจะเป็นเรื่องที่หลายคนกำลังเจออยู่ ส่วนตัวรู้สึกว่าเพลงนี้เพราะมากเคยฟังมาตั้งแต่ตอนมัธยม ชอบเนื้อเพลงสุดๆ ยอมรับว่าตอนจะเลือกเพลงนี้มาร้องกดดันตัวเองมาก เพราะเป็นเพลงที่ร้องยาก กังวลในเรื่องการร้องถึงขั้นไปให้ครูสอนร้องเพลงช่วยเทรนด์แบบจริงจังเลยครับ แต่สุดท้ายก็พยายามหาทางร้องออกมาให้ดีที่สุดในแบบของเรา โดยปล่อยตัวเองเองให้รีแลกซ์มากขึ้น แล้วตีความเล่าเรื่องออกมาในมุมมองของผู้ชายที่เจอกับความสัมพันธ์แบบนี้จะรู้สึกยังไง แต่ส่วนตัวไม่เคยมีประสบการณ์เหมือนกับเพลงมาก่อนนะครับ เพราะรู้สึกอึดอัด ไม่ชอบเล่นเกมส์กับใคร ถ้าจะคบใครเราก็จะคบแค่คนเดียวครับ ส่วนการถ่ายทำแบบ Long Take ที่ต้องแสดงแบบต่อเนื่องไม่มีการคัทก็ท้าทายมากครับ เพราะไม่เคยเล่นมาก่อนแต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุดครับ”

ใครที่กำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่รู้ว่าคุณกับคนที่คุยกำลังอยู่ในสถานะอะไร เพลง “ระหว่างเราคืออะไร” ในเวอร์ชั่น “MIKE PATTARADET” จะยิ่งทำให้คุณอินไปกับเรื่องราวที่กำลังเจอจนถึงขั้นต้องเสียน้ำตา

ส่วนศิลปินสาวเสียงใส “Earth Patravee”จากค่าย Muzik Move Records ก็ขอนำเพลง “คนใจอ่อน (อ่อนใจ)” ของ “D2B” ที่ทุกคนรู้จักกลับมาทำใหม่ได้อย่างลงตัว ด้วยเส้นเสียงที่มีคาแร็กเตอร์ชัดเจน มาเปลี่ยนมิติของเพลงนี้เคล้าคลอไปกับดนตรีป๊อบเท่ๆ ส่วนมิวสิกวีดีโอเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในลานเต้นรำ เอิ๊ตปรากฏตัวในลุคชุดหนังสุดเท่ พร้อมถ่ายทอดอารมณ์ของผู้หญิงที่อยากตัดใจจากใครสักคนถึงแม้ภายนอกจะแสดงออกมาให้ดูเข้มแข็งแต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเปราะบาง ซึ่ง เอิ๊ต สามารถปลดปล่อยอารมณ์ความดาร์คผ่านการถ่ายทำแบบ Long Take ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม และที่ขาดไม่ได้ในเอ็มวีมีการดึง symbolic จากต้นฉบับอย่าง “โดมกลางทะเลทราย” มาให้แฟนๆ ได้ย้อนนึกถึงกันด้วย โดย สาวเอิ๊ต ได้เผยว่า

“เอิ๊ตอยากได้เพลงที่ร้องออกมาแล้วยังสื่อสารถึงความเป็นตัวเองอยู่ แต่วิธีการเล่าเรื่องจะแตกต่างออกไป ซึ่งเพลงนี้ตรงกับตัวเองมากที่ดูภายนอกเป็นคนเข้มแข็งแต่ข้างในอ่อนแอ เอิ๊ตเคยได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกในวิทยุตอนช่วงเรียนมัธยมค่ะ และรู้สึกว่าเพลงนี้ดังมากไปที่ไหนก็จะได้ยินตลอด ส่วนในเวอร์ชั่น เอิ๊ต จะเล่าเรื่องออกมาในแบบผู้หญิงที่มีความเข้มแข็ง ที่มีความขี้ประชดประชัน ซึ่ง เอิ๊ต มีส่วนร่วมในการทำเพลงตั้งแต่เดโม่เลยค่ะ เข้ามาคุยกับโปรดิวเซอร์เอง จนได้ออกมาเป็นเพลงแนวซินธ์เวฟ (เป็นดนตรีที่สร้างขึ้นจากเครื่องดนตรีสังเคราะห์) และถือเป็นการร้องเพลงสไตล์ใหม่ของ เอิ๊ต ที่ได้ปลดปล่อยความดาร์คของตัวเองออกมาให้ฟังกัน นอกจากนี้ ในช่วงอัดเสียงยังมีหนึ่ง Magic สุดพิเศษเกิดขึ้นคือได้แต่งท่อนแอดลิปภาษาอังกฤษขึ้นมาใหม่แบบสดๆ ด้วยนะคะ”

สำหรับคนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตัดใจจากใครบางคน เพลง “คนใจอ่อน (อ่อนใจ)” ในเวอร์ชั่น “Earth Patravee” จะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความเข้มแข็งที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดไปพร้อมๆ กัน

‘อัด-อวัช’คว้ารางวัลแรกในชีวิตจากเทศกาลหนังปูซาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762687

‘อัด-อวัช’คว้ารางวัลแรกในชีวิตจากเทศกาลหนังปูซาน

‘อัด-อวัช’คว้ารางวัลแรกในชีวิตจากเทศกาลหนังปูซาน

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อัด-อวัช รัตนปิณฑะ ประเดิมงานแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกในชีวิตกับเรื่อง “ดอยบอย” ของค่าย เนรมิตรหนัง ฟิล์ม ก็สามารถคว้ารางวัลมาครองได้สำเร็จ โดยเมื่อ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา อัด-อวัช ได้รับเลือกให้คว้ารางวัล Rising Star Award จากเวที Marie Claire with BIFF Asia Star Awards 2023

อัด-อวัช กล่าวหลังได้รับรางวัลว่า“ขอขอบคุณทุกคนที่ซัพพอร์ตผม ขอบคุณโอกาสที่หนังเรื่องนี้ให้กับผม รวมถึงเนรมิตรหนัง ฟิล์มพี่เบิ้ล-นนทวัฒน์ ผู้กำกับ นักแสดงทุกคน ทีมงานทุกคนที่ร่วมกันสร้างงานชิ้นนี้ออกมา หนังเรื่องนี้มันมีความหมายกับผมจริงๆ ผมรอหนังเรื่องนี้มา 11 ปีหนังที่บทมันสำคัญและมีความหมายมากๆ เรื่องนี้มันเป็นหนังที่พูดในสิ่งที่ผมเชื่อมาตลอด เรื่องของความเป็นมนุษย์ เรื่องของความเป็นคน สิทธิที่เราควรจะได้ในฐานะความเป็นมนุษย์ ในเรื่องนี้ผมเล่นเป็นคนไทใหญ่ในรัฐฉาน เป็นเรื่องของคนชายขอบ และยังมีเรื่องของการบังคับให้สูญหาย ผมรู้สึกว่ามันเป็นประเด็นที่เราควรจะพูดถึงมันได้ ผมดีใจที่หนังเรื่องนี้ได้พูดถึงมัน และเราในฐานะนักแสดงเราก็อยากให้แมสเสจที่อยู่ในหนังมันไปถึงคนที่ได้ดูมันไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ”

“ดอยบอย” เป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของ อัด-อวัชโดยเขารับบทเป็น ศร แรงงานไทใหญ่ที่หาเลี้ยงชีพในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งนอกจากอวัชแล้วยังมีนักแสดงอย่าง เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, เอม-ถาวรศิริ, แคร์-ปาณิสรา ริกุลสุรกาน และ แป้ง-อรจิรา แหลมวิไล เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกของนนทวัฒน์ นำเบญจพล หลังจากเขากำกับภาพยนตร์สารคดีที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศอย่าง “ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง”, “สายน้ำติดเชื้อ” และ “ดินไร้แดน” ซึ่งภาพยนตร์ได้รับเลือกให้เข้าฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน 2023 และยังได้เข้าประกวดในสาย “จีซอก” ซึ่งเป็นสายการประกวดที่มอบรางวัลแด่หนังเอเชียที่โดดเด่นแห่งปี

เกี่ยวกับ Marie Claire with BIFF Asia Star Awards 2023 คือ งานมอบรางวัลให้กับนักแสดงเอเชียที่มีผลงานโดดเด่นจากภาพยนตร์ที่ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน โดยภายในงานมีนักแสดงเข้าร่วมแสดงความยินดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อีบยองฮยอน, แทโอยู พระเอกจาก Past Lives และโดคยองซู พระเอกจาก The Moon เป็นต้น

จับตา UREKA วงศิลปินไอดอลฟันน้ำนม ที่กระแสแรงแซงหน้ารุ่นพี่!!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762678

จับตา UREKA วงศิลปินไอดอลฟันน้ำนม ที่กระแสแรงแซงหน้ารุ่นพี่!!!

จับตา UREKA วงศิลปินไอดอลฟันน้ำนม ที่กระแสแรงแซงหน้ารุ่นพี่!!!

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยูเรก้า เป็นวงศิลปินไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป รุ่นจูเนียร์ 9 คนที่น่าจับตามองที่สุดตอนนี้นอกจากจะเป็นวงศิลปินน้องใหม่ที่ ต้น-สุรยุทธ วิไลลักษณ์ เจ้าของฉายาไฮโซมาดเซอร์ เจ้าพ่อโปรเจกท์ลงมือกำกับดูแลเองทุกอย่างตั้งแต่เริ่ม ยูเรก้า ยังเป็นวงศิลปินที่มีอายุน้อยที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้แม้จะเป็นวงศิลปินจูเนียร์ที่อายุเฉลี่ยน้อยมาก (10-12 ปี) แต่ฝีมือการร้อง การเต้นเรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลย เพราะทั้ง 9 คน ได้แก่ เบญ่า โลมา นินิว เจด้า ริเซ่ เอิร์น เจน่า เบลล่า และ เคท ที่ผ่านการออดิชั่น มาเป็นศิลปินค่าย Daddy U ของคุณต้นนั้น ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดี ทุกคนล้วนมีดีกรีรางวัลชนะเลิศจากเวทีประกวดที่ใหญ่ระดับประเทศมาแล้ว สมาชิกในวงเกือบครึ่งนึงได้ผ่านงานแสดงละคร ซีรี่ส์ โฆษณา มาเกือบทั้งนั้น นอกจากนี้ ทุกคนยังต้องผ่านบททดสอบทางด้านจิตใจ mindset รวมถึงทัศนคติทั้งศิลปินเองและผู้ปกครองอีกด้วย ยูเรก้า เปิดตัวซิงเกิ้ลแรก I BE WITH U เป็นเพลงน่ารัก สดใสที่มาพร้อมกับท่าเต้นสนุกๆ ที่มีแฟนคลับเข้ามาชมกันเกินแสนวิวในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ โดยก่อนหน้าซิงเกิ้ลแรกทั้ง 9 คน ก็ได้มีการปล่อย ตัวอย่างเพลง และสร้างคอนเทนต์สนุกปนฮาออกมาอย่างต่อเนื่อง ตามคอนเซ็ปต์ ร้อง เต้น เล่น แสดง ที่ทางค่ายได้วางไว้ ซึ่งกระแสตอบรับเรียกได้ว่าดีมาก 

โดยมีแฟนคลับเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีคนรับชมทุกคลิปรวมกันทุกช่องทางกว่าห้าล้านครั้ง ทุกโพสต์มียอดวิวเฉลี่ยและengagement ที่ดีมาก โดยไอดอลมิเตอร์ผู้วัดความนิยมของไอดอลชี้ว่า ยูเรก้าเป็นวงน้องใหม่ที่มียอด engagement ที่ดีมาก ถึงระดับที่มีเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่าวงไอดอลหลายๆวงที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ไปแล้วสำหรับโปรเจกท์ DADDY U นี้ นอกจากคุณต้นที่ได้ใช้ประสบการณ์สมัยที่เป็นเจ้าของคลื่นวิทยุออนไลน์เจ้าแรกที่มีผู้ติดตามสูงสุดในประเทศไทย จัดคอนเสิร์ต อีเว้นท์ นำศิลปิน และดีเจจากประเทศเกาหลีมาออนทัวร์ประเทศไทย รวมถึงเป็นกรรมการหลักในเวที MBK Cover dance ปีล่าสุด ยังได้ ครูเอก-ณรินทร์ ไวยะกรรณ์Producer ผู้อยู่เบื้องหลังการทำเพลงให้ศิลปินค่ายต่างๆและถือเพลงลิขสิทธิ์ ไอดอล7th sense มาร่วมโปรเจกท์นี้ด้วย ส่วนทางด้านการเต้นก็ได้ ครูนก-ชลทิศ อุดร บอสใหญ่ของ upperhand academy ที่มีลูกศิษย์เป็นศิลปินหลากหลายค่าย RS, Grammy วงไอดอล เช่น BNK48หรือ ศิลปินในวง Flip (เพลงมองนานๆ)มาเสริมทัพ พร้อมด้วยเพื่อนและรุ่นพี่ในวงการเพลง วงการบันเทิง และผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงมาช่วยเป็นที่ปรึกษาฯ อาทิ คุณทรงธรรม พลอยกาบทอง ผู้บริหารบริษัท แทนกาย สตูดิโอ โปรดักชั่น จำกัดโดยกำหนดการ เดบิ้วท์ของวงยูเรก้าถูกวางไว้ในเดือนพฤศจิกายน คาดว่ากว่าจะถึงวันนั้นคงจะมีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งมากขึ้นรวมถึงเพลงใหม่ๆ และ อีเว้นท์ กับ คอนเทนต์สนุกๆ ออกมาให้เราได้ติดตามความน่ารักสดใสอีกมากมายติดตามวงไอดอลน้องใหม่ UREKA ได้ทุกช่องทาง เช่น Instagramหรือ Facebook@Urekaofficial นะจ๊ะ!!!

3 ดาวเสียง ‘ตู่,ต้น,ตุ้ม’นักร้องดีว่าดีโว่แห่งยุค #6789โคจรพบกันเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ใน ‘แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody Concert’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762693

3 ดาวเสียง ‘ตู่,ต้น,ตุ้ม’นักร้องดีว่าดีโว่แห่งยุค #6789โคจรพบกันเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี  ใน ‘แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody Concert’

3 ดาวเสียง ‘ตู่,ต้น,ตุ้ม’นักร้องดีว่าดีโว่แห่งยุค #6789โคจรพบกันเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ใน ‘แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody Concert’

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตุ้ม ต้น ตู่

คุ้มค่าสมการรอคอยครบรสทั้ง ซึ้ง สุข และสนุก เต็มอิ่มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจในคอนเสิร์ตการกุศลครั้งพิเศษ “แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody
Concert” #6789 ทศวรรษแห่งดนตรีหารายได้สนับสนุนการศึกษา ค้นคว้างานวิจัยแพทย์จุฬาฯ จัดโดย เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย ร่วมกับ มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย บริษัทชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ถือเป็นคอนเสิร์ตสุดพิเศษครั้งแรกที่เจ เอส แอลฯ จับ 3 ดาวเสียง “ตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย, ต้น-สุชาติ ชวางกูร, ตุ้ม-ผุสชา โทณะวณิก” มารวมตัวกันในรอบหลายสิบปีเพื่อมอบความสุขด้วยการ ร้อง เล่น เต้น โชว์ สร้างความเพลิดเพลินให้ผู้ชมเหล่าคนใจบุญ เซเลบริตี้ แพทย์ พยาบาลอิ่มเอม สุดสนุก แสนประทับใจ จากการแสดงที่รวมถึงนักร้องตัวท็อปของวงการเพลงที่เด่นดังในยุค 60, 70, 80, 90 พร้อมใจกันมารวมกันคุณภาพล้นเวทีอาทิ ก้อย-ศรัณย่า,เนม-ปราการ, หอย-เกียรติศักดิ์, ป้อมออโต้บาห์น, จิ๊บ-วสุ, ชมพู-สุทธิพงษ์, จี๊ด-สุนทร, กิต-กิตตินันท์, สปาย ภาสกรณ์,คิง The Voice, แคท-ไตรทิพย์, มิลลี่-อภิสรา, วิน-ชวนชัย, เปรม-ฉัตรนนท์ โดยมี“ดู๋-สัญญา” และ “เปอร์-สุวิกรม” รับหน้าที่พิธีกรมอบเสียงหัวเราะ ณ ห้องประชุม 1210 ชั้น 12 โซนบี อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

3 ตอ ตุ้ม ตู่ ตุ้ม 

เปิดเวทีพาแฟนเพลงพร้อมย้อนเวลาไปพบกับความสนุกในบรรยากาศของบทเพลงโดนใจและประทับใจแห่งทศวรรษ 60, 70, 80, 90 ที่รวบรวมเพลงฮิตทั้งไทยและสากล คัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อเรียงร้อยเป็นบทเพลง 4 ยุค โดยมีนักร้องสาวคุณภาพ “ตู่-นันทิดา” ไม่พลาดที่จะมาร่วมเติมความสุขที่เปี่ยมคุณภาพ จัดเพลงเติมจังหวะชวนขยับเบาๆ ด้วยเพลง ขอมือเธอหน่อย,Can’t Smile Without You ตามด้วยเพลงฮิตที่ดนตรีและเสียงร้องฟังทีไรก็ให้ความรู้สึกสวยงามเสมอ อย่าง “ทรายกับทะเล,วิมานดิน” ตามด้วย Mo Town : My Girl, รักคุณเข้าแล้ว, ขอมือเธอหน่อย และยังมีคิวพิเศษหาชมได้ยากกับ 3 ศิลปินสุดพรีเมียมร่วมตอกย้ำความพิเศษในค่ำคืนแห่งการให้เอ็กซ์คลูซีฟขั้นสุดกับ “ตู่-ตุ้ม-ต้น” นำเพลง Unchained Melody มาพ่นไฟประชันเสียงร้องสะกดแฟนๆ ทั้งหอประชุม ส่วนโชว์เดี่ยวของ “ตุ้ม-ผุสชา” มากับเพลงบรรยากาศสวยซึ้งในความทรงจำอย่าง “ฝันฝันหวาน” ด้าน “ต้น-สุชาติ” พร้อมส่งเพลง “รักเธอเท่าฟ้า, All I Asked of You, ใจรัก” และยังมีโชว์สุดละมุนจากศิลปินตัวพ่อ “ป้อม ออโตบาห์น” มาในเพลง Hello ต่อด้วยบรรเลงเปียโนในเพลง “ความรัก” สำหรับในช่วงทศวรรษในความทรงจำที่ “ชมพู-สุทธิพงษ์” มาเติมความสนุกในเพลงฮิตติดชาร์ตทั่วโลกในยุค 70 อย่าง My HeartgoesSha la la la la และไปต่อขยับขาเบาๆต่อกับลีลาของ “จิ๊บ-วสุ” มาในลุคของศิลปินสุดคลาสสิก เอลวิส เพรสลีย์ ศิลปินในตำนานที่ครองใจคนมาทุกยุคทุกสมัยและถึงคิวของศิลปินคุณภาพเจ้าของเสียงหลายร้อยล้านวิวอย่าง “เนม” ที่ไม่น้อยหน้ารุ่นพี่ด้วยการเติมเสียงร้องอันทรงพลังจากเพลงดัง Fly Me To The Moon และ รางวัลแด่คนช่างฝัน รวมถึงแฟนๆ ยังได้มีโอกาสร่วมขยับแข้งขยับขาไปกับ ช่วงโชว์เที่ยวดิสโก้โก๋ทั้งฮอลล์ ที่เริ่มจาก “เสนาหอย” ที่มาร้องเพลง “แอบเหงา” แถมยังเล่นตลก ตบมุข ให้ฮากันสนั่น หัวเราะท้องแข็ง พร้อมด้วยศิลปินรุ่นใหม่ “มิลลี่, วิน, เปรม” สร้างความคึกคักในเพลง YMCA ต่อด้วย “กิต”มาในเพลง My Way และ Itsy Bitsy TeenieWeenie Yellow Polkadot นอกจากนี้ นักร้องหนุ่ม “คิง” ได้ร่วมเติมสีสันให้คึกคักในเพลงYMCA +KUNGFU FIGHTING และชวน“จี๊ด-สุนทร” กับ “สปาย” ศิลปินยุค 90มาในเพลง “ออกมาเต้น” ตามด้วยแขกรับเชิญเซเลบริตี้ “แคท-ไตรทิพย์” คว้าเพลง“โอเคนะคะ” และงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราปิดท้ายความประทับใจด้วยการรวมหมู่ศิลปินพร้อมแพทย์พยาบาล มาร่วมร้องเพลง “ด้วยมือของเธอ” ตอบแทนน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของทุกท่านที่พร้อมที่จะให้และแบ่งปัน

คิง

คิง

กิต

กิต

เสนาหอย

เสนาหอย

สปาย

สปาย

ศิลปินเด็กรุ่นใหม่ วิน, มัลลี่, เปรม

ศิลปินเด็กรุ่นใหม่ วิน, มัลลี่, เปรม

ป้อม ออโต้บาห์น

ป้อม ออโต้บาห์น

เนม

เนม

ตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย

ตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย

ต้น-สุชาติ

ต้น-สุชาติ

ชมพู

ชมพู

จี๊ด

จี๊ด

จิ๊บ

จิ๊บ