‘กานต์-ณัฐชา’แฮปปี้‘มนตราตะเกียงแก้ว’กระแสแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/762550

‘กานต์-ณัฐชา’แฮปปี้‘มนตราตะเกียงแก้ว’กระแสแรง

‘กานต์-ณัฐชา’แฮปปี้‘มนตราตะเกียงแก้ว’กระแสแรง

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระแสดี กระแสแรงไม่แผ่วสำหรับละครก่อนข่าวภาคค่ำ “มนตราตะเกียงแก้ว” ทาง ช่อง 7HDผลงานจากค่าย ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่นที่กำลังออกอากาศสร้างความสุขให้กับแฟนๆ อย่างต่อเนื่อง โดยนางเอกสาว กานต์-ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์ ในบทของ เรนี่ เปิดใจว่า

“แฟนๆ ทุกคนให้การตอบรับเป็นอย่างดีค่ะ ทุกคนบอกว่าคิดถึงสาวน้อยในตะเกียงแก้วมาก แล้วพอได้มาชมละครเรื่องนี้ ได้เจอกับคุณยายทาฮิร่า(ดวงดาว จารุจินดา) ได้เห็นพี่ชิกเก้นแล้วทำให้ทุกคนรู้สึกว่า เหมือนตัวเองได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง สำหรับกานต์เองก็เช่นกันค่ะ สมัยเด็กๆ ตอนนั้นกานต์จะชอบละคร อสูรน้อยในตะเกียงแก้วมาก แล้ววันนี้พอเรามีโอกาสได้มาเล่น ได้เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลเวทมนตร์ มันเป็นการเติมความฝันในวัยเด็กให้เรามากๆ ค่ะซึ่งตัวละคร เรนี่ เขาเป็นลูกครึ่งมนุษย์กับแม่มด เรนี่เป็นคนที่ต้องการความรักต้องการความอบอุ่น โดยเฉพาะกับคุณปู่อำนวย(มนตรี เจนอักษร) จนกระทั่งเขาได้มาเจอกับวิล (เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์) ก็จะมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย กานต์อยากให้ทุกคนมาติดตามเลยค่ะเพราะสนุกแน่นอน สำหรับการทำงานกับภูมิ ภูมิเป็นคนที่ร่วมงานด้วยง่ายมากค่ะเขาเป็นคนที่ตั้งใจ

พอเราได้เจอคนที่ตั้งใจทำให้ทุกอย่างออกมาดีมากๆ และการทำงานเรื่องนี้นอกจากความสุขแล้ว กานต์ยังได้เรื่องเทคนิคการแสดงกลับมาเยอะมาก ๆ เพราะในละครเรามีโอกาสร่วมงานกับผู้ใหญ่หลายท่าน ทั้งอาปุ๊ป้าดาว พี่ส้ม (ธัญสินี พรมสุทธิ์) ทุกคนก็สอนเรา อย่างพี่ส้ม เป็นตัวละครที่จะตามติดเราตลอด พี่ส้มรับบท บงกช ซึ่งเป็นคุณอาของเรนี่ คือแค่บางคำที่เขาพูดก็ส่งอารมณ์ให้เราได้เลยค่ะหลังจากนี้บอกเลยค่ะว่าความสนุกจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ที่สำคัญในภาคนี้ทุกคนจะได้รู้ความพิเศษอีก 1 เรื่องของตะเกียงแก้วด้วย ไม่อยากให้ทุกคนพลาดความลับของตะเกียงแก้วเลย มาติดตามไปด้วยกันนะคะ”ติดตามชมละคร “มนตราตะเกียงแก้ว” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เริ่มเวลาใหม่ 19.00 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และเว็บไซต์ www.ch7.com

พสกนิกรทั่วไทย น้อมรำลึกถวาย‘ในหลวงร.9’ ‘วันนวมินทรมหาราช’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762754

พสกนิกรทั่วไทย  น้อมรำลึกถวาย‘ในหลวงร.9’  ‘วันนวมินทรมหาราช’

พสกนิกรทั่วไทย น้อมรำลึกถวาย‘ในหลวงร.9’ ‘วันนวมินทรมหาราช’

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พสกนิกรทั่วไทยน้อมรำลึกถวาย‘ในหลวงร.9’ ‘วันนวมินทรมหาราช’ พร้อมใจใส่เสื้อสีเหลือง นายกฯนำครม.ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล

พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ พร้อมใจใส่เสื้อสีเหลืองร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศล “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เนื่องในวัน “นวมินทรมหาราช” ในวันคล้ายวันสวรรคต นายกฯนำ ครม.ทุกภาคส่วน ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล ในหลวง ร.9 ณ ท้องสนามหลวง ครม.-ปชช.ถวายราชสักการะวางพวงมาลา พระบรมราชานุสาวรีย์ร.9

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2566 เวลา 07. 30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังวาระงานและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์โดยมี สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ และพระสงฆ์จำนวน 10 รูป ประกอบพิธี

จากนั้นเวลา 07.30 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี องคมนตรี ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กร อิสระและคู่สมรสร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ณ บริเวณท้องสนามหลวง โดยมีพระสงฆ์ 189 รูปรับบิณฑบาต

ร่วมสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

จากนั้นเวลา 08.30 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี เดินทางไป วางพวงมาลาเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2566 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพฯ

ขณะเดียวกัน ตลอดช่วงเช้ามีประชาชนและหน่วยงานราชการ เดินทางมาวางพวงมาลาพระบรมรูปในหลวง รัชกาลที่ 9 กันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ทุกๆคน ต่างพร้อมใจใส่เสื้อสีเหลืองเข้าร่วมรำลึกกันอย่างพร้อมเพรียง ผู้สื่อข่าวได้สอบถามประชาชนส่วนใหญ่กล่าวว่ามาเพราะรักและยังคิดถึงพระองค์ท่านอยู่เสมอ แม้จะผ่านไป 7 ปีแล้ว ก็ตาม เพียงแค่พูดถึงท่าน น้ำตาก็ไหล

เวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช พุทธศักราช 2566 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง

ขณะที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างพร้อมใจใส่เสื้อสีเหลืองร่วมรับเฝ้าฯรับเสด็จ

ทั้งนี้รัฐบาลได้กำหนด ให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันนวมินทรมหาราช เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ แห่งพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงมีคุณูปการอันยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน ประกอบกับ วันที่ 13 ตุลาคม 2556 จะเป็นวันแห่งการเสด็จสวรรคต ครบรอบ 7 ปี หรือ“สัตตมวรรษ” ซึ่ง วันนวมินทร์ทรามหาราช แปลว่าวันที่ระลึกถึงพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่

พสกนิกรพร้อมใจน้อมรำลึกร.9

ขณะที่บรรยายกาศ พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร ปลูกต้นไม้ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ในหลวง ร.9

ช่วงเช้า คณะแพทย์ พยาบาล รพ.ศิริราช และประชาชน ร่วมพิธีถวายสักการะพร้อมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม “วันนวมินทรมหาราช” โดยมี ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล นำกล่าวสดุดี ที่ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

ขณะที่ประชาชนที่มาร่วมพิธี หลั่งน้ำตา ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมนำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาถือระหว่างร่วมพิธี

ผู้ว่าฯโคราชนำทำบุญถวาย’รัชกาลที่ 9’

ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ช่วงเช้า นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานประกอบพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2566

โดยมีพระภิกษุสามเณร 89 รูป มีพระเทพสีมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ประธานฝ่ายสงฆ์เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขเพื่อให้ประชาชนของพระองค์มีความอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีส่วนราชการตุลาการ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ พร้อมด้วยประชาชนที่ต่างสวมใส่เสื้อผ้าสีเหลือง สตรีชุดไทยเข้าร่วม 500 คน

ผู้ว่าหนองคายบุญถวายพระราชกุศล

ช่วงเช้า ที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมืองหนองคาย นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายนำข้าราชการและประชาชน ประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันนวมินทรมหาราช โดยมีพระเทพวชิรคุณ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย นำพระสงฆ์ประกอบพิธีสวดมนต์และออกรับบิณฑบาต

กิจกรรมในครั้งนี้ประชาชนที่มาร่วมงานต่างสวมเสื้อสีเหลือง เตรียมอาหารคาวหวานและปัจจัย มาทำบุญตักบาตร เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ที่ทรงงานอย่างหนักตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเพื่อปวงชนชาวไทยได้อยู่เย็นเป็นสุข และเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติมาโดยตลอด.

พ่อเมืองลพบุรีทำทำบุญที่เขื่อนป่าสักฯ

ที่ลานพญานาค เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าฯลพบุรี นำคณะ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานเอกชน และประชาชนในจังหวัดลพบุรี ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ 89 รูป ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 199,999 ตัว ปลูกต้นไม้ของพ่อ “ต้นราชพฤกษ์” เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2566 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ผู้ว่าฯปทุมฯนำพสกนิกรทำบุญ

ที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี อ.เมือง จังหวัดปทุมธานี นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าปทุมธานี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ครบรอบ 7 ปี แห่งการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้โดยมี นายนพกร กล่ำทวี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดปทุมธานี พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและพสกนิกรชาวจังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมในพิธีร่วมแสดงความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

โดยประชาชนชาวปทุมธานีต่างใส่เสื้อสีเหลือง ออกมาทำบุญตักบาตรกันตั้งแต่เช้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนารถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ได้นำอาหารหวานคาว ข้าวสารอาหารแห้ง ดอกไม้ธูปเทียนมาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์กันเป็นจำนวนมาก

จากนั้นผู้ว่าฯปทุมธานี นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อถวายพระราชกุศล ในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรกันอย่างเนืองแน่น

ผู้ว่าฯนครปฐมนำทำบุญจัดกิจกรรม

ที่ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าฯนครปฐม เป็นประธานพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรเนื่องในวันนมินทรมหาราช ประจำปี 2566โดยมีนายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองผู้ว่าฯหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีในครั้งนี้

จากนั้น ผู้ว่านครปฐม นำผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง ถวายแด่พระสงฆ์ 89 รูป ณ บริเวณลานหน้าพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์ โดยพระเทพมหาเจติยาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร นำพระสงฆ์รับบิณฑบาต เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อีกเพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

‘นภอ.เกาสมุย’นำทำบุญถวาย

ส่วนที่ อาคารกาญจนาภิเษก อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย นายธีระยุทธ จินา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเกาะสมุย นายธีรพันธุ์ ชูดำ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและพสกนิกรชาวเกาะสมุยร่วมพิธีวันนวมินทรมหาราช พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ผู้ว่าแม่ฮ่องสอนนำกลุ่มชาติพันธุ์ทำบุญ

ที่จ.แม่ฮ่องสอน เวลา 07.30 น. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และประชาชนกลุ่มชาติพันธ์ทุกหมู่เหล่าจำนวนหลายร้อยคน แต่งกายเครื่องแบบปกขาว ชุดโทนสีเหลือ และชุดชาติพันธ์พื้นเมืองชนเผ่า ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์-สามเณร จำนวน 89 รูป โดยมีพระสุมนต์ศาสนกิตติ์ เจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำพระภิกษุสงฆ์สามเณรจากวัดต่างๆในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนและรอบนอกจำนวน 10 วัด มารับบิณฑบาตรบริเวณลานรอบองค์พระธาตุเจดีย์ บนวัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน

ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวแม่ฮ่องสอน เนื่องใน วันนวมินทรมหาราช เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน พระองค์ทรงพระราชทานโครงการตามพระราชดำริอย่างมากมาย เพื่อเป็นการพัฒนาให้ชาวไทยภูเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ชาวหัวหินวางพวงมาลาน้อมรำลึก

ที่อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วย ข้าราชการทุกหมู่เหล่า หน่วยงานรัฐ-เอกชน และประชาชนร่วมในพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” ครบรอบ 7 ปี แห่งการเสด็จสวรรคต เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยก่อนหน้านั้น นายอำเภอหัวหินได้นำประชาชนร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์จำนวน 99 รูป เพื่อถวายเป็นประราชกุศล โดยมีพระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยบรรพต นำพระสงฆ์จากวัดต่างๆในอำเภอหัวหินออกรับบิณฑบาต

ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน ได้เปิดกิจกรรม “น้อมดวงใจ คิดถึงพ่อ” เปิดรับบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มี นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ นายโชคชัย วงศ์จักร์ภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ต หัวหิน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ โดยมีเจ้าหน้าที่งานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้.

สวนนงนุชนำช้างแสนรู้ทำบุญตักบาตร

ที่สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา จัดกิจกรรมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันนวมินทรมหาราช วันคล้ายวันสวรรคตปีที่ 7 ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป จากวัดสามัคคีบรรพต รับบิณฑบาตอาหารแห้ง ที่คณะผู้บริหาร พนักงาน และช้างแสนรู้ 9 เชือก ร่วมนำมาใส่บาตรแด่พระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ท่ามกลางพิธีที่จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ สวนลอยฟ้า สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ พิธีทำบุญตักบาตร ที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ ด้วยทศพิธราชธรรม และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาชาติไทย ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ตราบทุกวันนี้.

ปชช.พร้อมใจสวมเสื้อเหลือง เข้าถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762711

ปชช.พร้อมใจสวมเสื้อเหลือง เข้าถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

ปชช.พร้อมใจสวมเสื้อเหลือง เข้าถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.13 น.

13 ตุลาคม 2566 ประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ ต่างพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลือง มาเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมนำพวงมาลัย ดอกไม้สด ดอกดาวเรือง ไปกราบถวายสักการะ เสร็จแล้วต่างจับจองพื้นที่รอบบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 เพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จและชื่นชมพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่จะเสด็จฯ มาทรงวางพวงมาลาและถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมเสื่อมาปูให้ตามเส้นทางเสด็จฯ เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดเต็นท์ไว้เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชนด้วย

ขณะที่บริเวณจุดคัดกรองหน้าทางเข้าฝั่งตรงข้ามวัดเบญจมบพิตร ได้มีการตั้งโรงครัวพระราชทาน โดยจิตอาสาจากหน่วยงานต่าง มีอาหารหลากหลายทั้งคาวหวานอาทิเช่นราดหน้า ข้าวไก่ย่าง กระเพรา ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นต้น เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางมาเข้าเฝ้ารอชมพระบารมี

‘ศุภมาส’เยี่ยมชม’สอวช.’มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762691

'ศุภมาส'เยี่ยมชม'สอวช.'มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

‘ศุภมาส’เยี่ยมชม’สอวช.’มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.21 น.

“ศุภมาส” รมว. อว. นำคณะเข้าเยี่ยมชมและรับฟังแนวทางการดำเนินงานของ สอวช. มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ดันสระบุรีแซนด์บ็อกซ์เมืองคาร์บอนต่ำลดก๊าซเรือนกระจก 8.5 ล้านตันคาร์บอนฯ

13 ตุลาคม 2566 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากรกระทรวง อว. เข้าเยี่ยมชมและรับฟังแนวทางการปฏิบัติงานของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ณ สอวช. อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 โดยมี ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. และคณะผู้บริหาร สอวช. รวมถึงหน่วยบริหารและจัดการทุน ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เข้าร่วมต้อนรับและให้ข้อมูลถึงแนวทางการดำเนินงาน

ดร.กิติพงค์ กล่าวถึง กรอบแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยในระยะเร่งด่วน-ระยะกลาง แบ่งเป็น 4 กรอบแนวทาง ได้แก่ 1) การบ่มเพาะ พัฒนาทักษะ ให้คำปรึกษา กับกลุ่ม SME รวมถึงผู้ประกอบการในสาขาใหม่ที่มีศักยภาพ อาทิ อาหารแห่งอนาคต (Future Food) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) 2) การใช้โมเดลและแพลตฟอร์มแก้จน (ข้อมูลกระบวนการทางสังคม นวัตกรรม เทคโนโลยี) ในการพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นและครัวเรือน 3) การส่งเสริมพื้นที่สีเขียว ผ่านการใช้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ทดสอบนวัตกรรม ปรับโครงสร้างพลังงาน (Green Campus – Solar Rooftop/Smart Energy System) รวมถึงการใช้นวัตกรรมในการพัฒนาเมืองที่เป็นพื้นที่นำร่อง (เขตนวัตกรรม Net Zero Emission) และ 4) การพัฒนาคน 3 ช่วงวัย ผ่านการสนับสนุนให้เกิดมหาวิทยาลัย 1 Sandbox การ Reskill/Upskill แรงงานทักษะสูง และการจัดนิทรรศการ 1 ภูมิภาค

สำหรับเป้าหมายในระยะยาว คือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสังคมของประเทศ ซึ่งมีแผนปฏิบัติการแบบ Quick Win เพื่อสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศคือ มีระบบสนับสนุนผู้ประกอบการครบวงจร เพื่อให้ธุรกิจโตจำนวน 3,000 ราย สนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหาร 1,000 ราย มี Virtual Production Lab ที่ให้บริการเต็มรูปแบบ 10 แห่ง มีผู้ประกอบการสร้างสรรค์มากกว่า 3,000 ราย และมี Thai Content Platform 4 เครือข่าย/สาขา ภายในระยะเวลา 1 ปี สนับสนุนรายได้ผู้ประกอบการให้เพิ่มขึ้น 3,000 ราย มีสัดส่วนและมูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหาร 350,000 ล้านบาท สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการและมูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น 5,000 ล้านบาท โดยขับเคลื่อนให้ไทยเป็นฐานการผลิตและบริการที่สำคัญของ Creative Content ในเอเชีย ภายใน 3 ปี

ด้านการกระจายโอกาสและความเจริญสู่ภูมิภาค ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ครัวเรือนจากการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมแก้จนและสร้างอาชีพ 150,000 บาทต่อปี ภายใน 1 ปี และขยายผลไปยังพื้นที่รวม 40 จังหวัด ภายใน 3 ปี ในด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม การขับเคลื่อน Green Campus ตั้งเป้าใน 1 ปี ให้มีพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมปรับโครงสร้างพลังงาน Green Campus 30 มหาวิทยาลัย ปลดล็อกการใช้พลังงานสะอาด เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด 30 เมกะวัตต์ และภายใน 3 ปี ตั้งเป้าให้เกิดนวัตกรรมสีเขียวด้านพลังงาน เกิด Climate Tech Innovator และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e) ส่วนการขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ตั้งเป้าใน 1 ปี ให้มีการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี (Circular Economy, Waste) ในพื้นที่นำร่อง 10 นวัตกรรม และมีพันธมิตรต่างประเทศสนับสนุนงบประมาณ และภายใน 3 ปี เกิดเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ มีระบบนิเวศเมือง Net Zero Emission ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 8.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e)

ในส่วนของแผนการพัฒนาคน 3 ช่วงวัย สำหรับหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ ภายใน 1 ปี ตั้งเป้าให้มี 1 University 1 Innovation Education ให้นักศึกษามีรายได้ระหว่างปี และภายใน 3 ปี ตั้งเป้าให้มีกำลังคนทักษะสูง 100,000 คน ส่วนของแพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคน ภายใน 1 ปี ตั้งเป้าให้เกิด University Consortium ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) Bootcamp สร้างกำลังคนทักษะสูง 50,000 คน พัฒนาครู ผู้สอน และครูตำรวจตระเวนชายแดน 3,000 คน และภายใน 3 ปี ตั้งเป้าให้มีกำลังคนทักษะสูง 100,000 คน พัฒนาครู ผู้สอน และครูตำรวจตระเวนชายแดน 6,000 คน ลดเด็ก Drop out ลง 50,000 คน นอกจากนี้ ยังมีแนวทางขับเคลื่อนให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงและมีศักยภาพทักษะแห่งอนาคตจำนวน 50,000 คน

50 ปี ’14 ตุลา’ บทเรียนเขียน ‘รัฐธรรมนูญ’ ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560993

14 ต.ค. 2566

50 ปี '14 ตุลา'  บทเรียนเขียน 'รัฐธรรมนูญ' ใหม่

เขียน ‘รัฐธรรมนูญ’ ใหม่ ไล่เผด็จการ 50 ปี ’14 ตุลา’ ประชาธิปไตย ยังเดินหน้าไปไม่ถึงไหน ก้าวไกลนิรโทษกรรมคดีความเห็นต่างทางการเมือง

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกลมองว่าเหตุการณ์ 14 ตุลา มีความสำคัญหลายมิติ โดยการเมืองภาพใหญ่ถือว่าได้รับการปฏิวัติของประชาชน ที่มีมวลชนออกมาขับไล่เผด็จการ และเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย , ร่างรัฐธรรมนูญใหม่

หลังจากประเทศไทยตกอยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการมาอย่างยาวนาน จนมาถึงปัจจุบันโจทย์ในทางการเมืองของประชาธิปไตยหลายเรื่องต้องผลักดันต่อไป

รำลึก 50 ปี 14 ตุลารำลึก 50 ปี 14 ตุลา

เหตุการณ์ 14 ตุลาเป็นการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ แต่มาถึงวันนี้สิทธิเสรีภาพของประชาชนยังเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะการแสดงสิทธิเสรีภาพทางการเมืองโดยสันติ โดยเฉพาะท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

ประชาชนไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็มีความเชื่อทางการเมืองของตัวเอง และได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งนั้น มีทั้งเสียชีวิต ดำเนินคดี ถูกจำคุกจำนวนมาก พรรคก้าวไกลจึงเสนอร่างพรบ.นิรโทษกรรมในคดีทางการเมือง

เพราะถึงเวลาแล้วที่จะยอมรับว่าคนที่เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองไม่ใช่อาชญากร แต่แค่มีความเห็นทางการเมืองต่างกัน ควรนิรโทษกรรมเพื่อเปิดประตูบานแรก ให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้ามาคุยกัน

ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองอย่างร้ายแรง ไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่นการถูกประกันตัวมาสู้คดี เพียงแค่การแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เป็นโจทย์เรื่องสิทธิเสรีภาพที่ต้องให้ความสำคัญ และผลักดันให้ประเทศสู่ประชาธิปไตยที่เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน

ในวาระ 50 ปี 14 ตุลา เรื่องรัฐธรรมนูญ ยังเป็นเรื่องใหญ่ การออกแบบระบบการเมือง ซึ่งการรณรงค์ให้ทำประชามติว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการตั้ง สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพื่อทำให้รัฐธรรมนูญมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย

ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญมีการรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ในทางปฏิบัติไม่เกิดขึ้นจริง จึงทำให้รัฐธรรมนูญไม่มีชีวิต แม้จะมีตัวอักษร

ย้าย ‘ที่พักพิง’ ‘แรงงานไทย’ ใน ‘อิสราเอล’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560988

14 ต.ค. 2566

ย้าย 'ที่พักพิง' 'แรงงานไทย' ใน 'อิสราเอล' แล้ว

สถานเอกอัครราชทูติไทย ประจำ ‘อิสราเอล’ แจ้งย้าย ‘ที่พักพิง’ ‘แรงงานไทย’ แห่งใหม่ ก่อนส่งกลับ ตั้งแต่ 15 ต.ค.เป็นต้นไป

กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ภาพภารกิจของสถานเอกอัคคราชทูตไทย ประจำกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ตลอดช่วงบ่าย จนถึงค่ำของวันที่ 13 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงของเทศบาลเมือง Eshkol และกองทัพอิสราเอล

เดินทางไปรับแรงงานไทยส่วนหนึ่ง ที่ติดอยู่ในพื้นที่อันตรายใกล้เคียงฉนวนกาซา เช่น โมชาฟมิฟตาคิม และโมชาฟอามิโอ๊ต เพื่อนำมาพักในศูนย์พักรอที่สถานเอกอัครราชทูตฯ แห่งใหม่  เพื่อรอโดยสารเที่ยวบินอพยพกลับประเทศไทยต่อไป

สถานที่พักพิงแห่งใหม่ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมนี้เป็นต้นไปได้แก่ โรงแรมเดวิด อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทลอาวีฟ (David InterContinental Tel Aviv) เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวของสถานทูตฯ แทนโรงแรมแดน พาโนรามา (Dan Panorama) ที่สถานทูตฯ แจ้งไปก่อนหน้านี้

เนื่องจาก รัฐบาลอิสราเอล ได้กำหนดใช้เป็นศูนย์อพยพของชาวอิสราเอลแล้ว

‘อิสราเอล’ พร้อมช่วยเต็มที่ 3 สายการบินร่วมอพยพ ‘แรงงานไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560974

13 ต.ค. 2566

'อิสราเอล' พร้อมช่วยเต็มที่ 3 สายการบินร่วมอพยพ 'แรงงานไทย'

สามสายการบิน ร่วมภารกิจอพยพ ‘แรงงานไทย’ กลับจาก ‘อิสราเอล’ จนถึงสิ้นเดือนนี้ เอกอัครราชทูติ พร้อมอำนวยความสะดวกเต็มที่

นาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความว่าได้รับรายงานว่าวันนี้ทีมกระทรวงการต่างประเทศได้หารือกับการบินไทย นกแอร์ และแอร์เอเชีย เพื่อวางแผนจัดเที่ยวบินอพยพแรงงานไทยกลับจากอิสราเอลโดยด่วน

ตั้งแต่นี้ไปจนถึงสิ้นเดือนนี้จะมีเที่ยวบินไปรับพี่น้องคนไทยที่ต้องการกลับบ้าน กลับมาประเทศไทยทุกวัน จนจบภารกิจขอขอบคุณทั้งสามสายการบินเป็นอย่างยิ่งที่สนับสนุนเครื่องบินเพื่อช่วยเหลือคนไทยในภารกิจสำคัญนี้

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี ได้เชิญเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยมาอัพเดทสถานการณ์การช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลครับ และได้ขอให้ทางอิสราเอลช่วยเหลือไทยใน 4 เรื่อง คือ

นายกรัฐมนตรีหารือ เอกอัครราชทูติ อิสราเอลนายกรัฐมนตรีหารือ เอกอัครราชทูติ อิสราเอล

การนำร่างแรงงานไทยที่เสียชีวิตกลับบ้าน ขอให้มีขั้นตอนเร็วที่สุด ซึ่งท่านทูตยืนยันจะช่วยเราเต็มที่ แต่ก็ขอความเห็นใจว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นพันคน ซึ่งต้องมีการชันสูตร พิสูจน์ทราบ และถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะมีเรื่องของเงินเยียวยาที่จะได้รับด้วย ดังนั้นต้องทำให้ถูกต้องก่อนที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมา

เอกอัครราชทูติฯ ยืนยันว่าพร้อมจะช่วยเหลือนำคนไทยแสดงเจตจำนงที่จะกลับประเทศกว่า 6,000 คน  กลับทันที รัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญสูงสุดในการที่จะลำเลียงคนออกมาจากจุดต่าง ๆ เพื่อมาจุดที่ปลอดภัย รวมถึงให้ความสำคัญกับภาวะทางจิตใจด้วย

ส่วนกรณีที่มีคลิปว่าคนงานยังถูกบังคับให้ทำงานอยู่ ตรงนี้ท่านทูตรับทราบอยู่แล้ว และพยายามที่จะหาความจริงให้ได้ แต่ท่านเห็นด้วยว่า บังคับไม่ได้ และไม่ควรทำแบบนี้ ความปลอดภัยของคนไทยถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

สุดท้ายเรื่องตัวประกัน ได้ขอให้ทางอิสราเอลพยายามเจรจาช่วยคนที่ถูกจับกุมตัวออกมาให้ได้โดยเร็ว ซึ่งมีจากหลายชาติ ไม่เฉพาะจากไทยเท่านั้น  ทุก ๆ ชาติเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทตรงนี้ ขณะที่รัฐบาลไทยพยายามใช้ทุกทางเพื่อช่วยแรงงานไทยอย่างเต็มที่

‘แรงงานไทย’ มากกว่า 6 พันคนขอกลับจาก ‘อิสราเอล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560940

13 ต.ค. 2566

'แรงงานไทย' มากกว่า 6 พันคนขอกลับจาก 'อิสราเอล'

นายกรัฐมนตรี ย้ำเอกอัครราชทูติฯ ให้อำนวยความสะดวก กับ ‘แรงงานไทย’ กว่า 6 พันคน ที่ร้องขอเดินทางกลับจาก ‘อิสราเอล’

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์ อัพเดทสถานการณ์ และร้องขอความช่วยเหลือสำหรับแรงงานไทยในอิสราเอล ต่อสื่อมวลชน ภายหลังการหารือเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ณ ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญ 4 ประเด็น ประกอบด้วย

1. กรณีแรงงานไทยที่เสียชีวิต ขอให้นำส่งประเทศไทยโดยเร็ว ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ รับที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่

2. คนงานที่แสดงเจตจำนงกลับอิสราเอล ชณะนี้มีประมาณ 6000 คน โดยสามารถลำเลียงกลับได้วันละ 200 คน ซึ่งความสำคัญคืออยู่ที่เครื่องบิน โดยจะมีการประชุมคณะทำงานเย็นนี้ ที่กระทรวงการต่างประเทศ

3. คนงานที่ถูกบังคับให้ทำงานต่อ ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ รับทราบและจะหาข้อเท็จจริงให้ได้โดยเร็ว นายกฯ ขอให้ลืมเรื่องผลประโยชน์ไปก่อน และให้ความสำคัญถึงความปลอดภัยของคนไทย

4. เรื่องตัวประกัน ได้ขอร้องให้เอกอัครราชทูตฯ เร่งช่วยเหลือเจรจาเอาตัวประกันออกมาให้ได้ เพราะทุกคนถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งจะต้องได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว ทั้งนี้ รัฐบาลใช้ทุกเส้นทาง ทุกวิถีทาง ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตฯ แจ้งว่า พร้อมให้เครื่องบินเดินทางออกทุกเมื่อ เพื่อขนย้ายคนไปในที่ปลอดภัย โดย 99% ของชาวต่างชาติได้ถูกอพยพออกจาก Red Zone แล้ว

กระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานการณ์คนไทยได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่อิสราเอล ข้อมูลณวันที่ 13 ตุลาคม 2566 ซึ่งเท่ากับจำนวนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 คือมีผู้เสียชีวิต 21 ราย ผู้บาดเจ็บ 14 ราย ผู้ที่ถูกจับไป 16 ราย

โดยกระทรวงการต่างประเทศจะมีการอัพเดทสถานการณ์อีกครั้งในช่วงบ่าย ซึ่งจะมีการประชุมศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉินในเวลา 13.00 น. จากนั้นในเวลา 15.00 น. จะมีการแถลงตัวเลขและความคืบหน้าสถานการณ์อีกครั้ง

‘สมชัย’ แจงข้อสงสัย ทำไม ‘ประยุทธ์’ ‘แจกเงิน’ ไม่ผิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560936

13 ต.ค. 2566

'สมชัย' แจงข้อสงสัย ทำไม 'ประยุทธ์' 'แจกเงิน' ไม่ผิด

‘แจกเงิน’ ดิจิทัล ต่างจากแจกเงิรของ ‘ประยุทธ์’ อย่างไร ‘สมชัย’ อธิบาย นอกจากสถานการณ์ต่างกัน ทีมกฎหมายก็ฝีอคนละชั้น

ตรรกะที่ว่า ทำไมประยุทธ์แจกเงินไม่ผิด ต้องย้อนดูว่า ฝ่ายกฎหมายฝีมือต่างกันไหม ถูกจั่วหัวไว้ในโพสล่าสุด ของสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมาธิการงบประมาณฯ  อัพเดทความเห็นต่อการแจกเงินดิจิทัลว่าเสี่ยงผิดกฎหมายหรือไม่  มีเนื้อหาว่า

มีคนถามว่า ทีประยุทธ์ กู้เงินเป็นล้านล้านบาทมาทั้งแจกทั้งแถมในช่วงโควิด ทำไมไม่ผิด  ทีจำนำข้าว ดันมีคนเจ้าคุก จะแจกเงินดิจิทัล ก็ขู่เอาขู่เอาคำตอบ คือ  เหตุผลความจำเป็นและกระบวนการทางกฎหมายแตกต่างกันดังนี้

  1. การใช้เงินของรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ในกรอบของกฎหมาย เป็นไปตาม พรบ. งบประมาณที่ผ่านสภา  ไม่ว่า จะเป็นสภานิติบัญญัติ หรือ รัฐสภา
  2. กรณีกู้เงิน เป็น การออกพระราชกำหนดโดยอ้างเหตุฉุกเฉิน สถานการณ์โควิด  แถมทุกครั้งหาจังหวะออกในเวลาปิดสภา  แล้วค่อยมาผ่านสภาภายหลัง ตามรัฐธรรมนูญ
  3. การดำเนินการ อยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ  เวลาจะเกินกรอบ ก็มาขอมติคณะกรรมการวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน 
  4. ปัญหาการทุจริตแม้จะมี ก็เป็นในระดับปฏิบัติ  เช่น กรณีการจำหน่ายสินค้าของร้านธงฟ้า และแก้ไขกันไป แต่ไม่ใช่ในระดับนโยบาย  ไม่มีเงินทอนให้จับได้  จึงยังไม่มี รัฐมนตรีคนไหนติดคุก

สมชัยบอกอีกว่า อย่ายกตัวอย่างรัฐบาลชุดเก่าทำไมเขาแจกเงินได้  ทุกอย่างล้วนต่างกัน  และอย่าคิดว่าที่ปรึกษา กฎหมายเก่ง เพราะที่ผ่านมาพิสูจน์แล้ว  เทพ กับถุงขนม นั้นต่างกัน

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2732371

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา จัดกิจกรรม “ให้โลหิต ให้ชีวิต” ครั้งที่ 3

13 ต.ค. 2566 05:01 น.

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา จัดกิจกรรม “ให้โลหิต ให้ชีวิต” ครั้งที่ 3

ให้เลือด  –  อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา จัดกิจกรรม “ให้โลหิต ให้ชีวิต” ครั้งที่ 3 พร้อมชวนผู้บริหารและพนักงานมาร่วมกันบริจาคโลหิตช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ โดยมี วรมาศ ศรีวัฒนประภา, อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา และ รวิ อิทธิระวิวงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ วันก่อน.

สงครามคือความสูญเสียของมวลมนุษยชาติ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…วันที่ 13 ต.ค. เป็น วันนวมินทรมหาราช หรือวันคล้ายวันสวรรคต พระบาท สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร…ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ว่า “วันนวมินทรมหาราช” ตามที่รัฐบาลได้ขอพระราชทานพระมหากรุณา และ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2566 รับทราบการกำหนดให้วันที่ 13 ต.ค.ของทุกปี เป็น วันนวมินทรมหาราช และกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการประจำปี
ทำดี  –  พล.ท.ทวีพูล ริมสาคร ผบ.นรด. แถลงข่าวการจัดกิจกรรม รด.จิตอาสา 3 แสนนาย “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันนวมินทรมหาราช โดยมี พล.ต.ศาสตรา ศรีเพ็ญ และ พล.ต.ปัญญา ตั้งความเพียร มาร่วมแถลงด้วย ที่กองบัญชาการ นรด. วันก่อน.
  • ทั้งนี้ วันที่ 13 ต.ค.2566 ถือเป็นวันแห่งการเสด็จสวรรคตครบ 7 ปี หรือเรียกว่า สัตตมวรรษ รัฐบาล ภายใต้การนำของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้จัดกิจกรรมเนื่องใน วันนวมินทรมหาราช โดยจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 189 รูป ถวายพระราชกุศล ในวันที่ 13 ต.ค. เวลา 07.30 น. ส่วนกลางจัดพิธีที่ท้องสนามหลวง โดยมี นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพร้อมภริยา ในส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดจัดพิธีที่ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม และในต่างประเทศให้สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลจัดพิธีตามที่เห็นสมควร…นอกจากนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศ จัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม จัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมเครื่องราชสักการะตามอาคารสถานที่ ระหว่างวันที่ 1-31 ต.ค.2566 และช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี
ฟาร์มนม  –  ไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ เข้าตรวจเยี่ยมชมการดำเนินงานของฟาร์มโคนม พร้อมมอบนโยบายให้องค์การโคนม โดยมี วีรวัฒน์ ยมจินดา, สำเริง แสงภู่วงค์, สมพร ศรีเมือง และ สมชวน รัตนมังคลานนท์ มาร่วมชมด้วย ที่ฟาร์มโคนม อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี วันก่อน.
  • ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่าร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้
  • “ธนูเทพ” ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยเข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และร่วมจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติในครั้งนี้ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ โดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ
ชมกันก่อน  –  จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ และ ประภาวดี โสภณพนิช จัดงาน “Only Watch And Hong Kong Auction Previews 2023” นำนาฬิกา 62 เรือนจากงาน Only Watch 2023 มาอวดโฉมก่อนเปิดประมูลที่นครเจนีวา โดยมี ฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติ มาร่วมงานด้วย ที่เกษรทาวเวอร์ วันก่อน.
  • อืม…ในจังหวะที่สงครามการโจมตีระหว่าง กลุ่มฮามาส กับ อิสราเอล ปฏิบัติการถล่มกันอย่างดุเดือดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมี แรงงานชาวไทย ที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอล โดยเฉพาะบริเวณฉนวนกาซาได้รับผลกระทบ ทั้ง เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงถูก กลุ่มฮามาส จับเป็น ตัวประกัน อีกกว่า 10 คน ท่ามกลางความโศกเศร้า และความกังวลห่วงใยจากครอบครัว รวมทั้งพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ…แม้เป็นช่วงเดียวกับที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีภารกิจเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆในกลุ่มอาเซียน ในห้วงวันที่ 8-12 ต.ค. แต่ นายกฯ เศรษฐา ก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการโดยตรงให้ รัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานและปฏิบัติการให้การช่วยเหลือ คนไทย ใน อิสราเอล อย่างเต็มที่ตลอดเวลา
ที่เชียงใหม่  –  วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รอง ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิด “ท็อปส์ 89 พลาซ่า เชียงใหม่” ศูนย์รวมสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมแบรนด์รองรับความต้องการของนักช็อปทุกเพศทุกวัย โดยมี สเตฟาน คูม และ ทพญ.ธารทิพย์ อุทธังกร มาร่วมงานด้วย ที่ จ.เชียงใหม่ วันก่อน.
  • โดยเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า นายกฯ ได้สั่งการให้เพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลช่วยเหลือคนไทย จากสถานการณ์ความรุนแรงใน อิสราเอล สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย โดยเตรียมแผนอพยพคนไทย 2 ทางคือ โดย สายการบินพาณิชย์ และ เครื่องบินกองทัพอากาศ ไปรับกลับประเทศไทย เบื้องต้นแบ่งเป็น 3 ชุด คนไทยชุดแรก 15 คน เป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและแรงงานที่อพยพจากพื้นที่เสี่ยงภัย กลับมาโดยสายการบินพาณิชย์ ถึงไทยวันที่ 12 ต.ค. และชุดที่สอง ส่ง เครื่องบินกองทัพอากาศ ไปถึงกรุงเทลอาวีฟ นครหลวงของอิสราเอล ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับ คนไทย ประมาณ 140 คน โดยจะพากลับทันทีที่ได้รับอนุญาตจากทางการอิสราเอล ส่วนชุดที่สาม อีกประมาณ 80 คน กลับทางเครื่องบินพาณิชย์ โดยจะถึงเมืองไทยวันที่ 18 ต.ค. ทั้งนี้ รัฐบาล พยายามอพยพคนไทยกลับให้เร็วที่สุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก…ส่วน ผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน นั้น นายกฯได้สั่งการให้ กระทรวงการต่างประเทศ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พูดคุยกับ บรรดามิตรประเทศต่างๆ ตลอดจน องค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการช่วยเหลือ โดยคำนึงถึง อิสรภาพ ของคนไทยที่ถูกจับตัวไปเป็นสำคัญที่สุด…นอกจากนี้ นายกฯ ได้สั่งการให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเสริมเพื่อสนับสนุนข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ในภารกิจช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย ขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันเป็นกำลังใจให้ญาติ เพื่อน ของพี่น้องชาวไทยที่กำลังจะกลับมา และอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันปฏิบัติงาน เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือดูแลคนไทยทุกคน
จากอุทกภัย  –  สาระ ล่ำซำ ซีอีโอเมืองไทยประกันชีวิต มอบข้าวสารและปลากระป๋องให้ อนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม. เพื่อนำไปมอบให้ผู้สูงอายุและผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมี แรมรุ้ง วรวัธ, อภิญญา ชมภูมาศ และ พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่กระทรวง พม. วันก่อน.
  • ขณะที่ กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงความคืบหน้าสถานการณ์ในอิสราเอล เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ยังมีการโจมตีด้วยจรวดใกล้กับฉนวนกาซาฝ่าย อิสราเอล ก็พยายามเข้ายึดคืนพื้นที่ จึงมีพลเรือนและทหารบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากทั้งสองฝ่าย…ส่วนผลกระทบต่อคนไทยในอิสราเอล ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์จรวดโจมตี อีก 2 ราย ทำให้ขณะนี้มีคนไทยเสียชีวิต 20 คน มีผู้บาดเจ็บเพิ่มอีก 4 ราย จากเดิม 9 ราย รวมเป็น 13 ราย และถูกจับไปเป็นตัวประกันเพิ่มอีก 3 ราย รวมเป็น 14 ราย ล่าสุดมีคนไทยแสดงความประสงค์จะกลับไทย 5,019 ราย…ขอส่งแรงใจและภาวนาให้ทุกคนปลอดภัย
มอบวีลแชร์  –  ยุวดี จิราธิวัฒน์, นิตย์สินี จิราธิวัฒน์, สิริเกศ จิรกิติ และ พิชัย จิราธิวัฒน์ มอบรถเข็นวีลแชร์ จำนวน 100 คัน มูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาท ให้ วันชัย คงเกษม ผวจ.อุดรธานี เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้พิการในการสร้างอาชีพหารายได้ ที่สมาคมรวมใจคนพิการ จ.อุดรธานี วันก่อน.
  • ห้องอาหารสรัสวดี โรงแรมอัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น จัดโปรโมชันบุฟเฟต์นานาชาติ ราคาพิเศษ 13-15 ต.ค. สอบถามเพิ่มเติม 0-2159-5888
  • สังคมทั่วไป…ศพ คุณแม่อิ่ม คงคาตั้งสวดวัดดอนใหญ่ ต.ดอนใหญ่ อ.บางแพ จ.ราชบุรี 19.30 น. ถึง 14 ต.ค. ฌาปนกิจ 15 ต.ค. 15.30 น.

“ธนูเทพ”