เฮอริเทจ-ม.พะเยา ให้บริการทันตกรรม เด็กนักเรียนในพื้นที่ จ.น่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762308

เฮอริเทจ-ม.พะเยา ให้บริการทันตกรรม เด็กนักเรียนในพื้นที่ จ.น่าน

เฮอริเทจ-ม.พะเยา ให้บริการทันตกรรม เด็กนักเรียนในพื้นที่ จ.น่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ร่วมกับ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา จัดทำโครงการ ทันตแพทย์อาสา ครั้งที่ 4 “ส่งต่อรอยยิ้ม แบ่งปันความสุข 4 ภาค” นำโดย วลัยทิพย์ ซื่อตรงมั่นคงผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจ, นันทมิตร นันทะเสน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเนียน จังหวัดน่าน และทพ.ภูมิทรัพย์ สายวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนบริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยพะเยา พร้อมด้วย ร.ต.สิทธิพงศ์ อุปจักร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านละเบ้ายา น่าน และ นิยมเงินวงค์ใน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายา จังหวัดน่านร่วมให้บริการด้านทันตกรรมแก่เด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี

โรงเรียนที่เข้ารับบริการได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายา, โรงเรียนบ้านห้วยเฮือ, โรงเรียนบ้านวังตาว-กาใส และศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยลู่ รวมจำนวน 150 คน เข้ารับบริการตรวจสุขภาพช่องปาก ณ โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายา จังหวัดน่านเมื่อวันก่อน

SPU เป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762309

SPU เป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ

SPU เป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนบุคลากร ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยศรีปทุม ปูชนียบุคคลด้านการศึกษา ผู้เป็นต้นแบบอันดีงาม และผู้มีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อวงการอุดมศึกษาของไทยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ

สพฐ. มอบหมาย สพม.ตาก ลงพื้นที่ ช่วยเหลือครูนักเรียนประสบอุทกภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762313

สพฐ. มอบหมาย สพม.ตาก ลงพื้นที่ ช่วยเหลือครูนักเรียนประสบอุทกภัย

สพฐ. มอบหมาย สพม.ตาก ลงพื้นที่ ช่วยเหลือครูนักเรียนประสบอุทกภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) มอบหมาย นายสุทัศน์ ศรีดาเดช ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (ผอ.สพม.ตาก) นายชยุต นามอยู่ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (รอง ผอ.สพม.ตาก)ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และบุคลากรในสังกัด ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ สิ่งของ เครื่องใช้ ช่วยเหลือครูและนักเรียนที่ประสบอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ในจังหวัดตาก ในพื้นที่ อ.บ้านตาก อ.สามเงา จ.ตาก มีครู นักเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก ได้รับผลกระทบ แบ่งเป็น โรงเรียนบ้านตาก “ประชาวิทยาคาร” ครู 2 ราย นักเรียน 16 รายโรงเรียนสามเงาวิทยาคม ครู 2 รายนักเรียน 20 ราย และโรงเรียนยกกระบัตรวิทยาคม ครู 2 ราย นักเรียน 41 ราย รวมทั้งสิ้น 83 ราย

หลังจากช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประสบภัย ผอ.สพม.ตาก ได้ประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน ทั้ง 3 โรงเรียนที่ประสบภัย เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข และวางมาตรการในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในปีต่อไปอย่างยั่งยืน

ด่วน!! มติคณะสงฆ์ปลดยกก๊วนพระ 5 รูป ลอบเล่นพนันในเมียนมา แฉชิงเผ่นหนีจีวรปลิว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762379

ด่วน!! มติคณะสงฆ์ปลดยกก๊วนพระ 5 รูป ลอบเล่นพนันในเมียนมา แฉชิงเผ่นหนีจีวรปลิว

ด่วน!! มติคณะสงฆ์ปลดยกก๊วนพระ 5 รูป ลอบเล่นพนันในเมียนมา แฉชิงเผ่นหนีจีวรปลิว

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.25 น.

จีวรปลิวแล้ว!! คณะสงฆ์มีมติปลดพระ 5 รูป ออกจากตำแหน่งหลังลอบเล่นพนันในเมียนมา โดยพระทั้ง 5 รูปได้หลบหนีไปแล้ว ทำให้ไม่ได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม

12 ต.ค.66 กรณีสื่อสังคมออนไลน์เพจ “คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี” ได้โพสข้อความระบุว่า “6 4 เอี่ยว เจริญพร น้ำเต้า ปู ปลา เลขารองเจ้าคณะภาค และเจ้าอาวาสวัดดังใน อ.เมืองเชียงราย ทำแบบนี้ได้หรอเจ้าคะ สำนักพุทธตรวจสอบด่วน” โดยแนบภาพถ่ายของพระภิกษุขณะกำลังเล่นการพนันมะโขกโหลก และบาคาร่า อย่างสนุกสนาน โดยมีแก้วน้ำสีเหลืองคล้ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วางอยู่ด้วย จนเป็นที่วิพากวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นการทำให้ภาพพจน์ของพระสงฆ์ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้รับการเสื่อมเสีย อย่างมาก

ล่าสุดทางพระพุทธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย มีคำสั่งให้คณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยมอบหมายให้พระครูสิริธรรมนิวิฐ เจ้าหน้าที่คณะอำเภอเมือง ร่วมกับนายโสไกร ใจหมั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือที่วัดศรีบุญเรือง เขตเทศบาลนครเชียงราย เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงและวางมาตรการบทลงโทษกับคณะสงฆ์ที่ปรากฎภาพดังกล่าว

โดย นายโสไกร ใจหมั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นเหตุซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยมีพระสงฆ์ใน จ.เชียงราย จำนวน 5 รูปได้รับกิจนิมนต์ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าคณะตำบล 1 รูป เจ้าอาวาสวัด 2 รูป และพระลูกวัดอีก 2 รูป ไปร่วมงานวัดเวียงแก้ว อยู่ในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้ามชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย แต่เพิ่งจะมาเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงวันที่ 10 ที่ผ่านมา

นายโสไกร กล่าวด้วยว่า หลังทราบเรื่องทางสำนักพุทธ จ.เชียงราย ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ร่วมกับคณะสงฆ์เชียงราย ตั้งกรรมการสอบสวนในทันที ซึ่งพระสงฆ์ทั้ง 5 รูป ก็ยอมรับว่าเป็นบุคคลในภาพจริง โดยอ้างว่าการละเล่นเหล่านั้นเป็นประเพณีของท้องถิ่นที่เล่นกันอย่างแพร่หลาย แต่ก็ถือเป็นการกระทำผิดวินัยของสงฆ์และเป็นเรื่องที่เหมาะสม ในวันนี้จึงมีนัดหมายประชุมเพื่อพิจารณาบทลงโทษกันอีกครั้ง แต่ปรากฎว่าพระสงฆ์ทั้ง 5 รูปได้หลบหนีไปทั้งหมด ทำให้ไม่ได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม หรือดำเนินการบทลงโทษ

นายโสไกร กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามจากการพิจารณาของคณะสงฆ์อย่างถี่ถ้วนได้มีมติและคำสั่งให้ปลดพระสงฆ์ทั้ง 5 รูปออกจากตำแหน่งที่มีอยู่ทั้งหมด โดยไม่สามารถที่จะยุ่งเกี่ยวกับทางคณะสงห์หรือกับทางวัดต่างๆ ได้อีก  แต่ยังไม่ขั้นที่ปาราซิก เพราะถือเป็นความผิดวินัยที่ยังไม่ร้ายแรงมากนัก และทางผู้กระทำผิดยังไม่ได้ชี้แจงโดยละเอียดเพราะหลบหนีไปก่อน 

อย่างไรก็ตามโทษจะถึงปาราซิกหรือไม่นั้น ทางคณะสงฆ์จะมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำขึ้นมาอีก ทางคณะสงฆ์ได้มีการวางกฎสำหรับพระภิกษุที่จะเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านจะต้องรับได้อนุญาตจากทางวัดหรือทางคณะสงฆ์ระดับอำเภอ หรือระดับจังหวัดเสียก่อน และต้องมีการกิจนิมนต์มาแสดงว่ามีการนิมนต์ให้ไปร่วมงานต่างๆ จริง ไม่สามารถที่จะเดินทางโดยพละการได้อีก

“และอยากเตือนให้พระภิกษุสงฆ์ควรตระการเข้าไปร่วมในวงอโคจร นั้นเป็นเรื่องไม่ดีและไม่เหมาะสมควรหลีกเลี่ยงเข้าไปในทุกสถานการณ์ แม้กิจกรรมเหล่านั้นจะเป็นเรื่องปกติของท้องถิ่นนั้นๆ แต่หากพระภิกษุสงฆ์เข้าไปก็เป็นภาพที่ไม่งาม และทำให้ภาพของพระสงฆ์ได้รับความเสื่อมเสีย” ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย กล่าว

‘ปลัดมท.’เข้าถวายมุทิตาสักการะ’พระธรรมวชิรญาณ’ เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 70 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762282

'ปลัดมท.'เข้าถวายมุทิตาสักการะ'พระธรรมวชิรญาณ' เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 70 ปี

‘ปลัดมท.’เข้าถวายมุทิตาสักการะ’พระธรรมวชิรญาณ’ เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 70 ปี

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.17 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าถวายมุทิตาสักการะพระธรรมวชิรญาณ เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร (ธรรมยุติ) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 70 ปี

วันนี้ (11 ต.ค.66) ที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าถวายมุทิตาสักการะ พระธรรมวชิรญาณ (จิรพล อธิจิตฺโต) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร (ธรรมยุติ) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 70 ปี โดยมี ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมถวายมุทิตาสักการะ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “พระธรรมวชิรญาณ” (จิรพล อธิจิตฺโต) เกิดวันที่ 11 ต.ค. 2496 ที่ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นพระมหาเถระด้านวิปัสสนากรรมฐาน สำเร็จการศึกษาเปรียญธรรม 7 ประโยค ปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิต (ศน.บ.) โดยได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางปกครองคณะสงฆ์ โดยสังเขป คือ ปี 2558 เป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ ปี 2559 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร – จังหวัดสมุทรปราการ (ธ) โดยในปี 2561 เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร และเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า ในด้านสมณศักดิ์ ปี 2538 เป็นเปรียญธรรม 7 ประโยค ต่อมาวันที่ 5 ธันวาคม 2540 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ พระโสภณคณาภรณ์ วันที่ 5 ธันวาคม 2548 เป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชวิสุทธิญาณ ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี วันที่ 5 ธันวาคม 2558 เป็น พระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระเทพสังวรญาณ ภาวนาวิธานดิลก ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี และวันที่ 5 มิถุนายน 2564 เป็น พระราชาคณะชั้นธรรม ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระธรรมวชิรญาณ ปฏิภาณธรรมสาธก วิปัสสนาวิธานดิลก ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ยติคณิสสร โดยในปี 2565 เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชาแต่งตั้งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง โดยแต่งตั้ง พระธรรมวชิรญาณ (จิรพล อธิจิตฺโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ (ธรรมยุต) ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ 8 สืบต่อจากสมเด็จพระวันรัตน (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต)”

“ท่านเจ้าคุณพระธรรมวชิรญาณ เป็นพระมหาเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ สมถะ และมีศีลาจารวัตรอันงดงาม โดยท่านได้ปฏิบัติบำเพ็ญทางวิปัสสนาธุระด้วยความมุมานะ และเมื่อมีการอบรมกรรมฐานแก่อุบาสก อุบาสิกา ท่านเจ้าคุณพระธรรมวชิรญาณก็จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้การอบรมอย่างสม่ำเสมอตราบถึงปัจจุบัน” นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม

– 006

‘แรงงานไทย’ ใน ‘อิสราเอล’ ดับเพิ่มอีก 1 รายแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560843

12 ต.ค. 2566

'แรงงานไทย' ใน 'อิสราเอล' ดับเพิ่มอีก 1 รายแล้ว

‘แรงงานไทย’ ใน ‘อิสราเอล’ เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายแล้ว นายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจ เล็งหาช่องทางอื่นอพยพเพิ่มเติม

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวไทย อสมท.ระหว่างเดินทางเยือนสิงคโปร์ ถึงความคืบหน้าอพยพคนไทยกลับจากอิสราเอล ว่า ได้รับรายงานว่ามีแรงงานไทยเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย รวมแล้วเป็น 21 ราย

โดยกระทรวงการต่างประเทศได้รายงานว่าพยายามหาช่องทางอื่นในการอพยพ เพิ่ม แม้ทางเรือจะดีที่สุด แต่จุดนั้นจะต้องผ่านบริเวณฉนวนกาซา เป็นโซนอันตราย และทูตไทยประจำอิสราเอลก็บอกว่าลำบาก จึงต้องเลือกการใช้รถยนต์ผ่านทางประเทศจอร์แดนแทน


สำหรับแรงงานไทยเที่ยวแรกที่จะเดินทางมาถึงประเทศไทย ขณะนี้มีจำนวน 15 คน จะถึงสนามบินสุวรรณภูมิราว 10.00 น. วันนี้

ป.ป.ช. เล็งตั้ง คณะศึกษา ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ สรุปข้อห่วงใยเสนอรัฐพิจารณา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560833

11 ต.ค. 2566

ป.ป.ช. เล็งตั้ง คณะศึกษา 'ดิจิทัลวอลเล็ต' สรุปข้อห่วงใยเสนอรัฐพิจารณา

ป.ป.ช. ส่งสัญญาณ เตรียมเชิญผู้เชี่ยวชาญ เป็นคณะกรรมการศึกษาโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” วางบทบาทมีหน้าที่วิเคราะห์ และเฝ้าระวัง ชูมาตรา 32 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้อำนาจทำหน้าที่ให้คำแนะนำหน่วยงานรัฐและรัฐบาล เพื่อให้วางมาตรการป้องกันการทุจริต

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  เปิดเผยว่า  ” ป.ป.ช.” อยู่ระหว่างการพิจารณาจะเชิญผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมเป็นคณะกรรมการศึกษาโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต   คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่วิเคราะห์ และเฝ้าระวังโครงการดังกล่าว  ว่ามีความน่าห่วงใยหรือความสุ่มเสี่ยงในด้านใดบ้าง  ทั้งนี้จากมาตรา 32 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้อำนาจป.ป.ช.  ต่อการให้คำแนะนำหน่วยงานรัฐและรัฐบาล เพื่อให้วางมาตรการป้องกันการทุจริต หรือข้อน่าห่วงใยที่อาจเกิดขึ้น   กับการดำเนินโครงการต่างๆ  ที่มีความสุ่มเสี่ยงได้


เบื้องต้นในโครงการ ” ดิจิทัลวอลเล็ต “  ป.ป.ช.จะรวบรวมประเด็นที่มีข้อถกเถียง และเชิญผู้มีความรู้ ผู้ทรงคุณวุฒิมาศึกษาร่วมกันว่า โครงการดังกล่าวมีความสุ่มเสี่ยง หรือข้อควรระวังในการดำเนินการหรือไม่  จากนั้นถ้ามีข้อห่วงใยจะเสนอความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ปรับปรุงการปฏิบัติราชการ  เหมือนกับโครงการจำนำข้าวที่ป.ป.ช.เคยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาก่อนหน้านี้   ทั้งนี้หากป.ป.ช.มีข้อเสนอแนะ หรือข้อท้วงติงแจ้งไปยังครม.แล้ว หากครม.ไม่ปฏิบัติตามแล้วเกิดความเสียหายขึ้นมา ก็ต้องรับผิดชอบ เพราะถือว่าเตือนแล้ว แต่ไม่ฟัง เมื่อเกิดปัญหาต้องรับผิดชอบ

‘สมศักดิ์’ ถก สส.ชายแดนใต้ หารือต่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปรับลดพื้นที่เพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560827

11 ต.ค. 2566

'สมศักดิ์' ถก สส.ชายแดนใต้ หารือต่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปรับลดพื้นที่เพิ่ม

‘สมศักดิ์’ หารือ สส.ชายแดนใต้ ปมต่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เล็งปรับลดพื้นที่เพิ่ม ขณะที่ สส.ส่วนใหญ่ หนุนยกเลิก ดึง นทท. เดินทางเข้าพื้นที่

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายฉัตรชัย บางชวด รักษาราชการแทนเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายภพหล้า ปิยะปานันท์ ผู้อำนวยการกองความมั่นคงจังหวัดชายแดนใต้ ได้ประชุมร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ กว่า 14 คน เพื่อหารือถึงการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจังหวัดชายแดนใต้

นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการพิจารณา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีแต่ปรับลดพื้นที่ออก แต่ตนได้มาย้อนดูสถิติการเกิดเหตุเปรียบเทียบก่อนและหลังยกเลิก พบว่า มีบางพื้นที่ หลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กลับมีการก่อเหตุมากขึ้น ทำให้มองว่า พื้นที่ใดที่ยกเลิกแล้ว แต่ยังเกิดเหตุมาก ก็อาจจะพิจารณากลับมาประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกครั้ง ส่วนที่ปรับลดแล้วสถานการณ์ดีขึ้น ก็เดินหน้าต่อ ซึ่งจะพิจารณาตามข้อเท็จจริง 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนคิดต่างจากอดีตที่ผ่านมา ที่มองว่า ตรงไหนดี ก็เดินต่อ ส่วนตรงไหนยังน่าห่วง ก็ดึงกลับเข้ามา ซึ่งเพิ่งมารับงานใหม่ได้ไม่นาน ดังนั้น อาจจะต้องมีบางพื้นที่ถูกดึงกลับมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อทำให้ประชาชนเห็นว่า เราใส่ใจ ส่วนข้อเสนอของสส.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ให้ช่วยยกเลิกด่านตรวจบางส่วนนั้น ตนเข้าใจว่า อาจจะเป็นปัญหาอยู่บ้าง ดังนั้น จากนี้ อาจจะทำตัวชี้วัดว่า ด่านใดไม่มีผลงาน ก็จะให้ยกเลิกไป 

ส่วนการแก้ปัญหาความมั่นคง ควบคู่กับปัญหาปากท้อง มอบหมายให้ ศอ.บต.สำรวจผู้มีรายได้น้อยทั้งหมด เพื่อที่จะสามารถแก้ปัญหาความยากจนได้ตรงจุด ซึ่งเตรียมการสร้างอาชีพให้กับพี่น้องจังหวัดชายแดนใต้แล้ว

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

ขณะที่ นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา กล่าวว่า พื้นที่ของตนมีเสียงเรียกร้องว่า จังหวัดชายแดนใต้ มีกฎหมายหลายฉบับดูแลเป็นพิเศษ แต่ต้องยอมรับว่า ปัญหาไม่ได้ดีขึ้น ดังนั้น ตนคิดว่าพื้นที่ใดควรยกเลิก ก็ให้ยกเลิก แต่ข้อเท็จจริงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่ในเรื่องความมั่นคงเพียงอย่างเดียว จึงอยากเห็นรัฐบาล ส่งเสริมให้จังหวัดชายแดนใต้ มีเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ เหมือนกับเขตเศรษฐกิจในภาคตะวันออก ซึ่งจะสามารถช่วยแก้ปัญหาปากท้องได้เป็นอย่างดี รวมถึงส่งเสริมให้มีแหล่งผลิตอาหารฮาลาล เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา จะช่วยให้เศรษฐกิจพื้นที่โตขึ้น 

นายอามิน มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เห็นด้วยกับการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และหามาตรการอื่นมาทดแทน เพราะตนได้รับร้องเรียนมาจำนวนมาก เนื่องจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีกรอบจำนวนมาก ส่งผลให้เศรษฐกิจในพื้นที่ ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ดังนั้นมองว่า การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ ต้องลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความจริงใจในการแก้ปัญหา ควรแก้ในทุกมิติ ไม่ใช่ความมั่นคงเพียงอย่างเดียว เพราะในพื้นที่ของตน เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ จึงอยากให้รัฐบาลส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ เช่น อำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 

ขณะที่นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส มองว่า จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่ ก็มีค่าเท่ากัน หากยกเลิกก็ดี แต่ถ้าไม่ยกเลิกก็ได้ เพราะ พ.ร.ก.มีไว้ใช้สำหรับผู้คิดไม่ดี แต่ตนอยากให้หันมาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา ที่ผ่านมา มีแต่การพูดคุยเรื่องความไม่สงบ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเกิดความกลัว ดังนั้น เราต้องทำให้มีการสะดวกในการเดินทางเข้าออกไม่ยุ่งยาก รวมถึงอยากให้ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงเงินกู้ซอฟท์โลน ของศอ.บต.เพราะตนได้รับการร้องเรียนว่า เข้าไม่ถึงโครงการนี้ โดยมีแต่หอการค้าจังหวัดที่เข้าถึงแหล่งเงินกู้นี้เท่านั้น ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ไม่โตเท่าที่ควร 

สำหรับ สส.ส่วนใหญ่ ยังได้สะท้อนว่า สนับสนุนให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อทำให้จังหวัดชายแดนใต้ ใช้กฎหมายเดียวกันทั้งประเทศ และไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีปัญหา ซึ่งจะยิ่งทำให้คนต่างถิ่นไม่กล้าเดินทางมา เพราะมีความกังวลตั้งแต่เห็นการตั้งด่านจำนวนมาก จึงอยากให้รัฐบาล ลดจำนวนด่านลง ให้คงเหลือด่านความมั่นคง และด่านยาเสพติดเท่านั้น เพื่อทำให้ประชาชนรู้สึกว่า สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมถึงให้นักท่องเที่ยวกล้าเดินทางมา ก็จะช่วยแก้ปัญหาในภาพรวมได้ 

'สมศักดิ์' ถก สส.ชายแดนใต้ หารือต่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปรับลดพื้นที่เพิ่ม
'สมศักดิ์' ถก สส.ชายแดนใต้ หารือต่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปรับลดพื้นที่เพิ่ม

คืนนี้แรงงานไทยใน ‘อิสราเอล’ ชุดแรก บินกลับถึง ‘สุวรรณภูมิ’ พรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560820

11 ต.ค. 2566

คืนนี้แรงงานไทยใน 'อิสราเอล' ชุดแรก บินกลับถึง 'สุวรรณภูมิ' พรุ่งนี้

ทางการไทยรอรับแรงงานไทยใน ‘อิสราเอล’ ชุดแรกถึง ‘สุวรรณภูมิ’ พรุ่งนี้ ด้าน ‘กระทรวงแรงงาน’ ยืนยันไม่ปล่อยผ่าน กรณีนายจ้างไม่จ่ายค่า

ความคืบหน้าเหตุการณ์ช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล

นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผย ขณะนี้มีแรงงานไทย แสดงความประสงค์กลับไทยเพิ่มขึ้นเป็น 5,174 คน และ แสดงความประสงค์ไม่กลับ 64 คน 

สำหรับแรงงานไทย 15 คน รอบแรกที่จะออกเดินทางจากอิสราเอลคืนนี้เวลา 21.45 น. จะเดินทางด้วยสายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์ เที่ยวบิน LY 083 มา ประเทศไทยพรุ่งนี้เวลา 10.35 น. 

วันที่ 15 ต.ค. เครื่องบินของ กองทัพอากาศ จะไปรับมาถึงไทยวันที่ 16 ต.ค. เวลา 04.00 น. โดยเที่ยวบินนี้สามารถรับได้จำนวนสูงสุด 140 คน แต่จะมีผู้กลับมากี่คน ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ที่เดินทางไปรับว่า มีกี่คนและสามารถรับแรงงานได้มาทั้งหมดกี่คน

วันที่ 18 ต.ค. จะเดินทางกลับด้วยสายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์ ถึงไทยวันที่ 19 ต.ค. เวลา 11.00 น. ด้วยเที่ยวบิน LY 083 เช่นเดียวกัน รับได้ 80 คน 

วันที่ 24 ต.ค. มีการเตรียมเที่ยวบินของกองทัพอากาศแล้ว 

นางกาญจนา กล่าวว่า ระหว่างรอขออนุญาติทำการบินผ่านน่านฟ้า จะทยอยอพยพแรงงานไทยเป็นระยะ ผ่านเครื่องบินพาณิชย์ 

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ (ซ้าย) นางกาญจนา ภัทรโชค (กลาง) นายนฤชัย นินนาท (ขวา)นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ (ซ้าย) นางกาญจนา ภัทรโชค (กลาง) นายนฤชัย นินนาท (ขวา)

ในส่วนกระทรวงแรงงาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า พรุ่งนี้กระทรวงแรงงานจะเข้าไปดูแลเรื่องกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ จากการตรวจสอบทั้ง 15 คนเป็นสมาชิกของกองทุนทั้งหมด และมีภูมิลำเนา ในพื้นที่ต่างจังหวัดประกอบด้วย ตาก 1 คน สุรินทร์ 1 คน หนองบัวลำภู 4 คน น่าน 1 คน พะเยา 1 คน  นครราชสีมา 1 คน เชียงราย 1 คน ยโสธร 1 คน หนองคาย 1 คน อุดรธานี 1 คน สกลนคร 1 คน อุบลราชธานี 1 คน

เมื่อเดินทางมาถึงสิทธิประโยชน์แรก คือ เงินเยียวยาการเดินทางกลับประเทศเนื่องจากภาวะสงคราม รายละ 15,000 บาท ซึ่งจะไปจ่ายที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร ส่วนกรณีที่ได้รับบาดเจ็บหรือพิการจะต้องยื่นคำร้องประกอบใบรับรองแพทย์ว่าจะได้รับเงินเพิ่มอีก 15,000 บาทหรือไม่ 

ส่วนความกังวล แรงงานที่อพยพมาจากพื้นที่เสี่ยง จะไม่ได้รับค่าจ้าง นายสมาสภ์ ยืนยันว่า กระทรวงแรงงานจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ ขอให้แรงงานไทยสบายใจ หากไปทำงานแล้วต้องได้ค่าจ้างอย่างแน่นอน จะช่วยคนไทยทุกคนทั้งแรงงานที่เข้าไปโดยถูกกฎหมายและแรงงานบางส่วนที่ผิดกฎหมายด้วย

ด้านนายนฤชัย นินนาท รองอธิบดีกรมการกงศุล กล่าวว่า พรุ่งนี้การรับแรงงานไทยชุดแรกจะให้กำลังใจ ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมาก ออกจากเครื่อง จะผ่านขั้นตอนของตม. ตามปกติ มารับสัมภาระจากนั้นส่งตัวขึ้นรถเพื่อไปที่สถาบันบำราศนราดูร เพื่อให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสุขภาพว่าปกติหรือไม่

หลังจากนั้นจะมีกระทรวงแรงงานเข้าไปดูแลเรื่องเงินชดเชยรวมถึงกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งอาจจะมีญาติของแรงงานไปรอรับบริเวณนั้น หลังจากนั้นก็จะให้เดินทางกลับภูมิลำเนา 

‘ปดิพัทธ์” แจง ขาดผู้นำฝ่ายค้าน กระทบขั้นตอนเอาผิด สส.ก้าวไกล คุกคามทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560802

11 ต.ค. 2566

'ปดิพัทธ์" แจง ขาดผู้นำฝ่ายค้าน  กระทบขั้นตอนเอาผิด สส.ก้าวไกล คุกคามทางเพศ

รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุ กระบวนการทางสภา  ยังไม่สามารถตรวจสอบพฤติกรรม ‘สส ปราจีนบุรี’ ก้าวไกล ที่มีประเด็นถูกร้องเรียนคุกคามทางเพศ อ้างเป็นเพราะยังไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน ส่วนกลไกของสภาฯก็ไม่เอื้อเทาที่ควร ด้านประธานคณะกรรมการวินัยก้าวไกล ขอให้อดใจรอการตรวจสอบ

นายปดิพัทธ์  สันติภาดา  รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1  เปิดเผยว่า   การดำเนินการกับ  สส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล  จากพฤติกรรมคุกคามทางเพศ    กระบวนการทางรัฐสภา  ที่ยังไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรม สส.ต่อกรณีดังกล่าว  เนื่องจากยังไม่มีผู้ร้องเรียน กระบวนการส่วนหนึ่งที่จะขับเคลื่อนการทำงานยังรวมไปถึง  การที่ต้องมีผู้นำฝ่ายค้านโดยเร็วที่สุด เพราะเรื่องคณะกรรมการจริยธรรม และคณะกรรมการสรรหาตำแหน่งต่างๆ ทางการเมือง  ถ้าไม่มีผู้นำฝ่ายค้านก็จะดำเนินการไม่ได้

ไม่ใช่กลไกเดียวที่จะทำให้เกิดการตรวจสอบ ซึ่งตอนนี้เห็นหลักฐานที่ปรากฏ ที่เกี่ยวพันกับ  สส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล  แต่ต้องมีคำชี้แจงและหลักฐานเพิ่มเติ่มจากทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้องด้วย ทั้งนี้คาดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะนาน  รอทาง กกต. รับรองสถานะของหัวหน้าพรรคก้าวไกล   ก็จะมีผู้นำฝ่ายค้าน  กระบวนการต่าง ๆ ก็จะทำงานได้   อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ได้พูดคุยกับพรรคก้าวไกลเพราะเรื่องนี้ยังไม่มีการร้องถึงสภาผู้แทนราษฏร 

แต่ร้องเรียนไปที่พรรคการเมือง   ซึ่งพรรคการเมืองก็มีคณะกรรมการจริยธรรมของตัวเอง  และมีข้อบังคับของตนเอง   ที่ไม่สามารถก้าวล่วงได้   ทางผู้ร้องมีสิทธิที่จะร้องทุกข์ทาง  ทั้งต่อพรรค หรือสภาฯก็ได้  แต่ก็ต้องยอมรับว่ากลไกของสภายังไม่พร้อม    ซึ่งสภาไม่สามารถหยิบยกเรื่องขึ้นมาพิจารณาเองได้  จะต้องมีผู้ร้อง  เพราะไม่สามารถไปเก็บหลักฐานด้วยตัวเองได้ 

.

การตัดสินเรื่องนี้ขึ้นกับคณะกรรมการบริหารพรรค

.


นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมการวินัยของพรรค เปิดเผยว่าประเด็น  สส.ปราจีนบุรี  พรรคก้าวไกล เขต 2 ถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางเพศ  พรรคก้าวไกลได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ได้มีกระบวนการในการตั้งกรรมการสอบวินัยเฉพาะกิจเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ  ซึ่งได้สอบข้อเท็จจริงทั้งผู้ถูกกล่าวหา  และผู้กล่าวหาที่อ้างว่าได้รับความเสียหาย รวมถึงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง 


ในการสืบหาข้อเท็จจริง ทั้ง 2 ฝ่ายต่างกล่าวอ้าง ถึงตัวบุคคล เอกสาร และหลักฐานจำนวนมาก ถือว่ากระบวนการยังไม่สิ้นสุด  และมีกระบวนการมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ คงยังไม่สามารถระบุวัน เวลาได้ แต่พรรคได้สื่อสารกับผู้เสียหายเป็นระยะ และท้ายที่สุดเมื่อกระบวนการทางวินัยเสร็จสิ้นลง ตามข้อบังคับการประชุมของพรรคก้าวไกล  ที่มีการแก้ไขใหม่ ต้องมีการเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณา ซึ่งท้ายที่สุดจะอยู่ที่กรรมการบริหารพรรคว่าจะพิจารณาวินิจฉัยอย่างไร 

'ปดิพัทธ์" แจง ขาดผู้นำฝ่ายค้าน  กระทบขั้นตอนเอาผิด สส.ก้าวไกล คุกคามทางเพศ

ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมการวินัยพรรคก้าวไกล

.

เข้าใจท่าทีสังคม คาดหวังสูงต่อ “ก้าวไกล”

.

“เพียงแต่ด้านหนึ่งเป็นเรื่องภายในของเรา แต่อีกด้านเป็นเรื่องที่ต้องสื่อสารให้สังคม ซึ่งคาดหวังกับพวกเราสูง ในการให้คุณค่ากับเรื่องเหล่านี้ มีความเข้าใจ ขออนุญาตว่าทุกขั้นตอน มีการใช้กระบวนการหลักฐานกันอย่างรอบด้าน เมื่อพิจารณาหลักฐานใดแล้ว ไม่ใช่ว่าจะตัดสินว่าใครถูกใครผิดเพียงอย่างเดียว”

นายณัฐวุฒิ  กล่าวว่า  การที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียน  ย่อมต้องรวบรวมความกล้า และมีข้อมูลพยานหลักฐาน    การตัดสินใจที่จะร้องเรียนต่อพรรค ก็ต้องถือว่าเรื่องเหล่านี้มีมูล แต่จะเป็นลักษณะความผิดแบบใด เข้าข่ายไปถึงขนาดไหน และจะตัดสินว่ามีความความผิดหรือไม่ มีระเบียบที่แตกต่างกัน เช่นกรณีกระทบชื่อเสียงพรรค ก็จะเป็นแบบหนึ่ง คุกคามทางเพศก็จะเป็นแบบหนึ่ง

.

ผิดจริงบทลงโทษ ตัดสิทธิที่พึงมี -ไม่ส่งลงสมัครสส.

.

โทษของกรณีนี้ หากผิดจริงก็ต้องถือว่าผิดวินัยร้ายแรง มีโทษสองสถานเท่านั้นคือตัดสิทธิที่พึงมี ซึ่งรวมไปถึงการตัดสิทธิไม่ส่งลงสมัครลงเลือกตั้งครั้งหน้า และการให้พ้นสมาชิกภาพของพรรค แต่ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะตอบ ว่าผลการพิจารณาเป็นอย่างไร แต่รับเรื่องมาจริงและมีกระบวนการสอบหลายครั้ง ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับคณะกรรมการวินัย และเสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมการวินัยมองว่า ยังขาดพยานหลักฐานในหลายประเด็น ซึ่งต้องทำให้รอบคอบที่สุด   โดยเรื่องดังกล่าวร้องเรียนมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา 

.

กรรมการเห็นตรงกันต้องสอบเพิ่ม

.


เขากล่าวว่า  ที่มีการเปรียบเทียบกับพรรคอื่นว่าเหตุใดพรรคก้าวไกลมีท่าทีกับพรรคอื่นเร็ว แต่พรรคตัวเองค่อนข้างช้า   เรื่องนี้เมื่อข้อเท็จจริงของแต่ละรายไม่เหมือนกัน พยานหลักฐานไม่เหมือนกัน บางเรื่องสามารถใช้ผู้เสียหายมาสอบตัดสินได้เลย บางเรื่องเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบและยอมรับความเป็นจริงก็สามารถตัดสินได้เลย แต่บางเรื่องเป็นกรณีที่สองฝ่ายต่างอ้างพยานหลักฐานเป็นจำนวนมาก  กรรมการวินัยทั้ง 7 คน มีมติตรงกันว่ายังจำเป็นที่ต้องสอบข้อเท็จจริงบางประเด็นเพิ่มเติม และมีการแจ้งให้กรรมการบริหารพรรคทราบเป็นระยะ 

“มีการตั้งคณะกรรมการวินัยเพิ่มเติมซึ่งเป็นสัดส่วนผู้หญิง 2 คน คือ ทนายแจม “ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์” ที่จะไม่ปล่อยเรื่องแค่นี้แน่นอน อีกคนคือทนายก้อย “นิตยา มีศรี” ที่ทำงานในประเด็นเหล่านี้ร่วมกับคณะกรรมการวินัยชุดเดิม ก่อนจะทิ้งท้ายว่าจะพยามสื่อสารอย่างเป็นระยะความคืบหน้า ยืนยันไม่ได้ดึงเวลาให้ล่าช้าแต่ขอเวลาเพื่อดูพยานหลักฐานที่รอบด้านและครบถ้วนก่อนที่จะพิจารณาและตัดสิน  ตัวยังไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนได้” นายณัฐวุฒิกล่าว