‘กรมชลฯ’ขานรับนโยบาย’รมว.กษ.’ขับเคลื่อนแผนพัฒนาบึงบอระเพ็ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761938

'กรมชลฯ'ขานรับนโยบาย'รมว.กษ.'ขับเคลื่อนแผนพัฒนาบึงบอระเพ็ด

‘กรมชลฯ’ขานรับนโยบาย’รมว.กษ.’ขับเคลื่อนแผนพัฒนาบึงบอระเพ็ด

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.43 น.

‘กรมชลฯ’ขานรับนโยบาย’รมว.กษ.’ขับเคลื่อนแผนพัฒนาบึงบอระเพ็ด

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2566  ที่ห้องประชุมกรม ชั้น 3 อาคารอำนวยการ กรมชลประทาน นายชูชาติ รักจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนแผนหลักการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง รักษาการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา และนายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 

สำหรับการประชุมในวันนี้ กรมชลประทานได้มีการพิจารณาแนวทางในการเพิ่มพื้นที่บึงบอระเพ็ดให้สามารถเก็บกักน้ำได้มากขึ้นในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งเป็นพื้นที่หน่วงน้ำในแม่น้ำสายหลักในช่วงฤดูน้ำหลาก เพื่อลดปริมาณน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ช่วยบรรเทาอุทกภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยกรมชลประทาน จะดำเนินการควบคู่ไปกับแผนหลักการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด 4 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 บริหารจัดการ/การเข้าใช้ประโยชน์ ด้านที่ 2 การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ด้านที่ 3 คุณภาพตะกอน และรักษาระบบนิเวศ และด้านที่ 4 การจัดการน้ำท่วม บรรเทาอุทกภัย

ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ มากที่สุด กรมชลประทานจะเร่งดำเนินการพัฒนา และฟื้นฟูบึงบอระเพ็ดอย่างครบวงจร ตลอดจนนำไปสู่การบริหารจัดการและพัฒนาแหล่งน้ำได้อย่างยั่งยืนตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ —017

เกษตรฯเตรียมศึกษาพัฒนา Gene Bank เพิ่มศักยภาพพัฒนา-ปรับปรุงพันธุ์ข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761853

เกษตรฯเตรียมศึกษาพัฒนา Gene Bank เพิ่มศักยภาพพัฒนา-ปรับปรุงพันธุ์ข้าว

เกษตรฯเตรียมศึกษาพัฒนา Gene Bank เพิ่มศักยภาพพัฒนา-ปรับปรุงพันธุ์ข้าว

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.33 น.

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการและเก็บเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติ (ศขช.) หรือ Gene Bank โดยมี ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

โดย ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่าศูนย์ปฏิบัติการและเก็บเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติ (ธนาคารเชื้อพันธุ์ข้าว) เป็นศูนย์วิจัยข้าวแห่งแรกของประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2524 โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น มีหน้าที่ในการพัฒนาและปรับปรุงการผลิตข้าว รวบรวม อนุรักษ์ ทรัพยากรพันธุกรรมข้าวไทย รวบรวมข้อมูลประวัติและลักษณะประจำพันธุ์ข้าว ศึกษา ค้นคว้า และวิจัย ด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรมข้าว พร้อมให้บริการข้อมูลและเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าว อีกทั้งมีการดำเนินงานในการฟื้นฟูเชื้อพันธุ์ข้าว 2,000 เชื้อพันธุ์ต่อปี บริการเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าว เชื้อพันธุ์ละ 5 กรัม ปี พ.ศ.2561 – 2566 ให้บริการ 106 ราย รวม 2,388 เชื้อพันธุ์ ส่งเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าวไปฝากเก็บที่ธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลกสวาลบาร์ด ราชอาณาจักรนอร์เวย์ 7 ครั้ง รวม 1,239 เชื้อพันธุ์ ปัจจุบันมีเชื้อพันธุ์ข้าวเก็บรักษาไว้ประมาณ 24,000 เชื้อพันธุ์ แบ่งเป็น ข้าวพื้นเมือง 18,000 เชื้อพันธุ์ ข้าวสายพันธุ์ดี 2,000 เชื้อพันธุ์ ข้าวพันธุ์รับรอง 100 เชื้อพันธุ์ ข้าวสายพันธุ์ต่างประเทศ 3,000 เชื้อพันธุ์ และข้าวป่า 1,000 เชื้อพันธุ์ อีกทั้ง Gene Bank แห่งนี้ มีห้องเก็บเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าว ได้แก่ 1) ห้องอนุรักษ์ระยะสั้น (อุณหภูมิ 15 °C ความชื้นสัมพัมธ์ไม่เกิน 60%) เก็บรักมาได้ประมาณ 3 – 5 ปี และ 2) ห้องอนุรักษ์ระยะปานกลาง (อุณหภูมิ 5 °C ความชื้นสัมพัมธ์ไม่เกิน 60%) เก็บรักษาได้ประมาณ 20 ปี

ทั้งนี้ Gene Bank หรือธนาคารเชื้อพันธุ์ เป็นการรักษาและอนุรักษ์ความหลากหลายทางพันธุกรรม (Genetic Diversiy) ของพืชหรือสัตว์ ที่มีลักษณะพันธุกรรมที่น่าสนใจ เช่น มีความต้านทานโรคสูง เป็นชนิดพันธุ์ดั้งเดิม รวมทั้งเป็นชนิดพันธุ์ที่กำลังจะสูญหายไป เพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคต

“Gene Bank เป็นส่วนสำคัญที่ตั้งอยู่ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี มีความสำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ข้าว แต่เนื่องจากมีอายุการใช้งานที่เก่าแก่ และมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ทำให้ไม่สามาถดำเนินการได้เต็มศักยภาพ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาการผลิต ทั้งด้านงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้สามารถแข่งขันด้านการส่งออก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาศูนย์แห่งนี้ให้มีความทันสมัย สามารถปฏิบัติการได้เต็มศักยภาพ จะส่งผลให้ได้พันธุ์ที่มีผลผลิตสูง เพิ่มรายได้ให้ชาวนาต่อไป” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว

สำหรับจังหวัดปทุมธานีมีพื้นที่เกษตรกรรม 353,308.17 ไร่ (36.66% ของพื้นที่ทั้งหมด) เป็นพื้นที่เพาะปลูกพืช 332,992.02 ไร่ ได้แก่ ข้าว 248,536.81 ไร่ ไม้ผล 35,895.55 ไร่ ไม้ยืนต้น 15,418.63 ไร่ พืชผัก 21,445 ไร่ ไม้ดอกไม้ประดับ 6,093.14 ไร่ พืชไร่ 3,837.77 ไร่ สมุนไพร 1,765.13 ไร่ และพื้นที่ประมง 20,316.15 ไร่ มีพื้นที่ชลประทาน 501,937 ไร่ และไม่มีพื้นที่เกษตรกรรมนอกเขตชลประทาน อย่างไรก็ตาม จังหวัดปทุมธานีได้ยกย่องให้ข้าวหอมปทุมธานี (ข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1) เป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญ และเป็นสินค้า GI ของจังหวัดปทุมธานี มีลักษณะเด่น คือ เป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์ ณ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี มีลักษณะทางกายภาพ คือ เปลือกข้าวข้าวสีฟาง รูปทรงเมล็ดข้าวเรียว ยาว จมูกข้าวเล็ก เนื้อเมล็ดข้าวมีสีขาว ผิวค่อนข้างมัน เมื่อสุกแล้วข้าวนุ่มค่อนข้างเหนียวและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ปลูกและผลิตในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี

– 006

ไม่ทิ้งกัน! ‘พ่อเมืองแพร่’เร่งกระจายลองกองช่วยเหลือชาวสวนในพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761881

ไม่ทิ้งกัน! 'พ่อเมืองแพร่'เร่งกระจายลองกองช่วยเหลือชาวสวนในพื้นที่

ไม่ทิ้งกัน! ‘พ่อเมืองแพร่’เร่งกระจายลองกองช่วยเหลือชาวสวนในพื้นที่

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.10 น.

ไม่ทิ้งกัน! ‘พ่อเมืองแพร่’เร่งกระจายลองกองเกือบ 300 ตันสู่ผู้บริโภค เพื่อช่วยเหลือชาวสวนในพื้นที่ ด้านหน่วยงานราชการ-เอกชนอ้าแขนรับ


เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2566 ณ ที่ว่าการอำเภอเด่นชัย อ.เด่นชัย จ.แพร่ นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ แถลงแนวทางการกระจายผลผลิตลองกองสู่ผู้บริโภค เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ โดยการกระจายผลผลิตลองกอง เกรดรวมช่อ ไปยังหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รณรงค์คนแพร่ไม่ทิ้งกัน ให้ชาวเมืองแพร่ช่วยกันบริโภคลองกองและขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปิดจุดจำหน่าย ซึ่งช่วงสัปดาห์นี้ ผลผลิตลองกองจาก ต.ไทยย้อย เกือบ 300 ตัน จะออกสู่ตลาด ไม่น้อยกว่า 10 ตัน/วัน  


โดยนายชุติเดช กล่าวว่า ลองกองเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สำคัญของ จ.แพร่ มีพื้นที่ปลูกใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เด่นชัย อ.ลอง อ.เมืองแพร่ อ.วังชิ้น และอ.ร้องกวาง พื้นที่ทั้งหมด 1,365 ไร่ คาดการณ์ผลผลิตออกสู่ตลาด รวม 565 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 11.30 ล้านบาท ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมาก (Peak) ในช่วงวันที่ 1-15 ต.ค. 2566 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับผลผลิตลองกองของ จ.อุตรดิตถ์ และจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลทำให้ประสบปัญหาผลผลิตลองกองล้นตลาด ราคาตกต่ำ ปัจจุบันผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว จำนวน 219 ตัน คิดเป็นร้อยละ 38.76 คาดการณ์ผลผลิตคงเหลือ 346 ตัน คิดเป็นร้อยละ 61.24  อย่างไรก็ตาม วันนี้ได้เริ่มกระจายผลผลิตลองกองครั้งแรก เกรดรวมช่อ ปริมาณ 5 ตัน ไปยังหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนและผู้บริโภค คิดเป็นมูลค่า 115,000 บาท โดยแผนกระจายผลผลิตไปยังเรือนจำจังหวัดแพร่ (เกรดร่วง) จำนวน 6 ตัน/เดือน  อีกทั้งได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนภายในจังหวัด และต่างจังหวัด ในการรับซื้อและกระจายผลผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกลองกองจังหวัดแพร่, จัดหาพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตลองกอง เช่น สถานีบริการน้ำมัน และบริเวณสามแยกอำเภอเด่นชัย รวมถึงประสานผู้ประกอบการเข้ามารับซื้อผลผลิตลองกองถึงพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลองกองในพื้นที่จังหวัดแพร่ต่อไป ในส่วนของเทศบาลตำบลป่าแมต นายสุภวัฒน์ ศุภศิริ นายกเทศมนตรีตำบลป่าแมตได้มอบหมายให้ พันตำรวจเอกนครขวานเพชร ที่ปรึกษาและร้อยตำรวจตรีเลขา  พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลมารับ “ลองกอง” ที่อำเภอเด่นชัยตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ จำนวน 500 กิโลกรัม เพื่อไปกระจายในพื้นที่เทศบาลตำบลป่าแมต —017

รู้จัก ‘เมย์-มติมา อริยะชัยพาณิชย์’ ICAO’s USOAP Auditor หญิงคนแรกของไทย กับบทบาท ‘ผู้ตรวจสอบความปลอดภัยด้านการบินสากล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762021

รู้จัก ‘เมย์-มติมา อริยะชัยพาณิชย์’ ICAO’s USOAP Auditor หญิงคนแรกของไทย กับบทบาท ‘ผู้ตรวจสอบความปลอดภัยด้านการบินสากล’

รู้จัก ‘เมย์-มติมา อริยะชัยพาณิชย์’ ICAO’s USOAP Auditor หญิงคนแรกของไทย กับบทบาท ‘ผู้ตรวจสอบความปลอดภัยด้านการบินสากล’

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.57 น.

องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization) หรือ ICAO เป็นหน่วยงานพิเศษของสหประชาชาติ ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานและวิธีปฏิบัติที่ใช้ในกิจการการบินพลเรือนเพื่อให้สมาชิกทั้ง 193 ประเทศทั่วโลก นำมาตรฐานและวิธีปฏิบัติดังกล่าวไปออกเป็นกฎหมายกำกับดูแลการบินพลเรือนในประเทศ นอกจากนี้ ICAO ยังทำหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยการบินพลเรือนของประเทศสมาชิกว่าได้นำมาตรฐานและวิธีปฏิบัติที่ ICAO ให้ไว้มาบังคับใช้อย่างไร โดยจะประเมินเป็นระดับประสิทธิผลหรือที่เรียกว่า Effective Implementation (EI) โดยปัจจุบันค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ร้อยละ 69.2% ในการตรวจสอบ หากตรวจพบประเทศใดยังไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐาน ICAO จะให้เป็นข้อบกพร่อง (Finding) และหากข้อบกพร่องที่ตรวจพบนั้นมีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยด้านการบินและไม่สามารถแก้ไขได้ในกรอบเวลาที่กำหนด ICAO จะประกาศต่อสาธารณะว่าประเทศนั้นมีข้อบกพร่องที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยการบินอย่างมีนัยสำคัญ (Significant Safety Concern หรือ SSC) และ “ติดธงแดง” ไว้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมการบินในประเทศนั้น ๆ อย่างที่ประเทศไทยเคย “ติดธงแดง” ในปี 2558 และต้องใช้เวลากว่า 4 ปี เพื่อปรับปรุง แก้ไขข้อบกพร่อง และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของประเทศให้ดีขึ้น จนสามารถปลดธงแดงจาก ICAO ได้สำเร็จในปี 2562

การประเมินมาตรฐานความปลอดภัยในการกำกับดูแลการบินพลเรือนโดย ICAO มีวัตถุประสงค์ที่ช่วยให้ประเทศสมาชิกปรับปรุงและรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินให้ปลอดภัยสูงสุด โดยการประเมินของ ICAO จะดำเนินการโดย “คณะผู้ตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยสากล” หรือ “USOAP Auditors” โดย “USOAP” (ยูโซพ) ย่อมาจาก The Universal Safety Oversight Audit Programme ซึ่ง ICAO มีขั้นตอนการคัดเลือก “USOAP Auditor” อย่างเข้มข้น ที่ผ่านมาประเทศไทยมีเพียง 2 คนเท่านั้นที่เคยได้รับการคัดเลือก และในปี 2566 ICAO ได้แต่งตั้ง “USOAP Auditor” คนไทยอีก 1 คน ปัจจุบันเธอเป็นสุภาพสตรี 1 ใน 9 คนของโลก ที่ได้ก้าวเข้าสู่บทบาทการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านการบินในระดับสากล

มติมา อริยะชัยพาณิชย์ (เมย์) พนักงานฝ่ายมาตรฐานปฏิบัติการบิน (OPS) ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านการกำกับดูแลความปลอดภัย จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่คุณพ่อและคุณแม่ของเธอบอกว่า “โชคชะตาทำให้เธอได้พบกับงานด้านการบิน”- “ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อนแนะนำและชวนให้ไปสอบทุนรัฐบาล (ก.พ.) เพื่อนเลือกขอทุนด้านวิศวกรรมยานยนต์ตามสาขาที่จบมา ส่วนเราไม่อยากเลือกสาขาที่ซ้ำกับเพื่อน เลยฉีกแนวไปเลือกเรียน สาขาวิศวกรรมอากาศยานและอวกาศ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนที่ตัดสินใจเลือกสาขาวิชานี้ เพราะพ่อบอกว่าดูแล้วน่าจะเฉพาะทางมาก คู่แข่งน่าจะน้อย”

เธอได้รับทุนดังกล่าวและใช้เวลาเรียนปริญญาโท 1 ปี จากนั้นกลับมาปฏิบัติราชการที่กรมการบินพลเรือนเพื่อใช้ทุนในตำแหน่งนักตรวจสอบความปลอดภัยด้านการบิน “ฝ่ายสอบสวนอากาศยานเกิดอุบัติเหตุ” การเริ่มต้นทำงานที่กรมการบินพลเรือนได้ระยะเวลาหนึ่งทำให้เธอรู้สึกว่าความรู้งานด้านการสอบสวนอากาศยานประสบอุบัติเหตุต้องใช้ความรู้ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการบินอย่างมาก ซึ่งความรู้และประสบการณ์ของเธอไม่เพียงพอ เธอจึงขอย้ายตำแหน่งมาทำหน้าที่ “ผู้ตรวจสอบมาตรฐานความสมควรเดินอากาศ” เวลาผ่านไป 6 ปี แม้จะมีประสบการณ์มากขึ้นแล้ว แต่เธอยังรู้สึกว่ามีอะไรหลายอย่างที่อยากเรียนรู้เพิ่มเติม จึงขอทุนจากกรมการบินพลเรือนไปเรียนหลักสูตร “นักบินพาณิชย์ตรี” หลังจากเรียนจบ ก็ทำหน้าที่เป็น “ผู้ตรวจสอบมาตรฐานการปฏิบัติการบิน”

“งานการด้านการบินคือการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด จึงเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงให้อยู่ในองค์กรกำกับดูแลด้านการบินจนถึงทุกวันนี้”

ความท้าทายของ “ผู้ตรวจสอบด้านการบิน” (Aviation Safety Inspector)

ผู้ตรวจสอบด้านการบิน หรือ Aviation Safety Inspector มีหน้าที่ตรวจสอบ ติดตาม ควบคุม และส่งเสริมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในกิจการการบินพลเรือนปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรฐานสากลที่ ICAO กำหนด คุณมติมาบอกว่าอาชีพนี้ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอและต้องทำงานภายใต้แรงกดดันได้ –

การเป็น “ผู้ตรวจสอบด้านการบิน” อาจจะเจอบรรยากาศการทำงานที่ตึงเครียด มีการแลกเปลี่ยน โต้แย้ง เพราะฉะนั้นผู้ตรวจสอบด้านการบินจึงต้องสร้างบรรยากาศความร่วมมือให้ได้ ทำให้ผู้ถูกตรวจสอบเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการปฏิบัติตามมาตรฐาน และการตรวจสอบจะยึดหลักที่ว่า “Safety cannot be compromised” หมายถึง เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่อะลุ่มอล่วยไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันเราต้องไม่ตีความกฎระเบียบหรือมาตรฐานที่เคร่งครัดจนเกินไป จนทำให้ผู้ประกอบการหาทางออกไม่ได้ การตีความที่เหมาะสมจึงต้องอาศัยประสบการณ์และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

เส้นทางสู่การทำงานในองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

คุณมติมาเล่าถึง 2 บทบาทที่เธอได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)- เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 เป็นวันที่เริ่มเข้าไปช่วยงาน ICAO สำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ตั้งอยู่ใกล้สวนรถไฟ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครฯ การทำงานนี้เป็นความร่วมมือของประเทศไทยที่สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญให้กับ ICAO โดยเข้าไปทำงานในฐานะ Flight Safety Expert และได้นำเอาความรู้ ประสบการณ์ของประเทศไทยไปช่วยให้คำแนะนำประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อสนับสนุนด้านเทคนิคในการสร้างระบบการกำกับดูแลด้านการบินในด้านต่างๆ แนะนำการแก้ไขข้อบกพร่องหรือการเตรียมตัวรับการตรวจสอบจาก ICAO เช่น ประเทศมาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก เช่น ฟิจิ คีริบาส เป็นต้น ซึ่งประสบการณ์ที่ประเทศไทยเคยผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินมาหลายครั้ง  พบเจอปัญหาคล้าย ๆ กัน เช่น เรื่องการขาดแคลนบุคลากร การขาดองค์ความรู้ การใช้ระยะเวลาปรับปรุงกฎระเบียบ เป็นต้น ทำให้เกิดความเข้าใจปัญหาของประเทศต่าง ๆ สามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์และช่วยแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ไม่ใช่มาไล่ทฤษฎีให้ฟัง หรือคอยแต่จ้องจับผิด และเมื่อเรารับรู้ว่าคำแนะนำของเราเป็นประโยชน์ หรือช่วยปลดล็อกปัญหาของเขาได้ ความรู้สึกดี ๆ ที่ได้กลับมามันเกินบรรยายจริง ๆ

ส่วนบทบาทที่ 2 เพิ่งได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ในตำแหน่ง “ผู้ตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยสากล” หรือ USOAP Auditor กว่าจะได้ทำหน้าที่นี้ใช้เวลานานเกือบ 5 ปี เพราะเจอปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และต้องรอคิวตามลำดับความขาดแคลนของแต่ละสาขาของ USOAP Auditor ด้วย งานที่ทำมีหน้าที่ตรวจสอบหน่วยงานการบินพลเรือนของประเทศสมาชิกว่าเขามีระบบการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผลแค่ไหน เป็นไปตามมาตรฐานที่ ICAO กำหนดหรือไม่ ประเทศที่เดินทางไปตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยสากล (USOAP) จะเป็นประเทศทั่วโลกที่อยู่นอกภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีทั้งในเอเชียกลาง ยุโรปและแอตแลนติกเหนือ อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ แอฟริกาตะวันออก และแอฟริกาตะวันตก

“Auditor มีรากศัพท์มาจากคำว่า Audit หมายถึงการฟัง เราไม่ได้มีหน้าที่ไปโต้แย้งกับคนอื่น  แต่เราต้องฟังเยอะ ๆ และฟังด้วยใจที่เป็นกลาง”

ความภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ ICAO’s USOAP Auditor

การทำงานเป็นผู้ตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยสากล (USOAP Auditor) ถ้าเราสามารถทำงานได้อย่างมืออาชีพ และสามารถอธิบายข้อทักท้วงหรือข้อสงสัยได้กระจ่าง มีใจที่เป็นกลางและเที่ยงธรรม สิ่งที่ได้กลับมาเมื่อทำงานเสร็จคือความประทับใจที่ผู้ถูกตรวจสอบจะเดินเข้ามาจับมือ ขอบคุณเราด้วยรอยยิ้มอย่างจริงใจที่การตรวจสอบของเรา คำแนะนำของเรา หรือแม้แต่ข้อบกพร่องที่เรารายงาน เป็นประโยชน์ต่อเขา เราจะกลับบ้านมาด้วยความรู้สึกดี ๆ เสมอและอยากทำให้ดีขึ้นต่อไปอีก นอกจากนี้ประสบการณ์ที่ได้เห็นอุตสาหกรรมการบินในประเทศอื่น ๆ เป็นข้อมูลที่นำมาแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารและพนักงานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เพื่อพัฒนาการกำกับดูแลมาตรฐานการบินพลเรือนของประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น

หลักการทำงานของ USOAP Auditor หญิง 1 ใน 9 คนของ ICAO

การเดินทางไปตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านการบินในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก คุณมติมาบอกว่าได้นำเอา “ค่านิยมขององค์กร” ที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กำหนดไว้ 3 ด้าน ได้แก่ Integrity (ความซื่อสัตย์), Accountability (ความรับผิดชอบ) และ Collaboration (ความร่วมมือ) มาใช้เป็นหลักในการทำงานอยู่เสมอ-ประสบการณ์ที่เคยงานด้านสอบสวนอากาศยานประสบอุบัติเหตุ มีคนเจ็บ คนเสียชีวิตเกิดขึ้นจริง มันสอนให้เราตระหนักว่าอะไรก็ตามที่มันอาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เราจะมองข้ามไม่ได้ เพราะ “อุบัติเหตุ” อาจจะเกิดจากสิ่งขึ้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่คนอาจจะพบเห็นได้ก่อนแต่ละเลยไป ไม่ว่าจะเป็นอากาศยาน ตัวบุคคล การฝึกอบรม สภาพแวดล้อมในการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร หรือการไม่ทำตามมาตรฐาน เพราะฉะนั้นถ้าผู้ตรวจสอบเห็นได้ก่อนและสามารถให้คำแนะนำ ให้แก้ไขอาจจะป้องกันความสูญเสียได้ ซึ่งอาชีพของเรามีผลต่อชีวิตผู้คนมาก ๆ ซึ่งเราต้องซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพต่อความรับผิดชอบหน้าที่ที่เราทำอยู่ ไม่ว่าจะมีคนมองเห็นหรือไม่ก็ตาม หลักการนี้จึงสอดคล้องกับคำว่า Integrity หรือ ความซื่อสัตย์

ส่วนหลักการทำงานต่อมาคือเรื่อง Accountability หรือ ความรับผิดชอบ ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ยิ่งเราทำงานที่ต้องรับผิดชอบกับความปลอดภัยของคนอื่น ยิ่งต้องยึดถือไว้เป็นสิ่งสูงสุด การไปตรวจสอบแต่ละครั้งต้องเตรียมตัวให้ดี เป็นสิ่งที่เราละเลยไม่ได้

และสุดท้ายคือการทำงานแบบมีส่วนร่วม หรือ Collaboration  เราจะให้คุณค่ากับคนในทุกภาคส่วนของการบิน ถึงแม้เราจะมีความรู้ในสาขาของเรา แต่ยังมีอีกหลากหลายสาขา หลากหลายภาคส่วนที่เราไม่รู้ ไม่มีความเชี่ยวชาญ ถ้าเราไม่ร่วมมือกันก็ไม่สามารถบรรลุผลได้เลย เรื่องความปลอดภัยของอากาศยานต้องต่อจิ๊กซอว์ร่วมกัน นอกจากนี้ฝ่ายที่อื่น ๆ แม้จะไม่ได้กำกับดูแลเรื่องความปลอดภัยโดยตรง แต่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ตัวอย่างเช่น การกำกับดูแลทางเศรษฐกิจและการพัฒนาส่งเสริมกิจการการบิน CAAT เราต้องร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่น เพราะถ้าสายการบินที่มาขอใบอนุญาตไม่แข็งแรงในด้านเศรษฐกิจ หรือไม่ได้รับการส่งเสริมให้เติบโตแข่งขันได้ แน่นอนว่าปัจจัยนี้จะส่งผลกระทบถึงขีดความสามารถในการรักษามาตรฐานความปลอดภัยไปด้วย เป็นต้น

และนี่คือเรื่องราวของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทยและได้ก้าวสู่การทำงานในระดับสากล เพื่อยกระดับมาตรฐานการบินของประเทศสมาชิกของ ICAO ทั้ง 193 ประเทศทั่วโลกให้มีความปลอดภัยต่อไป

-(016)

NSM ผุดโครงการ Quick Win ยกระดับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์สู่ระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762012

NSM ผุดโครงการ Quick Win ยกระดับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์สู่ระดับโลก

NSM ผุดโครงการ Quick Win ยกระดับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์สู่ระดับโลก

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.31 น.

“รวิน” ผุดโครงการ Quick Win นำ NSM สู่ระดับนานาชาติ จัดใหญ่เทศกาลหุ่นโลก  21 – 26 พ.ย.นี้ จากนั้นจัด NSM Night At The Museum 2023 ที่โคราช – เชียงใหม่ – กรุงเทพฯ – ปทุมธานี ก่อนเคลื่อนคาราวานวิทยาศาสตร์สู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศลดเหลื่อมล้ำ

10 ตุลาคม 2566 ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM) แถลงข่าวโครงการ Quick Win หรือโครงการเร่งด่วนของ NSM ว่า น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ให้ความสนใจมาดูงานที่ NSM เป็นหน่วยงานแรกใช้เวลามาชมกิจกรรมถึง 2 วันติดกันในฐานะผู้ชม โดย รมว.อว.อยากเห็นกระทรวง อว.เป็นกระทรวงเศรษฐกิจ ตนจึงพยายามพัฒนา NSM ให้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ NSM เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกให้ได้ ไม่ใช่เป็นเพียงแหล่งเรียนรู้เท่านั้น เพราะพิพิธภัณฑ์ระดับโลกในประเทศต่างๆ เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปเยือน พิพิธภัณฑ์จึงเป็นเสมือนความภาคภูมิใจและเป็นตัวแทนของประเทศนั้น การทำให้พิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกได้จะเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชน จังหวัดและประเทศ

ผอ.NSM กล่าวต่อว่า ดังนั้นในระดับเร่งด่วน NSM มีนโยบาย Quick Win ระยะ 6 เดือนเพื่อยกระดับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ไปสู่ระดับโลกด้วยการจัดงานในระดับนานาชาติ งานแรกคือเทศกาลหุ่นโลกหรือ Harmony World Puppet Innovation Festival 2023 ภายใต้แนวคิด “PUPPET TOY ROBOT” ในวันที่ 21 – 26 พ.ย.2566 โดยเทศกาลนี้มีชื่อเสียงในระดับโลกมีหลายสิบประเทศเข้าร่วมซึ่งจะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในระดับนานาชาติ และยังก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจสู่ประเทศไทย งานต่อมาคืองาน NSM Night At The Museum 2023 โดยจัดพร้อมกันใน 4 สถานที่ของ NSM คือ ในวันที่ 22 – 24 ธ.ค.2566 ที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ณ เดอะ สตรีท รัชดา ตั้งแต่เวลา 17.00 – 20.00 น. วันที่ 23 – 24 ต.ค.ที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. โคราช เวลา 18.00 – 21.00 น. วันที่ 23 – 24 ต.ค.ที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ เวลา 18.00 – 21.00 น.และวันที่ 22 – 24 ต.ค.ที่พิพิธภัณฑ์ อพวช.คลอง 5 ปทุมธานี เพื่อเปลี่ยนมุมมองในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในกลางวันมาเป็นช่วงกลางคืน

ผศ.ดร.รวิน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในเดือน พ.ย.2566 NSM นำกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์ที่มีทั้งนิทรรศการและกิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่หลากหลายออกไปให้บริการเยาวชนและประชาชนในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและกระจายการเรียนรู้ไปสู่ทุกพื้นที่ภายใต้แนวคิดเด็กไทยทุกคนต้องเข้าถึงพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ได้อย่างเท่าเทียมกัน อาทิ อุบลราชธานี พะเยา อุทัยธานี นครพนมรวมทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น

-(016)

ROYAL IVY REGATTA x VAN GOGH MUSEUM สัมผัสการหลอมรวมของแฟชั่นและผลงานศิลปะระดับโลกอย่างลงตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761992

ROYAL IVY REGATTA x VAN GOGH MUSEUM สัมผัสการหลอมรวมของแฟชั่นและผลงานศิลปะระดับโลกอย่างลงตัว

ROYAL IVY REGATTA x VAN GOGH MUSEUM สัมผัสการหลอมรวมของแฟชั่นและผลงานศิลปะระดับโลกอย่างลงตัว

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 12.36 น.

ROYAL IVY REGATTA x VAN GOGH MUSEUM สัมผัสการหลอมรวมของแฟชั่นและผลงานศิลปะระดับโลกอย่างลงตัว

ROYAL IVY REGATTA (รอยัล ไอวี รีกัตตา) แบรนด์เสื้อผ้าสไตล์ American Elegance ที่สะท้อนบุคลิกภาพความเป็นผู้นำและสง่างาม ได้เปิดตัวคอลลาบอเรชั่นใหม่ล่าสุดร่วมกับ VAN GOGH MUSEUM พิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อดังระดับโลกที่อุทิศให้กับผลงานของวินเซนต์ แวนโก๊ะ (VINCENT VAN GOGH) จิตรกรชาวดัตช์ หนึ่งในผู้มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกแบบอิมเพรสเช่นนิสท์ ที่มีเอกลักษณ์เป็นสีสันจัดจ้านและฝีแปรงที่แฝงอารมณ์อย่างตรงไปตรงมาอันเป็นรากฐานแห่งศิลปะสมัยใหม่

โดยภายในงานเปิดตัวคอลเลกชั่น ROYAL IVY REGATTA x VAN GOGH MUSEUM ได้รับเกียรติจากนักแสดงสาวคนดัง อแมนด้า ออบดัม และ กร วรรณไพโรจน์ ศิลปินหนุ่มฮอตสมาชิกจากวง PROXIE ร่วมถ่ายทอดความสวยงามของงานศิลปะที่ถ่ายทอดลงบนแฟชั่นเสื้อผ้า พร้อมด้วย คิด-คณชัย เบญจรงคกุล ผู้คร่ำหวอดในแวดวงการศิลปะและการถ่ายภาพ และเป็นช่างภาพผู้ถ่ายภาพแฟชั่นให้กับคอลเลกชั่นในครั้งนี้ด้วย โดยทุกท่านจะร่วมพูดคุยถึงมุมมองในการถ่ายทอดงานศิลปะระดับโลกอันทรงคุณค่า มาเป็นไลฟ์สไตล์แฟชั่นที่สามารถอยู่ในชีวิต ประจำวันได้อย่างลงตัว

ผลงานแฟชั่นในคอลเลกชั่น ROYAL IVY REGATTA x VAN GOGH MUSEUM ได้หยิบเอาผลงานระดับมาสเตอร์พีชของวินเซนต์ แวนโก๊ะ อาทิ ผลงาน Sunflowers, Almond Blossom, Wheatfield with a Reaper, Landscape with Houses and Self-Portrait with Straw Hat. ออกมาเป็นคอลเลกชั่นที่ผสมผสานศาสตร์แห่งศิลปะบนเสื้อผ้าสมัยใหม่ ถ่ายทอดเรื่องราวลงบนเสื้อผ้าและเครื่องประดับหลากหลายไอเทม

สำหรับคอลเลกชั่นของผู้หญิงจะโดดเด่นด้วยสีสันและลวดลายที่งดงามจากผลงานของวินเซนต์ แวนโก๊ะ ถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าที่สามารถเลือกสวมใส่ได้หลากหลายโอกาส อาทิ ชุดเดรส (Shift Dress) และเสื้อแขนยาวลายผลงาน Sunflowers, เสื้อท็อป และเดรสทรงป้าย (Wrap dress) ผลงาน Wheatfield with a Reaper ตอบโจทย์ความมีสไตล์ได้แบบ day-to-night ส่วนคอลเลกชั่นสำหรับผู้ชาย ยังคงความคลาสสิกที่เหนือกาลเวลา กับไอเทมที่สวมใส่ได้ครบทุกโอกาส ทั้งเสื้อยืดคอกลม เสื้อโปโล เสื้อเชิ้ต ที่สามารถสวมใส่ได้ในวันสบายๆ หรือใส่เป็นออฟฟิศลุคก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และพลาดไม่ได้คือ แอ๊กเซสซอรี่ที่จะคอมพลีทลุค ไม่ว่าจะเป็นหมวก หรือกระเป๋า ให้ได้เลือกหลากหลายดีไซน์

สัมผัสงานศิลปะระดับโลกที่ผสานลงตัวกับแฟชั่นในคอลเลคชั่นสุดพิเศษ ROYAL IVY REGATTA x VAN GOGH MUSEUM ได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน ROYAL IVY REGATTA ทุกสาขา และช้อปออนไลน์ www.royalivyregatta.com

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสุโขทัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761963

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสุโขทัย

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสุโขทัย

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 10.05 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสุโขทัย 

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2566 ณ วัดคลองปู ตำบลคลองยาง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เจ้าหน้าที่มูลนิธิมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ พร้อมด้วย นายอำเภอสวรรคโลก  ปลัดจังหวัด ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ตำรวจสวรรคโลก นักเรียนโรงเรียนศรีนคร นักเรียนการศึกษานอกโรงเรียนศรีสำโรง อสม. และจิตอาสาพระราชทาน ร่วมประกอบอาหารจากโรงครัวพระราชทานของมูลนิธิฯ และรถประกอบอาหารเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา  โดยในวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการประกอบอาหารเพื่อแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ จ.สุโขทัย จำนวน 2 มื้อ รวม 3,500 กล่อง เมนูในวันนี้ได้แก่ หมูชิ้นผัดซอส กระเพราหมูสับ หมูหวาน และข้าวสวย  และตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 7 – 9 ตุลาคม 66 มูลนิธิฯ ได้ประกอบอาหารปรุงสุกเพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย รวมทั้งสิ้น 9,500 กล่อง 

จังหวัดสุโขทัยได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ปริมาณน้ำที่ไหลมาจากอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ มีปริมาณมากทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำยม และคลองต่างๆเพิ่มสูงขึ้นเอ่อล้นไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน เกิดน้ำท่วมฉับพลัน สิ่งสาธารณประโยชน์ เส้นทางคมนาคม และพื้นที่ทางการเกษตร ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

สาวกซีรี่ส์ระวัง! นั่งจ้องจอนาน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของกระดูกคอเสื่อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761848

สาวกซีรี่ส์ระวัง! นั่งจ้องจอนาน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของกระดูกคอเสื่อม

สาวกซีรี่ส์ระวัง! นั่งจ้องจอนาน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของกระดูกคอเสื่อม

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 07.10 น.

แพทย์เฉพาะทางเตือนสาวกซีรี่ส์ เปลี่ยนอิริยาบถบ้างในขณะที่รับชม อาจลดอาการบาดเจ็บของกระดูกคอได้ เพราะหากนั่งจ้องจอเป็นเวลานาน เสี่ยงเป็นโรคกระดูกคอเสื่อมในอนาคต

นายแพทย์ศิรวิชญ์ สุวิทยะศิริ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลังและระบบประสาท โรงพยาบาลเอสสไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ เผยว่า ปัจจุบันพบผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาด้วยอาการปวด คอ บ่าไหล่ มีจำนวนมากขึ้น และที่น่าสนใจคือช่วงอายุลดลง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่นั่งดูหนังในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ

ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ที่ใช้งานโทรศัพท์ไม่ได้อยู่ในท่าที่ถูกต้อง แต่จะก้มหน้าเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานานเกิน 2 ชั่วโมงไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการดูซีรี่ส์ต่างต้องใช้เวลารับชมที่ค่อนข้างนาน และอยู่ในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ยกตัวอย่างการที่เราจะดูซีรี่ส์ในแต่ละครั้ง ต้องใช้ระยะเวลาในการรับชมที่ค่อนข้างนาน และไม่ว่าจะอยู่ในท่านั่งหรือท่านอน โดยไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ ต่างก็ทำให้ร่างกายเกิดอาการปวดขึ้นได้จากท่าท่างที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้เซลล์อักเสบเกิดขึ้นจนร่างกายเริ่มหาตัวช่วย โดยการดึงเอาแคลเซียมที่อยู่ในเลือดเข้ามารักษาในบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บ เมื่อเราอยู่ในท่าเดิมซ้ำๆโดยไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถจนเป็นพฤติกรรมที่เคยชิน ส่งผลทำให้เกิดโรคกระดูกคอเสื่อมตามมา

อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าหากจำเป็นต้องดูหนังหรือซีรี่ส์ ควรดูผ่านโทรทัศน์จะดีกว่าโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเลต หากเลี่ยงไม่ได้ อาจต้องเสริมด้วยการใช้แท่นวางโทรศัพท์ หรือถือโทรศัพท์ให้อยู่ในระดับสายตาที่สามารถมองเห็นได้สะดวก โดยไม่ต้องก้มศีรษะ เพื่อลดแรงกระทำต่อกระดูกสันหลังบริเวณคอ และควรนั่งหลังตรงโดยมีพนักพิงหลังหรือศีรษะ ก็จะช่วยลดแรงที่กระทำต่อกระดูกสันหลังได้มากขึ้น แต่ถึงแม้จะปรับเปลี่ยนอิริยาบถที่ถูกต้องแล้วก็ตาม การนั่งก้มดูโทรศัพท์เป็นเวลานานเกิน 2 ชั่วโมงนั้นก็ยังมีโอกาสทำให้เกิดอาการปวดคอได้เช่นกัน ดังนั้น ควรลุกขยับตัว หรือเปลี่ยนท่าทางขณะรับชมบ้าง และไม่ควรอยู่กับที่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานๆ หรือควรพักสายตาทุก 30-40 นาที โดยมองออกไปทางอื่น หรือวางแผนการรับชมซีรี่ส์ตามที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

อีกทั้ง เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกปวดบริเวณคอแบบเป็นๆ หายๆ หรือปวดคอเรื้อรัง ถึงแม้จะได้รับการรักษาโดยการรับประทานยา หรือกายภาพบำบัดมาแล้วก็ตาม แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้นร่วมกับมีอาการปวดคอร้าวลงแขน ปวดต้นคอท้ายทอยร้าวขึ้นศีรษะ ซึ่งอาการเหล่านี้บ่งชี้ว่าไม่ใช่แค่อาการปวดธรรมดา แต่ร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคกระดูกคอเสื่อม ดังนั้น จึงควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังเพื่อวางแนวทางการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ เนิร์ฟ โทร.02-0340808

นพ.ศิรวิชญ์ สุวิทยะศิริ

นพ.ศิรวิชญ์ สุวิทยะศิริ

ผู้บริหารสาวเก่ง ‘อรเอพริล’ เจ้าแม่ขนมเปี๊ยะ เปิดตัว ‘เปี๊ยะยิ้ม’ ชวนลิ้มรส ‘ขนมเปี๊ยะไก่หยอง’ สูตรพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761844

ผู้บริหารสาวเก่ง ‘อรเอพริล’ เจ้าแม่ขนมเปี๊ยะ  เปิดตัว ‘เปี๊ยะยิ้ม’ ชวนลิ้มรส ‘ขนมเปี๊ยะไก่หยอง’ สูตรพิเศษ

ผู้บริหารสาวเก่ง ‘อรเอพริล’ เจ้าแม่ขนมเปี๊ยะ เปิดตัว ‘เปี๊ยะยิ้ม’ ชวนลิ้มรส ‘ขนมเปี๊ยะไก่หยอง’ สูตรพิเศษ

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กนกกัญจน์ มธุรพร หรือ “อรเอพริล”

ได้ชื่อว่า “เจ้าแม่ขนมเปี๊ยะ” หลังจากที่ กนกกัญจน์ มธุรพร หรือ“อรเอพริล” บริหารแบรนด์ “April’sBakery” (เอพริล เบเกอรี่)แบรนด์เปี๊ยะและเบเกอรี่เจ้าแรกในประเทศไทยที่ขายพายหมูแดงสูตรฮ่องกง จนปังแบบฉุดไม่อยู่ ล่าสุดเธอเพิ่งเปิดตัวขนม “ขนมเปี๊ยะไก่หยอง”ใหม่ ภายใต้ชื่อ “เปี๊ยะยิ้ม” รังสรรค์ด้วยเนื้อไก่ชั้นดีผสานสูตรพิเศษสู่เปี๊ยะแป้งนุ่ม ไส้แน่น อุดมด้วยโปรตีนขนมเปี๊ยะรสชาติใหม่ที่จะทำให้หลงรักของว่างชิ้นโปรดนี้มากกว่าที่เคย

กนกกัญจน์ มธุรพร หรือ “อรเอพริล” ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด และประธานบริหารแบรนด์ April’s Bakery กล่าวว่า “ขนมเปี๊ยะ” เป็นของว่างที่ได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัย และเป็นขนมที่คนจีนนิยมใช้ในงานมงคล เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความปรารถนาดีต่อกัน และความสมัครสมานสามัคคี April’s Bakery จึงมุ่งมั่นพัฒนาขนมเปี๊ยะคุณภาพออกมาให้นักชิมได้ลิ้มรสความอร่อยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัว “ขนมเปี๊ยะไก่หยอง” ใหม่ ภายใต้แบรนด์ “เปี๊ยะยิ้ม”รังสรรค์ขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน ใช้เนื้อไก่เกรดพรีเมียม ปรุงรสด้วยสูตรพิเศษ ทำให้แป้งบางแต่นุ่มละมุน ไส้ไก่หยองอัดแน่น ชุ่มฉ่ำทุกคำ และอุดมด้วยโปรตีน ที่สำคัญเก็บได้นานถึง 6 เดือนเหมาะสำหรับทุกเพศ สามารถทานเป็นอาหารว่างรองท้องเวลาหิวได้เป็นอย่างดี หรือจะทานพร้อมกาแฟหรือจิบพร้อมชายามบ่าย ราคากล่องละ120 บาท พิเศษสุดโปรโมชั่นช่วงเปิดตัว ราคาเพียง 75 บาทต่อกล่อง

“เพราะเราเป็นขนมเปี๊ยะเจ้าแรกในประเทศ ที่ผลิตไส้คาวออกมาสู่ผู้บริโภค และได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี ที่สำคัญขนมเปี๊ยะของเราแป้งบางไส้เยอะ คุ้มค่าต่อผู้บริโภคทุกคน “ขนมเปี๊ยะไก่หยอง” จึงเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่มาจากความตั้งใจของเรา ซึ่งอยากให้ทุกคนได้ลิ้มลอง ความมุ่งมั่นของการดำเนินงานของสิงหาฟู้ด จากจุดขายของแบรนด์ที่เป็นเจ้าแรกในประเทศที่จำหน่ายพายสูตรฮ่องกง แต่ใช้กลยุทธ์การพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้าแบบรสชาติคนไทย โดยไม่ทิ้งเอกลักษณ์ที่แตกต่าง ภายใต้การผลิตที่มีคุณภาพสูงสะอาด ปลอดภัย สินค้าทุกชิ้นมีขั้นตอนการคัดสรร (QC) ที่เข้มงวด และควบคุมสูตรการผลิตทุกสูตรให้ออกมาเป็นสินค้าที่ยอดเยี่ยม”

สำหรับแบรนด์ April’s Bakery ภายใต้การบริหารงานของ สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ ได้เดินทางมาสู่ปีที่ 13 แล้ว ปัจจุบันมีการพัฒนาสูตรไส้ต่างๆ จนมีถึง 26 ไส้ และมีสาขามากกว่า 40 สาขา โซน Take home ในห้างชั้นนำ ตลอดจนร้านกาแฟกว่า 150 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนั้น April’s Bakeryยังได้ขยายธุรกิจและสินค้าเข้าสู่ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ทั่วประเทศ มากกว่า 13,500 สาขา และมียอดสั่งซื้อมากกว่า 100,000 กล่องต่อวัน มากถึง 400,000 ชิ้นต่อวัน โดยสินค้าที่จัดจำหน่าย ได้แก่ เปี๊ยะโมจิลาวาเบลเยียมช็อกโกแลต เปี๊ยะโมจิลาวาไข่เค็ม เปี๊ยะโมจิลาวาโอวัลติน เปี๊ยะหมูแดง เปี๊ยะจิ๋วไส้ถั่ว ฯลฯ ไม่เฉพาะเปี๊ยะหรือพาย แต่ยังมีสินค้าที่หลากหลาย อาทิ ผลิตเค้ก ขนมปัง และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนั้น ยังผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ตนเอง และรับทำ OEM ให้กับลูกค้าหลายๆ เจ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างโอกาสให้แบรนด์สามารถพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ นำเสนอคุณภาพของสินค้าทั่วเอเชียอีกด้วย ภายใต้วิสัยทัศน์“เรามุ่งมั่นที่จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ให้ได้ตามมาตรฐานระดับสากล”

“ขนมเปี๊ยะไก่หยอง” ใหม่ ภายใต้แบรนด์ “เปี๊ยะยิ้ม” ราคากล่องละ 120 บาท พิเศษสุดโปรโมชั่นช่วงเปิดตัว ราคาเพียง 75 บาทต่อกล่อง ทางช่องทางออนไลน์ Lazada, Shopee, TikTok: @Piaymofficial และ LINE Shop หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ และ April’s Bakery ได้ที่ http://aprilbakerythailand.com/index.php

สืบสานเส้นทางกว่า 150 ปี ‘การค้าสมาคมไทย-จีน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761869

สืบสานเส้นทางกว่า 150 ปี ‘การค้าสมาคมไทย-จีน’

สืบสานเส้นทางกว่า 150 ปี ‘การค้าสมาคมไทย-จีน’

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน สมาคมของชาวจีนโพ้นทะเลที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ก่อตั้งมากว่า 150 ปี นำโดย วีระ วาณิชยพิทักษ์ นายกสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ สมัยที่ 28 เชิญ หาน จื้อเฉียงเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย มากล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ความทันสมัยแบบจีนและความสัมพันธ์จีน-ไทยในยุคใหม่” ณ โรงแรมรอยัลออคิด เชอราตัน ถนนเจริญกรุง เมื่อวันเสาร์ที่ 16 กันยายน 2566

สมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน มีสมาชิกที่ดำเนินธุรกิจนำเข้าส่งออกไม่ต่ำกว่า 27 ประเภท ทำการติดต่อค้าขายกับนานาประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นกับสาธารณรัฐประชาชนจีนไต้หวัน ฮ่องกง ยุโรป สหรัฐอเมริกา และประเทศในเอเชียอาคเนย์ รวมทั้งเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง มากความสามารถ ช่วยสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องให้แก่สมาคมฯ

ด้วยนโยบายของสมาคมฯ นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มุ่งมั่นถวายความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ สร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีงามกับสมาคมอื่นๆ สร้างสรรค์กิจกรรมยังประโยชน์เพื่อตอบแทนสังคม เป้าหมายสำคัญคือ การส่งเสริมให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่วงการอุตสาหกรรมและธุรกิจการค้าของประเทศไทย พยายามเชื่อมสัมพันธไมตรีกับวงการการค้าและอุตสาหกรรมทั่วโลก ด้วยความทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ สานต่อเจตนารมณ์ และสร้างความเจริญให้ยิ่งๆ ขึ้นไป