CAC คว้ารางวัลแนวร่วมต้านคอร์รัปชันยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแปซิฟิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761517

CAC คว้ารางวัลแนวร่วมต้านคอร์รัปชันยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแปซิฟิก

CAC คว้ารางวัลแนวร่วมต้านคอร์รัปชันยอดเยี่ยมแห่งเอเชียแปซิฟิก

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption หรือ CAC) ร่วมรับรางวัลแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ประจำปี 2566 จากเวที Asia-Pacific Anti-Corruption Collective Action Awards 2023 โดยสถาบัน Basel Institute on Governance จัดขึ้น ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมทั้งยกย่องแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันที่มีแนวคิดริเริ่ม แนวปฏิบัติที่ดี และมีนวัตกรรมที่โดดเด่นในการจัดการกับการทุจริตและยกระดับมาตรฐานของความซื่อสัตย์ในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับแนวร่วมอื่นๆ ในการดำเนินงานในอนาคต

พรหเมศร์ เบ็ญจรงค์กิจ ผู้อำนวยการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย ซึ่งขึ้นรับมอบรางวัลในครั้งนี้ กล่าวว่า รางวัลที่ได้รับสะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานของแนวร่วมภาคเอกชนไทยเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของเอกชนไทย จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และเป็นครั้งแรกที่ CAC ได้รับรางวัลนี้จากผลการส่งเสริมให้บริษัทต่างๆ มีการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่จะปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบและมีการกำกับดูแล ตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจให้มีความโปร่งใสและยั่งยืน รวมถึงการเป็นกระบอกเสียงให้กับภาคธุรกิจเอกชนของไทยในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน

“ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากผู้ก่อตั้ง CAC ชายชัญ จารุวัสตร์ ทีมงาน CAC และ ThaiIOD ทั้งอดีตและปัจจุบัน ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม รวมถึงเครือข่ายบริษัทเอกชนไทยในแนวร่วม CAC ทั้งหมด ทั้งนี้ในอนาคต CAC ยังมีแผนสร้างความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐและภาคประชาสังคม อย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาและลดระดับปัญหาการคอร์รัปชันของประเทศไทยที่มีมาอย่างยาวนาน รวมถึงแผนส่งเสริมบริษัท SMEs ในการพัฒนาระบบควบคุมภายในที่เหมาะสมในการป้องกันการคอร์รัปชัน” พรหเมศร์ กล่าว

Science Update : เขา ‘มองบลังค์’ ความสูงลดลง 2 เมตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761506

Science Update : เขา ‘มองบลังค์’ ความสูงลดลง 2 เมตร

Science Update : เขา ‘มองบลังค์’ ความสูงลดลง 2 เมตร

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักวิจัยฝรั่งเศสและทีมผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์ แถลงข่าวในเมืองชาโมนิกซ์ ในเทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศสว่า ยอดเขามองบลังค์ (Mont Blanc) ในฝรั่งเศส ภูเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์ และเป็นยอดเขาสูงที่สุดในยุโรปตะวันตก ความสูงลดลงมากกว่า 2 เมตรในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะนี้ ภูเขาลูกนี้มีความสูง 4,805.59 เมตร (1,5766.37 ฟุต) ลดลงจากการวัดครั้งล่าสุด ที่ 4,807.81 เมตร(1,5773.65 ฟุต) ในเดือนกันยายน 2564 ขณะนี้ขึ้นอยู่กับนักอุตุนิยมวิทยา, นักธรณีวิทยา และนักวิทยาศาสตร์อื่นๆ ที่จะพิจารณาข้อมูลที่รวบรวมและเสนอทฤษฎีทั้งหมดเพื่ออธิบายปรากฏการณ์นี้ แต่การหดตัวอาจมีสาเหตุมาจากฝนตกน้อยในช่วงฤดูร้อนนี้

ในขณะที่ทั่วโลกตื่นตระหนกเรื่องธารน้ำแข็งที่กำลังละลาย, ความสูงอย่างเป็นทางการของยอดเขามองบลังค์ ก็ลดลงอย่างต่อเนื่องมานานกว่าทศวรรษ โดยในปี 2550 ความสูงอยู่ที่4,810.90 เมตร (15,783.79 ฟุต) เช่นเดียวกับธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์ ที่ประสบปัญหาอัตราการละลายที่เลวร้ายที่สุดเป็นอันดับสองในปีนี้ หลังจากที่ละลายเป็นประวัติการณ์ในปี 2565โดยปริมาณโดยรวมลดลงร้อยละ 10 ในช่วงสองปีที่ผ่านมา

ยอดเขามองบลังค์ ฉายา “หลังคายุโรป” ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวระหว่าง 20,000-30,000 คน พยายามไปเที่ยวเที่ยวปีนเขาลูกนี้ แต่เส้นทางปีนเขาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ถูกจำกัดนักปีนเขา 214 คนต่อวันเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด

หนังสือเด่น : เรียนลัดการทำธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งโมเดลธุรกิจและด้านการตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761505

หนังสือเด่น : เรียนลัดการทำธุรกิจแฟรนไชส์  ทั้งโมเดลธุรกิจและด้านการตลาด

หนังสือเด่น : เรียนลัดการทำธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งโมเดลธุรกิจและด้านการตลาด

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในช่วงที่ยากลำบาก ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาได้ในทุกวันนี้  คนทั่วไปตัวเล็กๆอย่างเราเริ่มมองหารายได้อื่นๆเพิ่ม แล้ว “แฟรนไชส์” ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเพราะดูเหมือนเป็นธุรกิจที่เขาวางมาดีสำเร็จรูปแล้ว เราเพียงแค่นำมาสานต่อ สำหรับเจ้าของธุรกิจก็หันมาให้ความสนใจในการสร้างระบบแฟรนไชส์ ขยายสาขากันเพิ่มขึ้นเพื่อหวังเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น เพื่อขยายธุรกิจแบบไร้ขีดจำกัด และหวังผลรายได้ที่มากขึ้น

“ปั้นธุรกิจในฝันให้เป็นแฟรนไชส์ 100 ล้าน ง่ายนิดเดียว!” ผู้เขียน ธนบรรณ สัมมาชีพ ซึ่งเป็น ผู้บริหาร นักเขียนและวิทยากรอิสระ และเป็นเจ้าของผู้ก่อตั้งแฟรนไชส์ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญมานาน หนังสือเล่มนี้เขียนจากความรู้และประสบการณ์ที่ได้ตกผลึกจากจากประสบการณ์ทำงานจริงของผู้เขียน และจากแหล่งความรู้มากมายทั่วโลก (ผสมทฤษฎีและประสบการณ์) เขียนขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นแฟรนไชซอร์มือใหม่ หรือที่เป็นอยู่แล้วและยังไม่ไปถึงไหนได้มาทบทวนตัวเอง ได้ศึกษา วิธีการ และกลยุทธ์และอื่นๆที่จำเป็นสำหรับทำธุรกิจนี้เพื่อให้เจริญก้าวหน้าไปด้วยดี   โดยหวังว่าจะเป็นเป็นเหมือนหลักสูตรลัดให้ได้เรียนรู้และลงมือทำอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องลองผิดลองถูก

เนื้อหาหนังสือแบ่งออกเป็น 4 บทหลัก ได้แก่ บทแรก เป็นการทบทวนตัวเองก่อนเข้าสู่วงการโดยการ Start with Why   เพื่อถามตัวเองว่าทำไมถึงอยากจะมาขายแฟรนไชส์ โดยอ้างตามทฤษฏีของ The Golden Cycle ของ  Simom Sinek ผู้เขียนหนังสือ  Start with Why   หลังจากนั้นมากำหนด Brand Purpose ว่าทำไมลูกค้าถึงต้องมีแฟรนไชส์ของเรา  ปัจจัยสำคัญที่ลูกค้าพิจารณาในการซื้อแฟรนไชส์ของเรา อาทิ สินค้าเราต้องเป็น Blue Ocean   เราจะขายแฟรนไชส์ในรูปแบบใด มีทรัพยากรหลักที่เหนือกว่าคู่แข่ง  การกำหนดค่าธรรมเนียมแบบWin Win หลักการคิดคืออะไร  การวิเคราะห์และแก้ปัญหาขายแฟรนไชส์มาหลายปี ทำไมไม่รุ่งสักทีด้วย VRIO Analysis  

บทที่ 2 เป็นการขับเคลื่อน Brand Purpose ให้เป็นจริง และจะไปถึงจุดนั้นได้ด้วยกลยุทธ์อะไร ด้วยกิจกรรมผ่านทฤษฏีห่วงโซ่แห่งคุณค่า Value Chain   การทำ Benchmark ด้านต่างๆของตนเองกับคู่แข่ง วิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อย การใช้กลยุทธ์ที่เหนือกว่า  และบทที่ 3 การนำเสนอลูกค้าเป้าหมายว่าเราช่วยให้รวยลัดประหยัดเวลา ได้ อาทิ นำเสนอว่าแบรนด์เราแข็งแรง อายุกิจการยาวนาน กำไรงาม ส่งต่อความสำเร็จได้ง่าย มีโมเดลธุรกิจที่ทำเงินเสมอ และบทที่ 4 เป็นบทส่งท้ายจากใจผู้เขียน

หนังสือเหมาะสำหรับคนที่มีพื้นฐานการทำธุรกิจ และการตลาดมาแล้วพอสมควร ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่ที่อยากได้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำแฟรนไชส์   เพราะเนื้อหาจะค่อนข้างแอดวานส์ มีหลักการและทฤษฎีประกอบที่ค่อนข้างเป็นวิชาการ อาจจะดูยากไปสำหรับผู้เริ่มต้น  มีการยก Case Study เด่นๆมาประกอบการอธิบายในแต่ละบท มีคำถามท้ายบทในสาระสำคัญในหัวข้อที่จะสื่อสารและให้ผู้อ่านได้ทำการบ้านและทบทวนในเรื่องนั้นๆ

หนังสือเป็นของสำนักพิมพ์ เดอะวัน พับลิชชิ่ง  ราคาเล่มละ 245 บาท

เคล็ดลับการดื่มของมึนเมา

ที่ไม่ทำลายสุขภาพจากหมอญี่ปุ่น

“คุณหมอจะบอกให้ ‘ดื่ม’ ยังไง ‘ไม่ให้พัง’ ฉบับมังงะ” ผู้เขียน Kaori Haishi (คาโอริ ฮาอิชิ) ผู้แปล ปิยะวรรณ ทรัพย์สำรวม “คาโอรุ”  “ซัตซึกิ” และ “มาอิ” สามสาวเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลาย ผู้มีชีวิตจิตใจหลงใหลในการดื่ม เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน พวกเธอจึงตัดสินใจอยู่แชร์เฮ้าส์ร่วมกัน เพื่อสานฝันในการร่ำสุรา แต่แล้วเรื่องวุ่นวายก็เกิดขึ้น เมื่อแชร์เฮ้าส์ที่แสนสุขไม่ได้มีแค่พวกเธอ กลับมีคุณหมอสุดหล่อจอมจุ้นจ้าน “มาซาโยชิ โมริยะ” ที่คอยสั่งสอนสามสาวถึงวิธีการดื่มอย่างถูกวิธี  หนังสือเล่มนี้จะพาคุณผู้อ่านท่องไปในโลกแห่งการดื่ม พร้อมนำเสนอข้อเท็จจริงต่าง ๆ เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ รวมถึงคำแนะนำการดื่มที่ดีต่อสุขภาพ ถ่ายทอดโดย “คุณ คาโอริ ฮาอิชิ” นักเขียนเรื่องสุราผู้คร่ำหวอดในอาณาจักรน้ำเมาและรักการดื่มเป็นชีวิตจิตใจ ให้ข้อมูล มอบคำแนะนำ ข้อคิด คำเตือนต่าง ๆ รวมทั้งตอบข้อสงสัยและขจัดความเชื่อผิด ๆ ที่ผู้คนมีเกี่ยวกับการดื่ม เพื่อให้คุณชนแก้วครั้งต่อไปได้อย่างสบายใจ ถ้าอยากได้เคล็ดลับการดื่มที่ถูกต้อง จากคุณหมอชาวญี่ปุ่น เพื่อให้การดื่มครั้งต่อไป ไม่อ้วน ไม่ป่วย และไม่แฮงก์ อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะไม่ผิดหวังหนังสือคุณหมอจะบอกให้ ‘ดื่ม’ ยังไง ‘ไม่ให้พัง’ ฉบับมังงะ ราคา 210 บาท

ดูแลบุตรหลานแบบองค์รวม

เพื่อพัฒนาการที่ดีทั้งกาย ใจ ปัญญา สังคม

“7 Life Processes พลังชีวิต สร้างสมองอัจฉริยะ” ผู้เขียน ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล (หมอปอง), นพ. มีชื่อเสียงจากหนังสือเล่มแรกคือ “12 Senses เลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการ” หนังสือเล่มนี้เป็นภาคต่อ ตามแนวทางของแพทย์มนุษยปรัชญาและแพทย์องค์รวม เน้นเรื่องความสัมพันธ์ของกาย จิต และสมองที่สัมพันธ์กัน ประสานทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน ดังนั้นร่างกายของเด็กที่มีพัฒนาการที่ดีตามวัย ย่อมส่งผลดีต่อสมองและการเรียนรู้ แต่หากเด็กมีความผิดปกติทางกาย โดยเฉพาะระบบการย่อยอาหาร ที่มีผลจากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมและระบบการศึกษาที่บีบคั้น สมองและการเรียนรู้ของเด็กย่อมติดขัด ส่งผลร้ายถึงขั้นเจ็บป่วยทั้งกาย จิต และสมอง ตั้งแต่วัยเด็กและต่อเนื่องเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และส่งผลให้กระบวนการเรียนรู้ ความคิด และจิตใจ ติดขัดไปด้วย หากพ่อแม่และครูเข้าใจเรื่อง “12 Senses” หรือ “12 ผัสสะการรับรู้ของเด็ก” ร่วมกับ “การทำงานของ 7 Life Processes” หรือ “กระบวนการชีวิตทั้ง 7” ที่สัมพันธ์กับพลังสมองและพลังการเรียนรู้แล้ว จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งทางกาย ใจ ปัญญา สังคม ได้เต็มศักยภาพ เพราะการศึกษาที่แท้จริง  ด้วยร่างกายที่แข็งแรง ด้วยหัวใจที่เป็นสุข และด้วยสมองที่มีปัญญา หนังสือราคา 380 บาท

ค้นพบแพสชั่นที่ใช่ของตนเอง

เพื่อความสำเร็จและอิสรภาพในชีวิต

“Unfollow Your Passion แพสชั่นที่ไม่ใช่ ทิ้งไปก็ไม่ผิด” ผู้เขียน Terri Trespicio (เทอร์รี เทรสปิชิโอ) ผู้แปล พชร สูงเด่น ชีวิตเราสามารถมีแพสชั่นได้หลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องมีแพสชั่นเดียว หนังสือเล่มนี้จะรวบรวมแนวคิดไว้ให้คนที่กำลังหาหาแพสชั่นที่ใช่ หรือกำลังสับสนกับชีวิตกับแพสชั่นที่ตนเองคิดว่าใช่ ได้สำรวจและทบทวนชีวิตตัวเองด้วยหลัก 3 ข้อ ได้แก่ ‘เลิกตาม’ แพสชั่น ‘เปิดเปลือย’ ความสนใจเพื่อปลดล็อกทักษะที่ซ่อนอยู่ และ ‘ปลดปล่อย’ ชีวิตสู่อิสรภาพ เพื่อปรับมุมมองต่อเรื่องการมีแพสชั่นอีกครั้ง  เมื่ออ่านแล้วจะได้ทบทวนตัวเองได้ว่าเรากำลังกำลังไล่ตามแพสชั่นผิดเส้นทางอยู่หรือไม่ หรือกำลังไล่ตามเป้าหมายคนอื่นที่ไม่ใช้เป้าหมานแท้จริงของตนเองอยู่ หรือมัวแต่หมกหมุ่นอยู่กับการแก้ไขสิ่งที่ไม่ได้ผิดพลาดไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัวอยู่หรือไม่  จำเป็นแค่ไหนที่เราต้องออกนอกคอมฟอร์ตโซน  ความสำเร็จคือการที่ทุกอย่างต้องเป๊ะและปังที่สุดเสมอจริงเหรอเปล่า เรากำลังหาเลี้ยงชีวิตหรือใช้ชีวิตอยู่กันแน่ เป็นต้น หนังสือราคาเล่มละ 399 บาท

สร้างความสุขในชีวิตได้แบบง่ายๆ

เพียงเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆน้อยๆ

“แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” ผู้เขียน ศ.ดร. นภดล ร่มโพธิ์ “นภดล ร่มโพธิ์” อาจารย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของเพจเฟซบุ๊คและพอดแคสต์ ช่อง Nopadol’s Story  เมื่อเราถามตัวเองว่าอะไรทำให้เรามีความสุขในชีวิต คำตอบของคนส่วนใหญ่ก็จะหลากหลายตามบริบทของตนเอง แต่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก  ซึ่งในความเป็นจริงคนเราสามารถมีความสุขได้บ่อยเท่าที่ต้องการจากสิ่งเล็กๆรอบตัวเรา หนังสือเล่มนี้ เกิดขึ้นมาจากบทความที่ผู้เขียนเผยแพร่ในเพจ ที่บางส่วนก็มาจากความคิดที่ได้จากการอ่านหนังสือ บางส่วนก็มาจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน รวมถึงการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้รู้ท่านอื่นๆ ในเล่มได้แบ่งปันข้อคิด มุมมอง และประสบการณ์ต่างๆ ให้กับผู้อ่าน ซึ่งรวบรวมได้จากเรื่องราวรอบตัวที่หลายคนอาจมองข้าม โดยแบ่งออกเป็น 4 พาร์ท 45 มุมมองและข้อคิดดี ๆ ที่อ่านแล้วมีความสุข จากเรื่องราวที่หลายคนอาจมองข้าม อะไรที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสักแค่ไหน ถ้าลองคิดว่ามันเป็นสิ่งดี ๆ หรือ “แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” ชีวิตเราจะมีความสุขเพิ่มขึ้นได้ง่าย ๆ อย่างไม่น่าเชื่อ ข้อคิดและมุมมองเหล่านี้ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ และสร้างความสุขในการใช้ชีวิตของเราให้เพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ วัน หนังสือราคาเล่มละ 255 บาท

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761487

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บรรยากาศท่องเที่ยวคึกคัก ช่วงหยุด ‘สัปดาห์ทอง’ ของจีน

ประมวลภาพบรรยากาศนักท่องเที่ยวเดินทางเยือนสถานที่ท่องเที่ยวมากมายตามภูมิภาคต่างๆ ของจีน ระหว่างช่วงหยุดยาวเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีน ระยะ 8 วัน (29 ก.ย.-6 ต.ค.) หรือ “สัปดาห์ทอง” ซึ่งถือเป็นห้วงยามแห่งการเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศ

ขอบคุณภาพ จากสำนักข่าวซินหัว

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัย จ.ร้อยเอ็ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761518

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย  เชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัย จ.ร้อยเอ็ด

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัย จ.ร้อยเอ็ด

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีมอบถุงยังชีพพระราชทานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์จํานวน 56 รูป และมอบถุงยังชีพพระราชทานให้แก่ประชาชนในพื้นที่อําเภอเสลภูมิ จํานวน 1,138 ถุง ณ วัดโพธิ์ศรีวนาราม ตําบลนางามอําเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2566

จากเหตุฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ลำน้ำยังและลำน้ำชีมีน้ำเอ่อล้น ท่วมพื้นที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ทำให้บ้านเรือน สถานที่ราชการ พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายและมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ประชาชน 2,966 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายประมาณ 50,000 ไร่ ทั้งนี้จังหวัดร้อยเอ็ดได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จำนวน 131 หมู่บ้าน การได้รับถุงยังชีพพระราชทานครั้งนี้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนและสร้างขวัญและกำลังใจอย่างมาก

คุณแหน : 8 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761509

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯโปรดกระหม่อมรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดจากเหตุการณ์ ด.ช.วัย ๑๔ ปี ใช้ปืนยิงกราดในห้างพารากอนจนมีคนเจ็บและตายไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์..

ll นายกรัฐมนตรี เศรษฐาทวีสิน เชื่อมั่นว่าการให้ความสำคัญเรื่องปากท้องต้องจับต้องได้ อย่างน้อยก็ต้องให้แฟนคลับเดิมของเพื่อไทยกลับมาที่มั่นเดิมแสดงศักยภาพให้เด็กมันดูว่าเนื้อในภายใต้แพ็กเกจที่เพื่อไทยเฟื่องฟูในอดีตนั้นคือของจริง แล้วคนไทยที่เหลืออยู่จะทำอย่างไร?..

ll “ทุกคนคือครอบครัวของผมไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด เชื้อชาติใด วันนี้คือคนไทย แผ่นดินไทยแบ่งแยกมิได้ทั้งสิ้น” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อ ๒๐ เม.ย. ๒๕๖๓..

ll“การบริหารบุคคลการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่ต้องให้ความเป็นธรรม ต้องยอมรับความจริงว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นกับการโยกย้ายระบบอุปถัมภ์ ภาพของตำรวจที่ไปถือพวงมาลัยแสดงความขอบคุณนักการเมืองถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ผบ.ตร.ใหม่ต้องกระทำ เรื่องการโยกย้ายให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย” พล.ต.อ.เอกอังสนานนท์..

ll ๒๓ ต.ค.นี้ ศนจ.จัดงานปิยมหาราชานุสรณ์ ๒๕๖๖ เป็นวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชาวจุฬาฯ ต่างน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ น้อมใจแสดงความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงกันในปีนี้ซึ่งได้ก่อตั้งมา ๑๐๖ ปี ภายใต้แนวคิด จุดพลังเพื่อโลกยั่งยืน..

ll ชื่นชมนักวิชาการครูอาจารย์เศรษฐศาสตร์ ๙๙ ท่าน อาทิ ดร.วิรไท สันติประภพ,ดร.ธาริษา วัฒนเกส ฯลฯ ได้อุทิศตนเข้าชื่อออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายแจกเงินดิจิทัลหนึ่งหมื่นบาท พร้อมชี้แจงเหตุผล ใครเป็นใครก็หาอ่านเอาเองก็แล้วกัน..

ll ศาลอาญายกฟ้อง ดร.เสรี วงษ์มณฑา และ วุฒินันท์ นาฮิม ในการจัดรายการในฐานะสื่อมวลชน เพียงการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชม ด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยซึ่งบุคคลหรือประชาชนย่อมกระทำได้ จึงไม่มีความผิดหมิ่นประมาทยกฟ้องกรณี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นโจทก์ฟ้อง..

ll อาทิตย์นี้ ๘ ต.ค.เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ วัดชลประทานรังสฤษดิ์นนทบุรี มีพระราชทานเพลิงศพรศ.พญ.ศรีธรรม ธนะภูมิ..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

แหวกฟ้าหาฝัน : Lauterbrunnen

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761490

แหวกฟ้าหาฝัน : Lauterbrunnen

แหวกฟ้าหาฝัน : Lauterbrunnen

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถานีรถไฟ

นักท่องเที่ยวที่เดินทางไป Schilthorn จะมีเมืองเล็กๆ หรือหมู่บ้านเล็กๆ หลายแห่งให้เลือกเที่ยวระหว่างทาง ทั้งนี้ขึ้นกับจริตของแต่ละคนว่าชอบอะไรแบบไหน บางแห่งจะมีกิจกรรมให้ทำ บางแห่งก็ทำได้แค่เดินเล่นถ่ายรูป ชมวิว แวะจิบกาแฟ หมู่บ้านแรกที่ทุกคนจะต้องผ่านจาก Interlaken ก่อนไป Schilthorn ก็คือ Lauterbrunnen

Lauterbrunnen เป็นทั้งหมู่บ้านและเทศบาลในตำบล Interlaken-Oberhasli เขต Bern ของสวิส เทศบาลนี้ประกอบไปด้วยหมู่บ้านอีกหลายแห่ง อาทิ Wengen,Murren, Gimmelwald, Stechelberg และ Isenfluh ซึ่งเกือบทุกหมู่บ้านล้วนเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถแวะเที่ยวทั้งนั้น หากมีเวลามากพอโดยแต่ละแห่งจะมีกิจกรรมให้ทำแตกต่างกันไป ตามแต่จริตของนักท่องเที่ยว เวลา และเงินในกระเป๋า หมู่บ้านที่ประกอบเป็นหุบเขา Lauterbrunnen ซึ่งตั้งอยู่ที่ฐานของ Bernese Alps นี้ จะเห็นยอดเขาหลายยอดอาทิ Eiger, Monch และ Jungfrau

Schilthorn map

Lauterbrunnen ถูกกล่าวถึงครั้งแรกในปี 1240 ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่นี่เป็นของ Freiherr of Wadenswil ก่อนที่จะถูกขายให้กับสำนักสงฆ์ Interlaken หลังจากหมู่บ้านนี้อยู่ภายใต้การปกครองของสำนักสงฆ์ คณะสงฆ์ก็ขยายอาณาเขตมากขึ้น อย่างไรก็ดี เมื่อ Lord of Turn เข้าปกครองหมู่บ้าน เขาได้ปล่อยให้แต่ละหมู่บ้านมีอิสระมากขึ้นและเป็นอิสระจากสำนักสงฆ์ด้วย ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 หมู่บ้านในหุบเขาได้กลับไปเป็นส่วนหนึ่งของคณะสงฆ์อีกเมื่อกรุงเบิร์นรับเอานิกายโปเตสแตนท์มาเป็นศาสนาจึงบังคับให้ชาวบ้านต้องหันมานับถือนิกายนี้ด้วย แต่ชาวบ้านไม่ยอมจึงก่อกบฏ แต่ไม่สำเร็จ เจ้าผู้ครองนครเลยจัดการแบ่งหมู่บ้านเป็นสัดส่วนใหม่และยกให้ Lauterbrunnen เป็นศูนย์กลางในคริสต์ศตวรรษที่ 16 รัฐบาล เริ่มอนุญาตให้มีการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่เหล็กแต่ชาวบ้านกลับยังคงยากจน ชาวบ้านส่วนหนึ่งจึงย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น

ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 เมื่อประชาชนทั่วโลกเริ่มมีเศรษฐานะดีขึ้นอันเป็นผลจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมจึงเริ่มมีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกิดขึ้น Lauterbrunnen กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเทือกเขา Alps โดยเป็นจุดที่นักปีนเขามาพักข้างแรม เมื่อถนนระหว่าง Lauterbrunnen กับ Interlakenสร้างเสร็จ หมู่บ้านนี้ก็ยิ่งมีชื่อเสียงขึ้นจวบจนทางรถไฟสร้างเสร็จในปี 1890 นักลงทุนจึงมาลงทุนสร้างโรงแรมเป็นจำนวนมากเทศบาลก็มีเงินที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างเคเบิลคาร์ไปยัง Murren และ Wengen ในปี 1891 และ 1893

ใบไม้เปลี่ยนสี

โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกหลั่งไหลกันมาเมืองนี้ก็คือ ทางรถไฟขึ้น Jungfrau ที่สร้างในปี 1912 เมื่อนักท่องเที่ยวสามารถมาท่องเที่ยวได้ไม่เพียงฤดูหนาว แต่สามารถมาในฤดูอื่นได้ด้วยจึงทำให้หมู่บ้านนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญขึ้นมา แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีเงิน หมู่บ้านนี้เลยพลอยเดือดร้อนไปด้วย ซ้ำร้าย เมื่อเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นอีก เศรษฐกิจเลยซบเซา หลังสงครามโลกสิ้นสุดลงประชาชนเริ่มมีเศรษฐานะดีขึ้นมาใหม่ การท่องเที่ยวเริ่มกลับมามีกระแส ส่งผลให้นักลงทุนมากมายมาสร้างบ้าน และรีสอร์ท รวมทั้งลิฟต์สกีเพื่อไปเล่นสกียังยอดเขาต่างๆ หมู่บ้านนี้เลยได้อานิสงส์

นอกจากหมู่บ้านนี้จะเป็นทางผ่านของนักท่องเที่ยวเพื่อไป Jungfrau และ Schilthorn แล้วนักท่องเที่ยวที่มีเวลาและแวะเดินเล่นหมู่บ้านนี้ระหว่างทางขึ้นเขา ไม่เพียงจะได้ชื่นชมบรรยากาศชนบทสวิสที่เงียบสงบ ยังจะได้มีโอกาสเยือนน้ำตก Staubbachอันเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญ แต่นักท่องเที่ยวคงต้องมาในฤดูน้ำหลาก ไม่เช่นนั้นแล้วเวลามาถึงจะตกใจว่า น้ำตกแค่นี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เลยหรือ

Health News : ผู้ค้นพบ ‘ควอนตัม ดอท’ คว้า ‘โนเบลสาขาเคมี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761507

Health News : ผู้ค้นพบ ‘ควอนตัม ดอท’ คว้า ‘โนเบลสาขาเคมี’

Health News : ผู้ค้นพบ ‘ควอนตัม ดอท’ คว้า ‘โนเบลสาขาเคมี’

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มวนจิ บาวองดี หลุยส์ บรูส และอเล็กซี เอกิมอฟ คือชื่อของผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี 2023 จากการประกาศในวันที่ 4 ตุลาคม ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน
จากความสำเร็จในการผลิต “ควอนตัม ดอท” อนุภาคที่เล็กมาก ที่ต่อมามีความสำคัญอย่างยิ่งต่องานด้านนาโนเทคโนโลยี และจะมีประโยชน์ในด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยืดหยุ่น เซ็นเซอร์ขนาดเล็กโซลาร์เซลล์ที่บางขึ้น และการสื่อสารควอนตัมแบบเข้ารหัส โดย “ควอนตัม ดอท” คืออนุภาคขนาดเล็กที่ถูกนำไปใช้ในการผลิตจอ LED ที่ถูกใช้ในหน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือโทรทัศน์ และยังถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการช่วยชี้จุดให้กับศัลยแพทย์ในการผ่าตัดเนื้อเยื่อมะเร็งด้วย

นักเคมีทั้ง 3 คนจะได้รับเงินรางวัล 11 ล้านโครนสวีเดน (ราว 35 ล้านบาท) และมีกำหนดขึ้นรับรางวัลในพิธีที่จะจัดขึ้นในกรุงสตอกโฮล์ม ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ อันเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของอัลเฟรด โนเบล นักวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้งรางวัลนี้ในปี 1895 และมีการเริ่มมอบรางวัลมาตั้งแต่ปี 1901

แม้มีบ่อยครั้งที่รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ จะได้รับความสนใจกว่าผู้ได้รับรางวัลสาขาเคมีเนื่องจากมีผู้ได้รับรางวัลชื่อดัง เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ แต่ผู้ได้รับรางวัลสาขาเคมีเองก็มีนักวิทยาศาสตร์ชื่อบันลือโลกอยู่หลายคน รวมถึงผู้บุกเบิกการค้นคว้าในเรื่องกัมมันตภาพรังสี อย่างเออร์เนสต์ รัทเธอฟอร์ด และมารี คูรี ที่ได้รับรางวัลโนเบลทั้งสาขาเคมีและสาขาฟิสิกส์

LPN คว้าประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761516

LPN คว้าประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

LPN คว้าประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์จํากัด (มหาชน) หรือ LPN นำโดย ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ ประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เป็นตัวแทนบริษัทฯ เข้าร่วมพิธีขอบคุณและมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ประจำปี 2566 ซึ่งจัดโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. โดยประเมินผลจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทตลอดทั้งปีมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร พร้อมทั้งเป็นการเปิดเผยข้อมูลและรายงานผลการดำเนินงานในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านรายงาน 56-1 OneReport อันเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนในการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนได้อย่างรอบด้าน และสิ่งสำคัญที่สุดคือการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและสนับสนุนนโยบายจากภาครัฐเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดอุณหภูมิโลก ตามพันธกิจของบริษัท ซึ่งมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยมีเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร ณ ห้องอบรม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

นอกจากนี้ LPN ยังมีแผนการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างจริงจังและต่อเนื่องในหลายมิติ อาทิ การติดตั้งแผง Solar Cellที่สำนักงานขายทุกโครงการเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า,ก่อตั้งโครงการ แยก แลก ตัง ร่วมกับ Wake Up Waste เพื่อบริหารจัดการขยะจากต้นทางถึงปลายทาง อีกทั้งยังช่วยสร้างรายได้ให้กับพนักงานจากการขายขยะรีไซเคิล และเข้าร่วมโครงการ Care The Bear และ Care The Whale ซึ่งสนับสนุนโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น

TCAC 2023 ‘สานพลัง เสริมภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761575

TCAC 2023 ‘สานพลัง เสริมภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน’

TCAC 2023 ‘สานพลัง เสริมภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน’

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 20.24 น.

ในการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 2 หรือ Thailand Climate Action Conference: TCAC 2023 ในวันที่ 6 -7 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเถลิงศักดิ์  เพ็ชรสุวรรณ ในฐานะโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การประชุม TCAC 2023 ครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากทุกภาคส่วน ประกอบด้วยผู้เข้าร่วมประชุมระดับคณะรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง คณะทูตานุทูต ผู้ว่าราชการ ผู้บริหารภาครัฐ ผู้บริหารภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และบุคคลผู้สนใจ เข้าร่วมทั้ง 2 วัน กว่า 3,700 คน จาก 48 ประเทศ เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและมีส่วนร่วมในการลดโลกร้อน ตอบสนองต่อนโยบายของประเทศ

การประชุม TCAC 2023 จึงได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากกิจกรรมการจัดงานประกอบด้วย การใช้พลังงานไฟฟ้าในการจัดประชุม ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน และการจัดเลี้ยงอาหารว่างและเครื่องดื่ม พบว่า มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 3,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และได้มีการนำคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือ T-VER ประเภทการผลิตพลังงานทดแทนจากเชื้อเพลิงชีวมวล มาชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Carbon Neutral Event  ผลสำเร็จจากการจัดประชุม TCAC 2023 ครั้งนี้ ได้แสดงถึงพลังความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในประเทศไทยทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ที่จะนำพาประเทศให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ในการประชุมครั้งนี้มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคเอกชน เยาวชน และภาคประชาสังคม ร่วมนำเสนอเผยแพร่การดำเนินงานอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ   อาทิ เส้นทาง TCAC 2023 เส้นทางสู่ปี 2023 และเป้าหมายระดับโลก โดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ธุรกิจไทยร่วมขับเคลื่อนสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้ยังมีภาคประชาชนและเยาวชน เป็นอีกเสียงสะท้อนเพื่ออนาคตไทย (Climate Action We Want) โดย นายจิระภัทร ศรีทะวงษ์ ผู้แทนเยาวชน Net-Zero Thailand: ACE Youth Ideathon Camp นางสาวโทโมโกะ อิคุตะ เยาวชนไทยที่เข้าร่วมการประชุม COP27 นายณัฐชนน ไตรธรรม ผู้แทนเครือข่ายเยาวชนระดับโลกเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพประจำประเทศไทย นางสาวประไพ เรืองฤทธิ์ กรรมการและเลขานุการเครือข่าย ทสม. จังหวัดระนอง นายสาคร สงมา ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และได้มีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรผู้มีส่วนร่วมเป็นผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก จำนวน 15 องค์กร และโล่ประกาศเกียรติคุณให้เยาวชนและประชาสังคม จำนวน 5 องค์กร

อีกทั้ง เผยการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศขั้นต่อไป โดยบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ครอบคลุมทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ ร่วมแสดงพลังการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตอบเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065  ส่งเสริมเศรษฐกิจที่คำถึงสิ่งแวดล้อม พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมในการลด และกักเก็บก๊าซเรือนกระจก เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน เพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภทเพิ่มการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อกำกับดูแลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคบังคับ และหากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน จะช่วยทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ได้เร็วกว่าที่ประเทศไทยได้ประกาศเจตนารมย์ไว้

ผลจากการประชุมครั้งนี้ จะนำไปรายงานในช่วงสมัยประชุมสมัชชารัฐภาคีกรอบอนุสัญญาฯ สมัยที่ 28 (COP28) ที่มีกำหนดจัดในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2566 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะผลักดันประเด็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy transition) การยกระดับเศรษฐกิจไปสู่การค้าการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate’s capital) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตลอดทั้งระบบเศรษฐกิจ เรียกร้องให้มีการสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยี การสนับสนุนทางการเงิน และเสริมสร้างศักยภาพเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวเพิ่มเติมว่า การชดเชยคาร์บอนได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท มิตรผล ใช้คาร์บอนเครดิตที่ได้จากการเอาชานอ้อยนำไปผลิตพลังงานไฟฟ้าและนำมา offset กับการปลดปล่อยคาร์บอนของงานนี้ ทำให้งานนี้มีการปลดปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ซึ่งคาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER มีระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ ที่เป็นมาตรฐาน ผลการลดก๊าซเรือนกระจกมีความน่าเชื่อถือ ผ่านระเบียบวิธีการและการกำกับดูแลที่โปร่งใสและเข้มงวด

-(016)