ลำดับเหตุการณ์ ฮามาสยิงจรวด-บุกโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่ที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731265

ลำดับเหตุการณ์ ฮามาสยิงจรวด-บุกโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่ที่สุด

8 ต.ค. 2566 05:40 น.

ลำดับเหตุการณ์ ฮามาสยิงจรวด-บุกโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่ที่สุด

เปิดไทม์ไลน์ กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลครั้งรุนแรงที่สุด ทำให้รัฐบาลยิวโจมตีตอบโต้ จนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 400 ศพ บาดเจ็บอีกหลายพันคน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การโจมตีอย่างเหนือความคาดหมายของกลุ่มฮามาสต่ออิสราเอล ซึ่งผสมกันระหว่างการใช้นักรบติดอาวุธบุกฝ่ารั้วป้องกันชายแดน รวมกับการระดมยิงมิสไซล์จากฉนวนกาซา เริ่มขึ้นในช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 2566 ซึ่งตรงกับวันซิมหัต โทราห์ (Simchat Torah) วันอันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวยิว

การโจมตีครั้งนี้ยังเกิดขึ้น 50 ปี กับอีก 1 วัน หลังจากกองกำลังชาติอาหรับนำโดยอินเดีย เปิดฉากบุกโจมตีเมืองยมคิปปูร์ ของอิสราเอล ในปี 2516 เพื่อชิงคืนพื้นที่ที่อิสราเอลยึดไประหว่างการปะทะกันสั้นๆ ในปี 2510

เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น กลุ่มติดอาวุธฮามาส ของปาเลสไตน์ ยิงจรวดจำนวนมากข้ามชายแดนทางตอนใต้ของอิสราเอล ทำให้เสียงไซเรนเตือนภัยดังระงมไปไกลถึงนครเทลอาวีฟ และเมืองบีร์เขบา โดยฮามาสอ้างว่าพวกเขายิงจรวดถึง 5,000 ลูก ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลระบุว่าฮามาสยิงมาราว 2,500 ลูก

การระดมโจมตีด้วยจรวดถูกใช้เป็นการอำพรางให้นักรบติดอาวุธแทรกซึมเข้าสู่อิสราเอลจากหลายทิศทาง โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่ามือปืนปาเลสไตน์เข้าสู่อิสราเอลในเวลา 07.40 น. ส่วนใหญ่ฝ่ารั้วกันชายแดนเข้ามาทางบก โดยมีภาพวิดีโอแสดงให้เห็นจักรยานยนต์อย่างน้อย 6 คัน วิ่งผ่านรูรั้วเหล็กกั้นชายแดน และมีภาพนักรบฮามาสใช้รถแทรกเตอร์ทำลายรั้วกั้นส่วนหนึ่งด้วย

ขณะที่อย่างน้อย 1 คนถูกบันทึกภาพไว้ได้ว่าใช้พาราไกลเดอร์บินเข้ามา และมีเรือเร็วลำหนึ่งมุ่งหน้าไปยังเมืองซีคิม (Zikim) ซึ่งเป็นที่ตั้งค่ายทหารอิสราเอล

ในเวลา 09.45 น. เริ่มเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นในฉนวนกาซา จากนั้นในเวลา 10.00 น. โฆษกกองทัพอิสราเอลก็ออกมายืนยันว่ากองทัพอากาศกำลังออกปฏิบัติการโจมตีในกาซา

เวลาประมาณ 10.00 น. เช่นเดียวกัน นักรบปาเลสไตน์ก็ทะลวงเข้าไปในสิ่งปลูกสร้างทางทหารอย่างน้อย 3 แห่ง บริเวณแนวหน้าใกล้ด้านข้ามพรมแดนเอเรซ (Erez) ทางเหนือของฉนวนกาซา, ที่ฐานทัพซีคิม ซึ่งห่างออกไปทางเหนือ และที่ศูนย์บัญชาการกองทหารกาซา ที่เมืองเรอิม (Reim) ทางตะวันออกของกาซา โดยมีรายงานว่าการต่อสู้ที่เอเรซ และซีคิม ยังคงดำเนินอยู่

นักรบฮามาสยังโจมตีเมืองสเดรอต (Sderot) ใกล้ด่านเอเรซ และหมู่บ้านเบเอรี (Be’eri) ใกล้ฐานทัพเมืองเรอิม กับเมืองโอฟาคิม (Ofakim) ซึ่งห่างจากฉนวนกาซาไปทางตะวันออกราว 30 กม.

จรวดจำนวนมากถูกยิงออกจากฉนวนกาซา

ต่อมาในช่วงสายวันเสาร์ นายยาคอฟ ชาบไต ผู้บัญชาการตำรวจอิสราเอลยืนยันว่า กองกำลังความมั่นคงกำลังปะทะกันกลุ่มมือปืนในสถานที่ 21 แห่ง จากนั้นในเวลา 13.30 น. กองทัพอิสราเอลก็ออกมาบอกว่าทหารยังคงปฏิบัติการเคลียร์พื้นที่ชุมชนที่ถูกบุกรุกโดยกลุ่มมือปืนของจากกาซาสงบลงช่วงหนึ่ง

จนกระทั้งช่วงค่ำวันเดียวกัน ฮามาสยิงจรวดระลอกใหม่อีก 150 ลูกเข้าใส่นครเทลอาวีฟ โดยอ้างว่าเพื่อตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลซึ่งทำลายหอคอยปาเลสไตน์ ทาวเวอร์ ในกลางนครกาซา ซิตี้ จนพังถล่มในช่วงก่อนเวลา 19.00 น.

ทั้งนี้ สำนักงานบริการฉุกเฉินของอิสราเอล ระบุว่า มีชาวอิสราเอลเสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 200 ศพ บาดเจ็บอีกเกือบพันคน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์ในกาซาถูกสังหารอย่างน้อย 232 ศพ บาดเจ็บอีก 1,647 ราย

นอกจากนั้น ฮามาสยังอ้างด้วยว่า พวกเขาจับตัวชาวอิสราเอลเอาไว้หลายสิบคน รวมถึงทหารอิสราเอล โดยเผยแพร่คลิปวิดีโอหลายคลิปลงโซเชียลมีเดีย คลิปหนึ่งมีภาพคล้ายกับเป็นการพาผู้ที่ถูกจับกลับไปยังฉนวนกาซา ขณะที่อีกคลิปแสดงให้เห็นผู้ถูกจับ 3 คนสวมเสื้อกั๊ก กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะ ส่วนอีกคลิปแสดงให้เห็นผู้หญิง 1 คน.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn, cna

ไบเดนประกาศ ยืนเคียงข้างอิสราเอล ประณามฮามาสโจมตีก่อการร้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731261

ไบเดนประกาศ ยืนเคียงข้างอิสราเอล ประณามฮามาสโจมตีก่อการร้าย

8 ต.ค. 2566 04:30 น.

ไบเดนประกาศ ยืนเคียงข้างอิสราเอล ประณามฮามาสโจมตีก่อการร้าย

โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศจะยืนเคียงข้างอิสราเอล หลังกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่เมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บนับพันราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุโจมตีฝีมือกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ เข้าสู่ประเทศอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 2566 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยระบุว่า สหรัฐฯ จะยืนหยัดอยู่เคียงข้างอิสราเอล

“ไม่มีอะไรสร้างความชอบธรรมให้การโจมตีก่อการร้ายได้” นายไบเดนกล่าวที่ทำเนียบขาว ประณามการโจมตีของกลุ่มฮามาส พร้อมบอกอีกว่า สหรัฐฯ จะหนุนหลังอิสราเอล “เราจะทำให้แน่ใจว่าพวกเขาจะปกป้องตัวเองต่อไปได้ และสามารถให้ความช่วยเหลือตามความต้องการของพลเรือนของตัวเอง”

ไบเดน เผยด้วยว่า เขาได้พูดคุยกับ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลแล้ว โดยบอกกับเขาว่า การสนับสนุนของสหรัฐฯ เรื่องความมั่นคงของอิสราเอลนั้นยังคงเข้มแข็ง และไม่หวั่นไหว

“ผมบอกเขาว่า สหรัฐฯ จะยืนหยัดเคียงข้างชาวอิสราเอลในการเผชิญหน้ากับการโจมตีก่อการร้ายเหล่านี้” ไบเดน เผย “อิสราเอลมีสิทธิ์ที่จะป้องกันตนเอง และผู้คนของพวกเขา” เขายังเตือนฝ่ายอื่นๆ ที่หวังใช้ประโยชน์จากสถานการณ์เหล่านี้ด้วยว่า “โลกกำลังจับตาดูอยู่”

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ กลุ่มฮามาสยิงมิสไซล์เข้าใส่หลายพันลูก และส่งนักรบติดอาวุธเข้าโจมตีหลายพื้นที่ของอิสราเอล ส่วนฝ่ายอิสราเอลก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศหลายจุดในฉนวนกาซา

สำนักงานบริการฉุกเฉินของอิสราเอล ระบุว่า มีชาวอิสราเอลเสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 200 ศพ บาดเจ็บอีกเกือบพันคน ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์ในกาซาถูกสังหารอย่างน้อย 232 ศพ บาดเจ็บอีก 1,647 ราย

นายเนทันยาฮู ออกแถลงการณ์ถ่ายทอดทางโทรทัศน์เมื่อคืนวันเสาร์ ระบุว่า การโจมตีจากฉนวนกาซาที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 200 ศพและบาดเจ็บอีกหลายร้อยคนนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในอิสราเอล เราจะทำการล้างแค้นวันอันมืดมิดนี้อย่างรุนแรง” นายเนทันยาฮู กล่าว “อิสราเอลจะไปถึงยังทุกที่ที่พวกฮามาสซ่อนตัวอยู่ ผมขอบอกให้ชาวกาซาออกจากพื้นที่เหล่านั้นเดี๋ยวนี้”

ผู้นำอิสราเอลยังพูดถึงทหารและพลเรือนของพวกเขาที่ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันด้วยว่า “ผมขอบอกกับฮามาส คุณต้องรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพของผู้ที่ถูกจับตัวไป อิสราเอลชำระแค้นกับทุกคนที่ทำร้ายพวกเขา”.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เหยื่อน้ำท่วมรัฐสิกขิมพุ่ง 56 ศพ กลาโหมรับกระสุน-ระเบิดถูกน้ำพัดหายไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731260

เหยื่อน้ำท่วมรัฐสิกขิมพุ่ง 56 ศพ กลาโหมรับกระสุน-ระเบิดถูกน้ำพัดหายไป

8 ต.ค. 2566 04:05 น.

เหยื่อน้ำท่วมรัฐสิกขิมพุ่ง 56 ศพ กลาโหมรับกระสุน-ระเบิดถูกน้ำพัดหายไป

จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุน้ำท่วมใหญ่ที่รัฐสิกขิม ของอินเดีย เพิ่มขึ้นเป็น 56 ศพแล้ว ขณะที่กระทรวงกลาโหมเตือนประชาชนอย่าเข้าใกล้กระสุน และระเบิด ที่ถูกน้ำพัดหายไปจากค่ายทหาร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมรุนแรงในรัฐสิกขิม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 56 ศพแล้ว ในวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 2566 ขณะที่กองทัพประกาศเตือนประชาชนว่าอย่าเข้าใกล้กระสุนปืนใหญ่ที่ถูกน้ำท่วมพัดพาหายไป เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตราย

เหตุน้ำท่วมฉับพลันครั้งนี้มีสาเหตุมาจากฝนตกหนักในบริเวณหุบเขาลาเชน (Lachen Valley) ทางตอนเหนือของรัฐสิกขิม ทำให้น้ำในทะเลสาบโลนัค (Lhonak) ล้นทะลักตลิ่ง จนทางการต้องปล่อยน้ำจำนวนมากจากเขื่อนจุงทัง (Chungthang Dam) ลงสู่แม่น้ำทีสตา (Teesta) ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น 15-20 ฟุต ทะลักเข้าสู่เมืองต่างๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำ

จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่อินเดียพบร่างผู้เสียชีวิตในรัฐสิกขิมแล้ว 26 ศพ ขณะที่ทีมกู้ภัยเก็บกู้ร่างผู้เคราะห์ร้ายอีก 30 ศพจากบริเวณปลายแม่น้ำทีสตาในรัฐเบงกอลตะวันตก โดยปฏิบัติการค้นหายังดำเนินต่อไป เนื่องจากแม่น้ำสายนี้มีความยาวถึง 86 กม.

ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้เสียชีวิตรวมถึงทหารอินเดีย 7 นาย ที่ประจำการในรัฐสิกขิม ก่อนจะถูกน้ำท่วมพัดหาไป และตอนนี้ยังเหลือทหารอีก 16 นาย กับประชาชนรวมกว่า 100 คนที่ยังหาตัวไม่พบ

ตามข้อมูลล่าสุดของรัฐบาลรัฐสิกขิม น้ำท่วมที่เกิดขึ้นทำให้บ้านเรือนเสียหายมากกว่า 1,200 หลัง เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดค้างได้มากกว่า 2,400 คน ขณะที่อีกเกือบ 7,000 คนต้องไปอาศัยในที่พักชั่วคราวตามโรงเรียนต่างๆ

ด้านกระทรวงกลาโหมอินเดียออกแถลงการณ์ระบุว่า กระแสน้ำท่วมพัดพาอุปกรณ์ของกองทัพหลายอย่างในค่ายทหารลงสู่แม่น้ำทีสตา รวมถึงอาวุธปืน และระเบิด ซึ่งกองทัพได้จัดทีมค้นหาเพื่อเก็บกู้ยุทโธปกรณ์ที่หายไปแล้ว ขณะที่มีรายงานว่าชาวบ้านในรัฐเบงกอลตะวันตกเก็บกระสุนปืนครกได้ ก่อนจะเกิดระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีก 4 ราย.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

นานาชาติวอน อิสราเอล-ฮามาส อดกลั้น หลังสู้รบดุเดือด ตายเกิน 400 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731259

นานาชาติวอน อิสราเอล-ฮามาส อดกลั้น หลังสู้รบดุเดือด ตายเกิน 400 ศพ

8 ต.ค. 2566 02:27 น.

นานาชาติวอน อิสราเอล-ฮามาส อดกลั้น หลังสู้รบดุเดือด ตายเกิน 400 ศพ

ผู้นำของหลายประเทศออกมาเรียกร้องให้อิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ใจเย็นและอดทนอดกลั้น หลังทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือดจนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 400 ศพแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้นำของหลายประเทศออกมาแสดงท่าทีหลังจากกลุ่มติดอาวุธฮามาส ของปาเลสไตน์ เปิดฉากโจมตีอิสราเอล ในวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 2566 โดยยิงมิสไซล์เข้าใส่หลายพันลูก และส่งนักรบติดอาวุธเข้าโจมตีหลายพื้นที่ ส่วนฝ่ายอิสราเอลก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศหลายจุดในฉนวนกาซา

ล่าสุด สำนักงานบริการฉุกเฉินของอิสราเอล ระบุว่า มีชาวอิสราเอลเสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 200 ศพ บาดเจ็บอีกเกือบพันคน ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ ในฉนวนกาซา ระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์ในกาซาถูกสังหารอย่างน้อย 232 ศพ บาดเจ็บอีก 1,647 ราย โดยไม่จำแนกว่ามีพลเรือน หรือนักรบติดอาวุธจำนวนเท่าใด

ภาพความเสียหายบริเวณถนนในนครเทลอาวีฟ

ฮามาสยังอ้างว่าพวกเขาจับตัวชาวอิสราเอลเอาไว้หลายสิบคน รวมถึงทหารอิสราเอล ขณะที่กองทัพอิสราเอลออกมายอมรับว่ามีพลเมืองกับทหารของพวกเขาถูกจับตัวไปจริง ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของไทย ยืนยันว่า มีแรงงานไทย 2 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยาถูกจับตัว และมีแรงงานไทยถูกยิงที่ขาบาดเจ็บอีก 1 ราย

ทั้งนี้ ผู้นำชาติตะวันออกกลางหลายประเทศออกมาตอบสนองต่อการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับฮามาส คล้ายกับการปะทะกันครั้งก่อนๆ โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใจเย็นและอดทนอดกลั้น

นายซาเมห์ ชูครี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอียิปต์ ซึ่งมักทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย กล่าวว่า เขาได้มีการสนทนาอย่างเข้มข้นกับเจ้าหน้าที่ในระดับเดียวกัน และเจ้าหน้าที่ระหว่างประเทศ เพื่อขอให้ยุติสถานการณ์ที่กำลังบานปลาย

ขณะที่ นายเรเจป ไตยิป เอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกี กล่าวว่า ประเทศของเขาขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกระทำการด้วยความอดทนอดกลั้น หลังเกิดเหตุในอิสราเอลเมื่อเช้านี้ และเลี่ยงการตัดสินใจอย่างหุนหันจนทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น

ด้านกระทรวงต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ระบุในแถลงการณ์ว่า พวกเขากำลังติดตามสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมเรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายหยุดการต่อสู้ในทันที และว่าพวกเขาเคยเตือนแล้วเรื่องความเสี่ยงที่สถานการณ์จะรุนแรงขึ้น อันเป็นผลมาจากการยึดครองอย่างต่อเนื่อง (ของอิสราเอล) และการลิดรอนสิทธิ์ตามกฎหมายของชาวปาเลสไตน์

ส่วนที่ปรึกษาของ นายอายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกมาแสดงการสนับสนุนการโจมตีของปาเลสไตน์

กองทัพอิสราเอลยิงพลุแฟลร์เหนือฉนวนกาซา ในขณะที่การต่อสู้เข้าสู่ช่วงกลางคืน

ขณะเดียวกัน นางเออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า เธอขอประณามการโจมตีที่เกิดขึ้น และว่านี่คือการก่อการร้ายในรูปแบบที่ชั่วร้ายที่สุด และอิสราเอลมีสิทธิ์ที่จะป้องกันตนเองจากการโจมตีเช่นนี้

นายชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป ระบุว่า เขาขอประณามการโจมตีอย่างไม่เลือกหน้าต่ออิสราเอล และประชาชนที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ ซึ่งสร้างความหวาดกลัวและความเสียหายต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ สหภาพยุโรปจะยืดหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับชาวอิสราเอลในช่วงเวลาที่น่ากลัวนี้

ส่วนผู้นำชาติยุโรปไม่ว่าจะเป็น เอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส, โอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนี, ริชี ซูแน็ก ของอังกฤษ และ มาร์ก รุตเทอ แห่งเนเธอร์แลนด์ ต่างออกมาประณามการโจมตีของกลุ่มฮามาส และระบุว่าอิสราเอลมีสิทธิ์ในการป้องกันตัวเอง

ขณะที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า เขาติดต่อกับเจ้าน้าที่อิสราเอลและปาเลสไตน์แล้ว และเรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายหยุดยิงในทันที ด้านยูเครนประณามการโจมตีของกลุ่มฮามาส และแสดงการสนับสนุนอิสราเอลว่ามีสิทธิ์ในการป้องกันประเทศ และประชาชนของตัวเอง.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

แผ่นดินไหวระดับ 6.3 เขย่าอัฟกานิสถาน ดับแล้ว 15 ศพ เจ็บเกือบ 80 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731258

แผ่นดินไหวระดับ 6.3 เขย่าอัฟกานิสถาน ดับแล้ว 15 ศพ เจ็บเกือบ 80 ราย

8 ต.ค. 2566 01:16 น.

แผ่นดินไหวระดับ 6.3 เขย่าอัฟกานิสถาน ดับแล้ว 15 ศพ เจ็บเกือบ 80 ราย

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงใกล้เมืองทางตะวันตกของอัฟกานิสถาน ทำให้ตึกเสียหายหลายแห่ง พบผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ศพ บาดเจ็บอีกเกือบ 80 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.3 แมกนิจูด ที่ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อเวลา 11.00 น. วันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึกราว 10 กม. ห่างจากเมืองเฮรัต ทางตะวันตกของประเทศประมาณ 40 กม.

แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวทำให้อาคารหลายหลังพังถล่มลงมาทับผู้คนไว้ใต้ซากปรักหักพัง นอกจากนั้นยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงตามมาอีก 3 ครั้งด้วย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 ศพ บาดเจ็บอีก 78 ราย ส่วนใหญ่กำลังรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลหลักในเมืองเฮรัต

นายบาเชียร์ อาห์หมัด ชาวเมืองเฮรัต บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า “เราอยู่ในสำนักงาน แล้วจู่ๆ ตึกก็เริ่มสั่น ปูนฉาบผนังเริ่มพังลงมา แล้วกำแพงก็เกิดร้าว กำแพงบางจุด และบางส่วนของอาคารพังถล่ม” “ผมยังติดต่อครอบครัวไม่ได้ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตขาดการเชื่อมต่อ ผมกังวลและหวาดกลัว มันน่ากลัวมาก”

ทั้งนี้ เมืองเฮรัต อยู่ห่างจากชายแดนประเทศอิหร่านราว 120 กม. ถูกยกเป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของอัฟกานิสถาน

ประเทศตะวันออกกลางแห่งนี้เผชิญแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่เทือกเขาฮินดูกุช (Hindu Kush) ซึ่งอยู่ใกล้รอยต่อของแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียนกับอินเดีย โดยเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน จังหวัดปักติกา ก็เผชิญแผ่นดินไหวระดับ 5.9 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ศพ คนอีกหลายหมื่นต้องไร้บ้าน.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลลั่น อยู่ในสงคราม หลังฮามาสถล่ม-จับตัวประกันรวม 2 คนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731246

อิสราเอลลั่น อยู่ในสงคราม หลังฮามาสถล่ม-จับตัวประกันรวม 2 คนไทย

7 ต.ค. 2566 23:42 น.

อิสราเอลลั่น อยู่ในสงคราม หลังฮามาสถล่ม-จับตัวประกันรวม 2 คนไทย

ผู้นำอิสราเอลประกาศ กำลังอยู่ในภาวะสงคราม หลังกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ส่งทหารโจมตี, ยิงมิสไซล์หลายพันลูก และจับตัวประกัน ซึ่งรวมถึงคนไทย 2 คน ล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 2 ฝ่าย กว่า 260 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธฮามาสในฉนวนกาซาเปิดฉากโจมตีอิสราเอลอย่างเหนือความคาดหมายในวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 2566 ยิงมิสไซล์เข้าใส่จำนวนหลายพันลูก และส่งนักรบเข้าสู่ดินแดนอิสราเอลทั้งทางบก, ทะเล และอากาศ จนเกิดการปะทะกันอย่างหนักหน่วงในหลายเมือง รวมถึงที่ฐานทัพใกล้กาซา

ฝ่ายอิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศเข้าใส่ฉนวนกาซาอย่างรุนแรง โดยนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ประกาศว่า “ศัตรูของเราจะต้องชดใช้ในรูปแบบที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน” และย้ำว่า “เราอยู่ในสงคราม และเราจะชนะ”

จรวดถูกยิงจากเมืองกาซา ซิตี้ เข้าใส่อิสราเอล

ล่าสุด สำนักงานฉุกเฉินของอิสราเอลประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตี และการต่อสู้ในประเทศแล้วอย่างน้อย 70 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 985 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัสหลายร้อยราย ขณะที่ในกาซา กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 198 ศพ บาดเจ็บอีก 1,610 ราย

กลุ่มฮามาสอ้างก่อนหน้านี้ว่านักรบของพวกเขาจับตัวประกันเอาไว้ด้วยหลายสิบคน ก่อนที่ พลจัตวา แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล จะออกมายืนยันในเวลาต่อมาว่า กลุ่มฮามาสจับตัวประกันไปจริง แต่ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยืนยันว่า มีแรงงานไทย 2 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยาถูกจับตัวไว้ ทราบชื่อคือ นายบุญถม พันธ์ฆ้อง อายุ 39 ปี และ น.ส.ศศิวรรณ พันธ์ฆ้อง อายุ 36 ปี ทั้งคู่มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ส่วนรายละเอียดอื่นๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ นอกจากนั้นยังมีแรงงานไทยถูกยิงที่ขาบาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ นายชาตรี ชาศรี อายุ 38 ปี

นักข่าวกับเจ้าหน้าที่หลบอยู่หลังประตูรถ ขณะทหารอิสราเอลกำลังประจำตำแหน่งขณะต่อสู้กับนักรบกลุ่มฮามาส ใกล้หมู่บ้านเกวิม ติดชายแดนกาซา

ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในวันครบรอบ 50 ปี สงครามยมคิปปูร์ ที่ชาติอาหรับนำโดยอียิปต์ ร่วมกันโจมตีอิสราเอลในปี 2516 เป็นเวลา 2 สัปดาห์ กับอีก 5 วัน และวันนี้ยังถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในปฏิทินชาวยิวอีกด้วย

กองทัพอิสราเอล ระบุว่า ตอนนี้ยังคงมีการจต่อสู้ภาคพื้นดินในอิสราเอลอย่างน้อย 22 จุด รวมถึงหมู่บ้านหลายแห่ง, ค่ายทหารกับด่านข้ามชายแดนอีก 2 แห่ง ส่วนฝ่ายฮามาสอ้างว่า พวกเขากำลังต่อสู้ในพื้นที่ 25 จุด รวมถึงที่ค่ายทหารเรอิม (Re’im) ใกล้ด่านข้ามพรมแดนทางเหนือของกาซา

ขณะที่สื่ออิสราเอลรายงานอ้างคำพูดของชาวบ้านว่า นักรบติดอาวุธพยายามจะบุกเข้าไปในบ้านของพวกเขา ซึ่งชาวบ้านพยายามร้องขอผ่านสื่อให้กองทัพเข้าช่วยเหลือ

การโจมตีครั้งนี้ยังทำให้เกิดการตื่นตัวไปทั่วโลก หลายประเทศได้ออกมาประกาศเตือนพลเรือนของตัวเองที่อยู่ในอิสราเอลให้ระมัดระวัง ขณะที่สหรัฐฯ ประณามการโจมตีของกลุ่มฮามาส โดยที่ฝ่ายอิสราเอลเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้โทรศัพท์หา นายเนทันยาฮู และบอกว่า สหรัฐฯ จะยืนเคียงข้างอิสราเอล

ด้านประเทศบราซิลที่ตอนนี้เป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เตรียมเรียกประชุมวาระฉุกเฉินเพื่อหาทางแก้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอล

ส่วนนายซาเลห์ อัล-อารูรี สมาชิกระดับสูงของกลุ่มฮามาส บอกกับสำนักข่าวอัลจาซีรา ว่า พวกเขาพร้อมสำหรับทุกทางเลือก รวมถึงการทำสงคราม และการบานปลายในทุกระดับ “เราพร้อมสำหรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด รวมถึงการบุกโจมตีภาคพื้นดินในกาซา ซึ่งดีสำหรับเราที่สุดในการตัดสินจุดจบของการต่อสู้นี้”

นายอัล-อารูรี อ้างด้วยว่า กำลังมีความพยายามอย่างเข้มข้นจากหลายฝ่ายในภูมิภาค และนานาชาติ เพื่อยุติการเกิดวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการต่อสู้.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ตะลอนเที่ยว : เรียนรู้เรื่องโขน ก่อนชมโขนตอนกุมภกรรณทดน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761500

ตะลอนเที่ยว : เรียนรู้เรื่องโขน ก่อนชมโขนตอนกุมภกรรณทดน้ำ

ตะลอนเที่ยว : เรียนรู้เรื่องโขน ก่อนชมโขนตอนกุมภกรรณทดน้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 08.45 น.

การแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอนกุมภกรรณทดน้ำ โดยการจัดของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในปีนี้จะเริ่มวันที่ 5 พฤศจิกายนถึง 5 ธันวาคม2566 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับความเป็นมาของโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ หรือในระยะแรกนั้น คนทั่วไปเรียกว่าโขนพระราชทาน เริ่มแสดงครั้งแรกเมื่อปี 2550 เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 75 พรรษา โดยจัดการแสดงโขนรามเกียรติ์ตอนศึกพรหมาศ ในโอกาสนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร การแสดงรอบปฐมทัศน์ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม2550

แล้วในปีต่อๆ มาก็มีการจัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มาโดยตลอด (แต่มีการเว้นการแสดงในบางปี เช่น ปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตและในช่วงเกิดโรคโควิด-19 แพร่ระบาด)

ครั้นมาปีนี้ จัดการแสดงตอนกุมภกรรณทดน้ำ โดยเชิญบทพระราชนิพนธ์รามเกียรติ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มาเป็นแนวทางในการจัดทำบทละครในการแสดง โดยจับตอนตั้งแต่ช่วงหลังจากกุมภกรรณทำศึกหอกโมกขศักดิ์โดยพุ่งหอกไปต้ององค์พระลักษมณ์ แต่ไม่สามารถปลงพระชนม์พระลักษมณ์ได้ จึงได้รับคำบัญชาจากทศกัณฐ์ ให้หากลวิธีทำศึกเพื่อให้มีชัยชนะเหนือกองทัพของพระราม กุมภกรรณจึงเนรมิตกายให้ใหญ่เสมือนภูเขาแล้วนอนขวางแม่น้ำ เพื่อป้องกันมิให้น้ำไหลไปถึงบริเวณที่ตั้งทัพของพระราม

ขออนุญาตเล่าเรื่องย่อๆ ของตอนกุมภกรรณทดน้ำให้ทราบเพียงเท่านี้ เพราะต้องการเชิญชวนให้คุณๆ ไปชมการแสดงโขนด้วยตาของคุณเอง เพื่อจะได้สัมผัสความงดงาม ยิ่งใหญ่ อลังการด้วยตัวของคุณเอง

แต่ที่มากกว่านั้นคือ ขอชวนเชิญคุณๆ ไปเที่ยวชมหาความรู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับโขนในทุกแง่มุม ณ อาคารเรียนรู้เรื่องโขน ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดย Mr.Flower จะจัดทริปพิเศษนำคุณๆ ไปชม และเรียนรู้เรื่องโขนด้วยกัน ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

รับรองว่าเมื่อคุณได้เข้าไปชม และได้ศึกษาเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับโขนแล้ว คุณจะมีความรู้ ความเข้าใจ และประทับใจในการแสดงชั้นสูงมากยิ่งขึ้น แล้วที่มากกว่านั้นคือ คุณจะภาคภูมิใจในบรรพบุรุษของเราที่ท่านได้สรรค์สร้างความวิจิตรบรรจงผ่านการแสดงโขน นาฏศิลป์ชั้นสูงแล้วจะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์การแสดงชั้นสูงนี้ไว้ เพราะโขนคือศิลปะการแสดงที่ผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ ขนบธรรมเนียม ประเพณีต่างๆ ทั้งด้านการร่ายรำ ดนตรี การขับร้อง การพากษ์ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ฉาก แสงและสี เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

เราจะสามารถสัมผัสได้ทันทีว่า การแสดงโขนคือการแสดงที่มีมนต์เสน่ห์ ทรงพลังและมีการสื่อสะท้อนถึงรากเหง้า ขนบธรรมเนียมประเพณี และความเป็นมาของความเป็นไทยได้อย่างลึกซึ้ง

สนใจร่วมทริปไปชมและศึกษาโขนด้วยกัน ณ อาคารเรียนรู้เรื่องโขน และนำเที่ยวชมโบราณสถานสำคัญของพระนครศรีอยุธยาด้วย โปรดติดต่อ 091-7233615 รับสมาชิกจำนวนจำกัดเท่านั้น เดินทางวันที่ 28 ตุลาคม 2566

คุยกัน 7 วันหน : สเปนยังไม่ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761510

คุยกัน 7 วันหน : สเปนยังไม่ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่

คุยกัน 7 วันหน : สเปนยังไม่ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.20 น.

อัลแบร์โต นูเญซ เฟฆู ผู้นำพรรคสังคมนิยมของสเปน ยังไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎร ได้มากพอเพื่อที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้สเปนยังคงไม่ได้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่ หลังผ่านพ้นการเลือกตั้งทั่วไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ผลการลงมติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสเปนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาปรากฏว่า อัลแบร์โต นูเญซ เฟฆู ผู้นำพรรคประชาชน หรือพีพี ที่มีแนวนโยบายสังคมนิยม ซึ่งได้ที่นั่งมากที่สุดในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ไม่มากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก ก็ยังคงไม่ประสบความสำเร็จในการขอเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอื่นๆ ให้สนับสนุนตัวเขาในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ หลังจากได้เสียงสนับสนุน 172 เสียง ขณะที่เสียงคัดค้านและไม่ลงคะแนนอยู่ที่ 178 เสียง

ทั้งนี้ พรรคประชาชนของเฟฆูชนะเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 137 ที่นั่งเมื่อรวมกับพรรควอกซ์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา ซึ่งได้ 33 ที่นั่ง รวมถึงพรรคเล็กอีก 2 พรรค ก็ไม่เพียงพอที่จะเป็นเสียงข้างมากในสภา สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องการเสียงมากกว่า 176 ที่นั่งจากที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 350 ที่นั่ง ขณะที่พรรคแรงงานสังคมนิยมสเปนของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ได้มา 121 ที่นั่ง แม้จะไม่มีสิทธิจัดตั้งรัฐบาล แต่เขาก็ยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาได้จนถึงตอนนี้ และอาจนั่งยาวไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม จนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านวาระการดำรงตำแหน่งประธานสหภาพยุโรป

นั่นทำให้สถานการณ์การเมืองในสเปน ยังคงเผชิญภาวะความไม่แน่นอนต่อไป เพราะแม้ซานเชซจะดูเหมือนอยู่ในสถานะดีกว่าที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป แต่ก็ไม่แน่ว่าจะได้เสียงโหวตพอหรือไม่ เพราะเมื่อรวมเอาเสียงพันธมิตรฝ่ายซ้ายของเขาทั้งหมดก็ยังมีเพียง 171 เสียง จากสภา 350 เสียง เท่ากับว่าถ้าจะตั้งรัฐบาลเขาจำเป็นต้องดึงสส. จากพรรคฆุนต์ส(Junts) พรรคแบ่งแยกดินแดนกาตาลุญญ่ามาโหวตให้ แต่พรรคฆุนต์ส ที่คาร์เลส ปุยก์เดอมงต์ อดีตประธานาธิบดีของแคว้นกาตาลัญเป็นแกนนำ และตอนนี้ลี้ภัยอยู่ในเบลเยียม ตั้งเงื่อนไขว่าจะสนับสนุนซานเชซแลกกับการนิรโทษกรรมทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติให้เอกราชกาตาลุญญ่า และรัฐบาลมาดริดต้องยินยอมให้มีการลงประชามติตัดสินใจกำหนดชะตาชีวิตตนเองครั้งใหม่ของชาวกาตาลัญแต่พรรคสังคมนิยมกล่าวว่า ข้อเรียกร้องทั้งสองเป็นไปไม่ได้เพราะขัดรัฐธรรมนูญ

อกุสติน รูอิส โรเบลโด อาจารย์ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ มหาวิทยาลัยเกรนาดา กล่าวว่า สถานการณ์นี้ผลักให้สมเด็จพระราชาธิบดี ฟิลิเปที่ 6 กษัตริย์แห่งสเปน ตกที่นั่งลำบาก เพราะในท้ายที่สุด พระองค์ต้องทำหน้าที่คนกลางผู้ชี้ขาดในประเทศที่แตกแยกทุกขณะ เขามองว่า หากพระองค์เลือกเฟฆูต่อไป ฝ่ายซ้ายจะกล่าวหาว่าพระองค์เห็นใจฝ่ายอนุรักษ์ และปล่อยให้สภาเสียเวลาเสนอชื่อคนที่ไม่มีวันชนะโหวต แต่ถ้าพระองค์หันมาเสนอชื่อซานเชซบ้าง ฝ่ายขวาจะกล่าวหาว่าพระองค์ไม่มีกระดูกสันหลัง เอนเอียงเข้าหาฝ่ายซ้ายและพวกแบ่งแยกดินแดนที่ต้องการทำลายประเทศ กลายเป็นว่า ไม่ว่าทำอะไรก็โดนวิพากษ์วิจารณ์ทั้งสิ้น

ขณะเดียวกัน ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สเปนเปลี่ยนผ่านจากระบบสองพรรค มาสู่ระบบรัฐสภาที่มีวุฒิภาวะมากขึ้นและเปราะบางมากขึ้นด้วย เห็นได้ชัดคือ กษัตริย์ ฆวน คาร์ลอสที่ 1 เคยได้รับการปรึกษาหารือเพื่อตั้งรัฐบาลแค่ 10 ครั้งตลอดรัชสมัย 38 ปีแต่กษัตริย์ฟิลิเปที่ 6 ทำมาแล้ว 9 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2014 ครั้งหลังสุดในปี 2016 หลังพระองค์ขึ้นครองราชย์ได้เพียง 1 ปีครึ่ง สเปนมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่และพรรคประชาชนได้รับเสียงข้างมาก แต่ มารีอาโน ราฮอย หัวหน้าพรรคในขณะนั้น เล่นเกมการเมืองด้วยการปฏิเสธที่จะเป็นแกนนำในการตั้งรัฐบาลเป็นพรรคแรก ทำให้พระองค์ต้องตัดสินพระทัยเสนอชื่อของ ซานเชซเลขาธิการพรรคแรงงานสังคมนิยมที่ได้คะแนนน้อยกว่าแทน ทั้งที่พระองค์และทุกคนรู้ว่าซานเชซไม่มีทางชนะโหวตในสภา แต่ก็แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงพยายามปรับบทบาทสถาบันกษัตริย์ให้กลับคืนสู่การเป็นสถาบันภายใต้รัฐธรรมนูญให้มากที่สุด การปรึกษาผู้นำพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้ทรงทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญให้มีประสิทธิภาพที่สุด เป็นรูปธรรมหนึ่งที่สะท้อนความพยายามปรับบทบาทสถาบันกษัตริย์ของพระองค์

บทบาทของกษัตริย์สเปนในการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญ อาจดูเหมือนง่าย เสนอชื่อบุคคลที่ได้รับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งมากที่สุดก็จบ แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่เช่นนั้นตามรัฐธรรมนูญสเปนถือว่าเป็น “หน้าที่”ของกษัตริย์ ไม่ใช่ “อำนาจ” ในการจัดตั้งรัฐบาล หน้าที่คือต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยอำนาจในการจัดตั้งยังเป็นของรัฐสภาที่สมาชิกมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะฉะนั้น กษัตริย์จะต้องทรงใช้วิจารณญาณในการเลือกบุคคลให้รัฐสภาลงมติให้รอบคอบที่สุด เพื่อให้ตัวเลือกของพระองค์ได้รับการยอมรับจากรัฐสภา หากตัวเลือกที่พระองค์เสนอสู่รัฐสภาไม่ได้รับโหวตจากสภาให้เป็นนายกฯ พระองค์อาจถูกมองว่าล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่

ล่าสุด มีรายงาน (จากตอนที่กำลังปั่นต้นฉบับอยู่นี้) ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิเปที่ 6 ทรงขอร้องให้ซานเชซจัดตั้งรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อย แม้บรรดาคนดังฝ่ายอนุรักษ์นิยม เช่น คาร์เมน โลมา นามักเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ฝ่ายขวาเรียกร้องให้กษัตริย์ไม่เอาซานเชซ และไม่เสนอให้เขาตั้งรัฐบาลเพราะต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากนักโทษหนีคดีอย่างปุยก์เดอมงต์ ผู้ก่อการร้าย ETA และคนอื่นๆ ที่ดำรงอยู่ด้วยเหตุผลเดียวเท่านั้น คือการทำลายล้างประเทศและรัฐธรรมนูญสเปน

หลังจากนี้ ซานเชซคงต้องเป็นฝ่ายปวดหัวบ้าง เพราะจะต้องคิดหาทางว่าจะทำอย่างไร จึงจะดึงพรรคอื่นๆมาร่วมรัฐบาลได้ โดยเฉพาะพรรคฆุนต์สที่หวังเรียกร้องให้มีการจัดทำประชามติเพื่อรับรองการแบ่งแยกดินแดนในแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชานเชซเคยบอกว่าจะไม่ทำเด็ดขาด

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป มีแนวโน้มว่าสถานการณ์การเมืองในสเปนที่เจอทางตันกำลังนำไปสู่การเลือกตั้งอีกครั้งในอนาคต เพราะซานเชซจะมีเวลาในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น

ถ้าซานเชซยังไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาได้เหมือนที่เฟฆูประสบมาแล้ว สเปนก็จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่อีกหน ในวันที่ 14 มกราคมปีหน้า

โดย ดาโน โทนาลี

มูลนิธิวีวี แชร์-เชฟแคร์ส โปรเจกต์ แบ่งปันอาหารจากฝีมือเชฟ แก่เด็กและเยาวชนชาติพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761519

มูลนิธิวีวี แชร์-เชฟแคร์ส โปรเจกต์  แบ่งปันอาหารจากฝีมือเชฟ แก่เด็กและเยาวชนชาติพันธุ์

มูลนิธิวีวี แชร์-เชฟแคร์ส โปรเจกต์ แบ่งปันอาหารจากฝีมือเชฟ แก่เด็กและเยาวชนชาติพันธุ์

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิวีวี แชร์ โดย ศรินทร เมธีวัชรานนท์ ผู้ก่อตั้ง ร่วมมือกับ บริษัท เชฟแคร์สโปรเจกต์ จำกัด นำอาหาร Chef Cares อาหารกล่องสำเร็จรูป เมนูเด็ดจากฝีมือเชฟระดับแถวหน้าของเมืองไทย จำนวน 840 กล่อง บริจาคแก่เด็กและเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์ บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เพื่อเติมเต็มความอิ่มท้องและความสุข

ผู้ก่อตั้ง มูลนิธิวีวี แชร์ กล่าวว่า “มูลนิธิมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้ยากไร้มาตั้งแต่ปี 2564 ได้ร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้ได้ร่วมกับ เชฟแคร์ส โปรเจกต์ ช่วยสนับสนุนอาหารกล่องสำเร็จรูปคุณภาพดีจากเชฟมืออาชีพ ทำให้เราสามารถขยายการช่วยเหลือไปยังผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพิ่มโอกาสในการรับประทานอาหารและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอาหารอีกด้วย”

ในเป้าหมายต่อไปของมูลนิธิวีวี แชร์ จะใช้วีวีแชร์โมเดลในการนำอาหารส่วนเกินจากวงจรธุรกิจไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ทั้งประเทศภายในระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้นอกจากเป็นการช่วยให้ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสได้รับประทานอาหารที่มีคุณค่าแล้ว ยังเป็นการรักษ์สิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกันด้วย เพราะอาหารเหล่านี้จะถูกทิ้งเป็นขยะอาหาร เกิดเป็นมลภาวะแก่สิ่งแวดล้อม ทั้งที่ยังสามารถรับประทานได้

มูลนิธิวีวี แชร์ เป็นองค์กรที่เป็นตัวกลางให้กับหน่วยงานผู้บริจาคอาหาร และผู้รับบริจาคมาพบกัน ด้วยการนำอาหารส่วนเกินจากการจำหน่ายแต่ยังรับประทานได้ ของห้างซูเปอร์สโตร์ บรรดาร้านค้าต่างๆ และโรงแรมไปแจกจ่ายแก่ผู้ต้องการอาหารเพื่อยังชีพ ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้เปราะบาง ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน มีการบริจาคอาหารไปแล้วรวมทั้งสิ้นเป็นน้ำหนักกว่า 154,000 กิโลกรัม เป็นจำนวน 37,656 กล่อง และสามารถสร้างอาหารได้ถึง 340,523 มื้อ ส่งมอบไปยัง 100 ศูนย์สงเคราะห์และชุมชนทั่วประเทศ อาทิ ชุมชนของทุกศาสนา ศูนย์สงเคราะห์ในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงชุมชนประสบภัยน้ำท่วม เป็นต้น ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามเข้าร่วมบริจาคได้ที่ มูลนิธิ วีวี แชร์ https://www.facebook.com/vvsharefoundation/

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘๒๑ปีกระทรวงวัฒนธรรม’ ภูมิพลังอนาคตวัฒนธรรม..ทำทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761491

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๒๑ปีกระทรวงวัฒนธรรม’  ภูมิพลังอนาคตวัฒนธรรม..ทำทันที

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๒๑ปีกระทรวงวัฒนธรรม’ ภูมิพลังอนาคตวัฒนธรรม..ทำทันที

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รมว.วธและผู้บริหารกระทรวงวธ.

วันสถาปนากระทรวงวัฒนธรรม วันที่ ๓ ตุลาคมที่ผ่านมานั้น ทั่วไปคงรับรู้ว่าครบ ๒๑ ปีแล้วตามพ.ร.บ.ใหม่ พ.ศ.๒๕๔๕ ล่าสุด แต่เรื่องราวของกระทรวงวัฒนธรรมนี้ ได้ตั้งมาแล้วเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๕ ที่กำหนดอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้มีสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงกรมการวัฒนธรรม กรมการศาสนา กรมศิลปากร และแบ่งส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาควัฒนธรรมจังหวัด และวัฒนธรรมอำเภอ โดย จอมพล ป.พิบูลสงครามนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมด้วย ต่อมา พ.ศ.๒๕๐๑ กระทรวงนี้ถูกยุบเลิกตามพ.ร.บ. ทำให้ลดขนาดลงมาเป็น “กองวัฒนธรรม” และยังมีกรมการศาสนา กรมศิลปากรอยู่ ซึ่งต่างโอนย้ายไปสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หลังสุดกระทรวงวัฒนธรรมได้กลับมาเป็นกระทรวงขึ้นใหม่อีกตามพ.ร.บ.เมื่อวันที่๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๕ ให้กระทรวงวัฒนธรรมมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรมโดยมีส่วนราชการตามมาตรา ๓๗ ไว้ดังนี้ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมการศาสนา กรมศิลปากร สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๕๒ ได้ปรับเป็นกรมส่งเสริมวัฒนธรรม) สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และองค์การมหาชนขึ้นตรงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คือ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ๔ ด้วยภารกิจด้านวัฒนธรรมที่สืบเนื่องมาแต่ พ.ศ.๒๔๙๕ จนมาเป็นกระทรวงวัฒนธรรมแห่งใหม่ ๒๑ ปี นี้ นายเสริมศักดิ์พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ได้มอบนโยบาย “วัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ” พร้อมสืบสาน รักษา ต่อยอด โดยขับเคลื่อนงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมสู่ก้าวที่มั่นคงด้วยพลังสร้างสรรค์ ในโครงการถอดบทเรียนการขับเคลื่อนงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม เพื่อรองรับ THACCA (ThailandCreative Content Agency) และการขับเคลื่อนSoft Power สร้างเสน่ห์วิถีไทย ครองใจคนทั้งโลกโดยจะขับเคลื่อน ๑๐ นโยบาย ดังนี้ ๑.สำรวจ รวบรวมข้อมูลทุนทางวัฒนธรรม ที่มีศักยภาพ เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดใน ๑๐ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และผลักดันนโยบาย ๑ ครอบครัว๑ ซอฟต์ พาวเวอร์ ๒.สำรวจและพัฒนาแรงงานด้านวัฒนธรรม ให้มีทักษะสูง รองรับความต้องการของตลาด ๓.บริหารจัดการพื้นที่และเครือข่ายทางวัฒนธรรม ตั้งแต่ระดับชุมชน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด เพื่อพัฒนาศักยภาพเป็นพื้นที่สร้างสรรค์และพลังทางวัฒนธรรม ๔.ยกระดับงานวัฒนธรรมเดิมให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ๕.ส่งเสริมเทศกาลประเพณีของชาติและเทศกาลอื่นๆด้านวัฒนธรรม ให้เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ๖.ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้มีความทันสมัยและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ๗.สร้างโอกาสให้เข้าถึงแหล่งทุน และเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ จากการจำหน่ายสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม ๘.นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ ในการต่อยอดงานวัฒนธรรม ๙.อนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริม งานวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญของชาติให้คงคุณค่าและเนื้อหาสาระของวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ๑๐.เปิดพื้นที่สำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้ได้รับโอกาสในการเรียนรู้และแสดงออก นำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมอธิบายถึงแนวทางการดำเนินงาน ของสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม “๑๐ เปิดวัฒนธรรม สร้างพลังแห่งอนาคต” พร้อมกับผู้บริหารส่วนราชการในสังกัดและองค์การมหาชนที่ต่างให้แนวทางตามนโยบายเพื่อดำเนินงานในส่วนที่รับผิดชอบ ท่ามกลางผู้บริหาร ข้าราชการ วัฒนธรรมจังหวัดและเครือข่ายต่างๆ ที่พร้อมกันขานรับกันกึกก้องว่ากระทรวงวัฒนธรรม วันนี้เป็น “วัฒนธรรมทำทันที”

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม

นายประสพ เรียงเงิน ผอ.ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

นายประสพ เรียงเงิน ผอ.ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม

นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม

น.ส.ชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผอ.หอภาพยนตร์

น.ส.ชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผอ.หอภาพยนตร์

นางนิภา โสภาสัมฤทธิ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตย์พัฒนศิลป์

นางนิภา โสภาสัมฤทธิ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตย์พัฒนศิลป์

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัด ก.วัฒนธรรม

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัด ก.วัฒนธรรม

นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา

นายธนกร ศรีสุขใส ผจก.กองทุนพัฒนาสื่อฯ

นายธนกร ศรีสุขใส ผจก.กองทุนพัฒนาสื่อฯ

นายพนมบุตร จันทรโชติ 
 อธิบดีกรมศิลปากร

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร

ผู้แทน-ผอ.ศมส.

ผู้แทน-ผอ.ศมส.