หล่อเกินต้าน กับโมเมนต์สุดหล่อของพระเอกหนุ่ม ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/761653

หล่อเกินต้าน กับโมเมนต์สุดหล่อของพระเอกหนุ่ม  ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’

หล่อเกินต้าน กับโมเมนต์สุดหล่อของพระเอกหนุ่ม ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรียกได้ว่าขโมยหัวใจของสาวๆได้อย่างอยู่หมัด กับลุคหล่อเท่ของพระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ ในฐานะแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุดจากแบรนด์แว่นตาชื่อดังสัญชาติญี่ปุ่น “ชามัง” (CHARMANT) ที่ได้จัดงานเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ พร้อมนิทรรศการอวดโฉมแว่นตา 3 คอลเลคชั่นที่ได้หนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นผ่านแว่นตาหลากดีไซน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่ลานคิวสเตเดี้ยม ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อวันก่อน

ด้านแบรนด์แอมบาสซาเดอร์หนุ่มหล่อ ณเดชน์ คูกิมิยะ ยังได้เผยเคล็ดลับการเลือกแว่นตาในแบบฉบับของตนเองว่า “แว่นตาถือเป็นหนึ่งแอคเซสเซอรี่สำคัญของใครหลายๆ คนอย่างตัวเราเองที่มีปัญหาสายตามาตั้งแต่เด็ก แว่นตาจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เลย ชอบที่จะหยิบมามิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับหลายลุคในชีวิตประจำวันเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์การแต่งตัวในแต่ละวัน อย่างวันชิลๆ อยู่บ้านอ่านหนังสือ หรือเล่นมือถือติดตามคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียก็จะหยิบแว่นตาเลนส์กรองแสงมาใส่เพื่อถนอมและป้องกันสายตาจากแสงหน้าจอรวมถึงแสงสีฟ้าด้วย ส่วนวันไหนที่มีกิจกรรมเอาท์ดอร์หรือออกไปเที่ยวข้างนอกก็จะพกแว่นกันแดดติดตัวตลอด ซึ่งการเลือกแว่นตาส่วนตัวจะเลือกจากวัสดุกรอบตัวแว่นตาที่ผลิตจากไทเทเนียม เพราะมีความทนทาน ยืดหยุ่นและน้ำหนักเบา รวมถึงต้องมีการออกแบบที่ไม่บีบรัดศีรษะและไม่บีบจมูกด้วย ที่จะช่วยให้ความรู้สึกสวมใส่สบายและสามารถใส่ได้ทั้งวัน ในส่วนของแว่นกันแดดก็จะเลือกเป็นเลนส์ที่ช่วยกรองแสง UV ได้ดี ตัวกรอบก็ต้องมีดีไซน์ที่เท่เข้ากับลุค อย่างแว่นกันแดดในคอลเลคชั่นชามัง ซี แว่นตาทรงเหลี่ยมก็เป็นอีกหนึ่งทรงที่ชอบยิบมาใส่เป็นประจำเพราะเป็นทรงที่เข้ากับรูปหน้าของเรา และยังแมทช์กับเสื้อผ้าได้หลากหลายลุคอีกด้วย”

‘กิตติรัตน์’ ไขข้อข้องใจ 2 คำถามนโยบายดิจิทัลวอลเล็ท 10,000 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560522

08 ต.ค. 2566

‘กิตติรัตน์’ ไขข้อข้องใจ 2 คำถามนโยบายดิจิทัลวอลเล็ท 10,000 บาท

‘กิตติรัตน์’ ตอบ 2 คำถามคาใจปมดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ชี้ไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ พร้อมให้เหตุผลทำไมไม่ให้เงินสด

วันที่ 8 ต.ค. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ในฐานะประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบข้อข้องใจเกี่ยวกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ท 10,000 บาทของรัฐบาล ระบุว่า

1. “เงินดิจิตัล” จะสร้างเงินเฟ้อไหม ?

-ไม่มีใครสั่งให้ธนาคารกลาง พิมพ์เงินใหม่มาใส่ระบบ แต่ “เงินดิจิตัล” ทุกบาท จะมาจากรายได้ของรัฐบาลเอง

-“อุปสงค์ (Demand) ที่เพิ่มจากโครงการ ย่อมเพิ่มปริมาณกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่จะไม่เป็นเหตุให้ “ราคาเฟ้อ” เพราะอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่เพียงประมาณ 60% … อุปทาน (Supply) ย่อมเพิ่มได้โดยราคาไม่ขยับ และเมื่อผลิตเพิ่มขึ้นจะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยของสินค้าที่ผลิตถูกลงอีก ถ้าไม่ลดราคารัฐบาลขอเก็บภาษีจากกำไรที่สูงขึ้น

2. ทำไมไม่ให้เป็น “เงินสด” มีอะไรแอบแฝงรึเปล่า ?

-“เงินสด” ใช้ซื้อ “สิ่งดี” ได้ และ ใช้ซื้อ “สิ่งไม่ดี/สิ่งผิด” ก็ได้

-เงิน “ดิจิตัล” ที่มีค่าเท่ากัน บาทต่อบาท ใช้ซื้อ “สิ่งไม่ดี/สิ่งผิด” ไม่ได้ ใช้ไม่หมดตามกำหนด แสดงว่าไม่จำเป็นนัก ก็ยกเลิกการให้ได้

‘ยิ่งลักษณ์’ ประณามความรุนแรงเหตุโจมตีอิสราเอล ทำผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560510

08 ต.ค. 2566

‘ยิ่งลักษณ์’ ประณามความรุนแรงเหตุโจมตีอิสราเอล ทำผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บ

‘ยิ่งลักษณ์’ ประณามความรุนแรงเหตุโจมตีในอิสราเอลทำคนไทยบาดเจ็บ พร้อมแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต เชื่อรัฐบาลไทยช่วยเหลือเต็มที่

วันที่ 8 ต.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความผ่านX (ทวิตเตอร์) ระบุว่า ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตกรณีสถานการณ์การสู้รบ พร้อมประณามการกระทำรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ทุกคน พร้อมทั้ง ขอแสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของแรงงานไทยที่มีรายงานข่าวว่าถูกลักพาตัวไปเป็นตัวประกัน คนไทยที่ติดอยู่ในภาวะสงครามและได้รับบาดเจ็บ

“ทราบว่าขณะนี้รัฐบาลไทยได้ดำเนินการเพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยอย่างเต็มกำลัง ดิฉันขอให้พี่น้องคนไทยทุกคนปลอดภัยและได้เดินทางกลับบ้านเราโดยเร็ว” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทวีตข้อความ

‘ปานปรีย์’ แถลงคืบหน้าเหตุโจมตีอิสราเอล ย้ำไม่ได้ประณามฝ่ายใด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560507

08 ต.ค. 2566

‘ปานปรีย์’ แถลงคืบหน้าเหตุโจมตีอิสราเอล ย้ำไม่ได้ประณามฝ่ายใด

‘ปานปรีย์’ แถลงความคืบหน้าเหตุโจมตีอิสราเอล แจงไม่ได้เลือกข้างแต่ประณามความรุนแรง พร้อมต่อสายเอกอัครทูตเผยแรงงานไทยไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย

วันที่ 8 ต.ค. นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและปฏิบัติการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงด่วนกรณีเหตุโจมตีที่ประเทศอิสราเอล ว่า  รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ได้สั่งการให้สถานทูตรายงานอย่างต่อเนื่อง ได้ประสานติดต่อทางการอิสราเอลและพี่น้องแรงงานไทยทุกคน

นายปานปรีย์ เผยว่ารายงานล่าสุด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน  รอการช่วยเหลือจากกองทัพ 3 คน รักษาตัวที่โรงพยาบาลSoroka (โซ-โร-ก้า) จำนวน 5 คน เสียชีวิต 1 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน ซึ่งทางสถานทูตได้มีการติดต่อประสานเพื่อยืนยันข้อมูล แต่ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ จึงยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขหรือข้อมูลต่างๆอย่างเป็นทางการได้อย่างไรก็ตาม ตนขอความกรุณาในเรื่องการเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งตอนนี้ยังไม่ประสงค์จะเผยแพร่ชื่อของแรงงานที่ได้รับผลกระทบ เพราะควรจะได้รับการติดต่อญาติมิตรของแรงงานให้ได้รับทราบก่อน

นายปานปรีย์ ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบินเพื่อเตรียมอพยพลำเลียงพี่น้องคนไทยจากอิสราเอล เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยโดยเร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้ทางอากาศยานที่อิสราเอลยังปิด ประเทศอื่นก็ยังไม่ได้ทำการอพยพในตอนนี้ อิสราเอลเขาประกาศว่าอยู่ในภาวะสงคราม มีการห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ต้องลงหลุมหลบภัยเป็นระยะ ซึ่งเป็นแนวทางที่คนอิสราเอลและคนไทยที่อยู่ในอิสราเอลตระหนักรู้และได้รับการอบรมอยู่แล้ว

ซึ่งเวลา 13.00 น. ส่วนบริหารงานสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีการประชุมกันที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศระหว่างทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กองทัพอากาศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงทีมแพทย์ เพื่อประสานการเตรียมการภารกิจต่างๆให้ดำเนินการได้อย่างราบรื่น ขอให้วางใจว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากและจะดำเนินการทุกอย่าง รัฐบาลไทยไม่เห็นด้วยขอประนามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยุติความรุนแรง และปล่อยตัวพลเมืองผู้บริสุทธิ์ทันที

จากนั้นได้มีการต่อสายไปถึงนางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟประเทศอิสราเอลด้วยโดยนางสาวพรรณนภา กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์ในอิสราเอลยังมีการสู้รบอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตริมฉนวนกาซ่า ตอนนี้ทางฝั่งอิสราเอลพยายามยึดคืนพื้นที่ เพิ่งยึดคืนมาได้ 2 ส่วน แต่ยังไม่ใช่ในส่วนที่ได้รับรายงานว่ารายงานไทยถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ ตนขอเรียนให้ทราบว่า คนที่ถูกจับตัวไปไม่ได้มีเฉพาะแค่แรงงานไทย แต่มีแรงงานในชาติอื่นด้วย ทั้งนี้ ทางสถานทูตไม่ได้นิ่งนอนใจและจะประสานให้การช่วยเหลือรายงานไทยอย่างใกล้ชิดในทุกโอกาส

เมื่อถามว่ารายงานไทยถือว่าเป็นเป้าหมายหรือไม่ นางสาวพรรณนภา กล่าวว่า แรงงานไทยไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่ทางฝ่ายฮามาสจะทำร้าย เพียงแต่เป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว จึงถูกจับไปเป็นตัวประกัน ขอเรียนย้ำว่าไม่ได้มีแค่แรงงานไทย ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานที่ถูกจับตัวไปนั้น ตอนนี้ทางเราพยายามติดต่อฝ่ายแรงงาน แต่ติดต่อได้แค่แรงงานที่บาดเจ็บบางท่าน แรงงานที่ถูกจับเป็นตัวประกันยังไม่สามารถติดต่อได้ เพราะยังเป็นพื้นที่ที่ถูกยึดครองต้องต่อฝ่ายอิสราเอลเคลียพื้นที่

เมื่อถามว่าอุปสรรคที่สำคัญมีเรื่องอะไรบ้างในการติดต่อแรงงาน นางสาวพรรณนภา ระบุว่า ต้องเรียนว่าตอนนี้เราก็ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพียงแต่ยังไม่มีใครสามารถยืนยันข้อมูลที่แน่ชัดได้ว่าสถานการณ์จริงๆเป็นอย่างไร

จากนั้น นายปานปรีย์ กล่าวสรุปว่า มีคำถามหลากหลายเข้ามามากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอล แต่ทางรัฐบาลไทยเป็นห่วงสูงสุดคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทย เราจะต้องดูแลเยียวยาผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงคนที่ถูกจับตัว เราต้องหาช่องทางหนึ่งที่ให้ปล่อยตัวพี่น้องชาวไทยออกมาให้ได้ ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศค่อนข้างมีความพร้อม การประสานกองทัพอากาศทันทีตั้งแต่เหตุการณ์เริ่ม ตอนนี้รอเพียงสัญญาณความพร้อมเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าคนที่ได้รับบาดเจ็บอาการอยู่ในระดับไหน นายปานปรีย์ กล่าวว่า สถานทูตได้เข้าไปดูแลอยู่ ช่วงท้ายการแถลง นายปานปรีย์ ระบุว่า เรายังไม่ได้ประณามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราแค่ประณามการใช้ความรุนแรง สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวไทยที่เป็นผู้บริสุทธิ์ในตอนนี้เราไม่สามารถที่จะรับได้

นายปานปรีย์ ยังระบุว่า เป็นความยากลำบากมากในการทำงาน แต่อย่างไรก็ตามเราจะทำเต็มที่ ส่วนการประณามที่เกิดขึ้น จะส่งผลกระทบต่อรายงานที่ถูกจับตัวไปหรือไม่ นายปานปรีย์ กล่าวว่า เราไม่ได้ประณามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเนื่องจากยังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คำว่า in human ในถ้อยแถลง เป็นการทำให้เกิดความรุนแรงและทำให้ประชาชนคนไทยเสียชีวิตคือเป็นหลักที่เราไม่สามารถที่จะรับได้เพราะความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยเป็นประเด็นสำคัญที่สุด

‘เศรษฐา’ เซ็นตั้ง คกก.พัฒนาระบสุขภาพแห่งชาติ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งรองประธาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560504

08 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ เซ็นตั้ง คกก.พัฒนาระบสุขภาพแห่งชาติ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งรองประธาน

‘เศรษฐา’ เซ็นตั้งคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งรองประธาน ‘หมอเลี๊ยบ’ นั่งเลขาฯ หวังพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ

วันที่ 8 ต.ค.มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 258/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ โดยเอกสารใจความว่า

ด้วยรัฐบาลมีนโยบายสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัย สร้างศักดิ์ศรี และนำความภาคภูมิใจ มาสู่ประชาชนไทยทุกคน โดยเฉพาะการสร้างและพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและโรคอุบัติใหม่ รวมถึงสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาวให้เกิดความเท่าเทียมเป็นธรรมของคนทุกกลุ่ม อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่ง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ โดยมีองค์ประกอบกรรมการรวม 23 คน ดังนี้

1.นายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) เป็น ประธานกรรมการ 2.รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายภูมิธรรม เวชยชัย) เป็น รองประธานกรรมการ 3.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็น รองประธานกรรมการ 4.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 5.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง 6.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

7.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 8.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 9.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 10.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 11.เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 12.ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 13.นายกทันตแพทยสภา 14.นายกแพทยสภา 15.นายกสภากายภาพบำบัด 16.นายกสภาการพยาบาล

17.นายกสภาเทคนิคการแพทย์ 18.นายกสภาเภสัชกรรม 19.นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน 20.เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค 21.นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็น กรรมการและเลขานุการ 22.ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็น กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และ 23.เลขาธิการ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็น กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

สำหรับบทบาทและอำนาจหน้าที่ ดังนี้ 1.พัฒนาและขับเคลื่อนระบบสุขภาพแห่งชาติในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์วิกฤตฉุกเฉินด้านสุขภาพ ตลอดจนกลั่นกรองนโยบายสำคัญก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) 2.เสนอแนะแนวทางพัฒนานโยบายและขับเคลื่อนระบบสุขภาพแห่งชาติต่อ ครม. เพื่อตัดสินใจเชิงรุก เกิดการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม 3.กำกับดูแล บูรณาการความร่วมมือทางนโยบายและแผนระดับประเทศ ระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐรัฐวิสาหกิจ องค์การเอกชนทั้งในและต่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชน 4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือที่ปรึกษา เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ และ 5.ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกรัฐมนตรี หรือ ครม.มอบหมาย

นอกจากนี้ ให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือแก่คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติในการชี้แจงข้อมูล ส่งเอกสาร ตลอดจนดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติกำหนด ขณะที่การเบิกจ่ายเบี้ยประชุม หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือที่ปรึกษาที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ.2547 ตามระเบียบทางราชการ โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข

‘เศรษฐา’ ได้รับรายงานคนไทยเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย จากกลุ่มฮามาสโจมตี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560499

08 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ ได้รับรายงานคนไทยเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย จากกลุ่มฮามาสโจมตี

‘เศรษฐา’ เดินทางถึงฮ่องกงได้รับรายงานคนไทยชีวิตเพิ่ม 1 รายรวมเป็น 2 ราย จากเหตุกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล สั่งการสถานทูตให้ความช่วยเหลือ 24 ชม.

วันที่ 8 ต.ค. เวลา 12.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นเขตปกครองพิเศษฮ่องกง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้รับทราบรายงานจาก สาวพรรณภา จันทรารมย์  เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ว่า มีคนไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน รวมเป็น 2 คน จากเหตุการณ์กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล     

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟให้รายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและ เป็นศูนย์ประสานในการให้ความช่วยเหลือคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2731136

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ จัดฉาย The Spirits of Maritime Crossing รอบปฐมทัศน์

8 ต.ค. 2566 05:01 น.

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ จัดฉาย The Spirits of Maritime Crossing รอบปฐมทัศน์

ดูเพลิน  –  ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ จัดฉายภาพยนตร์ The Spirits of Maritime Crossing รอบปฐมทัศน์ โดยมี สเตฟาโน่ ราโบลลี่ แพนเซร่า, พิเชษฐ์ กลั่นชื่น, ทวีศักดิ์ มูลสวัสดิ์ และ กวิตา วัฒนะชยังกูร มาร่วมชมด้วย ที่โรงภาพยนตร์ House Samyan สามย่านมิตรทาวน์ วันก่อน.

ภัยธรรมชาติอยู่เหนือการควบคุมแต่ป้องกันได้ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม 2566

  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.อ.สมศักดิ์ แขวงโสภา ที่ปรึกษาโครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กทม. วันที่ 8 ต.ค. เวลา 17.30 น.
  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน… ท่ามกลางปัญหาที่ถาโถมเข้าใส่ รัฐบาล ในห้วงเริ่มต้นตั้งลำทำงาน โดยเฉพาะ การเร่งฟื้นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ที่กำลังเดินหน้านโยบายวีซ่าฟรี เปิดรับนักเที่ยวโดยเฉพาะจาก ประเทศจีน เพื่อ สร้างเม็ดเงิน เข้าประเทศ จากการท่องเที่ยว เพื่อมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันหลังเยาวชนอายุ 14 ปี ก่อเหตุโศกนาฏกรรมใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้คนในศูนย์การค้าชื่อดังกลางเมืองหลวง เป็นเหตุให้มี ผู้เสียชีวิต 2 ราย และ บาดเจ็บอีก 5 คน ที่สำคัญเหยื่อกระสุน หนึ่งในผู้เสียชีวิต และ หนึ่งในกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ครั้งนี้เป็น นักท่องเที่ยวชาวจีน กลายเป็นข่าวใหญ่โต สำนักข่าวใหญ่หลายประเทศลงข่าวกันครึกโครม โดนนำไปขยายผลวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไปเต็มๆ…ทำให้
การเงิน  –  กฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง เปิดงาน “MONEY EXPO 2023 UDONTHANI” มหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 10 ให้ สันติ วิริยะรังสฤษฎ์ จัดถึง 8 ต.ค. โดยมี วันชัย คงเกษม, รวิวรรณ ศิริเกษมทรัพย์ และ พูนเกียรติ พุทธรักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล อุดรธานี วันก่อน.
ต้นแบบ  –  วราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม. มาเยี่ยมชม One Bangkok Immersive Pavilion ต้นแบบกรีนสมาร์ทซิตี้ของกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โดยมี อนุกูล ปีดแก้ว, แรมรุ้ง วรวัธ, อภิญญา ชมภูมาศ และ ปณต สิริวัฒนภักดี มาร่วมชมด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
  • เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ต้องต่อสายถึง เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ของประเทศที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อชี้แจงสถานการณ์และแนวทางแก้ปัญหาเป็นพัลวัน นอกจากนี้ยังสั่งการให้
  • ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เร่ง กู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย รวมทั้งมอบหมายให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ดำเนินออกมาตรการเกี่ยวกับ การควบคุมอาวุธปืน และ สิ่งเทียมอาวุธปืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่อง ความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายในทำนองเดียวกันขึ้นมาอีก…งานนี้ทุกฝ่ายควรต้องให้กำลังใจและร่วมมือกัน เพื่อกู้ภาพลักษณ์ของประเทศ
รับรางวัล  –  ดร.วราทัศน์ วงศ์สุรไกร ประธานบริหาร บริษัทโรงเส้นหมี่ชอเฮง รับมอบรางวัล “Eco Factory (GI 4)” โรงงานอุตสาหกรรมยึดมั่นในการประกอบกิจการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมี บุญจีรา วงศ์สุรไกร และ ยศวัฒน์ จูฑะพุทธิ มาร่วมปลื้มด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน.
ตามไปชม  –  วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ เปิดงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK” ผจญภัยอาณาจักรสัตว์หลากสายพันธุ์หาชมยากกว่า 300 ชีวิต จัดถึง 15 ต.ค. โดยมี ระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ และ ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน วันก่อน.
  • ล่าสุด ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ออกมาระบุถึงปฏิกิริยาของประเทศต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นว่า เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่สามารถควบคุม คิดว่าชาวต่างชาติเข้าใจ และอยู่ที่ว่า หน่วยงานภาครัฐ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีมาตรการอย่างไร คาดว่าขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังวางมาตรการที่ชัดเจน โดยมี 2 มาตรการ มาตรการแรก คือ การเยียวยา อีกมาตรการคือการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก หาก 2 มาตรการมีความชัดเจน เชื่อว่า ชาวต่างชาติ จะกลับมาให้ความเชื่อมั่นประเทศไทยอีกครั้ง คาดว่าภายในวันสองวันนี้มาตรการเหล่านี้จะเสร็จเรียบร้อย…ส่วนเรื่องความกังวลของ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่อาจส่งผลทำให้การท่องเที่ยวชะงักในช่วงนี้ ก็คงต้องมีบ้างในช่วงต้น แต่เชื่อว่าถ้าได้เห็น 2 มาตรการ ที่ รัฐบาลไทย ออกมาทั้ง การเยียวยา และ การป้องกัน รวมถึงการดำเนินการกับผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายแล้ว ผลกระทบด้านการท่องเที่ยวก็จะเกิดแค่ระยะสั้น…ขอให้ทำสำเร็จเห็นผลเป็นจริงได้ในเร็ววัน ไม่เช่นนั้นการท่องเที่ยวไทยอาจซึมยาว
จากญี่ปุ่น  –  ตามตะวัน แจ่มจำรัส เปิดตัวป๊อปอัปสโตร์ “MAKAVELIC” แบรนด์กระเป๋าลักชัวรีแฟชั่นสตรีทจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมดีไซน์และฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้งานทุกไลฟ์สไตล์ โดยมี สุธีรา วรวรรณวงศ์ และ กิตติภพ เสรีวิชยสวัสดิ์ มาร่วมงานด้วย ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ วันก่อน.
  • เฮ้อ…นอกจากปัญหา ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ที่ต้องเร่งแก้ไขฟื้นฟูภาพลักษณ์ ก็ยังมี ปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะ ภาคเหนือตอนล่าง และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่หลายจังหวัดกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา รวมทั้งพื้นที่เศรษฐกิจเสียหาย ประชาชนต้องเผชิญความทุกข์ยากเดือดร้อน ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ รัฐบาล ต้องรีบแก้ไข ช่วยเหลือเยียวยา …เมื่อวันที่ 6-7 ต.ค.ที่ผ่านมา นายกฯเศรษฐา ได้นำคณะชุดใหญ่ อาทิ เกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและสั่งเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ จ.อุบลราชธานี ยโสธร และ ร้อยเอ็ด…ทั้งนี้ นายกฯเศรษฐา ได้เน้นย้ำในระหว่างตรวจสถานการณ์น้ำ ที่ จ.อุบลราชธานีว่า จ.อุบลราชธานี และพื้นที่ข้างเคียงมีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ท่วมแล้วท่วมอีก ท่วมต่อไป ดังนั้นต้องหาทางแก้ไขบูรณาการระยะยาวให้ได้ เข้าใจว่าปัญหาใหญ่สะสมมานานไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ในระยะสั้น ที่ผ่านมามีน้ำท่วมที่ จ.แพร่ จ.สุโขทัย เยอะมาก ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเยียวยา ส่วนที่ จ.อุบลราชธานี น้ำเพิ่งจะเริ่มท่วมยังไม่ถึงช่วงวิกฤติจริงๆ แต่หากไม่ทำอะไรไว้ก่อนก็อาจเกิดวิกฤติจะกระทบ ภาคอุตสาหกรรมมหาศาล รวมทั้ง โรคระบาด ที่จะตามมา…อย่างไรก็ตาม รัฐบาล เพิ่งเข้ามาไม่ถึงเดือนจึงต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อน เพื่อบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนไม่ให้น้ำท่วมเยอะกว่าปีที่แล้ว หากเราคิดและสามารถทำไม่ให้ท่วมหรือให้ท่วมน้อยที่สุด ถ้าน้ำท่วมแล้วก็ต้องระบายเร็วที่สุด ช่วงนี้ยังมีทางป้องกันได้ โดยจะต้องมีวิธีในการระบายน้ำที่อาจจะต้องมีวิธีการที่เสี่ยงนิดนึง …สถานการณ์น้ำท่วมจ่อคอหอยชาวบ้านจะทำอะไรก็รีบทำ ถ้ามัวชักช้าอาจเสียหายบานปลาย
วันปลอดรถ  –  พันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ จัดกิจกรรม “เขาใหญ่คาร์ฟรีเดย์ 2023” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันงดใช้รถในพื้นที่ โดยมี อูล์ปาจ์จา ลามา, ชัยยา ห้วยหงษ์ทอง และ สุรชัย ท้วมสมบูรณ์ มาร่วมงานด้วย ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เป็นประธานเปิดงานประชาสัมพันธ์ความสำเร็จโครงการ “โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการรับและแบ่งปันเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์” และ “การอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างความเข้าใจในการดูแลรักษาข้อมูลประเภท Sensitive Data ให้เข้าใจหลักการของ Traffic Light Protocol” ที่ห้องพระอินทร์ 1-2 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 9 ต.ค. 09.00 น.
  • ศพ ปรีชา พงศ์อิศวรานันท์ บิดา ศ.ดร.ทพญ.วรานันท์–พล.อ.ต.จักรฤทธิ์ บัวจีบ ตั้งสวดวัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 18.00 น. ถึง 11 ต.ค. พระราชทานเพลิง 12 ต.ค.16.00 น.

“ธนูเทพ”

ไบเดนนำทีมผู้นำชาติตะวันตก ออกโรงหนุนอิสราเอล หลังถูกฮามาสโจมตี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731308

ไบเดนนำทีมผู้นำชาติตะวันตก ออกโรงหนุนอิสราเอล หลังถูกฮามาสโจมตี

8 ต.ค. 2566 13:03 น.

ไบเดนนำทีมผู้นำชาติตะวันตก ออกโรงหนุนอิสราเอล หลังถูกฮามาสโจมตี

ผู้นำชาติตะวันตก นำโดยสหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส ต่างออกมาสนับสนุนอิสราเอล หลังกลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลอย่างไม่คาดคิด เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลอิสราเอลโจมตีตอบโต้ จนทำให้ทั้งสองฝ่ายมีผู้เสียชีวิตรวมกันทะลุ 400 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ได้ต่อสายตรงถึงนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำของอิสราเอล วานนี้ (7 ต.ค.) เพื่อแสดงการสนับสนุนอิสราเอล หลังกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ หรือที่รู้จักกันในนาม กลุ่มฮามาส เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา และย้ำว่าสหรัฐฯ พร้อมให้การช่วยเหลืออิสราเอลและประชาชนชาวอิสราเอลทุกรูปแบบ

แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของนายไบเดน กล่าวว่า “ผมได้บอกกับนายกฯ เนทันยาฮูอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะสนับสนุนอิสราเอลอย่างเหมาะสมในทุกรูปแบบ การก่อการร้ายเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และอิสราเอลก็มีสิทธิที่จะปกป้องตนเอง และประชาชนของตน” พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ จะอยู่เคียงข้างอิสราเอล และไม่ทิ้งไปไหน

ขณะเดียวกัน สำนักงานนายกรัฐมนตรีของอิสราเอล เปิดเผยว่า นายกฯ เนทันยาฮู ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีมาร์ก รูทท์ ของเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำทั้ง 2 จากยุโรป ต่างก็แสดงการสนับสนุนอิสราเอลอย่างเต็มที่ ในการป้องกันประเทศ จากเหตุกลุ่มฮามาสโจมตี

ด้านสหภาพยุโรป ออกแถลงการณ์สนับสนุนอิสราเอล และเรียกร้องให้มี “สันติภาพที่ยั่งยืน” ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 ต.ค. กลุ่มฮามาสของปาเลสไตน์ ได้ยิงจรวดจำนวนหลายพันลูก และส่งนักรบติดอาวุธเข้าโจมตีหลายพื้นที่ในอิสราเอล ทำให้มีชาวอิสราเอลเสียชีวิตอย่างน้อย 250 ศพ และมีคนหลายรายถูกจับเป็นตัวประกัน ส่งผลให้นายเนทันยาฮู ผู้นำของประเทศ ประกาศว่า อิสราเอลได้เข้าสู่สงคราม และประกาศการล้างแค้นอย่างสาสมต่อกลุ่มฮามาส พร้อมออกคำเตือนประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตกาซา รีบอพยพออกนอกพื้นที่ เนื่องจากกองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการตอบโต้และกวาดล้างกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา

ด้านกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ถูกสังหารอย่างน้อย 232 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 1,600 ราย จากปฏิบัติการตอบโต้ของอิสราเอล.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา: CNBC

อิสราเอลประกาศล้างแค้นครั้งใหญ่ หลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตี คร่าชีวิตผู้คนหลายร้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731273

อิสราเอลประกาศล้างแค้นครั้งใหญ่ หลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตี คร่าชีวิตผู้คนหลายร้อย

8 ต.ค. 2566 09:17 น.

อิสราเอลประกาศล้างแค้นครั้งใหญ่ หลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตี คร่าชีวิตผู้คนหลายร้อย

ผู้นำอิสราเอลประกาศการล้างแค้นครั้งใหญ่ หลังกองกำลังกลุ่มฮามาสบุกจู่โจมอิสราเอลแบบไม่คาดคิด ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันทั้งสองฝ่ายเกือบ 500 ศพ

ผู้นำอิสราเอลประกาศการล้างแค้นครั้งใหญ่ หลังมือปืนจากกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ใช้กำลังบุกจู่โจมไปทั่วเมืองต่างๆ ของอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ สังหารชาวอิสราเอลอย่างน้อย 250 ศพ และหลบหนีพร้อมตัวประกันหลายสิบคน ซึ่งนับเป็นวันที่นองเลือดที่สุดในอิสราเอล นับตั้งแต่สงครามยมคิปปูร์เมื่อ 50 ปีที่แล้ว

ผลการโจมตีตอบโต้จากอิสราเอล ยังส่งผลให้ประชาชนในเขตฉนวนกาซา เสียชีวิตมากกว่า 230 ศพ ขณะที่การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปในช่วงคืนที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอล ระบุว่า การต่อสู้ด้วยปืนดำเนินไปอย่างดุเดือดระหว่างกองกำลังอิสราเอลกับนักรบฮามาสหลายร้อยคนในพื้นที่อย่างน้อย 22 แห่งของอิสราเอล รวมถึงพื้นที่อย่างน้อยสองแห่งที่มือปืนจับตัวประกัน

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลกล่าวว่า “เราจะแก้แค้นอย่างยิ่งใหญ่สำหรับวันที่เลวร้ายนี้” 

“กลุ่มฮามาสทำสงครามที่โหดร้ายและชั่วร้าย เราจะชนะสงครามครั้งนี้ แต่ราคาก็หนักเกินกว่าจะแบกรับได้” เขากล่าวต่อว่า “กลุ่มฮามาสต้องการสังหารพวกเราทุกคน นี่คือศัตรูที่สังหารแม่และเด็กในบ้าน ศัตรูที่ลักพาตัวคนชรา เด็ก และเด็กสาววัยรุ่น” ด้านนายอิสมาอิล ฮานีเยห์ ผู้นำกลุ่มฮามาส กล่าวว่าการโจมตีที่ได้เริ่มขึ้นในฉนวนกาซา จะลุกลามไปยังเขตเวสต์แบงก์และนครเยรูซาเลม

ภาพที่ปรากฏตามสื่อหลายแห่ง พบศพพลเรือนอิสราเอลตามถนนสายต่างๆ ในเมืองสเดโรต์ ทางตอนใต้ของอิสราเอล ใกล้เขตฉนวนกาซา ชาวอิสราเอลที่หวาดกลัวจำเป็นต้องหลบภัยอยู่ในสถานที่ปลอดภัย 

โดยเมื่อเวลา 01.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น กองทหารอิสราเอลยังคงปะทะกับนักรบฮามาสในพื้นที่บางส่วนของทางตอนใต้ของอิสราเอล ในการบรรยายสรุปทางโซเชียลมีเดีย โฆษกกองทัพอิสราเอลกล่าวว่า สถานการณ์ยังไม่อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสมบูรณ์

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า คณะรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้อนุมัติขั้นตอนต่างๆ ในการทำลายความสามารถทางทหารและรัฐบาลของกลุ่มฮามาส รวมถึงการตัดไฟฟ้าและเชื้อเพลิง และการนำเข้าสินค้าเข้าสู่เขตฉนวนกาซา

ส่วนในเขตฉนวนกาซา ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกนำส่งไปยังโรงพยาบาลที่มีสภาพแออัดยัดเยียด เนื่องจากขาดแคลนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ในการรักษา กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 232 ศพ และบาดเจ็บอย่างน้อย 1,700 ราย

ส่วนในหลายประเทศในตะวันออกกลาง ได้มีการชุมนุมเพื่อสนับสนุนกลุ่มฮามาส โดยมีการจุดไฟเผาธงชาติอิสราเอลและสหรัฐฯ และผู้เดินขบวนในอิรัก เลบานอน ซีเรีย และเยเมน ได้โบกธงปาเลสไตน์ ขณะที่การโจมตีของกลุ่มฮามาสได้รับการยกย่องอย่างเปิดเผยจากอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ 

ฮามาสกล่าวว่า ได้ยิงจรวด 150 ลูก ใส่กรุงเทลอาวีฟในช่วงเย็นวันเสาร์ เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ที่ทำลายตึกสูงที่มีอพาร์ตเมนต์มากกว่า 100 ห้อง

ซาเลห์ อัล-อารูรี รองหัวหน้ากลุ่มฮามาส กล่าวกับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า กลุ่มได้จับเชลยชาวอิสราเอลจำนวนมาก รวมถึงเจ้าหน้าที่อาวุโส เขากล่าวว่า ฮามาสมีเชลยมากพอที่จะทำให้อิสราเอลปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดในคุกของตน

กลุ่มฮามาส ซึ่งสนับสนุนการทำลายล้างอิสราเอล กล่าวว่า การโจมตีดังกล่าว เป็นผลมาจากการที่อิสราเอลยกระดับการโจมตีต่อชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ นครเยรูซาเลม และต่อชาวปาเลสไตน์ในเรือนจำของอิสราเอล

นายโมฮัมหมัด เดอิฟ ผู้บัญชาการทหารของกลุ่มฮามาส กล่าวว่า “นี่เป็นวันแห่งการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพื่อยุติการยึดครองครั้งสุดท้ายบนโลก” และเรียกร้องให้ชาวปาเลสไตน์ในทุกที่ออกมาร่วมต่อสู้

ทั้งนี้ เขตฉนวนกาซาได้รับความเสียหายจากสงคราม 4 ครั้ง และการปะทะกันนับไม่ถ้วนระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอล นับตั้งแต่กลุ่มติดอาวุธเข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าวในปี 2550 และการที่อิสราเอลไม่ระวังตัวถือเป็นความล้มเหลวด้านข่าวกรองที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ สร้างความตื่นตระหนกให้กับอิสราเอลที่มักอวดอ้างถึงการแทรกซึมและการเฝ้าติดตามกลุ่มติดอาวุธอย่างเข้มข้น.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

หมอกควันไฟป่าอินโดนีเซีย กระทบคุณภาพอากาศสิงคโปร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731269

หมอกควันไฟป่าอินโดนีเซีย กระทบคุณภาพอากาศสิงคโปร์

8 ต.ค. 2566 08:47 น.

หมอกควันไฟป่าอินโดนีเซีย กระทบคุณภาพอากาศสิงคโปร์

คุณภาพอากาศของสิงคโปร์ตกลงสู่ระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หลังจากไฟป่าในอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้นหลายจุด ทำให้เกิดหมอกควันปกคลุมสิงคโปร์

ผลการรายงานคุณภาพอากาศ ระบุว่า คุณภาพอากาศของสิงคโปร์ตกลงสู่ระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เมื่อวันเสาร์ (7 ต.ค.) ในขณะที่ไฟป่าที่เพิ่มขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย ได้ทำให้เกิดหมอกควันที่ลอยมายังสิงคโปร์

โดยเมื่อเวลา 21.00 น. วานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ผลการอ่านค่าดัชนีมาตรฐานมลพิษตลอด 24 ชั่วโมง ในภาคตะวันออก และภาคกลางของสิงคโปร์ พบว่าอยู่ระหว่าง 67-123 ซึ่งเป็นระดับที่ประชาชนได้รับคำแนะนำให้ลดกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน

หมอกควันข้ามพรมแดนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากช่องโหว่ด้านกฎระเบียบทำให้ยากสำหรับหน่วยงานต่างๆ ที่จะลดการจุดไฟเพื่อแผ้วถางพื้นที่เกษตรกรรมของอินโดนีเซีย

สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสิงคโปร์ ระบุว่า พบจุดที่เกิดไฟไหม้ 212 จุด บนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียเมื่อวันศุกร์ เพิ่มขึ้นจาก 65 จุดในวันพฤหัสบดี และ 15 จุดเมื่อวานก่อนหน้านี้ การเปลี่ยนแปลงทิศทางลมช่วงสั้นๆ ในบ่ายวันศุกร์ ทำให้เกิดหมอกควันเบาบางมายังสิงคโปร์ ส่งผลให้คุณภาพอากาศแย่ลง

สำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของสิงคโปร์ กล่าวว่า ดัชนีมาตรฐานมลพิษทางอากาศ หรือ พีเอสไอ ทะลุเกินกว่าระดับ 100 ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยดัชนีไปอยู่ที่ 111 ในพื้นที่เขตชานเมืองทางตะวันออก และอยู่ที่ 102 ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ เมื่อตอนช่วงก่อนเที่ยงวันตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้ สำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ แนะนำให้ประชาชนลดกิจกรรมกลางแจ้งเป็นระยะเวลานานๆ หากระดับพีเอสไออยู่ระหว่าง 100-200 อย่างไรก็ตามยังคงพบประชาชนวิ่งออกกำลังกาย และขี่จักรยานออกกำลังในสวนสาธารณะ

วิธีการแผ้วถางที่ดินแบบดั้งเดิมเพื่อการปลูกปาล์มน้ำมัน และการปลูกพืชสำหรับผลิตเยื่อกระดาษ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในอินโดนีเซีย ซึ่งพบว่ามีบริษัททั้งในประเทศ และต่างประเทศ หรือบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นเจ้าของ

ด้านรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย กล่าวว่า อินโดนีเซียกำลังดับไฟป่าด้วยการฉีดน้ำจากเฮลิคอปเตอร์ และการทำฝนเทียมผ่านทางกลุ่มเมฆ โดยปฏิเสธว่าหมอกควันอันตรายกำลังข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อต้นสัปดาห์ มาเลเซียเรียกร้องให้อินโดนีเซียเร่งดำเนินการกับไฟป่าบริเวณชายแดนอินโดนีเซีย เนื่องจากคุณภาพอากาศในมาเลเซียอยู่ในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

ประธานาธิบดี โจโค วิโดโด ของอินโดนีเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ว่า สภาพอากาศแห้งแล้งทำให้เกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ แต่สถานการณ์กลับดีขึ้นกว่าในปี 2558 ซึ่งพื้นที่กว่า 16.25 ล้านไร่ถูกเผา ตามการประเมินของธนาคารโลก โดยเขาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่และรัฐบาลท้องถิ่นดับไฟทันทีก่อนที่จะลุกลาม

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ในปี 2558 และ 2562 ไฟดังกล่าวได้เผาพื้นที่หลายล้านไร่ในอินโดนีเซีย และส่งหมอกควันปกคลุมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นประวัติการณ์ 

สภาพหมอกควันที่รุนแรงที่สุดที่เคยบันทึกได้ในสิงคโปร์คือเมื่อเดือนกันยายน 2558 เมื่อดัชนีคุณภาพอากาศในระยะเวลา 24 ชั่วโมง สูงเกิน 300 สู่ระดับอันตราย ส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งต้องยกเลิกการเรียนการสอน.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign