‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่ ตรวจเขื่อนทดน้ำฯ เร่งรัดแก้ไขปัญหา เกษตรกรอุตรดิตถ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776518

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามความก้าวหน้าโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก ต.ผาจุก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โดยมีนายประยูรอินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำน่านตอนล่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมพื้นที่ อ.เมือง อ.ลับแล อ.ตรอน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ อ.พรหมพิราม และ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก และเพื่อเป็นการพัฒนาระบบชลประทาน ประมาณ 481,400 ไร่ (พัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝนที่มีศักยภาพให้เป็นพื้นที่ชลประทานประมาณ 304,000 ไร่ และส่งน้ำสนับสนุนและปรับเปลี่ยนระบบส่งน้ำจากเดิมโดยการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เป็นระบบส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงประมาณ 134,800 ไร่และพื้นที่โครงการชลประทานน้ำริด จังหวัดอุตรดิตถ์ ประมาณ 42,600 ไร่)

สำหรับโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก ตั้งอยู่ในแม่น้ำน่าน บริเวณบ้านคลองนาพงหมู่ 7 ต.ผาจุก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำน่านตอนล่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบันได้สร้างเขื่อนทดน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบส่งน้ำ พร้อมอาคารประกอบ หากดำเนินการแล้วเสร็จ โดยจะสามารถส่งน้ำได้ครอบคลุมพื้นที่ อ.เมือง อ.ลับแล อ.ตรอน และ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ อ.พรหมพิราม และ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก รวมพื้นที่กว่า 481,400 ไร่

‘อภัย’ถกหารือแนวทาง ทำโครงการลดต้นทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776526

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนโครงการลดต้นทุน ร่วมกับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย กรมปศุสัตว์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ห้องประชุมสำนักตรวจราชการ 1403

สรุปสาระสำคัญการประชุม ดังนี้ 1.ติดตามความก้าวหน้าของมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่อง ขออนุมัติขึ้นราคาน้ำนมดิบเพิ่ม 2.25 บาท/กิโลกรัม

2.ติดตามความก้าวหน้าประเด็นการลดต้นทุนอาหารสัตว์ ได้แก่ สูตรอาหารลดต้นทุนด้วยอาหารข้นโปรตีนสูง โดยใช้หญ้าอาหารสัตว์คุณภาพดี ใบมันสำปะหลัง ถั่วเขียว เพื่อทดแทนอาหารข้นสำเร็จรูป และการขยายผลในสหกรณ์โคนม และ 3.หารือการจัดทำโครงการเพื่อช่วยเกษตรกรรายย่อยในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม

รองปลัดฯเคาะแผนรับมือก.ม.EUDR

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776523

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมเตรียมความพร้อมบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation-free Products Regulation: EUDR) พร้อมด้วยนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) นายณกรณ์ ตรรกวิรพัทผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยนายวิชาญ อิงศรีสว่าง ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) น.ส.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศมีผลการประชุม ดังนี้ 1.ที่ประชุมรับทราบรายละเอียดของกฎหมาย EUDR ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า โดยประเทศผู้ส่งออกสินค้าไปกลุ่มประเทศสมาชิก EU ต้องตรวจสอบความถูกต้องและวิเคราะห์สถานะความเสี่ยง (due diligence) ในห่วงโซ่การผลิตของตนจนถึงแหล่งกำเนิด เพื่อพิสูจน์ว่าการดำเนินธุรกิจของตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายพื้นที่ป่า คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2568 ซึ่งครอบคลุม 7 กลุ่มสินค้า ได้แก่ โกโก้ กาแฟ ถั่วเหลือง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน โคและเนื้อไม้

2.ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการของ กยท.เพื่อเตรียมพร้อมบังคับใช้กฎหมาย EUDR 3.ที่ประชุมเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการในระดับประเทศเพื่อขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมการบังคับใช้กฎหมาย EUDR ให้ครอบคลุมในทุกกลุ่มสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการรายชนิดสินค้าที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การขับเคลื่อนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และ 4.ที่ประชุมหเห็นชอบให้ กยท.จัดทำข้อมูลรายละเอียดวิเคราะห์ผลกระทบการบังคับใช้กฎหมาย EUDR ในส่วนชนิดสินค้ายางพารา เพื่อใช้เป็นข้อมูลต้นแบบในการนำเสนอ รมว.เกษตรฯ และปลัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อโปรดทราบและพิจารณาต่อไป

คกก.มาตรฐานสินค้าเกษตร ไฟเขียว 5 ร่างมาตรฐาน ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776447

คกก.มาตรฐานสินค้าเกษตร ไฟเขียว 5 ร่างมาตรฐาน ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพปลอดภัย

คกก.มาตรฐานสินค้าเกษตร ไฟเขียว 5 ร่างมาตรฐาน ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.19 น.

คกก.มาตรฐานสินค้าเกษตร ไฟเขียว 5 ร่างมาตรฐาน “ลำไย-ปาล์มน้ำมัน-ข้าวโพดหมัก-กุ้งทะเล” ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพปลอดภัย เพิ่มขีดความสามารถการส่งออก   

21 ธ.ค.2566 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 3/2566 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานการออกใบอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ 9 เรื่อง ภายใต้ พ.ร.บ. มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 (ข้อมูล ณ วันที่1 พฤศจิกายน 2566) รวมทั้งสิ้น 4,532 ราย และความคืบหน้าของการดำเนินการเกี่ยวกับความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน (ASEAN Food Safety Regulatory Framework Agreement; AFSRF Agreement) ปัจจุบันมี 8 ประเทศได้ลงนามแล้วเมื่อเดือน ส.ค. 2566 และจะเร่งให้ครบทั้ง 10 ประเทศโดยเร็ว ทั้งนี้ AFSRF Agreement จะมีผลบังคับใช้เมื่อได้รับสัตยาบันสารจากประเทศสมาชิกครบทั้ง 10 ประเทศ จากนั้นจะมีการจัดตั้งคณะ AFSCC เพื่อดำเนินงานต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาเห็นชอบยกร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่  1.ลำไย (ทบทวน) 2.หลักการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (ทบทวน) 3.หลักการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนสำหรับเกษตรกรรายย่อยอิสระ 4.การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับข้าวโพดหมัก และ 5.การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล (ทบทวน) ทั้งนี้ เพื่อดำเนินการประกาศเป็นมาตรฐานทั่วไปของประเทศต่อไป 

ด้านนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ( มกอช.)กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสาระสำคัญของร่างมาตรฐาน 5 เรื่อง ได้แก่ 1.ลำไย (ทบทวน) ปี 2546 มกอช. ได้ประกาศใช้มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ลำไย เป็นมาตรฐานของประเทศ แต่ด้วยสถานการณ์การผลิตและการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเห็นควรให้มีการปรับปรุงมาตรฐานให้สอดคล้องกับการปฏิบัติและเกณฑ์กำหนดทางการค้าในปัจจุบันของประเทศผู้นำเข้า เพื่อให้เกิดความชัดเจนกับผู้ที่จะนำมาตรฐานไปใช้ส่งเสริมการผลิตลำไยให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกให้สูงขึ้น

2.หลักการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (ทบทวน) เนื่องจากองค์กร Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) ประกาศใช้มาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน เพื่อใช้รับรองระบบการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนจากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ซึ่งมาตรฐานสินค้ำเกษตร เรื่อง หลักกำรผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (มกษ. 5909-2563) ประกาศใช้ในปี พ.ศ. 2563 เมื่อมาตรฐาน RSPO ได้มีกำรปรับปรุงแก้ไขเป็นฉบับใหม่ มกอช. จึงเห็นควรให้ทบทวนมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง หลักการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน และเพิ่มเติมการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง หลักการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนสำหรับเกษตรกรรายย่อยอิสระ ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน RSPO เพื่อยกระดับการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก

3.หลักการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนสำหรับเกษตรกรรายย่อยอิสระ เป็นการดำเนินการให้ครอบคลุมหลักการ เกณฑ์กำหนด และตัวชี้วัด สำหรับการผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกรรายย่อยอิสระที่มีพื้นที่ปลูกน้อยกว่า 312.5 ไร่ เพื่อให้การจัดการของกลุ่มและเกษตรกรมีความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

4.การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับข้าวโพดหมัก มาตรฐานนี้ ครอบคลุมข้อกำหนดการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการผลิตข้าวโพดเพื่อหมักเป็นอาหารสัตว์ ตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการวางแผนการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตสูง มีคุณภาพปลอดภัยและเหมาะสมต่อการนำไปผลิตข้าวโพดหมักเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ ในการใช้ทดแทนหญ้าสดและอาหารหยาบในบางฤดูที่ขาดแคลน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รวมถึงสุขภาพความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้ปฏิบัติงาน แต่ไม่ครอบคลุม ข้าวโพดที่เป็นผลพลอยได้จากข้าวโพดหวานหลังเก็บฝัก ข้าวโพดฝักอ่อนหลังเก็บฝักอ่อน และข้าวโพดอื่นๆ ที่ไม่ได้ปลูกเพื่อผลิตเป็นข้าวโพดหมัก

และ 5.การปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล (ทบทวน) ได้มีการเพิ่มเติมข้อกำหนดการจัดทำและดำเนินการตามแผนการจัดการสุขภาพกุ้ง การห้ามใช้ยาต้านจุลชีพในการป้องกันโรคและเร่งการเจริญเติบโต รวมถึงเพิ่มเติมแนวปฏิบัติตามมาตรฐานสำหรับข้อกำหนดในแต่ละข้อให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถนำมาตรฐานไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เพิ่มเติมรายการยาสัตว์และสารเคมีที่ห้ามใช้ในการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล รายชื่อกฎหมายของประเทศเกี่ยวกับสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ วิธีการป้องกันสัตว์พาหะนำโรคและสัตว์อื่นเข้ามาในฟาร์ม วิธีป้องกันการหลุดรอดของกุ้งที่เลี้ยง

กรมชลฯ เตรียมยกเครื่องเขื่อนลำปาวแก้ปัญหาการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776440

กรมชลฯ เตรียมยกเครื่องเขื่อนลำปาวแก้ปัญหาการเกษตร

กรมชลฯ เตรียมยกเครื่องเขื่อนลำปาวแก้ปัญหาการเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.43 น.

กรมชลประทานประชุมปัจฉิมนิเทศ ศึกษาความเหมาะสม เพื่อปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จ.กาฬสินธุ์ แก้ปัญหาการใช้น้ำด้านการเกษตร พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นชลประทานกว่า 306,963 ไร่

นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กล่าวว่า กรมชลประทานได้เริ่มโครงการศึกษาความเหมาะสม “การปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จ.กาฬสินธุ์” รวมระยะเวลากว่า 540 วัน เริ่มตั้งแต่ 13 พฤษภาคม 2565 หลังจากคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) มีมติเห็นชอบให้พิจารณาแนวทางในการปรับปรุงโครงการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยคํานึงถึงความเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันและความต้องการใช้น้ำในอนาคต เพราะปัจจุบันเกษตรกรประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงต้นฤดูทํานาปีและในช่วงฤดูแล้ง ส่วนฤดูฝนมีปัญหาน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมที่ราบลุ่มริมลำน้ำ หากไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็วจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างต่อเนื่อง

โดยอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวมีความจุกักเก็บ 1,980.00 ล้าน ลบ.ม. ที่ตั้งโครงการอยู่ที่หมู่ 11 บ้านสะอาดนาทม ต.ลำปาว อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ และมีพื้นที่ชลประทาน 306,963 ไร่ ครอบคลุมบางส่วนของ อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ และ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ฉะนั้นการศึกษาโครงการต้องประเมินสถานภาพและแนวทางการปรับปรุงเพื่อบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างประชาชน อย่างจริงจัง และในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อสรุปผลการศึกษา รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ มาปรับปรุงรายงานฉบับสุดท้ายให้ครบถ้วน

สำหรับแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการประกอบด้วย การปรับปรุงพื้นที่โครงการชลประทาน 4 ส่วน ได้แก่ 1) พื้นที่หัวงานเขื่อนลำปาว 2) ระบบส่งน้ำคลองสายใหญ่ฝั่งซ้าย (LMC) 3) ระบบส่งน้ำคลองสายใหญ่ฝั่งขวา (RMC) และ 4) พื้นที่ชลประทานเปิดใหม่ รวม ราคาการก่อสร้างโครงการเบื้องต้น 2,644.718 ล้านบาท แบ่งเป็น ปรับปรุงระบบส่งน้ำคลองสายใหญ่ฝั่งซ้าย (LMC) 757.571 ล้านบาท ปรับปรุงระบบส่งน้ำคลองสายใหญ่ฝั่งขวา (RMC) 1,865.803 ล้านบาท ปรับปรุงคลองรับน้ำหลากจากป่าดงระแนง 13.115 ล้านบาท และก่อสร้างระบบส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานเปิดใหม่ 8.229 ล้านบาท

โดยกรมชลประทานมีแผนบริหารจัดการการใช้น้ำ คือ ส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยและมีมูลค่าสูง บริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์ในแต่ละปี กําหนดพื้นที่เพาะปลูกที่เหมาะสมกับปริมาณน้ำต้นทุน และในอนาคตได้เสนอติดตั้งระบบโทรมาตรและระบบควบคุมทางไกล (SCADA) มีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพน้ำ และอุปกรณ์ควบคุมระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยําในการตรวจวัดปริมาณน้ำและควบคุมการเปิด-ปิด ประตูระบายน้ำ

นายสุรชาติ กล่าวอีกว่า การปรับปรุงระบบชลประทานจะทำให้การส่งน้ำเพื่อการชลประทานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นส่งน้ำได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ ลดการสูญเสียน้ำ มีปริมาณน้ำเพียงพอสําหรับบริหารจัดการน้ำให้กับพื้นที่ 306,963 ไร่ ในฤดูฝน และ 207,100 ไร่ ในฤดูแล้ง รวมทั้งพื้นที่ชลประทานเปิดใหม่ 8,350 ไร่ ขณะเดียวกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบชลประทานให้สามารถใช้น้ำได้คุ้มค่า ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ สามารถกักเก็บน้ำและระบายน้ำบรรเทาอุทกภัยได้ ตั้งแต่พื้นที่ในเขตโครงการไปจนถึงบริเวณลำปาวที่บรรจบกับแม่น้ำชี ส่วนอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนก็ใช้เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ รวมทั้งใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังใช้เพื่อใช้อุปโภคบริโภค และใช้ในการประปาส่วนภูมิภาค ตลอดจนอุตสาหกรรมขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้

นอกจากนี้ การศึกษายังพบว่ายังมีโครงการที่มีศักยภาพพัฒนาในอนาคตอีก หากมีปริมาณน้ำจากภายนอกลุ่มน้ำผันมาเติมให้กับอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว เบื้องต้นได้แก่ โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ พื้นที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์, โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำในพื้นที่ อ.ยางตลาด และ อ.ห้วยเม็ก, โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำบึงเลิงเปือย พื้นที่ อ.กมลาไสย และ อ.ร่องคํา ซึ่งเป็นพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำทำการเกษตร ตามที่ได้มีการร้องขอพระราชทานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ

นายสำเริง ม่วงสังข์ รองผวจ. กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่าจังหวัดกาฬสินธุ์มีพื้นที่กว่า 4.3 ล้านไร่ และประชากรถึง 980,000 คนโดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม และบางส่วนเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งต้องยอมรับว่าในการทำเกษตรกรรมมีความจำเป็นต้องอาศัยน้ำเป็นอย่างมาก ปัจจุบันเรามีการจัดสรรน้ำยังไม่เหมาะสมกับพื้นที่ ด้วยเราสามารถจัดสรรการใช้น้ำได้แต่เพียงพื้นที่ใต้เขื่อนลำปาว ในส่วนพื้นที่เหนือเขื่อนยังไม่สามารถนำน้ำไปใช้ได้ ทำให้เมื่อเวลาเกิดภัยแล้งเราไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้เลย

ในขณะเดียวกันเมื่อถึงฤดูน้ำหลากกับต้องเผชิญกับปัญหาอุทกภัยเป็นอย่างมากเพราะเราไม่สามารถทำการผันน้ำในเขื่อนได้ เมื่อมีน้ำมากจนเกินไปจึงต้องปล่อยลงมาสู่ด้านล่าง ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่เกษตรกรรมใต้เขื่อน ในขณะเดียวกันพื้นที่ทางตะวันออกของจังหวัดกาฬสินธุ์ก็ประสบปัญหาอุทกภัยจากเทือกเขาภูพาน โดยเฉลี่ยแล้วขณะนี้เราสามารถใช้น้ำได้เพียง 10% ของเขื่อนลำปาว เราเชื่อว่าในการบริหารปรับปรุง รวมถึงการจัดสรรน้ำในเขื่อนลำปาวจะช่วยให้ จังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นพื้นที่มีรายได้น้อยเป็นอันดับต้นๆของประเทศ จะมีการพัฒนาด้านการเกษตรกรรมได้อย่างดีขึ้นและทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป

นายเดช โขลา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านโนนภักดี ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม มีความเห็นว่า พื้นที่ ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชรพเลี้ยงกุ้งก้ามกรามกันมานานมีประสบการณ์พอสมควร แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือเรามีน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้คุณภาพของกุ้งไม่ได้มาตรฐานตามสมควร ดังนั้นเมื่อสามารถแก้ปัญหาในการจัดสวนน้ำได้การเลี้ยงกุ้งก็จะได้มาตรฐาน ซึ่งกุ้งก้ามกรามถือเป็นสินค้าการเกษตรที่โดดเด่นอันหนึ่งของจังหวัดกาฬสินธุ์เพราะมีรสชาติดีเนื้อนุ่ม และคงสภาพของเนื้อได้เป็นเวลานาน เนื่องจากภูมิภาคในบริเวณเขื่อนลำปาวมีความเหมาะสมในการเลี้ยงกุ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำหรือดินในบ่อที่ใช้เพาะเลี้ยง จึงอยากจะฝากผู้หลักผู้ใหญ่ให้ดูแลในเรื่องนี้ต่อไป

‘Yard 49’ คอมมูนิตี้มอลล์ แหล่งพักผ่อนแห่งใหม่ ในบรรยากาศสวนป่า ใจกลางสุขุมวิท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776648

‘Yard 49’ คอมมูนิตี้มอลล์ แหล่งพักผ่อนแห่งใหม่ ในบรรยากาศสวนป่า ใจกลางสุขุมวิท

‘Yard 49’ คอมมูนิตี้มอลล์ แหล่งพักผ่อนแห่งใหม่ ในบรรยากาศสวนป่า ใจกลางสุขุมวิท

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.54 น.

หากใครผ่านเข้าออกในซอยสุขุมวิท 49 อยู่บ่อยครั้ง ก็น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ย่านนี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของศูนย์รวมความอร่อย และร้านดัง อย่างโครงการ “Yard 49” คอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ ที่มาพร้อมแนวคิดในการดำเนินธุรกิจ และการสรรหาร้านค้า ที่มีเอกลักษณ์และความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ภายในพื้นที่ซึ่งโอบล้อมด้วย ความร่มรื่นของธรรมชาติ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สวนป่า” ตอบโจทย์เทรนด์คนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเชื่อมต่อและใกล้ชิดกับธรรมชาติ รวมทั้งสามารถใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ อย่างไม่จำเจ ก่อนเตรียมความพร้อมก่อนสยายปีก ต่อยอดขยายธุรกิจสร้าง สาขาที่ 2 และสาขาที่ 3 ในปลายปี 2567

วิษณุ จิตศักดานนท์ (Vissanu Jitsakdanont) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ โพรเจกต์ จำกัด กล่าวว่า “Yard 49” เป็นโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีความแตกต่างจากคอมมูนิตี้มอลล์ทั่วไปที่เห็นกัน โดยต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เป็นอีกพื้นที่ของการใช้ชีวิต และสร้างความสุขให้กับทุกครอบครัว ทั้งในย่านสุขุมวิท 49 และ คนทั่วไปที่ต้องการสถานที่พักผ่อนและมีความเป็นส่วนตัว “เราตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้มอลล์ ที่แตกต่างออกไป และมีความเป็นพื้นที่ของสวนป่า ที่เป็นพื้นที่เปิดโล่ง หรือ เอาท์ดอร์ท่ามกลางธรรมชาติมากกว่า 50% ขณะที่พื้นที่ส่วนที่เหลือ ก็จะประกอบด้วย ร้านค้า ร้านอาหาร และศูนย์รวมแฟชั่น เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คน ซึ่งรวมถึงนักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่พักอาศัยอยู่ในย่านนี้”

สำหรับร้านค้า และร้านอาหาร ที่อยู่ภายในโครงการ Yard 49 ประกอบไปด้วยร้านดังนี้

– Kay’s Cafe & Restaurant เป็นร้านอาหารแนว All Day Breakfast ที่เปิดให้บริการทั้งอาหารเช้า อาหารกลางวัน ไปจนถึง อาหารมื้อค่ำ ที่จะทำให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยกันแบบทั้งวัน ตั้งแต่เช้า จรดค่ำ

– KANORI Hand Roll Bar ร้านอาหารญี่ปุ่น ในสไตล์ “แฮนด์โรล” ร้านแรกที่เปิดในประเทศไทย ซี่งจะมาสร้างประสบการณ์การกิน “แฮนด์โรลซูชิ” แบบเน้นๆ ที่มีรสชาติให้เลือกถึง 13 รสชาติ

– Sushi Mitora ร้านอาหารญี่ปุ่นในสไตล์โอมากาเสะ วัตถุดิบคุณภาพดีส่งตรงจากญี่ปุ่น ที่มาพร้อมบรรยากาศการรับประทานอาหารที่จะทำให้ทุกคนเพลิดเพลินไปกับความร่มรื่นของสวนสวย

– Tap Yard ร้านที่เปิดให้บริการอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึง หมูกระทะ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่สวนตรงกลาง บรรยากาศนั่งชิลล์

– Yakiniku Great ร้านโอมากาเสะปิ้งย่างชื่อดังจากญี่ปุ่น ที่มีสาขาในหลายประเทศ ทั้งฮ่องกง และมาเลเซีย เอาใจคนชอบรับประทานเนื้อวัว โดยมีตั้งแต่เนื้อวัวญี่ปุ่นนำเข้าเกรดพรีเมี่ยม และ หลากหลายเกรด ที่จะทำให้ทุกคนประทับใจ

– Issa Vibes ร้านทำผม ร้านประจำของดาราหลายๆ คน ที่ต้องจองคิว 3-4 เดือน ด้วยความโดดเด่นของการทำสีผม และ การต่อผม ด้วยช่างผู้ชำนาญจากเกาหลี ซึ่งจะทำให้ทุกคนสวยอย่างที่ตั้งใจ

– Seoulgoods ร้านมัลติแบรนด์ที่จำหน่ายสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า และเครื่องสำอางจากเกาหลี รวมทั้งยังเป็นแหล่งรวมเสื้อผ้าสตรีทแบรนด์ของเกาหลี ที่จะให้ทุกคนช็อปปิ้งอย่างเพลิดเพลิน

– Rhodes บาร์เปิดใหม่ล่าสุด ที่จะให้ทุกคนได้สนุกแบบเต็มอิ่มไปกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหาร พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศในบรรยากาศฟีล Mykonos

กรรมการผู้จัดการฯ ยังเปิดเผยด้วยว่า มูลค่าการลงทุนของโครงการ Yard 49 อยู่ที่หลายสิบล้านบาท “เงินลงทุนของเราส่วนหนึ่ง เน้นหนักไปที่ การสร้างสวนให้เป็นเหมือนสวนป่าจริงๆ แค่เฉพาะค่าต้นไม้ ที่อยู่ภายในสวน ก็ใช้งบประมาณไปหลายล้านบาท โดยเราได้ลงทุนในส่วนของโครงสร้างของแต่ละร้านเอง ส่วนการตกแต่งร้านก็ให้อิสระกับร้านแต่ละร้านดำเนินการด้วยตัวเอง เพื่อจะได้มีเอกลักษณ์ ของแต่ละร้าน และดูไม่ซ้ำกัน

“สำหรับแผนการขยายธุรกิจ ผมมีแพลนที่จะขยายคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ๆ ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในช่วงปลายปี 2567 และปลายปี 2568 ตามลำดับ และเชื่อว่า จะเป็นอีกโครงการที่ไม่เพียงจะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ให้เกิดความคล่องตัวทางเศรษฐกิจ เท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ของการพักผ่อน และใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ ให้กับคนไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้เป็นอย่างดีต่อไป”

-(016)

BCH ได้รับประกาศเกียรติคุณด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนจากสถาบันไทยพัฒน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776641

BCH ได้รับประกาศเกียรติคุณด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนจากสถาบันไทยพัฒน์

BCH ได้รับประกาศเกียรติคุณด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนจากสถาบันไทยพัฒน์

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.37 น.

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 คุณพรสุดา หาญพาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการเงิน บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) เข้ารับประกาศเกียรติคุณ Sustainability Disclosure Recognition ในงานมอบรางวัลการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน หรือ Sustainability Disclosure ประจำปี 2566

โดยรางวัลการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนและองค์กรธุรกิจที่เป็นสมาชิกของ Sustainability Disclosure Community ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ข้อมูลการดำเนินงาน โดยใช้เกณฑ์ 3 ด้าน ที่อ้างอิงจาก Ceres-ACCA มาพิจารณาประกอบด้วย ด้านความสมบูรณ์ (Completeness) ของเนื้อหา น้ำหนักคะแนน 45% ด้านความเชื่อถือได้ (Credibility) ของเนื้อหา น้ำหนักคะแนน 35% ด้านการสื่อสารและนำเสนอ (Communication) เนื้อหา น้ำหนักคะแนน 20%

ซึ่งเกณฑ์ทั้งหมดที่กล่าวข้างต้น ครอบคลุมทั้งการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือประเด็นด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) นอกเหนือจากข้อมูลทางการเงิน ซึ่งแสดงถึงความยั่งยืนของธุรกิจ อันจะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของกิจการ และการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 12.6 ที่ระบุให้มีการผลักดันกิจการ โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่ รับข้อปฏิบัติที่ยั่งยืนไปดำเนินการ และผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืนเข้าไว้ในรอบการรายงานประจำปีของบริษัท

สั่นสะเทือนวงการคลินิกความงามประเทศไทยกับการเปิดตัว PURE BIM HYDRATING GEL MASK มาส์กไฮโดรเจลนำเข้าจากประเทศเกาหลี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776640

สั่นสะเทือนวงการคลินิกความงามประเทศไทยกับการเปิดตัว PURE BIM HYDRATING GEL MASK มาส์กไฮโดรเจลนำเข้าจากประเทศเกาหลี

สั่นสะเทือนวงการคลินิกความงามประเทศไทยกับการเปิดตัว PURE BIM HYDRATING GEL MASK มาส์กไฮโดรเจลนำเข้าจากประเทศเกาหลี

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.34 น.

คุณเอมปวีณ์ สิมะเสถียร ประธานบริหาร คุณเอมอร เดชจันทร์ และคุณภารดี ฐิตินันทกร (กรรมการ บริษัท เอสธีทิคส์ แอลลลัวร์ จำกัด) ผู้นำเข้าเเละจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านความงามทางการแพทย์ชั้นนำ ได้เลือกสรรค์และนำเข้า PURE BIM HYDRATING GEL MASK มาส์กไฮโดรเจล ที่จะมาตอบโจทย์เทรนด์การดูแลผิวหน้าในปัจจุบัน โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ผู้มากความสามารถ มาร่วมงาน อาทิเช่น  ศ.นพ.วรพงษ์ มนัสเกียรติ,นพ.วิชัย หงษ์จารุ, ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา, พญ.กาญจนา เสริมสวรรค์ พญ.นุสรา เตชานุกูลชัย และ  Mr. TAE SUNG HA 

PURE BIM HYDRATING GEL MASK เป็น มาส์กไฮโดรเจลที่มีความพิเศษกว่ามาส์กทั่วไป เพราะเป็นมาส์กที่ผ่านการสเตอไรล์เพียงแบรนด์เดียวในเมืองไทนด้วย Electron Beam ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ นอกจากจะปลอบประโลมผิว คืนความชุ่มชื้นและยังปลอดเชื้อ พร้อมลดอุณหภูมิของผิวได้มากถึง 4 องศาภายในเวลาเพียงแค่ 15 วินาที เหมาะกับใช้หลังหัตถการความงามได้ทันที อย่างปลอดภัย ลดผลข้างเคียง เพราะปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอมและสารกันเสีย ที่สำคัญสามารถใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ก่อนแต่งหน้าหรือหลังจากไปเที่ยวทะเล ตากแดด หรือผิวแห้งมาก ถือว่ามาตอบโจทย์ trend ความงาม และ lifestyle ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี 

พบกับประสบการ์การมาส์กหน้าที่ใหม่และปลอดภัยไปกับ PURE BIM HYDRATING GEL MASK ได้แล้วที่โรงพยาบาลคลินิกความงามชั้นนำของประเทศไทย

สังสรรค์ประธานรุ่น สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776636

สังสรรค์ประธานรุ่น สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า

สังสรรค์ประธานรุ่น สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.28 น.

เมื่อค่ำวันที่ 21 ธันวาคม 2566 สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า นำโดย ดร.ธิติมา หล่อพิพัฒน์ นายกสมาคม จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ประธานรุ่นทุกรุ่นทุกหลักสูตร สถาบันพระปกเกล้า ณ โรงแรมอัศวิน หลักสี่ โดย ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานเปิดงาน และมี ศ.(พิเศษ) พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และประธานรุ่นมาร่วมงานอย่างคับคั่ง ภายใต้ปรัชญา ‘สามัคคี คือ พลัง’

-(016)

‘ฮองเฮาซีฟู้ด หม่าล่า’เสิร์ฟเมนูเด็ด บนกระทะยักษ์ ที่เดียวในไทย!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776624

'ฮองเฮาซีฟู้ด หม่าล่า'เสิร์ฟเมนูเด็ด บนกระทะยักษ์ ที่เดียวในไทย!

‘ฮองเฮาซีฟู้ด หม่าล่า’เสิร์ฟเมนูเด็ด บนกระทะยักษ์ ที่เดียวในไทย!

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.53 น.

สายอาหารห้ามพลาด “ฮองเฮาซีฟู้ด หม่าล่า” ร้านซีฟู้ดกระทะยักษ์สุดยิ่งใหญ่ เอาใจคนชอบอาหารทะเล และ หม่าล่า พร้อมเสิร์ฟเมนูเด็ดหม่าล่าหม้อไฟสไตล์จีน! ที่อัดแน่นไปด้วยซีฟู้ดแบบล้นกระทะ กับสารพัดวัตถุดิบเหมือนยกทะเลมาไว้ตรงหน้า ทางร้านคัดเฉพาะวัตถุดิบที่สดใหม่เนื้อแน่น หวานฉ่ำ บนกระทะ BIG SIZE จุใจใหญ่บิ๊กเบิ้ม ด้วยขนาดที่กว้างถึง 67*35 ซม. สามารถเลือกหน้าด้านบนได้ ด้วย ซึ่งมีกุ้งมังกร 7 สี หรือจะเป็นปูทะเลไซส์จัมโบ้ และยังสามารถเลือกน้ำซุปได้ 2 แบบ ซุปหม่าล่ากระทะยักษ์รสเด็ดเผ็ดลิ้นชาและซุปต้มยำกระทะยักษ์สุดซี้ดสะใจ น้ำซุปรสชาติจัดจ้านกลมกล่อม หอมเครื่องเทศ ซดได้ไม่แสบลิ้น

นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเมนูสัญชาติจีนสไตล์เสฉวนที่รอให้คุณมาลิ้มลองอีกกว่า 30 เมนู อาทิ กุ้งผัดพริกเกลือ, กุ้งอบวุ้นเส้น, ไก่ผัดพริกหม่าล่า, เต้าหู้หมูสับทรงเครื่องเสฉวน, ไก่ผัดเม็ดมะม่วง, หอยลายผัดพริกเผา, ปูม้าผัดผงกระหรี่ และอีกมากมาย

ที่อยู่ร้าน : อยู่ติดแยกเหม่งจ๋าย (ติดแหลมเจริญซีฟู้ด) ถนนประชาอุทิศ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. บรรยากาศในร้านตกแต่งได้ฟิลเหมือนไปนั่งทานที่ประเทศจีน เปิดให้บริการตั้งแต่บ่ายสองโมง จนถึงเที่ยงคืน หยุดทุกวันอังคาร หรือไปกดตามเพจ เพื่อดูโปรโมชั่นดีๆ และเมนูเด็ดชื่อดัง ได้ที่นี่เลย https://www.facebook.com/honghaoseafoodmala?mibextid=hrBMPu