กรมชลฯเก็บน้ำปลายฝน เตรียมพร้อมรับมือฤดูแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760376

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 45,239 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 59 ของความจุอ่างฯรวมกัน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,825 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 44 ของความจุอ่างฯ

ทั้งนี้ จากสถานการณ์เอลนีโญ ที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มส่งผลยาวต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2567 จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในเกณฑ์น้อยมาก อาจเพียงพอสำหรับการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ และด้านการเกษตรประเภทไม้ยืนต้นเท่านั้น จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ ให้ติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำด้วยความประณีต ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 และ 3 มาตรการรองรับสถานการณ์เอลนีโญ ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ขอความร่วมมือเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวนาปีรอบแรก และเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ ให้งดทำนาปีต่อเนื่อง ตลอดจนขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด ช่วยกันเก็บกักน้ำไว้สำรองใช้ให้มากที่สุด เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้น

‘กูร์เมต์ มาร์เก็ต’ร่วมกับ สถานทูตออสเตรเลีย จัดงาน ‘Taste of Australia2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760481

'กูร์เมต์ มาร์เก็ต'ร่วมกับ สถานทูตออสเตรเลีย จัดงาน 'Taste of Australia2023'

‘กูร์เมต์ มาร์เก็ต’ร่วมกับ สถานทูตออสเตรเลีย จัดงาน ‘Taste of Australia2023’

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 13.42 น.

กูร์เมต์ มาร์เก็ต ร่วมกับ สถานทูตออสเตรเลียและสำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ออสเทรด)จัดงาน “Taste of Australia2023”(เทสต์ ออฟ ออสเตรเลีย) ชวนสัมผัสรสชาติระดับเวิลด์คลาส ลิ้มรสคิงริเวอร์ เนื้อสันแหลม เพียวบลัดวากิว ออสเตรเลีย MB: 6-7
และ‘อะโวคาโดออสเตรเลีย สายพันธุ์แฮสส์’วัตถุดิบขึ้นชื่อของประเทศออสเตรเลีย พร้อมคัดสรรสินค้าชั้นเลิศอีกมากมายมาให้เลือกลิ้มลองความอร่อยระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 13 ตุลาคม2566ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

กูร์เมต์ มาร์เก็ตผู้นำพรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตมาตารฐานระดับโลกในกลุ่ม เดอะมอลล์ กรุ๊ปตอกย้ำความเป็นศูนย์รวมอาหารและวัตถุดิบชั้นเลิศระดับโลก“World Class Gourmet Destination”โดยร่วมกับสถานทูตออสเตรเลียและสำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ออสเทรด)จัดงาน “Taste of Australia 2023”คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศและผลิตภัณฑ์ด้านอาหารที่ขึ้นชื่อจากประเทศออสเตรเลียกว่า 400รายการมาให้ลิ้มรสความอร่อยตามแบบฉบับออสเตรเลียอย่างแท้จริง  อาทิ  

  • คิงริเวอร์ เนื้อสันแหลม เพียวบลัดวากิว ออสเตรเลีย MB: 6-7จากวัวสายพันธุ์วากิวแท้ ขนาดใหญ่พิเศษ เลี้ยงโดยปราศจากความเครียด ส่งผลให้ได้เนื้อวัวลายหินอ่อนที่ละเอียดยิ่งขึ้น อุดมไปด้วยสารอาหาร และรสชาติเข้มข้น
  • ปลาฮาปูกุ  มีลักษณะคล้ายคลึงกับปลาเก๋า เป็นปลาท้องถิ่นของประเทศออสเตรเลีย เป็นปลาน้ำลึก  พบมากในแนวปะการังนอกชายฝั่งทางใต้ของออสเตรเลีย ปลาฮาปูกุสามารถ นำไปทำอาหารได้หลากหลาย ทั้งย่าง, ทอด, อบ หรือนำไปนึ่ง เนื้อมีสีขาว เนื้อแน่น และมีความหวาน เนื้อมัน ไม่แห้ง
  • ออร์แกรน พาสต้าโรมาพาสต้าเส้นเกลียว ผลิตโดยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมจะปั่นโดยการกดและกลิ้งแท่งเส้นเล็กๆ บนเส้นพาสต้าเส้นบางๆ เพื่อให้ม้วนเป็นเกลียว
  • น้ำผึ้งดอกเลเทอร์วูดน้ำผึ้งที่หายากและมีความพิเศษเฉพาะตัวเป็นน้ำผึ้งที่มีคุณภาพและรสชาติที่ไม่มีใครเหมือน การันตีด้วยรางวัลมากมายเช่น รางวัลเหรียญทอง ในงาน Fine food award ตั้งแต่ปี 2010, รางวัลเหรียญทอง Monde Awards Jury Selection (Top 5 foods in the world) ปี 2015 ทั้งคุณประโยชน์ รสชาติหวานละมุน อีกทั้งกลิ่นเฉพาะตัวที่โดดเด่นของดอกเลเธอร์วู้ด พร้อมทั้งกลิ่นเครื่องเทศจากธรรมชาติจางๆ
  • วิทบิกซ์ ฟรุตตี้ไวล์ดเบอร์รี่ประกอบไปด้วยข้าวสาลีโฮลเกรน แหล่งเส้นใยอาหารสูงถึง 68% และเบอร์รี่ชนิดต่างๆ หั่นชิ้นเคลือบด้วยเนื้อปั่นละเอียดของสตรอว์เบอร์รี่ แบล็กเคอเรนท์
    ราสป์เบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่
  • มิชชั่น ซัลซ่า ชังกี้ มีเดียมซอสซัลซ่าที่มีส่วนประกอบหลักคือมะเขือเทศที่ผสมผสานกันกับส่วนผสมดั้งเดิมอย่างพริกจาลาปิโน่ และผักที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้รสชาติสไตล์เม็กซิกันอย่างแท้จริง
  • ทินส์ ออริจินัล ทิน แอนด์ คริสปี้ โปเต้โต้ ชิปส์  มันฝรั่งทอดแผ่นเรียบรสดั้งเดิม ผลิตจากมันฝรั่งชั้นดีจากประเทศออสเตรเลียแท้100% แผ่นบางกรอบ ปราศจากสารกลูเตน ไม่มีสี ไม่ใส่สารกันบูดเหมาะสำหรับทานเล่นหรือทานคู่กับดิป
  • โอ๊ต (เครื่องดื่มผสมข้าวโอ๊ต สูตรไม่มีน้ำตาลทราย)นมข้าวโอ๊ต สูตรไม่มีน้ำตาล มีแคลเซียม วิตามินบี2 และ บี12 ไม่มีแลคโตส
  • กะหล่ำดอกสีม่วง มีวิตามินซีสูงมาก ในกะหล่ำดอก 100 กรัม มีวิตามินซีสูงถึง 96 มิลลิกรัม วิจัยพบสารแอนโทไซยานินช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามิน ซีและอี 2 เท่า
  • เบบี้แครอทสีม่วง มีสารเบต้าแคโรทีนมากกว่าแครอททั่วไป และมีสารแอนโทไซยานิน ที่มีใน ส่วนประกอบหลักของผักสีม่วง ทำหน้าที่สารต้านอนุมูลอิสระ
  • ผักไวลด์ร็อตเกต นิยมนำมาทานสดเป็นสลัด หรือนำมาทำอาหารประเภทต่างๆ มีกลิ่นฉุนและรสชาติเผ็ด มีวิตามินเอ และวิตามินซีสูง เป็นแหล่งของกลูโคชิโนเลต ที่มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการทำงานขั้นต้น ในการผลิตเอนไซม์และช่วยต้านการเกิดโรคมะเร็ง
  • อะโวคาโดออสเตรเลีย สายพันธุ์แฮสส์รสชาติอร่อยเข้มข้น เนื้อแน่นเนียนนุ่มเหมือนครีม จึงเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
  • ส้มแมนดารินสายพันธุ์ฮันนี่เมอร์คอทท์รสชาติเข้มข้น หวานชุ่มฉ่ำ น้ำเยอะ มาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่น จนได้รับขนานนามว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุด
  • สตรอว์เบอร์รี่ออสเตรเลีย สายพันธุ์ Fronterousสตรอว์เบอร์รี่ผลใหญ่ เนื้อแน่น รสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ กลิ่นหอม อุดมไปด้วยวิตามินซีที่สูง
  • เบก้า ชีสโปรเชลชีสProcessed cheese?ผลิตจากนมมีคุณภาพสูง สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ สามารถรับประทานได้หลากหลาย มีคุณค่าทางอาหาร  สะอาด ปลอดภัยถูกหลักอนามัย
  • โคโค่เบลล่า โยเกิร์ต เนเชอรัลโคโค่เบลล่ารสธรรมชาติเป็นโยเกิร์ตมะพร้าวผลิตโดยใช้นมมะพร้าวซึ่งเป็นนมที่สกัดมาจากมะพร้าว ไม่ใช้กะทิจึงไม่มีส่วนผสมของนมปราศจากโปรตีนกลูเตนและแลคโตส

นอกจากนั้นยังมีเมนูสุดพิเศษที่You Hunt We Cookกับเมนูปลาฮาปูกุย่างทานคู่กับซอสเคปเปอร์ (Grilled HAPUKU with Caper Fish Sauce)  ปลาฮาปุกุนำเข้ามาโดยบริษัท ธรรมชาติซีฟู้ด นำมาย่างจนสุกหอม ทานคู่กับซอสที่ใช้น้ำสต๊อกจากการต้มกระดูกปลา และนำเคปเปอร์, มะกอกดำ, มันฝรั่ง, มะเขือเทศ นำไปตุ๋นรวมกันเล็กน้อยเพื่อให้วัตถุดิบ ทั้งหมดแทรกซึมไปด้วยความหอมของกระดูกปลาและคอลลาเจน,  และเมนูแนะนำอีกหนึ่งเมนูสเต๊กเนื้อวากิวออสเตรเลีย จากบริษัท จาโกต้า ทานคู่กับผักผัดเนยและซอสเกรวี่ส้ม สเต๊กเนื้อวากิวออสเตรเลีย เกรดพรีเมียม ย่างบนเตาจนได้ระดับความสุกที่ต้องการ เสิร์ฟคู่กับผัดผักเนย มีทั้ง บล๊อคโคลินี่ แครอทสีม่วง มะเขือ เทศ และส้ม ลงตัวสุดๆ เมื่อรับประทานคู่กับส้มแมนดารินเกรวี่ซอส เป็นส้มที่ปลูกในประเทศออสเตรเลีย มีความเปรี้ยวหวานลงตัว แถมได้ ความหอมจากเกรวี่ซอสที่มีกรรมวิธีในการอบกระดูกและเคี่ยวสต๊อกนาน ถึง 48 ชม. และสำหรับลูกค้าที่ต้องการลิ้มลองความอร่อยของวัตถุดิบต่างๆ ภายในงาน สามารถเลือกซื้อและนำวัตถุดิบมาที่เคาน์เตอร์ You Hunt We Cook ให้เชฟมืออาชีพระดับกูร์เมต์ แนะนำตลอดจนรังสรรค์เมนูให้ตามที่ต้องการได้อีกด้วย

ร่วมสัมผัสรสชาติความอร่อยจากหลากหลายวัตถุดิบชั้นเลิศของประเทศออสเตรเลียในงาน“Taste of Australia 2023” ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน – 13 ตุลาคม2566ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านเมื่อสั่งผ่านบริการ Call To Order หรือ ช้อปออนไลน์ ที่www.GourmetMarketThailand.comหรือสามารถติดตามละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : GourmetMarketThailand

ก้าวไปอีกขั้น! ‘โพเอม'(POEM) บินลัดฟ้าจัดแฟชั่นโชว์ครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางมหานครเซี่ยงไฮ้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760477

ก้าวไปอีกขั้น! 'โพเอม'(POEM) บินลัดฟ้าจัดแฟชั่นโชว์ครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางมหานครเซี่ยงไฮ้

ก้าวไปอีกขั้น! ‘โพเอม'(POEM) บินลัดฟ้าจัดแฟชั่นโชว์ครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางมหานครเซี่ยงไฮ้

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 13.31 น.

สร้างชื่อเสียงดีไซน์เนอร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล เมื่อล่าสุดฌอน–ชวนล ไคสิริผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรกเตอร์ประจำแบรนด์“โพเอม” (POEM) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยที่ครองใจหญิงสาวมาอย่างยาวนานได้เนรมิตรันเวย์หรูจัดแฟชั่นโชว์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน อวดโฉมคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์2023ที่ชื่อว่า“โอเรียนทอลอิเธียเรียล” (Oriental Ethereal) แรงบันดาลใจจากความงดงามของมหานครเซี่ยงไฮ้ที่ผสมผสานวัฒนธรรมโลกตะวันตกและตะวันออกเอาไว้ได้อย่างลงตัว

โดยแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนักแสดงชื่อดังแถวหน้าของไทยมาร่วมเดินแฟชั่นโชว์สุดอลังการกันอย่างมากมาย อาทิแพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, ดิว-จิรวรรตน์ สุทธิวณิชศักดิ์และปิดท้ายโชว์ฟินาเล่โดยใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่และยังมีนักแสดง เซเลบริตี้สาวชาวไทยนั่งชมฟรอนต์โรว์อย่างใกล้ชิด อาทิเก้า-สุภัสสรา ธนชาต,เดียร์น่า ฟลีโป, จูน-สาวิตรี โรจนพฤกษ์ และรัค ชีรีนนอกจากนี้ยังมีดารา เซเลบริตี้ชาวจีนแฟนคลับแบรนด์ตบเท้าร่วมชมโชว์ครั้งนี้อย่างท่วมท้น อาทินักแสดงชื่อดังอย่างจางจื่อหลิน

“โพเอม” (POEM)แบรนด์เครื่องแต่งกายคุณภาพสูง ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2006 มีจุดเด่นอยู่ที่งานดีไซน์ผสมผสานการตัดเย็บเสื้อผ้าแบบบูติคเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงในปัจจุบัน โดยมีแนวคิดหลักจากการนำมุมมองในเรื่องโครงสร้าง รูปทรง และเส้นสายทางสถาปัตยกรรมมาผสมผสานเข้ากับสัดส่วนสรีระของหญิงสาว ผ่านไอเดียของฌอน–ชวนล ไคสิริผู้หลงใหลในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ที่ใช้เทคนิคการตัดเย็บเสื้อผ้าสไตล์เดรสเมกกิ้งจากประเทศฝรั่งเศส รวมไปถึงโพเอม กูตูร์ (POEM Couture)ชุดราตรีและชุดแต่งงานที่รังสรรค์ขึ้นจากคาแรคเตอร์ของผู้สวมใส่ให้โดดเด่นแบบหนึ่งเดียว

ฌอน–ชวนล ไคสิริกล่าวถึงงานแฟชั่นโชว์และแนวคิดหลักของการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชั่นนี้ว่า“สำหรับแฟชั่นโชว์ครั้งนี้นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของแบรนด์โพเอมที่ได้จัดโชว์ขึ้นเองอย่างเป็นทางการในเซี่ยงไฮ้ประเทศจีนและยังได้รับแรงบันดาลใจในคอลเลกชั่นนี้มาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่มีความงดงามของวัฒนธรรมโลกตะวันตกและตะวันออกที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว แสดงออกผ่านสถาปัตยกรรมอาร์ทเดโคสมัยใหม่ผสานรวมกับจีนแบบดั้งเดิม เรียกได้ว่าเซี่ยงไฮ้คือเมืองที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันงดงามของทั้งสองโลกได้อย่างแท้จริงผนวกกับอีกหนึ่งแรงบันดาลใจจากเสน่ห์คาแรคเตอร์ของซูเปอร์สตาร์สาวชาวจีนอย่าง ดิลเรบา ดิลมูรัตหรือที่รู้จักในนาม‘ตี๋ลี่เร่อปา’ ที่นอกจากจะมีใบหน้าสวยงามและรูปร่างที่ได้สัดส่วนแล้วยังเพียบพร้อมไปด้วยกิริยาท่วงท่าที่สง่างามซึ่งเป็นต้นแบบในการออกแบบเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้ทั้งในแง่ของโครงร่าง เทคนิคแมททีเรียล รวมถึงโทนสีด้วย”

โดยคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ ประจำปี 2023 “ออเรียนทอล อิเธียเรียล” (Oriental Ethereal)ที่ได้หยิบยกแรงบันดาลใจจากเมืองเซี่ยงไฮ้ มรดกทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานความงดงามของโลกตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัว ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าที่มีความโดดเด่นด้วยซิลลูเอทของชุดที่เข้ารูปบริเวณช่วงเอว อย่างคอร์เซ็ตที่เรียกได้ว่าเป็นชิ้นไอคอนิกประจำแบรนด์ การเลเยอร์ผ้าออร์แกนซ่าที่บางเบาพริ้วไหวช่วยสร้างสัมผัสที่นุ่มนวลและเบลอผิวของหญิงสาวให้ดูละมุนอ่อนหวาน อีกทั้งยังมีชุดแพทเทิร์นทรงเรขาคณิตที่ตกแต่งด้วยการไล่เฉดสีแบบออมเบร (Ombre)เพิ่มความดึงดูดน่าสนใจชุดเดรสทรงหางปลาที่ตกแต่งด้วยลวดลายเส้นสาย รวมถึงชุดเดรสจับเดรปที่เป็นเหมือนงานศิลปะโอบล้อมเรือนร่างอย่างมีเสน่ห์สำหรับชิ้นเด่นในคอลเลกชั่นนี้ ได้แก่ เสื้อโค้ท  (Coat)ที่ตัดเย็บจากผ้าออร์แกนซ่าสุดประณีต สามารถสวมทับชุดเดรสเข้ารูปได้อย่างสวยงาม กระโปรงทรงกลมดีไซน์เรียบโก้ รวมถึงชุดเดรสเกาะอกเข้ารูปที่จะช่วยขับเน้นเรือนร่างของผู้หญิงให้ลุคที่ดูเซ็กซี่อย่างมีระดับ โดยในคอลเลกชั่นนี้ยังมีลายพิมพ์แบบอาร์ต นูโว (Art Nouveau)ที่ถ่ายทอดเส้นสายสุดประณีตบนชุดสวยพร้อมการเลือกใช้โทนสีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสีขาวงาช้าง, สีชมพูคอรัล,สีชมพูโรสควอตซ์,สีน้ำเงินแทนซาไนต์รวมถึงโทนสีคลาสสิกอย่างสีนู้ดและดำด้วย

นอกจากนี้ฌอน–ชวนล ไคสิริยังได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกชุดสวยมิกซ์แอนด์แมทช์แบบฉบับซูเปอร์สตาร์สาวชาวจีนในแต่ละโอกาสว่า“หัวใจหลักสำคัญในการแต่งตัวของสาวๆ นั่นก็คือการเลือกชุดที่เหมาะสมในแต่ละโอกาส และการครีเอทลุคที่ดูโดดเด่นและเหมาะสมกับตนเอง อย่างสาววัยทำงานหรือเวิร์คกิ้งวูแมน เสื้อผ้าที่สวมใส่ควรเน้นความสมาร์ท มีความคล่องตัว แต่ทว่ายังคงไว้ซึ่งความสง่างามในแบบผู้หญิง อาจจะเลือกใส่เป็นเสื้อเชิ้ตแมทช์กับกางเกงเอวสูงสวมทับด้วยเบลเซอร์เข้ารูปก็จะให้ลุคที่ดูเรียบโก้ หรืออาจจะเปลี่ยนเป็นกระโปรงทรงกลมที่มีดีเทลตกแต่งด้วยผ้าหลากเลเยอร์ก็จะช่วยเพิ่มความเฟมินีนมากยิ่งขึ้น ถัดมาที่ลุคออกงานสำคัญแน่นอนว่าความโดดเด่นคือสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนนั้นต้องการ อาจจะเลือกเป็นชุดที่มีดีไซน์เข้ารูปบริเวณช่วงเอวหรือเลือกใส่เป็นคอร์เซ็ต ก็จะช่วยพรางหุ่นทำให้รูปร่างมีสัดส่วนมากขึ้น อย่างชุดเดรสเกาะอกเข้ารูปช่วงเอว หรือชุดเดรสที่มีดีเทลจับเดรปก็จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ดึงดูด ปิดท้ายที่ลุคงานปาร์ตี้ที่เน้นความสนุกสนาน อาจจะเลือกเป็นชุดเดรสสั้นสีชมพูสดใส และเพิ่มกิมมิคให้กับลุคด้วยการสวมทับด้วยเสื้อโค้ทผ้าออร์แกนซ่าที่จะช่วยพรางหุ่นและเบลอผิวให้ดูสวยละมุนน่าจับตามอง”

ร่วมยลโฉมชุดดีไซน์โก้หรูในคอลเลกชั่น“โอเรียนทอล อิเธียเรียล” (Oriental Ethereal)ที่ร้านโพเอม (POEM)ชั้น 2 เกษรวิลเลจ, ชั้น 3 สยาม สแควร์ วัน, ชั้น 1 สยาม พารากอน, ชั้น 1 เอ็มโพเรียม, ชั้น 2 เซ็นทรัลเวิลด์รวมถึงช่องทางออนไลน์ทาง LINE ID: @poembkk และ Instagram: @poem_official และเว็บไซต์ http://www.poembangkok.com

‘ผ่าตัดศัลยกรรม’ คืนชีวิตใหม่ ชุบหัวใจคนไข้ หลังรักษามะเร็งจบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760294

‘ผ่าตัดศัลยกรรม’ คืนชีวิตใหม่ ชุบหัวใจคนไข้ หลังรักษามะเร็งจบ

‘ผ่าตัดศัลยกรรม’ คืนชีวิตใหม่ ชุบหัวใจคนไข้ หลังรักษามะเร็งจบ

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.20 น.

“ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิตได้” เชื่อว่าคนเราทุกคน ทั้งคนที่มีสุขภาพดีและคนที่เจ็บป่วย ต้องล้วนแล้วแต่อยากเป็นคนที่ดูดีในสายตาของผู้อื่นอยู่เสมอ ผู้ป่วยหลายคนจึงเลือกทำศัลยกรรมความงาม หลังจากรักษาโรคมะเร็งจนหายดีแล้ว เพื่อคืนความสุขและให้ชีวิตใหม่กับตัวเอง

นายแพทย์ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด ในฐานะศัลยแพทย์ผู้สะสมประสบการณ์และมีผลงานด้านการศัลยกรรมความงามจนเป็นที่ประจักษ์ และได้รับความไว้วางใจจากคนไข้ทุกเพศ ทุกวัยกล่าวว่า การศัลยกรรมความงาม จะมีผลต่อการเกิดโรคมะเร็ง จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 การทำศัลยกรรมความงามไม่เพิ่มและไม่ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง กลุ่มที่ 2 ศัลยกรรมความงามที่ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง และกลุ่มที่ 3 ศัลยกรรมความงามที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งมากขึ้น

กลุ่มคนไข้ที่ไม่เพิ่มและไม่ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เช่น คนไข้เสริมซิลิโคนหน้าอก หากทำทุกขั้นตอนอย่างถูกต้องตามหลักทางการแพทย์ ด้วยการเลือกใช้ซิลิโคนที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐานการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย. ) และ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Food and Drug Administration) หรือ U.S. FDA รวมถึงมีผลงานวิจัยรองรับ ก็เท่ากับว่า เป็นการทำศัลยกรรมความงามที่ปลอดภัยแต่ถึงอย่างไร ผู้ที่ทำศัลยกรรมหน้าอก ก็ต้องหมั่นตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับต้นๆ ในเพศหญิง

กลุ่มถัดมา เป็นคนไข้ที่ต้องการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง คือ กลุ่มที่ตัดเนื้อเต้านมออก เช่น กรณีคนไข้มีหน้าอกขนาดใหญ่แล้วทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันลำบาก จึงต้องการผ่าตัดลดขนาดหน้าอกจากใหญ่ให้เล็กลง ถือว่าเป็นการช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านมให้น้อยลงได้ หรือกรณีเป็นผู้หญิงต้องการผ่าตัดแปลงเพศเป็นผู้ชาย ก็ตัดเนื้อเต้านมออกทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะเป็นการศัลยกรรมความงามแล้ว ยังช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งเต้านมได้ถึง 100% ด้วย

อีกกลุ่มที่สำคัญมาก เป็นคนไข้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งมากขึ้น เพราะบางรายไปทำศัลยกรรมด้วยวัสดุหรือสารที่ไม่มีคุณภาพ ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับร่างกายคนไข้ เนื่องจากไม่มีทางทราบว่าวัสดุหรือสารที่ฉีดเข้าไปในร่างกาย จะก่อให้เกิดเป็นมะเร็งหรือไม่ หรือบางรายวัสดุหรือสารนั้นไม่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง แต่สะสมไปในร่างกายเรื่อยๆ อาจเป็นอันตรายภายหลังได้ เช่น คนไข้ฉีดซิลิโคนเหลวเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า เต้านม หรืออวัยวะเพศในระยะยาวอาจเสี่ยงต่อการเกิดก้อนแข็ง และมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้

กับคำถามที่ว่า ศัลยกรรมอย่างไร ให้ปลอดภัยจากมะเร็ง นายแพทย์ธนัญชัย กล่าวว่า การทำศัลยกรรมทุกส่วนให้มีความปลอดภัย คนไข้จำเป็นต้องเลือก 3 ปัจจัยให้ถูกต้อง ดังนี้ ปัจจัยที่ 1 เลือกวัสดุที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและผ่านการรับรองทางการแพทย์ ปัจจัยที่ 2 เลือกแพทย์ผ่าตัดที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูงจบเฉพาะทางด้านศัลยกรรมความงาม และปัจจัยที่ 3 เลือกความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก โดยคนไข้ควรมีแนวคิดที่ถูกต้องในการทำศัลยกรรม ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นเรื่องหลัก

“หมอจะแนะนำคนไข้ว่า ยิ่งทำน้อย ยิ่งทำพอดีกับร่างกาย และยิ่งเลือกเก่ง จะยิ่งปลอดภัยจากการทำศัลยกรรม หมอขอยกตัวอย่าง คนไข้บางท่าน เมื่อทำศัลยกรรมเสร็จ ดูสวยในช่วงแรก ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมหน้าอก หรือการเสริมซิลิโคนที่จมูกให้ดูพุ่งมากเกินไป สิ่งเหล่านี้ในระยะยาว มักเกิดปัญหา ไม่ใช่แค่ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง แต่ยังมีปัญหาอื่นๆ เช่น หน้าอกที่คนไข้เสริมมีขนาดใหญ่มากเกินไป ทำให้คนไข้ต้องแบกรับน้ำหนักของหน้าอก จนมีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยตามมา หรือจะเป็นการเสริมซิลิโคนที่จมูกให้พุ่งโด่งสูงมากเกินไป โอกาสเสี่ยงติดเชื้อหรือทะลุ มีได้ง่าย ดังนั้น ไม่ว่าคนไข้จะทำศัลยกรรมในส่วนไหน ควรคำนึงถึงความพอดีและความปลอดภัยต่อร่างกายเป็นที่ตั้ง

ขณะที่ การศัลยกรรมกับผู้ป่วยโรคมะเร็ง นายแพทย์ธนัญชัย อธิบายว่า ในปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าขึ้นมาก การรักษาโรคมะเร็งส่วนใหญ่ก็จะสามารถรักษาหายได้ตามขั้นตอนทางการแพทย์ และเมื่อมะเร็งรักษาหายหรืออาการดีขึ้นแล้ว คนไข้สามารถทำการผ่าตัดศัลยกรรมความงาม เพื่อทำให้ร่างกายและจิตใจดีขึ้น ซึ่งนอกจากคนไข้จะมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคร้าย ยังมีพลังใจที่ดีในการดำเนินชีวิตมากขึ้นด้วย

“อย่างกรณีผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม เมื่อตัดเต้านมทิ้ง และหลังจากกระบวนการรักษาโรคมะเร็งเสร็จสิ้นลง ก็สามารถผ่าตัดศัลยกรรมสร้างเต้านมเทียม พร้อมทำลานหัวนมและหัวนมขึ้นมาใหม่ได้ แต่ทั้งนี้ การผ่าตัดศัลยกรรมต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และขึ้นอยู่กับระยะของการเป็นมะเร็งเต้านมด้วย โดยถ้าเป็นมะเร็งเต้านมในระยะแรก หากแพทย์มั่นใจว่าจะสามารถตัดเนื้อเต้านมที่มีเชื้อมะเร็งออกได้ทั้งหมด และคนไข้ไม่จำเป็นต้องรับการฉายแสงหรือคีโม หรือกรณีคนไข้ที่ยังไม่เป็นโรคมะเร็ง แต่มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง ทำให้คนไข้มีโอกาสเสี่ยง จึงตัดสินใจตัดเต้านมออก ในกรณีนี้สามารถผ่าตัดเนื้อเต้านมออกแล้วใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปได้ทันที ส่วนกรณีคนไข้ที่เป็นมะเร็งเต้านมในระยะอื่น เมื่อผ่าตัดเนื้อเต้านมเรียบร้อยแล้ว คนไข้ต้องเข้าสู่ขั้นตอนการฉายแสงหรือเคมีบำบัด เพื่อรักษามะเร็งเต้านมให้หายดีก่อน ค่อยผ่าตัดเสริมซิลิโคนเข้าไปในภายหลัง

มีคนไข้ท่านหนึ่งน่าสนใจ ป่วยเป็นมะเร็งที่บริเวณใบหน้า เข้ารับการผ่าตัดและฉายแสงที่ใบหน้า เพื่อรักษาโรคมะเร็ง โดยเมื่อรักษาโรคมะเร็งจนจบ ปรากฏว่าใบหน้าของคนไข้มีลักษณะตอบลงอย่างเห็นได้ชัดส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำหนักตัวของคนไข้ลดลงไปหลายกิโลกรัมในช่วงของการรักษาตัวทำให้ใบหน้ายิ่งดูโรยรามากกว่าวัย ซึ่งเป็นความเสื่อมโทรมของสุขภาพร่างกายจากการรักษาโรคมะเร็ง คนไข้จึงบินตรงมาไกลจากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อมาขอคำปรึกษาจากหมอ ในการพัฒนาใบหน้าให้กลับมาดูดียิ่งขึ้น หมอจึงแนะนำให้ศัลยกรรมดึงหน้า นำไขมันบริเวณหน้าท้องและที่ต้นขามาสกัดเป็นเซลล์แล้วฉีดเข้าบริเวณใบหน้า ซึ่งหมอได้ทำการปรับสภาพผิวหน้าเเละเติมเต็มผิว ด้วยการผสานเทคนิคเติมเต็มร่องต่างๆ ด้วยไขมันของคนไข้เอง (Fat Grafting) ร่วมกับการปรับสภาพผิวหน้าด้วยสารสกัดพลาสม่า (PRP) กระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ให้ใบหน้าดูอ่อนวัยลง แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย เพิ่มความอวบอิ่ม เติมเต็มความอ่อนเยาว์ พร้อมพัฒนาคุณภาพผิวหน้า ในการผ่าตัดครั้งเดียว โดยผลลัพธ์ที่ได้ คนไข้รู้สึกพึงพอใจมาก หมอสัมผัสได้ถึงความสุขและคุณภาพชีวิตของคนไข้ที่ดียิ่งขึ้น

คนไข้บางท่านนอกจากทำศัลยกรรมเพื่อตัวเอง ยังทำเพื่อคนรอบข้างต้องการให้คนอื่นเห็นว่าใบหน้าเขาดูดียิ่งขึ้นซึ่งพอสุขภาพร่างกายเราดี ก็มีผลต่อจิตใจทำให้มีกำลังใจมากขึ้น ดังนั้น ความสุขของหมอ คือ ความสุขของคนไข้ ถ้าหมอทำศัลยกรรมให้กับคนไข้แล้วทำให้เขามีความสุข มีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น สามารถให้ชีวิตใหม่และเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาได้ หมอถือว่าเป็นความสำเร็จในชีวิตศัลยแพทย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่หมอรู้สึกภูมิใจมากที่สุดสามารถปรึกษาเรื่องศัลยกรรมความงามโทร.02-8670606 ต่อ 1200-1204”

‘RID Goods’ ดึง ‘อ.ยิ่งศักดิ์’ ยกระดับสุดยอดวัตถุดิบ สร้างสรรค์เมนูจากปลาและมะม่วงขึ้นชื่อของท้องถิ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760337

‘RID Goods’ ดึง ‘อ.ยิ่งศักดิ์’ ยกระดับสุดยอดวัตถุดิบ  สร้างสรรค์เมนูจากปลาและมะม่วงขึ้นชื่อของท้องถิ่น

‘RID Goods’ ดึง ‘อ.ยิ่งศักดิ์’ ยกระดับสุดยอดวัตถุดิบ สร้างสรรค์เมนูจากปลาและมะม่วงขึ้นชื่อของท้องถิ่น

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จัดต่อเนื่องมาถึงปีที่ 3 แล้วสำหรับ โครงการ RID Goods ที่กรมชลประทานส่งเสริมการสร้างสรรค์ไอเดียแปรรูปผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบท้องถิ่นอันเกิดจากการใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำ โดยจับมือกับสุดยอดเชฟชื่อดังของไทย อาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ กลับมาแชร์ความครีเอทอีกครั้ง หลังจากเคยสร้างความประทับใจอย่างมากในโครงการ RID Goods ครั้งก่อน ปีนี้ เขื่อนขุนด่านปราการชล คือพื้นที่เป้าหมายที่โครงการจะส่งต่อพลังสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นเมนูใหม่จากวัตถุดิบขึ้นชื่อของท้องถิ่น ทั้งปลาในอ่างเก็บน้ำและพืชผลการเกษตรอย่างมะม่วง เป็นต้น

มหิทธิ์ วงศ์ษา ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวว่า “หลังจากที่เรามีเขื่อนขุนด่านฯแล้ว เราไม่พบเรื่องการบุกรุกอุทยาน พื้นที่ส่วนหนึ่งของอ่างเก็บน้ำฯ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ฉะนั้นสิ่งที่ตามมา คือมีน้ำตก มีเรื่องการท่องเที่ยวในอ่างเก็บน้ำ คนมาท่องเที่ยวนครนายกได้ทั้งปี โครงการ RID Goods ที่มาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นก็จะทำให้สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่อีกประเภทหนึ่ง นอกเหนือจากการท่องเที่ยว การส่งน้ำให้สวนผลไม้ การที่มีอ่างเก็บน้ำทำให้มีปลา เกิดการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลาก็จะสร้างรายได้ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่”

ความสำเร็จที่ผ่านมาของโครงการ RID Goods คือการสร้างรายได้ สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ประชาชนได้ต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ในพื้นที่ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สำหรับปีนี้ มหิทธิ์ วงศ์ษา มองว่าถ้าหากไม่นับเรื่องการกักเก็บน้ำและการจัดการน้ำอันเป็นหน้าที่สำคัญของเขื่อนแล้ว การที่เขื่อนขุนด่านปราการชลทำให้เกิดการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจถือเป็นเรื่องที่เกินคาดอยู่แล้ว

“ส่วนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาจากโครงการ RID Goods ถือเป็นผลพลอยได้อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดรายได้ เพราะที่นี่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาเที่ยวนครนายก ถ้าเรามีผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม เป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่ก็จะทำให้เกิดการสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่” มหิทธิ์ กล่าว

นี่ไม่ใช่ปีแรกที่ อาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ เข้ามาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการคิดเมนู แต่การกลับมารับหน้าที่อีกครั้งย่อมหมายถึงความไว้เนื้อเชื่อใจ ความตั้งใจที่จะช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น โดยอาจารย์ยิ่งศักดิ์กล่าวว่า “ดีใจและภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ RID Goods ในฐานะผู้สร้างสรรค์เมนู เพราะด้วยศักยภาพของพื้นที่ก็มีวัตถุดิบคุณภาพอยู่มากมาย ไม่ว่าเป็นปลาในอ่างเก็บน้ำ ไปจนถึงผลไม้อย่างมะม่วง ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้ก็เป็นของขึ้นชื่อของนครนายกอยู่แล้ว อาจารย์เองเพียงแค่มาช่วยคิดค้นดึงจุดเด่นของวัตถุดิบออกมา แล้วใส่ไอเดียลงไปเพื่อให้เกิดเป็นรสชาติใหม่ๆ เมนูใหม่ๆ และทุกคนนำไปต่อยอดเป็นสินค้า เป็นผลิตภัณฑ์ของพื้นที่ได้ด้วย ซึ่งเมนูที่อาจารย์คิดขึ้นคือแยมมะม่วง, ปลานิลหยอง และคอนเฟลกปลา”

อมร ไชยเสน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านท่าชัยกล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์ของชุมชนส่วนมากคือ ปลาและผลไม้ โดยปกติแล้วจะซื้อขายกันในราคาไม่แพง และที่ผ่านมา ยังขาดการแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพื้นที่รอบเขื่อนขุนด่านปราการชล ในฐานะเป็นตัวแทนของชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการ RID Goods ปีนี้ การที่กรมชลประทานและอาจารย์ยิ่งศักดิ์ ได้มาช่วยแบ่งปันความรู้เรื่องการแปรรูปอาหารให้น่าสนใจมากขึ้น ก็รู้สึกยินดีมากที่ได้ความรู้กลับไปเพื่อพัฒนาสินค้าและผลผลิตที่มีอยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นปลาต่างๆ และผลไม้ที่ชาวบ้านรอบๆ เขื่อนขุนด่านฯ ปลูกเป็นอาชีพ นอกจากเราจะนำปลาและพืชผลมาประกอบอาหารหรือขายสดอยู่แล้ว ต่อไปนี้เราจะได้นำมาต่อยอดเป็นของฝากของจังหวัดนครนายกได้ ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง ได้ซื้อเป็นของฝากกลับไปเวลามาเที่ยวนครนายก”

สำหรับบทบาทสำคัญของเขื่อนขุนด่านปราการชล จักราวุธ สุนธรวิภาต ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนขุนด่านปราการชลกล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่จังหวัดนครนายกเป็นพื้นที่ราบเชิงเขาติดกับเขาใหญ่ เมื่อฝนตกจะมีน้ำหลากลงสู่ที่ราบสร้างความเสียหายเป็นอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำนครนายก ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการสร้างเขื่อนนี้ขึ้น เพื่อ “ลดน้ำยามท่วม เติมน้ำยามแล้ง แก้ปัญหาดินเปรี้ยว”

“หลังจากมีเขื่อนขุนด่านฯ เราบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการรักษาระบบนิเวศในน้ำ พอมีเขื่อนก็จะส่งน้ำได้ตลอดทั้งปี ชาวบ้านส่วนมากจะเลี้ยงปลาในกระชัง ส่วนการเกษตรก็จะเป็นมะม่วงกับมะยงชิด ก็ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพมาก มีการแปรรูปต่อยอด ทำแยม ทำน้ำ ทำไอศกรีม มีหลายอย่างที่แปรรูปจากผลไม้สด ซึ่งสวนผลไม้เหล่านี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของผู้ที่ได้ใช้ประโยชน์จากเขื่อนขุนด่านปราการชล เพราะมีน้ำทำการเกษตรตลอดทั้งปี และการที่โครงการ RID Goods มาจัดที่เขื่อนขุนด่านฯ ก็ถือว่าเป็นโอกาสดี เพราะเรามีน้ำ มีปลา มีผลผลิตทางการเกษตร เราก็จะได้ต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้มีความมั่นคงทางอาหารและสร้างรายได้ต่อไป”

(ซ้าย) อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ และ มหิทธิ์ วงศ์ษา

(ซ้าย) อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ และ มหิทธิ์ วงศ์ษา

อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์, มหิทธิ์ วงศ์ษา และผู้เข้ารับการอบรม

อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์, มหิทธิ์ วงศ์ษา และผู้เข้ารับการอบรม

อมร ไชยเสน

อมร ไชยเสน

แยมมะม่วง

แยมมะม่วง

ปลาหยอง

ปลาหยอง

คอนเฟลกปลานิล

คอนเฟลกปลานิล

คุณแหน : 3 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760330

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll บรรดา“ลูกแม่โดม”ได้ยินดีปรีดากันถ้วนหน้าเมื่อ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้รับรางวัลกินรี (Thailand Tourism Certificate) ในสาขาแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมครั้งที่ 14 ประจำปี 2566 จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรางวัลที่รับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ด้วยมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม (Responsible Tourism)…รางวัลในครั้งนี้ถือว่าเป็นก้าวสำคัญสู่การทำให้พื้นที่แห่งประวัติศาสตร์“แม่โดม”ของเราสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล…น่าปลาบปลื้มจริงๆ..

ll “วันหยุดโลก” ผ่านไปแล้ว แต่น่าจะเป็น“วันช็อกโลก”มากกว่าการถ่ายทอดสดสู่ 180 ประเทศ เพื่อศึกมวยไทยชิงแชมป์โลกระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์กับ ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนการแข่งขันวงการมวยทั่วโลกให้“รถถัง”เป็นต่อแบบท่วมท้น จะเป็นด้วยเหตุนี้หรือไม่ที่“รถถัง”อาจประมาทฝีมือคู่แข่งโดยเขาเกริ่นไว้ว่า“ซุปเปอร์เล็ก”ไม่อาจทานทั้งพลังหมัดน็อกและความแข็งแกร่งเขาได้ แต่บนเวทีกลับตาลปัตร“ซุปเปอร์เล็ก”ไม่ได้เกรงศักดิ์ศรีของคู่ต่อสู้ แต่ออกอาวุธเข้าใส่อย่างดุเดือด สิ้นเสียงระฆังยก 3 กรรมการชุดอินเตอร์ต่างลงมติให้“ซุปเปอร์เล็ก” ชนะคะแนนอย่างเอกฉันท์ ธีระ วชิรขจร อดีตกรรมการบริหารสภามวยโลกให้ความเห็นว่าการจัดชิงแชมป์โลกครั้งนี้ยิ่งใหญ่เร้าใจสมราคา แต่ FC ของ“รถถัง”ย่อมผิดหวังเป็นธรรมดา หลังจบการแข่งขันภาพทีวีเห็น“รถถัง” ผู้ยิ่งใหญ่นั่งคอตกอยู่ข้างเวที นับเป็นภาพย้อนแย้งความรู้สึก แม้แต่แชมป์โลกยิ่งใหญ่อย่าง ปาเกียว หรือ อาลี ต่างเคยปราชัยหลายครั้ง แต่เขาเชิดหน้าตัวตรงเก็บความรู้สึกได้..

ll แต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ตั้งแต่ 1 ต.ค.มีดังนี้ จตุพร บุรุษพัฒน์ ได้ต่อเวลาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงอีก 1 ปี ส่วนอธิบดีกรมต่างๆสลับสับเปลี่ยนกัน ได้แก่ อรชุน หล่อเพ็ญศรี เป็นอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล,อรรถพล เจริญชันษาเป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช,ปิ่นสักก์ สุรัสวดี เป็นอธิบดี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง,ปรียาพร สุวรรณเกษ เป็น อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ,พิชิต สมบัติมาก เป็นอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี,สมศักดิ์ สักโกศลกุล เป็นรองปลัดกระทรวงฯและพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เป็นอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม…ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านมาณ โอกาสนี้..

ll ศิษย์เก่า มธ.รุ่น 2513-2516 เตรียมจัดงานครบ 55 ปีที่จบการศึกษาซึ่งจะฉลองกันในปี 2568…ข่าวว่ามีการจัดประชุมเตรียมงานกันตั้งแต่ตอนนี้ (ล่วงหน้า 2 ปี)ที่สำนักงานของบุญยงค์ มหาวิเศษศิลป์ ย่านรามอินทรา โดยมีอารีย์ กังวานเนาวรัตน์ รายงานการประชุมให้เพื่อนที่พลาดไม่มาได้รับทราบ ส่วน จิราภรณ์จันทโร รับหน้าที่ประสานงาน..

ll ศรีดา สัมพันธ์ยุทธ์ วัฒนาวิทยาลัย 93 นอนป่วยแอดมิทที่ รพ.พระมงกุฎฯ ระหว่างนี้…ส่วน อังสนา ทอยบอย ศิษย์เก่าราชินี 63 แอดมิทที่ รพ.กรุงเทพ หัวหิน เพราะเกิดชาที่ขา ทว่า ฝืนสังขารขับรถไปโรงพยาบาลเองไม่ได้เรียกรถพยาบาล แล้วปรากฏว่า พอไปถึงที่ลงเดินไม่ได้ ต้องอุ้มลงจากรถ…มิตรสหายชมว่าสตรองของแท้ แต่คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีก…เพื่อนไม่ได้เป็นหมอ แต่เป็นห่วง!!..ll


บารอนเนส

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬาภรณ์ ชวนคนไทยดูแลสุขภาพหัวใจ แนะตรวจคัดกรอง ‘ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว’ อันตรายเกินคาด เสี่ยงสมองขาดเลือด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760291

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬาภรณ์ ชวนคนไทยดูแลสุขภาพหัวใจ  แนะตรวจคัดกรอง ‘ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว’ อันตรายเกินคาด เสี่ยงสมองขาดเลือด

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.จุฬาภรณ์ ชวนคนไทยดูแลสุขภาพหัวใจ แนะตรวจคัดกรอง ‘ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว’ อันตรายเกินคาด เสี่ยงสมองขาดเลือด

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันหัวใจโลก รณรงค์ชวนคนไทยดูแลสุขภาพหัวใจ “USE  KNOW  ใช้ใจรู้หัวใจตัวเอง สร้างเสริมสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงไปด้วยกัน”ณ ชั้น 1 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 5 เขตหลักสี่

ด้วยสมาพันธ์หัวใจโลก (World Heart Federation) กำหนดให้ทุกวันที่ 29 กันยายนของทุกปี เป็นวันหัวใจโลก(World Heart Day) และในปี 2566 นี้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เชิญชวนรณรงค์ภายใต้แนวคิด USE  KNOW  เพื่อให้คนทั่วโลกได้ตระหนักถึงอันตรายของโรคหัวใจและหลอดเลือด เพราะโรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทยและทั่วโลก โดยมี ศ.คลินิก นพ.อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดงาน และเปิดเวทีเสวนาให้ความรู้เรื่องโรค “หัวใจห้องบนสั่นพลิ้วอันตรายเกินคาดเสี่ยงสมองขาดเลือด” แก่ประชาชน นำทีมโดย นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมด้วย นพ.ธารา เรืองวีรยุทธ และ พญ.ชนกพร ลักขณานุรักษ์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจอนุสาขาสรีระไฟฟ้าหัวใจฯ ดำเนินรายการโดย ดีเจดาด้า-วรินดา ดำรงผล

ภายในงานยังได้จัดบริการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว และร่วมรณรงค์ใช้ใจรู้หัวใจตัวเองเพื่อที่จะสามารถดูแลหัวใจของตัวเองและคนที่เรารักได้ดีขึ้นกับนิทรรศการ “รู้จักหัวใจกันให้มากขึ้น” รู้ภารกิจ 4 ห้องหัวใจ รู้ถึงปัจจัยเสี่ยงต่อหัวใจจากสัญญาเตือนของร่างกายและพฤติกรรมการดำเนินชีวิต รู้สมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือดด้วยการเข้าถึงการตรวจเช็คสุขภาพหัวใจตามคำแนะนำของแพทย์ และรู้จังหวะอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อวางแผนฟื้นฟูและการออกกำลังกายที่เหมาะสม และกิจกรรมฮีลใจสุดพิเศษ กับบทเพลงจาก โตโต้-ธนเดช โอภาสธัญกร และ Workshop สอนการปลูกต้นไม้ และชวนผู้ร่วมกิจกรรมออกกำลังกายสร้างเสริมสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงไปด้วยกันกับ พญ.พรภา เลิศอุตสาหกูล แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู และทีมฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอดและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้จัดตั้งศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขึ้นเมื่อปี 2561 เพื่อให้บริการผู้ป่วยในทุกสิทธิการรักษาแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การตรวจวินิจฉัย การรักษาทางห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ การผ่าตัดไฮบริดรักษากลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยมีศักยภาพในการทำหัตถการได้อย่างครอบคลุม รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอด และหลอดเลือดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพเครือข่ายและพัฒนานวัตกรรมบริการสุขภาพที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในทุกพื้นที่เป้าหมายให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

ในปี 2566 นี้ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ได้เล็งเห็นความสำคัญถึงกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว(Atrial Fibrillation ) หรือ AF เนื่องจากพบได้บ่อยทั้งในต่างประเทศและประเทศไทยซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากหัวใจห้องบนซ้ายเต้นผิดจังหวะที่มีความน่ากลัว ส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ แต่เป็นสาเหตุความเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดเฉียบพลัน เพราะภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว จะทำให้เกิดลิ่มเลือดในหัวใจห้องบนซ้าย จากนั้นจะถูกส่งมาที่หัวใจห้องล่างซ้ายที่ทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ดังนั้น ถ้าลิ่มเลือดนี้ออกไปอุดในอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะในสมองก็จะส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดภาวะสมองขาดเลือดได้และการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ตามมาอีกทั้ง ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ยังบั่นทอนและลดคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยด้วยอาการที่หลากหลาย โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว มักพบในกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดัน นอนกรน หลอดเลือดหัวใจตีบไตเรื้อรัง และพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ น้ำหนักตัวมาก เป็นต้น

ด้วยภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วมักไม่มีอาการ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวจะมีส่วนน้อยมากที่รู้ตัวเพราะมีอาการชัดเจนเช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม นอนหลับไม่เพียงพอ ส่วนคนที่ไม่รู้และไม่ได้คัดกรองก็จะไม่รู้ตัว อาจรู้ตัวอีกทีตอนที่มีภาวะของโรครุนแรงแล้ว เช่น การเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งการรักษาก็จะยากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วสามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ EKG โดยผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี แนะนำให้ตรวจเป็นประจำทุกปี รวมทั้งการดูข้อมูลการเต้นของหัวใจในสมาร์ทวอทช์ หากมีการแจ้งเตือนว่ามีภาวะ AF ก็ให้รีบไปพบแพทย์ ซึ่งปัจจุบันเครื่องมือนี้ก็มีความน่าเชื่อถือถึง 80% และหมั่นวัดความดันด้วยเครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ซึ่งมีคุณสมบัติวัดอัตราการเต้นหัวใจด้วย

การรักษาภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ซึ่งภาวะนี้มีหลายชนิดทั้งชนิดชั่วคราว ชนิดเป็นนานและชนิดถาวร แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาต่างกันออกไปปัจจุบันมีการรักษาด้วยยา เช่น ยาป้องกันเลือดแข็งตัวหรือที่รู้จักกันว่า ยาละลายลิ่มเลือด ยาลดอัตราการเต้นของหัวใจซึ่งการให้ยาจะช่วยลดโอกาสเกิดอัมพฤกษ์อัมพาต และการเสียชีวิต ซึ่งจะต้องทานไปตลอดชีวิตและมีส่วนน้อยเท่านั้นที่หยุดยาได้โดยส่วนใหญ่จะใช้ในกลุ่มที่เป็นถาวรรวมทั้งมีนวัตกรรมการรักษาภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วด้วยวิธีการจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลื่นวิทยุที่ทำให้เกิดความร้อน(Radiofrequency Ablation) เพื่อลดอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย แต่การจี้ด้วยความร้อนก็จะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้เล็กน้อย ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาใช้การจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยความเย็น (Cryoablation) ทั้งสองวิธีเป็นวิธีการรักษาที่ได้มาตรฐานสากล อันมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าสามารถลดอาการของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วได้ สามารถฟื้นฟูสภาพการบีบตัวของหัวใจในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวเรื้อรังที่มีสาเหตุมาจากภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ รวมถึงยังสามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ในผู้ป่วยบางกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม การใช้เทคนิคการจี้ไฟฟ้าด้วยความร้อนหรือเย็นนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาด้วยโดยศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้เห็นถึงความสำคัญในการรักษากลุ่มผู้ป่วยภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว จึงได้พัฒนาศักยภาพการให้บริการด้วยวิธีการรักษาให้ได้เท่าเทียมระดับสากล รวมถึงยกระดับมาตรฐานการรักษาโดยนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาเพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพหัวใจที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี นายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และองค์ประธานผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ศ.คลินิก นพ.อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์ เป็นประธานเปิดงาน

ศ.คลินิก นพ.อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์ เป็นประธานเปิดงาน

Workshop สอนการปลูกต้นไม้

Workshop สอนการปลูกต้นไม้

เสวนาให้ความรู้เรื่องโรค “หัวใจห้องบนสั่นพลิ้วอันตรายเกินคาด
เสี่ยงสมองขาดเลือด”

เสวนาให้ความรู้เรื่องโรค “หัวใจห้องบนสั่นพลิ้วอันตรายเกินคาด เสี่ยงสมองขาดเลือด”

วัยทอง…..ก็มีหัวใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760295

วัยทอง.....ก็มีหัวใจ

วัยทอง…..ก็มีหัวใจ

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับโรคหัวใจ สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ปัจจุบันเป็นยุคที่มีจำนวนผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่มโอกาสของการเป็นโรคต่างๆ มากขึ้น

วัยทอง (menopause) เป็นคำที่ใช้เรียกผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนอายุโดยเฉลี่ยของผู้หญิงไทยที่เริ่มหมดประจำเดือน คือประมาณ 49-52 ปี ผู้หญิงในวัยทองจะพบภัยเงียบบางประการที่พบร่วมกับภาวะหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะยาว ตัวอย่างเช่น โรคกระดูกพรุน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบ เป็นต้น ภาวะดังกล่าวข้างต้นส่งผลเสียต่อผู้หญิงในวัยทอง นำไปสู่การเพิ่มอัตราการเสียชีวิต ภาวะทุพพลภาพ และทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว ผู้หญิงในวัยทองอาจมีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตและการปรับตัวให้เข้ากับคนรอบข้าง ดังนั้น การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในวัยทองที่ถูกต้อง จะสามารถป้องกันการเกิดภาวะไม่พึงประสงค์ และให้การดูแลรักษาอย่าง
ทันท่วงทีที่เกิดโรค

หลักในการดำเนินชีวิตในวัยทอง ให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรง ได้แก่

– การพักผ่อนที่เพียงพอ โดยเฉพาะการนอนหลับสนิทอย่างเพียงพอในตอนกลางคืน

– การรักษาอารมณ์ให้ปกติ ทำจิตใจให้แจ่มใส หลีกเลี่ยงความเครียด การคิดบวกเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการมีสุขภาพจิตที่ดี

– ที่พักอาศัยในสิ่งแวดล้อมที่ดี และถูกสุขลักษณะ

– การรับประทานอาหาร

– รับประทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มาก หรือน้อยเกินไป

– รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะให้หลากหลายชนิด เพื่อให้ได้สารอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วน

– ลดการบริโภคอาหารที่มีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูง อาหารหวานหรือเค็ม

– เน้นการบริโภคอาหารที่มีกากใยผัก และผลไม้เป็นประจำ โปรตีนจากปลา อาหารที่มีปริมาณแคลเซียมสูง เช่น นม กะปิ กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย (ที่กินกระดูกปลาได้) หรือผักที่มีใบสีเขียวเข้ม เป็นต้น

– ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 1.5-2.0 ลิตร

– การขับถ่ายอุจจาระทุกวัน ให้เป็นเวลา

– การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงภาวะอ้วน หรือผอมจนเกินไป ทั้งนี้ผู้หญิงในวัยทองมีแนวโน้มที่จะมีปริมาณไขมันสะสมในร่างกายมากกว่าในผู้ชาย

– การรักษาโรคประจำตัว ผู้หญิงวัยทองบางคนอาจมีโรคร่วมบางอย่างที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูงเป็นต้น ควรให้ความสำคัญในการรักษาโรคร่วมดังกล่าวข้างต้นอย่างเคร่งครัด

– การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ นานครั้งละ 20-30 นาทีขึ้นไปโดยเน้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกกล่าวคือการออกกำลังกายแบบต่อเนื่องเช่น การเดินเร็ว การวิ่งเหยาะๆ การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน หรือการเต้นแอโรบิก เป็นต้น แต่ทั้งนี้ ควรปรับตามสุขภาพของแต่ละคน โดยในระยะแรกให้เริ่มออกกำลังกายเบาๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ และค่อยๆ เพิ่มเวลา และความรุนแรงในการออกกำลังกายให้มากขึ้นตามลำดับ

– หลีกเลี่ยงภาวะหรือกิจกรรมที่บั่นทอนสุขภาพ เช่น ความเครียดกังวล ภาวะซึมเศร้า ภาวะอ้วน การนั่งๆ นอนๆ และไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ เป็นต้น

– การตรวจสุขภาพ ตรวจคัดกรองมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก และพบแพทย์เป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

– การเข้าพบแพทย์ และรับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดเมื่อมีอาการผิดปกติ

‘เบเยอร์’ คว้าฉลากลดโลกร้อน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760359

‘เบเยอร์’ คว้าฉลากลดโลกร้อน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

‘เบเยอร์’ คว้าฉลากลดโลกร้อน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.30 น.

เบเยอร์ สานต่อปณิธานและแนวคิด Eco-Wellness Innovation สีนวัตกรรม รักษ์โลก ร่วมขับเคลื่อนสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน รับมอบ “ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์” หรือ “ฉลากลดโลกร้อน” จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ในผลิตภัณฑ์สีเบเยอร์คูล ไดมอนด์ชิลด์ 15 สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร ซึ่งเป็นรายแรก และรายเดียวในไทยที่ได้ฉลากลดคาร์บอนสูงสุด (สีทอง) ในกลุ่มธุรกิจสี สนับสนุนคนไทยได้ใช้สีทาอาคารคุณภาพสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและดูแลโลกใบนี้ไปพร้อมกัน

ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ เปิดเผยว่า เพื่อเป้าหมายการขับเคลื่อนสู่ธุรกิจสีเขียว (Green business) อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน พร้อมบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ จำนวน 5,500 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายในปี 2032 รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในสังคมไทย การเข้ารับ ฉลากลดโลกร้อน เปรียบเป็นบันไดขั้นสำคัญในการไปสู่เป้าหมายครั้งนี้ และเครื่องหมายนี้ยังเป็นความภาคภูมิใจในการทำงานในสายธุรกิจสี เนื่องจากเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้การทำงานของเบเยอร์อยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมโลกอย่างยั่งยืน เพื่อผลักดันไปสู่การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานและวัตถุดิบสิ้นเปลือง ลดปริมาณของเสียในกระบวนการผลิตหรือใกล้เคียงศูนย์ Zero Waste พร้อมนำของเสียกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ได้ 100% รวมไปถึงการลดใช้พลังงานไฟฟ้าต่อปี อีกด้วย

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์สีเบเยอร์คูล ไดมอนด์ชิลด์ 15 ผ่านการประเมินว่าผลิตภัณฑ์นั้น ได้ผ่านกระบวนการที่ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิต ซึ่งทางเบเยอร์ได้ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมการผลิตระบบ AVID (Automatic Vacuum Inline Dispersion) เทคโนโลยีในรูปแบบอินไลน์อัตโนมัติระบบสุญญากาศรายแรกและรายเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้คุณภาพสูงกว่าระบบการผลิตทั่วไป ช่วยลดความสิ้นเปลืองของการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ และหันมาใช้ทรัพยากรทดแทนจากธรรมชาติ เลือกใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าถึง 85.39% ต่อปี (เทียบกับการผลิตระบบเดิม) พร้อมลดผลกระทบในกระบวนการผลิตต่อชุมชนรอบข้าง และด้วยนวัตกรรมระดับโลกนี้ ประกอบกับปณิธาน  Eco-Wellness Innovation สีนวัตกรรม รักษ์โลก รักคุณ ทำให้เบเยอร์ได้รับฉลากลดโลกร้อน เป็นรายแรก และรายเดียวในกลุ่มธุรกิจสี อีกทั้งตอกย้ำว่ากลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ เป็นผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สีรักษ์โลก ได้อย่างชัดเจน ดร.วรวัฒน์ กล่าวปิดท้าย

สำหรับ สีเบเยอร์คูล นวัตกรรมสีบ้านเย็น โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีเซรามิก คูลลิ่ง หนึ่งเดียวในไทยที่มีคุณสมบัติช่วยสะท้อนความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านและอาคาร ลดการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ เทียบเท่าการปลูกต้นไม้โตเต็มวัยมากกว่า 14 ล้านต้น อีกทั้งผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบันและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมแล้วว่าเป็นสีที่มีสารประกอบอินทรีย์อันตรายที่ระเหยได้ ปริมาณต่ำ ปลอดภัยไม่ปล่อยสารระเหยที่เป็นอันตราย อันเป็นต้นเหตุทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก และนอกจากสีนวัตกรรมรักษ์โลก เบเยอร์คูล จะช่วยเรื่องลดอุณหภูมิห้อง ลดใช้พลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังมีเทคโนโลยีพันธะเพชร (Diamond Bond) ช่วยเพิ่มพลังการยึดเกาะ ทำให้บ้านสีสดสวย ทนต่อทุกสภาวะยาวนานสูงสุด 15 ปี 

นอกจากนี้ เบเยอร์ ยังเตรียมพร้อมสานต่อโครงการ One Wall One World หนึ่งผนังรวมพลังลดคาร์บอนลดโลกร้อนกับสีเบเยอร์คูล โดยชวนทุกท่านร่วมภารกิจรักษ์โลก กระตุ้นการรับมือกับสภาวะปัญหาก๊าซเรือนกระจก ด้วยตนเองง่าย ๆ เริ่มจากที่ผนังบ้านของเรา เพียงร่วมมือกันทาผนังบ้านด้วยสีเบเยอร์คูล สีของคนไทยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม การันตีด้วย “ฉลากลดโลกร้อน” พร้อมยืนหยัดร่วมแก้ปัญหาวิกฤตโลกร้อนไปด้วยกันพร้อมกับคนไทยทุกคน

‘Digital Delicious’ ชวนสัมผัสการทานอาหาร Fine Dining! ผ่าน Digital Art 4D รูปแบบใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760356

‘Digital Delicious’ ชวนสัมผัสการทานอาหาร Fine Dining! ผ่าน Digital Art 4D รูปแบบใหม่

‘Digital Delicious’ ชวนสัมผัสการทานอาหาร Fine Dining! ผ่าน Digital Art 4D รูปแบบใหม่

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.18 น.

เปิดความอร่อยเมื่อ Doozy Digilab Co.,Ltd เป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ ผ่านงานศิลปะและเทคโนโลยีล้ำสมัย ผสมผสานดิจิทัลและสื่ออินเตอร์แอกทีฟรูปแบบต่างๆ เชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน   จากไอเดียและการทดลองที่ท้าทาย คิดและทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เกิดเป็นโลกเหนือจินตนาการเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ที่ครั้งหนึ่งทุกคนต้องไปสัมผัส ‘ตื่นตา’ ไปกับดิจิทัลอาร์ตล้ำสมัย ‘ตื่นใจ’ ไปกับงานศิลปะที่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าจดจำ

โดยทุกคนจะได้สนุกไปกับโต๊ะอาหารอัจฉริยะที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับคุณได้ เพียงนำมือสัมผัสก็พร้อมพาทุกท่านดำดิ่งไปสู่ห้วงเวลาแห่งความฝันและโลกเวทมนตร์ จากโลกเสมือนจริง ลึกเข้าไปในป่าใหญ่ ลงสู่ทะเล และขึ้นไปยัง อวกาศ ดินเนอร์มื้อนี้ จะพาเราไปในโลกจินตนาการแสนสร้างสรรค์และตื่นตา กับ อาหารไฟน์ไดนิ่ง 4 คอร์ส พร้อม Digital Art ที่มาพร้อมลูกเล่น Interactive ให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ทั้ง แสง สี รูป รส กลิ่น เสียง

ทุกเมนูอาหารรังสรรค์โดย เชฟ เกตาโน่ พาฤมโบ้ (Gaetano Palumbo) เอ๊กเซ็กคูที่ฟเชฟของทางโรงแรมเชอราตัน แกรนด์ (สุขุมวิท) ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้ห้องอาหาร อิตาเลียนรอสซินีส์ จนได้รับรางวัล L’Assiette Michein ด้วยประสบการณ์การทำอาหารมากว่า 20 ปี และยังเป็นซอมเมอลิเยร์ที่มีประสบการณ์ด้านไวน์อีกด้วย

สำหรับมื้ออาหาร Digital Delicious นั้น เซฟเกตาโน่ได้สร้างความโดดเด่นด้วยการสร้างสรรค์เมนูร่วมสมัยทั้ง 3 ช่วงเวลา AFTERNOON TEA , Lunch&Dinner  ประกอบไปด้วย 4 คอร์ส 4 เมนู ที่ถูกแบ่งเป็น 4 ธีม ซึ่งในแต่ละธีมจะมีลูกเล่นให้เราได้ส้มผัสเล่นกับโต๊ะอินเตอร์แอคทีฟอย่างน่าประทับใจ โดย Long table fine dining จะมอบประสบการณ์พิเศษสุด มอบความสุข ความสนุก และความประทับใจ ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้วยการเปิดมุมมองแบบ 360 องศา ทั้งโลกจริง และ โลกเสมือนจริงผ่าน Digital Art Cuisines

AFTERNOON TEA SET ราคา 1,950 บาท  

ธีม Castle In the Sky

เริ่มต้นการเดินทางไปในโลกแห่งจินตนาการ ดื่มด่ำไปกับมื้ออาหารสุดหรูในปราสาทลอยฟ้าแสนงามท่ามกลางเหล่าอัศวินมากหมาย บริเวณเส้นแบ่งของสองโลกที่ค่อยๆ หลอมรวมมาบรรจบกัน

ธีม FLOWER OF LIFE TRIO BITES

– FOCACCINA PARMA HAM AND MOZZARELLA

– CRAB MEAT WITH SALTY EGG FOAM WITH CAVIAR ON EGGSHELL

– HOKKAIDO SCALLOP MEIANG KAM

– ขนมปังฟอคคาเชีย เสิร์ฟพร้อมพาร์ม่าแฮม และชีสมอสซาเรลล่า

– คาเวียร์และโฟมไข่เค็มเสิร์ฟบนเนื้อปู

– เมี่ยงคำหอยเชลล์ฮอกไกโด

ธีม The Garden of Dreams

ปล่อยใจให้โลดแล่นไปในสวนแห่งความฝัน พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับเหล่าสรรพสัตว์และสีสันแห่งดอกไม้ผลิบานที่ตอบสนองครบทุกประสาทสัมผัส

ธีม HIDDEN TREASURE

– GINGER CREAM BRULEE PASSION FRUIT JELLY

– ครีมบรูเล่ขิงและเจลลี่เสาวรส

ธีม Deep Blue Sea

ดำดิ่งลงไปยังโลกใต้ทะเลลึกสู่อาณาจักรแสนลึกลับ ‘ดิ อ็อกแลนติส’ ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าสัตว์ทะเล ที่คุณต้องปกป้องอาณาจักรด้วยหลากหลายยุทธวิธีในแบบของคุณ

ธีม THE EARTH SHAKER

– SMOKED SALMON, MULTIGRAIN BREAD SOUR CREAM, CHIVE

– สโมคแซลมอนเสิร์ฟพร้อมซาวร์ครีม และขนมปังมัลติเกรน

ธีม A SPACE ODYSSEY

-GALAXY ROCK. CRUMBLE DRY ICE

-DARK CHOCOLATE MOUSSE WITH APRICOT, CARAMEL SAUCE

-มูสดาร์กช็อกโกแลต แอปริคอท และซอสคาราเมล (เป็นเมนูของหวาน มูสดาร์กช็อกโกแลตแอปริคอท รองพื้นด้วยเกล็ดคุ๊กกี้กรอบหลากสีและซอสคาราเมลเนื้อเนีย)

สำหรับ Dinner fine dinng ราคา 3,870 บาท

ธีม FLOWER OF LIFE TRIO BITES

ㆍ BEETROOT KATAIFI, ROCK ROBSTER

MEDALLION, BURRATA, YUZU

EGG FOAM WITH CAVIAR ON EGGSHELL

– BLUE CRAB MEAT WITH SALTY

-ARANCINI WITH MOZZARELLA AND

BLACK TRUFFLE

ธีม HIDDEN TREASURE

-DUCK BREAST, ROMANESCO WITH RASPBERRY MUSHROOM CONSOMME

-เนื้อเป็ด กะหลำดอกเจดีย์ เสิร์ฟพร้อมซุปใสคอนชอมเม่เห็ดและราสเบอร์รี่

ธีม THE OCTLANTIS

– SEAWEED RISOTTO WITH GRILLED OCTOPUS, CRISPY VENERE BLACK RICE, SALICORNIA AND RED AMARANTH

– ริชอตโต้สาหร่ายทะเล กับ ปลาหมึกย่าง ข้าวดำเวเนเร่กรอบ ซาลิคอร์เนีย และผักโขมแดง

ธีม A SPACE ODYSSEY

-GALAXY ROCK. CRUMBLE DRY ICE

-DARK CHOCOLATE MOUSSE WITH APRICOT, CARAMEL SAUCE

-มูสดาร์กช็อกโกแลต แอปริคอท และซอสคาราเมล (เป็นเมนูของหวาน มูสดาร์กช็อกโกแลตแอปริคอท รองพื้นด้วยเกล็ดคุ๊กกี้กรอบหลากสีและซอสคาราเมลเนื้อเนีย)

สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำไปพร้อมอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารสุดพิเศษครั้งนี้ โดยสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ http://www.digitaldelicious.net (จำกัดเพียงรอบละ 20 คนเท่านั้น) ชั้น 1 โรงแรมเซอราต้น แกรนด์ สุขุมวิท , Book now : www.digitaldelicious.net , or Line@ : https://lin.ee/bAXW4GN , Instagram : https://www.instagram.com/digital_delicious_th/ , YouTube : https://www.youtube.com/@doozydigilab5713/ , Email : info@doozydigilab.com ,โทร : 097-974-5353

-(016)