เงินน้อยไม่ใช่ปัญหา: ชาวจีนยังออกท่องเที่ยวในช่วงโกลเดนวีก แม้เศรษฐกิจตกต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729721

เงินน้อยไม่ใช่ปัญหา: ชาวจีนยังออกท่องเที่ยวในช่วงโกลเดนวีก แม้เศรษฐกิจตกต่ำ

3 ต.ค. 2566 10:00 น.

เงินน้อยไม่ใช่ปัญหา: ชาวจีนยังออกท่องเที่ยวในช่วงโกลเดนวีก แม้เศรษฐกิจตกต่ำ

  • ชาวจีนหลายล้านคนแห่ไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาลวันไหว้พระจันทร์และวันชาติ ติดต่อกัน 10 วัน ซึ่งถือเป็นวันหยุด “ซุปเปอร์ โกลเดนวีก” หรือ “สัปดาห์ทอง” ประจำปี อย่างคึกคัก โดยทางการจีนคาดว่าจำนวนเที่ยวเดินทางในวันหยุดยาวนี้จะสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
  • สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศจีน อัดแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากกว่า 896 ล้านคน ในช่วง 8 วันนี้ ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมาราว 86% โดยเฉพาะที่นครเซี่ยงไฮ้ เมืองซูโจว ในมณฑลเจียงซู รวมถึงในกรุงปักกิ่ง
  • โดยกลุ่มคนหนุ่มสาวชาวจีนได้แสดงความกระตือรือร้นที่จะเริ่มต้น “การเดินทางเพื่อแก้แค้น” มากขึ้น หลังจากการล็อกดาวน์โควิด-19 ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน แต่ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ พวกเขาก็จำเป็นต้อง “รัดเข็มขัด” ให้แน่นขึ้นเช่นกัน

คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงวันหยุด “โกลเดนวีก” หรือ “สัปดาห์ทอง” ประจำปีของจีน ซึ่งในครั้งนี้ถือเป็น “ซุปเปอร์ โกลเดนวีก” เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว 2 เทศกาลติดต่อกัน 10 วัน แม้ว่าเศรษฐกิจของจีนจะมีการเติบโตที่ช้า อัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาวอยู่ในระดับสูง และตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤติ

หน่วยงานกำกับดูแลการบินพลเรือนของจีนระบุว่า คาดว่าผู้คนมากกว่า 21 ล้านคนจะเดินทางทางอากาศในช่วงวันหยุดยาว 10 วัน ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงเที่ยวบินภายในประเทศ จำนวน 14,000 เที่ยวต่อวัน ในขณะที่คนหนุ่มสาวชาวจีนที่มีงบประมาณจำกัดมองหาการเดินทางท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้บ้านมากขึ้น

ในช่วงสัปดาห์ทองนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่เทศกาลวันไหว้พระจันทร์ตรงกับการเฉลิมฉลองวันชาติ ทำให้กลายเป็นช่วงวันหยุดที่ยาวที่สุดของปี ปีนี้ถือเป็นวันหยุดช่วงโกลเดนวีกครั้งที่ 2 ของปีนี้ หลังจากวันหยุดยาวที่มีวันหยุดน้อยกว่าเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่เนื่องจากเศรษฐกิจของจีนยังคงไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ธุรกิจต่างๆ จึงมีความหวัง แต่ก็ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง

เช่นเดียวกับนักเดินทางก็ต้องรัดเข็มขัดให้แน่นขึ้น โดยกลุ่มคนหนุ่มสาวชาวจีนได้แสดงความกระตือรือร้นที่จะเริ่มต้น “การเดินทางเพื่อแก้แค้น” มากขึ้น หลังจากการล็อกดาวน์โควิด-19 ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน ได้ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อแลกเปลี่ยนคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีใช้เวลาวันหยุดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ตัวอย่างเช่น “เกา หยาง” กล่าวว่า เขาวางแผนที่จะเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ในประเทศ 9 เมือง หรือคิดเป็นระยะทางระหว่างเมืองทั้งหมด 6,000 กม. ในเวลาเพียง 8 วัน เขาคิดว่าตัวเองเป็น “นักเดินทางกองกำลังพิเศษ” ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกคร่าวๆ เพื่อให้ผู้เดินทางสามารถดำเนินชีวิตตามตารางวันหยุดที่อัดแน่น แต่ใช้เงินน้อยได้ แผนการเดินทางของเกาหยาง ยังเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวปีนภูเขาสี่ลูก

ส่วนคนอื่นๆ ตารางการท่องเที่ยวก็อัดแน่นไปด้วยแผนการเดินทางรายชั่วโมง รายละเอียดงบประมาณ และคำแนะนำสำหรับร้านอาหารราคาย่อมเยา โดยแฮชแท็กท้าทายผู้คนให้ “เดินป่าจากใต้สู่เหนือของจีน” ได้รับการพูดคุยกันอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย “เว่ยป๋อ” ขณะที่หัวข้อยอดนิยมอื่นๆ ได้แก่ “การเดินทางแบบประหยัด” และ “การเดินทางตามอำเภอใจ”

การรถไฟแห่งชาติของจีน กล่าวว่า มีแผนที่จะให้บริการรถไฟ 12,000 ขบวนต่อวัน ในช่วงวันหยุด หรือเพิ่มขึ้น 20% โดยเฉลี่ยต่อวัน เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น ด้าน “ทริป ดอต คอม” (Trip.com) ซึ่งเป็นบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์เปิดเผยว่า ยอดจองการเดินทางภายในประเทศ เช่น ตั๋วเครื่องบินและรถไฟ การจองโรงแรม และแพ็กเกจทัวร์ สำหรับช่วงโกลเดนวีก เพิ่มขึ้น 88% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน และเพิ่มขึ้นมากกว่าสี่เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

จุดหมายปลายทางในประเทศชั้นนำ ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และหางโจว ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือที่ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงที่สวยงาม เช่น ปู่จิน และอุรุมชี ในมณฑลซินเจียง ก็คาดหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

แต่การใช้จ่ายเฉลี่ยต่อนักท่องเที่ยวอาจไม่สามารถนำไปเทียบเคียงกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แกรี โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการบริษัทการตลาดการท่องเที่ยว “เช็ก-อิน เอเชีย” กล่าวว่าในช่วงวันหยุดโกลเดนวีกครั้งล่าสุดในเดือนพฤษภาคม การใช้จ่ายต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นช่วงที่การเดินทางภายในประเทศดีดตัวขึ้นสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาด

ธุรกิจในท้องถิ่นที่แย่งชิงเงินรายได้ด้านการท่องเที่ยวดูเหมือนจะตระหนักดีถึงเงินของนักท่องเที่ยวที่ลดลง บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวบางแห่งกำลังโปรโมตทัวร์แบบกลุ่ม “สนุกสุดๆ ไม่มีการช็อปปิ้ง” เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าเป้าหมายจะไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ส่วน “เตี่ยนผิง” แอปฯ จัดส่งอาหารและอีคอมเมิร์ซ กำลังสนับสนุนให้ผู้คนทัวร์ชิมอาหารทั่วประเทศ ด้วยการโปรโมตผ่านสโลแกนในเว่ยป๋อว่า “แผ่นดินมาตุภูมิแสนยิ่งใหญ่ ออกไปหาอะไรกินกันเถอะ”

แต่ข้อเสนอดังกล่าวกลับไม่ดึงดูดใจนักสำหรับบางคน เช่น แซลลี่ ผู้บริหารฝ่ายประชาสัมพันธ์ หญิงวัย 30 ปีรายนี้กล่าวว่า เธอตัดสินใจที่จะอยู่บ้านในช่วงสัปดาห์ทองนี้ แทนที่จะเดินทางเพียงวันเดียวกับเพื่อน ๆ ไปยังย่านชานกรุงปักกิ่งที่เธออาศัยอยู่

เธอกล่าวว่า “มีอะไรให้ดูและสำรวจมากมายในประเทศจีน แน่นอนว่าเราทุกคนอยากสนุกไปกับตัวเอง แต่ความคิดเรื่องการใช้เงินและความรู้สึกผิดที่มาพร้อมกับสิ่งนี้กลับทำให้ฉันไม่สนใจ”

สตีฟ แซกซัน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว ของบริษัทที่ปรึกษา แมคคินซีย์ ในเอเชีย กล่าวว่า โดยรวมแล้ว ผู้บริโภคที่ระมัดระวังในการใช้จ่าย ดูเหมือนจะเต็มใจที่จะใช้จ่ายเงินเพียงครั้งเดียว เช่น การเดินทาง แม้ว่าการเดินทางภายในประเทศจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาได้อย่างแน่นอน แต่เขากล่าวว่ายังไม่ชัดเจนว่านี่ยังคงเป็นผลมาจาก “ความต้องการที่ถูกกักขังเนื่องจากข้อจำกัดการเดินทาง” ที่บังคับใช้มาเป็นเวลาสามปีแล้ว หรือเป็น “ความต้องการท่องเที่ยวที่จะดำเนินไปอย่างยั่งยืน”

วันหยุดในครั้งนี้ นับเป็นวันหยุดยาวครั้งแรกนับตั้งแต่จีนยุติมาตรการจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศ โดยได้ยกเลิกการห้ามกรุ๊ปทัวร์ไปยังกว่า 70 ประเทศเมื่อเดือนสิงหาคม

คนส่วนใหญ่ยังคงมีข้อจำกัดบางประการเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศจีน โดยข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์การเดินทาง ฟอร์เวิร์ดคีส์ (ForwardKeys) แสดงให้เห็นว่าการเดินทางออกนอกประเทศลดลง 40% เมื่อเทียบกับปี 2562 แต่ดูเหมือนว่าจะมีแรงผลักดันเพิ่มขึ้น โดยมาเลเซีย ไทย และเกาหลีใต้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากขึ้นในสัปดาห์นี้ เมื่อเทียบกับช่วงโกลเดนวีกในปี 2562

ยักคา หยู นักข่าวผู้วางแผนการเดินทาง 8 วันไปมาเลเซีย ซึ่งรวมถึงการเดินป่าขึ้นไปบนภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศอย่างภูเขาคินาบาลู กล่าวว่า “ฉันอยากไปที่ไหนสักแห่งในต่างประเทศ เพราะทุกที่ในจีนคนเยอะมาก” เขาบอกว่าเขาเลือกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพราะเขาไม่ต้องการใช้จ่าย “มากเกินไป” ในเรื่องการเดินทาง

เขากล่าวเสริมว่า “ผมเดาว่าคนอย่างผมยังคง ‘ท่องเที่ยวเพื่อแก้แค้น’ เพราะผมไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อพักผ่อนมาหลายปีแล้ว” 

“ผมจะต้องออมเงินสำหรับเรื่องอื่นๆ ของชีวิต โดยใช้หลักที่ว่า ใช้ชีวิตอย่างยากจน แต่เดินทางอย่างมั่งคั่ง.”

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

พบแล้ว เด็กหญิง 9 ขวบ หายตัวไประหว่างตั้งแคมป์กับครอบครัวริมทะเลสาบนิวยอร์ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729887

พบแล้ว เด็กหญิง 9 ขวบ หายตัวไประหว่างตั้งแคมป์กับครอบครัวริมทะเลสาบนิวยอร์ก

3 ต.ค. 2566 09:51 น.

พบแล้ว เด็กหญิง 9 ขวบ หายตัวไประหว่างตั้งแคมป์กับครอบครัวริมทะเลสาบนิวยอร์ก

ตำรวจรัฐนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ เผย พบตัวเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่หายไประหว่างตั้งแคมป์พักผ่อนกับครอบครัวริมทะเลสาบ หลังการค้นหานาน 48 ชั่วโมง โดยเด็กถูกพบในสภาพปลอดภัยดี ส่วนคนร้ายถูกตำรวจจับกุมตัว

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าว NBC รายงานว่า ตำรวจพบเด็กหญิงชาร์ล็อตต์ เซนา วัย 9 ปี ที่พ่อแม่เข้าแจ้งความว่าหายตัวไป และคาดว่าจะถูกจับไปเรียกค่าไถ่ ระหว่างพวกเขาไปตั้งแคมป์ริมทะเลสาบในอุทยานโมโร เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ระดมกำลังออกค้นหาทั่วผืนป่าและบริเวณโดยรอบ เป็นเวลานานกว่า 48 ชั่วโมง

ตำรวจระบุว่า เด็กหญิงชาร์ล็อตต์ปลอดภัยดี ในขณะที่คนร้ายถูกตำรวจจับกุมตัวได้แล้ว โดยจากการสืบสวนขยายผลก่อนหน้านี้พบว่า มีผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งอยู่แถวอุทยานทะเลสาบโมโรพอดี ในช่วงเวลาที่เด็กหญิงออกไปปั่นจักรยานกับพี่น้องแล้วเกิดหายตัวไป ขณะที่ตำรวจระบุว่า กำลังมีการสอบปากคำคนร้าย และตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ก่อนแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

รายงานข่าวระบุว่า สมาชิกครอบครัวเซนาต่างพากันยินดี หลังจากตำรวจระบุว่า พบตัวเด็กหญิงชาร์ล็อตต์ โดยมีการกล่าวแสดงความขอบคุณทุกคนที่ออกช่วยกันตามหาชาร์ล็อตต์ 

ทางด้าน นายเคธี โฮชุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก กล่าวยกย่องเหล่านักสืบในโลกโซเชียลที่ช่วยแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว และขอบคุณตำรวจตลอดจนทีมงาน ทำให้หลังจากการค้นหานาน 48 ชั่วโมง ก็พบตัวหนูน้อยชาร์ล็อตต์ พร้อมกล่าวขอบคุณตำรวจนิวยอร์ก และอาสาสมัครทุกคนที่ช่วยกันอย่างดีในการตามหาตัวชาร์ล็อตต์กลับบ้านอีกครั้ง.

ฟ้าผ่าโรงกำจัดขยะ ทำให้เกิดระเบิดลูกไฟขนาดใหญ่บนท้องฟ้าเมืองออกซ์ฟอร์ด ของอังกฤษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729874

ฟ้าผ่าโรงกำจัดขยะ ทำให้เกิดระเบิดลูกไฟขนาดใหญ่บนท้องฟ้าเมืองออกซ์ฟอร์ด ของอังกฤษ

3 ต.ค. 2566 09:18 น.

ฟ้าผ่าโรงกำจัดขยะ ทำให้เกิดระเบิดลูกไฟขนาดใหญ่บนท้องฟ้าเมืองออกซ์ฟอร์ด ของอังกฤษ

เกิดลูกไฟสีส้มขนาดใหญ่ส่องสว่างท้องฟ้ายามค่ำคืนในเมืองอ็อกซ์ฟอร์ดไชร์ ของอังกฤษ หลังจากฟ้าผ่ารุนแรงลงมาที่โรงงานกำจัดขยะ

สำนักข่าว BBC รายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2566 เกิดลูกไฟสีส้มขนาดใหญ่ส่องสว่างท้องฟ้ายามค่ำคืนในเมืองออกซ์ฟอร์ดไชร์ ของอังกฤษ หลังจากฟ้าผ่ารุนแรงลงมาที่โรงงานกำจัดขยะ “เซเวิร์น เทรนต์ กรีน พาวเวอร์ แพลนต์” ในเขตแคสซิงตั้น ทางตอนเหนือของเมืองออกซ์ฟอร์ด ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปขยะเศษอาหารให้กลายเป็นก๊าซชีวภาพ

โดยคลิปวิดีโอการเกิดลูกไฟสีส้ม ถูกแชร์บนโซเชียลมีเดียโดยชาวบ้านในท้องถิ่น ซึ่งมีรายงานว่าพวกเขาได้รับคำสั่งให้อยู่ในบ้านและปิดหน้าต่างให้มิดชิด

ทางโรงงานกำจัดขยะออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เกิดฟ้าผ่าที่ถังก๊าซชีวภาพ ทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง โดยก่อนหน้านี้ หน่วยงานสภาพอากาศแห่งชาติของอังกฤษ ได้ออกคำเตือนสภาพอากาศสำหรับพายุฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักในพื้นที่เมืองออกซ์ฟอร์ดไชร์

รายงานข่าวระบุว่า รถดับเพลิง 6 คัน พร้อมด้วยนักดับเพลิง 40 คน ตลอดจนตำรวจ และรถพยาบาลอย่างน้อย 4 คัน ได้ถูกส่งไปยังโรงงานแห่งนี้ ซึ่งแปรรูปขยะเศษอาหารให้กลายเป็นก๊าซชีวภาพ ขณะที่ศูนย์บริการรถพยาบาลเซาท์เซ็นทรัล ยืนยันว่ายังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ฟ้าผ่าและระเบิดรุนแรง.

อินโดนีเซียเปิดใช้รถไฟฟ้าความเร็วสูงเจ้าแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729866

อินโดนีเซียเปิดใช้รถไฟฟ้าความเร็วสูงเจ้าแรก

3 ต.ค. 2566 07:09 น.

อินโดนีเซียเปิดใช้รถไฟฟ้าความเร็วสูงเจ้าแรก

เมื่อ 2 ต.ค. นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ทำพิธีเปิดให้บริการรถไฟฟ้าหัวกระสุนความเร็วสูงอย่างเป็นทางการชื่อว่าวูช (Whoosh) เลียนเสียงจากเสียงการเคลื่อนตัวอันรวดเร็วของรถไฟ และย่อมาจาก “วักตู เฮอมัต, โอเปอราซี อปตีมัล, ซิซเต็ม ฮันดัล” ภาษาอินโดนีเซียแปลว่า “ประหยัดเวลา การทำงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด ระบบที่ไว้วางใจได้” ซึ่งทำความเร็วสูงสุดถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่า 600 คน ถือเป็นรถไฟฟ้าความเร็วสูงขบวนแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับเส้นทางการให้บริการวูช จะเป็นการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย กับเมืองบันดุง จังหวัดชวาตะวันตก ซึ่งมีระยะทาง 142 กิโลเมตร โดยหากเดินทางด้วยรถไฟปกติจะใช้เวลาการเดินทางทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง แต่วูชสามารถใช้เวลาประมาณ 45 นาทีเท่านั้นก็ถึงที่หมาย ทั้งนี้ รถไฟฟ้าความเร็วสูงของอินโดนีเซียได้เปิดให้ทดลองใช้บริการเมื่อต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา และจะเริ่มขายตั๋วรถไฟกลางเดือน ต.ค. ประเมินราคาอยู่ที่ 16-22 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 576-800 บาทต่อเที่ยวเดียว โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายบูดี การียา ซูมาดี รมว.คมนาคมอินโดนีเซีย ยืนยันว่า ในอนาคตรัฐบาลจะขยายเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงจากเมืองบันดุงไปถึงเมืองซูราบายา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศในจังหวัดชวาตะวันออก

ขณะที่นายวิโดโดยังเผยว่า นี่คือสัญลักษณ์แห่งความทันสมัยของระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมมีแผนจะเชิญนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน มาทดลองนั่งรถไฟหัวกระสุนขบวนแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

วูชถูกผลิตโดยบริษัท พีที กาเรตา เจปัต อินโด นีเซีย-ไชน่า หรือพีที เคซีไอซี รวมกับบริษัทไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์เนชันแนล ภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือบีอาร์ไอ ซึ่งเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่จีนจับมือกับอินโดนีเซีย มีมูลค่ามากกว่า 7,300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 269,800 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวควรพร้อมให้บริการตั้งแต่ปี 2562 แต่เพราะปัญหาในกระบวนการผลิต และการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้มีการใช้งบประมาณมากกว่าที่กำหนดไว้แต่เดิม คือไม่ควรเกิน 5,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 180,000 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา ลาวได้เปิดตัว รถไฟหัวกระสุนกึ่งความเร็วสูง ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการบีอาร์ไอเช่นเดียวกับอินโดนีเซีย โดยสามารถเดินรถด้วยความเร็วราว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างนครเวียงจันทน์กับเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ถือเป็นรถไฟหัวกระสุนขบวนแรกของชาติ.

2 นักวิทย์คิดค้นวัคซีน mRNA คว้ารางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ ปี 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729802

2 นักวิทย์คิดค้นวัคซีน mRNA  คว้ารางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ ปี 2023

2 ต.ค. 2566 20:16 น.

2 นักวิทย์คิดค้นวัคซีน mRNA คว้ารางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ ปี 2023

2 นักวิทยาศาสตร์ผู้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี mRNA ที่นำไปสู่การผลิตวัคซีนต่อสู้โควิด-19 ชนิด mRNA ได้รับรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ ประจำปี2023 

สำนักข่าวต่างประเทศวันที่ 2 ต.ค. 2566 รายงาน คณะกรรมการรางวัลโนเบลได้มอบรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ ประจำปี 2023 ให้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.กอตอลิน กอริโก ชาวฮังการี และศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดรูว์ ไวส์แมน ชาวสหรัฐฯ 2 นักวิทยาศาสตร์ผู้ร่วมคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี mRNA เทคโนโลยีตั้งต้นที่นำไปสู่การผลิตวัคซีนต่อสู้กับโรคโควิด-19 ชนิด mRNA ที่มีส่วนสำคัญต่อมนุษยชาติในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

คณะกรรมการรางวัลโนเบล กล่าวว่า ผลงานของศาสตราจารย์ ดร.กอริโกและศาสตราจารย์ นายแพทย์ ไวส์แมนในการพัฒนาวัคซีน ถือเป็นสิ่งที่มีคุณูปการต่อโลก ท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของมนุษย์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในโลกยุคปัจจุบัน 

ศาสตราจารย์ ดร.กอตอลิน กอริโก และศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดรูว์ ไวส์แมน ผู้ชนะรางวัลโนเบล 2023 สาขาการแพทย์

พิธีมอบรางวัลจะจัดขึ้นที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ในวันที่ 10 ธ.ค. 2566 โดยนักวิทยาศาสตร์ทั้ง 2 คนจะได้รับเงินรางวัลรวมกันทั้งหมด 10 ล้านโครนสวีเดน พร้อมกับเกียรติบัตร และเหรียญรางวัล 

ปัจจุบัน ศาสตราจารย์ ดร.กอริโก เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแซแกด ประเทศฮังการี ขณะที่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ไวส์แมน สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนักวิทยาศาสตร์ทั้ง 2 พบกันครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ในช่วงต้นทศวรรษ 2530 และเข้าร่วมทีมวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี mRNA เนื่องจากมองว่ามีศักยภาพในการเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาโรค และในปี 2548 พวกเขาตีพิมพ์การค้นพบที่สำคัญ คือ วัคซีน mRNA สามารถนำเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

และในเวลาต่อมาวัคซีนเทคโนโลยี mRNA ก็ถูกพัฒนาต่อยอดมาเป็นวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่ถูกผลิตโดยบริษัท โมเดอร์นา และไฟเซอร์-ไบโอเทค และนำไปฉีดป้องกันโรคโควิด-19ให้แก่คนหลายล้านคนทั่วโลกในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากเริ่มระบาดครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นของจีน ตั้งแต่ปลายปี 2562

ในปัจจุบัน เทคโนโลยี mRNA ยังคงถูกพัฒนาต่อไป เพื่อใช้ในการรักษาโรคอื่นๆ เช่น โรคมะเร็ง

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา: BBC, PennToday

ฝรั่งเศสเริ่มฉีด ‘วัคซีนไข้หวัดนก’ให้เป็ดทั่วประเทศ แม้เสี่ยงกระทบส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729781

ฝรั่งเศสเริ่มฉีด ‘วัคซีนไข้หวัดนก’ให้เป็ดทั่วประเทศ แม้เสี่ยงกระทบส่งออก

2 ต.ค. 2566 20:00 น.

ฝรั่งเศสเริ่มฉีด ‘วัคซีนไข้หวัดนก’ให้เป็ดทั่วประเทศ แม้เสี่ยงกระทบส่งออก

ฝรั่งเศส เป็นชาติแรกของโลก เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดนก ให้กับเป็ดทั่วประเทศแล้ว ถึงแม้เสี่ยงส่งผลกระทบต่อการส่งออกสัตว์ปีกไปยังสหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ฝรั่งเศสเริ่มต้นฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกให้เป็ดทั่วประเทศในวันจันทร์ที่ 2 ต.ค. 2566 จนนับเป็นประเทศแรกของโลก เพื่อหวังหลีกเลี่ยงการฆ่าสัตว์ปีกจำนวนมาก และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกของประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกให้แก่เป็ดทั่วประเทศในฝรั่งเศส จะฉีดให้เป็ด ที่มีอายุตั้งแต่ 10 วันขึ้นไป โดยคาดการณ์ว่าเป็ดทั่วประเทศ ประมาณ 64 ล้านตัวจะได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดส ภายในช่วงฤดูร้อนปีหน้า ซึ่งโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกให้กับเป็ดทั่วประเทศของฝรั่งเศสนี้ ต้องใช้งบประมาณถึง 96 ล้านยูโร (102 ล้านดอลลาร์)หรือประมาณ 3,768 ล้านบาท

รัฐบาลฝรั่งเศสเริ่มรณรงค์โครงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกให้เป็ดทั่วประเทศ เนื่องจากประเทศฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 ผนวกกับความกังวลว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดนกอาจกลายพันธุ์ จนสามารถแพร่ติดต่อสู่คนได้

อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกให้กับเป็ดทั่วประเทศ เสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสัตว์ปีกไปยังสหรัฐอเมริกา ที่เริ่มใช้มาตรการจำกัดการนำเข้าสัตว์ปีกจากฝรั่งเศสตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นมา โดยกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯชี้แจงเหตุผลว่า การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกให้กับสัตว์ปีกนั้น อาจทำให้สัตว์ปีกไม่แสดงอาการว่าติดเชื้อ ซึ่งหมายถึง มีความเป็นไปได้ที่เชื้อไข้หวัดนกอาจมากับสัตว์ปีกที่ได้รับการฉีดวัคซีน และเข้ามาในสหรัฐอเมริกา

รอยเตอร์รายงานว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกในฝรั่งเศสนั้น เบื้องต้นกำหนดให้ฉีดเฉพาะเป็ดเท่านั้น เนื่องจากเป็ดเป็นสัตว์ปีกที่เปราะบางที่สุดต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดนก และผลิตภัณฑ์จากเป็ด คิดเป็นเพียง 8 %ของผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกทั้งหมดในประเทศฝรั่งเศส

ขณะนี้ ทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกที่ถือว่าเลวร้ายที่สุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้สัตว์ปีกหลายล้านตัวตาย หรือถูกฆ่า เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งการฆ่าสัตว์ปีกจำนวนมาก ทำให้ทั่วโลกประสบปัญหาขาดแคลนผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีก และไข่ ส่งผลให้ราคาสัตว์ปีก ไม่ว่าเป็นไก่ หรือเป็ด แพงเป็นประวัติการณ์

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา: Reuters, RTE

รู้จักภารกิจ ‘OSIRIS-REx’ ของนาซา ทำไมเลือกดาวเคราะห์น้อยเบนนู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729680

รู้จักภารกิจ ‘OSIRIS-REx’ ของนาซา ทำไมเลือกดาวเคราะห์น้อยเบนนู

2 ต.ค. 2566 18:16 น.

รู้จักภารกิจ ‘OSIRIS-REx’ ของนาซา ทำไมเลือกดาวเคราะห์น้อยเบนนู

  • ภารกิจ ‘OSIRIS-REx’ ของนาซาในการส่งยานอวกาศเดินทางไป-กลับ 1.9 พันล้านกิโลเมตร เพื่อเก็บตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู ประสบความสำเร็จด้วยดี 
  • นาซาได้ทุ่มเทกับภารกิจ ‘OSIRIS-REx’ ที่ใช้เวลายาวนานนับ 7 ปี ในการส่งยานอวกาศไปยังดาวเคราะห์น้อยเบนนู เพื่อเก็บตัวอย่างหินกลับมาวิเคราะห์เพื่ออะไร? 
  • ดาวเคราะห์น้อยเบนนู ถูกจัดให้เป็นดาวเคราะห์น้อยอันตรายที่สุดในระบบสุริยะเพราะจากการคาดการณ์ของนักวิทยาศาสตร์พบว่า ‘เบนนู’ มีโอกาสพุ่งชนโลกในอีก 100 กว่าปีข้างหน้า แม้ความเสี่ยงจะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

11 ตุลาคม 2023 เป็นกำหนดวันที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) จะมีการแถลงข่าวใหญ่ เพื่อเปิดเผยผลการตรวจสอบวิเคราะห์ ‘ตัวอย่างฝุ่น’ ที่เก็บมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู หนึ่งในดาวเคราะห์น้อยอันตรายที่สุดดวงหนึ่งในระบบสุริยะ หลังจากแคปซูลพร้อมตัวอย่างฝุ่นจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู กลับสู่โลก เมื่อ 24 กันยายน ที่ผ่านมา

ภารกิจสำคัญครั้งนี้ของนาซา ชื่อว่า ภารกิจ ‘OSIRIS-REx’ (โอไซริส-เร็กซ์) นับเป็นภารกิจครั้งแรกในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศของนาซาในการส่งยานอวกาศไร้คนขับเดินทางรอนแรมไปเก็บตัวอย่างหินและฝุ่นบนดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ไกลแสนไกล และนำมันกลับมายังโลก

แน่นอนว่าคำถามที่พวกเราอยากรู้ก็คือ ภารกิจ ‘OSIRIS-REx’ ของนาซาที่ส่งยานอวกาศไร้คนขับเดินทางไปยังดาวเคราะห์น้อยเบนนู เป็นระยะทางไป-กลับ ร่วม 1,900 ล้านกิโลเมตร และภารกิจนี้ใช้เวลายาวนานรวมแล้วถึง 7 ปี มีความสำคัญอย่างไร?

ภาพวาดยานอวกาศในภารกิจ ‘OSIRIS-REx’

ภารกิจ ‘OSIRIS-REx’ ของนาซา

ภารกิจส่งยานอวกาศไปเก็บตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู อายุ 4,500 ล้านปี มีชื่อเต็มว่า ‘The Origins, Spectral Interpretation, Resource Identification, Security-Regolith Explorer’ หรือเรียกชื่อย่อว่า ‘OSIRIS-REx’ 

นาซาได้ติดตั้งอุปกรณ์สำคัญๆ หลายอย่างบนยานอวกาศโอไซริส-เร็กซ์ ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูปหลายตัว เพื่อใช้ในการเก็บภาพสำคัญๆ ในขณะที่ยาน OSIRIS-REx ปฏิบัติภารกิจเก็บตัวอย่างหินและฝุ่นจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

นอกจากนั้นยังได้ติดตั้งอุปกรณ์ในการทำแผนที่สร้างแบบจำลองสามมิติ หรือ 3D maps เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์บนพื้นโลกสร้างแบบจำลองสามมิติจากตัวอย่างภาพถ่ายดาวเคราะห์น้อยเบนนู เพื่อหาจุดที่เหมาะสมในการลงจอดของยานอวกาศ รวมทั้งยังติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ แผนที่องค์ประกอบแร่และเคมี และการดูด้วยเอกซเรย์และแสงอินฟราเรด

นาซาติดตามภารกิจ ‘OSIRIS-REx’ ที่ยาวนานนับ 7 ปี

– 8 ก.ย. 2016 นาซาได้ปล่อยจรวดนำยานโอไซริส-เร็กซ์จากรัฐฟลอริดาขึ้นสู่ห้วงอวกาศ

– ก.ย. 2017 ยานอวกาศ ‘OSIRIS-REx’ ได้รับความช่วยเหลือจากแรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อขับเคลื่อนด้วยตัวเองในการเดินทางไกลไปยังดาวเคราะห์น้อยเบนนูที่อยู่ห่างจากโลก 200 ล้านไมล์

– 3 ธ.ค. 2018 ยานโอไซริส-เร็กซ์เดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อยเบนนู

– ต.ค. 2020 สองปีต่อมา ยานโอไซริส-เร็กซ์ค่อยๆ ร่อนลงจอดบนดาวเคราะห์น้อยเบนนู โดยมีขาสำหรับยึดเกาะซึ่งติดอยู่ปลายแท่งโลหะที่ยื่นออกไปยาว 3 เมตร และทำการเก็บตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อย

– พ.ค. 2021 ยานโอไซริส พร้อมแคปซูลบรรจุตัวอย่างฝุ่นหินจากดาวเคราะห์น้อยเดินทางกลับสู่โลก

– 24 ก.ย. 2023 แคปซูลเก็บตัวอย่างหินและฝุ่นจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูได้แยกตัวจากยานโอไซริส-เร็กซ์ โดยแคปซูลซึ่งได้รับการติดเกราะป้องกันความร้อน ได้พุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วมากกว่ากระสุนปืนไรเฟิล 15 เท่า และลงสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัยด้วยร่มชูชีพ บริเวณทะเลทรายในรัฐยูทาห์ ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกาเมื่อเวลา 08.52 น. ตามเวลาท้องถิ่น

‘ผมร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กขณะนั่งอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ เมื่อได้ยินว่าร่มชูชีพกางออกแล้ว เพื่อนำแคปซูลลงสู่พื้นโลกอย่างนุ่มนวล มันเป็นช่วงเวลาแห่งความตื้นตันสำหรับผม เพราะนับเป็นความสำเร็จที่น่าประหลาดใจ’ ศาสตราจารย์ ดันเต ลอเร็ตตา หัวหน้าทีมวิจัยของภารกิจ OSIRIS-REx กล่าวด้วยความรู้สึกตื้นตันเมื่อเห็นภารกิจครั้งนี้ที่ยาวนานถึง 7 ปี ประสบความสำเร็จด้วยดี

จากนั้น นักวิทยาศาสตร์ของนาซาได้เข้าไปเก็บกู้และนำแคปซูลดังกล่าว ซึ่งถือเป็น ‘กล่องสมบัติล้ำค่าทางวิทยาศาสตร์’ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังศูนย์อวกาศจอห์นสันของนาซา (NASA’s Johnson Space Center) ที่เมืองฮิวส์ตัน รัฐเทกซัส เพื่อเปิดแคปซูล

ดาวเคราะห์น้อยเบนนู

‘เบนนู’ หนึ่งในดาวเคราะห์น้อยอันตรายที่สุดของระบบสุริยะ

ดาวเคราะห์น้อย Bennu ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1999 จัดเป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กเท่าภูเขา มีเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 500 เมตร และมีอายุกว่า 4,500 ล้านปี เดิมนักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อให้ว่าดาวเคราะห์น้อย ‘1999 RQ36’ 

นักดาราศาสตร์จัดดาวเคราะห์น้อยเบนนูให้เป็น ‘near-Earth object’ (วัตถุใกล้โลก) ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหางที่มีโอกาสโคจรเข้าใกล้โลกในระยะ 45 ล้านกิโลเมตร โดยวัตถุจำพวกนี้ยังไม่จัดว่าเป็นวัตถุอันตราย เพืยงแต่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ

แต่ด้วยความที่ ดาวเคราะห์น้อยเบนนู มีวงโคจรที่ขยับเข้ามาใกล้โลกมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะโคจรผ่านโลกทุกๆ 6 ปี จึงทำให้ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ถูกจัดให้เป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะชนโลกใน 100 กว่าปีข้างหน้า

และจากการคำนวณของเหล่านักวิทยาศาสตร์ได้คาดประมาณว่า ดาวเคราะห์น้อยเบนนู มีโอกาสเล็กน้อย ที่จะชนโลกในวันที่ 24 ก.ย. 2182

แคปซูลเก็บตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู กลับมายังโลก โดยถูกปล่อยให้ลงบริเวณทะเลทราย ในรัฐยูทาห์ ทางตะวันตกของสหรัฐฯเมื่อ 24 ก.ย.2566

หวังไขความลับต้นกำเนิดของชีวิตในระบบสุริยะ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าตัวอย่างหินและฝุ่นที่เก็บมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู จะสามารถช่วยไขคำตอบสำคัญได้ว่า มนุษย์เรามาจากไหน? โดยศาสตราจารย์ดันเต ลอเร็ตตา หัวหน้าทีมวิจัยภารกิจ กล่าวกับบีบีซีว่า เมื่อเราได้ตัวอย่างฝุ่นหินขนาด 250 กรัม จากดาวเคราะห์น้อยกลับมายังโลก เราจะได้เห็นวัตถุที่กำเนิดขึ้นก่อนจะมีโลกของเรา หรืออาจดำรงอยู่ก่อนการกำเนิดของระบบสุริยะเสียอีก 

นักวิทยาศาสตร์ยังเชื่อว่า ภายใน 10 ล้านปีของการก่อตัวระบบสุริยะ องค์ประกอบทางเคมีและแร่ธาตุบนดาวเคราะห์น้อยเบนนูได้ก่อตัวขึ้นแล้ว

โดยจากการที่นักวิทยาศาสตร์ใช้กล้องโทรทรรศน์สังเกตดาวเคราะห์น้อยเบนนู พบว่ามีแร่ธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งคาร์บอนอาจมีบทบาทสำคัญในการก่อกำเนิดของสิ่งมีชีวิตบนโลก ด้วยเหตุนี้ ภารกิจ นำตัวอย่างหินและฝุ่นของดาวเคราะห์น้อยเบนนูมาตรวจสอบ จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้รู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของแร่ธาตุเหล่านี้บนดาวเคราะห์น้อยเบนนู

นอกจากนั้น ภารกิจ OSIRIS-REx ยังอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ได้มากขึ้นถึงความเสี่ยงระยะยาวที่ดาวเคราะห์น้อยที่จัดเป็นวัตถุใกล้โลก อย่างเช่น เบนนู จะพุ่งชนโลกของเรา

ยาน OSIRIS-REx ปฏิบัติการเก็บตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู ในปี 2020

ตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อยอันตรายหรือไม่?

ความกังวลเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับภารกิจเก็บตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อยนั้น ก็คือจะเป็นอันตรายหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ แฮโรลด์ คอนนอลลี ซึ่งทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัย ROWAN และเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผู้ร่วมตรวจสอบตัวอย่างหินในภารกิจ OSIRIS-REx กล่าวกับอัลจาซีราว่า ตัวอย่างที่เก็บมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูไม่มีการปนเปื้อนเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย

แฮโรลด์ คอนนอลลี ได้เปรียบเทียบภารกิจนี้กับการเก็บตัวอย่างหินบนดวงจันทร์ ในภารกิจ Apollo11 (อพอลโล 11) ว่าตอนนั้นก็เกิดความกังวลเกี่ยวกับอันตรายของตัวอย่างหินที่เก็บมาจากดวงจันทร์เช่นกัน และหลังจากใช้สัตว์ทดลองทดสอบแร่ธาตุเหล่านั้นว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ ก็พบว่าสัตว์ทดลองปลอดภัยดี 

‘ไม่มีเชื้อโรคขนาดเล็กเติบโต และนาซาได้ตัดสินใจว่ามีความปลอดภัยแล้วจึงยุติการทดสอบอันตรายของแร่ธาตุจากดวงจันทร์ ที่อาจเกิดกับสัตว์ทดลอง รวมทั้งยังหยุดกักกันนักบินอวกาศ รวมถึงทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคในห้องแล็บ ซึ่งทำงานกับตัวอย่างที่เก็บมาจากดวงจันทร์ในภารกิจ Apollo 14 ในปี 1971

นาซาแจ้งผ่าน X หรือทวิตเตอร์เดิม พบฝุ่นสีดำและผงขนาดเท่าทราย ภายในกระบอกบรรจุตัวอย่างหินที่เก็บมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

ไขปมฝุ่นดำปริศนาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู?

หลังจากทีมนักวิทยาศาสตร์ของนาซาซึ่งสวมชุดป้องกันเชื้อโรค ได้ทำการเปิดฝาแคปซูลเก็บตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู ที่ห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อ ที่ศูนย์อวกาศจอห์นสันของนาซาเมื่อ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา และพบว่ามีฝุ่นสีดำและผงขนาดเท่าทรายอยู่ข้างในกระบอกสีเงินของแคปซูลนั้น ได้ทำให้ชาวโลกกังวลไม่น้อยว่า ฝุ่นสีดำปริศนาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูจะเป็นอันตรายหรือไม่

ในขณะที่นาซาระบุว่า ฝุ่นดำปริศนาเหล่านี้จะถูกนำไปวิเคราะห์โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อตรวจสอบว่ามันคืออะไร 

อย่างไรก็ตาม ดร.แบรด ทัคเกอร์ นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ประจำมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียในกรุงแคนเบอร์รา แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า ฝุ่นละเอียดเหล่านี้ดูเหมือนมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู เพราะฝุ่นดาวเคราะห์น้อยสีดำมาก และมีความละเอียด อีกทั้งเมื่อตอนยาน OSIRIS-REx ปฏิบัติการเก็บตัวอย่างหินและฝุ่นนั้น ส่วนมากแล้ว ฝากระบอกไม่เปิด

ในขณะที่นาซาออกแถลงการณ์ยอมรับสั้นๆ เมื่อเดือนตุลาคม 2020 ว่า มีวัตถุที่เก็บจากผิวดาวเคราะห์น้อยเบนนูรั่วออกมา เพราะมีหินหนึ่งก้อนติดในเครื่อง

ด้านศาสตราจารย์เทรเวอร์ ไอร์แลนด์ นักธรณีเคมีประจำมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ เห็นด้วยกับความเห็นที่ว่า ฝุ่นดำปริศนาที่พบในกระบอกของแคปซูลนั้นลอยฟุ้งขึ้นมาระหว่างการเก็บตัวอย่างหิน

‘ภายใต้แรงโน้มถ่วงน้อยนิด ไม่มีอะไรหยุดยั้งฝุ่นที่จะลอยฟุ้งไปทุกหนทุกแห่ง และบางทีฝุ่นก็ติดมากับยานอวกาศด้วย’

ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์

ที่มา : Aljazeera, BBC, Dailymail

รัสเซียโหดถล่มเคอร์ซอน ข่มขวัญรมว.ต่างประเทศ EU เยือนเคียฟครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729765

รัสเซียโหดถล่มเคอร์ซอน ข่มขวัญรมว.ต่างประเทศ EU เยือนเคียฟครั้งแรก

2 ต.ค. 2566 17:51 น.

รัสเซียโหดถล่มเคอร์ซอน ข่มขวัญรมว.ต่างประเทศ EU เยือนเคียฟครั้งแรก

รัสเซียเดินหน้าโจมตีเมืองเคอร์ซอน ริมฝั่งทะเลดำ ข่มขวัญรมว.ต่างประเทศของสหภาพยุโรปเดินทางเยือนกรุงเคียฟ ครั้งแรก ส่วนรมว.ยูเครนยังมั่นใจสหรัฐฯ จะสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครนต่อไป

เมื่อ 2 ต.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสงครามในยูเครนดำเนินมาถึงวันที่ กองกำลังรัสเซียลงมือโจมตีทางอากาศถล่มเมืองท่าเคอร์ซอน ริมฝั่งทะเลดำ ทางภาคใต้ของยูเครนอีกครั้ง จนได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ในขณะที่เมืองเคอร์ซอน ในแคว้นเคอร์ซอนได้ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย เปิดฉากทำสงครามในยูเครนตั้งแต่ ก.พ. 2565

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เดินทางไปกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครนครั้งแรก เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี และนายดมีโทร คูเลบา รมว.ต่างประเทศของยูเครนในวันนี้ (2 ต.ค. 2566) และเป็นการแสดงให้เห็นจุดยืนของสหภาพยุโรปที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างกับยูเครน พร้อมกับประกาศว่าชาติอียูจะให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนเพิ่มขึ้น

รมว.ต่างประเทศจากชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เดินทางมาเยือนกรุงเคียฟ เมืองหลวงยูเครนครั้งแรก เมื่อ 2 ต.ค.66

ขณะที่นายคูเลบา รมว.ต่างประเทศยูเครน ยังคงเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะยังคงสนับสนุนให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครนต่อไป ถึงแม้สภาคองเกรสสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณระยะสั้นแบบฉิวเฉียด ก่อนถึงกำหนดเส้นตายในวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดนถูกชัตดาวน์ โดยที่เนื้อหาในร่างกฎหมายงบประมาณฉบับนี้ ไม่มีการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน 

ที่มา : Aljazeera

ปศุสัตว์ชี้ผลสำเร็จรับรางวัลเลิศรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760374

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โดมกีฬาอาคารอเนกประสงค์โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์  รองผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันเซปักตะกร้อ รายการเยาวชนฮอนด้ายูเนี่ยนคัพ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2566 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  โดยสมาคมกีฬาตะกร้ออาวุโสไทย ในพระราชูปถัมภ์ ร่วมกับสหภาพแรงงานฮอนด้าแห่งประเทศไทย, บริษัท มาราธอน (ประเทศไทย) จำกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา, บริษัท NDA กรุ๊ป จำกัด, และบริษัท ยูเรก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 2-7 ตุลาคม 2566 ที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จ.นครราชสีมา การจัดการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ ชิงถ้วยพระราชทานในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนากีฬาเซปักตะกร้อเยาวชนให้เป็นมาตรฐาน เพื่ออนุรักษ์กีฬาเซปักตะกร้อที่เป็นกีฬาประจำชาติ ส่งเสริมให้ภาครัฐและเอกชนมีส่วนร่วม ในการสร้างส่งเสริมกีฬาเอกลักษณ์ของชาติ และกีฬาพื้นบ้านไทย ส่งเสริมให้เยาวชนที่มีความสามารถด้านกีฬาเซปักตะกร้อ ภายในจังหวัดนครราชสีมา และเยาวชนทั้งประเทศ มีกิจกรรมการแข่งขันที่สามารถพัฒนาตนเองสู่ความเป็นเลิศ และก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติต่อไป

‘ธรรมนัส’หารือแนวทาง ส่งสินค้าเกษตรทางเรือไปจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760378

‘ธรรมนัส’หารือแนวทาง  ส่งสินค้าเกษตรทางเรือไปจีน

‘ธรรมนัส’หารือแนวทาง ส่งสินค้าเกษตรทางเรือไปจีน

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ติดตามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ลงพื้นที่พบปะประชาชนและรับฟังปัญหา โดยมีการพูดคุยประเด็นการค้าชายแดน และยาเสพติด ที่ด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากนั้นได้พบปะกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อพูดคุยประเด็นการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลไร้สัญชาติ ทั้งสิทธิในด้านการศึกษา สิทธิการรักษาพยาบาล สิทธิในที่ดินทำกิน และสิทธิในด้านอื่นๆ

สำหรับการหารือด้านการค้าชายแดน จ.เชียงราย มีการเสนอในเรื่องการขนส่งสินค้าเกษตรผ่านทางท่าเรือกวนเหล่ย ซึ่งปัจจุบันสามารถขนส่งได้เฉพาะสินค้าปศุสัตว์และสินค้าทั่วไปเท่านั้น ทางกระทรวงเกษตรฯ จึงรับดำเนินการหารือในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถขนส่งสินค้าด้านอื่นๆ ได้

ทั้งนี้ จ.เชียงราย มีพื้นที่การเกษตร 3,712,539 ไร่ หรือร้อยละ 50.86 มีครัวเรือนเกษตรกร 174,502 ครัวเรือน มีสินค้าเด่นได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ชา กาแฟ สับปะรดภูแล สับปะรดนางแล ส้มโอเวียงแก่น ปลานิลโคเนื้อ และมีสินค้า GI 7 ชนิด ได้แก่ สับปะรดภูแลเชียงราย สับปะรดนางแล กาแฟดอยตุงกาแฟดอยช้าง ชาเชียงราย ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย และข้างก่ำล้านนา

ส่วนข้อมูลการนำเข้า-ส่งออก สินค้าเกษตรของ จ.เชียงราย แบ่งเป็นด้านพืช มีมูลค่าการนำเข้า ปี 2566 (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2566) รวม 9,013,891,211.09 บาท โดยมีสินค้าเกษตร 5 อันดับแรก ได้แก่ เมล็ดข้าวโพด องุ่น ผักกาดขาว ส้ม และผักตระกูลกะหล่ำมีมูลค่าการส่งออก รวม 34,212,798,975.46 บาท สินค้าเกษตร 5 อันดับแรก ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย ส้มโอ และขนุนขณะที่ข้อมูลการนำเข้า-ส่งออก ด้านปศุสัตว์ มีมูลค่ารวมการนำเข้า ปี 2566 รวม 61,343,378.01 บาท ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (อาหารสัตว์) โค ขนไก่งวง และมีมูลค่าการ
ส่งออก ปี 2566 รวม 885,071,240 บาท สินค้าเกษตร 5 อันดับแรก ได้แก่ สุกร ซากไก่ โค กระบือ และซากสุกร

ด้านข้อมูลการนำเข้า-ส่งออก ด้านประมง มีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกด่านสัตว์น้ำปี 2566 (ข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม-31 สิงหาคม 2566) มูลค่ารวม 141,880,449.35 บาท ปริมาณรวม 1,755,434.67 กิโลกรัมโดยมีสินค้าประมงและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำส่งออก 5 อันดับแรก ได้แก่ ปลาแมคเคอเรล บรรจุกระป๋อง ซอสหอยนางรม สาหร่ายทะเลปรุงรสปลาซาร์ดีน บรรจุกระป๋อง และน้ำปลา(ปลากะตัก) และมีสัตว์น้ำส่งออก 5 อันดับแรก ได้แก่ ปลาดุก ปลานิล กุ้งก้ามกราม กุ้งขาว และปลาเก๋า/ปลากะรัง