เกาหลีใต้ ประกาศศักดากองทัพ จัดขบวนพาเหรดทหารยิ่งใหญ่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728166

เกาหลีใต้ ประกาศศักดากองทัพ จัดขบวนพาเหรดทหารยิ่งใหญ่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ

26 ก.ย. 2566 13:59 น.

เกาหลีใต้ ประกาศศักดากองทัพ จัดขบวนพาเหรดทหารยิ่งใหญ่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ

เกาหลีใต้ ระดมกำลังทหารเกือบ 7,000 นาย จัดขบวนพาเหรดกองทัพสุดยิ่งใหญ่ ใจกลางกรุงโซล เพื่อแสดงแสนยานุภาพของกองทัพเกาหลีใต้ ท่ามกลางท่าทีคุกคามจากเกาหลีเหนือ

นับเป็นการจัดขบวนพาเหรดทางทหารครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปีของเกาหลีใต้ ที่จัดขึ้นในกรุงโซล โดยนอกจากใช้กำลังทหารเกือบ 7,000 นายแล้ว ยังมีการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์อีกกว่า 340 ชิ้น ทั้งรถถัง เครื่องบินโจมตี และโดรน รวมความยาวของขบวนพาเหรดราว 2 กิโลเมตร เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันกองทัพ และเพื่อแสดงแสนยานุภาพของกองทัพเกาหลีใต้ โดยขบวนจะเคลื่อนผ่านย่านการค้า และธุรกิจในกรุงโซล ช่วงเวลา 16.00 น. ของวันอังคารตามเวลาในท้องถิ่น

การจัดขบวนพาเหรดครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่ ประธานาธิบดี ยุน ซอก ยอล ของเกาหลีใต้ พยายามแสดงศักยภาพทางด้านต่างๆ เพื่อต่อกรกับเกาหลีเหนือ ที่แสดงท่าทีคุกคามด้วยการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์รวมทั้งยังส่งดาวเทียมสอดแนมของกองทัพขึ้นสู่วงโคจรอย่างต่อเนื่องในปีนี้

มีรายงานว่าในพิธีฉลองวันกองทัพครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพเกาหลีใต้แล้ว ยังจะมีการแสดงการบินร่วมกันของเครื่องบินกองทัพอากาศเกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา และยังมีกองกำลังทหารของสหรัฐฯ เข้าร่วมในขบวนพาเหรดครั้งนี้ ในโอกาสความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ ครบรอบ 70 ปีด้วย.

ที่มา : อัลจาซีราห์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “เกาหลีใต้”

ชาวอาร์เมเนียแห่อพยพออกจากนากอร์โน-คาราบัค หวั่นถูกอาเซอร์ไบจานกวาดล้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728150

ชาวอาร์เมเนียแห่อพยพออกจากนากอร์โน-คาราบัค หวั่นถูกอาเซอร์ไบจานกวาดล้าง

26 ก.ย. 2566 13:50 น.

ชาวอาร์เมเนียแห่อพยพออกจากนากอร์โน-คาราบัค หวั่นถูกอาเซอร์ไบจานกวาดล้าง

สถานการณ์ในภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัคที่ยังคงไม่แน่นอน หลังการยึดครองพื้นที่พิพาทโดยอาเซอร์ไบจาน ส่งผลให้ประชาชนเชื้อสายอาร์เมเนียทยอยอพยพออกจากพื้นที่พิพาท เพื่อมุ่งหน้าไปยังประเทศอาร์เมเนีย

กลุ่มชาติพันธุ์ชาวอาร์เมเนียหลายพันคน ทยอยเดินทางออกจากภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค เมื่อวันจันทร์ โดยเข้าคิวเพื่อเติมน้ำมันส่งผลให้รถติดยาวบนถนนบนภูเขาที่มุ่งหน้าสู่อาร์เมเนีย หลังจากที่กองทัพอาร์เมเนียพ่ายแพ้ต่ออาเซอร์ไบจานในปฏิบัติการทางทหารเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ชาวอาร์เมเนีย จำนวนกว่า 120,000 คน ที่อาศัยในภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค กล่าวว่าพวกเขาไม่ต้องการใช้ชีวิตในฐานะส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจาน และพวกเขาจะออกเดินทางไปยังอาร์เมเนียเพราะพวกเขากลัวการถูกสังหารและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ในเมืองสเตปานาเคิร์ต เมืองหลวงของภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค ผู้คนจำนวนมากกำลังขนสัมภาระขึ้นรถบัสและรถบรรทุก ขณะที่กำลังออกเดินทางไปยังอาร์เมเนีย

ในขณะเดียวกัน ได้เกิดเหตุระเบิดที่คลังเก็บก๊าซบนถนนสายหนึ่งนอกเมืองสเตปานาเคิร์ต ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 200 ราย รายงานข่าวท้องถิ่นระบุ โดยอ้างคำพูดของนายเกกัม สเตปันยัน ผู้ตรวจการแผ่นดินของนากอร์โน-คาราบัค ผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่อยู่ในอาการสาหัสหรือร้ายแรงมาก และจำเป็นต้องนำออกจากภูมิภาคนี้อย่างเร่งด่วนเพื่อรับการรักษา 

ทูตจากอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน มีกำหนดการเจรจาที่ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ในกรุงบรัสเซลส์ในวันอังคารนี้ ซึ่งถือเป็นการเจรจาครั้งแรกนับตั้งแต่การยึดภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืน ส่วนประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวในจดหมายที่นางซาแมนธา พาวเวอร์ หัวหน้าหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ส่งถึงนางนิโคล ปาชินเนียน นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย ว่าสหรัฐฯ จะช่วยตอบสนองความต้องการด้านมนุษยธรรม

ตามบันทึกของรัฐบาลอาร์เมเนีย นางปาชินเนียนกล่าวกับนางพาวเวอร์ว่า “คุณตระหนักดีว่ากระบวนการฆ่าล้างชาติพันธุ์ของชาวอาร์เมเนีย ในนากอร์โน-คาราบัค ยังคงดำเนินต่อไป มันกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ และมันเป็นความจริงที่น่าเศร้า”

อาเซอร์ไบจานซึ่งปฏิเสธเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ กล่าวว่า สิทธิของชาวอาร์เมเนียในคาราบัค ซึ่งเป็นดินแดนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาเซอร์ไบจานจะได้รับการรับรอง

แต่กลุ่มชาติพันธุ์ชาวอาร์เมเนียหลายพันคนได้อพยพออกไปแล้ว รัฐบาลอาร์เมเนียกล่าวว่ามีผู้คนอย่างน้อย 6,650 คนจากนากอร์โน-คาราบัค ได้ข้ามเข้าสู่อาร์เมเนีย

ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์อาร์เมเนียกล่าวว่า สิ่งนี้จะยังคงอยู่จนกว่าทุกคนที่ต้องการละทิ้งดินแดนบ้านเกิดจะสามารถออกไปได้ พวกเขาเรียกร้องให้ประชาชนทยอยออกเดินทาง และสัญญาว่าจะให้น้ำมันฟรีแก่ทุกคนที่กำลังจะออกเดินทาง

การอพยพครั้งนี้เป็นผลจากความขัดแย้งครั้งล่าสุดระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน บนดินแดนนากอร์โน-คาราบัคเหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา เมื่อกองทัพอาเซอร์ไบจานเปิดปฏิบัติการทางการทหารเข้าโจมตีพื้นที่แห่งนี้ โดยอ้างเหตุผลว่า เพื่อปราบปรามกลุ่มติดอาวุธชาวอาร์เมเนียที่กบดานอยู่ที่นั่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 200 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 400 คน

ทั้งนี้ ภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค อยู่ภายใต้อิทธิพลของชาวเปอร์เซีย เติร์ก รัสเซีย ออตโตมาน และสหภาพโซเวียตมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ และถูกอ้างสิทธิ์จากทั้งอาเซอร์ไบจานและอาร์เมเนีย หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิรัสเซียในปี 2460 และในสมัยสหภาพโซเวียต พื้นที่นี้ถูกกำหนดให้เป็นเขตปกครองตนเองในอาเซอร์ไบจาน

ตั้งแต่ปี 2531-2537 มีผู้เสียชีวิตประมาณ 30,000 คน และผู้คนมากกว่าหนึ่งล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายอาเซริส ต้องพลัดถิ่น ในเหตุการณ์ปัจจุบันเรียกว่าสงครามคาราบัคครั้งแรก

อาเซอร์ไบจานได้ดินแดนกลับคืนมา ทั้งในและพื้นที่รอบๆ นากอร์โน-คาราบัค ในสงครามครั้งที่สองในปี 2563 ซึ่งจบลงด้วยข้อตกลงสันติภาพที่มีรัสเซียเป็นคนกลาง และการส่งกองกำลังรักษาสันติภาพรัสเซียไปประจำการ.

ระทึก เครื่องเล่นสวนสนุกในแคนาดาขัดข้อง ปล่อยคนห้อยหัวเกือบ 30 นาที (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728128

ระทึก เครื่องเล่นสวนสนุกในแคนาดาขัดข้อง ปล่อยคนห้อยหัวเกือบ 30 นาที (คลิป)

26 ก.ย. 2566 12:33 น.

ระทึก เครื่องเล่นสวนสนุกในแคนาดาขัดข้อง ปล่อยคนห้อยหัวเกือบ 30 นาที (คลิป)

ระทึก เครื่องเล่นชิ้นหนึ่งในสวนสนุกประเทศแคนาดาเกิดขัดข้อง  ทำให้ผู้เล่นห้อยหัวกลางอากาศนานเกือบ 30 นาที ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้เล่นทั้งหมดลงมาได้อย่างปลอดภัย 

สำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2566 รายงานเกิดเหตุระทึกขวัญที่สวนสนุกวันเดอร์แลนด์ รัฐออนแทริโอ ประเทศแคนาดา หลังเครื่องเล่นชิ้นหนึ่งที่ชื่อว่า “ลัมเบอร์แจ็ก” เกิดขัดข้อง เป็นเหตุให้ผู้เล่นต้องอยู่ในสภาพห้อยหัวกลางอากาศนานเกือบ 30 นาที ก่อนเจ้าหน้าที่จะแก้ไขปัญหาสำเร็จ และนำผู้เล่นลงจากเครื่องเล่นได้อย่างปลอดภัย 

รายงานระบุว่า เครื่องเล่น “ลัมเบอร์แจ็ก” เกิดเหตุขัดข้องเมื่อเวลา 22.40 น. ของวันที่ 23 ก.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น โดยเครื่องเล่นชนิดนี้ มีความสูง 75 ฟุต หรือ 22 เมตร และพาผู้เล่นแกว่งตีลังกาได้ 360 องศา โดยเครื่องเล่นเกิดขัดข้องขณะแกว่งขึ้นไป 180 องศา 

โฆษกของสวนสนุก กล่าวว่า หลังเกิดเหตุขัดข้อง สวนสนุกก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแก้ไขทันที และสามารถนำผู้เล่นลงจากเครื่องเล่นได้ในเวลา 23.05 น. 

ภาพวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นนาทีที่เครื่องเล่นขัดข้อง หยุดหมุนกลางอากาศ ขณะมีผู้เล่นยังอยู่บนเครื่องเล่นในสภาพห้อยหัว ท่ามกลางความตกใจของผู้พบเห็นเหตุการณ์

ชมวิดีโอ : ที่นี่

สวนสนุกแถลงว่า ผู้เล่นได้รับการช่วยเหลือ และลงจากเครื่องเล่นอย่างปลอดภัย แต่มีผู้เล่นสองคนที่มีอาการเจ็บหน้าอก และเข้าตรวจดูอาการที่หน่วยแพทย์ของสวนสนุกเรียบร้อย ก่อนจะกลับบ้านโดยไม่ต้องรับการรักษาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เครื่องเล่นลัมเบอร์แจ็ก ได้ปิดให้บริการชั่วคราว ระหว่างดำเนินการสืบสวนเหตุขัดข้อง.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBC, NBC

อัยการสูงสุดลิเบีย มีคำสั่งจับกุม จนท.รัฐ 8 คน รวมถึงนายกเทศมนตรี สังเวยน้ำท่วมครั้งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728087

อัยการสูงสุดลิเบีย มีคำสั่งจับกุม จนท.รัฐ 8 คน รวมถึงนายกเทศมนตรี สังเวยน้ำท่วมครั้งใหญ่

26 ก.ย. 2566 09:17 น.

อัยการสูงสุดลิเบีย มีคำสั่งจับกุม จนท.รัฐ 8 คน รวมถึงนายกเทศมนตรี สังเวยน้ำท่วมครั้งใหญ่

อัยการสูงสุดของลิเบียออกคำสั่งจับกุมตัวเจ้าหน้าที่รัฐ 8 คน สังเวยเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ รวมไปถึงนายกเทศมนตรีเมืองเดอร์นา และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทรัพยากรน้ำ และหน่วยงานบริหารจัดการเขื่อน

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2566 เว็บไซต์ข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า นายอัล ซิดดิก อัล ซูร์ หัวหน้าอัยการสูงสุดของลิเบียออกคำสั่งให้ควบคุมตัวอดีตเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ จำนวน 8 คน เพื่อเข้ารับการสอบสวนความบกพร่องต่อหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทำให้เขื่อน 2 แห่งนอกเมืองเดอร์นาพังทลายลง กำแพงน้ำสูงหลายเมตรทะลักเข้าเมือง คร่าชีวิตประชาชนไปหลายพันคน 

สำนักงานอัยการสูงสุด แถลงว่า อัยการได้สอบปากคำอดีตเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ 7 คน รวมไปถึง นายอับดุลเมนัม อัลไกธี นายกเทศมนตรีเมืองเดอร์นา ซึ่งถูกปลดจากตำแหน่ง หลังเกิดเหตุภัยพิบัติ ตลอดจนเจ้าหน้าที่หน่วยงานทรัพยากรน้ำ และหน่วยงานจัดการเขื่อน เกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่า มีการบริหารจัดการที่ผิดพลาด มีความประมาทเลินเล่อ และทำให้เกิดข้อผิดพลาดต่างๆ ที่มีส่วนทำให้เกิดภัยพิบัติครั้งนี้

ถ้อยแถลงของอัยการสูงสุด ระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐ และอดีตเจ้าหน้าที่ทั้ง 8 คน ไม่ได้ให้การที่แสดงหลักฐานว่าพวกเขาไม่มีความผิดจากข้อกล่าวหา โดยอัยการสั่งให้จำคุกพวกเขาไว้ก่อน เพื่อมาให้ปากคำอีกในภายหลัง ระหว่างที่กำลังมีการสืบสวนข้อกล่าวหานี้ 

ทางการลิเบีย ระบุว่า อิทธิพลของพายุเฮอริเคนแดเนียลทำให้เกิดฝนตกหนักทั่วพื้นที่ฝั่งตะวันออกของประเทศ และทำให้เขื่อนแตกเมื่อวันที่ 11 กันยายน มวลน้ำมหาศาลทะลักเข้าท่วมเมืองมากถึง 1 ใน 4 ทำลายพื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมด และน้ำซัดผู้คนไหลออกสู่ทะเล

ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการล่าสุด ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้แล้วมากกว่า 3,800 ศพ ในขณะที่กลุ่มบรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศ ระบุว่า อาจมีคนสูญหายอย่างน้อย 10,000 ราย.

ผลวิจัยชี้หญิงตั้งครรภ์ดื่มน้ำอัดลมสูตรไดเอต ลูกมีโอกาสเป็นออทิสติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728147

ผลวิจัยชี้หญิงตั้งครรภ์ดื่มน้ำอัดลมสูตรไดเอต ลูกมีโอกาสเป็นออทิสติก

26 ก.ย. 2566 12:53 น.

ผลวิจัยชี้หญิงตั้งครรภ์ดื่มน้ำอัดลมสูตรไดเอต ลูกมีโอกาสเป็นออทิสติก

ผลการวิจัยชิ้นใหม่ของมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ เผย หญิงตั้งครรภ์ที่ชอบดื่มน้ำอัดลมสูตรไดเอต ที่ใช้สารแทนความหวาน อาจทำให้ลูกในครรภ์มีความเสี่ยงที่จะเป็นออทิสติกแต่กำเนิดได้

ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยเทกซัส ที่ซานอันโตนิโอ เปิดเผยผลการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เด็กในครรภ์จะเป็นออทิสติก หากแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ดื่มน้ำอัดลมสูตรไดเอต ที่ใช้สารแทนความหวานมาแทนน้ำตาล โดยเฉพาะหากเด็กในครรภ์เป็นเพศชายจะยิ่งมีความเสี่ยงสูงยิ่งขึ้น รวมถึงยังเกิดความเสี่ยงหากมีการดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ในช่วงให้นมบุตรด้วย

โดยจากข้อมูลพบว่า ในบรรดาเด็กชายที่ป่วยเป็นออทิสติก แม่ของพวกเขาชอบดื่มน้ำอัดลมสูตรไดเอตเป็นประจำทุกวัน และคิดเป็นปริมาณราว 3 เท่าของคนทั่วไป ทำให้ได้รับสารแอสปาแตม หรือสารทดแทนความหวานจำนวนมาก ซึ่งการวิจัยครั้งนี้ได้ศึกษาจากกลุ่มแม่จำนวน 235 คน ที่มีลูกเป็นออทิสติก สเปกตรัม และอีก 121 คนที่ลูกมีอาการความผิดปกติทางการพัฒนาระบบประสาท

ศาสตราจารย์ เรย์มอนด์ เอฟ ปาล์มเมอร์ ศาสตราจารย์ภาควิชาการแพทย์ครอบครัวและชุมชน ผู้นำงานวิจัยชิ้นนี้ระบุว่า การค้นพบครั้งนี้ ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าสารแอสปาแตมตัวดังกล่าวส่งผลต่อระบบประสาทจริงหรือไม่ ซึ่งต้องลงลึกเพิ่มเติมอีก แต่ก็เป็นการชี้เฉพาะได้ว่า การดื่มน้ำอัดลมสูตรไดเอทอย่างน้อยเพียง 1 กระป๋องต่อวัน หรือรับประทานสารให้ความหวานในปริมาณเดียวกันในช่วงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร จะก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้บุตรเป็นเด็กออทิสติกได้ โดยนอกจากงานวิจัยเรื่องนี้แล้ว นักวิจัยยังอยู่ในระหว่างการศึกษาว่าสารแอสปาแตมนี้จะส่งผลใดๆ ในเรื่องของความจำ และการเรียนรู้ด้วยหรือไม่ ขณะที่งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งยังพบว่าการบริโภคสารแอสปาแตมจำนวนมาก มีความเชื่อมโยงกับการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย.

ที่มา : news.com.au

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “น้ำอัดลม“

สุดสลด ฝนตกหนักดินโคลนถล่มทับหมู่บ้านในเมืองหลวงกัวเตมาลา ดับ 6 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728079

สุดสลด ฝนตกหนักดินโคลนถล่มทับหมู่บ้านในเมืองหลวงกัวเตมาลา ดับ 6 ศพ

26 ก.ย. 2566 09:05 น.

สุดสลด ฝนตกหนักดินโคลนถล่มทับหมู่บ้านในเมืองหลวงกัวเตมาลา ดับ 6 ศพ

เกิดเหตุดินถล่มจากภูเขาในกรุงกัวเตมาลาซิตี้ เมืองหลวงของประเทศกัวเตมาลา หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก และน้ำในแม่น้ำล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ดับ 6 ศพ สูญหาย 13 ราย

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2566 เว็บไซต์ข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า เกิดเหตุดินถล่มจากภูเขาในกรุงกัวเตมาลาซิตี้ เมืองหลวงของประเทศกัวเตมาลา หลังจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก และน้ำในแม่น้ำนารันโย ล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนในเขตชุมชนแออัดดิออส เอสฟิเอล ทำให้มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายหลัง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ และสูญหายอีกอย่างน้อย 13 ราย

โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงประสานงานภัยพิบัติแห่งชาติของกัวเตมาลา เปิดเผยว่า ในตอนแรกเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีผู้สูญหาย 13 ราย แต่ต่อมาพบร่างผู้เสียชีวิตจำนวน 6 ศพ อยู่ใต้ซากบ้านเรือนที่โดนดินโคลนถล่ม ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 2 ศพ และผู้ใหญ่อีก 4 ศพ

ทั้งนี้ ดินถล่มเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูฝนของกัวเตมาลา ระหว่างเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ยังไม่มีการออกกฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมาก.

บิ๊กยูเครนมองจบศึกทศวรรษหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728080

บิ๊กยูเครนมองจบศึกทศวรรษหน้า

26 ก.ย. 2566 07:36 น.

บิ๊กยูเครนมองจบศึกทศวรรษหน้า

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายอเล็กเซย์ อาเรสโตวิช อดีตที่ปรึกษาคนสนิทของนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน คาดคะเนทิศทางของสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนว่า มีความเป็นไปได้ที่การต่อสู้ระหว่างยูเครน-รัสเซียจะดำเนินไปนานกว่าทศวรรษ มั่นใจว่าอาจยาวนานถึงปี 2578 เนื่องจากรัฐบาลรัสเซียกำลังพยายามที่จะสร้างจักรวรรดิใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีดินแดนของยูเครน

นายอาเรสโตวิชขยายความว่า ที่คาดคะเนว่าความขัดแย้งจะยืดยาวจนถึงปี 2578 มิได้หมายความว่าจะรบกันดุเดือดไปจนถึงตอนนั้น อาจมีการตกลงหยุดยิงกันไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ทั้งสองฝ่ายจะมีการต่อสู้กันในรูปแบบอื่นๆไม่ว่าทางการทูต ข่าวกรอง เศรษฐกิจ ข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลกลุ่มการเมือง G7 ที่เชื่อว่าสงครามยูเครน-รัสเซีย อาจยาวนานไปอีก 6-7 ปี หากดูจากปฏิบัติการตีโต้ของกองทัพยูเครนที่ไร้ความคืบหน้า พร้อมเชื่อว่ารัฐบาลยูเครนจะเผชิญกับปัญหาขาดแคลนอาวุธยุทโธปกรณ์จากชาติตะวันตก พร้อมเผชิญกับการสูญเสียกำลังพลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่รัฐบาลตะวันตกผู้สนับสนุนยูเครนยังคงปฏิเสธแนวคิดที่จะเจรจากับรัฐบาลรัสเซีย ทั้งไม่ยอมเสียดินแดนเพื่อแลกกับการหยุดยิง.

รบ.สหรัฐฯ จ่อหมดเงินใน 5 วัน รีพับลิกันยังเจรจาทางออกไม่สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728070

รบ.สหรัฐฯ จ่อหมดเงินใน 5 วัน รีพับลิกันยังเจรจาทางออกไม่สำเร็จ

26 ก.ย. 2566 06:45 น.

รบ.สหรัฐฯ จ่อหมดเงินใน 5 วัน รีพับลิกันยังเจรจาทางออกไม่สำเร็จ

รัฐบาลสหรัฐฯ เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะหมดงบใช้จ่าย ในขณะที่พรรครีพับลิกันขัดแย้งกันเองภายใน จนยังไม่สามารถตกลงกันเรื่องร่างงบประมาณชั่วคราวได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 25 ก.ย. 2566 ว่า สภาคองเกรสสหรัฐฯ เหลือเวลาอีกเพียง 5 วันเท่านั้น ก่อนจะถึงเส้นตายวันที่ 30 ก.ย. เพื่อผ่านกฎหมายงบประมาณก้อนใหม่ ให้รัฐบาลมีเงินใช้จ่าย และหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ อย่างไรก็ตาม เหล่าสมาชิกสภายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

สมาชิกสภารีพับลิกันฝ่ายสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ รวมตัวแข็งขืนต่อความต้องการของพรรค โดยไม่ยอมรับกฎหมายงบประมาณระยะสั้น ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานต่างๆ ของรัฐมีเงินใช้จ่ายหลังเส้นตายมาถึง ทำให้สถานการณ์ตอนนี้เข้าสู่ทางตัน จนทำเนียบขาวออกมาเตือนให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมตัวสำหรับการชัตดาวน์

ตอนนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่ นายเควิน แมกคาร์ธรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้กำลังพยายามโน้มน้าวสมาชิกพรรครีพับลิกันหัวขบถให้ผ่านกฎหมายงบประมาณระยะสั้น เพื่อเลี่ยงการชัตดาวน์ในวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ 2023 แต่ไม่เป็นผล

เป้าหมายของรีพับลิกันกลุ่มโปรทรัมป์ ซึ่งรวมตัวกันภายใต้ชื่อ ‘Freedom Caucus’ คือการล้มข้อตกลงยกเลิกเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ชั่วคราว เพื่อเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน กับ นายแมกคาร์ธรี ทำไว้เมื่อเดือนมิถุนายน แลกกับการที่ทำเนียบขาวยอมจำกัดการใช้จ่ายของรัฐบาล

Freedom Caucus ไม่พอใจข้อตกลงดังกล่าว และต้องการให้รัฐบาลลดการใช้จ่ายลงไปอีก รวมทั้งต้องการจำกัดการใช้จ่ายของรัฐไม่ให้เกิน 1.47 ล้านล้านดอลลาร์ ตลอดปีงบประมาณ 2024 ซึ่งมากกว่าที่ ไบเดน ตกลงกับ แมกคาร์ธรี เอาไว้ถึง 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในวันอังคาร สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งรีพับลิกันครองเสียงข้างมาก จะเริ่มการอภิปรายร่างกฎหมายงบประมาณหลายสิบฉบับ ที่รวมการตัดงบในหลายโครงการเข้าไปด้วย ตามที่กลุ่ม Freedom Caucus เรียกร้อง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าสภาคองเกรสจะหาทางออกทันหรือไม่ เนื่องจากการอภิปรายร่างกฎหมายในสภาล่างมักใช้เวลาหลักสัปดาห์หรือหลักเดือน นอกจากนั้นเมื่อผ่านร่างแล้วยังต้องส่งต่อไปให้วุฒิสภา ที่ฝ่ายเดโมแครตครองเสียงข้างมากพิจารณาต่อ

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ เคยชัตดาวน์มาแล้วหลายครั้ง แต่ที่ยาวนานที่สุดคือ 35 วัน ในยุคของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังเดโมแครตกับรีพับลิกันมีความเห็นขัดแย้งกันเรื่องการจัดสรรงบประมาณไปสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก ซึ่งเป็นนโยบายหลักของนายทรัมป์

แต่ครั้งนี้ต่างออกไปตรงที่เป็นความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันเอง โดยเฉพาะระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนแนวคิดสุดโต่งของนายทรัมป์ กับกลุ่มที่มีแนวคิดสายกลางมากกว่า.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : efe

‘เดียโบลิก’ หัวหน้ามาเฟียอิตาลีเสียชีวิตแล้ว 9 เดือน หลังถูกจับตัวได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728067

‘เดียโบลิก’ หัวหน้ามาเฟียอิตาลีเสียชีวิตแล้ว 9 เดือน หลังถูกจับตัวได้

26 ก.ย. 2566 05:45 น.

‘เดียโบลิก’ หัวหน้ามาเฟียอิตาลีเสียชีวิตแล้ว 9 เดือน หลังถูกจับตัวได้

เมสซินา เดนาโร อดีตหัวหน้าแก๊งมาเฟียแห่งเมืองซิซิลี เจ้าของฉายา เดียโบลิก เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลในเรือนจำ ด้วยโรคมะเร็ง เพียง 9 เดือน หลังถูกจับกุมตัวได้ หลังจากหลบหนีมานานร่วม 30 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 25 ก.ย. 2566 ว่า นายมัตเตโอ เมสซินา เดนาโร ชายผู้เชื่อว่าเป็นผู้ออกคำสั่งในคดีฆาตกรรมหลายสิบคดีของกลุ่ม โคซา นอสตรา บนเกาะซิซิลี อิตาลี เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล ซาน ซัลวาตอเร ในเรือนจำเมืองลากวีลา ตอนกลางของอิตาลี ที่เขาถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาโรงมะเร็งลำไส้ใหญ่

เมสซินา เดนาโร วัย 61 ปี ถูกย้ายไปยังโรงพยาบาลเรือนจำดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากเพื่อรักษาอาการป่วย อย่างไรก็ตามอาการของเขาทรุดหนักลงจนในวันที่ 24 ก.ย. แพทย์ตัดสินใจใช้ยาทำให้เขาอยู่ในสภาพโคม่า ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในเช้าวันต่อมา

มัตเตโอ เมสซินา เดนาโร

ทั้งนี้ ก่อนจะถูกจับกุมตัวได้ที่คลินิกเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองปาแลร์โม เมื่อเดือนมกราคม อดีตหัวหน้าแก๊งมาเฟียบนเกาะซิซิลีรายนี้เป็นผู้ร้ายหลบหนีคดีมาตั้งแต่ปี 2536 และถูกสำนักงานตำรวจแห่งยุโรป หรือ ยูโรโพล จัดเป็นชายที่พวกเขาต้องการตัวมากที่สุดในยุโรป

เมสซินา เดนาโร ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตแบบลับหลังจำเลยหลายกระทง จากคดีอาชญากรรมมากมาย โดยที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ การที่เขาเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมอัยการสายต่อต้านมาเฟีย 2 คนคือ โจวานนี ฟัลโคเน และ เปาโล บอร์เซลลิโน เมื่อปี 2535

เขาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตลับหลังจำเลยอีกครั้งในปี 2563 จากความเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในเมืองมิลาน, ฟลอเรนซ์ และกรุงโรม ช่วงยุค 90 และจากคดีฆาตกรรมและทรมานลูกชายวัย 11 ขวบของคู่อริผู้ให้หลักฐานเอาผิดกลุ่ม โคซา นอสตรา บนเกาะซิซิลีด้วย แต่เขาไม่เคยยอมรับข้อกล่าวหาจวบจนสิ้นชีวิต

การกระทำของ เมสซินา เดนาโร ทำให้เขาได้รับฉายาว่า ‘เดียโบลิก’ (Diabolik) หรือ เลวดุจปิศาจ และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดของนายแบร์นาร์โด โปรเวนซาโน อดีตหัวหน้าแก๊งมาเฟียซิซิลี ผู้ถูกจับกุมตัวได้ที่บ้านไร่นอกเมืองคอร์ลิโอเน บนเกาะซิซิลี เมื่อเดือนเมษายน 2549.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฟิลิปปินส์ตอบโต้ รื้อ ‘แนวกั้นลอยน้ำ’ จีนตั้งขวางทำประมงในทะเลพิพาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728066

ฟิลิปปินส์ตอบโต้ รื้อ ‘แนวกั้นลอยน้ำ’ จีนตั้งขวางทำประมงในทะเลพิพาท

26 ก.ย. 2566 02:50 น.

ฟิลิปปินส์ตอบโต้ รื้อ ‘แนวกั้นลอยน้ำ’ จีนตั้งขวางทำประมงในทะเลพิพาท

หน่วยยามฝั่งของฟิลิปปินส์ดำเนินการรื้อแนวกั้นลอยน้ำที่จีนนำมาติดตั้งในน่านน้ำพิพาทเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อขัดขวางไม่ให้ชาวประมงฟิลิปปินส์เข้าหาปลาแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หน่วยยามฝั่งของฟิลิปปินส์เปิดเผยในวันจันทร์ที่ 25 ก.ย. 2566 ว่า พวกเขารื้อแนวกั้นลอยน้ำที่จีนนำมาติดตั้งบริเวณน่านน้ำพิพาทในทะเลจีนใต้ เพื่อขัดขวางไม่ให้เรือประมงของฟิลิปปินส์เข้าหาปลาแล้ว ตามคำสั่งของ ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์

รัฐบาลฟิลิปปินส์ ระบุว่า จีนละเมิดสิทธิ์ในการทำประมงของพวกเขาด้วยการวางแนวกั้นลอยน้ำเป็นระยะทาง 300 ม. บริเวณเกาะปะการังสการ์โบโรห์ (Scarborough Shoal) ซึ่งฟิลิปปินส์อ้างความเป็นเจ้าของ ส่วนจีนอ้างอธิปไตยเหนือพื้นที่กว่า 90% ในทะเลจีนใต้ ทำให้เกิดข้อพิพาทด้านดินแดนกับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“แนวกั้นดังกล่าวเป็นภัยต่อการเดินเรือ และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน มันยังเป็นอุปสรรคต่อการทำประมง และกิจกรรมการใช้ชีวิตของชาวประมงฟิลิปปินส์ด้วย” หน่วยยามฝั่งของฟิลิปปินส์ระบุในแถลงการณ์

นายเจย์ ทาร์ริเอลลา ผู้บัญชาการหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ เผยว่า แนวกั้นดังกล่าวถูกพบระหว่างการลาดตระเวนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเรือยามฝั่งของจีน 3 ลำ กับเรือของกองทัพอีก 1 ลำ กำลังดำเนินการติดตั้งในตอนที่เรือของฟิลิปปินส์เดินทางไปถึง

กองเรือดังกล่าวของจีนใช้วิทยุติดต่อหาเรือของฟิลิปปินส์ถึง 15 ครั้ง และกล่าวหาว่าเรือและชาวฟิลิปปินส์ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายของจีน ก่อนจะจากไป หลังจากรู้ตัวว่าบนเรือฟิลิปปินส์มีผู้สื่อข่าวมาด้วย ตามการเปิดเผยของนายทาร์ริเอลลา

ทั้งนี้ จีนเคยเข้ายึดเกาะสการ์โบโรห์ในปี 2555 บีบให้ชาวประมงจากฟิลิปปินส์ต้องเดินทางไกลขึ้น แต่ได้ปลาในปริมาณที่น้อยลง ต่อมาในยุคประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต จีนอนุญาตให้ฟิลิปปินส์เข้าไปหาปลาใกล้เกาะแห่งนี้ได้อีกครั้ง หลังความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดของทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งนับตั้งแต่นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ขึ้นเป็นประธานาธิบดีเมื่อปีก่อน โดยเขาฟื้นฟูความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เขาอนุญาตให้กองทัพอเมริกันเข้าถึงฐานทัพในฟิลิปปินส์ได้ สร้างความไม่พอใจแก่จีนอย่างมาก.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc