เกษตรฯมอบ3นโยบาย ขับเคลื่อนงานของกยท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776314

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์มอบนโยบายขับเคลื่อนการบริหารยางพารา โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัทผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และผู้เกี่ยวข้อง ที่ กยท. สำนักงานใหญ่ โดย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ได้พบปะและหาแนวทางการขับเคลื่อนงาน ซึ่งต้องการให้ทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการการทำงานไปพร้อมกัน โดยมุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การปรับสมดุลปริมาณยางพาราในประเทศ ได้มอบหมายให้ กยท.ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ตรวจสอบสต๊อกยางพาราให้ตรงกัน รวมถึงให้ตรวจสอบจำนวนสวนยางที่ขึ้นทะเบียนและไม่ขึ้นทะเบียน เพื่อจัดทำเป็น Big data ใช้ในการบริหารจัดการยางให้เกิดเสถียรภาพ 2.การปราบปรามการนำเข้าสินค้าภาคการเกษตรมาสู่ราชอาณาจักรแบบผิดกฎหมาย จะต้องเอาจริงเอาจัง และมีบทลงโทษอย่างเด็ดขาดสำหรับผู้กระทำผิด และ 3.ดึงภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนกับ กยท.โดยมีแนวทางในการสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพารา เพื่อใช้ในส่วนราชการ และใช้ภายในประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการส่งยางออกนอกราชอาณาจักร

“เชื่อมั่นว่าภายใต้การกำกับดูแลของผู้บริหาร กยท.จะเดินหน้าหามาตรการต่างๆ ขับเคลื่อนให้ราคายางดียิ่งขึ้นเพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางอยู่ดีกินดีและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

รายงานพิเศษ : ‘สจล.’ขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ อบรมมารตรฐานผู้ตรวจรับรอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776334

รายงานพิเศษ : ‘สจล.’ขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์  อบรมมารตรฐานผู้ตรวจรับรอง

รายงานพิเศษ : ‘สจล.’ขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ อบรมมารตรฐานผู้ตรวจรับรอง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยสถาบันวิจัยเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ สจล. ร่วมกับ มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ (EarthSafe) ในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเร่งสร้างบุคลากรเป็น “ผู้ตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์” และ “ผู้เชี่ยวชาญเกษตรอินทรีย์” ตามหลักมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากล เพื่อเสริมทัพการตรวจประเมินและให้การรับรองเกษตรอินทรีย์ พืช สัตว์ อาหารแปรรูป โรงคัดแยกบรรจุ สนามกอล์ฟ และรีสอร์ทออร์แกนิก มุ่งเป้าพัฒนาเครือข่ายต้นแบบสังคมการเกษตร–อาหารออร์แกนิก ไร้สารพิษ

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สจล. สถาบันวิจัยเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ (RIMOA) และ มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ (EarthSafe) ซึ่งเป็นเครือข่ายส่งเสริมเกษตรอินทรีย์วิถีไทยตามแนวศาสตร์พระราชา ได้ลงนามผนึกความร่วมมือตามข้อตกลง MOU เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการทำเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ ซึ่งเป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ซึ่งนอกจากการใช้นวัตกรรมในการทำเกษตรอินทรีย์สนับสนุนแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ เผยแพร่งานวิจัยจุลินทรีย์ ผลิตภัณฑ์และชีวภัณฑ์แล้ว ทำอย่างไรที่จะช่วยให้เกษตรกรมีความรู้เพิ่มในการใช้นวัตกรรม พัฒนาตลาดช่องทางการจัดจำหน่ายทั่วประเทศที่เข้าถึงง่าย และการรับรองเพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี

ดังนั้น สจล. จึงได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการและผลิตบุคลากรผู้ตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ (Organic Inspector) และผู้เชี่ยวชาญเกษตรอินทรีย์ (Organic Expert) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการให้คำแนะนำแก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ตรวจประเมินคุณภาพ และการออกใบรับรองเกษตรอินทรีย์ของ Earthsafe powered by AATSEA-RIMOA-KMITL โดยสมาคมเทคโนโลยีการเกษตรแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Associaion of Agricultural Technology in Southeast Asia : AATSEA) ซึ่งเป็นองค์กรสากลที่ไม่มุ่งหวังผลกำไร

รับรองเกษตรอินทรีย์ในต่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา พม่า ทั้งนี้ ด้วยจุดมุ่งหมายพัฒนา “กิน-อยู่-เที่ยว-เล่น ปลอดภัย” เพื่อประโยชน์ต่อประเทศไทยและประชาคมโลกในภาพรวม ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าใช้จ่ายการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นของนานาชาติในด้านการเกษตรแม่นยำและยั่งยืน ยกระดับผลิตผลเกษตรและอาหารไร้สารเคมี ผลักดันให้ครัวไทยเป็นครัวโลกที่มีคุณภาพและสุขภาพดี ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารอย่างเพียงพอ (Food Security) ตลอดจนช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวมากขึ้น

รศ.ดร.เกษม สร้อยทอง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ สจล. กล่าวว่า การอบรมผู้ตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ และผู้เชี่ยวชาญเกษตรอินทรีย์จัดขึ้นปีละครั้ง ซึ่งต้องเป็นบุคคลที่ต้องผ่านการคัดเลือก เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม เสียสละ และต้องการช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งผู้ตรวจสอบรับรองเกษตรอินทรีย์จะได้รับใบอนุญาตระยะ 1 ปี การตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรเป็นการประกันว่าสินค้าเกษตรที่ผลิตขึ้นมีคุณภาพปลอดภัย ภายใต้หลักเกณฑ์การรับรองระดับสากล

ซึ่งการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงปฏิบัติการและประสบการณ์แก่บุคลากรผู้ตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์และผู้เชี่ยวชาญเกษตรอินทรีย์ครั้งนี้ ประกอบด้วย การสาธิตและฝึกอบรม การตรวจสารพิษตกค้าง (PesticideDetection), ฟอร์มาลีน, Salmonella E coli, Nitrate เป็นต้น ในผลผลิตพืชอินทรีย์ (Organic), GAP จากตลาดสด รวมถึงการตรวจธาตุอาหารพืช ไนเตรท และโลหะหนักที่ตกค้างในดิน-น้ำ

การทำดินออร์แกนิกเพื่อปลูกพืช เรียนรู้การเปรียบเทียบดินเคมีและดินธรรมดา สามารถให้คำแนะนำเกษตรกรหยุดใช้สารเคมีทุกชนิด แนะนำเทคนิคต่างๆ ที่ไม่ใช้สารเคมีทางการเกษตร เพื่อใช้ทดแทนสารเคมียาฆ่าหญ้า ยาฆ่าเชื้อรา ยารักษาโรคพืชต่างๆ ฯลฯ ซึ่งครอบคลุมทั้ง พืช สัตว์ อาหารแปรรูป โรงคัดแยกบรรจุ สนามกอล์ฟออร์แกนิก และรีสอร์ทออร์แกนิก พร้อมทั้งแนะนำแนวทาง Zero Waste อาทิ การนำเศษหญ้า เศษอาหารเหลือทิ้งมาทำปุ๋ยใช้เองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการตรวจวิเคราะห์หาสารพิษตกค้างในพืชผล ผลิตภัณฑ์ หรือแหล่งผลิต จะดำเนินการผ่านศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์ และการเกษตรแห่งเอเชีย (AMARC) ซึ่งเป็นแล็บมาตรฐาน ISO ด้านเกษตร อาหาร และยา แบบครบวงจร โดยจะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Earthsafe-AATSEA-KMITL 4 ด้าน ได้แก่ 1.ไร้สารพิษ สารเคมีตกค้างในผลผลิต 2.ปลอดสารไนเตรท ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในผู้บริโภคและเกษตรกร

3.ปลอดภัยเชื้อโรคมนุษย์ เช่น Salmonella, E. coli และ 4.ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสารโลหะหนัก อีกทั้งช่วยย่นระยะเวลาดำเนินการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ โดยมีความแตกต่างจากหน่วยงานรับรองอื่นทั่วโลก ซึ่งหากผ่านการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างจาก AMARC แล้ว จะได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ทันที

SCOOP@NAEWNA.COM

รมว.เกษตรฯเตรียม จ่ายเงินช่วยชาวนา 2โครงการปลูกข้าว ปีการผลิต2566/67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776321

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ 2 มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2566/67 ประกอบด้วย 1.สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี มีเป้าหมาย3 ล้านตัน วงเงินรวม 44,557.71 ล้านบาทเป็นวงเงินสินเชื่อ 34,437 ล้านบาท วงเงินจ่ายขาด10,120.71 ล้านบาท ช่วยค่าฝาก 1,500 บาทต่อตัน (สหกรณ์รับ 1,000 บาท ต่อตัน เกษตรกรรับ 500 บาท ต่อตัน) ให้เก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง 1-5 เดือน เริ่ม 1 ตุลาคม 2566 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2567 ในราคาข้าวหอมมะลิตันละ 12,000 บาท ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,500 บาท ข้าวหอมมะลิปทุมธานี ตันละ 10,000 บาท ข้าวเจ้า ตันละ 9,000 บาท ข้าวเหนียวตันละ 10,000 บาท และ 2.สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2566/67 มีเป้าหมาย 1 ล้านตัน เป็นวงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท วงเงินจ่ายขาด 481.25 ล้านบาท สหกรณ์จ่ายดอกเบี้ย 1% รัฐช่วยดอกเบี้ย 3.85% ระยะเวลา 15 เดือน เริ่ม 1 ตุลาคม 2566 ถึง 30 กันยายน 2567 ซึ่งทั้ง 2 โครงการดำเนินการทันที หลังจาก ครม.มีมติเห็นชอบ

นอกจากนี้ ยังเตรียมชงมาตรการพักหนี้ให้เกษตรกร โดยเสนอขอชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ร้อยละ 4.5 เป็นระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2566–30 กันยายน 2569 คาดว่าจะใช้งบประมาณ 4,296 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง ซึ่งมาตรการทั้งหมดจะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ยกระดับและการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้เกษตรกร

กรมพัฒนาฯทำMOUป้องกันดินพังทลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776313

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมลงนาม MOU กับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรธรณี และกรมทรัพยากรน้ำเรื่องการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และป้องกันการชะล้างพังทลายของดินแบบบูรณาการ ภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี

นายปราโมทย์กล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินและน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำที่มีปัญหาการชะล้างพังทลายของดินและดินถล่ม ได้มีแผนงานโครงการ ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ด้านที่ 4 การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรน้ำแผนงานลดการชะล้างพังทลายของดิน 2.65 ล้านไร่

ทั้งนี้ การลงนามทำ MOU ดังกล่าวส่งผลต่อการขับเคลื่อนงานภายใต้โครงการ “การอนุรักษ์ฟื้นฟู ระบบนิเวศ และป้องกันการชะล้างพังทลายของดินแบบบูรณาการ” ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี โดยมีความยินดีและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนข้อมูลวิชาการ เทคโนโลยี นวัตกรรม การอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรดินและน้ำ การป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและดินถล่ม และการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดิน ตามกรอบแห่งบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ทุกประการ พร้อมร่วมพิธีเปิดงานโครงการบูรณาการสื่อสารแผนบริหารทรัพยากรน้ำลดเสี่ยงขาดแคลนน้ำจากสถานการณ์เอลนีโญ นำเสนอผลงานผ่านนิทรรศการ “งานบริหารจัดการลุ่มน้ำด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ” ที่ได้วางแผนและบริหารจัดการดินและน้ำ ในพื้นที่ลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพและยั่งยืน

‘ธรรมนัส’ชูนวัตกรรม เสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776317

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่มอบนโยบายและพบปะเกษตรกร พร้อมลงแปลงสาธิตการปลูกถั่วเหลืองด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาและเกษตรกรได้มีความรู้ความเข้าใจถึงศักยภาพของถั่วเหลืองไทยและต่อยอดร่วมกัน

จากนั้น รมว.เกษตรฯ เป็นประธานเปิดงาน “นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร” พร้อมมอบโล่รางวัลนักปลูกถั่วเหลืองมือทอง ให้เกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จในการปลูกถั่วเหลืองได้ผลผลิตสูง ที่นิคมสหกรณ์แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยภายในงานมีการออกบูธ นิทรรศการ การเสวนา และนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมมอบปัจจัยการผลิต นำร่องพื้นที่ อ.แม่แตง เป็นโมเดลต้นแบบ ยกระดับพืชเศรษฐกิจถั่วเหลืองไทย ผลักดันสู่ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง จัดเสวนา เรื่อง “โมเดลเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการปลูกถั่วเหลือง”

โอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบโล่รางวัลนักปลูกถั่วเหลืองมือทอง ประจำปี 2566 ให้แก่เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลูกถั่วเหลืองเป็นปีแรก โดยมีเกษตรกรที่ได้รับรางวัล 5 รางวัล ได้แก่ อันดับ 1 นายสุทิน แสงมณีเกษตรกรจากหมู่บ้านสันป่ายาง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 492 กก.ต่อไร่ อันดับ 2 นายเจน เตวิน จากหมู่บ้านสันป่าตึง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 487 กก.ต่อไร่ อันดับ 3 นายสงัด เตวิน จากหมู่บ้านสันป่าตึง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 464 กก.ต่อไร่ และ รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ นายบุญทา มณี จากหมู่บ้านหนองบัวหลวง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 449 กก.ต่อไร่ และ นายสมบูรณ์ สุริยา จากหมู่บ้านสันป่ายาง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 429 กก.ต่อไร่

ด้าน นายฉันทานนท์กล่าวว่า ได้ร่วมกับทางสมาคมการค้าผู้ผลิตอาหารจากถั่วเหลืองไทยและสมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว ดำเนินการโครงการนำร่องโมเดลเพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนการปลูกถั่วเหลืองเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ที่ จ.เชียงใหม่ เน้นส่งเสริมถั่วเหลืองพันธุ์เชียงใหม่ 60 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ผู้ประกอบการนิยมใช้ โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการนำร่องดังกล่าว 26 ราย พบว่าสามารถส่งเสริมเกษตรกรปลูกถั่วเหลืองให้ได้ผลผลิตต่อไร่เกิน 400 กิโลกรัม 12 ราย และได้ผลผลิตต่อไร่เกิน 300 กิโลกรัม 12 ราย ซึ่งมากกว่าผลผลิตเฉลี่ยทั้งประเทศที่ 267 กิโลกรัมต่อไร่ และถ้าผลผลิตเพิ่มขึ้นไร่ละ 300-400 กิโลกรัม เกษตรกรจะได้ผลตอบแทนสุทธิ หรือกำไร ประมาณไร่ละ 3,500-4,700 บาท ซึ่งมากกว่าผลตอบแทนสุทธิของข้าวเหนียว

ยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดงาน ‘เดอะ บลูคาร์เพท’ กาลาการกุศลเพื่อเด็กในประเทศไทยและทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776261

ยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดงาน ‘เดอะ บลูคาร์เพท’ กาลาการกุศลเพื่อเด็กในประเทศไทยและทั่วโลก

ยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดงาน ‘เดอะ บลูคาร์เพท’ กาลาการกุศลเพื่อเด็กในประเทศไทยและทั่วโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การยูนิเซฟ นำโดย คยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ มาดามแป้ง ทูตยูนิเซฟประจำประเทศไทย จัดงาน “เดอะ บลูคาร์เพท” กาลาดินเนอร์ครั้งแรก ฉลองการครบรอบ 75 ปียูนิเซฟ ประเทศไทย และผนึกกำลังจากภาคธุรกิจเซเลบริตี้ และผู้คนในแวดวงสังคม เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสงคราม ความขัดแย้งภาวะโลกรวน ตลอดจนความยากจนและความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้น โดยมี นายอานันท์ ปันยารชุน ทูตสันถวไมตรีองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์เศวตนันทน์, ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บุษดี เจียรวนนท์, เดเบอรา โคมินี่ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก,คาร์ล่า แฮดดาด มาร์ดินี่ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายระดมทุนและพันธมิตร องค์การยูนิเซฟ ร่วมงาน ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก เมื่อเร็วๆ นี้

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก จัดงานเลี้ยงรับรอง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในหลวง ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776269

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก จัดงานเลี้ยงรับรอง  เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในหลวง ร.9

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก จัดงานเลี้ยงรับรอง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในหลวง ร.9

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ได้จัดงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2566 ณ โรงแรม Des Indes กรุงเฮก นำโดย นางสาวชนม์วิพัฒน์จ่างตระกูล อุปทูต นางสาวชนรรค์ดา สรภักดี ผู้ช่วยทูตฝ่ายพาณิชย์ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่พร้อมครอบครัวคณะทูตานุทูต หน่วยงานต่างๆ ของเนเธอร์แลนด์ รวมทั้งกลุ่ม Friends of Thailand เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองดังกล่าว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566

ในโอกาสนี้ นางสาวชนม์วิพัฒน์ จ่างตระกูล อุปทูตได้กล่าวสุนทรพจน์ถึงความสัมพันธ์ทางการทูตอันยาวนานระหว่างสองประเทศ โดยจะครบรอบ 420 ปี ในปี 2567 ทั้งนี้ โรงแรมนี้เคยเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระราชินียูเลียนาและเจ้าชายเบอร์นาร์ด เคยถวายพระกระยาหารค่ำแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ.2503

นางสาวชนม์วิพัฒน์ จ่างตระกูล อุปทูต ได้กล่าวถึงการที่เนเธอร์แลนด์ส่งคณะเยือนไทยเพื่อร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำและด้านอาหารในปีที่ผ่านมา รวมถึงการที่ทีมประเทศไทยได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความนิยมไทยในเนเธอร์แลนด์ทั้งด้านอาหารไทย การท่องเที่ยวไทย และมวยไทย จนนำไปสู่การที่จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวดัตช์กลับมาใกล้เคียงกับจำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยว ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือ 200,000 คนต่อปี

ในด้านเศรษฐกิจ อุปทูต ได้เน้นย้ำนโยบายการส่งเสริมการลงทุนต่างชาติของไทย ผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ทั้งในแง่ของภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน ในขณะเดียวกันมีบริษัทไทยมาลงทุนในเนเธอร์แลนด์จำนวนมากขึ้นเช่นกัน สะท้อนหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกันด้านการลงทุน รวมทั้งยินดีที่เนเธอร์แลนด์ได้รับแต่งตั้งเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของอาเซียน

จากนั้น อุปทูต ได้เชิญชวนผู้ร่วมงานถวายพระพรให้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์แห่งเนเธอร์แลนด์ ทรงพระเจริญและมีพระพลานามัยแข็งแรง ตามด้วยการบรรเลงเพลงชาติไทยและเพลงชาติเนเธอร์แลนด์ของชมรมดนตรีไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม ดังนี้ 1) การมอบรางวัลให้กับเยาวชนที่ชนะการประกวดกระทงรักษ์โลกจำนวน 10 รางวัล 2) การบรรเลงเพลงโดยวงดนตรีชมรมดนตรีไทยในราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ 3) การเผยแพร่อาหารไทยจากร้านอาหารชื่อดังคือ ร้าน Siam Secret จากเมือง Hilversum และร้าน JUJIE cook’s Thai จากเมือง Rotterdam และ 4) การสาธิตการทำอาหารและชิมเมนูพิเศษ “ปลาเก๋าดำหมักในน้ำกะทิผสมมิโซะเสิร์ฟกับลูกเดือยรีซอตโต้แกงเขียวหวาน”ในแบบอาหารไทยผสมผสาน (Thai-Twisted/ Thai Fusion) โดย นายราชวัติ วิเชียรรัตน์ (เชฟเก่ง) พ่อครัวอดีตทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ชุดคว้าเหรียญทองโอลิมปิกการแข่งขันทำอาหารระดับโลก IKA Olympiade De Koche 2016 และผู้เข้าแข่งขัน 3 คนสุดท้ายรายการ the Next Iron Chef Thailand season 2

ต่อมา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2566 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ได้ร่วมกับ ร้านอาหาร Vermeer อัมสเตอร์ดัม และโรงแรม NH Collection Barbizon Palace อัมสเตอร์ดัม จัดกิจกรรม
4-Hands Dinner ระหว่างเชฟระดับแนวหน้าจากไทยและเนเธอร์แลนด์ เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านอาหารของไทย ยกระดับเมนูอาหารไทยให้เป็นเมนูจานหรูระดับ Fine Dining และเพิ่มความนิยมอาหารไทยในเนเธอร์แลนด์ ณ ร้านอาหาร Vermeer อัมสเตอร์ดัม ร้านอาหารตะวันตกชื่อดังใจกลางเมืองอัมสเตอร์ดัม ตั้งอยู่ในโรงแรม NH Collection Barbizon Palace โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว หนึ่งในโรงแรมในเครือ NH Hotel เครือโรงแรมขนาดใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ ที่มีโรงแรมในเครือมากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ

อาหารมื้อพิเศษนี้ เป็นการจับมือกันระหว่าง นายราชวัติวิเชียรรัตน์ (เชฟเก่ง) กับ เชฟคริสโตเฟอร์ เนย์เลอร์ (Chef Christopher Naylor) เชฟระดับมิชลินสตาร์และ Executive Chef ของร้านอาหาร Vermeer ในการรังสรรค์อาหารมื้อค่ำแบบ Innovative และ Thai-Inspired Western Cuisine จำนวน 6 คอร์ส เมนูน่าสนใจประกอบด้วย Langoustine and Mango with Tom Kha Gai Sauce, Cod Fish with Pearl Barley and Thai Green Curry Sauce และ Beef Blade with Makwaen ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ชื่นชอบในการชิมและรับประทานอาหารจำนวนมาก

อีกทั้งในวันที่ 7 ธันวาคม 2566 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ได้ร่วมกับซูเปอร์มาร์เก็ต Sligro จัดกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้ด้านอาหารของไทยและวัตถุดิบอาหารไทย ณ ซูเปอร์มาร์เก็ต Sligro สาขา Forepark กรุงเฮก โดยมีกลุ่มลูกค้าและผู้ที่สนใจทั้งชาวดัตช์และชาวต่างชาติที่อาศัยในเนเธอร์แลนด์เข้าร่วมจำนวนมาก โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เชิญ นายราชวัติ วิเชียรรัตน์ (เชฟเก่ง) มาสาธิตการทำอาหารเมนูพิเศษ “ปลาเก๋าดำหมักในน้ำกะทิผสมมิโซะเสิร์ฟกับลูกเดือยรีซ็อตโต้แกงเขียวหวาน” ซึ่งเป็น Signature Dish ในสไตล์อาหารไทยผสมผสาน (Thai-Twisted/Thai Fusion) ของเชฟเก่งที่ยกระดับเมนูอาหารไทยให้เข้ากับอาหารแบบตะวันตก และยังใช้วัตถุดิบหลักจากไทยที่สามารถหาซื้อได้ในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าในเนเธอร์แลนด์ เพื่อให้ชาวต่างชาติได้เห็นว่าเมนูอาหารแบบไทยสามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับอาหารแบบตะวันตกที่ชาวต่างชาติคุ้นเคยได้

ทั้งนี้ ซูปเปอร์มาร์เก็ต Sligro เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขายส่งชั้นนำของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีมากกว่า 50 สาขาทั่วประเทศ เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีการนำเข้าวัตถุดิบต่างๆ จากทั่วโลกรวมทั้งจากประเทศไทย นอกจากนี้ ซูเปอร์มาร์เก็ต Sligro สาขา Forepark กรุงเฮก ยังเป็นหนึ่งในสาขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์และเป็นหนึ่งในสาขาที่มีลูกค้ามากที่สุดอีกด้วย

นิทรรศการเครื่องประดับชั้นสูง Van Cleef & Arpels : Time, Nature, Love

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776283

นิทรรศการเครื่องประดับชั้นสูง Van Cleef & Arpels : Time, Nature, Love

นิทรรศการเครื่องประดับชั้นสูง Van Cleef & Arpels : Time, Nature, Love

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Van Cleef & Arpels จัดนิทรรศการ Van Cleef & Arpels : Time, Nature, Love นำเสนอความเกริกไกรในอาณาจักรแห่งเมซง ผู้สร้างสรรค์เครื่องประดับชั้นสูง ผ่านการรวบรวมผลงานเครื่องประดับอัญมณี นาฬิกาข้อมือ และศิลปวัตถุล้ำค่ากว่า 300 ชิ้น ที่สรรสร้างขึ้นนับแต่ก่อตั้งเมซงเมื่อปีค.ศ.1906 รวมถึงชิ้นงานต้นแบบกว่า 90 ชิ้นจากแผนกจัดเก็บเอกสารและหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมซง ที่หาชมได้ยาก บางชิ้นเป็นผลงานล้ำค่าจากคอลเลคชั่นส่วนตัวของ Van Cleef & Arpels บางชิ้นหยิบยืมมาจากคอลเลคชั่นส่วนตัวของบุคคลหรือสถาบันต่างๆ กำลังจัดแสดงให้ชมที่พิพิธภัณฑสถาน D Museum ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 14 เมษายน 2024 นี้

ภัณฑารักษ์สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ ซึ่งก็คือ อัลบา กัปปาเลียริ (Alba Cappellieri) นักวิชาการสัญชาติอิตาเลียน อีกทั้งยังเป็นนักเขียน และผู้อำนวยการฝ่ายประจำแผนกเครื่องประดับแฟชั่น และอัญมณี Jewelry & Fashion Accessories ของวิทยาลัยสารพัดช่างแห่งกรุงมิลาน (Politecnico di Milano) ชิ้นงานที่ถูกนำมาจัดแสดงครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบไปด้วย “กาลเวลา” (Time), “ธรรมชาติ” (Nature) และ “ความรัก” (Love) เพราะศิลปะแห่งเครื่องประดับอัญมณีมีความเกี่ยวพันซับซ้อนกับช่วงเวลาของแต่ละยุคสมัย

นิทรรศการครั้งนี้ จึงเป็นบทสรุปความสามารถอันเป็นเลิศของ Van Cleef & Arpels ในการนำเศษเสี้ยวแห่งความเป็นศตวรรษที่ 20 แง่มุมต่างๆ จากแต่ละยุคมาร้อยเรียงอย่างต่อเนื่องพร้อมกันในคราวเดียว เพื่อถ่ายทอดค่านิยมแห่งความงามอันอยู่เหนือกระแสสมัยนิยม และยังแสดงถึงพลังทางการสร้างสรรค์ที่จะจุดประกายความรู้สึก ปลุกจินตนาการขึ้นในใจของผู้พบเห็น รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ค้นพบ ทำความรู้จัก และเข้าใจต่อมุมมองสุนทรีย์ในผลงานต่างๆ ซึ่ง Van Cleef & Arpels อาศัยทักษะความชำนาญทางหัตถศิลป์งานฝีมือในการหลอมรวมองค์ประกอบต่างๆ ให้กลมกลืนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จนควรค่าต่อการเป็น “ศิลปะ”อย่างแท้จริง

Extra Bag ใบใหม่จาก Loro Piana ไอเทมมาแรงของเหล่าเซเลบฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776270

Extra Bag ใบใหม่จาก Loro Piana ไอเทมมาแรงของเหล่าเซเลบฯ

Extra Bag ใบใหม่จาก Loro Piana ไอเทมมาแรงของเหล่าเซเลบฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ส่องกระเป๋ารุ่น Extra Bag ใบใหม่จาก Loro Piana ที่มาคอมพลีทลุคของเหล่าเซเลบริตี้แนวหน้าของเมืองไทยอย่าง แอน ทองประสม (@annethong) แอฟ ทักษอร (@aff_taksaorn) อั้ม พัชราภา (@aum_patchrapa) นัท มีเรีย (@myriabenedetti) มิว นิษฐา (mewnittha) แพทริเซีย กู๊ด (@patriciagood) และ เต้ย จรินทร์พร (@toeyjarinporn) โดยในครั้งนี้ Loro Piana ก็ยังคงรวบรวมดีเทลความสง่างามไว้ในกระเป๋ารุ่น Extra Bagไม่ว่าจะเป็นวัสดุชั้นเลิศ รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า งานฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญ และฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่มาพร้อมน้ำหนักเบา อีกทั้งยังสามารถนำมาสะพายไหล่และสะพายข้างได้ โดยกระเป๋าใบนี้ตกแต่งด้วยชาร์มแบบใหม่ในดีไซน์ล็อกเก็ตสีทองพร้อมสลักอักษรย่อ LPประดับอยู่ที่หัวซิป และอีกชิ้นอยู่ภายในพวงกุญแจหนังสไตล์วินเทจ เสริมให้กระเป๋าใบนี้เป็นไอเทมที่ผู้หญิงทุกคนต้องมีติดตู้ไว้

Healthy + Active Meeting ประชุมอย่างมีคุณภาพ งานเดิน สุขภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776265

Healthy + Active Meeting ประชุมอย่างมีคุณภาพ งานเดิน สุขภาพดี

Healthy + Active Meeting ประชุมอย่างมีคุณภาพ งานเดิน สุขภาพดี

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทุกวันนี้ “การประชุม” กลายเป็นกิจกรรมหลักในทุกองค์กร โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ยิ่งมีการประชุมบ่อยครั้ง ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ การนั่งประชุมติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เคลื่อนไหวร่างกายเพียงน้อยนิด บวกกับการรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูงระหว่างการประชุมส่งผลให้เกิดความเสี่ยงกับปัญหาน้ำหนักเกิน ที่นำไปสู่โรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตลอดจนอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น โรคฮิตอย่างออฟฟิศซินโดรม ที่หลายคนกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ การปรับเปลี่ยนการประชุมที่เป็นมิตรกับสุขภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญ

เครือข่ายคนไทยไร้พุง สานพลังราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย จากการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงาน Healthy + Active Meeting Grand Opening “สุขภาพดีได้ในห้องประชุม”เปิดแนวทางปฏิบัติการจัดประชุมที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมเปิด 4 นวัตกรรมช่วยลดความเสี่ยงต่อการลดพุงและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มุ่งส่งเสริมการจัดประชุมแบบสุขภาพดี ณ ห้องประชุม 201 อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงแนวทางในการขับเคลื่อนการจัดประชุมที่ดีต่อสุขภาพตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกว่า “เราอยากทำให้ชั่วโมงการประชุมเป็นชั่วโมงที่ดีต่อสุขภาพ มีการขยับเคลื่อนไหวร่างกายได้มากขึ้นด้วยการยืนประชุมสลับกับการนั่ง รับประทานอาหารสุขภาพในช่วงพักหรือระหว่างการประชุมในปริมาณที่เหมาะสม งดเหล้า งดบุหรี่ รวมถึงดูแลเรื่องสุขภาพจิตและสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้เราจึงพัฒนา 4 นวัตกรรม Healthy + Active Meetingเครื่องมือที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการนำเสนอการจัดประชุมที่ดีต่อสุขภาพขึ้น ซึ่งทางเครือข่ายคนไทยไร้พุง ได้ทดลอง ทดสอบมาระยะหนึ่งพร้อมนำมาเผยแพร่ ประกอบไปด้วย 1.คู่มือส่งเสริมการจัดประชุมที่ดีต่อสุขภาพ 2.ระบบจัดการวาระการประชุม แจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาหยุดพัก พร้อมคลิปวีดีโอท่าออกกำลังกายที่เหมาะสม 3.แอปพลิเคชั่นคำนวณพลังงานอาหารว่างที่เหมาะสมต่อสุขภาพ 4.หลักสูตรอบรม ให้ความรู้ คำปรึกษาและสร้างความรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมตามบริบทขององค์กร”

ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานนท์ ประธานเครือข่ายไร้พุง กล่าวว่า อาหารเบรกเป็นตัวเลือกที่จัดมาช่วยลดความเครียด และความหิวระหว่างการประชุม “ของว่างที่เสิร์ฟกันส่วนใหญ่มักจะมีแคลอรี่สูง บางเมนูมีปริมาณสูงพอๆ กับการกินอาหาร 1 มื้อยิ่งถ้าเป็นคนทานครบ 3 มื้อเท่ากับเราเติมส่วนเกินเข้าไปเยอะ ก็จะทำให้อ้วน ฉะนั้นหากปรับเปลี่ยนเมนูของว่างให้มีแคลอรี่ต่ำ และหาจัดเวลาลุกขึ้น Exerciseบ้างในท่าเคลื่อนไหวที่เหมาะสม ซึ่งหากองค์กรเข้าใจและนำปฏิบัติใช้ ถือเป็นการส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีพร้อมกับการมีสุขภาพจิตดีด้วย” ประธานเครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวเสริมถึงการทำงานนี้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการสานพลังภาคีเครือข่ายร่วมกันผลักดันให้เกิดการจัดประชุมที่ดีต่อสุขภาพและเกิดการขยายผลไปทั่วประเทศ

ด้าน รศ.เพชร รอดอารีย์ รองประธานเครือข่ายคนไทยไร้พุง และหัวหน้าโครงการส่งเสริมการประชุมที่ดีต่อสุขภาพ ได้เสนอ 3 ทางรอดในการลดพุง ลดโรค ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที 1.ควรขยับร่างกาย 3-5 นาทีทุก 50-60 นาที ลดความเสี่ยงการเกิดโรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด ตลอดจนลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดคอ บ่า ไหล่และหลัง 2.รับประทานอาหารว่างที่เสิร์ฟระหว่างการประชุมไม่เกิน 10% ของพลังงานที่ควรได้รับต่อ 1 วัน หรือไม่เกิน 200 กิโลแคลอรี่ 3.กำหนดวาระการประชุมให้แน่นอน มีเวลาเริ่มต้น พัก และสิ้นสุด เพื่อลดความเครียดและช่วยกระตุ้นให้เกิดการขยับเขยื้อนร่างกาย ไม่นั่งนานจนเกินไป

ทั้งนี้ภายในงาน Healthy +Active Meeting Grand Opening “สุขภาพดีได้ในห้องประชุม” ได้มีการเปิดตัวภาคีเครือข่าย อาทิ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สมาคมโรงแรมไทยสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย สมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทยสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทยงานโภชนาการ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ารวมถึง กลุ่มผู้ประกอบการอาหาร ได้นำชุดอาหารว่าง ที่มีการเปลี่ยนสูตรเพื่อสุขภาพ มาออกบูธพร้อมให้ชิม เช่น ครัวการบินไทย (พัฟฟ์แอนด์พาย) กาโตว์เฮ้าส์ เดลิเค้ก มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ สำหรับ องค์กรทั้งภาครัฐเอกชน บริษัท รวมทั้งผู้สนใจส่งตัวอย่างอาหารว่างมารับการตรวจประเมิน เพื่อขอรับป้ายกำกับ “อาหารว่างตามคำแนะนำเพื่อสุขภาพ”

ผู้สนใจสามารถติดตามและสอบถามข้อมูลได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ เครือข่ายไร้พุง www.raipoong.com และ อีเมล Raipoong@gmail.com

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม

รศ.เพชร รอดอารีย์

รศ.เพชร รอดอารีย์