จุฬาฯ ร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พัฒนาวิชาการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757449

จุฬาฯ ร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พัฒนาวิชาการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

จุฬาฯ ร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พัฒนาวิชาการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และร่วมกันออกแบบกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาหลักสูตรและการจัดอบรมองค์ความรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรทุกภาคส่วนให้มีความรู้และความสามารถรับมือกับความเสี่ยงและภัยคุกคามจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนทางวิชาการ อาทิ การสร้างและพัฒนารายวิชาศึกษาทั่วไป การสร้างและพัฒนากิจกรรมเสริมหลักสูตรการศึกษาทั่วไประยะสั้น การผลิตสื่อการสอน การผลิตชุดกิจกรรมรวมถึงการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ฯลฯ สนับสนุนการดำเนินงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก่นักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนที่สนใจ  เมื่อวันก่อน ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า เทคโนโลยีออนไลน์สามารถทำให้เราเข้าถึงความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา จุฬาฯ มีระบบเครดิตแบงก์ เมื่อเข้ามาเรียนรู้และผ่านการทดสอบแล้ว จะมีการเก็บเป็นหน่วยกิตสะสมไว้ในธนาคารหน่วยกิตของจุฬาฯ หลักสูตรจากความร่วมมือในครั้งนี้จะเผยแพร่ผ่านจุฬาฯ นิวรอน (Chula Neuron) ซึ่งเป็นระบบคลังความรู้ดิจิทัลของศูนย์การศึกษาทั่วไปของจุฬาฯ โดยนิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงระบบนี้ได้ ความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการรู้เท่าทันกลโกงในโลกออนไลน์มากขึ้น สามารถหาวิธีป้องกันและรับมือกับภัยทางด้านอาชญากรรมทางดิจิทัลเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความสำคัญและความจำเป็นของความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนไม่ถูกหลอกลวง และเพื่อป้องกันตนเอง เนื่องจากคดีออนไลน์เป็นภัยคุกคามที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ริเริ่มตั้งคณะทำงานวัคซีนไซเบอร์ โดยมีคณาจารย์จุฬาฯ ร่วมเป็นคณะทำงานด้วย ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างจุฬาฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในครั้งนี้จะเป็นแนวทางในการเผยแพร่หลักสูตรความรู้ในเชิงวิชาการด้านอาชญากรรมทางไซเบอร์แก่นิสิตนักศึกษาและประชาชน    

ผศ.ดร.สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาทั่วไป จุฬาฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาศูนย์การศึกษาทั่วไป จุฬาฯ ได้จัดกิจกรรมภายใต้ธีม “สร้างเสริมภูมิคุ้มกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี The series” ผ่านกิจกรรมเสริมหลักสูตรการศึกษาทั่วไประยะสั้น (CUVIP) 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรม “รู้ทันกลโกงหลอกลวงบนโลกออนไลน์” เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักและเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ โดยเน้นเรื่องการรู้ทันกลโกง 18 รูปแบบจากมิจฉาชีพ โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจเข้ามาเรียนได้ฟรี พร้อมทั้งรับประกาศนียบัตรหลังจบหลักสูตร นอกจากนี้ได้นำกิจกรรมดังกล่าวไปเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนผ่านแพลตฟอร์ม Chula Neuron ในรายวิชาการเรียนรู้เพื่อชีวิต (Learningfor Life) นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรม “สตรีกับการปกป้องตนเองจากภัยรอบตัว” ซึ่งเป็นหลักสูตร CUVIP โดยความร่วมมือระหว่าง CUVIP กับสมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทยฯสมาคมนักเรียนเก่าราชินีฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ในอนาคต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีโครงการการพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน อาทิ รายวิชาศึกษาทั่วไป จำนวน 3 หน่วยกิต มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cyber Security) รวมถึงการพัฒนาบุคลากรทุกภาคส่วน และมีการนำกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงมาเป็นบทเรียน โดยมีรูปแบบการเรียนการสอนเป็น Blended Learning บนแพลตฟอร์ม Chula Neuron กลุ่มผู้เรียนจะมีทั้งนิสิตจุฬาฯ และบุคคลทั่วไป ความร่วมมือกันในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การรู้เท่าทันกลโกงในโลกออนไลน์มากขึ้น รวมถึงวิธีการป้องกันและรับมือสถานการณ์อันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันผ่านการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

ม.ศรีปทุมจัดงานวันเกิดอธิการบดี ไถ่ชีวิตโค-กระบือ และถวายปัจจัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757444

ม.ศรีปทุมจัดงานวันเกิดอธิการบดี  ไถ่ชีวิตโค-กระบือ และถวายปัจจัย

ม.ศรีปทุมจัดงานวันเกิดอธิการบดี ไถ่ชีวิตโค-กระบือ และถวายปัจจัย

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จัดพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุสงฆ์เนื่องในวันคล้ายวันเกิด เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 จากนั้นได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษาร่วมทำพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ จำนวน 31 ตัว พร้อมด้วยเงินบริจาคร่วมทำบุญ จำนวน 841,254.99 บาท เพื่อนำไปมอบให้กับเกษตรกร ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี และผู้มีจิตศรัทธาร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือไปแล้วทั้งสิ้น 735 ตัว จากนั้นมีกิจกรรมบิ๊กเซอร์ไพรส์วันคล้ายวันเกิด ด้วยโชว์จากนักศึกษาและบุคลากร และของขวัญเซอร์ไพรส์ Clip อวยพรจากคุณแม่ ดร.มาลินี พุคยาภรณ์

ม.วลัยลักษณ์ เปิดศูนย์ฯ High Scope นำร่องแห่งแรกของภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757447

ม.วลัยลักษณ์ เปิดศูนย์ฯ High Scope  นำร่องแห่งแรกของภาคใต้

ม.วลัยลักษณ์ เปิดศูนย์ฯ High Scope นำร่องแห่งแรกของภาคใต้

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลไทยบุรี เปิด “ศูนย์สาธิตการจัดการเรียนรู้แบบ High Scope ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนำร่องแห่งแรกของภาคใต้” ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโคกเหล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อยกระดับขีดความสามารถและปิดช่องว่างทางการศึกษาของเด็กปฐมวัยในท้องถิ่น ด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบ “High Scope” โดยมี นายปราโมทย์ ศรีวิสุทธิ์ ท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดงานผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการม.วลัยลักษณ์ และนายเกรียงศักดิ์ ผดุงกาญจน์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลไทยบุรี อาจารย์ ดร.พงศ์พันธุ์ คำพรรณ์ หัวหน้าสาขาวิชาครุศาสตร์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ พร้อมด้วยคณะครู อาจารย์ บุคลากรในพื้นที่และผู้ปกครองร่วมงาน เมื่อกลางเดือนกันยายน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ ม.วลัยลักษณ์ กล่าวว่า การเป็น “ศูนย์สาธิตการจัดการเรียนรู้แบบ High Scope ในครั้งนี้ เป็นแห่งแรกของภาคใต้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถและปิดช่องว่างผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กปฐมวัยในท้องถิ่นด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบ “High Scope” สร้างความรู้ความเข้าใจและการยอมรับการพัฒนาของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ โดยจัดทำ Pilot project นำร่อง ตามแนวทางของโครงการด้วยกระบวนการอบรมและศึกษาดูงาน พร้อมทั้งทดลองดำเนินการจัดกิจกรรมการสอนตามแนวทาง High scope มีการเก็บข้อมูล การสำรวจสถานการณ์เด็กปฐมวัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านแบบสำรวจความพร้อมในการเข้าสู่ระบบการศึกษา

จากผลการดำเนินงาน ทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโคกเหล็ก ผ่านการประเมินด้วยผลคะแนนกว่าร้อยละ 95 จากผู้ประเมินศูนย์อบรม High Scope ต้นแบบ “ไรซ์ไทยแลนด์” โรงเรียนสมานคุณวิทยาทาน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา มีทักษะ Executive Functions : EF หรือทักษะสมองเพื่อจัดการชีวิตให้สำเร็จเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือที่นำมาสู่ผลงานเชิงประจักษ์ด้านการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในท้องถิ่น และยังสอดคล้องกับตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ Sustainable Development Goals (SDGs) เป้าหมายที่ 4 ความเสมอภาคทางการศึกษาอีกด้วย

“การจัดการเรียนการสอนแบบ “High Scope” เป็นการสอนที่เน้นการเรียนรู้จากการลงมือทำผ่านการเล่น และสื่อกิจกรรมที่เหมาะสม
กับพัฒนาการตามวัยของเด็ก พร้อมเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและให้โอกาสเด็กมีความคิดริเริ่มในการออกแบบการเล่นได้ด้วยตัวเองอย่างอิสระ ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเปียเจต์ นักการศึกษาคนสำคัญของโลก ซึ่งการสร้างองค์ความรู้ของผู้เรียนเป็นพื้นฐานที่สำคัญ โดยเฉพาะการเรียนรู้แบบลงมือทำ (Active Learning) ทำให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์โดยตรง สร้างกระบวนการคิดและความเข้าใจมีองค์ความรู้และทักษะการแก้ปัญหาด้วยตนเอง” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ กลาว

บอร์ดกองทุนวิจัยอนุมัติงบยกระดับธุรกิจชุมชน หวังเพิ่มความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757459

บอร์ดกองทุนวิจัยอนุมัติงบยกระดับธุรกิจชุมชน หวังเพิ่มความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

บอร์ดกองทุนวิจัยอนุมัติงบยกระดับธุรกิจชุมชน หวังเพิ่มความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.12 น.

กสว.อนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนายกระดับธุรกิจชุมชนแบบองค์รวมบนฐานทุนทางทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นและการจัดการทุนทางวัฒนธรรมชุมชน 920 ล้านบาท หวังยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่และแก้หนี้ พร้อมเคาะแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบพลางของกองทุนส่งเสริม ววน. คาดใช้ได้ถึงเม.ย.67

ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2566 โดยมีวาระสำคัญ คือ การพิจารณาอนุมัติโครงการการพัฒนายกระดับธุรกิจชุมชนแบบองค์รวมบนฐานทุนทางทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นและการจัดการทุนทางวัฒนธรรมชุมชน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและแก้หนี้ระดับธุรกิจและครัวเรือน ภายใต้แผนงานสำคัญตามจุดมุ่งเน้นของนโยบายเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ให้พึ่งพาตนเองได้และมีการกระจายรายได้สู่ชุมชนหรือท้องถิ่นมากขึ้น เสนอโดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จำนวน 920 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 4 ปี (พ.ศ. 2567-2670) ให้เป็นโครงการที่สมควรได้รับการจัดสรรงบประมาณแบบผูกพันงบประมาณมากกว่า 1 ปี (Multi-year Promised Grant)

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณา ประกอบด้วย เป็นประเด็นสำคัญและจำเป็นเร่งด่วน เกิดผลผลิตที่จำเพาะเจาะจง มีผลกระทบสูง แสดงผู้ได้ประโยชน์จำนวนมากอย่างชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น 6,000 ราย และกระจายรายได้สองมิติคือเน้นการใช้วัตถุดิบและการจ้างงานในพื้นที่ ทำให้หนี้สินลดลง เกิดพื้นที่เศรษฐกิจบนฐานทุนวัฒนธรรม และสร้างนักจัดการทุนทางวัฒนธรรม โดยมีพื้นที่เป้าหมายจำนวน 25 พื้นที่ ทั้งนี้ขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประสาน บพท. เพื่อดำเนินโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยกลุ่มที่ 3 ในการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ให้สอดคล้องกับทิศทางของ บพท. โดยทำงานหนุนเสริมกันและลดความซ้ำซ้อนของโครงการ รวมถึงเพิ่มผลผลิตและผลลัพธ์ในการบูรณาการโครงการไว้ในการรายงานผลรายปี เพื่อแสดงให้เห็นว่าระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พยายามหนุนเสริมการทำงานแบบบูรณาการ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้อนุมัติแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ไปพลางก่อนของกองทุนส่งเสริม ววน. แบบสมดุลให้กับหน่วยบริหารและจัดการทุน หน่วยงานสนับสนุนนโยบายแก่สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (อววน.) หน่วยรับงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานมูลฐาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน จำนวน 10,464.3855 ล้านบาท โดยสำนักงบประมาณขอให้ติดตามรายงานความก้าวหน้าเป็นรายเดือน เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประกอบการชี้แจงฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งงบดังกล่าวน่าจะสามารถทำงานได้ถึงปลายเดือนเมษายน 2567 ทั้งนี้ขอให้จัดทำคำของบประมาณปี 2567 อีกครั้ง และส่งคำของบประมาณภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2566 โดยประสาน สอวช. นำเสนอต่อที่ประชุมสภานโยบายฯ เพื่อยืนยันแผนงาน แผนเงิน และงบประมาณปี 2567 อีกครั้งก่อนยื่นคำของบประมาณ

พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้อนุมัติหลักเกณฑ์การจัดกรอบงบประมาณรายยุทธศาสตร์ และรายแผนงานสำหรับงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ ปีงบประมาณ 2568 และกรอบงบประมาณรายยุทธศาสตร์และรายแผนงานที่สอดคล้องกับเส้นทางผลกระทบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนด้าน ววน. ของประเทศ จำนวน 4.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรม 3.7 หมื่นล้านบาท (รวมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์) และงบประมาณโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5 พันล้านบาท โดยแผนงานยุทธศาสตร์ควรสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างกระทรวงหรือกรม รวมถึงความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อให้เห็นภาพการทำงานร่วมกัน การพิจารณาผลสัมฤทธิ์ของแผนงานเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการสนับสนุนงบประมาณ ตลอดจนเพิ่มข้อมูลการร่วมลงทุนจากหน่วยงานหรือแหล่งทุนอื่นซึ่งที่คาดการณ์ไว้ ได้แก่ โครงการกองทุนอินโนเวชั่น-วัน มูลนิธิกสิกรไทย กองทุนพัฒนาไฟฟ้า กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

17 ปี ‘รัฐประหาร’ หวัง ‘รัฐบาลข้ามขั้ว’ ชดใช้ประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558909

19 ก.ย. 2566

17 ปี 'รัฐประหาร' หวัง 'รัฐบาลข้ามขั้ว' ชดใช้ประชาชน

17 ปี ‘รัฐประหาร’ ผู้ร่วมเหตุการณ์ ฝาก ‘รัฐบาลข้ามขั้ว’ พิสูจน์ตัวเองว่าทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อพวกพ้อง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 หรือ 17 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ พลเอกสนธิบุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ตัดสินใจยึดอำนาจทำรัฐประหาร รัฐบาลไทยรักไทย ขณะนายกทักษิณกำลังเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติหรือ UN ที่สหรัฐอเมริกา ว่า

ได้ทราบว่าจะมีการรัฐประหารเมื่อคืนวันที่ 18 กันยายน เวลาประมาณ 03.00น.ของประเทศไทย จากผู้ใหญ่ที่เชื่อถือได้คนหนึ่งซึ่งได้โทรบอก ตนมาจากกาญจนบุรี ว่ารถถังได้เคลื่อนออกจากกาญจนบุรีแล้ว ซึ่งสุดท้ายมีการรัฐประหารเกิดขึ้นจริง

การรัฐประหารครั้งนั้นได้ก่อให้เกิดบาดแผลต่อประชาชนชาวไทยและต่อประเทศชาติมากมาย มีการสร้างวาทะกรรมทำให้เกิดการเกลียดชัง และประชาชนแตกแยกออกเป็นฝ่ายเสื้อเหลือง เสื้อแดง จนเกิดการต่อสู้ มีการปราบปราม ทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแดงบาดเจ็บล้มตาย และสูญสิ้นอิสรภาพ จำนวนมาก

นอกจากนั้นยังมีความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการรัฐประหาร ปี 2549 ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทุกด้าน จากผู้นำอาเซียนจนกลายเป็น คนป่วยแห่งอาเซียนหลังลำดับท้าย ในอาเซียนทุกด้าน

คุณหญิงสุดารัตน์เห็นว่า 17 ปีที่หายไปประเทศไทยและคนไทย สูญเสียโอกาสและอนาคตไปมากมาย แต่บัดนี้คู่ขัดแย้งได้กลับมาจับมือปรองดอง จัดตั้งรัฐบาลร่วมกันแล้ว ซึ่งอาจมีทั้งคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกล่าวหาว่าตระบัดสัตย์ก็ตาม  

แต่ก็เป็นเวลาที่ผู้ที่ได้อำนาจจากความสูญเสียของประชาชนตลอด 17 ปี ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าทำเพื่อประชาชน อย่างที่ได้พร่ำบอก หรือเป็นการทำเพื่อพวกพ้อง ผลประโยชน์ของนักการเมืองพวกพ้องตนเอง ขุนศึก และนายทุน ที่ร่วมมือกัน จนได้อำนาจมาในปัจจุบันเท่านั้น

‘อุ๊งอิ๊ง’ ลั่นพร้อมนั่งหัวหน้าพรรค ชมเปาะ ‘เศรษฐา’ ทำงานไม่รู้จักเหนื่อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558906

19 ก.ย. 2566

‘อุ๊งอิ๊ง’ ลั่นพร้อมนั่งหัวหน้าพรรค ชมเปาะ ‘เศรษฐา’ ทำงานไม่รู้จักเหนื่อย

‘อุ๊งอิ๊ง’ พร้อมนั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ย้ำที่ผ่านมาทำงานเพื่อพรรคเต็มที่ รับตื่นเต้นนั่งรองประธาน กก.ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ชม ‘เศรษฐา’ ใจสู้ ทำงานไม่รู้จักเหนื่อย

วันที่ 19 ก.ย. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงวันครบรอบ 16 ปี ที่ก่อตั้งพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่า พรรคเราผ่านอะไรกันมามาก ตลอดเวลา 16 ปี ที่ก่อรวมตัวกันขึ้นมา โดนยุบไปแล้ว 2 รอบแล้วกลับมา ทุกคนยังมีความเข้มแข็ง และหลายคนประสบความสำเร็จที่แตกต่างกัน ทุกวันนี้ที่เรายังสามารถมีพรรคอยู่และคิดนโยบายทำเพื่อประชาชนได้ ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่ง 

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่มีชื่อเป็นหัวหน้าพรรคนั้น นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้สรุป แต่ถ้าถามว่าพร้อมไหม ส่วนตัวทำงานที่นี่ ทุ่มเทเต็มที่ในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย วันนี้วันเกิดพรรค เมื่อพูดว่า 16 ปี ความคิดหลายอย่าง ก็มีภาพย้อนกลับมาหมด ความรักความผูกพัน ก็พร้อมจะทำเพื่อพรรคเต็มที่ ด้วยการจะมีตำแหน่งหรือไม่ก็ตาม จะได้เป็นหัวหน้าพรรค หรือไม่ได้เป็น คิดว่าเต็มที่กับพรรคเพื่อไทย ส่วนที่แกนนำพรรคเพื่อไทยรุ่นใหญ่หลายคน สนับสนุนคนรุ่นใหม่ และเชียร์ให้ตนเองเข้ามาบริหารพรรคเพื่อไทย ในเจนของคนรุ่นใหม่ นั้นนางสาวแพทองธาร ตอบทันทีว่า

“อิ๊งค์พร้อมทำเพื่อพรรคอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่ก็ตาม เสียงเชียร์ สนับสนุน จะเป็นกำลังใจให้อิ๊งค์แน่นอน แต่หากเวลาที่เหมาะสม วันไหน เวลาไหน การที่ตัวเองจะเข้ามาและเกิดผลดีกับคนในพรรคมากที่สุด ที่พูดนั้นหมายความว่า ถ้ามีคนที่เหมาะสมกว่า นำพรรคได้ดีกว่า ก็พร้อม แต่ถ้าคิดว่าเป็นอิ๊งค์ แล้วดีที่สุด ก็ยอมเช่นกัน อิ๊งค์มองที่เป้าหมาย จึงไม่น้อยใจ ว่าจะได้เป็นหรือไม่ เพราะจุดยืนคือทำเพื่อพรรคเพื่อไทย” นางสาวแพทองธาร กล่าว

ส่วนที่มีชื่อนั่งรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาตินั้น ยอมรับว่าตื่นแล้ว และพร้อมทำงานแล้ว เพราะโครงการนี้ เป็นนโยบายที่ทำมาก่อนที่จะใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง พร้อมนำไปขับเคลื่อนเต็มที่ คณะทำงานหลายคน ได้ฟอร์มทีมพร้อมเดินหน้าทันที และจะต้องเข้าไปนั่งทำงานในทำเนียบรัฐบาลบ้างแต่ขอเอาที่สะดวก จะให้ทำงานที่ไหนก็ได้หมด ที่ทีมงานสะดวก และผลงานออกมาเร็ว ส่วนจะไปนั่งประจำในทำเนียบรัฐบาลเลยหรือไม่ นางสาวแพทองธาร หยอกกลับผู้สื่อข่าวว่า “แหม มอบตำแหน่งให้ทุกครั้งหลังสัมภาษณ์ ต้องขอบคุณ แต่ยังไม่เข้าไปเพราะ ถ้ามีโอกาก็ตื่นเต้น เคยเข้าไปตอนเด็ก สมัยพ่อเป็นนายกฯ ถ้าได้เข้าไปอีกก็จะดูว่าเหมือนเดิม ที่เป็นภาพจำตอนนั้นได้หรือไม่ เพราะไม่ได้เข้าไปนานมาก” 

เมื่อถามว่า ได้ให้กำลังใจ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีหลังจากปฏิบัติหน้าที่ และทำงานไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย นางสาวแพทองธาร ตอบทันทีว่า เหนื่อย และรู้สึกสงสาร ทั้งผู้สื่อข่าวได้คุยกัน และเห็นนายกฯสู้ อย่างมาก จึงถามแซวว่าเหนื่อยไหม ซึ่งนายกฯ​ตอบว่า ไม่เหนื่อย และมีงานเยอะมาก โดยระหว่างตอบ ก็ลิสต์งานมาเป็นข้อๆ จึงแซวต่อว่า ดูทีมงานด้วย เดี๋ยวจะสลบกันหมด ยอมรับว่า นายกฯ สู้และฟิตมาก ขอชมผ่านสื่อว่าขยันมาจริงๆ ฝากประชาชนให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี เพราะอยากทำงานให้เต็มที่ เพื่อจะทำให้ประชาชนและประเทศไปสู่จุดที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคก้าวไกล นั้น นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า ทุกคน คงได้วางแผนชีวิตตัวเองไว้แล้ว ว่าจะเอายังไง แต่ไม่ว่าจะในสภา-นอกสภา ตนเองกับนายพิธา ก็รู้จักกันอยู่แล้ว ขอให้กำลังใจนายพิธา 

‘อุ๊งอิ๊ง’ อัพเดทอาการ ‘ทักษิณ’ พักฟื้นหลังผ่าตัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558905

19 ก.ย. 2566

'อุ๊งอิ๊ง' อัพเดทอาการ 'ทักษิณ' พักฟื้นหลังผ่าตัด

‘อุ๊งอิ๊ง’ เผย ‘ทักษิณ’ อยู่ระหว่างพักฟื้นหลังผ่าตัดเมื่อสัปดาห์ก่อน รับอยากให้กลับไปรักษาที่บ้าน ย้ำยังไม่มีการขอพักโทษ

วันที่ 19 ก.ย. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าอาการของนายทักษิณ ชินวัตร ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งได้รับการผ่าตัดไป ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถามแพทย์ดีกว่า ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการพักฟื้น ส่วนเรื่องของความดันก็แล้วแต่วัน เพราะบางวันดี บางวันก็ไม่ดีโดยก็ยังไม่ทราบว่าต้องใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลนานขนาดไหน

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า เราได้ศึกษาเรื่องกฎหมายว่าจะมีโอกาสได้กลับมาอยู่ที่บ้านหรือไม่ หากมีอาการป่วย แต่ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ

ส่วนการขอพักโทษที่จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการได้รับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 ของกำหนดโทษตามหมายศาลนั้นน.ส.แพทองธาร ระบุว่า ขอดูความเหมาะสมเรียบร้อยอีกที แต่ครอบครัวก็ทราบข้อนี้ และดูเอาไว้อยู่ แต่ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการขอพักโทษ 

ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เมื่อปี 58 ได้พูดคุยกันบ้างหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ระบุว่าไม่มีประเด็นอะไร เป็นการเข้าใจผิดด้วยซ้ำ เรื่องรูปคดีขอไม่พูดดีกว่า ให้ทางทนายเป็นคนพูด จะได้ชัดเจน และปลอดภัยด้วย ตอนนี้หลังจากการได้รับพระราชทานอภัยโทษทำให้ นายทักษิณเหลือโทษ 1 ปี และไม่มีคดีอื่น ๆแล้ว

ที่ปรึกษานายกฯ ฟ้องอดีต ‘กกต.’ ข้อหา ‘หมิ่นประมาท’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558904

19 ก.ย. 2566

ที่ปรึกษานายกฯ ฟ้องอดีต 'กกต.' ข้อหา 'หมิ่นประมาท'

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต ‘กกต.’ ถูกพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษานายกฯ ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ข้อหา ‘หมิ่นประมาท’ ด้วยการโฆษณา

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย และทนายความ ยื่นฟ้อง อดีต กกต. เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท

นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย  ยื่นฟ้องนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.เรื่องที่ให้ข่าวแก่สื่อมวลชนทำให้เสียหาย ถึงแม้นายสมชัยออกมาให้สัมภาษณ์เป็นการใช้สิทธิ์ตรวจสอบตามปกติ แต่ตอนหลังช่วงที่นายเศรษฐา ทวีสิน ตั้งคณะรัฐมนตรีนายสมชัยมีเจตนาไม่สุจริต ใส่ร้ายนายพิชิต ทำให้ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง

พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทยพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย

โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา นายสมชัย ได้พูดเชื่อมโยงว่านายพิชิต เคยถูกดำเนินคดีละเมิดอำนาจศาล และให้สินบน ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย คดีละเมิดอำนาจศาล เป็นเรื่องทางแพ่ง ส่วนคดีสินบน พนักงานสอบสวนและอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว แต่นายสมชัย กลับนำข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวกันตัดแปะมากล่าวหาว่านายพิชิตไม่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี

ในปี 2551-57 นายพิชิตเคยเป็น สส.มาแล้ว นายสมชัย ก็เป็น กกต.เคยตรวจสอบนายพิชิตมาแล้ว นายพิชิต เป็นมือกฎหมายของ นายกรัฐมนตรี แต่นายสมชัย กลับมากล่าวหาอย่างนี้จึงต้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาทและงานนี้ ไม่มีรับกระเช้า ไม่รับคำขอโทษ จะรับแต่เงิน หากชนะคดีหมิ่นประมาทจะไปบริจาคมูลนิธิเด็กที่มีปัญหาสมอง

ก่อนหน้านี้ อดีต กกต. ระบุว่า หากฟ้องมาก็ฟ้องกลับ ไม่ว่าอะไรเคยสมัคร สส. นั่นคุณสมบัติหนึ่ง คุณสมบัติ รัฐมนตรี ก็อีกคุณสมบัติหนึ่ง  ไม่เหมือนกันคนละมาตรา  จะมาอ้างว่า เคยสมัคร สส. แล้วไม่มีปัญหาไม่ได้

‘ภูมิธรรม’ ไม่ปิดทาง ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค ย้ำอยากเห็นบทบาทคนรุ่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558901

19 ก.ย. 2566

‘ภูมิธรรม’ ไม่ปิดทาง ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค ย้ำอยากเห็นบทบาทคนรุ่นใหม่

พรรคเพื่อไทย ทำบุญครบรอบ 16 ปี ก่อตั้งพรรค ‘ภูมิธรรม’ ไม่ปฏิเสธ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค เชื่อคนรุ่นเก่าในพรรคพร้อมผลักดันคนรุ่นใหม่

วันที่ 19 ก.ย. พรรคเพื่อไทยทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์9รูปเนื่องในโอกาสครบรอบวันก่อตั้งพรรคครบ 16 ปี ซึ่งพรรคเพื่อไทยก่อตั้ง เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2550 โดยวันนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย , ส.ส. พรรค เดินทางมาร่วมทำบุญ กับสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทันทีที่มาถึง นส.แพรทองธาร ได้ขึ้นไปไหว้ศาลตาศาลยายที่ตั้งอยู่ชั้น 7 จากนั้นได้มาร่วมในพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพล ที่ชั้น 2 ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยได้บอกมือทักทายให้กับสื่อมวลชนและพูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทยซึ่ง นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริยเดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประธานนโยบายพรรคเพื่อไทย นั่งอยู่ข้าง น.ส.แพทองธาร

โดยมีแกนนำคนสำคัญของพรรคเข้าร่วม เช่น นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรมเวชยชัย รักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธาน สส.พรรคเพื่อไทย นส.สุดาวรรณหวังศุภกิจโกศล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นต้น

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะรักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงการในการทำบุญในวันนี้ว่า ถือเป็นการครบรอบก่อตั้งพรรคเพื่อไทย เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้มาเจอกันหลังจากที่หลายคนแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ส่วนความคืบหน้าการสรรหาหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น รักษาการเลขาธิการพรรค กำลังดำเนินการ จะเลือกให้เสร็จภายใน 60 วัน แต่เราคงไม่รอให้ครบ 60 วัน คาดว่า 45 วันจะจัดการเรียบร้อย ส่วนจะเป็นใคร จะรวบรวมความคิดเห็น ฟังจากสมาชิกอีกครั้ง เพราะเป็นอำนาจของสมาชิกและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องที่จะแสดงความคิดเห็น 

เมื่อถามถึงกระแสที่คาดว่าจะมีชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ขยับขึ้นมานั่งหัวหน้าพรรคเองหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า แพทองธาร เป็นคนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ เอาสิ่งใหม่เข้ามาในพรรค เป็นคนที่มีศักยภาพในการทำงานแต่เรื่องหัวหน้าพรรค เป็นเรื่องของที่ประชุม ซึ่งคิดว่าแนวโน้มของพรรคเพื่อไทยตอนนี้ เราพยายามให้คนรุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารมากยิ่งขึ้น พวกเราที่เป็นคนมีประสบการณ์ รุ่นเก่ากันมาพอสมควรคิดว่าควรจะโอนถ่ายไปเป็นผู้สนับสนุนและที่ปรึกษา 

คลอดทันควัน ‘คณะทำงานเร่งรัดพัฒนากรุงเทพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558890

19 ก.ย. 2566

คลอดทันควัน 'คณะทำงานเร่งรัดพัฒนากรุงเทพ'

นายกรัฐมนตรี สะบัดปากกาลงนามทำคลอด ‘คณะทำงานเร่งรัดพัฒนากรุงเทพ’ ก่อนลัดฟ้าร่วมประชุมยูเอ็น ตั้งแต่วานนี้

นาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเร่งรัดพัฒนากรุงเทพ โดยนั่งเป็นประธานเอง ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เพื่อแก้ปัญหาในการบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบความสำคัญและความเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหา วางรากฐานอนาคตให้กับคนไทยทุกคน

เพื่อให้การบูรณาการความร่วมมีอระหว่างกรุงเทพมหานครและทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นติน พ.ศ. 2534 จึงแต่งตั้งคณะทำงานเร่งรัดพัฒนากรุงเทพมหานคร โดยมืองค์ประกอบ และหน้าที่และอำนาจ ดังนี้

องค์ประกอบ

  1. นายกรัฐมนตรี ประธานคณะทำงาน
  2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รองประธานคณะทำงาน
  3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รองประธานคณะทำงาน
  4. เลขาธิการนายกรัฐมนตรี คณะทำงาน
  5. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คณะทำงาน
  6. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคณะทำงานและเลขานุการ
  7. ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะทำงาน

ให้มีหน้าที่และอำนาจดงนี้

  1. กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล รวมทั้งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นในทุก ๆ ต้านในภาพรวมของพื้นที่กรุงเทพมหานคร
  2. ฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสั่งการหน่วยงานปฏิบัติและบูรณาการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนนโยบายและแก้ไขปัญหาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
  3. ประสานความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึง ภาคเอกชน และภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาเชิงพื้นที่
  4. เชิญหน่วยงาน ส่วนราชการ หรือบุคคลมาชี้แจง ให้ข้อเสนอแนะ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนาพื้นที่กรุงเทพมหานคร
  5. แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามที่เห็นสมควร
  6.  ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย