กยท.ฟันธงราคายางเพิ่ม แนวโน้มสดใส/เน้นรับมือเอลนีโญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755225

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่เกิดขึ้นและต่อเนื่องจนถึงปี 2567จะทำประเทศในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ของโลก รวมทั้งประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและฝนตกน้อยกว่าปกติ น้ำยางจึงออกมาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ขณะที่ความต้องการใช้ยางมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคายางในช่วงปลายปี 2566 และในปีถัดไปมีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางที่สูงขึ้น แต่จะค่อยเป็นค่อยไป โดยขณะนี้ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ในระดับ 47 บาทต่อกิโลกรัม และน้ำยางสดราคาประมาณ 43 บาทต่อกิโลกรัม

“ปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ผลผลิตยางลดลง เห็นได้จากตัวเลขผลผลิตยางสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 ถึงปัจจุบันของประเทศผู้ผลิตยางโลกลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีผ่านที่มา โดยมูลค่าการส่งออกยางพาราแปรรูปสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2566 ของประเทศไทย ลดลง 21% และมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางสะสมลดลง 8.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา” นายณกรณ์ กล่าว

สำหรับสถานการณ์ราคายางที่ผ่านมายังไม่ปรับตัวขึ้นเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประเทศผู้รับซื้อยาง ใช้ยางจากสต๊อกยางที่เก็บไว้ จะเห็นได้จากยอดการผลิตยางรถยนต์และยางรถบรรทุกของโลกไม่ได้ลดลง โดยช่วงไตรมาสแรกปีนี้ยอดการผลิตยางรถยนต์สูงถึง 410.7 ล้านเส้น เพิ่มขึ้น 0.7% เช่นเดียวกับยางรถบรรทุกมียอดการผลิต 47.9 ล้านเส้น เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

ส่วนทิศทางของราคายางในช่วงปลายปีนี้ มีทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากมีปัจจัยหนุนในหลายๆ ด้าน โดยประเทศผู้นำเข้ายางรายใหญ่หลายประเทศได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา และเยอรมนี ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในส่วนของประเทศญี่ปุ่น เริ่มผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน ในขณะที่คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน พยายามรักษาเสถียรภาพการลงทุนภาคเอกชน สร้างการมีส่วนร่วมให้ภาคเอกชนในโครงการสำคัญของรัฐ รวมทั้งมีมาตรการสนับสนุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด ทำให้ความต้องการใช้ยางเพิ่มขึ้น ขณะที่ผลผลิตยางที่ลดลงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ผนวกกับสต๊อกยางของประเทศผู้นำเข้าถูกใช้ไปจนหมดแล้วจะต้องซื้อยางเข้ามาใหม่ จึงเป็นปัจจัยหนุนที่จะทำให้ยอดการส่งออกยางของไทยและทิศทางของราคายางจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้และต่อเนื่องจนถึงปี 2567

“ราคายางมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เกษตรกรชาวสวนยางต้องดูแลสวนยางอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ยางสมบูรณ์สามารถกรีดยางได้ตามปกติ โดยเฉพาะเรื่องน้ำ เพราะยางพาราเป็นพืชที่ชอบอากาศชุ่มชื้น หากต้นยางได้รับน้ำที่เพียงพอ ก็จะสามารถผลิตน้ำยางได้เพิ่มขึ้น ชาวสวนยางอาจจะต้องหาแหล่งน้ำกักเก็บ หรือขุดสระเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงที่ขาดแคลนน้ำ เพื่อให้สามารถกรีดยางได้” นายณกรณ์ กล่าว

ระยอง เปิดศูนย์แปรรูปวัสดุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755227

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง นายไตรภพวงศ์ ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง นายจิม ฟิทเทอร์ลิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม บ.ดาว ประเทศไทย ร่วมเปิดศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อการจัดการและแปรรูปขยะวัสดุรีไซเคิลครบวงจร อย่างเป็นทางการมีส่วนราชการ ท้องถิ่น และ ประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านฉาง ร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก ซึ่งศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งนี้ถือว่าเป็นต้นแบบแห่งแรกของประเทศ สำหรับการคัดแยกและยกระดับคุณภาพวัสดุรีไซเคิลเหลือใช้ในชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีฝีมือคนไทยซึ่งพร้อมดำเนินการในรูปแบบ ธุรกิจชุมชน หรือ CommunityEnterprise ซึ่งก่อตั้งด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้แก่ กลุ่ม บ.ดาว ประเทศไทย วว.บพข.สถาบันพลาสติก และ เทศบาลตำบลบ้านฉาง โดยตั้งเป้าแก้ปัญหาพลาสติกใช้แล้วและวัสดุรีไซเคิลในหลุมฝังกลบ เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในแต่ละปีกว่า 1,000 ตัน และลดการปล่อยก๊าชเรือนกระจกได้ถึง 2,400 ตัน ซึ่งการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อการจัดการและแปรรูปขยะวัสดุรีไซเคิลครบวงจร ได้รับการสนับสนุนงบประมาณกว่า 20 ล้านบาทจากกองทุน Dow Business Impact Fund และกลุ่ม บ.ดาว ประเทศไทย ร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการลงทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกมอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และเวชภัณฑ์ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755373

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกมอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และเวชภัณฑ์ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกมอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และเวชภัณฑ์ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.55 น.

ผู้แทนองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกประเทศไทย (World Animal Protection)ร่วมส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและเวชภัณฑ์ให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรีเพื่อนำไปฉีดให้กับสุนัขและแมวในชุมชนโดยมีน.สพ.บุรินทร์สรสิทธิ์สุขสกุลปศุสัตว์จังหวัดราชบุรีเป็นผู้แทนรับมอบ

น.สพ.บุรินทร์สรสิทธิ์สุขสกุลกล่าวว่า “ในนามของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรีรู้สึกยินดีมากที่องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเล็งเห็นถึงความสำคัญของสวัสดิภาพสัตว์เลี้ยงในชุมชนโดยวันนี้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดราชบุรีได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคพิษ์สุนัขบ้าและผ่าตัดทำหมันเพื่อคุมกำเนิดให้กับสัตว์ด้อยโอกาสซึ่งมีประชาชนร่วมนำสุนัขและแมวมารับการผ่าตัดทำหมันและรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นจำนวนมาก”

นางสาวโรจนาสังข์ทองผู้อำนวยการองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกประเทศไทยกล่าวว่า “นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 องค์กรฯได้บริจาควัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่กรมปศุสัตว์อย่างต่อเนื่องรวมสิ้นประมาณ 70,000 เข็มมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการช่วยเหลือให้สัตว์ในชุมชนปลอดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องสู่ประชาชนโดยตรงในวงกว้างเราให้การช่วยเหลือตลอดจนทำงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนอาทิการร่วมกิจกรรมส่งเสริมความรู้สำหรับประชาชนทั่วไปให้มีความรับผิดชอบในการเลี้ยงสัตว์เนื่องในวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลกรวมทั้งการได้ร่วมลงพื้นที่และทำงานร่วมกับกรมปศุสัตว์ในการติดตามและผลักดันการสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าอำเภอเกาะสมุยจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอำเภอเกาะสีชังจังหวัดชลบุรีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการจัดการประชากรสุนัขอย่างมีมนุษยธรรม”

ที่ผ่านมาองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกดำเนินโครงการสำคัญระดับโลกได้แก่โครงการ“Life’s Better with Dogs”ขึ้นในประเทศไทยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสุนัขให้ดีขึ้นผ่านการรณรงค์และปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าเพราะปัจจุบันในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องโรคพิษสุนัขบ้าระบาดในวงกว้างหากแต่ในความเป็นจริงการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าซึ่งเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนในหลายประเทศนั้นล้วนเกิดจากการไม่เอาใจใส่ของผู้เลี้ยงสุนัขและการจัดการที่ไม่ถูกต้องทั้งสิ้นซึ่งแนวทางแก้ไขปัญหาจะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐประชาชนและองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก หรือ World Animal Protection เป็นองค์กรเพื่อคุ้มครองปกป้องสวัสดิภาพสัตว์ และยุติการทารุณกรรมสัตว์อย่างถาวร โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 มีบทบาทในการให้คำปรึกษากับองค์การสหประชาชาติและสภายุโรป ทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ สร้างความแตกต่างให้สัตว์ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ถูกทารุณกรรมทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยดำเนินงานครอบคลุมทั้งสัตว์ในชุมชน – สุนัข, สัตว์ป่า – สัตว์ในฟาร์ม รวมถึงการให้ความรู้ด้านปศุสัตว์ที่มีมนุษยธรรมอันส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนและสัตว์ ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.worldanimalprotection.or.th

ดีพร้อม พลิกโฉมผลิตภัณฑ์ชุมชนต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ไทยชั้นเลิศ เฟส 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755357

ดีพร้อม พลิกโฉมผลิตภัณฑ์ชุมชนต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ไทยชั้นเลิศ เฟส 2

ดีพร้อม พลิกโฉมผลิตภัณฑ์ชุมชนต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ไทยชั้นเลิศ เฟส 2

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.20 น.

ดีพร้อม เดินเกมพลิกโฉมผลิตภัณฑ์ชุมชนต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ไทยชั้นเลิศ เฟส 2 ดึงกูรูธุรกิจดันสินค้าท็อปพรีเมียมผุดไอเดียต่อยอดอัตลักษณ์ หวังเสิร์ฟดีมานด์สู่ตลาดโลก

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อมเดินหน้าต่อเนื่องพลิกโฉมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่อยอดอัตลักษณ์สู่การเป็น “ผลิตภัณฑ์ไทยชั้นเลิศ” (Top Premium Product) ดึงภาคเอกชนกูรูธุรกิจชั้นนำร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงเพื่อพัฒนาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง โดยคาดว่าผู้ประกอบการจะมีรายได้จากการจําหน่าย สินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อรายไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 พร้อมเปิดพื้นที่โชว์เคส 6 ชุมชนดีพร้อมแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์ไทยชั้นเลิศเฟส 2 กว่า 40 ผลิตภัณฑ์ ในงาน DIPROM ไทยเลิศ 12 อัศจรรย์แหล่งผลิตภัณฑ์ชุมชนดีพร้อม ระหว่างวันที่
5 – 7 กันยายน 2566 ลานเมือง​ 2​  เมืองสุขสยาม​ ณ​ ไอคอน​สยาม​ ชั้น​ G

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อมมุ่งเน้นการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอันเป็นฟันเฟืองสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการกระจายรายได้สู่ประชาชนและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ จึงเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนให้สามารถสร้างมูลค่าให้กับทรัพยากรและยกระดับมูลค่าห่วงโซ่การผลิตสินค้าและบริการ ภายใต้นโยบายดีพร้อมโต ที่มุ่งเน้นการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน โดยนำทรัพยากรในท้องถิ่น เทคโนโลยี นวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ให้เกิดความเข้มแข็งและความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านผลิตภัณฑ์โดยการประยุกต์และต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เหนือกว่าผลิตภัณฑ์รูปแบบเดิมทั้งในด้านแนวความคิด วัตถุดิบ และกระบวนการ เพื่อสร้างคุณค่าทั้งด้านกายภาพและด้านจิตใจให้ผลิตภัณฑ์ตรงตามความต้องการของลูกค้าผ่านกิจกรรมประยุกต์ ต่อยอด ผลิตภัณฑ์ อัตลักษณ์ ภูมิปัญญา (TOP Premium Product) ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน เฟส 2 อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยการนำอัตลักษณ์ ภูมิปัญญาดั้งเดิม วัฒนธรรมพื้นถิ่น ประยุกต์ ผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง มีอัตลักษณ์ของชุมชนที่มีความโดดเด่น มีคุณค่าและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคพร้อมมุ่งสู่การแข่งขันและเติบโตในระดับสากล

โดยในเฟส 2 นี้ ดีพร้อมได้รับความร่วมจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และเชื่อมโยงธุรกิจ อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, บริษัท จิ้วฮวด จำกัด (ซอสหอยนางรม ตราแม่ครัว) ร้านอาหารไบท์มีซอฟท์ลี่, บริษัท มาลา บูติก จำกัด และยง จี คิม อาร์ท สตูดิโอ มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ ทั้งในด้านการผลิตและจำหน่ายสินค้าและบริการ ส่งผลให้สามารถพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จำนวน 40 ผลิตภัณฑ์ จาก 6 ชุมชนดีพร้อมนำร่อง ประกอบด้วย

– ชุมชนบ้านสนวนนอก จ.บุรีรัมย์ เป็นการนำวัตถุดิบพื้นถิ่นอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วอย่างใบหม่อน ดักแด้ มาแปรรูปให้ชุมชนนี้มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ อาทิ
ใบหม่อนพาวเดอร์ ดักแด้ป๊อปรสลาบ สนูลกราวโซจู (สาโทหมักดอกไม้) 

– ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านภู จ.มุกดาหาร เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์เดิม ด้วยการใส่ไอดียความคิดสร้างสรรค์บนผืนผ้าฝ้ายทอมือย้อมครามผนวกกับวัฒนธรรมชาวภูไทดั้งเดิมรังสรรค์กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ ชุดสูทบุรุษ เสื้อสตรี และกระเป๋า

– ชุมชนบ้านนาหมอม้า จ.อำนาญเจริญ ชุมชนแห่งการทอเสื่อจากกก เป็นการประยุกต์จากทุนความรู้เดิม เพิ่มมูลค่าให้กับวัชพืชพื้นถิ่น และปรับให้กระบวนการผลิตนั้นใช้เวลาน้อยลง กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สร้างรายได้ให้ชุมชน อาทิ ฉากกั้น เก้าอี้ กระเป๋าดีไซน์เก๋ 

– ชุมชนบ้านรือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นการพัฒนาศักยภาพฝีมือแรงงานทั้งระบบ โดยการพัฒนาและสร้างสรรค์สินค้าใหม่ๆ จากวัตถุดิบที่หาได้ในชุมชน อาทิ เนื้อแผ่นแห้ง น้ำพริกทูน่าฟูรสพริกแกง รวมถึงการเพิ่มมูลค่าและพัฒนาการออกแบบเสื้อผ้าแบรนด์ Hand in Hand โดยการทดลองจำหน่ายสินค้าที่ประยุกต์จากทุนความรู้เดิมเรื่องการตัดเย็บและออกแบบลายผ้าและเติมความรู้ใหม่ๆ จากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

– ชุมชนบ้านบางใบไม้ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นการแปรรูปจากมะพร้าว กลายเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ อาทิ ไอศครีมกะทิแท่ง คอนเฟลคมะพร้าว เกลือสปาจากกากมะพร้าว เทียนหอมกะลามะพร้าว

– ชุมชนบ้านทรายขาว จ.ปัตตานี เป็นการรังสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากส้มแขกและกล้วยน้ำว้า ซึ่งเป็นผลไม้วัตถุดิบในชุมชน กลายเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปของฝากนักท่องเที่ยว อาทิ พายคุกกี้ส้มแขก เจลลี่ส้มแขก เค้กกล้วยน้ำว้าส้มแขก น้ำพริกกากกล้วย

นายใบน้อย กล่าวต่อว่า กิจกรรมดังกล่าว มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายกระจายรายได้ พัฒนา ประยุกต์ ต่อยอด เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานในระดับสากล ต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบันให้สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมโลกสมัยใหม่ให้สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน ซึ่งดีพร้อมได้ดำเนินงานกิจกรรมฯ แบ่งออกเป็น 2 เฟส มีชุมชนดีพร้อมนำร่องทั้งหมด 12 ชุมชน 75 ผลิตภัณฑ์ โดยผู้ประกอบการทั้ง 2 เฟส ได้รับการติดอาวุธทางธุรกิจ 3 ด้าน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มีผลประกอบการในระดับดี ผลิตภัณฑ์อยู่ในความต้องการของตลาด และผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นและแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อส่งผลิตภัณฑ์ออกไปแข่งขันในตลาดโลก หรือไปค้าขายในต่างประเทศได้ เมื่อพัฒนาไปถึงระดับนั้นแล้วจะมีส่วนช่วยทําให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน ซึ่งคาดว่าผู้ประกอบการจะมีรายได้จากการจําหน่ายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อรายไม่น้อยกว่าร้อยละ 30

ทั้งนี้ ดีพร้อม ได้จัดกิจกรรมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน DIPROM ไทยเลิศ 12 อัศจรรย์แหล่งผลิตภัณฑ์ชุมชนดีพร้อม เพื่อแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบและทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์หลังจากได้รับการพัฒนาจากดีพร้อมแล้ว โดยภายในงานจะมีการนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบมาทดสอบตลาด จำนวนกว่า 40 ผลิตภัณฑ์ จาก 6 ชุมชนดีพร้อมนำร่อง เฟส 2 และมีกิจกรรม D.I.Y. ให้กับผู้ที่สนใจภายในงานได้ทดลองสร้างสรรค์ ประดิษฐ์ ชิม สินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของชุมชนดีพร้อม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 กันยายน 2566 ลานเมือง​ 2​  เมืองสุขสยาม​ ณ​ ไอคอน​สยาม​ ชั้น​ G นายใบน้อย กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

NIA ปั้นผู้นำรุ่นใหม่ ‘PPCIL รุ่น 5’ พร้อมเปิดข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบายสู่การขับเคลื่อนประเทศทุกมิติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755351

NIA ปั้นผู้นำรุ่นใหม่ ‘PPCIL รุ่น 5’ พร้อมเปิดข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบายสู่การขับเคลื่อนประเทศทุกมิติ

NIA ปั้นผู้นำรุ่นใหม่ ‘PPCIL รุ่น 5’ พร้อมเปิดข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบายสู่การขับเคลื่อนประเทศทุกมิติ

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.59 น.

สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรมปิดหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมสำหรับกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ภาครัฐเละเอกชน หรือ PPCIL รุ่นที่ 5 ซึ่งเป็นหลักสูตรที่สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาและสร้างศักยภาพของกลุ่มผู้บริหารระดับกลางที่จะเติบโตไปเป็นผู้นำระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ความมั่นคง การเมือง และสื่อมวลชน เพื่อวางรากฐานการคิดนวัตกรรมนโยบาย และส่งเสริมให้เกิดการสร้างเครือข่าย รวมถึงสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในอนาคต นำไปสู่การขับเคลื่อนและผลักดันนวัตกรรมระดับประเทศ โดยปีนี้มีผู้นำการเปลี่ยนแปลงสำเร็จหลักสูตรฯ จำนวน 84 ราย จาก 5 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคความมั่นคง ภาคสื่อสารมวลชน และสมาคมวิชาชีพองค์กรอิสระ ซึ่งนอกจากการได้รับความรู้เพื่อนำไปต่อยอดแล้ว ยังก่อให้เกิด “ต้นแบบข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบาย” ที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนใน 4 ประเด็น ได้แก่ นวัตกรรมด้านกำลังคน นวัตกรรมสังคม นวัตกรรมด้านสาธารณสุข และนวัตกรรมเศรษฐกิจ

ดร.บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า “หลักสูตร PPCIL 5 มุ่งเป้าในการพัฒนาและสร้างศักยภาพของกลุ่มผู้บริหารระดับกลางที่จะเติบโตขึ้นไปเป็นผู้นำในระดับสูง เพื่อสร้างทักษะและแนวทางในการวางรากฐานการคิดนวัตกรรมนโยบาย และส่งเสริมให้เกิดการสร้างเครือข่ายรวมถึงสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของกระทรวง อว. ที่มีหน้าที่ผลักดันให้เกิดนโยบายนวัตกรรม และส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมจากการรวมตัวกันของเครือข่ายทุกภาคส่วน ให้สามารถสร้างสรรค์ผลผลิตที่เป็นนโยบายนวัตกรรมพร้อมผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาเชิงระบบ ตลอดจนสร้างให้มีนวัตกรรมต่อได้ในอนาคต ทั้งมิติความต่อเนื่องของนวัตกรรม และมิติเครือข่ายความร่วมมือในการช่วยกันคิด วิเคราะห์ ทดลอง แบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์ ความชำนาญ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนบทเรียนกันอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากแต่ละหน่วยงานในประเทศมีทรัพยากรที่ต่างกัน จึงจำเป็นต้องร่วมกันพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมนโยบายให้เกิดขึ้นได้ และพร้อมที่จะขับเคลื่อนกันต่อไป ข้อเสนอนวัตกรรมนโยบายที่เกิดขึ้นระหว่างการเรียนรู้ในหลักสูตร ถือเป็นผลสัมฤทธิ์ของหลักสูตรนี้ ที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนและสามารถนำไปช่วยแก้ปัญหาสำคัญของประเทศได้ด้วยนวัตกรรม”

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า “ระบบนวัตกรรมที่เข้มแข็งนั้นจะต้องมีเครือข่ายนวัตกร และองค์กรแห่งนวัตกรรม ที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพนวัตกรรมของเครือข่ายและสมาชิกจากภาคส่วนต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Changemaker) จากทุกภาคส่วนทั้ง ภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคความมั่นคง ภาคการเมือง และสื่อมวลชน ในระดับนโยบาย ผ่านหลักสูตรที่ใช้แนวคิดนวัตกรรมเพื่อออกแบบและวางแผนการจัดการเชิงนโยบาย โดยอาศัยแนวทางการคาดการณ์และการคิดเชิงอนาคต ร่วมกับหลักการออกแบบนโยบายที่เข้าใจบทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด เพื่อสร้างแนวปฏิบัติของความร่วมมือรูปแบบใหม่”

​“หลักสูตร PPCIL เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2562 มีผู้ผ่านการเข้าร่วมอบรมแล้วทั้งสิ้น 391 ราย จาก 234 หน่วยงาน  นับว่าหลักสูตรได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยในปีนี้มีผู้นำจากภาคส่วนต่าง ๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมหลักสูตรจำนวนทั้งสิ้น 84 ราย  แบ่งเป็น ภาครัฐ จำนวน 31 ราย ภาคเอกชน จำนวน 39 ราย ภาคความมั่นคง จำนวน 3 ราย ภาคการเมือง จำนวน 3 ราย ภาคสื่อสารมวลชน จำนวน 4 ราย และสมาคมวิชาชีพองค์กรอิสระ จำนวน 4 ราย ซึ่งนอกจากผู้เข้าอบรมจะได้รับองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมในมิติต่าง ๆ แล้ว ยังได้โอกาสในการพัฒนาและสร้างศักยภาพให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีแนวความคิดเชิงนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ผ่านการร่วมรังสรรค์ข้อเสนอนวัตกรรมนโยบาย ซึ่งได้ผลสัมฤทธิ์ออกมาจำนวน 5 ข้อเสนอนวัตกรรมนโยบาย ครอบคลุม 4 ประเด็น ประกอบด้วย (1) นวัตกรรมกำลังคน – การสร้างกลไกให้ภาคอุดมศึกษา ได้ส่งเสริมและพัฒนากำลังคนให้เชื่อมโยงกับตลาดแรงงาน (2) นวัตกรรมสังคม – ลดความเหลื่อมล้ำช่วยส่งเสริมให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในกลุ่มคนจนเมืองในหลากหลายมิติ (3) นวัตกรรมด้านสาธารณสุข – เพื่อให้ประเทศไทยปลอดจากโรคไม่ติดต่อ เพราะการป้องกันโรคดีกว่าการรักษาโรค ใช้เทคโนโลยีให้ความรู้ด้านสุขภาพ แก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ และ (4) นวัตกรรมเศรษฐกิจ  – มุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาเชิงพื้นที่ ยกระดับเมืองด้วยการสร้างโอกาส กระจายอำนาจ พัฒนาท้องถิ่นให้การเติบโตและมั่งคงทางด้านเศรษฐกิจ รวมถึงการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้ยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน”

​“จะเห็นได้ว่า ทั้ง 4 ประเด็นนี้ล้วนสะท้อนถึงประเด็นความท้าทายของประเทศไทย ทั้งนี้ NIA ภายใต้บทบาท “ผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม (Focal Conductor)” พร้อมที่จะส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมนโยบายจากทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับพัฒนาการของประเทศไทย ซึ่งจะมีผลโดยตรงและโดยอ้อมต่อการส่งเสริมระบบนวัตกรรมแห่งชาติที่แข็งแกร่ง ตอบรับกับความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และนำไปสู่เป้าหมายในการผลักดันประเทศไทยไปสู่อันดับ 30 ของดัชนีนวัตกรรมโลก NIA คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบายที่เกิดขึ้นจากผู้เข้าร่วมอบรม PPCIL รุ่นที่ 5 จะถูกนำไปต่อยอดและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป” ดร.กริชผกา กล่าวสรุป

-(016)

WMC จับมือ SENERA Senior Wellness พัฒนาธุรกิจเพื่อผู้สูงวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755347

WMC จับมือ SENERA Senior Wellness พัฒนาธุรกิจเพื่อผู้สูงวัย

WMC จับมือ SENERA Senior Wellness พัฒนาธุรกิจเพื่อผู้สูงวัย

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.51 น.

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) โดยบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับ บริษัท ซีเนร่า ซีเนียร์ เวลเนส จำกัด โดยบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ ซีเนร่า ซีเนียร์ เวลเนส บางบัวทอง สำหรับดูแลผู้สูงวัยแบบครบวงจร ด้วยการบริหารจัดการด้านการแพทย์จากโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ณ ห้องประชุมชั้น 24 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ถ.แจ้งวัฒนะ

โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน), คุณกันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการบริหาร และรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน), ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล, คุณสุพจน์  สิริกุลภัสสร์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด(มหาชน) และบริษัท ซีเนร่า ซีเนียร์ เวลเนส จำกัด, คุณพงศิยา กิตติขจร  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด  บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด(มหาชน) และบริษัท ซีเนร่า ซีเนียร์ เวลเนส จำกัด และคุณอัญชลี อ่ำบำรุง  ผู้จัดการโครงการ ซีเนร่า ซีเนียร์ เวลเนส  เป็นผู้ลงนาม

ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนธุรกิจของโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ระดับชั้นนำที่จะดูแลและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการและครอบครัวผู้รับบริการตลอดการเข้าพักอาศัยในโครงการซีเนร่า ซีเนียร์ เวลเนส บางบัวทอง แห่งนี้

ทั้งนี้พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นความร่วมมือทางธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับสภาพบริบทของสังคมไทยในปัจจุบัน คือ ประเทศไทยรวมถึงประชาคมโลก กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยทำให้ต้องการการดูแลด้านสุขภาพมากขึ้น จึงเป็นโอกาสอันดีที่ได้ต่อยอดธุรกิจและร่วมมือกับองค์กรภายนอกที่มีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงวัยทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและความสุขต่อไป

-(016)

สั่นสะเทือนวงการคลินิกความงามในประเทศไทย กับการเปิดตัว Neauvia filler บิวตี้ลักชูรี่ไอเท็มใหม่จากประเทศอิตาลี ณ โรงเเรม Capella Bangkok

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755330

สั่นสะเทือนวงการคลินิกความงามในประเทศไทย กับการเปิดตัว Neauvia filler บิวตี้ลักชูรี่ไอเท็มใหม่จากประเทศอิตาลี ณ โรงเเรม Capella Bangkok

สั่นสะเทือนวงการคลินิกความงามในประเทศไทย กับการเปิดตัว Neauvia filler บิวตี้ลักชูรี่ไอเท็มใหม่จากประเทศอิตาลี ณ โรงเเรม Capella Bangkok

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.53 น.

คุณสุมิตร เตชะสุขสันติ์ ประธานบริหาร และคุณฝนทิพย์ แซ่อึ่ง กรรมการ บริษัท แอมแพ็กซ์ เอสเธติคส์ จำกัด ผู้นำเข้าเเละจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านความงามทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย โดยคุณสุมิตร เตชะสุขสันติ์ ผู้บริหารนูเวียร์ประเทศไทย ต้องการยกระดับตลาดสารเติมเต็มในคลินิกความงามของไทยให้มีความทัดเทียมกับนานาชาติ จึงได้เลือกสรรค์นวัตกรรมความงามที่ล้ำสมัย และปลอดภัยเพื่อมาตอบโจทย์การดูแลใบหน้าและผิวพรรณในทุกมิติ โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ผู้มากความสามารถ มาร่วมงาน อาทิเช่น  นพ.วรพจน์ ศิรสมังคลานนท์, ผศ.พญ.ธัญญา เตชะพิเชฐวานิช, ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา, Mr.Alessandro Garibaldi, ผศ.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ และ นพ.อุกฤษ จิรภัทรสุนทร

Neauvia filler เป็นสารเติมเต็มที่ใช้เทคโนโลยีพิเศษในการผลิต ส่วนประกอบหลักที่สำคัญ คือ กรดไฮยารูโรนิค (HA),Polyethylene glycol (PEG),กรดอะมิโน แอซิด ไกลซีนและ แอล-โพรลีน รวมถึง แคลเซียม ไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) เพื่อให้ได้ผลการเติมเต็ม และยกกระชับใบหน้าที่มากกว่าสารเติมเต็มทั่วไป พร้อมๆกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ส่งผลต่อการฟื้นฟูความแข็งแรงของชั้นผิว ลดริ้วรอยต่างๆ ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานถึง 1 ปี และมีความปลอดภัยที่สูงมาก ไม่ก่อให้เกิดการแพ้
โดยมีเภสัชกรหญิงขณิตา ณ ลำพูน เป็นผู้จัดการ นูเวียร์ ประเทศไทย 

เติมเต็มความสวยในทุกมิติของผิวไปกับ Neauvia Filler ได้แล้วที่คลินิกความงามชั้นนำของประเทศไทย

ทีเคพาร์ค เปิดเทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755183

ทีเคพาร์ค เปิดเทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ

ทีเคพาร์ค เปิดเทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายกิตติรัตน์ ปิติพานิช ผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ร่วมกับ กทม. และ เครือข่ายการเรียนรู้กว่า 30 องค์กร จัดพิธีเปิดงานเทศกาล “เทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ” (Learning Fest Bangkok 2023) เป็นครั้งแรกในปีนี้

งานเทศกาล “เทศกาลการเรียนรู้กรุงเทพฯ” (Learning Fest Bangkok 2023”) จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมไม่หยุดที่จะเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมหลากหลาย
รูปแบบตลอด 4 วันเต็ม ระหว่าง 14-17 กันยายน 2566 ไฮไลท์ในพิธีเปิดงานจะมีการมอบรางวัล “เอ๊ะ? Awards by TK Park” ให้กับ 10 บุคคลเอ๊ะแห่งปีจากหลากหลายวงการ อาทิ พริษฐ์วัชรสินธุ, ภูวนาท คุนผลิน, ฐปณีย์เอียดศรีไชย, ชานน สันตินธรกุล, กรภัทร์เกิดพันธุ์ เป็นต้น ที่ ลานสานฝัน อุทยานการเรียนรู้ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2566 เวลา 13.00-16.00 น.

Balenciaga เปิดตัวกระเป๋ารุ่น Monaco จากรันเวย์โชว์คอลเลคชั่นฤดูหนาว 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755185

Balenciaga เปิดตัวกระเป๋ารุ่น Monaco  จากรันเวย์โชว์คอลเลคชั่นฤดูหนาว 2023

Balenciaga เปิดตัวกระเป๋ารุ่น Monaco จากรันเวย์โชว์คอลเลคชั่นฤดูหนาว 2023

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Balenciaga เปิดตัวกระเป๋ารุ่น Monaco ในสโตร์ที่ได้รับคัดเลือกทั่วโลกและบนเว็บไซต์ balenciaga.com ในเดือนกันยายน 2023 ซึ่งเผยโฉมครั้งแรกที่รันเวย์โชว์คอลเลคชั่นฤดูหนาว 2023 กระเป๋าบุนวมผิวสัมผัสนุ่มใบนี้เป็นกระเป๋าแบบเปิด ทรงยาว เมื่อพับแล้ว จะเป็นกระเป๋าถือแบบมีฝาพับด้านหน้าสุดคลาสสิก มาพร้อมสายโซ่ร้อยเป็นเกลียวที่มุมกระเป๋า และโลโก้ BB วัสดุโลหะบริเวณที่ปิดกระเป๋าแบบแม่เหล็ก กระเป๋ารุ่น Monaco ในรูปแบบกระเป๋าโท้ท มีช่องกระเป๋าขนาดกว้างที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เก็บของบด้านนอก ในขณะที่ส่วนที่เปิด-ปิดได้จะกลายเป็นช่องกระเป๋าหลัก วางจำหน่ายในสีดำและสีขาวซอฟต์ไวท์ พร้อมด้วยอะไหล่สีทองหรือสีเงิน ที่มาในหนังย่นหรือหนังเรียบ ผิวสัมผัสแบบบุนวมหรือแบน

SHEIN ชวนสาวๆ สนุกไปกับการแต่งตัวแบบที่ใช่ ในสไตล์ที่เป็นตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755193

SHEIN ชวนสาวๆ สนุกไปกับการแต่งตัวแบบที่ใช่ ในสไตล์ที่เป็นตัวเอง

SHEIN ชวนสาวๆ สนุกไปกับการแต่งตัวแบบที่ใช่ ในสไตล์ที่เป็นตัวเอง

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

SHEIN (ชีอิน) แหล่งรวมสินค้าแฟชั่นออนไลน์และไลฟ์สไตล์ระดับโลก จัด Super Mega Sale 9.9 สุดยิ่งใหญ่เอาใจสาวสายช้อปทุกคน ต้อนรับการกลับมาอีกครั้งของวันที่ 9 เดือน 9ด้วยส่วนลดแบบจัดเต็มสูงสุดถึง 90 เปอร์เซ็นต์ พร้อมส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ รวมถึงเซอร์ไพรส์แจก Voucher สุดพิเศษอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้-9 กันยายนนี้ ให้สาวๆทุกคนสามารถเลือกซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับแฟชั่นสุดทันสมัยได้ตามใจ ในสไตล์ที่ใช่และเป็นตัวของตัวเอง ด้วยสินค้าที่มีให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับสาวๆ ทุกช่วงวัยและทุกรูปร่างไม่ว่าจะเป็นชุดสำหรับใส่ไปปาร์ตี้ ทั้งชุดเดรสเกาะอกสีดำสุดแซ่บเดรสสีเทาพร้อมถุงมือและฮู๊ดดี้หรือจะเป็นเดรสซีทรูลายดอกสุดเซ็กซี่สำหรับสาวพลัสไซส์ รวมถึงเกาะอกพิมพ์ลายที่จับคู่เข้ากับกระโปรงสีกากีได้อย่างลงตัว

เดือนกันยายนนี้ ชีอินเอาใจสายออฟฟิศโดยเฉพาะ รวบรวมแฟชั่นไอเท็มสำหรับสาวเวิร์กกิ้งวูแมนให้สร้างสรรค์ลุคเปรี้ยวเท่ แต่ยังดูดีมีความโปรเฟสชั่นแนล ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแจ๊กเกต เสื้อเบลาส์แขนกุด ใส่คู่กับกระโปรงยาวทรงสอบให้ลุคหวานแต่สุภาพ และยังสามารถเป็นออลเดย์ลุคไปแฮงค์เอาท์ต่อกับเพื่อนสาวได้แบบไม่ซ้ำใคร ด้วยชุดทำงานสำหรับสาวออฟฟิศที่เน้นความคล่องตัวแต่ยังคงความทันสมัย และสวยงามในแบบของตัวเองรวมไปถึงกระเป๋าและเครื่องประดับที่จะมาช่วยสร้างสีสรรค์ให้กับลุคใหม่ๆ ของคุณอย่างไม่รู้จบ

สำหรับสาวคนไหนที่รักในการทำกิจกรรม SHEIN ก็มีชุดออกกำลังสีสันสดใสให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งแบบขาสั้นและขายาว แมทชิ่งลุคด้วยคัลเลอร์บล็อกคู่ต่างสีด้วยเนื้อผ้านุ่มสบายระบายอากาศ รองรับการออกกำลังกายของสาวๆในทุกรูปแบบได้เป็นอย่างดี หรือจะเป็นเสื้อกันลมสุดคูลหรืออุปกรณ์ออกกำลังกายก็มีให้ช้อปอย่างหลากหลายเช่นกัน

มาสนุกกับการช้อปปิ้งพร้อมค้นหาสไตล์ใหม่ๆ ไปกับ SHEIN พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 90 เปอร์เซ็นต์ และโปรโมชั่นอื่นๆอีกมากมายที่คุณไม่ควรพลาด ที่ SHEIN

ติดตามข้อมูล ข่าวสารของ SHEIN ได้ที่ Application SHEIN, ผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://th.shein.com/และทาง TikTok Channel: https://vt.tiktok.com/ZSeY82KSj/