หอการค้าญี่ปุ่นมอบรางวัลนักศึกษา ชนะประกวดแผนการทำธุรกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754429

หอการค้าญี่ปุ่นมอบรางวัลนักศึกษา  ชนะประกวดแผนการทำธุรกิจ

หอการค้าญี่ปุ่นมอบรางวัลนักศึกษา ชนะประกวดแผนการทำธุรกิจ

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) ร่วมกับสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) โดยนาย โคโซ โท รองประธานหอการค้าญี่ปุ่นฯ-กรุงเทพฯ และประธานส่วนการศึกษา คณะกรรมการฝ่ายความช่วยเหลือสังคม หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ
และนางสาวปรัชญวรรณ วนานันท์ นักวิชาการศึกษาเชี่ยวชาญ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านระบบบริหารจัดการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ และคณะผู้บริหาร ร่วมงานมอบรางวัลและมอบประกาศนียบัตรการแข่งขันการนำเสนอผลงานเกี่ยวกับนวัตกรรมในการทำธุรกิจ ในหัวข้อ “Green Technology for Better Life in Bangkok” ของนักศึกษาที่เข้ารับการอบรมในหลักสูตร “The Comprehensive Course in Japanese Business Innovation” ที่หอการค้าญี่ปุ่นฯ

โดยปีนี้ทีมที่ชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Salmon จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำเสนอผลงานชื่อ Oillit ซึ่งเป็นเครื่องล้างจานที่มีตัวกรองแยกน้ำมันกับน้ำเพื่อช่วยแก้ปัญหาไขมันที่อุดตันในท่อระบายน้ำและยังนำน้ำมันที่กรองไปใช้ประโยชน์ต่อได้,รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม M.E. See You จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงานที่มีชื่อว่า Masko ซึ่งเป็นแมสก์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีนวัตกรรมที่ช่วยในกรองและถ่ายเทอากาศ เพื่อให้ผู้ใส่รู้สึกสบายและไม่อึดอัดเวลาสวมใส่ รวมทั้งมีน้ำหนักเบา มีลวดลายที่สวยงาม ราคาถูกกว่าแมสก์แบบอื่นที่มีขายในตลาดเพราะสามารถเปลี่ยนที่กรองได้ และรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Chillrent จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นำเสนอผลงานระบบการเช่ายืมพัดลมแบบพกพา ซึ่งสะดวกต่อผู้ที่ชอบออกกำลังกายและนักท่องเที่ยวในช่วงอากาศร้อนหรือมีแดดแรง มาพร้อมกับเครื่อง Chilldistributor ที่ติดตั้งระบบเช่ายืมและคืน ทั้งยังมีกระบวนการทำความสะอาดอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการคืนหลังจากการเช่าอีกด้วย

หลักสูตรดังกล่าว เป็นหลักสูตรเกี่ยวกับนวัตกรรมการทำธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่น ลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมองค์กรในบริษัทญี่ปุ่นสำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาที่ได้เรียนรู้และนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการแข่งขันนำเสนอผลงานเพื่อสร้างนวัตกรรมขึ้นใหม่ที่สามารถใช้งานได้จริงรวมถึงการต่อยอดหรือขยายผลของผลงานดังกล่าวเพื่อก่อให้เกิดโอกาสในเชิงธุรกิจในอนาคต

SPU ร่วมงาน EdTeX2023 ครั้งที่ 5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754427

SPU ร่วมงาน EdTeX2023 ครั้งที่ 5

SPU ร่วมงาน EdTeX2023 ครั้งที่ 5

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เข้าร่วมพิธีเปิดงานและเยี่ยมชม
การออกบูธแสดงผลงานของ SPU ในงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการศึกษาที่รวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาภายใต้แนวคิด “Active Learning Thailand Education Technology Expo 2023 (EdTeX2023 ครั้งที่ 5)” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กรุงเทพมหานคร เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดอบรม พัฒนาศักยภาพครูนาฏศิลป์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754430

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดอบรม  พัฒนาศักยภาพครูนาฏศิลป์

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดอบรม พัฒนาศักยภาพครูนาฏศิลป์

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 (ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ) กล่าวว่า หลักสูตรการอบรมครูนาฏศิลป์ใน ครั้งนี้ ประกอบด้วย นาฏยศัพท์ รำวงมาตรฐาน มังคละ การแปรแถว เทคนิคการสอนนาฏศิลป์ โดยมีครูผู้สอนนาฏศิลป์ และผู้สนใจเข้ารับการอบรม จำนวน 60 คน เมื่อวันก่อน ณ สพป.พิษณุโลก เขต 2

“รำวงมังคละ เป็นเอกลักษณ์ของพิษณุโลกที่ใช้แสดงในงานมงคลต่างๆ การอนุรักษ์ ฟื้นฟู มรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรมไทย มีความสำคัญ เพราะเป็นวิถีชีวิตของคนไทยและแสดงออกถึงความเป็นชาติครูผู้ผ่านการอบรมจะสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปพัฒนาคุณภาพด้านการเรียนการสอน ถ่ายทอดศิษย์ ให้มีความรู้ ความสามารถ กล้าแสดงออก รักษาสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรม เผยแพร่และแสดงออกทางด้านนาฏศิลป์ สู่สายตาพ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน อย่างสร้างสรรค์ต่อไป” ดร.ผกาภรณ์กล่าว

ม.สวนดุสิต ร่วมภาครัฐและเอกชน ผลักดันหัวหินเป็น World Class Wellness

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754426

ม.สวนดุสิต ร่วมภาครัฐและเอกชน  ผลักดันหัวหินเป็น World Class Wellness

ม.สวนดุสิต ร่วมภาครัฐและเอกชน ผลักดันหัวหินเป็น World Class Wellness

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ลงนามความร่วมมือการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเมืองหัวหินสู่การเป็น“World Class Wellness Destination” ระหว่าง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน และ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ ทรู อารีน่า หัวหิน ณ ทรู อารีน่า หัวหิน สปอร์ตคลับประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเร็วๆ นี้

การจัดพิธีลงนามในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิตศูนย์หัวหิน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถือเป็นพื้นที่ของการท่องเที่ยว ที่สอดคล้องแผนยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งเน้นให้ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก และมีความพร้อมทางด้านบุคลากร และองค์ความรู้ โดยมีแผนในการวิจัยพัฒนาเชิงพื้นที่ เรื่องการยกระดับเมืองหัวหินสู่การเป็น World Class Wellness Destination ครอบคลุมถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ระบบโลจิสติกส์ท่องเที่ยว การพัฒนาบุคลากร และการตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จึงร่วมมือกับภาครัฐ และ ทรู อารีน่า หัวหิน ภายใต้แนวคิด SDU “Fit to Fly” เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้พื้นที่ทรู อารีน่า เป็นสถานที่ออกกำลังกาย พัฒนาบุคลิกภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยวและการบริการ ภารกิจดังกล่าว

นักเรียน รร.สรรพวิทยาคม สพม.ตาก ชนะโครงการต้านทุจริตของ ป.ป.ช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754431

นักเรียน รร.สรรพวิทยาคม สพม.ตาก  ชนะโครงการต้านทุจริตของ ป.ป.ช.

นักเรียน รร.สรรพวิทยาคม สพม.ตาก ชนะโครงการต้านทุจริตของ ป.ป.ช.

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักเรียนโรงเรียนสรรพวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ระดับประเทศ การประกวดแผนงาน โครงงาน และกิจกรรม “เลิกลอก ร่วมเรียนรู้สู่สังคมคิดฐานสอง” ในการประกวดโครงการเยาวชนไทย “ไม่ลอกการบ้าน ไม่ลอกข้อสอบ” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ทีมนักเรียนที่ได้รับรางวัล ประกอบด้วย 1.นางสาวณัฐธิดา วิเศษโวหาร 2.นางสาวกัญธิกา จินะสา 3.นายณัฐพัฒน์ ขัติวงษ์ 4.นางสาวนิตยา นาคศิริกุลชัย 5.นายเกื้อตระกูล เศวตมาลานนท์ 6.นางสาวพิมพ์วิภา ทิน้อย 7.นายราชพฤกษ์ อินต๊ะแก้ว 8.นางสาวปวีณา มีสุขรุ่งโรจน์ 9.นางสาวปรานปริยา แจ้งจิต 10.นายวิทวัส หมื่นคำวัง 11.นายสุรปวีณ์ หล่อปรีชากุล โดยมีครูที่ปรึกษาได้แก่ นายธาราวุฒิ สุวรรณใจ นางสาวณัฐวดี ทาหลี และนายอนุพงษ์ สิงห์ธนะ

รร.บ้านตาก ‘ประชาวิทยาคาร’ คว้าเหรียญ แฮนด์บอลในร่ม ‘กาญจนบุรีเกมส์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754428

รร.บ้านตาก ‘ประชาวิทยาคาร’ คว้าเหรียญ  แฮนด์บอลในร่ม ‘กาญจนบุรีเกมส์’

รร.บ้านตาก ‘ประชาวิทยาคาร’ คว้าเหรียญ แฮนด์บอลในร่ม ‘กาญจนบุรีเกมส์’

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทีมกีฬาแฮนด์บอลในร่มโรงเรียนบ้านตาก “ประชาวิทยาคาร” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก เข้าพบ ส.ต.ต.ดร.นปดล นพเคราะห์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (ผอ.สพม.ตาก) ในโอกาสได้รับรางวัลเหรีญทองแดง ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 48 “กาญจนบุรีเกมส์”ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาแห่งชาติในครั้งแรก

ในโอกาสนี้ ผอ.สพม.ตาก ได้กล่าวชื่นชม และให้กำลังใจ ทีมนักกีฬาและครูผู้ฝึกซ้อม ซึ่งทางโรง

ชาร์ป กรุงไทยการไฟฟ้า จัดแข่งขัน ทำอาหารระดับมหาวิทยาลัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754433

ชาร์ป กรุงไทยการไฟฟ้า จัดแข่งขัน  ทำอาหารระดับมหาวิทยาลัย

ชาร์ป กรุงไทยการไฟฟ้า จัดแข่งขัน ทำอาหารระดับมหาวิทยาลัย

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ชาร์ป กรุงไทยการไฟฟ้า” จัดแข่งขันทำอาหาร “SHARP COOKING CONTEST 2023” ในระดับอุดมศึกษา ภายใต้โจทย์การแสดงความคิดสร้างสรรค์ในเมนู “เค้กโรลแฟนซี” จากเตาอบไฟฟ้าชาร์ป ความจุขนาดใหญ่พิเศษ 70 ลิตร และเครื่องผสมอาหารชาร์ป โดยมีตัวแทนจากสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมแข่งขัน ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ เอเทรียม

นายวิโรจน์ ทานัชฌาสัย ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีโครงการมอบเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนชาร์ป ให้กับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอน รวมทั้ง
มีการจัด SHARP COOKING CLASS โดยทีมโภชนากรชาร์ป เข้าไปสาธิตให้ความรู้ เน้นการปฏิบัติให้นักศึกษาได้ลงมือทำจริง เป็นการส่งเสริมให้นำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพเสริมระหว่างการศึกษาและในภายภาคหน้า และต่อยอดจากโครงการฯ ดังกล่าวโดยการจัดการแข่งขันครั้งนี้ขึ้นมา เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะในการประกอบอาหาร และเสริมทักษะการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนอย่างมืออาชีพ

สำหรับ มหาวิทยาลัยที่คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันในครั้งนี้ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ รองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

นักวิจัย ม.อ. ค้นพบ ‘ปูแสมบกโต๊ะแดง’ ปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลก ที่ นราธิวาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754434

นักวิจัย ม.อ. ค้นพบ ‘ปูแสมบกโต๊ะแดง’ ปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลก ที่ นราธิวาส

นักวิจัย ม.อ. ค้นพบ ‘ปูแสมบกโต๊ะแดง’ ปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลก ที่ นราธิวาส

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566, 05.00 น.

นายพัน ยี่สิ้น นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ นักวิจัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า นักวิจัย ม.อ. โดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ๕๐ พรรษา สยามบรมราชกุมารี สำรวจร่วมกับ ศ.ดร.ปีเตอร์ อึง แห่งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา Lee Kong Chian มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ได้ค้นพบปูแสมบกโต๊ะแดง ปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลกจากระบบนิเวศของป่าพรุ บริเวณตามต้นหลุมพี พรรณไม้ป่าพรุในวงศ์ปาล์ม ที่จังหวัดนราธิวาส โดยมีลักษณะกระดองเป็นรูปสี่เหลี่ยม ด้านบนกระดองครึ่งส่วนหน้าและก้ามมีสีเหลืองหรือส้ม ส่วนครึ่งส่วนหลังและขาเดินมีสีเข้มเป็นสีดำ เทา หรือน้ำตาล ลูกตาสีดำ แซมด้วยลายจุดสีเทา เมื่อจำแนกจากลักษณะภายนอกของปูที่รยางค์ข้างปากที่ไม่มีแส้บนส่วนปลายขาเดินเรียวยาว และอวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้ที่เรียวยาวและส่วนปลายแบนยาว

ปูแสมบกโต๊ะแดง จัดอยู่ในกลุ่ม G. foxi species group มีแหล่งอาศัยเป็นพื้นที่สูง ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 700 เมตรขึ้นไป นับเป็นการค้นพบสมาชิกใน species group อาศัยอยู่ในป่าที่ราบต่ำใกล้ระดับน้ำทะเลเป็นครั้งแรก ลักษณะของปูแสมบกโต๊ะแดงที่แตกต่างจากชนิดอื่นๆ ใน species group คือ มีกระดองโค้งนูนชัดเจนเมื่อมองไปทางด้านหน้าปู ส่วนท้องปล้องที่ 6 เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูและมีรายละเอียดของลักษณะอวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้บางส่วนที่ต่างไป การค้นพบในครั้งได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลกว่า Geosesarma todaeng เพื่อสื่อความหมายถึงสถานที่พบปูชนิดนี้คือ บ้านโต๊ะแดง อ.สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

สส.’ก้าวไกล’ลงเก็บข้อมูลเด็กตัว G เชียงใหม่ วอนช่วยสามเณร 81 รูปจะหลุดจากระบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754520

สส.'ก้าวไกล'ลงเก็บข้อมูลเด็กตัว G เชียงใหม่ วอนช่วยสามเณร 81 รูปจะหลุดจากระบบ

สส.’ก้าวไกล’ลงเก็บข้อมูลเด็กตัว G เชียงใหม่ วอนช่วยสามเณร 81 รูปจะหลุดจากระบบ

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 22.09 น.

คณะสส.“ก้าวไกล”ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเด็กตัว G เชียงใหม่ พระสงฆ์วอนช่วยสามเณร 81 รูปกำลังหลุดจากระบบ

เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา คณะทำงานนโยบายการแก้ไขปัญหาสถานะทางทะเบียนเด็กนักเรียนกลุ่ม G และการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสิทธิ พรรคก้าวไกล นำโดยนายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรค นายปารมี ไวจงเจริญ ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยในช่วงเข้า ได้ร่วมสัมมนาและพบปะกลุ่มสามเณรที่ไม่ได้รับสิทธิในการศึกษา ณ ห้องประชุมศรีปริยัติยานุรักษ์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ วัดสวนดอก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และช่วงบ่ายลงพื้นที่ศูนย์มิตรภาพไร้พรมแดน Leadersship Hoom อ.เชียงดาว

ทั้งนี้ในเสวนาได้มีการอธิปรายถึงแนวทางและนโยบายการแก้ไขปัญหากลุ่มสามเณรตกหล่นจากระบบการศึกษาและสถานะทางกฎหมาย โดยนายณัฐวุฒิ บัวประทุม  กล่าวว่า การมารับฟังความคิดเห็นในวันนี้ เนื่องจากต้องการศึกษาประเด็นปัญหาของเด็กไร้สถานทางทะเบียนที่ไม่สามารถลงรหัส G-Code ได้ แม้ในขณะนี้กำลังรอสภาผู้แทนฯบรรจุวาระตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ (กมธ.) และวิสามัญ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ยังมีญัตติที่ค้างอยู่ 30 ฉบับ ทางพรรคก้าวไกลจึงต้องการศึกษาข้อมูลซึ่งมี 4 ประเด็นหลักที่ต้องการทำความเข้าใจเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา คือ 1.ต้องการทราบสถานการณ์ของเด็ก 126 คนในจังหวัดอ่างทองที่ถูกส่งตัวกลับประเทศพม่า 2.อยากทำความเข้าใจเมื่อเด็กเหล่านี้เข้ามาในประเทศ ระบบการลงรหัส G-code นั้น จะจัดทำโดยโรงเรียน หรือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพฐ.) ซึ่งมีการประสานงานกันแบบใดและมีการตกหล่นหรือไม่ 3.หากมีการลงรหัส G จะนำไปสู่การลงสถานะบุคคลให้ได้รับสัญชาติได้หรือไม่อย่างไร เป็นระบบรายปัจเจกหรือเหมารวม เช่น ในกรณีที่เขาเกิดที่ไทยควรจะได้รับสัญชาติไทยหรือไม่ 4.ถ้าหากต้องแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อย่างจริงจังในเชิงระบบ จะต้องแก้อย่างไร แก้นโยบาย หรือกฎหมายต่างๆ

นายสันติพงษ์ มูลฟอง ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล กล่าวว่า เรื่องการศึกษาในประเทศไทยสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสถานะของบุคคลยังไม่มีวิธีการที่เป็นระบบมากนัก นอกจากใช้เรื่องมนุษยธรรม เด็กทุกคนนั้นอยากมีโรงเรียนมีความฝันที่ต้องการไปโรงเรียน แต่ยังมีหลายคนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาไทย หากพูดถึงเรื่อง Education for all หรือการศึกษาเพื่อคนทุกคนแท้จริงแล้วนั้น รองรับเด็กที่เคลื่อนย้ายมาตามลำพังหรือตามพ่อแม่เข้ามาในประเทศไทยหรือไม่  กระทรวงการศึกษาได้พัฒนารองรับเด็กเหล่านี้เข้าไปสู่ระบบ G-Code ตั้งแต่ปี 2561 เช่น หากเด็กเข้าโรงเรียนจะต้องดูว่ามีสูติบัตร มีหลักฐานแสดงตัว ทะเบียนราษฎร์ หากไม่มีเอกสารจะต้องดูว่ามีหลักฐานอื่น ๆ ที่ข้าราชการออกให้หรือไม่ ต่อให้ไม่มีอะไรเลยเด็กเหล่านี้จะได้รับการบันทึกประวัติบุคคล เมื่อบันทึกเรียบร้อยแล้วจะนำไปสู่การขอรหัสตัว G แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นหลัก ๆ คือเด็กไม่ได้ผ่านระบบ G-Code นับเป็นระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา เด็ก 81,594 ราย ยังไม่สามารถลงรหัสตัว G ได้ และจะเกิดปัญหาใหญ่ในปีที่เด็กจบการศึกษาและต้องย้ายที่เรียนจะไม่สามารถพบข้อมูลของเด็กนักเรียน

“เร่งรัดการจัดทำทะเบียนประวัตินักเรียนกลุ่ม G จัดการศึกษาที่เหมาสมสำหรับเด็กเคลื่อนย้ายและทุกคนโดยเฉพาะ การจัดการให้สามเณรที่กำลังหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยระยะถัดไปคือ 1. กระบวนการพิจารณาถอนข้อสงวนอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อ 22 ซึ่งเหลือประเทศเดียวในโลกคือประเทศไทย 2.การจัดทำแผนระดับชาติว่าด้วยความคุ้มครองเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการโยกย้ายถิ่นฐาน 3.การติดตามกระบวนการยุติภาวะคนไร้รัฐให้หมดไปภายในปี 2567 ที่ได้กล่าวคำมั่นสัญญาต่อองค์กรสหประชาชาติ United Nation”สันติพงษ์ กล่าว

พระวิสิทธิ์ ฐิตวิสิทโธ (วงใส) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัญหาของเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติในช่วงหลัง ๆ ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในวัด ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ที่จะไม่รองรับโดยเฉพาะกลุ่มสามเณรที่เข้ามาหลักนั้นมี 3 กลุ่ม คือ 1.สามเณรเกิดในไทยที่ตกหล่นทางสถานะ 2.ลูกของแรงงานข้ามชาติ 3.กลุ่มสามเณรที่อพยพเข้ามา ซึ่งเด็กเหล่านี้เข้ามาพึ่งพาอาศัยวัดเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในชีวิตและเราจำเป็นที่จะต้องดูแล

พระมหาสมเกียรติ สิริอรุโน ผู้อำนวยการโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา กล่าวว่า สามเณรที่จบการศึกษาประถมศึกษาปีที่ 6 และกำลังเข้ามัธยมศึกษาปีที่ 1-3 เด็กในช่วงวัยนี้ไม่ได้มีปัญหามากนัก เพราะมีโรงเรียนซึ่งเป็นโรงเรียนปริยัติธรรมศึกษา แผนกสามัญศึกษา ซึ่งมีทั้งหมด 406 โรงเรียนทั่วประเทศรองรับ แต่ปัญหาหลัก ๆ คือสามเณรที่ไม่มีโอกาสเข้าเรียนคือช่วงวัยประถมศึกษาปีที่ 1-3 ซึ่งสำรวจเพียง 3 โรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ คือ โรงเรียนวัดป่าเป้า โรงเรียนวัดหนองบัว อำเภอแม่แตง โรงเรียนวัดหนองบัว อำเภอดอยสะเก็ด พบว่าสามเณรอยู่ในช่วงระดับป.1-6 จำนวน 81 รูป และจากไม่มีโรงเรียนรองรับ ทั้งนี้ต้องการแก้ไขปัญหาและเร่งหาวิธีการให้กับสามเณรเหล่านี้อย่างเร่งด่วน

ด้านสามเณร้อนแสง ชาวไทใหญ่ อายุ 15 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ได้อพยพตามพ่อกับแม่มาอยู่ในไทยเป็นเวลา 5 ปี จำพรรษาที่วัดแห่งหนึ่ง และกำลังศึกษาที่โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย โดยไปโรงเรียน 3 วันต่อสัปดาห์ ขณะนี้บวชเรียนได้ประมาณ 3 พรรษา เนื่องจากไร้โอกาสทางการศึกษาในระบบปกติ ส่วนตัวสนใจเรียนวิชาภาษาไทย และหากมีความรู้ความเข้าใจในการพูด อ่าน เขียนได้  ในอนาคตอาจจะใช้ความสามารถเพื่อเป็นล่ามแปลภาษาช่วยเหลือคนชาวไทใหญ่ด้วยกันได้

ส่อง ‘รถ’ ประจำตำแหน่ง ‘นายกฯ’ เศรษฐา ว่ากันว่า ซื้อใช้เอง สนนราคา 7.5 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557792

05 ก.ย. 2566

ส่อง 'รถ' ประจำตำแหน่ง 'นายกฯ' เศรษฐา ว่ากันว่า ซื้อใช้เอง สนนราคา 7.5 ล้าน

ไม่เอาแล้ว เบนซ์ S600 Guard Sedan Long ส่อง ‘รถ’ ประจำตำแหน่ง ‘นายกฯ’ เศรษฐา ว่ากันว่า ควักเงินส่วนตัว ซื้อใช้เอง สนนราคา 7.5 ล้าน

เป็นธรรมเนียม ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยเรื่องของ “รถประจำตำแหน่ง” รัฐมนตรี ที่เข้ารับตำแหน่ง โดยเฉพาะ “นายกฯ” ที่มีรถเบนซ์ รุ่น S 600 Guard sedan long ตกทอดจาก “บิ๊กตู่” เช็กสภาพ จอดประจำไว้ที่บ้านพิษณุโลกแล้ว แต่แว่วมาว่า นายกฯ “เศรษฐา” ได้ตัดสินใจที่จะใช้รถส่วนตัว ในการปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี โดยได้ถอยรถ Lexus LM 350h Executive สีดำ ป้ายแดง เพื่อใช้ในการปฎิบัติภารกิจแทน คมชัดลึก พาส่อง สมรรถนะ Lexus LM 350h Executive

 Lexus LM 350h Executive Lexus LM 350h Executive

All new Lexus LM 350h 2023 ราคาในไทย

  • Lexus LM 350h Executive 4 ที่นั่ง ราคา 7,590,000 บาท (รุ่นที่เศรษฐาซื้อใช้)
  • Lexus LM 350h Executive 7 ที่นั่ง ราคา 6,290,000 บาท

ระบบไฮบริด E-Four  ขับเคลื่อนสี่ล้อ ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร Dual VVT-i ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (หน้า-หลัง) ให้กำลังรวม 250 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ 8.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 17.9 กิโลเมตร/ลิตร

ภายในห้องโดยสาร มีทั้งเบาะ 2 แถว 4 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง โดยเบาะมีระบบเพิ่มความอุ่นที่เบาะ เบาะนวดไฟฟ้าที่นั่งแถวสอง เบาะเสริมรองรับต้นขา เบาะเสริมด้านหลังแถวที่ 3 พับแยก 50/50 พร้อมแผงควบคุม เพื่อการเข้าสู่รถวอล์ค-อิน สวิตช์ และรางเลื่อนไฟฟ้า

All new Lexus LM 350h All new Lexus LM 350h

เรียกได้ว่า เป็นห้องโดยสารระดับเฟิสต์คลาสเลยทีเดียว โดยระบบความบันเทิงในห้องผู้โดยสารตอนหลัง หน้าจอกว้างพิเศษ 48 นิ้ว (สำหรับรถรุ่น 4 ที่นั่ง) ออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษ ด้วยแรงบันดาลใจจากที่นั่งเครื่องบินโดยสารชั้น First class พร้อมผนังกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว กระจกปรับความเข้มแสงอัจฉริยะ ระบบเครื่องเสียงชั้นเลิศ “Mark Levinson Reference 3D Surround Sound System”

S600 Guard Sedan Long S600 Guard Sedan Long

สำหรับรถเบนซ์ ซึ่งใช้เป็นรถประจำตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น เป็นรถกันกระสุน เบนซ์ S 600 Guard sedan long จากบริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ จำกัด จำนวน 4 คัน ราคาคันละ 19.5 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเป็นรถประจำตำแหน่งนายกฯ และใช้รองรับแขกคนสำคัญของรัฐบาล

S600 Guard Sedan Long เป็นรถซีดานหุ้มเกราะ ภายนอกรวมถึงโครงสร้างตัวถัง มีการติดอุปกรณ์ความปลอดภัยไว้อย่างเต็มที่ มาพร้อมกระจกหนา 4 นิ้วเคลือบด้วย Poly carboon แม้จะดูไม่แตกต่างจากกระจกรถธรรมดา แต่ป้องกันอาวุธได้หลายรูปแบบ อาทิ กระสุน ไรเฟิล ระเบิดมือ ไปจนถึงระเบิดหนัก 15 กิโลกรัมเลยทีเดียว

ทั้งนี้ ภายหลังที่ พล.อ.ประยุทธ์ หมดวาระลง เบนซ์ S600 Guard Sedan Long ได้ถูกนำเข้าศูนย์เพื่อดูแล และเช็กระยะต่างๆ และจอดประจำไว้ที่บ้านพิษณุโลก พร้อมรถประจำตำแหน่งของรองนายกฯ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อมีข่าวว่า นายกฯ เศรษฐา ยอมควักเงินส่วนตัว ถอย Lexus LM 350h เป็นรถประจำตำแหน่งนายก แทน