มาเลเซียอำลาลูกแพนด้า 2 ตัว เตรียมส่งกลับคืนให้จีนตามข้อตกลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721166

มาเลเซียอำลาลูกแพนด้า 2 ตัว เตรียมส่งกลับคืนให้จีนตามข้อตกลง

30 ส.ค. 2566 09:22 น.

มาเลเซียอำลาลูกแพนด้า 2 ตัว เตรียมส่งกลับคืนให้จีนตามข้อตกลง

มาเลเซียจัดกิจกรรมอำลา “อี้อี้” และ “เซิงอี้” ลูกแพนด้ายักษ์ 2 ตัว ที่จะต้องถูกส่งตัวกลับคืนสู่จีนเร็วๆ นี้ ตามข้อตกลงกับรัฐบาลจีน หลังโควิด-19 ทำให้การส่งกลับต้องล่าช้าไปถึง 3 ปี

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2566 เว็บไซต์ข่าวสเตรทไทมส์ รายงานว่า สวนสัตว์แห่งชาติของมาเลเซีย จัดกิจกรรมอำลา “อี้อี้” (YiYi) และ “เซิงอี้” (Sheng Yi) ลูกแพนด้ายักษ์ 2 ตัว ที่จะต้องถูกส่งตัวกลับคืนสู่จีนเร็วๆ นี้ ตามข้อตกลงกับรัฐบาลจีน หลังจากแพนด้าน้อย 2 ตัว ซึ่งเกิดจากแม่แพนด้า “เหลียงเหลียง” (Liang Liang) และพ่อแพนด้า “ซิงซิง” (Xing Xing) สองทูตสันถวไมตรี และเจอสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กำหนดการส่งตัวกลับจีนก่อนหน้านี้ต้องล่าช้าออกไปถึง 3 ปี

นายเตียง ซี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของมาเลเซีย กล่าวว่า ตอนนี้โควิดผ่านไป 3 ปีแล้ว อี้อี้ และ เซิงอี้ กำลังจะกลับบ้านด้วยกัน ตามจุดประสงค์ของการอนุรักษ์แพนด้ายักษ์ ที่ทำให้พวกมันสามารถกลับไปเข้าสังคมและผสมพันธุ์กับแพนด้ายักษ์ตัวอื่นๆ ได้

ทั้งนี้ เหลียงเหลียง แม่แพนด้า ถูกส่งไปมาเลเซียเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีของการสถาปนา 40 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ เมื่อปี 2557 หลังจากส่งไปได้เพียงปีกว่าๆ ก็ให้กำเนิดลูกแพนด้า “หนวนหนวน” ที่ได้ถูกส่งกลับไปจีนแล้ว หลายฝ่ายตั้งความหวังว่า มันอาจจะตั้งท้องลูกหลานใหม่อีกครั้งทันเวลา เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี ในปี 2567 ที่กำลังจะมาถึง.

เฮอริเคน “อิดาเลีย” ทำน้ำท่วมคิวบา ก่อนเคลื่อนตัวออกไปมุ่งหน้าชายฝั่งสหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721161

เฮอริเคน "อิดาเลีย" ทำน้ำท่วมคิวบา ก่อนเคลื่อนตัวออกไปมุ่งหน้าชายฝั่งสหรัฐฯ

30 ส.ค. 2566 09:21 น.

เฮอริเคน “อิดาเลีย” ทำน้ำท่วมคิวบา ก่อนเคลื่อนตัวออกไปมุ่งหน้าชายฝั่งสหรัฐฯ

พายุเฮอริเคน “อิดาเลีย” สร้างความเสียหายให้กับหลายพื้นที่ใน 2 จังหวัดทางภาคตะวันตกของคิวบา เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนของประชาชนและมีกระแสลมพัดแรง

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2566 นายมิเกล ดิแอซ คาเนล ประธานาธิบดีของคิวบา ออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ระบุว่า พายุเฮอริเคน “อิดาเลีย” (Idalia) สร้างความเสียหายให้กับหลายพื้นที่ใน 2 จังหวัดทางภาคตะวันตกของประเทศ ได้แก่ จังหวัดปินาร์ เดล ริโอ และจังหวัดอาร์เตมิซา

ผู้นำคิวบาระบุว่า ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนของประชาชน หลายคนต้องอพยพหนีขึ้นที่สูง และคาดว่าจะพายุฝน มีกระแสลมแรง 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตลอดจนน้ำท่วมพื้นที่ใกล้ชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าพายุจะเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำคูยากัวเตเย ล้นตลิ่งท่วมพ้นที่ทำการเกษตรและบ้านเรือนของประชาชน

ประธานาธิบดีดิแอซ คาเนล ระบุว่า ภารกิจหลักของรัฐบาลตอนนี้คือเร่งแก้ไขเสาไฟฟ้าล้มหักโค่น และฟื้นฟูระบบการสื่อสาร ตลอดจนช่วยเกษตรกรทำหารเก็บพืชผลทางการเกษตรที่ยังเหลือรอดจากพายุ

ทางด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เฮอริเคนอิดาเลีย ทวีกำลังรุนแรงระดับ 3 ขณะเคลื่อนตัวผ่านอ่าวเม็กซิโก และเตรียมจ่อขึ้นฝั่งทางตะวันตกของรัฐฟลอริดา ในวันพุธที่ 30 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น.

เผยความลับดวงดาว นาซาเคยเจอสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร 50 ปีก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720975

เผยความลับดวงดาว นาซาเคยเจอสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร 50 ปีก่อน

30 ส.ค. 2566 08:00 น.

เผยความลับดวงดาว นาซาเคยเจอสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร 50 ปีก่อน

  • นักวิทยาศาสตร์รายหนึ่งเปิดเผยว่ายานไวกิ้งของนาซาน่าจะเคยเจอสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารเมื่อ 50 ปีก่อน แต่อาจพลาดฆ่ามันไปโดยไม่ตั้งใจ
  • ยานไวกิ้ง 1 ของนาซาได้ขึ้นไปสำรวจดาวอังคาร เมื่อ 20 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1976 ก่อนที่ยานไวกิ้ง 2 จะลงสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร เมื่อวันที่ 3 กันยายน 1976 โดยยานสำรวจทั้งสองลำทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้ข้อมูลเกี่ยวกับดาวอังคารมามากมาย
  • มีทฤษฎีว่าถ้าหากมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวอังคาร จุลินทรีย์จะกินสารอาหารและปล่อยคาร์บอนกัมมันตภาพรังสีออกมาเป็นก๊าซ แต่หากโดนน้ำมากเกินไปก็อาจจะทำให้จุลินทรีย์นั้นตายได้

เดิร์ก สชูลตซ์ มาคุช นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย เทคนิคัล เบอร์ลิน ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับการสำรวจดาวอังคารขององค์การนาซาด้วยยานไวกิ้งเมื่อ 50 ปีก่อน โดยเขาเชื่อว่านาซ่าได้เจอสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารแล้ว เพียงแต่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อการทดลองเมื่อปี 1970 อย่างการใช้น้ำรดลงไปในดินอาจจะทำให้สิ่งมีชีวิตประเภทจุลินทรีย์ตายโดยไม่ได้ตั้งใจ

โดยการทดลองที่รู้จักกันในชื่อ ไวกิ้ง เลเบล รีลีส (Viking Labeled Release experiment) ในเบื้องต้นพบกระบวนการเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน มีผลเป็นบวก แต่การทดลองในระยะต่อมากลับไม่พบร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆ

สชูลตซ์ มาคุชจึงเชื่อว่า น้ำที่มีสารละลายธาตุอาหารในดินอาจจะมีปริมาณมากเกินไป ทำให้สิ่งมีชีวิตตายไปหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง

ซึ่งแม้ว่าทฤษฎีนี้อาจจะฟังดูเกินจริงไปสำหรับบางคน แต่ก็เคยมีเคสของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในหินเกลือใน ทะเลทรายอะตาคามา ในอเมริกาใต้ ที่มีภูมิทัศน์คล้ายกับดาวอังคาร ซึ่งไม่ต้องการฝนเพื่อการมีชีวิตรอด และเมื่อใดที่มีน้ำมากเกินไปก็จะกำจัดจุลินทรีย์เหล่านั้นออกไปหมด

โดยยานไวกิ้ง 1 ของนาซ่าได้ขึ้นไปไปสำรวจดาวอังคาร เมื่อ 20 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1976 ก่อนที่ยานไวกิ้ง 2 จะลงสำรวจพื้นผิวดาวอังคารเมื่อวันที่ 3 กันยายน 1976 โดยยานสำรวจทั้งสองลำต่างเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทันสมัย เพื่อใช้เก็บข้อมูลของดาวอังคาร ทั้งแก๊สโครมาโตกราฟ / แมสสเปกโตรมิเตอร์, สเปกโตรมิเตอร์เรืองแสงเอกซเรย์ เครื่องวัดแผ่นดินไหว และเครื่องมืออุตุนิยมวิทยาและกล้องสเตอริโอแบบสี ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจสอบ สัญญาณของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำตัวอย่างดินมาศึกษา และได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติทางกายภาพของชั้นบรรยากาศ ไปจนถึงแรงแม่เหล็ก ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์

ในการทดลองเมื่อปี 2007 มีการใส่ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เข้าไปในเซลล์ที่สงสัยว่ามีชีวิตบนดาวอังคารอยู่ ซึ่งจะให้ประโยชน์ในสภาพแวดล้อมบนดาวอังคารที่อุณหภูมิติดลบ ซึ่งสชูลตซ์ เขียนในรายงานว่าการปรับตัวนี้น่าจะสอดคล้องกับผลลัพธ์ของการทดลองไวกิ้งได้ เนื่องจากเซลล์หรือสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารหากมีไฮโดรเจน เปอร็อกไซด์เป็นส่วนประกอบ เมื่อเติมน้ำเข้าไปก็อาจจะทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นตาย และเกิดการก่อตัวของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ตรวจพบ

แม้ว่านี่เป็นเพียงอีกความเห็นหนึ่งของนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการค้นพบสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร แต่การสำรวจดาวเคราะห์ต่างๆ ในระบบสุริยจักรวาลที่ยังทำได้เพียงน้อยนิด ก็ทำให้เรื่องราวเกี่ยวกับอวกาศนอกโลกยังคงเป็นเรื่องราวลึกลับที่ต้องรอการพิสูจน์ต่อไป โดยแม้ว่ายานสำรวจไวกิ้งทั้ง 2 จะปฏิบัติภารกิจสำรวจดาวอังคารเสร็จสิ้นไปตั้งแต่ปี 1982 แล้ว แต่ยานทั้งสองลำก็ยังคงจอดนิ่งสนิทอยู่บนดาวอังคารอยู่จนถึงทุกวันนี้ เพื่อรอคอยยานสำรวจลำใหม่ที่จะไปรับช่วงต่อในการสำรวจดาวอังคาร เพื่อไขความลับของดาวแดงให้มวลมนุษยชาติอีกครั้งในปี 2028.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : เดลีเมล์ , sciencetimes

คลิกติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ดาวอังคาร“

ตำรวจไนจีเรียบุกงานแต่งเกย์ จับกุม 67 คน ส่อโดนจำคุกสูงสุด 14 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721129

ตำรวจไนจีเรียบุกงานแต่งเกย์ จับกุม 67 คน ส่อโดนจำคุกสูงสุด 14 ปี

30 ส.ค. 2566 06:05 น.

ตำรวจไนจีเรียบุกงานแต่งเกย์ จับกุม 67 คน ส่อโดนจำคุกสูงสุด 14 ปี

ตำรวจไนจีเรียบุกทลายงานแต่งงานเกย์ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จับกุมผู้ร่วมงานและผู้เกี่ยวข้องรวม 67 คน โดยพวกเขาอาจถูกจำคุก 14 ปีตามกฎหมายต่อต้านการรักเพศเดียวกัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายไบรท์ เอดาเฟ โฆษกตำรวจรัฐเดลตา ทางตอนใต้ของไนจีเรีย เปิดเผยว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ส.ค. 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังบุกโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองเอคแพน และจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นเกย์ 2 รายที่กำลังเข้าพิธีแต่งงานกัน รวมทั้งจับผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวคนในงานกว่า 200 คน ก่อนจะจับกุม 67 คนในจำนวนนี้ ส่วนที่เหลือได้รับการปล่อยตัว ก่อนจะนำตัวผู้ต้องสงสัยไปแห่ประจานที่สถานีตำรวจ

ทั้งนี้ ไนจีเรียมีกฎหมายห้ามการสมรสของคนเพศเดียวกัน มีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี กับกฎหมายห้ามคนเพศเดียวกันมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว แม้จะถูกต่อต้านจากนานาชาติ แต่กฎหมายนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศเช่นกัน โดยเฉพาะชาติแอฟริกา ที่มากกว่า 30 ประเทศมีแบนการมีความสัมพันธ์ระหว่างคนเพศเดียวกัน

นายเอดาเฟ กล่าวว่า จะไม่ยอมให้การรักร่วมเพศเกิดขึ้นในประเทศไนจีเรีย “เราอยู่ในแอฟริกาและเราอยู่ในไนจีเรีย เราไม่สามารถเลียนแบบโลกตะวันตกเพราะเราไม่ได้มีวัฒนธรรมแบบเดียวกัน”

เขายังเรียกร้องตำรวจในไนจีเรียว่าอย่าปล่อยผ่าน และมองดูเหล่าเกย์แสดงความเชื่อของตัวเองในประเทศนี้อย่างเปิดเผย “นี่ไม่ใช่สิ่งที่ได้รับอนุญาตในไนจีเรีย” พร้อมยืนยันว่า ผู้ต้องสงสัยจะถูกส่งฟ้องขึ้นศาลหลังจากการสืบสวนจบลง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อังกฤษเผยข้อมูลการบินมีปัญหา ทำยกเลิกเที่ยวบินอื้อ-คาดแก้ไขหลายวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721123

อังกฤษเผยข้อมูลการบินมีปัญหา ทำยกเลิกเที่ยวบินอื้อ-คาดแก้ไขหลายวัน

30 ส.ค. 2566 04:35 น.

อังกฤษเผยข้อมูลการบินมีปัญหา ทำยกเลิกเที่ยวบินอื้อ-คาดแก้ไขหลายวัน

หัวหน้าหน่วยงานควบคุมการบินของสหราชอาณาจักรเผย การยกเลิกเที่ยวบินนับพันเที่ยวทั่วประเทศเมื่อวันจันทร์ มีต้นเหตุจากข้อมูลการบินที่พวกเขารับเข้าระบบวางแผนการบิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานการจราจรทางอากาศแห่งชาติ (Nats) ของสหราชอาณาจักร เปิดเผยเมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ 29 ส.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น ว่าการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1,500 เที่ยวทั่วประเทศเมื่อวันจันทร์ มีสาเหตุจากข้อมูลการบินที่พวกเขาได้รับ ส่งผลให้ระบบหยุดประมวลผลอัตโนมัติ และต้องทำงานด้วยมือทั้งหมด

“การสืบสวนเบื้องต้นในปัญหาที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า มันเกี่ยวข้องกับข้อมูลการบินบางอย่างที่เราได้รับ” นาย มาร์ติน รอล์ฟ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารของ Nats กล่าว “ระบบของเรา ทั้งระบบหลักและสำรอง ตอบสนองด้วยการระงับการประมวลผลอัตโนมัติ เพื่อรับประกันว่าจะไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ไม่ถูกต้อง ส่งถึงผู้ควบคุมการบินหรือกระทบต่อระบบการเดินทางทางอากาศทั้งหมด”

“นี่เป็นเหตุขัดข้องทางเทคนิคที่เกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราว ซึ่งมีความซับซ้อน และใช้เวลานานในการแก้ไข” นายรอล์ฟกล่าวต่อ “ในกรณีที่ปัญหานี้เกิดขึ้น ระบบของเราถูกออกแบบมาให้แยกเดี่ยวปัญหา และให้ความสำคัญกับการควบคุมการจราจรทางอากาศอย่างปลอดภัยต่อไป”

ทั้งนี้ Nats ยืนยันพบปัญหาในช่วงก่อนเที่ยงวันจันทร์ที่ 28 ส.ค. โดยยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ ขณะที่มีผู้โดยสารจำนวนมากต้องนอนค้างแรมที่สนามบิน หรือเลือกเดินทางด้วยเส้นทางที่ไม่ได้รับผลกระทบ ในขณะที่กระทรวงคมนาคมสหราชอาณาจักร อนุมัติการบินเวลากลางคืนให้แก่สนามบินทุกแห่ง เพื่อบรรเทาเที่ยวบินที่คั่งค้าง

ด้านนาย มาร์ก ฮาร์เปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จัดการประชุมร่วมกับ Nats, สำนักงานการบินพลเรือน (CAA), สายการบิน, เจ้าหน้าที่สนามบิน, คณะกรรมการการค้า และกองกำลังป้องกันชายแดน โดยนายฮาร์เปอร์เตือนว่า ปัญหานี้น่าจะดำเนินต่อไปอีก 2-3 วันข้างหน้า และผู้โดยสารควรตรวจสอบเที่ยวบินของตัวเองก่อนไปสนามบิน

ขณะที่นาย วิลลี วอลช์ หัวหน้าสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) กล่าวว่า Nats มีคำถามสำคัญหลายข้อที่ต้องตอบ เกี่ยวกับความรับผิดชอบของพวกเขาในปัญหาครั้งนี้ “ความล้มเหลวในบริการสำคัญแบบนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และทำให้เกิดคำถามเรื่องการละเลยของ CAA ผู้ต้องทบทวนแผนการรับมือของ Nats ภายใต้เงื่อนไขในใยอนุญาตของพวกเขา”

“สายการบินต่างๆ ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ในด้านการดูแลและช่วยเหลือ ไม่รวมค่าเสียหายจากการหยุดชะงักต่อลูกเรือและตารางบิน แต่ Nats ไม่เสียอะไรเลย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จนท.จี้หลาน “จอห์นนี คิตากาวะ” ลาออก CEO เซ่นคดีล่วงละเมิดศิลปิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721122

จนท.จี้หลาน “จอห์นนี คิตากาวะ” ลาออก CEO เซ่นคดีล่วงละเมิดศิลปิน

30 ส.ค. 2566 03:22 น.

จนท.จี้หลาน “จอห์นนี คิตากาวะ” ลาออก CEO เซ่นคดีล่วงละเมิดศิลปิน

ทีมสืบสวนของญี่ปุ่นเรียกร้องให้หลานสาวของ จอห์นนี คิตากาวะ ลาออกจากตำแหน่งซีอีโอบริษัท Johnny เพื่อรับผิดชอบต่อการละเมิดศิลปินที่นักปั้นชื่อดังผู้ล่วงลับรายนี้ก่อขึ้น

เมื่อวันอังคารที่ 29 ส.ค. 2566 คณะกรรมการสืบสวนอิสระของญี่ปุ่น เผยแพร่รายงานการสืบสวนข้อกล่าวหาของนาย จอห์นนี คิตากาวะ เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศศิลปินหลายสิบราย โดยพวกเขาเรียกร้องให้นางจูเลีย เคอิโกะ ฟุจิชิมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Johnny and Associates หลานสาวของนายคิตากาวะ ลาออกเพื่อรับผิดชอบด้วย

อนึ่ง สารคดีของ บีบีซี ซึ่งเผยแพร่ในเดือนเมษายน เปิดโปงเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศศิลปินของนายคิตากาวะ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งวงการไอดอลของญี่ปุ่นและบริษัทจัดหาศิลปินของเขาแทบจะผูกขาดอุตสาหกรรมบอยแบนด์ในประเทศมานานหลายสิบปี

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดหรือเอาเปรียบทางเพศกลับไล่ตามเขามาตลอดสายอาชีพ บางคดีได้รับการพิสูจน์ในศาลแพ่ง แต่ตัวเขาไม่เคยถูกตั้งข้อกล่าวหาเลย เขายังคงเฟ้นหาและฝึกฝนศิลปินหนุ่มจนกระทั้งเสียชีวิตเมื่อ 4 ปีก่อน ขณะมีอายุ 87 ปี และมีพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ระดับประเทศ แม้แต่นายกรัฐมนตรียังส่งข้อความแสดงความเสียใจ

เมื่อเดือนมิถุนายน บริษัท Johnny and Associates ออกแถลงการณ์ขอโทษ แต่ดูเหมือนจะไม่เพียงพอสำหรับเหล่าแฟนๆ และครอบครัวของศิลปิน เพราะไม่มีการยอมรับว่าข้อกล่าวหาเป็นเรื่องจริง และอ้างว่าเธอไม่รู้เรื่องการกระทำของนายคิตากาวะซึ่งเป็นลุงของเธอ

ในวันอังคารที่ 29 ส.ค. คณะกรรมการสืบสวนอิสระระบุในรายงานว่า การบริหารด้วยคนในครอบครัวของบริษัท Johnny and Associates เป็นหนึ่งในสาเหตุใหญ่ที่สุดที่ทำให้การบริหารล้มเหลว ซึ่งทำให้การล่วงละเมิดต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ ดังนั้น การเปลี่ยนตัวนาง ฟุจิชิมะ จากตำแหน่งประธานและซีอีโอ จึงเป็นส่งจำเป็น

คณะกรรมการระบุอีกว่า เปลี่ยนตัวผู้บริหารจะทำให้ Johnny and Associates สามารถปรับโครงสร้างผู้นำของบริษัทได้ และเรียกร้องให้บริษัทจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของนายคิตากาวะด้วย

ทั้งนี้ นาย มาโคตะ ฮายาชิ อดีตอัยการญี่ปุ่น กับจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิกอีก 1 คน ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการอิสระสืบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับนายคิตากาวะ โดยพวกเขาสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง 41 คน ซึ่งรวมถึงนางฟุจิชิมะ และเหยื่อจำนวน 23 คนด้วย

พวกเขาพบว่า คิตากาวะก่อเหตุกับชายหนุ่มจำนวนมากตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1950 ไปจนถึงช่วงปี 2010

ขณะที่คณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เผยแพร่รายงานเมื่อต้นเดือนสิงหาคม โดยพวกเขาพบว่าคิตากาวะลวนลามเด็กหนุ่มหลายร้อยคน และพบด้วยว่า สภาพแวดล้อมการทำงานในอุตสาหกรรมบันเทิงของญี่ปุ่นนั้น เอื้อให้ผู้กระทำผิดทางเพศสามารถลงมือได้โดยไม่ถูกลงโทษ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

UN เตือน คนนับแสนถูกบีบบังคับก่ออาชญากรรมออนไลน์ในเอเชียอาคเนย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721121

UN เตือน คนนับแสนถูกบีบบังคับก่ออาชญากรรมออนไลน์ในเอเชียอาคเนย์

30 ส.ค. 2566 01:59 น.

UN เตือน คนนับแสนถูกบีบบังคับก่ออาชญากรรมออนไลน์ในเอเชียอาคเนย์

รายงานสหประชาชาติเตือน คนหลายแสนคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังตกเป็นเหยื่อถูกขู่บังคับให้ก่อเหตุหลอกลวงบนโลกออนไลน์ สร้างความเสียหายมหาศาล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหประชาชาติเผยแพร่รายงานฉบับใหม่ในวันอังคารที่ 29 ส.ค. 2566 ระบุว่า ตอนนี้มีเหยื่อนับแสนคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังถูกแก๊งอาชญากรรมข่มขู่ให้ก่อเหตุหลอกลวงทางออนไลน์ โดยหลายคนเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ และเผชิญกับเหตุความรุนแรงมากมาย ทั้งการทรมานและล่วงละเมิดทางเพศ

“ผู้คนที่ถูกข่มขู่ให้ทำงานในปฏิบัติการหลอกลวงเหล่านี้ ต้องอดทนต่อการปฏิบัติอย่างไม่ใช่มนุษย์ ระหว่างถูกบังคับให้ก่ออาชญากรรม” นายวอลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่แห่งสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุ “พวกเขาคือเหยื่อ พวกเขาไม่ใช่อาชญากร”

รายงานระบุอีกว่า เป็นเรื่องยากที่จะประเมินขอบเขตของผู้เสียหายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ เนื่องจากการกระทำเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างลับๆ บวกกับช่องว่างในการตอบสนองของเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ชี้ว่า มีประชาชนอย่างน้อย 120,000 คนทั่วเมียนมา ตกอยู่ในสถานการณ์ที่พวกเขาถูกบังคับให้ก่อเหตุหลวงลวงทางออนไลน์ ขณะที่ในกัมพูชามีประมาณ 100,000 คน

รายงานระบุด้วยว่า การหลอกลวงทางออนไลน์นี้สร้างเม็ดเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยเหยื่อถูกพามาจากทั่วอาเซียน, จีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง, ไต้หวัน, เอเชียใต้ และไกลกว่านั้นอย่างแอฟริกาและลาตินอเมริกา โดยที่ ลาว, ฟิลิปปินส์ และไทย เป็นหนึ่งในประเทศจุดหมายปลายทางหลัก หรือทางผ่านในการขนย้ายคนเหล่านี้

เหยื่อที่ถูกพาเข้าสู่ปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แม้จะมีผู้หญิงและวัยรุ่นบ้างก็ตาม

เครือข่ายเหล่านี้ได้ผลประโยชน์อย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19 หลังจากกาสิโนในหลายประเทศต้องปิดทำการเพราะมาตรการควบคุม ส่งผลให้ผู้ประกอบการกาสิโนย้ายไปยังพื้นที่ที่มีการตรวจสอบน้อยลง รวมถึงพื้นที่พิพาทและโลกออนไลน์ นอกจากนั้น วิกฤติโควิดยังทำให้คนต่างด้าวจำนวนมากตกงานและติดค้างในต่างประเทศเพราะการปิดชายแดน

การล็อกดาวน์ยังทำให้ผู้คนใข้เวลาบนโลกออนไลน์มากขึ้น และเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงทางออนไลน์มากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ นาย ชาย กิม เคือน (Chhay Kim Khoeun) โฆษกตำรวจกัมพูชากล่าวว่า เขายังไม่เห็นรายงานของสหประชาชาติฉบับนี้ แต่เขามีข้อสงสัยเกี่ยวกับจำนวนดังกล่าว “ผมไม่ทราบว่าจะตอบสนองอย่างไร พวกเขาไปได้ตัวเลขนั้นมาจากไหน? พวกเขาสืบสวนหรือยัง? พวกเขาได้ข้อมูลนี้มาจากที่ไหน? ชาวต่างชาติอยากจะพูดอะไรก็พูดได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

วากเนอร์เผย ฝังศพ ‘ปริโกซิน’ อดีตผู้ก่อตั้งแล้ว หลังเครื่องบินตกเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721116

วากเนอร์เผย ฝังศพ ‘ปริโกซิน’ อดีตผู้ก่อตั้งแล้ว หลังเครื่องบินตกเสียชีวิต

30 ส.ค. 2566 00:06 น.

วากเนอร์เผย ฝังศพ ‘ปริโกซิน’ อดีตผู้ก่อตั้งแล้ว หลังเครื่องบินตกเสียชีวิต

บริษัททหารรับจ้าง วากเนอร์ เผย จัดพิธีศพฝังร่างของ นายเยฟเกนี ปริโกซิน อดีตผู้ก่อตั้งแล้ว หลังเขาเสียชีวิตในเหตุเครื่องบินตกเมื่อสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฝ่ายสื่อของบริษัททหารรับจ้าง ‘วากเนอร์ กรุ๊ป’ ของรัสเซีย เผยแพร่แถลงการณ์สั้นๆ ผ่านแพลตฟอร์ม เทเลแกรม ในวันอังคารที่ 29 ส.ค. 2566 ว่า ร่างของ เยฟเกนี ปริโกซิน อดีตผู้ก่อตั้งของพวกเขา ได้รับการกลบฝังแล้วในพิธีศพอย่างเป็นส่วนตัว ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

วากเนอร์ เผยอีกว่า พิธีศพดังกล่าวจัดขึ้นแบบปิด และผู้ที่ต้องการบอกลาทุกคนสามารถมาเยี่ยมเยียนหลุมศพของนายปริโกซินได้ที่สุสานโปโรคอฟสโกเย ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ขณะที่เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่นของรัสเซียอย่าง MSK1 รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่จัดพิธีศพของนายปริโกซินว่า พิธีจัดขึ้นในเวลาประมาณ 16.00 น. วันอังคาร โดยจัดแบบปิดตามความปรารถนาของญาติของเขา MSK1 บอกอีกว่า ร่างของปริโกซินถูกฝังเคียงข้างหลุมศพของผู้เป็นบิดา

ทั้งนี้ ทางการรัสเซียออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า นายปริโกซินเป็น 1 ใน 10 ผู้เสียชีวิตในเหตุเครื่องบินเล็กตกทางเหนือของกรุงมอสโก เมื่อ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากได้รับผลการตรวจสอบด้านพันธุกรรม

เหตุเครื่องบินตกดังกล่าวทำให้เกิดการคาดเดาไปต่างๆ นานา ผู้สังเกตการณ์หลายคนทั้งในและนอกรัสเซียเชื่อว่า เหตุการณ์นี้อาจไม่ใช่อุบัติเหตุ บางคนถึงขั้นกล่าวโทษรัฐบาลรัสเซียว่าอยู่เบื้องหลัง เพื่อลงโทษนายปริโกซินที่ก่อกบฏเมื่อเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเครมลินปฏิเสธ

วันเดียวกัน พิธีศพของ นายวาเลรี เชคาลอฟ รองหัวหน้าระดับสูงของบริษัท วากเนอร์ ซึ่งเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ด้วย ก็จัดขึ้นที่สุสานเซเวอร์โนเย ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อนึ่ง เชื่อกันว่าชายวัย 46 ปีผู้นี้คอยดูแลด้านผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท ที่ไม่เกี่ยวข้องกับด้านการทหาร

ก่อนหน้านี้ นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลิน ยืนยันว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน จะไม่ไปร่วมพิธีศพของนายปริโกซิน

ที่มา : bbc

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

สะพรึง พายุ ‘อิดาเลีย’ ทวีกำลัง ขึ้นเป็นเฮอริเคนระดับ 3 จ่อถล่มฟลอริดา (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721077

สะพรึง พายุ ‘อิดาเลีย’ ทวีกำลัง ขึ้นเป็นเฮอริเคนระดับ 3 จ่อถล่มฟลอริดา (คลิป)

29 ส.ค. 2566 19:58 น.

สะพรึง พายุ ‘อิดาเลีย’ ทวีกำลัง ขึ้นเป็นเฮอริเคนระดับ 3 จ่อถล่มฟลอริดา (คลิป)

ประชาชนราว 14 ล้านคนในรัฐฟลอริดา ทางภาคใต้ของสหรัฐฯหวาดหวั่น เตรียมเผชิญหน้ากับเฮอริเคน ‘อิดาเลีย’ (Idalia) ทวีกำลังรุนแรงระดับ 3 ขณะเคลื่อนตัวผ่านอ่าวเม็กซิโก และจ่อขึ้นฝั่งทางตะวันตกของรัฐฟลอริดา ในวันพุธที่ 30 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ ออกคำเตือนให้ประชาชนในรัฐฟลอริดาระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง การเกิดสตอร์มเซิร์จ หรือคลื่นสูง 3-4 เมตรซัดชายฝั่ง จนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันบริเวณชายฝั่งตะวันตกของรัฐฟลอริดา

ขณะที่ทางการรัฐฟลอริดาเตรียมความพร้อมรับมือเฮอริเคนอิดาเลียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน 46 เคาน์ตีแล้ว พร้อมกับมีการปิดสนามบินนานาชาติแทมปา และสนามบินเซนต์พีต-เคลียร์วอเทอร์ ตั้งแต่ 29 ส.ค. รวมถึงอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย สั่งปิดโรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ขณะที่ทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิประจำรัฐฟลอริดา กว่า 1,100 นาย เตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัย

พายุโซนร้อน อิดาเลีย ทำให้เกิดฝนตกหนัก จนน้ำท่วมฉับพลันขณะเคลื่อนผ่านทางตะวันตกของคิวบา เมื่อ 28 ส.ค.

ทั้งนี้ พายุโซนร้อน ‘อิดาเลีย’ (Idalia) ได้ก่อตัวขึ้นในทะเลแคริบเบียนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ส.ค. 2566 ได้ทวีกำลังอย่างรวดเร็วขึ้นเป็นเฮอริเคนระดับ 3 ขณะเคลื่อนตัวผ่านอ่าวเม็กซิโก มุ่งหน้าจ่อถล่มรัฐฟลอริดา ภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา

ก่อนหน้านี้ พายุโซนร้อนอิดาเลีย ขึ้นฝั่งบริเวณปลายแหลมทางตะวันตกของคิวบาเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ก่อนจะมุ่งหน้ามายังรัฐฟลอริดา โดยอิทธิพลของเฮอริเคนอิดาเลียทำให้เกิดฝนตกหนัก จนน้ำท่วมฉับพลัน ต้องอพยพประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในเมืองพินาร์ เดล ริโอ  ราว 600 ครอบครัวไปอยู่ในที่ปลอดภัย

ศาลปากีสถาน สั่งพักโทษจำคุก 3 ปี อดีตนายกฯ ‘อิมราน ข่าน’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721062

ศาลปากีสถาน สั่งพักโทษจำคุก 3 ปี อดีตนายกฯ ‘อิมราน ข่าน’ แล้ว

29 ส.ค. 2566 19:14 น.

ศาลปากีสถาน สั่งพักโทษจำคุก 3 ปี อดีตนายกฯ ‘อิมราน ข่าน’ แล้ว

ศาลปากีสถานสั่งระงับโทษ อิมราน ข่าน อดีตนายกฯปากีสถาน ที่ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 3 ปี ในคดีทุจริตคอร์รัปชัน ไม่แจ้งบัญชีรายได้จากการขายของขวัญที่ได้รับระหว่างดำรงตำแหน่งผู้นำปากีสถาน

เมื่อ 29 ส.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ศาลปากีสถานมีคำสั่งพักโทษจำคุก นายอิมราน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เป็นเวลา 3 ปีจากคดีทุจริตคอร์รัปชัน แต่ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าอิมราน ข่าน วัย 70 ปี จะได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำหรือไม่

นอกจากนั้น ศาลสูงกรุงอิสลามาบัด ยังอนุญาตให้นายอิมราน ข่าน ได้รับการประกันตัว จนกว่าจะมีการพิจารณาคำอุทธรณ์ในคดีที่นายอิมราน ข่านถูกตัดสินลงโทษ 3 ปี ในข้อหาไม่ยื่นบัญชีเงินได้ จากการขายของขวัญที่ได้รับในช่วงดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2561-2565 อย่างไรก็ดี ศาลสูงกรุงอิสลามาบัดได้มีคำสั่งให้นายอิมราน ข่าน ถูกควบคุมตัวในเรือนจำจนถึงวันพุธที่ 30 ส.ค. จากความผิดในคดีอื่น

ทีมทนายความและบรรดาผู้สนับสนุนนายอิมราน ข่านอดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถาน แสดงความดีใจ หลังศาลสั่งพักโทษนายอิมราน ข่านถูกจำคุก 3 ปีในคดีทุจริตคอร์รัปชั่น เมื่อ 29 ส.ค.2566

ด้านทีมทนายความของอดีตนายกรัฐมนตรีข่าน กล่าวว่า ขณะนี้นายอิมราน ข่านถูกฟ้องดำเนินคดีกว่า 100 ข้อหา นับตั้งแต่เขาถูกโค่นล้มจากตำแหน่งในการลงไม่มติไม่ไว้วางใจเมื่อปีก่อน

เมื่อ 5 ส.ค. 2566 นายอิมราน ข่าน ได้ถูกศาลตัดสินจำคุก 3 ปี ในคดีทุจริตคอร์รัปชันจากการไม่ยื่นบัญชีเงินได้จากการขายของขวัญที่ได้รับระหว่างดำรงตำแหน่ง และถูกตัดสิทธิห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี โดยอดีตนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่านได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจากบ้านพักของเขาในเมืองลาฮอร์ ไปเข้าเรือนจำในจังหวัดปัญจาบทันที

ตามรายงานของกระทรวงข่าวสารของปากีสถาน ระบุว่า บรรดาของขวัญที่อดีตนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ได้รับและนำไปขายโดยไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินนั้น เป็นมูลค่ากว่า 140 ล้านรูปีปากีสถาน (ราว 635, 000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 22.2 ล้านบาท) รวมทั้งนาฬิกาข้อมือ ถึง 7 เรือนที่ราชวงศ์ต่างชาติราชวงศ์หนึ่งมอบให้ ซึ่งก่อนหน้านี้ มีการกล่าวหาว่า ที่ปรึกษาของนายอิมราน ข่าน ได้นำนาฬิกาเหล่านี้ไปขายในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งนาฬิกาเรือนที่แพงที่สุด เป็นนาฬิกายี่ห้อ โรเล็กซ์ (Rolex) รุ่น ‘Master Graff limited edition’ มีสนนราคาเรือนละ 82 ล้านรูปี (3 แสนดอลลาร์) หรือราว 10.50 ล้านบาทเลยทีเดียว

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่:https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBC, Aljazeera