‘ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร’ กุนซือทีมเศรษฐกิจเจ้าของแนวคิด เงินดิจิทัล 10,000

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557342

30 ส.ค. 2566

'ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร' กุนซือทีมเศรษฐกิจเจ้าของแนวคิด เงินดิจิทัล 10,000

ส่องเส้นทาง ‘ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร’ หลังกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้ง เป็นกุนซือทีมเศรษฐกิจเจ้าของแนวคิด เงินดิจิทัล 10,000 บาท ควบตำแหน่งรองนายกฯ กุมเก้าอี้กระทรวงการต่างประเทศ

จัดตั้งคณะรัฐมนตรีกันไปแล้วสำหรับ ครม.เศรษฐา 1 หลายที่นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำกระทรวงอาจจะเป็นที่คุ้นเคยกันดี เพราะส่วนใหญ่มาจาก ครม.ประยุทธ์ หลายคน แต่อีกหนึ่งคนที่ไม่พูดพุงไม่ได้ คือ “ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” ที่กลับเข้ามาทำงานในสนามการเมืองอีกครั้งหลังจากที่เคยเป็นทีมเศรษฐกิจในกับรัฐบาลมาแล้วหลายยุค การกลับมาครั้งนี้ของ “ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” เป็นการกลับมาที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก เพราะ ดร.ปานปรีย์ กลับคุมเศรษฐกิจของ ครม.เศรษฐา 1 อีกทั้งยังเป็นคนคิดนโยบายแจก เงินดิจิทัล 10,000 บาท

ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกรดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร

สำหรับ “ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตผู้แทนการค้าไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐ เริ่มทำงานเป็นข้าราชการ ที่สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำหน้าที่วิเคราะห์นโยบาย และเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ในสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี และในสมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี

ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกรดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร

ประสบการณด้านการเมืองและการทำงานของ “ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” เรียกผ่านการทำงานด้านเศรษฐกิจมาอย่างมากมาย และได้รับตำแหน่งที่สำคัญๆ ทั้งสิ้น  

-ที่ปรึกษานายกฯ ด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศ รัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ 

-สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา ปี 2545 

-ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ปี 2546-2546 รัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร 

-ผู้แทนการค้าไทยปี 2548 

-รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (อันดับ 1) ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและเป็นกรรมการยุทธศาสตร์  2551-2553 

-ประธานกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปี 2556 

ครอบครัวของ ดร.ปานปรีย์ เป็นข้าราชการ มีคุณปู่(พระพหิทธานุกร) เคยเป็นปลัดกระทรวงต่างประเทศ และเป็นทูตในหลายประเทศ ส่วนคุณพ่อ สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนกลับมาทำงานในกระทรวงต่างประเทศ

“ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” จบการศึกษาระดับปริญญาตรี – สำเร็จการศึกษาด้านนิติศาสตร์บัณฑิต ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาระดับปริญญาโท ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริการะดับปริญญาเอก ด้านการบริหารจัดการภาครัฐ ที่ Claremont Graduate University(CGU) สหรัฐอเมริกา

“ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” ถือว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถด้านเศรษฐกิจและการเจรจาอย่างมาก โดยการทำงานที่ผ่านมายังเคยเป็นหัวหน้าคณะเจรจาจัดทำเขตการค้าเสรี (ประเทศอินเดีย และกลุ่มประเทศ BIMST-EC) และเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม วางแผนแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่ออุตสาหกรรมใน Eastern Seaboard 

 ดร.ปานปรีย์ นั่งด้านซ้ายมือ เศรษฐา ทวีสินดร.ปานปรีย์ นั่งด้านซ้ายมือ เศรษฐา ทวีสิน

อย่างไรก็ตาม “ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร” ถือว่าเป็นคนสำคัญอย่างมากในการวางยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะนโยบายประชานิยมอย่าง นโยบายแจกเงิน ดิจิทัล 10,000 บาท  โดย ดร.ปานปรีย์ เคยให้สัมภาษณ์กับ ฐานเศรษฐกิจ ถึงนโยบาย เงินดิจิทัล 10,000 บาท เอาไว้ว่า “นโยบายนี้ถือเป็นการคิดนโยบายที่เป็นนวัตรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งผ่านกระบวนการคิดกันมาอย่างละเอียด และที่ผ่านมาก็มีการทำนโยบายลักษณะนี้ในบางประเทศแล้ว เช่น ประเทศฟินแลนด์ คือ Universal Basic Income โดยนโยบายดังกล่าวมีแนวคิดการผลักดันนวัตกรรม ซึ่งเรื่องของการแจกเงินดิจิทัลก็ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย แม้ในช่วงแรกเมื่อประกาศไปแล้วจะทำให้คนเกิดความตกใจว่าจะมีวิธีการทำยังไง มีรูปแบบอย่างไร แล้วจะใช้เงินได้อย่างไรบ้าง  เบื้องต้นในการผลักดันนวัตกรรมการแจกเงินดิจิทัลออกมาถึงมือชาวบ้าน จะทำผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า บล็อกเชน (blockchain) และออกโทเคนดิจิทัล (Digital Token) 

‘เศรษฐา’ รับ ‘ชลน่าน’ คุยเรื่องลาออกแล้ว รอเจ้าตัวแถลงเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557328

30 ส.ค. 2566

'เศรษฐา' รับ 'ชลน่าน' คุยเรื่องลาออกแล้ว รอเจ้าตัวแถลงเอง

‘เศรษฐา’ รับ ‘ชลน่าน’ คุยกับผู้ใหญ่ในพรรคปมลาออกแล้วรอเจ้าตัวแถลงเอง มอง ‘สุทิน’ เหมาะคุมกลาโหม เผย 11 โมง รทสช.เข้ามาคุยเรื่องนโยบาย

วันที่ 30 ส.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ การจัดวางบุคคลไม่เหมาะสมกับตำแหน่งว่า ขอให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล และให้เกียรติคณะเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ยอมรับว่าสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ต้องให้เกียรติว่าที่รัฐมนตรีด้วย พร้อมมั่นใจว่ารัฐบาลมีภารกิจสำคัญมาก และมีเป้าหมายชัดเจน ขอวัดด้วยเรื่องตรงนี้ เพราะทุกคนต้องเริ่มงานกันแล้ว 

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกรณีที่สังคม และกองทัพ ตั้งคำถามหากมีพลเรือนเข้ามาคุมกองทัพจะถูกด้อยค่าว่านายสุทิน คลังแสงว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็น สส.หลายสมัย และเท่าที่รู้จักนายสุทินเป็นคนให้เกียรติคน เชื่อว่า การประสานงานกับกองทัพจะไม่มีปัญหา โดยตนเองจะเข้าไปช่วยดูด้วย ต้องให้แน่ใจว่าทุกสถาบันได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม สมฐานะ

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกระแสข่าวมีว่าที่รัฐมนตรีของพรรคร่วมบางคนคุณสมบัติไม่ผ่านว่า ยังไม่ทราบเรื่องรวมถึงเรื่องของนายณัฐพร โตประยูร ทำจดหมายเปิดผนึก เพื่อแจ้งว่ามีรัฐมนตรี 4 คน ที่มีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องยังไม่ถึงตนเอง แต่เชื่อว่าทั้ง 4 คน เป็นบุคคลที่เหมาะสมในการเข้าดำรงตำแหน่ง แต่ยังต้องรอเลขา ครม. แจ้งเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกระแสข่าวหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว จะลาออกจากตำแหน่งว่า ได้ทราบแล้ว และคิดว่านายแพทย์ชลน่าน จะประกาศลาออกเอง ต้องให้เกียรติท่าน ยอมรับว่ามีการพูดคุยกันแต่นายแพทย์ชลน่านจะเป็นคนแถลงเอง ท่านเป็น สส.หลายสมัยทำประโยชน์ให้กับพรรคเพื่อไทยมานาน เป็นที่รักของ สส.ทุกคน ผมเข้ามาใหม่ท่านก็ให้การดูแลที่ดี เชื่อว่าไม่ว่านายแพทย์ชลน่านจะตัดสินใจอย่างไร ท่านยังคงอยู่ในพรรคเพื่อไทย ยังคงช่วยเหลือพรรคและดูแลประชาชนต่อไป พร้อมย้ำว่า ต้องให้เกียรติท่านในการแถลงเอง ส่วนที่ตนเคยบอกว่าจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์ไม่ใช่เรื่องที่นายแพทย์ชลน่านจะลาออกเรื่องการลาออกนายแพทย์ชลน่านได้ประกาศไว้นานแล้ว ว่าหากมีการเลือกนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยเมื่อเสร็จภารกิจก็จะประกาศลาออก 

เมื่อถามว่า ส่วนใครจะเป็นคนนำพรรคเพื่อไทยต่อ นายเศรษฐา ระบุว่า ต้องมีการประชุมพรรคเราเป็นพรรคที่มีสมาชิกเยอะต้องว่าไปตามกฎของพรรคการเมือง คงต้องมีการรักษาการไปก่อน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ตามระยะเวลาที่กำหนด ขออย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้นให้รอฟังแถลงก่อน

นายเศรษฐา ยังมองคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป ว่า ในฐานะสมาชิกพรรคมองว่าต้องเป็นคนที่อยู่ในพรรคมานานพอสมควร มีความรู้ ความสามารถ รอบรู้ทั้งด้านการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมส่วนคิดว่านายแพทย์ชลน่านจะกลับมานั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ เรื่องนี้ตนไม่ขอก้าวล่วงสิทธิของสมาชิกทุกท่าน ต้องให้เกียรติสมาชิก เราเองก็ 1 คน 1 เสียง เราเคารพในระบบพรรคการเมือง ส่วนนายเศรษฐาจะเป็นกรรมการบริหารพรรคเลยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่ขอพูดเรื่องนี้

เมื่อถามถึง ความคืบหน้าการจัดทำนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา นายเศรษฐา ระบุว่า ตอนนี้คืบหน้าไปเยอะเมื่อวานนี้ได้คุยกับพรรคภูมิใจไทย นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เป็นคนเจรจาและรวบรวมข้อมูลอยู่  และในเวลา 11.00 น.วันนี้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ และหม่อมหลวงชโยทิต กฤดากร มาคุยที่พรรคเพื่อไทยยืนยันมีความคืบหน้าตลอด ไม่ต้องห่วงเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน เราอยากให้มีการแถลงนโยบายโดยเร็วหลังจากที่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนแล้วประเทศจะได้เดินไปข้างหน้าได้ มีหลายเรื่องที่ต้องทำ ภารกิจหนัก

เมื่อถามว่า ขั้นตอนหลังนำ ครม. ถวายสัตย์แล้วคาดว่าจะใช้เวลากี่วันถึงจะเข้าสู่กระบวนการแถลงนโยบายต่อสภาได้ นายเศรษฐา ระบุว่า ต้องขอไปดูก่อน ขึ้นอยู่กับจะได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนเมื่อไหร่ก็หวังว่าภายใน 1 สัปดาห์

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงการตั้งเป้าภารกิจด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ว่า ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ พร้อมย้ำว่าการท่องเที่ยวเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นที่ดีที่สุด และในช่วงเดือนตุลาคมนี้จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น และในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และพังงา โดยได้พูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบินและกระทรวงคมนาคมถึงแผน พัฒนา และการสนับสนุน รวมถึงพูดคุยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนพูดคุยกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เห็นชอบและสนับสนุนเรื่องนี้ โดยหวังว่าจะได้รับการตอบสนองที่ดีหลังมีแนวนโยบายจะใช้ท่องเที่ยวฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว ส่วนตัวเลขทางเศรษฐกิจจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง 

‘ชลน่าน’ ตำนาน หมอ สู่ นักการเมือง ดาวสภา ย้อนที่มา วลีเด็ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557330

30 ส.ค. 2566

'ชลน่าน' ตำนาน หมอ สู่ นักการเมือง ดาวสภา ย้อนที่มา วลีเด็ด

ย้อนเส้นทาง หมอ ‘ชลน่าน ศรีแก้ว’ สู่ นักการเมือง สมฉายา ‘ดาวสภา’ เจ้าของที่มา #ชลน่านลาออกกี่โมง และ ทุก วลีเด็ด

ดาวสภา สมกับฉายาที่สื่อมวลชนตั้งให้เมื่อปี 2552 สำหรับ “ชลน่าน ศรีแก้ว” หรือที่ใครๆ เรียกว่า “หมอชลน่าน” ด้วยทั้งลีลา และ วาทะกรรมเด็ดๆ ตลอดระยะเวลาของการเป็นนักการเมือง โดยเฉพาะกับสถานการณ์ล่าสุด การจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว ที่เขาเคยประกาศชัด “ไม่จับมือกับพลังประชารัฐ ไม่จับมือกับลุงป้อม ถ้ามีจับมือ ผมลาออกจากหัวหน้าพรรค” จนเกิด #ชลน่านลาออกกี่โมง คมชัดลึก ย้อนเส้นทาง “ชลน่าน” จากหมอ สู่นักการเมือง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้วนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

เส้นทางหมอนักการเมือง ชลน่าน ศรีแก้ว

“นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” เกิดวันที่ 4 มิ.ย. 2504 ปัจจุบันอายุ 62 ปี มีชื่อเล่นว่า ไหล่ ที่ ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา จ.น่าน จบการศึกษาแพทย์ศาสตรบัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี 2529 (ร่วมรุ่นกับ นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ และ นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ และปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในปี 2542

จบหมอก็ต้องเริ่มทำงานด้วยการเป็นหมอ ซึ่งหลังเรียนจบ “หมอชลน่าน” ได้เริ่มเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเวียงสา อ.เวียงสา จ.น่าน บ้านเกิด และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว อ.ปัว จ.น่าน ระหว่างปี 2538 –2543 ก่อนจะพลิกผันชีวิตตัวเองด้วยลงสนามการเมือง หมอชลน่าน แต่งงานกับ หมอก้อย นวลสกุล บํารุงพงษ์ ผู้ซึ่งเป็นลมใต้ปีกให้กับหมอชลน่าน มาตลอดระเวลาที่ผ่านมา และมีบุตรด้วยกัน 2 คน

หมอชลน่าน-ภรรยาหมอชลน่าน-ภรรยา

เส้นทางนักการเมือง

  • ปี 2544 ชลน่าน ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.ครั้งแรก สังกัดพรรคไทยรักไทย และได้รับเลือกตั้งมาอีก 5 สมัยต่อกัน
  • ปี 2547 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • ปี 2548 เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเป็นกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) นอกจากนั้นแล้ว เขายังได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในระยะหนึ่งอีกด้วย
  • ปี 2552 สื่อมวลชนประจำรัฐสภา ได้ตั้งฉายานักการเมือง โดยให้ฉายา หมอชลน่านเป็น “ดาวสภาฯ” ด้วยบทบาทการอภิปรายโดยมุ่งเน้นข้อมูล มากกว่าการใช้วาทะศิลป์
  • ปี 2555 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อวันที่ 27 ต.ค. กระทั่งได้รับโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ในเดือน มิ.ย. 2556
  • ปี 2564 หมอชลน่าน ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
  • 23 ธ.ค. 2564 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
  • ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 พรรคเพื่อไทย มี สส.เขต คะแนนนำ 112 ที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ 29 ที่นั่ง รวมมี สส.ทั้งหมด 141 ที่นั่ง ซึ่งได้เป็นหนึ่งพรรคที่ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล ที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1

นพ.ชลน่าน ศรีแก้วนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

เจ้าของวลีเด็ด

– “ปากกล้าขาสั่น” ในปี 2563 หมอชลน่าน กล่าวโจมตีรัฐบาลบิ๊กตู่ กรณีการตั้งทีมตอบโต้ของรัฐบาลและข่มขู่ฝ่ายค้าน ว่าเป็นเพียงการใช้สำนวนโวหาร หรือ ปั้นน้ำเป็นตัว แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรม “ปากกล้าขาสั่น” และต้องการปกปิดความผิดพลาดในการบริหารประเทศของรัฐบาล ที่ต้องตั้งคณะทำงานปกปิดความผิดตัวเอง น่าละอายมาก ถ้าเชื่อมั่นจริงว่าที่ผ่านมาทำงานจริงและทำดีจริงแล้วก็ไม่ต้องกลัว สิ่งที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย

– “ไล่หนู ตีงูเห่า” ก่อนหน้านี้ ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย นำโดย “หมอชลน่าน” เคยประกาศแคมเปญคล้ายเปิดศึก กับพรรคที่กำลังสมานฉันต์กันดูดดื่ม ณ ตอนนี้อย่างภูมิใจไทย ไว้แบบไม่ไว้หน้า และอย่างชัดเจน ภายใต้วลี “ไล่หนู ตีงูเห่า” ซึ่งต่อมาประเด็นนี้ถูกนำไปพูดถึง พร้อมกับถ้อยคำตำหนิรุนแรง โดยเฉพาะกับการถูกตีความว่า แคมเปญดังกล่าวเป็นแค่เทคนิคการหาเสียง

– “ชกได้ ชกไปแล้ว” เป็นคำที่หลุดจากปาก หมอชลน่าน ในวันแถลงข่าวลงนาม MOU (22 พ.ค. 2566) ที่ น.ต. ศิธา ทิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ตั้งคำถามให้ 8 พรรคร่วมเซ็นแอดวานซ์ เอ็มโอยู ได้หรือไม่ โดยชลน่าน ฟาดกลับไปว่า “เสียมารยาท เพราะไม่ได้เป็นสื่อ แต่กลับมาถามคาดคั้น ก่อนหลุดประโยคว่า “ชกได้ ชกไปแล้ว”

ภาพข่าวจัดตั้งรัฐบาลภาพข่าวจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้ ก่อนหน้าการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3 พรรคเพื่อไทยถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังจากนำพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมรัฐบาล ทำให้สังคมทวงถามสัญญาที่ชลน่านให้ไว้ก่อนการเลือกตั้งว่า หากพรรคเพื่อไทย นำทั้ง 2 พรรคเข้าร่วมรัฐบาล จะลาออกจากหัวหน้าพรรค ส่งผลให้แฮชแท็ก #ชลน่านลาออกกี่โมง ติดอันดับในทวิตเตอร์ (X)  

“ผมตั้งใจที่จะประกาศแสดงความรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่ปฏิเสธว่าจะไม่ลาออก ยินดีลาออกแน่นอน แต่ภารกิจหัวหน้าพรรคเป็นกรรมการบริหารพรรค ต้องจัดตั้งรัฐบาลในส่วนของพรรคเพื่อไทยให้สำเร็จ วันที่เสนอชื่อคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อไทยเสร็จ ผมจะประกาศอย่างเป็นทางการทันที” หมอชลน่าน เคยประกาศย้ำ

ทุกถ้อยคำที่ประกาศไว้ จึงเป็นที่มา “ชลน่าน ศรีแก้ว” เตรียมประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในวันนี้ (30 ส.ค. 2566)

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2720868

คาวามูระ มากิ เปิดนิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ ผลงานเด็กไทยที่ได้รับรางวัลจากญี่ปุ่น

30 ส.ค. 2566 04:41 น.

คาวามูระ มากิ เปิดนิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ ผลงานเด็กไทยที่ได้รับรางวัลจากญี่ปุ่น

ศิลปะเด็ก คาวามูระ มากิ เปิดงาน “นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ” ครั้งที่ 53 รวบรวมผลงานภาพวาดของเยาวชนไทยได้รับรางวัลจากโครงการประกวดศิลปะนานาชาติ กรุงโตเกียว โดยมี เออิชิ ฮัทซูมิ และ ชินโกะ มิชิม่า มาร่วมงานด้วย ที่อาคารสยามสเคป วันก่อน.

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี ขายดีที่สุด ต้อนรับ ครม.เศรษฐา 1 ฉบับนี้ ประจำวันพุธที่ 30 สิงหาคม 2566

  • การปรับโผ “ครม.เศรษฐา 1” รอบล่าสุดวันจันทร์ เศรษฐา ทวีสิน นายกฯใหม่ป้ายแดงยืนยันวันนี้นิ่งทั้งหมดแล้ว หลังจากที่คุยกันจนดึก วันนี้ (28 ส.ค.) เลขาธิการ ครม. จะเข้ามารับรายชื่อทั้งหมด ส่วนจะนำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อไหร่ นายกฯ เศรษฐา ตอบว่า ส่วนตัวไม่ทราบขั้นตอน เข้าใจว่าอาจใช้เวลา 2-3 วัน
ให้ทุน พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด รับมอบทุนการศึกษา ประจำปี 2566 จาก ประจักษ์–ละออ ตั้งคารวคุณ เพื่อนำไปช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนชาวไทยภูเขาและโรงเรียนช่างฝีมือทหาร โดยมี พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี มาร่วมในพิธีด้วย ที่กองบัญชาการกองทัพไทย วันก่อน.
  • การปรับโผ ครม. ล่าสุด “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยอมถอนชื่อ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ มือขวาการทำงานของลุงตู่ตั้งแต่สมัยเป็น หัวหน้า คสช. ออกจาก โผรายชื่อ ครม. จากเดิมที่ได้โควตาพิเศษเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ คนเสื้อแดง ของพรรคเพื่อไทยไม่พอใจ เลยต้องให้ สุทิน คลังแสง ลุกจากเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แทน “ไต้ฝุ่น” ดูแล้ว ไม่ว่ามองมุมไหนก็ถือว่า ผิดฝาผิดตัว
  • บรรทัดนี้  “ไต้ฝุ่น” ชอบใจ นักข่าวสายทำเนียบ ที่กล้าถาม อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าที่รัฐมนตรีมหาดไทย ว่าประวัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีขาวสะอาดทุกคนหรือไม่? ทำเอา เสี่ยหนู อนุทิน หัวร่อในลำคอกล่าวว่า ถามแบบนี้ไม่อยากตอบเลย ไม่ควรถาม รัฐมนตรีต้องเป็นคนที่ไม่มีประวัติด่างพร้อยอยู่แล้ว นักข่าวทำเนียบฟังแล้วก็คงหัวร่อในลำคอ ประชาชนฟังแล้วก็คงหัวร่อในลำคอเช่นเดียวกัน
รับรางวัล สาระ ล่ำซำ ซีอีโอเมืองไทยประกันชีวิต รับรางวัล Master Entrepreneur Award, Corporate Excellence Award และ Inspirational Brand Award โดยมี ทำนุ อมาตยกุล, นาเดีย สุทธิกุลพานิช และ ศรายุธ ทินกร ณ อยุธยา มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท วันก่อน.
  • ผลพวงจาก นโยบายกัญชาเสรี ของพรรคภูมิใจไทย ในรัฐบาลเก่าวันวาน ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ แถลงผลการสำรวจ “ภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2566” พบว่า เด็กและเยาวชนใช้กัญชาแบบสูบเพื่อสันทนาการเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะ เด็กและเยาวชนอายุ 18-19 ปี เสพกัญชาเพิ่มขึ้นถึง 9.7% ในปี 2565 จาก 2.2% ในปี 2564 ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนทุกกลุ่มอายุเสพกัญชาเพิ่มขึ้นสูงถึง 24.9% ในปี 2565 จาก 4.2% ในปี 2564 ทำให้ มีเชาวน์ปัญญาลดลง พัฒนาการล่าช้า มีปัญหาพฤติกรรมภาวะฆ่าตัวตาย เสี่ยงต่อการป่วยโรคจิตเภท นี่คือ บาปกรรมที่รัฐบาลสามลุงและพรรคภูมิใจไทยทำไว้กับคนไทย จาก นโยบายกัญชาเสรี
  • นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ว่าที่รัฐมนตรีสาธารณสุข เคยหาเสียงไว้มากมาย ต่อต้านนโยบายกัญชาเสรี เคยขู่จะเสนอยุบพรรคภูมิใจไทยด้วยซ้ำ วันนี้กำลังจะได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีอำนาจเต็มที่ นพ.ชลน่าน จะทำตามสัญญา ส่งกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดหรือไม่ แค่เซ็นชื่อเพียงแกร็กเดียวเอง หรือจะตระบัดสัตย์ที่เคยพูดไว้
แว่นเกาหลี สลิล สุญาณเศรษฐกร เปิดตัว “เจนเทิล มอนสเตอร์” แบรนด์แว่นตาสัญชาติเกาหลี โดยมี สุวดี พึ่งบุญพระ, โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์, อรธิรา ภาคสุวรรณ, อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส, สู่ขวัญ บูลกุล และ ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น M วันก่อน.
  • ไม่ไว้วางใจรัฐบาลใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมรักษาการ เร่งประชุม 7 เสือกลาโหม แต่งตั้งผู้นำเหล่าทัพล่วงหน้าก่อน พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี รอง ผบ.ทหารสูงสุด ขึ้นเป็น  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ รอง ผบ.ทบ. ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการทหารบก กองทัพอากาศ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้ช่วย ผบ.ทอ. ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการทหารอากาศ กองทัพเรือ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.กองเรือยุทธการ ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการทหารเรือ ขุมอำนาจทางทหารของลุงตู่ยังอยู่ครบ แม้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ขุนพลมือขวา จะวืดจากเก้าอี้รัฐมนตรีกลาโหมก็ตาม
  • มีข่าวไม่ชอบมาพากลเรื่อง การสรรหา ป.ป.ช.ใหม่ ซึ่งมี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธาน รัฐสภา ร่วมเป็นกรรมการสรรหาอยู่ด้วย เพื่อสรรหา ป.ป.ช. ใหม่ 2 คน ทดแทน สุภา ปิยะจิตติ และ ณรงค์ รัฐอมฤต ที่ครบวาระ 9 ปี การสรรหาจะพิจารณาจาก บุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย บัญชี เศรษฐศาสตร์ การบริหารราชการแผ่นดิน หรือ การอื่นใดอันเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และ ต้องมีคุณสมบัติ เช่น อธิบดีผู้พิพากษา อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น หรืออธิบดีอัยการมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือ เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี คุณสมบัติที่เปิดกว้างเลยมีผู้สมัครมากมายทั้ง ทนายความ ผู้สอบบัญชีอิสระ อดีตผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ รวม 14 คน
การกุศล คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ เปิดงานคอนเสิร์ตการกุศล “Andante Pruit & Friends Concert” เพื่อหารายได้สนับสนุนโรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ โดยมี น.อ.พฤทธิธร สุมิตร,มณเฑียร ตันตกิตติ์ และ ศรีไศล สุชาตวุฒิ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันก่อน.
  • แต่การประกาศผลรอบแรกปรากฏว่า มีใบสมัครไม่ผ่าน 3 คน หนึ่งในนั้นเคยเป็นอดีตผู้บริหารองค์กรอิสระที่มีอำนาจใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม คือ ผศ.ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ อดีตกรรมการ กสทช. ซึ่งคุมคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์และโทรศัพท์มือถือทั่วประเทศ แต่ใบสมัครกลับไม่ผ่าน โดยอ้างว่า ขาดคุณสมบัติ ทั้งที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข อาจเป็นเพราะกรรมการสรรหาไม่เข้าใจอำนาจหน้าที่ของกรรมการ กสทช. ซึ่งแตกต่างจากกรรมการรัฐวิสาหกิจทั่วไป กรรมการ กสทช. ถือเป็นผู้บริหารที่มีอำนาจสูงสุดในหน่วยงาน ไม่ใช่เป็นกรรมการธรรมดา ก็หวังว่า คณะกรรมการสรรหา จะรื้อฟื้นขึ้นมาพิจารณาใหม่ เพื่อให้การสรรหามีความยุติธรรม เพราะ  กรรมการ ป.ป.ช. ไม่ใช่กรรมการธรรมดา แต่เป็นกรรมการมีอำนาจการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ มีอำนาจชี้มูลความผิด มีอำนาจสั่งลงโทษได้ทั้งรัฐมนตรี นักการเมือง และข้าราชการทั่วไป
ดีใจด้วย นิลุบล ลิ่มพงศ์พันธุ์, สุกัญญา ประจวบเหมาะ, อารยา เศวตเศรนี, เพ็ญเพียร สันติพันธ์พิทักษ์ และ ชลฎา ลีนะเปสนันท์ มาร่วมแสดงความยินดีแก่ ประกอบ ลีนะเป สนันท์ ในโอกาสได้เป็นประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ 6 โรง กลั่นน้ำมันได้วันละ 1.235 ล้านบาร์เรล ราว 200 ล้านลิตร แต่ ยังมีการลักลอบนำน้ำมันสำเร็จรูปเข้ามาขายในราคาถูกอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่น แก๊สโซฮอล์ 95 ไทยขายลิตรละ 38.55 บาท แถวชายแดนขายกันลิตรละไม่ถึง 20 บาท ถูกกว่ากันเกือบครึ่ง เกิดอะไรขึ้นกับโครงสร้างราคาน้ำมันสำเร็จรูปของไทย?
ศิลปะเด็ก คาวามูระ มากิ เปิดงาน “นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ” ครั้งที่ 53 รวบรวมผลงานภาพวาดของเยาวชนไทยได้รับรางวัลจากโครงการประกวดศิลปะนานาชาติ กรุงโตเกียว โดยมี เออิชิ ฮัทซูมิ และ ชินโกะ มิชิม่า มาร่วมงานด้วย ที่อาคารสยามสเคป วันก่อน.
  • “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ผอ.ศูนย์ปราบปรามการค้าน้ำมันเถื่อน ไปบรรยายให้กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมธุรกิจพลังงาน กรมเจ้าท่า กองทัพเรือ ฟังวันก่อน ปีที่ผ่านมามีการจับกุมดำเนินคดีน้ำมันเถื่อนมากถึง 2,993 คดี ยึดน้ำมันเถื่อนได้กว่า 29.78 ล้านลิตร ที่จับได้นี้ “ไต้ฝุ่น” เชื่อว่า เป็นแค่เศษเสี้ยวของน้ำมันเถื่อนที่ขายกันในปัจจุบัน เลยอยากตั้งเป็นข้อสังเกตไปยัง รัฐบาลใหม่ ที่มีนโยบายจะ ลดราคาน้ำมัน คงต้องไปดู โครงสร้างราคาน้ำมันไทย มันผิดเพี้ยนอย่างไร จึงเอื้อต่อการค้าน้ำมันเถื่อนได้มากมายขนาดนี้
  • สังคมสบายๆ 13.00 น. วันนี้ ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดงานกิจกรรม “48 ปี ศูนย์หนังสือจุฬา : เสริมปัญญา สร้างอนาคต” และงาน “จัตุรัสจามจุรีบุ๊คแฟร์ ครั้งที่ 15 : มหัศจรรย์วันหนังสือ” ณ โถงหน้าลิฟต์แก้ว ชั้น G อาคารจามจุรีสแควร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานมีถึง 8 กันยายน
คู่หมั้นคู่หมาย พล.ต.ต.อังกูร–สุพัฒนา อาทรไผท และ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เป็นประธานในพิธีหมั้นระหว่าง ภัทริณี บุตรี อุปพร–สุดถนอม กรรณสูต กับ ณัฐจักร์ บุตร สมชาย–ลัดดาวรรณ หาญจิตต์เกษม ด้วยความปลื้มปีติ ที่บ้านยุกตะเสวี วันก่อน.
  • บนแผงวันนี้ Marketeer ฉบับ 250 แฟชั่นบันดาลใจ Passion การตลาด, หนังสือ เคล็ดลับการเขียนรายงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ โดยสิทธิ์ ธีรสรณ์ 

“ไต้ฝุ่น”

ทหารกาบองยึดอำนาจ-ล้มผลเลือกตั้งประธานาธิบดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721266

ทหารกาบองยึดอำนาจ-ล้มผลเลือกตั้งประธานาธิบดี

30 ส.ค. 2566 14:23 น.

ทหารกาบองยึดอำนาจ-ล้มผลเลือกตั้งประธานาธิบดี

ทหารกาบองปรากฏตัวทางสถานีโทรทัศน์ พร้อมประกาศยึดอำนาจรัฐบาลชุดปัจจุบัน ยกเลิกผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี และยุบสถาบันของรัฐทั้งหมด

นายทหารอาวุโสชาวกาบองกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวทางโทรทัศน์แห่งชาติในช่วงเช้าตรู่ของวันพุธ (30 ส.ค.) และประกาศการเข้ายึดอำนาจ ไม่กี่นาทีหลังจากที่สำนักงานการเลือกตั้งของประเทศประกาศว่า ประธานาธิบดี อาลี บองโก ชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 3

ในการปรากฏตัวทางสถานีโทรทัศน์กาบอง 24 กลุ่มทหารกล่าวว่า พวกเขาเป็นตัวแทนของกองกำลังความมั่นคงและการป้องกันทั้งหมดในกาบอง และกล่าวว่าผลการเลือกตั้งถูกยกเลิก ปิดพรมแดนทั้งหมดจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม และประกาศยุบสถาบันของรัฐทั้งหมด ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์รายหนึ่งกล่าวหลังการปรากฏตัวทางโทรทัศน์ว่า ได้ยินเสียงปืนดังสนั่นในกรุงลีเบรอวิล

กาบอง ซึ่งเป็นสมาชิกขององค์การโอเปก ยังไม่มีความเห็นต่อการประกาศครั้งนี้ และยังไม่ทราบแน่ชัดว่านายบองโกอยู่ที่ใด หลังจากมีผู้พบเห็นครั้งสุดท้ายในที่สาธารณะ ในขณะที่เขาลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งเมื่อวันเสาร์

เจ้าหน้าที่ระบุในแถลงการณ์ว่า “ในนามของชาวกาบอง เราได้ตัดสินใจที่จะปกป้องสันติภาพด้วยการยุติระบอบการปกครองในปัจจุบัน” ส่วนบรรดาเหล่าทหารได้แนะนำตัวเองในฐานะสมาชิกของคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านและฟื้นฟูสถาบัน โดยสถาบันของรัฐที่พวกเขาประกาศยุบ ได้แก่ รัฐบาล วุฒิสภา รัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง

หากประสบความสำเร็จ การรัฐประหารครั้งนี้จะถือเป็นครั้งที่ 8 ในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง โดยนับตั้งแต่ปี 2563 การรัฐประหารในประเทศมาลี กินี บูร์กินาฟาโซ ชาด และไนเจอร์ ได้บ่อนทำลายความก้าวหน้าของระบอบประชาธิปไตยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

คณะกรรมการการเลือกตั้งกาบองกล่าวก่อนหน้านี้ว่า นายบองโกชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 64.27% และนายอัลเบิร์ต ออนโด ออสซา ผู้ท้าชิงหลักของเขา ตามมาเป็นอันดับสอง ด้วยคะแนนเสียง 30.77%

บองโก วัย 64 ปี ซึ่งรับตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากโอมาร์ พ่อของเขาในปี 2552 ได้ชิงชัยกับผู้ท้าชิง 18 คน โดย 6 คนในจำนวนนั้นสนับสนุนนายออนโด ออสซา

รัฐบาลกล่าวว่า การบล็อกอินเทอร์เน็ตและการประกาศเคอร์ฟิวมีความจำเป็น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของข่าวปลอม และเพื่อปกป้องความปลอดภัยของสาธารณะ การชนะการเลือกตั้งอย่างมีข้อโต้แย้งของนายบองโกในปี 2559 ทำให้เกิดการประท้วงอย่างรุนแรง จนทำให้อาคารรัฐสภาถูกไฟไหม้

ทีมงานของเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการโกงการเลือกตั้งจากนายออนโด ออสซา และพันธมิตรฝ่ายค้านของเขา หลังจากการลงคะแนนเสียงประสบปัญหา เนื่องจากหน่วยเลือกตั้งหลายแห่งเปิดล่าช้าไปหลายชั่วโมง นอกจากนั้น ยังมีรายงานถึงความผิดปกติอื่นๆ ที่รวมถึงบัตรลงคะแนนสำหรับผู้สมัครไม่ได้นำไปใช้อย่างถูกต้องในบางพื้นที่ 

ด้านสหภาพยุโรปไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ โดยก่อนหน้านี้ผู้สังเกตการณ์สหภาพยุโรป ได้ตั้งคำถามถึงความถูกต้องของชัยชนะอย่างฉิวเฉียดของนายบองโก ในการลงคะแนนเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2559

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF) ซึ่งเป็นกลุ่มเฝ้าระวังสื่อ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการบล็อกอินเทอร์เน็ต และการที่กาบองระงับการออกอากาศชั่วคราวของสำนักข่าวต่างประเทศของฝรั่งเศส เช่น RFI, France 24 และ TV5 Monde.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ฝูงโดรนโจมตีสนามบินภาคตะวันตกของรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721233

ฝูงโดรนโจมตีสนามบินภาคตะวันตกของรัสเซีย

30 ส.ค. 2566 13:49 น.

ฝูงโดรนโจมตีสนามบินภาคตะวันตกของรัสเซีย

อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ก่อเหตุโจมตีท่าอากาศยานในเมืองทางตะวันตกของรัสเซีย ทำให้เครื่องบินลำเลียงเสียหาย 4 ลำ

เจ้าหน้าที่รัสเซียเผยเมื่อเช้าวันพุธ (30 ส.ค.) โดรนของยูเครนก่อเหตุโจมตีท่าอากาศยานในเมืองทางตะวันตกของรัสเซีย ไม่กี่ชั่วโมงหลังพิธีศพของนายเยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างชาวรัสเซีย ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเครื่องบินทหารและการจราจรทางอากาศ

เจ้าหน้าที่รัสเซียกล่าวว่า มีรายงานการโจมตีด้วยเครื่องบินไร้คนขับในภูมิภาคปัสคอฟ, ไบรอันสค์, คาลูกา, ออร์ลอฟ และไรยาซาน รวมถึงคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียยึดครอง 

การโจมตีที่สำคัญที่สุดดูเหมือนจะอยู่ในเมืองปัสคอฟ ห่างจากชายแดนยูเครนไปทางเหนือประมาณ 660 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากชายแดนเอสโตเนียไปทางตะวันออกเพียง 32 กม. ซึ่งเจ้าหน้าที่รัสเซียระบุว่า เครื่องบินขนส่งของกองทัพไอแอล-76 จำนวน 4 ลำ ได้รับความเสียหาย

ยูเครนยกระดับการโจมตีด้วยโดรนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมักจะโจมตีเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย เพื่อสนับสนุนการโจมตีภาคพื้นดินที่กำลังเผชิญกับการต่อต้านอย่างแข็งกร้าว ในพื้นที่แนวหน้าทางภาคใต้และตะวันออก

ภาพวิดีโอที่เผยแพร่โดยนายมิคาอิล เวเดอร์นิคอฟ ผู้ว่าราชการเมืองปัสคอฟ ทางเทเลแกรม แสดงให้เห็นกลุ่มควันลอยขึ้นมาจากกลุ่มเพลิงขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันก็มีเสียงไซเรนและเสียงระเบิดดังขึ้น ส่วนรายงานอื่นๆ ในเทเลแกรมยังแสดงให้เห็นการทำงานของระบบต่อต้านอากาศยานทั่วเมือง

เวเดอร์นิคอฟ กล่าวว่า “จากการประเมินเบื้องต้น ไม่พบเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้น แต่ยากที่จะระบุสิ่งต่างๆ ได้ เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน หากทุกอย่างเรียบร้อยดี สนามบินจะกลับมาให้บริการตามปกติในวันพฤหัสบดี” พร้อมเสริมว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่ทหารและกลาโหมของรัสเซีย เปิดเผยว่า โดรนยูเครน 3 ลำ ถูกยิงตกเหนือภูมิภาคไบรอันสค์ตอนใต้ จำนวน 1 ลำ เหนือภูมิภาคออร์ลอฟตอนกลาง 1 ลำ และอีก 1 ลำ เหนือภูมิภาคไรซานทางตอนใต้ของกรุงมอสโก ส่วนน่านฟ้ารอบสนามบินวนูโคโวของกรุงมอสโก ถูกปิดในช่วงเวลาสั้นๆ 

กองทัพรัสเซียระบุว่า เครื่องบินรัสเซียลำหนึ่งได้ทำลายเรือโจมตีเร็วของยูเครน 4 ลำ ที่บรรทุกพลร่มมากถึง 50 นายในการปฏิบัติการในทะเลดำ 

ขณะที่วิตาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟของยูเครน ระบุในเทเลแกรมว่า รัสเซียเปิดฉากการโจมตีทางอากาศเมื่อเช้าวันพุธ คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 2 ศพในกรุงเคียฟ แต่ทางการยูเครนยังคงไม่แสดงความเห็นในเรื่องนี้.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ตร.สิงคโปร์รวบตัวอดีตครูอนุบาล ฐานทำทารุณกรรมเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721236

ตร.สิงคโปร์รวบตัวอดีตครูอนุบาล ฐานทำทารุณกรรมเด็ก

30 ส.ค. 2566 13:28 น.

ตร.สิงคโปร์รวบตัวอดีตครูอนุบาล ฐานทำทารุณกรรมเด็ก

ครูสาววัย 33 ปี ถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดี หลังมีคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลที่ชี้ว่าครูรายดังกล่าว มีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายและกระทำทารุณกรรมเด็กนักเรียนในความดูแล

ตำรวจสิงคโปร์เข้าจับกุม ครูอนุบาลสาววัย 33 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังได้รับรายงานในช่วงบ่ายวันจันทร์ว่า มีคลิปภาพที่ครูสาวรายนี้ทำทารุณกรรมเด็กๆ ในความดูแล เผยแพร่เป็นวงกว้างในโลกออนไลน์

โดยคลิปภาพดังกล่าวเป็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเตรียมอนุบาล คินเดอร์แลนด์ วูดแลนด์ส มาร์ท ในสิงคโปร์ ซึ่งจะเห็นว่าครูสาวรายนี้ บังคับให้เด็กดื่มน้ำ และยังใช้หนังสือตีเด็กที่ก้น ซึ่งเมื่อสอบถามไปทางโรงเรียนก็พบว่าครูสาวรายนี้ถูกไล่ออกไปแล้ว

ทั้งนี้ตำรวจแถลงว่า หลังได้รับแจ้ง ตำรวจจากจูร่งได้ดำเนินการตรวจสอบตัวตนของครูรายดังกล่าว และเข้าจับกุมอดีตครูรายนี้ในเวลาเพียง 6 ชั่วโมงหลังได้รับรายงาน โดยจะมีการตั้งข้อหาปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนโดยใช้ความรุนแรง โดยหากศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง จะถูกจำคุกสูงสุด 8 ปี และปรับไม่เกิน 8,000 ดอลลาร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ.

ที่มา : สเตรทไทม์

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

แคนาดาพบผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์ใหม่ BA.2.86 เป็นครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721229

แคนาดาพบผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์ใหม่ BA.2.86 เป็นครั้งแรก

30 ส.ค. 2566 12:46 น.

แคนาดาพบผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์ใหม่ BA.2.86 เป็นครั้งแรก

แคนาดาพบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ BA.2.86 เป็นครั้งแรก นักวิทยาศาสตร์มั่นใจ โควิดสายพันธุ์ใหม่จะไม่ร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิต แต่ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนมาแล้ว มีโอกาสติดเชื้อได้อีก

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน แคนาดาพบผู้ป่วยโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ BA.2.86 เป็นรายแรก โดยผู้ป่วยคนดังกล่าวไม่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศ 

BA.2.86 เป็นเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยโอมิครอนตัวใหม่ และมีอัตราการกลายพันธุ์สูงกว่า 35 ตำแหน่ง พบครั้งแรกที่เดนมาร์ก เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ต่อมาได้กระจายไปยังหลายประเทศ อาทิ สหรัฐฯ สวิตเซอร์แลนด์ และอิสราเอล โดยแคนาดาเป็นประเทศล่าสุดที่พบผู้ป่วยสายพันธุ์ BA.2.86 เป็นครั้งแรก

กระทรวงสาธารณสุขแคนาดาแถลง ผู้ป่วยโควิด-19 รายนี้ ไม่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศ โดยอาศัยอยู่แต่ในรัฐบริติชโคลัมเบีย และไม่ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ถึงแม้ควรจับตาโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่อย่างใกล้ชิด แต่ดูเหมือนว่า BA.2.86 จะไม่ทำให้เกิดอาการป่วยที่รุนแรง หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ เนื่องจากทั่วโลกมีภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีน และการติดเชื้อก่อนหน้านี้ 

ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า แม้ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนหรือเคยป่วยด้วยโรคโควิด-19 มาก่อน ก็ล้วนมีโอกาสจะติดโรคโควิดสายพันธุ์ ใหม่ BA.2.86

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

ราคารถแพงยั่วใจ ทำโจรขโมยรถในญี่ปุ่นเพิ่มสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721244

ราคารถแพงยั่วใจ ทำโจรขโมยรถในญี่ปุ่นเพิ่มสูง

30 ส.ค. 2566 13:36 น.

ราคารถแพงยั่วใจ ทำโจรขโมยรถในญี่ปุ่นเพิ่มสูง

การก่อเหตุโจรกรรมรถยนต์ในญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้น หลังจากราคารถใช้แล้วยังคงราคาดี โดยมีทั้งนำไปแปลงเลขตัวถังรถแล้วขายในประเทศ รวมทั้งลักลอบส่งออกไปต่างประเทศ

ตำรวจในญี่ปุ่นต้องกุมขมับ หลังพบการก่อเหตุขโมยรถยนต์เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากราคารถยนต์ในตลาดยังคงราคาสูง โดยรถยนต์ที่ถูกขโมยไปจะถูกนำมาปลอมแปลงทะเบียน และดัดแปลงเปลี่ยนเลขประจำตัวรถก่อนนำมาขายใหม่ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะถูกแยกชิ้นส่วนลักลอบส่งออกไปขายต่างประเทศ

โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ในจังหวัดไอจิ ตำรวจสามารถจับกุมชาย 2 คน รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ในฐานะผู้ต้องสงสัยฉ้อโกง และมีการปลอมแปลงเลขประจำตัวรถ โดยพบว่าผู้ต้องหาทั้งสอง ไปตัดเอาเลขประจำตัวรถที่เกิดอุบัติเหตุ และถูกลบทะเบียนประวัติไปแล้ว มาสวมให้รถยนต์รุ่นเดียวกันที่ถูกขโมยมา ก่อนจะนำไปขาย

นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว ตำรวจจังหวัดไอจิ ยังสามารถจับกุมชายอีก 1 คน ที่ต้องสงสัยว่าจะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับคดีคล้ายๆ กันด้วย ซึ่งตำรวจเชื่อว่า ยังมีรถที่ถูกขโมยอีกจำนวนมากที่นำมาขายในตลาดรถมือสองในญี่ปุ่น โดยเมื่อปีที่แล้วจำนวนของรถที่ถูกขโมยเพิ่มขึ้นมาถึง 552 คัน จากปีก่อนโดยมีรถที่ถูกขโมยทั้งสิ้น 5,734 คัน ซึ่งนับว่าเป็นการเพิ่มจำนวนครั้งแรกในรอบ 9 ปี ขณะที่ในปี 2022 มีเคสของรถที่ถูกขโมยในจังหวัดไอจิ 884 คดี

ส่วนภาพรวมของเหตุโจรกรรมรถยนต์ทั่วประเทศเพียงครึ่งแรกของปี 2023 พบว่ามีรถถูกขโมยมากถึง 2,948 คันแล้ว ซึ่งนอกจากการเปลี่ยนแปลงเลขประจำตัวรถแล้ว ยังมีรถอีกจำนวนมากที่ถูกนำไปแยกชิ้นส่วนขายในญี่ปุ่น และลักลอบส่งออกไปขายในต่างประเทศด้วย

ซึ่งทางตำรวจได้ฝากย้ำเตือนถึงผู้ที่จะซื้อรถมือสองว่าควรจะต้องระมัดระวังและตรวจสอบให้ดีหากพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป เพราะแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญบางครั้งยังไม่สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติของเลขตัวถังได้ หากคนปลอมแปลงมีฝีมือ รวมทั้งฝากเตือนไปยังเจ้าของรถให้ติดตั้งเครื่องล็อกรถ หรือล็อกพวงมาลัยที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อเป็นการป้องกันการถูกโจรกรรมรถเอาไว้ก่อน.

ที่มา : เจแปนไทมส์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ญี่ปุ่น“

ชาวโคลอมเบียลุกฮือ หลังรัฐตัดเงินอุดหนุน ทำราคาน้ำมันพุ่ง 50%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2721186

ชาวโคลอมเบียลุกฮือ หลังรัฐตัดเงินอุดหนุน ทำราคาน้ำมันพุ่ง 50%

30 ส.ค. 2566 11:10 น.

ชาวโคลอมเบียลุกฮือ หลังรัฐตัดเงินอุดหนุน ทำราคาน้ำมันพุ่ง 50%

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวโคลอมเบียนับพันออกมาประท้วงคัดค้านรัฐบาล หลังรัฐบาลใหม่ประกาศลดเงินอุดหนุนพลังงานเชื้อเพลิง ทำราคาน้ำมันพุ่งกว่า 50% 

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (28 ส.ค. 66) มีชาวโคลอมเบียจำนวนมากได้นำรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ออกมาชุมนุมในหลายเมืองใหญ่ของประเทศ เพื่อประท้วงเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่รัฐบาลใหม่ประกาศลดเงินอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ผู้ประท้วงกล่าวว่า การกระทำของรัฐบาลนั้นไม่เป็นผลดีต่อกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก และอาจทำให้ราคาอาหารพุ่งสูงตามไปด้วย

อย่างไรก็ดี นายกุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีของประเทศ ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อปีที่ผ่านมา อ้างว่ารัฐให้เงินอุดหนุนน้ำมันปีละ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินมหาศาล ทำให้จำเป็นต้องยกเลิกการอุดหนุนส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปชำระหนี้ให้กับบริษัทน้ำมันแห่งชาติ Ecopetrol และเพื่อให้รัฐมีเงินทุนสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม

หนึ่งในผู้ประท้วงกล่าวว่า ธุรกิจขนาดเล็กของเธอต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถึงสามเท่า เนื่องจากราคาน้ำพุ่งแพงขึ้น 

ในปัจจุบัน ราคาน้ำมันในโคลอมเบียอยู่ที่มากกว่า 14,000 เปโซ (ประมาณ 3.4 เหรียญสหรัฐ) ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้นจาก 9,000 เปโซ (ประมาณ 2.5 เหรียญสหรัฐ) ต่อแกลลอนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐตัดเงินอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังของโคลอมเบีย ระบุ รัฐบาลต้องการให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 16,000 เปโซ (4 เหรียญสหรัฐ) ต่อแกลลอน ภายในสิ้นปีนี้ เทียบเท่าราคาน้ำมันในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ค่าแรงขั้นต่ำของโคลอมเบียน้อยกว่าสหรัฐฯ ถึง 4 เท่า

นายเปโตร กล่าวว่า ที่รัฐต้องตัดเงินอุดหนุนน้ำมัน เนื่องจากมีแต่กลุ่มคนรวยที่มีรถยนต์ที่ได้ประโยชน์จากเงินอุดหนุนส่วนนี้.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : AP