เรียกขวัญ’พลายศักดิ์สุรินทร์’อาการดีขึ้น เตรียมเปิดให้เยี่ยมชม29ส.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752823

เรียกขวัญ'พลายศักดิ์สุรินทร์'อาการดีขึ้น เตรียมเปิดให้เยี่ยมชม29ส.ค.นี้

เรียกขวัญ’พลายศักดิ์สุรินทร์’อาการดีขึ้น เตรียมเปิดให้เยี่ยมชม29ส.ค.นี้

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 13.57 น.

จัด”พิธีฮ้องขวัญ” พลายศักดิ์สุรินทร์ ตามคติความเชื่อของวิถีการเลี้ยงช้าง ให้ประสบความสำเร็จระหว่างรักษาอาการป่วย

28 ส.ค.66 เวลา 10.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีฮ้องขวัญช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ (บายศรีสู่ขวัญพลายศักดิ์สุรินทร์) โดยมี นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวต้อนรับฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน ร่วมพิธีฯ ณ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง 

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้กำหนดจัดงาน “พิธีฮ้องขวัญ” พลายศักดิ์สุรินทร์ขึ้น เพื่อให้สมเกียรติและเป็นสิริมงคลแก่พลายศักดิ์สุรินทร์ ที่รัฐบาลไทยมอบให้ประเทศศรีลังกาในฐานะทูตสันถวไมตรี เพื่อปฏิบัติภารกิจอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพิธีทางศาสนาประจำปีชาติของประเทศศรีลังกา โดยการประกอบพิธีดังกล่าว เป็นการเรียกขวัญให้พลายศักดิ์สุรินทร์ อยู่เย็นเป็นสุข ตามคติความเชื่อของวิถีการเลี้ยงช้าง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในระหว่างรักษาอาการป่วย มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและสภาพจิตใจที่เป็นปกติ

ทั้งนี้ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ได้ ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคมเป็นต้นไป ในเวลา 14.00 – 16.00 น. ทุกวัน ซึ่งหลังจากที่ช้างได้ปรับตัวและมีความคุ้นเคยกับแหล่งพักพิงใหม่แล้ว ในอนาคตอาจจะพิจารณาหาช้างที่สามารถเข้ากับพลายศักดิ์สุรินทร์ได้เพื่อให้อยู่เป็นเพื่อนกันและได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุด สมกับที่ชาวไทยร่วมใจกันนำพาเจ้าพลายกลับมารักษาตัว และให้ใช้ชีวิตในบั้นปลายในบ้านเกิดเมืองนอน และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ขอยืนยันตั้งปณิธานว่าจะดูแล รักษาช้างพลายศักดิ์สุรินทร์เต็มกำลังความสามารถอย่างดีที่สุด 009

วช. หนุนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ภาคใต้ตอนล่าง ด้วยการวิจัยและพัฒนาการชักนำรากลอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752802

วช. หนุนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ภาคใต้ตอนล่าง ด้วยการวิจัยและพัฒนาการชักนำรากลอย

วช. หนุนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ภาคใต้ตอนล่าง ด้วยการวิจัยและพัฒนาการชักนำรากลอย

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 13.15 น.

วช. หนุนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ภาคใต้ตอนล่าง ด้วยการวิจัยและพัฒนา การชักนำรากลอยผลักดัน การผลิตทุเรียนคุณภาพสูงสู่การส่งออกอย่างยั่งยืน

วันที่ 27 สิงหาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์  ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมผลสำเร็จของงานวิจัยที่ วช. ให้การสนับสนุนทุนวิจัย โครงการ “การพัฒนาเกษตรกรไทยสู่ Smart Farmer (Developing Thai Farmer to Smart Farmer)” ที่มี รศ.ดร.วรภัทร วชิรยากรณ์ เป็นผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย โดยได้ถ่ายทอดนวัตกรรมการผลิตทุเรียนคุณภาพสูง จากการวิจัยและพัฒนา การชักนำรากลอย (reborn root ecosystem) และนวัตกรรมการให้น้ำแบบที่ราบลุ่ม (basin fertigation; BF) ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนที่นำนวัตกรรม RRE โดยมีเกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนในพื้นที่ นายเมธา กสินุรักษ์ และ นายพัลลภ เฉลิมพนาพันธุ์ให้การต้อนรับ ณ จีนสวน คาเฟ่ทุเรียน อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

รศ.ดร.วรภัทร วชิรยากรณ์ ผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมามีการผลิตทุเรียนในพื้นที่ลุ่มน้ำ ซึ่งไม่ได้พึ่งพาสารเคมีเกษตรทำไมมีผลผลิตที่ดีมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ประสบปัญหารากเน่าโคนเน่า ยอดทุเรียนแห้งเป็นก้านธูป ใบร่วงทั้งต้นและยืนต้นตายเหมือนในปัจจุบัน จากข้อสังเกตและปัญหาดังกล่าวนำไปสู่แนวทางการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาซ้ำซากในการผลิตทุเรียนของไทยที่ได้เริ่มนำเคมีเกษตรเข้ามาเพื่อเพิ่มผลผลิตที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ให้สามารถผลิตได้คุณภาพดีด้วยต้นทุนต่ำ ให้ใช้สารเคมีที่ถูกต้องเหมาะสมและไม่เข้าใจผิดในการพึ่งพาสารเคมีเกษตรมากเกินไปจนเป็นปัญหาต่อผู้บริโภค ของประเทศคู่ค้า อีกทั้งมีคุณภาพที่ดีเยี่ยมเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ให้สามารถแข่งขันและยืนเป็นหนึ่งในตลาดได้อย่างยั่งยืน เป็นโจทย์วิจัยที่ทางทีมวิจัยโครงการท้าทายไทย โครงการพัฒนาเกษตรไทยสู่ Smart farmer (กรณีศึกษา: การพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนเพื่อการส่งออก) ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยจาก วช.(ปีงบประมาณ 2562) ร่วมกับ รศ.ดร. สุเพชร จิรขจรกุล, รศ.ดร.ธนิท เรืองรุ่งขัยกุล, ผศ.ดร.เรวัตร ใจสุทธิ, ผศ.ดร. พฤกษ์ ชุติมานุกูล และ นายปิยพงษ์ สอนแก้ว  พร้อมกับนักศึกษาปริญญาโทนายธนวัฒน์ โชติวรรณ ร่วมวิจัยในการพัฒนานวัตกรรมการผลิตทุเรียนคุณภาพสูง

เพื่อตอบโจทย์และปัญหาดังที่กล่าวมาข้างต้น จนได้นวัตกรรมการให้น้ำทุเรียนแบบ Basin Fertigation และนวัตกรรมการสร้างระบบนิเวศชักนำรากลอย (Reborn Root Biome) และได้ถ่ายทอด เทคโนโลยีสู่เกษตรกรในหลายพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่อำเภอเบตง มีต้นทุเรียนต้นเก่าแก่อายุหลายสิบปีและต้นที่ปลูกใหม่ หลายสวนที่ยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก  เกษตรกรในพื้นที่ได้มาอบรมการผลิตคุณภาพสูง ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้นำไปปฏิบัติได้ผลสำเร็จ สามารถฟื้นต้นทุเรียนจากรากเน่าโคนเน่า และต้นโทรม ทั้งต้นเล็กและต้นอายุหลายสิบปี ช่วยประหยัดปุ๋ย และสารเคมีเกษตร ได้อย่างมาก ทุเรียนไม่เป็นไส้ซึม มีคุณภาพที่ดี ได้ทุเรียนคุณภาพ (Prime Durian) จากต้นทุเรียนที่โทรมใบเล็ก ยอดทุเรียนแห้งเป็นก้านธูป บางแปลงมีโรครากเน่าโคนเน่า สามารถฟื้นต้นกลับมามีสุขภาพแข็งแรงมีภูมิต้านทานโรคและแมลงได้ด้วยตัวเอง ไม่กลับมาเป็นโรคซ้ำ กิ่งแต่ละกิ่งสามารถแตกยอดได้สามครั้งในหนึ่งปี จากระบบนิเวศของรากที่พึ่งพา (symbiosis) กับจุลินทรีย์ช่วยตรึงธาตุอาหาร เป็นผลให้สามารถลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมีเกษตรจากเดิมเหลือแค่ไม่เกินราคาฟางแห้งก้อนเดียว พร้อมกันนี้ได้ปรับเปลี่ยนระบบการให้น้ำกับต้นทุเรียนจากเดิมที่ให้น้ำตอนกลางคืนมาเป็นแบบ Basin Fertigation

โดยแบ่งการให้น้ำออกเป็นสามช่วงในแต่ละวัน ช่วงเช้าก่อน 08.00 น. ให้น้ำเต็มความสามารถอุ้มน้ำของดิน (full soil capacity) พืชสามารถดึงน้ำและธาตุหลักและธาตุรองเพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงได้ โดยไม่เกิดแสดงการขาดธาตุที่จำเป็น ช่วงที่สองเวลา 11.00-12.00 น. เป็นเวลาที่ทุเรียนและไม้ผลทั่วไปที่ปลูกในแปลงแบบไม่ยกร่องสวน มักหยุดการสังเคราะห์แสงและเป็นช่วงที่น้ำในระบบน้ำใต้ดินและระบบน้ำในแถบลุ่มน้ำมีน้ำขึ้นน้ำลงสูงสุดในช่วงวัน จึงมีการให้น้ำช่วงนี้ตามน้ำขึ้นน้ำลงจากอิทธิพลของดวงจันทร์ เป็นช่วงที่ทำให้ทุเรียนสร้างกลิ่นหอมดอกไม้เฉพาะตัวออกมา ช่วงที่สามเวลา 13.00 น. และ 14.00 น. ช่วงนี้ในพื้นที่ปลูกแบบไม่ยกร่องสวนทุเรียนจะปิดปากใบเช่นกัน จึงทำการให้น้ำตามค่า vapor pressure deficit (VPD) ประมาณ 10-15 นาที จนทรงพุ่มมีค่า VPD ที่เหมาะสมและเริ่มสังเคราะห์แสง ต่อไปจนแสงสุดท้ายประมาณ 16.00 น. โดยภาพรวมทำให้ทุเรียนสามารถสังเคราะห์แสงได้นาน 6 – 8 ชั่วโมง (อาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่) พบว่าทุเรียนหมอนทองที่อายุ 120 หลังผสมเกสรแล้ว (หางแย้) มีน้ำหนักแห้งของเนื้อ (DM) เฉลี่ยร้อยละ 34 และเมื่ออายุ 140 วัน มีค่า DM เฉลี่ยร้อยละ 37 ปกติเก็บเกี่ยวที่ 150-160 วัน เนื้อทุเรียนหมอนทองและพันธุ์อื่น ๆ เนื้อแห้ง ไม่เป็นไส้ซึม เต่าเผา เนื้อที่เหนียวเนียนละเอียดเป็นครีมคล้ายชีทเค้ก เนื้อมีกลิ่นหอมดอกไม้เฉพาะตัว เส้นใยละลายน้ำได้ทั้งหมด เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอย่างมาก ถือได้ว่าเป็นผลสำเร็จจากงานวิจัยการผลิตทุเรียนคุณภาพสูงเป็นทุเรียนที่สร้างอัตลักษณ์เฉพาะของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย สู่การผลิตเพื่อการส่งออกได้อย่างแท้จริง

ด้านนายเมธา กสินุรักษ์ เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนจีนสวนคาเฟ่ทุเรียน เปิดเผยว่า ทุเรียนเบตงเป็นทุเรียนที่ไม่เหมือนที่อื่น โดยเฉพาะ ทุเรียนเบญจพรรณ และทุเรียนสายพันธุ์อื่น ๆ งานวิจัยเข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องของการเพิ่มผลผลิตทุเรียน ซึ่งที่จีนสวน คาเฟ่ทุเรียนของเรานั้น เราตั้งใจจะให้เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผลักดันให้แหล่งท่องเที่ยว และเป็นศูนย์กลางของตลาดกลางในการแลกเปลี่ยนทุเรียนสายพันธุ์ต่าง ๆ ต่อไปในอนาคตทั้งนี้ผู้ที่สนใจเรื่องการปลูกทุเรียนสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 089-2989737

ขณะที่นายพัลลภ เฉลิมพนาพันธุ์ เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนในพื้นที่ อ.เบตง กล่าวว่า เดิมทีพิ้นที่แห่งนี้เป็นสวนยางเก่ามาก่อน แต่หลังจากที่ได้เข้ารับการอบรมกับโครงการวิจัยดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในการหันกลับมาปลูกทุเรียนในพื้นที่ของตนเอง โดยใช้วิธีแบบอินทรียวัตถุ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และใช้วิธีการชักนำรากลอยจากความรู้ที่ได้รับจากงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาโรครากและโคนเน่าในทุเรียนทำให้ได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและผู้ที่สนใจวิธีการเริ่มต้นในการปลูกทุเรียนสามารถติดต่อได้ที่ 092-9854098

‘สอวช.’จัดงานใหญ่ STEMPlus พัฒนาคน เสริมทัพอุตสาหกรรมไทย เปิดประตูสู่การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงของประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752800

‘สอวช.’จัดงานใหญ่ STEMPlus พัฒนาคน เสริมทัพอุตสาหกรรมไทย เปิดประตูสู่การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงของประเทศ

‘สอวช.’จัดงานใหญ่ STEMPlus พัฒนาคน เสริมทัพอุตสาหกรรมไทย เปิดประตูสู่การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงของประเทศ

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 13.12 น.

‘สอวช.’จัดงานใหญ่ STEMPlus พัฒนาคน เสริมทัพอุตสาหกรรมไทย เปิดประตูสู่การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงของประเทศ พร้อมให้คำปรึกษา ชี้เป้าหลักสูตรตอบโจทย์ตลาดแรงงานอนาคต สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ พลาดไม่ได้ 4 กันยายนนี้ ที่สามย่านมิตรทาวน์

28 สิงหาคม 2566 ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบาย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวว่า เมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ทุกประเทศต้องปรับตัว ประเทศไทยเองก็เช่นกัน มีการปรับตัวในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะในภาคการศึกษา ที่เป็นต้นทางของการพัฒนาบุคลากร ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและความต้องการของประเทศรองรับโลกแห่งอนาคต ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สอวช. ได้จัดทำแพลตฟอร์มบริการ STEMPlus  (www.stemplus.or.th) เพื่อเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงความต้องการระหว่างผู้ประกอบการ ที่เป็นผู้ใช้บัณฑิต นิสิต/นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจจะพัฒนาทักษะและสมรรถนะในการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชนในวงกว้างและเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงหลักสูตรและความเชี่ยวชาญจากภาคอุดมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยบริการที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลสถิติความเชี่ยวชาญและกำลังการผลิตจากภาคการศึกษา ความต้องการทักษะบุคลากรสำหรับภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตลอดจนสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากร การจ้างงานบุคลากรทักษะสูงและภาคการศึกษา

ดร.กิติพงค์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป สอวช. เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน “STEMPlus พัฒนาคน เสริมทัพอุตสาหกรรมไทย” ในวันที่ 4 กันยายน 2566 ณ มิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งจากภาครัฐ ภาคอุดมศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาคส่วนที่ดูแลด้านสิทธิประโยชน์และมาตรการที่สำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมสรรพากร มาบรรยายและร่วมเสวนา การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงเพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศไทย รวมถึงการพัฒนากำลังคนเพื่อสร้างความสามารถการแข่งขันด้วยวิทยาการขั้นสูง รวมทั้งมีการเปิดตัว STEMPlus Platform อย่างเป็นทางการพร้อมทั้งฉายภาพการให้บริการที่ตอบโจทย์ตรงใจด้วย STEM OSS

ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงาน เพื่อสร้างการรับรู้ถึงสิทธิประโยชน์และกลไกสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพกำลังคนในภาคอุตสาหกรรมไทยจากภาครัฐ และเพื่อส่งเสริมให้เกิดการยกระดับความสามารถของภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ ให้เกิดความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงระหว่างผู้ประกอบการและสถาบันอุดมศึกษาแบบยั่งยืน และยังเปิดคลินิกให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อไขข้อข้องใจกับคำถามที่พบบ่อย เพื่อชี้เป้าให้เห็นถึงหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคต ตลอดจนสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการ นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่จะได้รับ ทั้งนี้ท่านสามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://www.stemplus.or.th

สำหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่าน https://www.nxpo.or.th/STEMPlus_registration   หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ oss@stemplus.or.th 

‘นายก อบต.คลองสาม’ร่วมโครงการสมาธิเพื่อสันติภาพ รวมใจนั่งสมาธิ 1 ล้านคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752769

‘นายก อบต.คลองสาม’ร่วมโครงการสมาธิเพื่อสันติภาพ รวมใจนั่งสมาธิ 1 ล้านคน

‘นายก อบต.คลองสาม’ร่วมโครงการสมาธิเพื่อสันติภาพ รวมใจนั่งสมาธิ 1 ล้านคน

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 10.59 น.

‘นายก อบต.คลองสาม’ร่วมโครงการสมาธิเพื่อสันติภาพ รวมใจนั่งสมาธิ 1 ล้านคน 

เมื่อเร็วๆ นี้ รศ.(พิเศษ) ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม และนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย นำบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ประกอบด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม และหัวหน้าส่วนราชการ ลงพื้นที่โรงเรียนอนุบาลองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ร่วมกิจกรรมใน “โครงการสมาธิเพื่อสันติภาพโลก” และร่วมนั่งสมาธิเนื่องในวันพระ ร่วมกับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 และ 3 โดยทั้งคณะผู้บริหาร อบต.คลองสาม ครู และนักเรียน ร่วมกันสวมชุดในการทำกิจกรรมครั้งนี้

รศ.(พิเศษ) ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา กล่าวว่า “วันนี้ได้มาร่วมนั่งสมาธิเจริญภาวนา และทำกิจกรรมเนื่องในวันพระร่วมกับเด็กนักเรียน ผมเห็นถึงความน่ารักของเด็กซึ่งสามารถสร้างความสุขให้กับคนที่พบเห็น โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้ปกครองของเด็ก ผมอยากให้ “โครงการสมาธิเพื่อสันติภาพโลก” เกิดขึ้นในโรงเรียนทั่วประเทศ ผมในฐานะที่เป็นนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เร่งเห็นถึงความสำคัญของการทำสมาธิ ควบคู่กับการเรียนศึกษา ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับเด็กและเยาวชน และนอกจากเด็ก เยาวชน การนั่งสมาธิก็มีประโยชน์ทั้งผู้บริหาร สมาชิกสภา ผู้นำชุมชน ซึ่งเมื่อปฏิบัติแล้ว สามารถนำไปชักชวน เป็นต้นแบบแก่ประชาชนในท้องถิ่นได้ด้วย”

“ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ยังมีนโยบายในการจัดงานแถลงข่าว “โครงการสมาธิเพื่อสันติภาพโลก” เพื่อเป็นต้นแบบในการร่วมสนับสนุนโครงการให้กับ อบต. 5,324 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นบนโลก ซึ่งต้องเริ่มต้นจิตใจภายใน และแผ่ขยายความสงบนั่นสู่ภายนอก สันติภาพโลกจึงจะเกิดขึ้นได้” ท่าน รศ.(พิเศษ) ดร.วิระศักดิ์ กล่าวเพิ่ม

 องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม จึงขอเชิญทุกท่านมาร่วมสร้างสันติภาพโลกกับ โครงการสมาธิเพื่อสันติภาพโลก “รวมใจทำสมาธิ 1 ล้านคน สร้างสันติภาพโลก” เพื่อร่วมสร้างสถิติโลกกับ Guinness World Records โดยส่งชื่อร่วมโครงการที่ http://www.meditationforpeace.net

พลิกแฟ้ม ‘รมว.กลาโหม’ ตำนานบทใหม่โดย ‘สุทิน คลังแสง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557223

29 ส.ค. 2566

พลิกแฟ้ม 'รมว.กลาโหม' ตำนานบทใหม่โดย 'สุทิน  คลังแสง'

ตำแหน่ง ‘รมว.กลาโหม’ ส่วนมากจะมาจากทหารและขุนศึก ‘สุทิน คลังแสง’ จะเป็นพลเรือนที่รับตำแหน่งโดยไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

หากโผครม.ไม่พลิก จากรายงานก่อนหน้านี้ การรับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ของนาย สุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย จะถือเป็นพลเรือนคนแรกที่รับตำแหน่งนี้ โดยไม่ได้มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีร่วมด้วย  นับแต่ปี 2540 เป็นต้นมา

สุทิน คลังแสง ว่าที่ รมว.กลาโหมสุทิน คลังแสง ว่าที่ รมว.กลาโหม

ตำแหน่ง รมว.กลาโหม มีหน้าที่คุมเหล่าทัพ เป็นความเชื่อในมิติทางการเมืองว่า รัฐบาลจะมีเสรีภาพได้ คือสามารถควบคุมกองทัพ ควบคุมขุนศึกได้ ที่ผ่านมา เมื่อนายกฯพลเรือนนั่งเก้าอี้นี้จะพยายามเอาใจ ตามใจกองทัพ เพื่อซื้อใจเพราะตราบใดที่กองทัพไม่มีท่าทีต่อต้านถือเป็นการรับรองความปลอดภัย ความมั่นคงของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 

ตั้งแต่ปี2540 เป็นต้นมา มีนายกรัฐมนตรี ที่ควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม 4 คนประกอบด้วย

นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งรมว.กลาโหม ในยุค ชวน 2 ระหว่าง 9 พฤศจิกายน 2540-8 กุมภาพันธ์ 2544

นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งเป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้งครั้งแรกนับแต่การรัฐประหาร 2549 คือช่วง 29 มกราคม 2551–9 กันยายน 2551 เขาก็นั่งควบรมว.กลาโหม เองตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นเป็นนายกฯ ระหว่างวันที่ 18 กันยายน 2551–2 ธันวาคม 2551 นั่งควบเก้าอี้ รมว.กลาโหมด้วยเช่นกัน

นายกฯพลเรือนคนสุดท้ายที่ควบตำแหน่งนี้คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นนายกฯ ระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม 2554–7 พฤษภาคม 2557 โดยมานั่งควบตำแหน่งรมว.กลาโหม ในการปรับครม.ในช่วงท้ายคือระหว่าง 30 มิถุนายน 2556–7 พฤษภาคม 2557 ถือเป็นนายกรัฐมนตรีหญิง และรมว.กระทรวงกลาโหมหญิงคนแรกของประเทศไทยด้วย

‘บิ๊กน้อย’ ถอดใจ ยื่นใบลาออก ‘พลังประชารัฐ’ ลั่นไม่อยู่ขวางหูขวางตาใคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557210

28 ส.ค. 2566

‘บิ๊กน้อย’ ถอดใจ ยื่นใบลาออก ‘พลังประชารัฐ’ ลั่นไม่อยู่ขวางหูขวางตาใคร

น้องรักบิ๊กป้อม ‘บิ๊กน้อย’ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ยื่นหนังสือลาออก ‘พลังประชารัฐ’ ลั่นไม่อยากขวางหูขวางตาใคร ขอไปทำงานกีฬา ชี้ไม่ถนัดการเมือง ย้ำไม่เกี่ยวเก้าอี้ ‘รมว.กลาโหม’ เพราะไม่เคยขออะไร

วันที่ 28 ส.ค. 2566 โค้งสุดท้ายก่อนประกาศ ครม.เศรษฐา1 อย่างเป็นทางการ ปรากฏว่ามีความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ล่าสุด ‘บิ๊กน้อย’ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตประธานที่ปรึกษา พปชร.และสมาชิก พปชร.ได้เขียนใบลาออกจากสมาชิกพรรคแล้ว 

บิ๊กน้อย  พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้องรัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐบิ๊กน้อย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้องรัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

โดยระบุในใบลาออกว่า “ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับพรรค พปชร.อีกต่อไป เพราะไม่ได้มีบทบาทใดในพรรคแล้วที่ผ่านมาเป็นเพียงทีมงานส่วนตัวของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เท่านั้น”

แหล่งข่าว จากพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า พล.อ.วิชญ์ ให้เหตุผลในการลาออกว่าไม่อยากอยู่ขวางหูขวางตาใคร เพราะหลังจากที่มีชื่อชิง รมว.กลาโหม ก็มีบางคนติติงว่าไม่ได้มีบทบาทใดในพรรค ทำไมจึงมีชื่อจะได้เป็น รมว.กลาโหม ทั้งๆ ที่ไม่เคยไปขอตำแหน่งอะไร

เพราะประกาศไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า ช่วยงาน พล.อ.ประวิตร ไม่ได้หวังตำแหน่งใดๆ เลย และไม่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) จะให้โควตา รมว.กลาโหมกับพรรคพลังประชารัฐอยู่แล้ว จึงไม่ได้คาดหวังอะไรตั้งแต่แรกแล้วเพื่อความสบายใจ จึงตัดสินใจลาออก โดยจะไปทำงานด้านกีฬาเท่านั้นเพราะไม่ถนัดการเมืองมาตั้งแต่ต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ก่อนจะย้ายกลับมา พปชร. เขาเคยเป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย แต่ลาจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย โดยชี้ว่าปัญหามาจากปมขัดแย้งกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ในขณะนั้น โดยระบุ รับไม่ได้กับการทำงานที่ไม่ฟังเสียงใคร ทำตามอำเภอใจ ไม่ให้เกียรติกัน และล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ คนปัจจุบัน

‘รวมไทยสร้างชาติ’ เปิดช่องโควตา ‘รมช.คลัง’ มอบคนนอก รับตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557209

28 ส.ค. 2566

'รวมไทยสร้างชาติ'  เปิดช่องโควตา 'รมช.คลัง' มอบคนนอก รับตำแหน่ง

เลขาธิการพรรค “รวมไทยสร้างชาติ” ยืนยันโควตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคที่ชัดเจนและประกาศชื่อได้ คือ หัวหน้าพรรค จะรับหน้าที่ รองนายกรัฐมนตรี ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลัง ส่วนตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม , รมช. เกษตร และ รมช.คลัง ให้สิทธิหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ ในการเสนอชื่อ

นายเอกนัฏ​ พร้อม​พันธุ์​ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ​ เปิดเผยว่า   ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค “รวมไทยสร้างชาติ”  เพื่อพิจารณาบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี​  ที่ประชุมพรรคมีมติ ว่าในส่วนของตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค  เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง   ส่วน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  , รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ รัฐมนตรีว่าช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้อำนาจนายพีระพันธุ์ ไปพิจารณาตามหลักเกณฑ์ และส่งชื่อให้กับพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล​ 

สำหรับการพิจารณาตัวบุคคล”รวมไทยสร้างชาติ”  เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี ​ ให้ความเป็นธรรม กับสส.ทุกคนทุกพื้นที่ อย่างเท่าเทียมกัน​ ไม่ว่าจะเป็นความอาวุโสความเหมาะสม ประสบการณ์และความสามารถ ประกอบกับการทุ่มเททำงาน เพื่อประชาชนเป็นหลักโดยการตัดสิน จะเป็นหัวหน้าพรรคเป็นผู้นำไปพิจารณา    อย่างไรก็ตามบางตำแหน่ง เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อาจจะต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ซึ่งก็มอบอำนาจให้หัวหน้าพรรค ไปแล้วว่าสามารถพิจารณาคนนอกได้ ส่วนจะเป็นคนนอกหรือคนใน ก็ถือว่าเป็นสิทธิของหัวหน้าพรรค​

“​ เข้าใจว่า​นักการเมืองทุกคนก็คงอยากเป็นรัฐมนตรี​  และมีคนที่อยากเป็นมากกว่าตำแหน่งที่ได้ แต่เราให้โอกาส สส.เขต ซึ่งขณะนี้ได้มีการสื่อสารถึงสส. และแกนนำทุกคน การพิจารณาจะพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ทุกคนเข้าใจได้ ในอนาคตถ้าพรรคเติบโต เราประสบความสำเร็จ เราก็จะมีตำแหน่งมากขึ้น”  เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ  กล่าว


มีรายงานข่าวว่า ในรายชื่อของสัดส่วนรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ 1. นายพีระพันธุ์​ สาลี​รัฐ​วิภาค ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ 2. น.ส. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล​  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม​ 3. นายอนุชานา​ คาศัย  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ และ​ 4. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเป็นโควต้าคนนอก 


ขณะเดียวกันในเวลา​ 19.50 น.​ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้​ ปรากฏตัว  ณ ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ​   อย่างไรก็ตามนายกฤษฎา  เลี่ยงที่จะตอบคำถามต่อการเดินทางมาที่พรรครวมไทยสร้างชาติ    สำหรับ นายกฤษฎา   มีชื่อคาบเกี่ยวทั้งกับ โควตาพรรคเพื่อไทย และ โควตาพรรครวมไทยสร้างชาติ

‘สุทิน’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดใจ หากมีชื่อจริง พร้อมคุม ‘กลาโหม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557207

28 ส.ค. 2566

‘สุทิน’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดใจ หากมีชื่อจริง พร้อมคุม ‘กลาโหม’

‘สุทิน คลังแสง’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดใจ พร้อมคุม ‘กลาโหม’ หากมีชื่อจริงตามโผ ชี้ ‘รมว.กลาโหม’ พลเรือนก็เป็นได้

นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และสส.แบบบัญชีรายชื่อ เปิดเผยว่า โผคณะรัฐมนตรีวันนี้(28 ส.ค. 2566)  ที่มีชื่อตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กห.) นั้น ตนทราบจากสื่อ เพราะทางพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้แจ้งอย่างเป็นทางการ 

สุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ที่ผ่านมาก็ลุ้นผ่านโผครม. เพราะขยับหลายตำแหน่ง ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) จนมาเปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) ก็มี 

‘สุทิน’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดใจ หากมีชื่อจริง พร้อมคุม ‘กลาโหม’

และล่าสุดวันนี้ แต่ก็ยังไม่ชัวร์ โดยยังไม่ได้ถามผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ถ้าจริงคงประสานมาเพื่อสอบถามประวัติ ซึ่งหากเป็นจริงตามโผ ก็พร้อมรับหน้าที่อยู่แล้ว

นายสุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์ว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กห.) ควรเป็นทหาร คงเพราะอาจไม่คุ้นชินที่พลเรือนมารับหน้าที่นี้  แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็มีพลเรือนอยู่ในตำแหน่งนี้จำนวนมาก รวมถึงเป็นผู้หญิงด้วย 

และผู้นำของประเทศไทย ที่เป็นพลเรือนและรับหน้า รมว.กลาโหม ก็มีเช่นเดียวกัน อย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 3 คน

นายกรัฐมนตรี ‘สปป ลาว’ โทรสายตรง ‘เศรษฐา’ จองตัวเยือน ลาว ประเทศแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557204

28 ส.ค. 2566

นายกรัฐมนตรี 'สปป ลาว'  โทรสายตรง 'เศรษฐา' จองตัวเยือน ลาว  ประเทศแรก

สอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ” สปป ลาว”   โทรศัพท์สายตรงถึง “เศรษฐา ทวีสิน” ร่วมยินดีในโอกาสรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย ยกนิ้วความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ในโอกาสนี้ผู้นำลาว ออกปากเชิญชวนให้นายกรัฐตรีไทยเยือนลาวเป็นประเทศแรก

 วันที่   28 ส.ค. 2566  เวลา  14.45  น.  นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ( สปป ลาว ) ได้โทรศัพท์ถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความยินดีโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้    นายกรัฐมนตรี สปป ลาว   ชื่นชมต่อ นายเศรษฐา  ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์อย่างมาก โดยเฉพาะด้าน เศรษฐกิจ และเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคีระหว่างสองประเทศ จะพัฒนายิ่งขึ้นต่อไป พร้อมเชิญนายเศรษฐา   เยือน สปป ลาว ในโอกาสแรก  ทั้งนี้ ไทยและ สปป ลาวมีความใกล้ชิดในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียง นับตั้งแต่สถาปนา ความสัมพันธ์ทางการทูตมากว่า 73  ปี ซึ่ง ประชาชนสองฝ่ายก็มีความใกล้ชิด และมีการยกระดับ ความสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืน 

นายกรัฐมนตรี สปป ลาว หวังว่าไทย   จะสานต่อความร่วมมือที่ได้ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ที่พระบรมวงศานุวงศ์ทรงให้ ความช่วยเหลือ สปป ลาว   นอกจากนี้ ไทยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา เศรษฐกิจของ สปป ลาว เห็นว่า 1 ) ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันจะเพิ่มพูนขึ้น รวมถึงการร่วมกันแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจของภูมิภาค    2 ) ด้านความเชื่อมโยงโดยเฉพาะ  ทางรถไฟสามฝ่าย ไทย-ลาว-จีน และ   สะพานมิตรภาพแห่งที่  5  จะแล้วเสร็จในโอกาสแรก และ  3 ความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งโครงการไฟฟ้าใน สปป ลาวหลายแห่งก็ได้เริ่มส่งไฟฟ้าให้ฝ่ายไทยแล้ว ซึ่งเป็นส่วนสนับสนุนการพัฒนา เศรษฐกิจของไทย จึงอยากเห็นโครงการอื่น ๆ มีความคืบหน้า

ในโอกาสนี้  นายเศรษฐา   ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ  ต่อนายกรัฐมนตรี  สปป .ลาว และขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับสารแสดงความยินดี หวังว่า จะมีโอกาสเยือน สปป. ลาว ในโอกาสแรก เพื่อกระชับ ความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น  พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญต่อการส่งเสริม ความสัมพันธ์กับ สปป ลาว ในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียง และประสงค์ให้สอง ประเทศมีความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น พร้อมทำงานกับฝ่าย สปป ลาว อย่างเต็มที่ให้เกิดความก้าวหน้าในทุกมิติ โดยเฉพาะด้าน เศรษฐกิจ และหวังว่า จะได้พบกับ นายกรัฐมนตรีสปป ลาว ในโอกาสแรก พร้อมตั้งใจจะเยือน สปป ลาว อย่างเป็นทางการเป็น ประเทศแรกด้วย

นายกรัฐมนตรี 'สปป ลาว'  โทรสายตรง 'เศรษฐา' จองตัวเยือน ลาว  ประเทศแรก

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

‘โย พงศธร’ ชี้แจง ปมไม่เสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี เข้าใจโจมตีทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557188

28 ส.ค. 2566

'โย พงศธร' ชี้แจง ปมไม่เสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี เข้าใจโจมตีทางการเมือง

‘โย พงศธร’ ชี้แจง สาเหตุไม่เสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี เพราะรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ไม่กังวล เป็นเรื่องปกติ กกต.รับรองแล้ว

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ หรือโย ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต3 พรรคก้าวไกล ชี้แจงกรณีประกาศ กกต.ระยอง ที่ตนเองไม่ได้เสียภาษี 3 ปีย้อนหลัง ว่า ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากเวลารับสมัครมีการให้กรอกอาชีพของผู้สมัคร สส. จะมีให้แนบ 2 แบบ คือ แบบที่เป็นของบุคคลที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี ต้องแสดงเอกสารเสียภาษี 3 ปีย้อนหลัง กับแบบที่สอง บุคคลที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี จะเป็นแบบ สส. 4/7 คือ เป็นใบรับรองตัวเองว่ามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี 

นายพงศธร  ระบุว่า ตนใช้แบบที่สองในการยื่น คือ มีรายได้ไม่ถึง 220,000 บาทต่อปี และทาง กกต. ก็มีการประกาศรับรองปกติ ยืนยันรายได้ไม่ถึง และ ไม่ได้กังวล ถือเป็นกระบวนการตามปกติและมีเอกสารรับรองผู้สมัครเรียบร้อยแล้ว ไม่กังวลคนจะเข้าใจผิดว่าไม่เสียภาษี หากเรียกไปชี้แจงก็สามารถชี้แจงได้
 

“นอกจากเรื่องหาเสียงก็มีข่าวเรื่องของการโจมตีตน ตนเข้าใจว่าเป็นเพราะการเมืองที่พรรคก้าวไกลพยายามทำในเรื่องการหาเสียงเชิงสร้างสรรค์และพูดถึงว่าเราจะทำนโยบายอะไร ดังนั้นฝ่ายที่โจมตี ตนขอให้พ่อแม่พี่น้องเข้มแข็ง รับฟังข่าวสารอย่างมีวุฒิภาวะ” นายพงศธร กล่าว 

เอกสาร กกต.เอกสาร กกต.