ร้านปาดแม่โจ้สงขลา แนะใช้ปุ๋ยปูนขาว สำหรับปรับสภาพดิน ให้พืชสวนผลดก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752208

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้สาขาปริก ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้นานาชนิด เช่น ต้นกล้าทุเรียน,มังคุด, เงาะ ลำไยคริสตัลจัมโบ้สีม่วง เป็นต้น ได้ทดลองใช้ปุ๋ยปูนขาวเปลือกหอย & โดโลไมท์ที่มีแคลเซียน ปรับสภาพดิน ใช้สำหรับในสวนผัก ผลไม้ สวนทุเรียน สวนยาง สวนปาล์ม เพาะเห็ด ใช้ในการฆ่าเชื้อราที่ทำให้พืชเป็นโรค แก้ปัญหาใบหยิก ใบงอ ใบเหลือง รากเน่า เป็นต้น ซึ่งในปุ๋ยปูนขาวเปลือกหอยฯมีส่วนผสมซึ่งประกอบด้วย เปลือกหอย แร่โดโลไมท์ และผงถ่าน แร่ธาตุแคลเซียมออกไซด์ (Cao), โพแทสเซียมและแมกนีเซียม ใส่ลงในพืช ผลไม้ เช่น พริกจะโตเร็วให้ผลดกมาก ต้นจะแข็งแรงดี ให้ผลดกมากต้นต่อยอดเร็ว เหมาะกับพี่น้องที่ปลูกพืชเกษตร นำปุ๋ยปูนขาวเปลือกหอยฯไปใส่พืชได้หลายชนิด ทำให้ได้ผลผลิตที่ออกมามาก

นายเผชิญศักดิ์ สาสุธรรม เจ้าของร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ กล่าวว่า “พริกที่เราปลูกเนี่ยเราดูแลไม่ได้มากมาย ดูจากที่เราไม่มีระบบน้ำให้เลยเราปลูกเสร็จเราก็ใช้ในเรื่องของปูนขาวเปลือกหอย ที่มีแร่โดโลไมท์แล้วก็ผสมด้วยผงถ่านนะครับเราก็จะหว่าน พวกแร่โดโลไมท์แล้วก็เปลือกหอยนี่จะมีแคลเซียมค่อนข้างสูง ทำให้ดอกออกเยอะลูกออกเยอะ แล้วทำให้ดอกเนี่ยไม่ค่อยร่วง ลูกไม่ร่วง ทำให้ผลผลิตนี่ติดค่อนที่จะเยอะ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือดอกของพริกจะไม่ค่อยเป็นเชื้อราหรือเขาเรียกว่าโรคได ปลายแห้งหรือลูกเน่า ตอนนี้ก็จะช่วยได้เยอะ ในตัวของปูนขาว ตัวนี้ปูนขาวเปลือกหอยตัวนี้หากเป็นพวกพริก ก็ใช้ประมาณสัก 30 วันต่อหนึ่งครั้ง โดยใช้ไม่ต้องเยอะ ถ้าเป็นในกลุ่มของไม้ผลเหมือนทุเรียน มังคุดเนี่ยเราก็จะใช้ประมาณ 1 เดือน หรือ 40 วัน ต่อหนึ่งครั้ง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 087-2898370 089-5982797 สามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศ”

ซูเปอร์ฯนครพนม คึก ฝนชุกเห็ดป่าแทงดอก ทำเงินวันละครึ่งหมื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752210

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้พื้นที่จังหวัดนครพนม หลังจากมีฝนตกชุก บวกกับสภาพอากาศสลับเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น แม้บางพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนาข้าวเสียหาย แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับส่งผลดีต่อชาวบ้าน ที่มีอาชีพหาเห็ดป่าขาย เนื่องจากปีนี้สภาพอากาศสวิงไปมา บวกกับฝนตกชุก จึงเป็นปัจจัยหลักทำให้เห็ดป่านานาชนิด แห่กันออกดอกจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ป่าเขาภูพานน้อย อ.นาแก จ.นครพนม รวมถึงพื้นที่ป่าธรรมชาติ ที่ชาวบ้านอนุรักษ์เป็นป่าไม้ชุมชน กลายเป็นทำเลทอง ในการหาเห็ดป่าขายสร้างรายได้ ชดเชยน้ำท่วมนาข้าว อาทิ เห็ดเผาะ เห็ดปลวก เห็ดผึ้ง แต่ที่มาแรงสุดในช่วงนี้และมีราคาสูง เป็นที่นิยมของลูกค้านำไปปรุงเป็นเมนูเด็ดคือ เห็ดระโงก เห็ดปลวก ซึ่งถือเป็นเห็ดที่ออกดอกจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงฝนตกชุกบวกกับอากาศร้อน ดังนั้นชาวบ้านในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ที่อยู่ใกล้ป่าเขาภูพานน้อย ต่างออกไปหาเห็ดระโงก รวมถึงเห็ดป่าหลากหลายชนิดมาขายกันคึกคัก ทำให้ตามตลาดขายเห็ดป่าริมถนน หรือซูเปอร์มาเก็ตริมทาง รวมถึงตลาดของป่าต่างๆ คึกคักไปด้วยเห็ดระโงก โดยมีพ่อค้า แม่ค้า นำมาวางขายจำนวนมาก สร้างรายได้หมุนเวียนสะพัด เพราะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 300-400 บาท บางรายขยันออกหาเห็ดแต่เช้าและบ่าย จะสามารถสร้างรายได้วันละ 4,000-5,000 บาท แต่ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าจะมีเห็ดแทงดอกจากดินทันหรือไม่ด้วย

รองปลัดฯร่วมหารือ ผอ.UNFoodSystems พัฒนาความร่วมมือ พลิกโฉมระบบอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752211

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย น.ส.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ น.ส.รัชนกแสงเพ็ญจันทร์ รักษาราชการแทนอัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) นางศุภจิต ศรีอริยวัฒน์ ที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโรม เข้าร่วมการหารือกับMr. Stefanos Fotiou ผู้อำนวยการ UN Food Systems Coordination Hub และ Mr. Svante Helms ผู้จัดการ National Pathway เพื่อพัฒนาความร่วมมือและส่งเสริมกิจกรรมการพลิกโฉมระบบอาหารให้บรรลุเป้าหมาย SDGs ซึ่ง UN Food Systems Coordination Hub เป็นโครงสร้างที่เน้นการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์กรและพันธมิตร เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการสื่อสารด้านระบบอาหาร

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้นำเสนอการดำเนินการของประเทศไทยในการจัดทำ National Pathway การพลิกโฉมระบบอาหารที่ผ่านมา และยื่นข้อเสนอให้ UN Food SystemsCoordination Hub พิจารณาให้การสนับสนุนด้านวิชาการและการเข้าถึงแหล่งงบประมาณ เพื่อให้การพัฒนาระบบอาหารของประเทศไทยมีความมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ได้เสนอให้ UN Food Systems Coordination Hub สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประเทศไทยในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP 28)ที่มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-12 ธันวาคม 2566

เดอะมอลล์กรุ๊ป ส่งต่อพลังความเป็นที่สุดของผู้หญิง ภายใต้ธีม ‘THE MALL GROUP WOMEN INSPIRED’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752171

เดอะมอลล์กรุ๊ป ส่งต่อพลังความเป็นที่สุดของผู้หญิง  ภายใต้ธีม ‘THE MALL GROUP WOMEN INSPIRED’

เดอะมอลล์กรุ๊ป ส่งต่อพลังความเป็นที่สุดของผู้หญิง ภายใต้ธีม ‘THE MALL GROUP WOMEN INSPIRED’

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ จัดกิจกรรมฉลองช่วงเทศกาลวันแม่ ที่ผ่านมา ภายใต้ธีม “THE MALL GROUP WOMEN INSPIRED” ชูพลังของผู้หญิงทุกคนที่ยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์และส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆ ให้กับคนรอบข้างและสังคม ร่วมมือกับ บริษัท ทีพีเอ็นโกลบอล จำกัด, MISS UNIVERSE THAILAND, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยน้ำทิพย์คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย(องค์การมหาชน) หรือ sacitจัดงาน “THE MALL LIFESTORE WOMEN INSPIRED TEXTILE OF LOVE เส้นใยรัก สานสัมพันธ์วันแม่” ครั้งแรกกับจักรวาลไหมไทย เพื่อร่วมสืบสานอนุรักษ์ผ้าไทย โดยเชื่อมโยงความรักของแม่ผ่านการถักทอ “เส้นใยไหม”

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “งาน THE MALL LIFESTORE WOMEN INSPIRED TEXTILE OF LOVE เส้นใยรัก สานสัมพันธ์วันแม่” เพื่อร่วมสืบสานอนุรักษ์ผ้าไทย ที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลวันแม่ ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง โดยเชื่อมโยงความรักของแม่ผ่านการถักทอ “เส้นใยไหม” นำเสนอมนต์เสน่ห์ของผ้าไหมไทย ราชินีแห่งเส้นใย ที่สะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก ซึ่งเราภูมิใจที่งานนี้ได้มีส่วนช่วยผลักดัน SOFT POWERผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้นรวมทั้งช่วยสร้างรายได้ เสริมความแข็งแกร่งให้กับวงการผ้าของไทย สนับสนุนชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

ไฮไลท์ของงานเป็นครั้งแรกที่ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับเวที MISS UNIVERSE THAILAND 2023 จัดการประกวด QUEEN OF THAI TEXTILE และแฟชั่นโชว์ผ้าไทยคู่แม่ลูกจากการประกวด NEXT UNIVERSE IN THAI TEXTILE, นิทรรศการ “กว่าจะเป็นไหม” ถ่ายทอดวัฒนธรรมการทอผ้าที่เป็นมนต์เสน่ห์ของไทย ตั้งแต่กระบวนการแรกเริ่มจากหนอนไหมสู่การเป็นผ้าไหมไทย ทั้งการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม สาธิตการสาวไหม การย้อมสีเส้นไหม การทอผ้าไหม และนิทรรศการผ้าไหม จาก sacit และคณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อาทิ ผ้าไหมแพรวา-ผ้าไหมทอมือของชาวภูไท จังหวัดกาฬสินธุ์, ผ้าไหมมัดหมี่, ผ้าไหมยกดอก, ผ้าจกและผ้าขิด พร้อมเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรม หัตถศิลป์จากภูมิปัญญาชาวบ้าน ผ้าไหมไทย, ผ้าไทยต่างๆ ในราคาพิเศษภายในงาน

ELLE X GEMALYN แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทย จัดแฟชั่นโชว์อวดคอลเลคชั่น‘DE PARIS COLLECTION’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752179

ELLE X GEMALYN แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทย  จัดแฟชั่นโชว์อวดคอลเลคชั่น‘DE PARIS COLLECTION’

ELLE X GEMALYN แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทย จัดแฟชั่นโชว์อวดคอลเลคชั่น‘DE PARIS COLLECTION’

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สำหรับ GEMALYN(เจมมาลิน) แบรนด์เครื่องประดับที่นำเสนอความงดงามของพลอยแท้จากธรรมชาติได้อย่างลงตัว ล่าสุดจัดแฟชั่นโชว์สุดหรูหราริมเจ้าพระยาภายใต้ชื่องาน“GEMOROUS DE PARIS”โดยถือเป็นครั้งแรกที่แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทยคอลาบอเรชั่นกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง ELLE แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากฝรั่งเศสขวัญใจสาวๆ ทั่วโลก โดยงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้นำเสนอความงดงามของคอลเลคชั่นเครื่องประดับสุดพิเศษอย่าง “DE PARIS COLLECTION” ที่ฉายความเปล่งประกายหลากสีสันของเพชรและพลอย ได้แรงบันดาลใจจากท้องฟ้าในแต่ละช่วงเวลากรุงปารีสบ่งบอกถึงความรักและความโรแมนติกที่โรงแรมเพนนินซูล่า ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

บรรยากาศภายในงานได้เนรมิตออกมาเป็นกรุงปารีสในฝัน ถ่ายทอดความเป็นเมืองสุดโรแมนติกที่แสนอบอุ่น เปรียบเสมือนท้องฟ้าในแต่ละช่วงเวลาของกรุงปารีส คลอเคล้าไปกับเสียงดนตรี โดยมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ และเซเลบริตี้ร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิซาร่า เล็กจ์ แฟชั่นไอคอนแห่งยุค, น้ำตาล -ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016, พลอย-ชวพร เลาหพงศ์ชนะ แฟชั่นนิสต้าตัวแม่ และ แพรว-แพรววนิตเรืองทอง มิสซูปราเนชันแนลไทยแลนด์ 2022 ร่วมเดินแบบ finale สวยเจิดจรัสในลุคสุดแกลมที่ละสายตาไม่ได้

ไฮไลท์ของงานที่สะกดทุกสายตา คือแฟชั่นโชว์เครื่องประดับทั้ง 3 คอลเลคชั่นเริ่มที่คอลเลคชั่นแรก Sunrise In Paris แรงบันดาลใจจากท้องฟ้ายามเช้าของกรุงปารีส แต่งแต้มสีสันด้วยเครื่องประดับจากพลอยหลากสีอย่าง Yellow Sapphireและ Blue Sapphire ไล่เฉดสีไปจนถึง Diamond เป็นสีที่ถ่ายทอดเรื่องราวความงดงามของกรุงปารีสได้อย่างลงตัว ตัวเรือนดีไซน์สุดพิเศษเป็นกระเปาะตัว E สัญลักษณ์ซิกเนเจอร์ของ ELLE แมทช์ได้กับทุกลุคให้ดูดีมีสไตล์ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

ถัดมากับคอลเลคชั่น L’amour Moment ที่ได้แรงบันดาลจากคอนเซ็ปต์ “City of Love” ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานเครื่องประดับ ที่แสดงถึงความรักและมีความพิเศษที่ซ่อนอยู่ในแบบฉบับของสาว GEMALYN ทำให้คอลเลคชั่นนี้อบอวลไปด้วยความรัก โดยใช้สัญลักษณ์รูปสื่อถึงความรัก มาผสมผสานการออกแบบกับโลโก้ ของ ELLE

และปิดท้ายด้วยแสงสุดท้ายของปารีส กับคอลเลคชั่น Sunset In Paris แรงบันดาลใจจากท้องฟ้ายามเย็นเหนือกรุงปารีส มารังสรรค์และดีไซน์จนเป็นเครื่องประดับอันงดงาม ผลงานทุกชิ้นบอกเล่าเรื่องราวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยไลฟ์สไตล์ของสาวฝรั่งเศสออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีการนำ 4 ตัวอักษร“E L L E” สัญลักษณ์อันเป็นซิกเนเจอร์ทรงอิทธิพลในโลกแฟชั่นมาดีไซน์ผสมผสาน กับ GEMALYN โลโก้ได้อย่างลงตัว และรายล้อมไปด้วยเพชรแท้และพลอยหายากอย่าง Pink Sapphire, Blue Sapphire และ Diamond

ความพิเศษของคอลเลคชั่นนี้ได้ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความสวยงามและมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลของท้องฟ้าในกรุงปารีส มาตีความหมายและนำเสนอความสวยงามผ่านความสวยงามของพลอยและเพชร ในแบบฉบับของGEMALYN ที่เป็นสไตล์ของสาวปารีเซียงพร้อมดึงจุดเด่น Element ของโครงสร้างสถาปัตยกรรมหอไอเฟล มาเป็นแรงบันดาลใจ ผสมผสานแต่ละองค์ประกอบให้เกิดเป็นความงดงามที่เด่นชัด เป็นอีกหนึ่งคอลเลคชั่นที่สวยสะกดทุกสายตา ด้วยดีไซน์เรียบหรูและสีสันอันโดดเด่นของอัญมณี ที่แมทช์ได้กับทุกลุค ทุกโอกาส ทำให้แสดงตัวตนและสไตล์ความเป็นสาว ELLE ได้อย่างลงตัว บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์อันสนุกสนาน เผยความเป็นแฟชั่นนิสต้าในแบบฉบับสาวปารีเซียงในตัวคุณได้อย่างมีระดับ เป็นอีกหนึ่งคอลเลคชั่นที่สวยสะกด ชวนให้ทุกคนหลงใหลและควรค่าแก่การมีไว้ในครอบครอง

สำหรับ GEMALYN คือ แบรนด์น้องใหม่จาก NGG JEWELLERY อาณาจักรเครื่องประดับ ทอง เพชร อัญมณี และนาฬิกา แบรนด์เครื่องประดับที่นำเสนอความงดงามของพลอยแท้จากธรรมชาติคุณภาพสูงระดับ Eyecleanพิถีพิถันตั้งแต่ออกแบบ คัดเลือกสีพลอย จนถึงรังสรรค์ออกมาเป็นเครื่องประดับได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับคอลเลคชั่นDE PARIS COLLECTION ตามไปอัปเดตและเป็นเจ้าของได้ที่ www.nggjewellery.com Facebook: Gemalyn Jewelery และ LINE OA: @Gemalyn Jewelry

เอ็น.ซี.ซี. จัดงาน ‘InterCare Asia 2023’ อัปเดตเทรนด์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752176

เอ็น.ซี.ซี. จัดงาน ‘InterCare Asia 2023’ อัปเดตเทรนด์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

เอ็น.ซี.ซี. จัดงาน ‘InterCare Asia 2023’ อัปเดตเทรนด์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันนี้เห็นได้ชัดว่าเทรนด์การดูแลสุขภาพ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้คนต่างตื่นตัวหันมาให้ความสำคัญในการใส่ใจดูแลตัวเอง โดยเฉพาะการชะลอวัยด้วยโภชนบำบัด การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และช่วยชะลอความแก่โดยไม่ใช้ยานั้น เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีได้อย่างยั่งยืนเทรนด์ดังกล่าวเห็นได้ชัดหลังจากการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้คนยุคใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น โดยให้ความสำคัญทั้งเรื่องของอาหาร การออกกำลังกาย เรื่องของสุขภาพจิตกับการทำงาน ความงาม และเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยตรวจเช็คสุขภาพเพื่อให้รู้เท่าทันโรค

อีกทั้ง การเดินหน้าเข้าสู่สังคมสูงวัย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ผู้สูงอายุคนไทยเพิ่มขึ้นปีละ 5 แสนคน และคาดว่าในปี 2568 ประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยจะมีผู้สูงอายุ 1 คน ต่อประชากร 5 คน แน่นอนว่า กลุ่ม Silver Age ยังคงต้องการใช้ชีวิตอย่างแอ๊กทีฟให้มากที่สุดส่งผลให้การชะลอวัยแบบองค์รวมได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น บริการทางการแพทย์และบริการอื่นๆ ในปัจจุบันมีการพัฒนาไปสู่การดูแลไม่ใช่แค่ร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงจิตใจที่อยู่อาศัย และด้านสังคม คุณภาพชีวิต เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติ

นายสุรพล อุทินทุ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า หากดูการคาดการณ์เศรษฐกิจเพื่อสุขภาพทั่วโลก (GlobalWellness Economy) จาก Global Wellness Institute (GWI) พบว่า ในปี 2568 คาดจะมีมูลค่าประมาณ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 230 ล้านล้านบาท โดยธุรกิจ Wellness หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา เป็นอีกหนึ่งเมกะเทรนด์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านี้ กระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น GWI ประเมินว่า Wellness Tourism จะมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2567 อีกทั้งในปี 2565 ที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกเลือกให้เป็นWellness Destination อันดับ 2 ของโลก

จะเห็นว่ากระแสสุขภาพและแนวโน้มการเติบโตดังกล่าวไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ยังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะความมั่งคั่งที่แท้จริง คือ การที่มีสุขภาพที่ดี หรือ Health is Wealth ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้จัดงานด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่องภายใต้ชื่องาน “InterCare Asia” (อินเตอร์แคร์ เอเชีย) ซึ่งในปีนี้งาน “InterCare Asia 2023” เตรียมกลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รวบรวมสินค้า บริการ และกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เพื่อการพัฒนาสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวม ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ อีกทั้ง เปิดรับผู้เข้าชมงานทั้งจากภาคธุรกิจและบุคคลทั่วไป และพร้อมมอบโอกาสและประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านโซลูชั่นและเทคโนโลยีในการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนทุกวัย ได้แก่ สินค้าไลฟ์สไตล์และความเป็นอยู่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อุปกรณ์และสินค้าเพื่อความงาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ และฟื้นฟูสมรรถภาพ การวางแผนเพื่อเกษียณ ที่อยู่อาศัยและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ในส่วนของผู้ประกอบการ ภายในงานนอกจากจะได้พบปะผู้ซื้อจำนวนมากแล้ว สามารถเพิ่มโอกาสและแลกเปลี่ยนไอเดียทางธุรกิจกับผู้นำในอุตสาหกรรมด้านต่างๆ ได้ สำหรับ SME ร่วมโครงการ BDS รับเงินสนับสนุนสูงสุดถึง 80% พร้อมพันธมิตรทางธุรกิจไม่ว่าจะเป็นด้านการดูแลสุขภาพและความงาม โภชนาการและโภชนบำบัด การดูแลด้านการแพทย์ และการฟื้นฟูสมรรถภาพอีกด้วย

อีกทั้ง ยังได้ร่วมมือกับ “O-lunla” นิตยสารชั้นนำสำหรับผู้สูงวัย เปิดพื้นที่พิเศษเพื่อแบ่งปันความห่วงใย และร่วมแบ่งปันกำลังใจ ในโซน “Share & Care แค่รักยังไม่พอ” ได้แก่ หัวข้อ Share & Care ตอน Stroke-Strong โดย คุณพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง หัวข้อ Zumba ส่ายสะบัดโรค โดย ครูหนุ่ม-ยอดชายยมะคุปต์ หัวข้อการออมและการลงทุนเพื่อตัวเองและครอบครัวที่เรารัก โดย คุณเสกสรร โตวิวัฒน์ กองทุนบัวหลวง หัวข้อ Fit & Firm ออกกําลังกายด้วยจานกระดาษ โดย ดร.ชลชัย อานามนารถ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล หัวข้อ รู้ใจสมอง ท้าชนความเหงา โดย ผศ.ดร.ก.บ. ศุภลักษณ์ เข็มทอง คณะกายภาพบําบัด มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังจัดพร้อมกับงาน “Wellness & Travel Fair” โดยสมาคมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพไทย ซึ่งเป็นเวทีรวบรวมแพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โรงพยาบาล อาหารสุขภาพ สินค้าที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ตลอดจนกิจกรรมจับคู่ธุรกิจด้าน Wellness สัมมนา “Wellness Trend Talk” โดยวิทยากรระดับประเทศ และกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย

งาน InterCare Asia 2023 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม-2 กันยายน 2566 เวลา 10.00-18.00 น. ณ Hall 5 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สอบถามโทร.02-2293503, 02-2293513, 02-2293515 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์ www.intercare-asia.comหรือ เฟซบุ๊กแฟนเพจ : InterCare Asia

ไทยเวียตเจ็ทต้อนรับมิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2023 บินลัดฟ้าสู่เวียดนาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752172

ไทยเวียตเจ็ทต้อนรับมิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2023 บินลัดฟ้าสู่เวียดนาม

ไทยเวียตเจ็ทต้อนรับมิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2023 บินลัดฟ้าสู่เวียดนาม

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สายการบินไทยเวียตเจ็ท ประกาศพันธมิตรในฐานะผู้สนับสนุนหลักด้านการเดินทางอย่างเป็นทางการของกองประกวดมิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2023 (Miss Earth Thailand 2023) เน้นย้ำปณิธานของไทยเวียตเจ็ทในการสนับสนุนความตระหนักและความคิดริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในค่านิยมหลักของไทยเวียตเจ็ทและองค์กรมิสเอิร์ธไทยแลนด์

ในฐานะผู้สนับสนุนหลักด้านการเดินทางอย่างเป็นทางการ สายการบินไทยเวียตเจ็ทให้การสนับสนุนผู้เข้าประกวดมิสเอิร์ธไทยแลนด์2023 ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายและปลอดภัยบนเที่ยวบินของไทยเวียตเจ็ท เพื่อทำกิจกรรมระหว่างการเก็บตัว ณ เมืองดานัง และฮอยอัน ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 21-24 สิงหาคม 2566 นี้

นายปิ่นยศ พิบูลสงคราม ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยเวียตเจ็ทกล่าว “สายการบินไทยเวียตเจ็ทยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่เป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้หญิงและสาธารณชนอย่างการประกวดมิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2023 เราให้ความสำคัญกับการสนับสนุนความคิดริเริ่มที่ส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เราภูมิใจที่ได้สนับสนุนกิจกรรมนี้ด้วยเที่ยวบินของไทยเวียตเจ็ท ซึ่งเชื่อมต่อเหล่าผู้หญิงที่สร้างแรงบันดาลใจเหล่านี้กับโอกาสให้พวกเธอได้ลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกของเรา”

ร่วมติดตามและให้กำลังใจเหล่าผู้เข้าประกวดมิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2023 ได้ที่แฟนเพจMiss Earth Thailand Facebook ที่ : http://www.facebook.com/missearth.th

ททท.นำผู้ประกอบการโรงแรมก้าวสู่‘Experience Economy’ สร้างความโดดเด่นด้วยประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752178

ททท.นำผู้ประกอบการโรงแรมก้าวสู่‘Experience Economy’  สร้างความโดดเด่นด้วยประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม

ททท.นำผู้ประกอบการโรงแรมก้าวสู่‘Experience Economy’ สร้างความโดดเด่นด้วยประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ หรือ Experience Economy เป็นกลยุทธ์ใหม่ในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการเพราะเกิดความประทับใจเฉพาะตัวสินค้าและบริการเท่านั้น หากยังต้องการจ่ายให้กับประสบการณ์ที่จะได้รับจากการใช้บริการอีกด้วย ผู้บริโภคจึงมองหาธุรกิจที่สามารถมอบประสบการณ์ที่สนุกสนานและน่าจดจำ นำมาซึ่งไอเดียธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับลูกค้า เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ธุรกิจให้บริการด้านการท่องเที่ยวกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญอีกครั้ง ในท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งความคาดหวังของนักท่องเที่ยวนั้นบริการที่ดีอาจไม่เพียงพอเสียแล้ว แต่จะต้องมอบประสบการณ์และความรู้สึกประทับใจที่ยอดเยี่ยมด้วย การทำความเข้าใจเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ในภูมิทัศน์ทางการท่องเที่ยวอย่างแท้จริงจึงมีความสำคัญ ซึ่ง ททท. ได้รวบรวมข้อมูลที่เกิดจากการถอดบทเรียน และถ่ายทอดประสบการณ์ของโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวในการปรับตัวสู่ความคาดหวังใหม่ๆ นี้

“เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ในด้านการท่องเที่ยว คือการท่องเที่ยวที่นำเสนอประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและน่าจดจำแก่นักท่องเที่ยว ประสบการณ์ที่ “ไม่เหมือนใคร” ทำได้อย่างไร ภายใต้มาตรฐานแบบเดิม นอกจากความสะอาด สะดวกสบาย การบริการ และคุณภาพของอาหาร รวมกับจุดเด่นในเรื่องแสงแดดหาดทราย และทะเล เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งทุกโรงแรมก็ทำเช่นเดียวกัน ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน การมอบประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เพียงยกระดับ หากยังเป็นการใส่ใจลงไปในรายละเอียด”

โดยวิธีที่ โรงแรม รีสอร์ท ใช้สร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและน่าจดจำ สามารถทำได้ อาทิ การสร้างความรู้สึกและความสุขเชิงบวกผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ Sight ภาพ, Hear การได้ยิน, Touch สัมผัส, Smell กลิ่น, และ Taste รสชาติ ตัวอย่างของการสร้างประสบการณ์ ได้แก่ การจัดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้ยินเสียงธรรมชาติ นกร้อง ลมอ่อนๆ พัดยอดไม้หรือสไตล์ดนตรีของคนในท้องถิ่น หรือกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพร ดอกไม้พิเศษในพื้นที่ขณะเดินอยู่ในโรงแรม หรือการได้ชิมอาหารท้องถิ่นรสชาติดี กลิ่นรสที่แตกต่างไปจากที่คุ้นเคย

หนึ่งในเป้าหมายของนักเดินทางยุคมิลเลนเนียล คือ การได้พบปะ พูดคุย กับผู้คนที่ได้พบเจอในที่ห่างไกล หากโรงแรมสามารถจัดสรรพื้นที่ภายในโรงแรมให้เป็นพื้นที่พบปะพูดคุยมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ปลั๊กไฟ หรือสัญญาณ Wi-Fi ผู้เข้าพักใช้เป็นที่แฮงก์เอาต์จิบกาแฟ เปิดโอกาสให้สามารถพูดคุยทำความรู้จักกับผู้มาเยือนอื่นๆ หรือแม้แต่เปิด co-workingspace ก็เป็นวิธีที่สร้างประสบการณ์ที่ดี

ในยุคแห่งดิจิทัลการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญ ระบบ IoT หรือ Internet of Things หรือ data technology ช่วยให้โรงแรมสามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เข้าพัก เพื่อช่วยในการวางกลยุทธ์การสร้างรายได้และปรับปรุงแนวทางด้านการตลาด สามารถเสนอการให้บริการที่เพิ่มความพึงพอใจได้อย่างตรงความต้องการ

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ผู้เข้าพักเสาะแสวงหา ก็คือโอกาสในการสร้างประสบการณ์และร่วมทำกิจกรรมกับชุมชนท้องถิ่น เช่น เช็คอินร้านกาแฟเก๋ๆ ในพื้นที่ เดินเที่ยวตลาดนัด ทดลองชิมอาหารแปลกใหม่ สวนผลไม้ในพื้นที่ กิจกรรมในธรรมชาติ เช่น พายคายัค ล่องแพ หากโรงแรมสร้างเครือข่ายพันธมิตร และนำเสนอให้กับผู้เข้าได้มีโอกาสสัมผัส พร้อมเสนอส่วนลดพิเศษ นับเป็นการยกระดับการมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ รวมถึงการสร้างสรรค์กิจกรรม เพื่อให้แขกได้มีช่วงเวลาพิเศษระหว่างการเข้าพัก เช่น การเขียน Welcome Card อวยพร พร้อมเค้กวันเกิด หรือปาร์ตี้เล็กๆ, ชั้นเรียนทำอาหารท้องถิ่นกับเชฟของโรงแรม, บรรยากาศรอบกองไฟยามเย็นพร้อมแบ่งปันเรื่องราวทางวัฒนธรรมของนักเดินทาง

“โรงแรมที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ จนเกิดเป็นความทรงจำที่ดีได้ นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์ ไม่ได้เป็นเพียงการดึงดูดลูกค้าใหม่ให้โรงแรมเท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะรักษาลูกค้าเดิมให้พึงพอใจและภักดีต่อแบรนด์โรงแรมตลอดไปได้เป็นอย่างดี” รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวสรุป

นิทรรศการ‘The Duality of Home’ผลงานศิลปะ ผ่านวัฒนธรรมของนักเรียนไทยในอเมริกา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752187

นิทรรศการ‘The Duality of Home’ผลงานศิลปะ  ผ่านวัฒนธรรมของนักเรียนไทยในอเมริกา

นิทรรศการ‘The Duality of Home’ผลงานศิลปะ ผ่านวัฒนธรรมของนักเรียนไทยในอเมริกา

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ท่านทูตธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี., ชลทิพย์ กำภู แสงรัตน์, เพลินจันทร์ วิญญรัตน์, ชาลินี กิติยากรฯ, อัปสรศิริ จุณณานนท์

เมื่อต้องไปเรียนที่ต่างแดน ทำให้เกิดมุมมองใหม่ๆ จากการทับซ้อนทางวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมที่ต่างออกไป และอัตลักษณ์ส่วนบุคคลที่เกิดจากประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้พบเจอมา เป็นที่มาของ นิทรรศการ “The Duality of Home” งานแสดงผลงานศิลปะที่สะท้อนความหมายของการเดินทางข้ามผ่านวัฒนธรรมตามแบบฉบับนักเรียนศิลปะและการออกแบบในสหรัฐอเมริกา ทั้งภาพวาด,เซรามิก, ผ้าและสิ่งทอ, การออกแบบผลิตภัณฑ์, เฟอร์นิเจอร์, ภาพพิมพ์ และอื่นๆ พร้อมชวนให้ทุกคนหาความหมายของคำว่า “บ้าน” ในความหมายและรูปแบบของตัวเอง จัดโดย Thai Creative Student Collective (TCSC) องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และเครือข่ายนักเรียนไทยด้านศิลปะและการออกแบบในสหรัฐอเมริกา เมื่อเร็วๆ นี้ ณ Slowcomboชั้น 3 ซอยจุฬา 50 โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ มี ท่านทูตธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นประธานเปิดงานและ ณัฐณิชา กิติยากร ณ อยุธยา, ณัชชาภักดีกิจเจริญ เเละ ปพนวิทย์ วณิชประภา ผู้ร่วมก่อตั้ง Thai Creative Student Collective(TCSC) ต้อนรับพร้อมด้วย เพลินจันทร์ วิญญรัตน์,ชาลินี-วรธีร์ กิติยากร ณ อยุธยา, อัปสรศิริจุณณานนท์, ม.ล.ศศิภา-ม.ล.จันทราภา-ม.ร.ว.พร้อมฉัตร-ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์,คริสโตเฟอร์ เฟิร์น, นุติ์ นิ่มสมบุญ, คล้ายเดือนสุขะหุต ฯลฯ ร่วมงานเปิดนิทรรศการ 

ณัฐณิชา กิติยากร ณ อยุธยา, ณัชชา ภักดีกิจเจริญ เเละ ปพนวิทย์ วณิชประภา ผู้ก่อตั้งร่วมของ Thai Creative Student Collective (TCSC) เล่าว่า TCSC เกิดขึ้นจากการรวมตัวของนักเรียนไทยด้านศิลปะและการออกแบบจาก Rhode Island school of design (RISD) มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงศักยภาพด้านศิลปะและการออกแบบของนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกา นำมาซึ่งการเปิดโอกาสด้านอาชีพทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศให้กว้างขึ้นสำหรับนักเรียนรุ่นต่อๆ ไป ซึ่งงานนี้ถือเป็นกิจกรรมครั้งแรกขององค์กรในการจัดแสดงผลงานศิลปะของนักเรียนไทยจากหลากหลายสถาบันการศึกษาในสหรัฐอเมริกา

ผู้ร่วมก่อตั้ง TCSC ณัชชา ภักดีกิจเจริญ, ปพนวิทย์ วณิชประภา และ ณัฐณิชา กิติยากร ณ อยุธยา

สำหรับนิทรรศการ “The Duality of Home” มีไฮไลต์ผลงานศิลปะหลากหลายแขนงและการออกแบบรูปแบบต่างๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวคำว่าบ้านในมุมมองใหม่จากความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจของนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกาทั้ง 20 คน ที่ได้รับการคัดเลือกให้จัดแสดงงานในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบที่เป็นขั้วตรงข้ามแต่สามารถพึ่งพาและอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ขาวดำ แสงเงา, ภาพยนตร์ที่นำเสนอเรื่องราวของความเพียรและการเติบโตท่ามกลางความรู้สึกแปลกแยกขณะที่อยู่ต่างแดนโดยเฉพาะในช่วงโรคระบาด, ผลงาน Only for the First Time จากแรงบันดาลใจจากการมองเห็นสัจธรรมของโลกแม้ว่าเวลาจะเดินไปข้างหน้าแต่สถานที่ยังคงเดิม ในขณะที่คนและความสัมพันธ์เปลี่ยนไป และบ้านไม่ใช่ที่อยู่ หรือที่ที่เราไปเที่ยว แต่หมายถึงคนที่เราอยู่ด้วย, การบอกเล่าถึงอัตลักษณ์ทางสังคมของนักศึกษาที่ผสานกับธรรมชาติของโลกสมัยใหม่ผ่านการเขียนและบทเพลง, การส่งต่อแนวคิดความเป็นไทย และความละเมียดละไมของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบไทยๆ ด้วยการนำโลหะมาพับตามรูปแบบการพับใบเตย เกิดเป็นจุดบรรจบของสิ่งใหม่และสิ่งเก่าอย่างลงตัว, ผลงาน Stillness เป็นฟิวส์กลาส คือเทคนิคหลอมแก้ว ผ่านความร้อนสูง ให้เนื้อแก้วอ่อนตัวแล้วทําให้เกิดรูปทรงคล้ายกับเงาสะท้อนของนํ้านับเป็นการแสดงออกซึ่งตัวตนอย่างเต็มที่ รวมทั้งการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านลวดลายแบบไทยดั้งเดิมบนสิ่งทอและเส้นด้าย ที่ได้แรงบันดาลใจจากความคึกคักและสีสันของตลาดกลางคืน

สำหรับผลงาน “กระทง” ของ ณัฐณิชา กิติยากร ณ อยุธยา จาก Rhode Island School of Design เป็นผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นแนว Industrial เป็นการนำความต่างของ 2 วัฒนธรรมมาผสมผสานกัน โดยนำเหล็กแผ่นมาพับตามวิธีการพับใบเตยของไทย และนำมาประกอบเป็นรูปทรงกระทง และนำมาใส่ในกล่องที่มีแสงไฟด้านใน ทำให้เมื่อดูผ่านเลนส์จากกล้องหรือมือถือ จะได้เงาสะท้อนของกระทงในมุมที่หลากหลาย และต่างไปจากเดิม ซึ่งกระทงก็เหมือนตนเองที่อยู่ในวัฒนธรรมที่หลากหลาย เมื่อมองจากมุมที่ต่างกันก็จะเห็นรูปทรงที่ต่างออกไป จึงนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้

สนใจดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Instagram : @tcscollective หรือ ID Line : Tess.ktykra

วรธีร์ กิติยากร ณ อยุธยา, คริสโตเฟอร์ เฟิร์น, ม.ล.ศศิภา-ม.ล.จันทราภา-ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์-ม.ร.ว.ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์ และชาลินี กิติยากร ณ อยุธยา

‘The Dreamer Set by The Village x Kloset’ ผลงานคอลแลบ Kloset และ อารียา พรอพเพอร์ตี้ ที่ Unpack ทุกความฝัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752180

‘The Dreamer Set by The Village x Kloset’  ผลงานคอลแลบ Kloset และ อารียา พรอพเพอร์ตี้ ที่ Unpack ทุกความฝัน

‘The Dreamer Set by The Village x Kloset’ ผลงานคอลแลบ Kloset และ อารียา พรอพเพอร์ตี้ ที่ Unpack ทุกความฝัน

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อารียา พรอพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นสู่การเป็น “Lifestyle Property Developer”สร้างปรากฏการณ์สุดเซอร์ไพรส์ทั้งวงการแฟชั่นและอสังหาฯ ควงแขนแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชื่อก้องของเมืองไทยอย่าง “Kloset” ร่วมครีเอทเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลคชั่น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อยู่อาศัยให้ลุกขึ้นมาทำตามฝันได้อย่างเต็มที่ กับโครงการ The Village by Areeya Property พร้อมผลงานคอลแลบในชื่อ “The Dreamer Set”

การที่สองแบรนด์มาจับมือกันเนรมิตคอลเลคชั่น “The Dreamer Set by The Village x Kloset” เกิดจากคาแรกเตอร์และไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่เป็นแฟนๆ ของ Kloset กับลูกบ้านของ The Village นั้นมีความคล้ายกันมาก ทั้งสองกลุ่มเป็นคนที่เปี่ยมด้วยแพชชั่น ทั้งยังมี Hobbies ที่หลากหลาย โปรเจกท์นี้ จึงมาพร้อมไอเทมเอ็กซ์คลูซีฟที่พร้อมเติมเต็มทุกความฝันของทุกคนให้กลายเป็นจริง เพื่อใช้ชีวิตภายใต้คอนเซ็ปต์ “Live Your Dream Life” โดยกิมมิคแสนเก๋จะอยู่ที่แต่ละเซตถูกแพ็กอยู่ในกระเป๋าใบสวยลวดลายสุดพิเศษที่ Kloset ครีเอทขึ้นเฉพาะสำหรับงานคอลแลบนี้เท่านั้น เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ที่จะได้ครอบครองบ้าน The Village นั่นเอง ตัวกระเป๋าและลายปรินต์ได้แรงบันดาลใจจากบ้าน The Village ในสไตล์ American Cottage แสนอบอุ่น เพียบพร้อมด้วยพื้นที่ซึ่งแบ่งสัดส่วนอย่างลงตัวสามารถสนับสนุนทุกกิจกรรม ที่พร้อมจะปลุกพลังของเหล่าดรีมเมอร์ผู้เปี่ยมพลังและความฝัน

การสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่อยู่อาศัยลุกขึ้นมาทำตามความฝันหรือ “Live Your Dream Life” ทำให้แบรนด์ได้ออกแบบกระเป๋า 3 ใบ เป็นตัวแทนของ 3 ความฝันที่ถูกเก็บซ่อนไว้ โดยไอเทมทั้ง 3 มีความสวย หวาน และตอบโจทย์การใช้งานจริง ลวดลายที่ออกแบบขึ้นใหม่เก็บดีเทลของไลฟ์สไตล์สาวยุคใหม่ไว้อย่างครบถ้วน เมื่อเหล่าดรีมเมอร์ได้รับ The Dreamer Set ไป ก็จะเปรียบเสมือนได้ Unpack ความฝันที่เคยพับเก็บไว้ และกลับมาสานฝันให้เป็นความจริงด้วยกระเป๋าใบนี้นั่นเอง

ผลงานเอ็กซ์คลูซีฟในครั้งนี้นับเป็นการสร้าง Brand Experience ที่จับต้องได้ที่ต่อยอดจากแคมเปญ “Unpack Your Dream” ได้อย่างสนุกสนานและน่าสนใจ ภายในกระเป๋า 3 ใบ มีไอเทมสุดพรีเมียมลวดลายที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อแคมเปญนี้โดยเฉพาะ ได้แก่ กระเป๋าใบแรก The Gardener: ชวนคนชอบทำสวน-จัดดอกไม้มา Unpack กระเป๋า Tote ใบเก๋ที่บรรจุอุปกรณ์ทำสวนสุดพรีเมียม พร้อมด้วยผ้ากันเปื้อนสีเขียวเข้าชุดกัน พร้อมสร้างพื้นที่สีเขียวทั้งในและนอกบ้าน

กระเป๋าใบที่สอง The Baker : ให้สายทำขนมได้ฟินกับกระเป๋าเก็บอุณหภูมิลายลิมิเต็ดที่เปิดแล้วหอมกลิ่นขนมอบอวลไปทั่วบ้าน ด้วยจานอบขนมผ้ากันเปื้อน และผ้าโพกผม มาในพาเลตสีโอลด์โรสสวยเก๋สไตล์สาว Kloset และกระเป๋าใบที่สาม The Painter : สายอาร์ตต้องถูกใจกับกระเป๋าไม้ใบใหญ่ที่เปิดออกมาเป็นอุปกรณ์สีครบเซต พร้อมด้วยจานสีและสมุดสเก็ตช์ภาพ ชวนให้หยิบพู่กันมาเปิดสตูดิโอส่วนตัวภายในบ้าน

อารียา พรอพเพอร์ตี้ ขอชวนสาวก Kloset และสายแฟชั่นมา Unpack Your Dream เปิดกระเป๋าความฝันกันที่โครงการ The Village บ้านสไตล์ American Cottage ที่เปี่ยมด้วยพื้นที่ใช้สอยและมีห้องนอนถึง 4 ห้องนอน มากพอที่จะแบ่งสัดส่วนเป็นห้องที่รองรับทุกกิจกรรมหรือ Hobbies ที่ชอบ นอกจากนี้บางโลเกชั่นยังมีพื้นที่รอบบ้านสูงสุด 360 องศา พร้อมปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นเป็น Gallery หรือ Workshop เล็กๆ ได้ซึ่งพื้นที่สุดพิเศษนี้เรียกว่า Dream Space และ Dream Corner พร้อมเติมเต็มทุกความฝันบน 5 ทำเลใกล้เมืองดูรายละเอียดหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.areeya.co.th LINE : @Areeyahome โทร.1797