เพนตากอนเชื่อ ปริโกซินตายจริง-ชี้ไม่มีหลักฐานเครื่องบินโดนมิสไซล์ยิงตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2719951

เพนตากอนเชื่อ ปริโกซินตายจริง-ชี้ไม่มีหลักฐานเครื่องบินโดนมิสไซล์ยิงตก

25 ส.ค. 2566 03:27 น.

เพนตากอนเชื่อ ปริโกซินตายจริง-ชี้ไม่มีหลักฐานเครื่องบินโดนมิสไซล์ยิงตก

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เชื่อว่า เยฟเกนี ปริโกซิน เสียชีวิตแล้วในเหตุเครื่องบินตก แต่ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่า เครื่องบินถูกยิงร่วงด้วยจรวดมิสไซล์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พลจัตวา แพทริก ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จัดงานแถลงข่าวที่ตึกเพนตากอนในวันพฤหัสบดีที่ 24 ส.ค. และตอบคำถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับชะตากรรมของนาย เยฟเกนี ปริโกซิน ผู้ก่อตั้งบริษัททหารรับจ้าง ‘วากเนอร์ กรุ๊ป’ (Wagner Group) ที่ประสบเหตุเครื่องบินตกทางเหนือของกรุงมอสโกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

นายพลไรเดอร์กล่าวว่า การประเมินเบื้องต้นของเพนตากอนชี้ว่า เยฟเกนี ปริโกซิน น่าจะเสียชีวิตในเหตุเครื่องบินตกนี้แล้ว และตอนนี้พวกเขาไม่มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่า มีการใช้มิสไซล์ชนิดภาคพื้นสู่อากาศยิงเครื่องบินลำนี้จนตก และจะไม่คาดการณ์ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องตกกันแน่

เมื่อถูกถามว่าการเสียชีวิตของนายปริโกซินจะมีผลอย่างไรต่อสงครามในยูเครน นายพลไรเดอร์ตอบว่า นับตั้งแต่การก่อกบฏของกลุ่มวากเนอร์เมื่อ 23 มิ.ย. ทหารรับจ้างกลุ่มนี้ก็ไม่ได้อยู่ในสนามรบในยูเครนแล้ว

โฆษกกลาโหมรายนี้บอกอีกว่า วากเนอร์เคยเป็นกองกำลังที่มีประสิทธิภาพในสนามรบมากที่สุดของรัสเซีย แต่ตอนนี้อิทธิพลของพวกเขาลดลงอย่างมาก และตอนนี้สมาชิกส่วนใหญ่ของวากเนอร์ก็อยู่ในเบลารุส เพื่อฝึกสอนทหารเบลารุส ตามข้อตกลงที่เกิดขึ้นหลังการก่อกบฏที่ล้มเหลว

นักข่าวยังถามหลายครั้งเรื่องขีดความสามารถของเพนตากอนในการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มวากเนอร์ ซึ่งนายไรเดอร์ตอบว่า เขาไม่อยู่ในตำแหน่งที่สามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลของสหรัฐฯ ได้ แต่เขาย้ำว่า วากเนอร์เป็นภัยคุกคามที่ใหญ่กว่าตัวนายปริโกซินเพียงคนเดียว

ทั้งนี้ นายไรเดอร์ยังพูดถึงเรื่องการฝึกฝนนักบินของยูเครน โดยระบุว่า การฝึกภาษาอังกฤษของชาวยูเครนกำลังรับการอบรมเพื่อบังคับเครื่องบินขับไล่ F-16 จะเริ่มขึ้นในเดือนกันยายนนี้ที่รัฐเทกซัส ขณะที่คาดว่าการฝึกบินจะเริ่มขึ้นในเดือนถัดไปที่รัฐแอริโซนา โดยคาดว่าจะมีนักบินกับเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงหลายสิบคนเข้าร่วม

ที่มา : bbc

ที่ประชุม BRICS ไฟเขียว รับอีก 6 ประเทศเป็นสมาชิกเพิ่มตั้งแต่ปีหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2719950

ที่ประชุม BRICS ไฟเขียว รับอีก 6 ประเทศเป็นสมาชิกเพิ่มตั้งแต่ปีหน้า

25 ส.ค. 2566 02:04 น.

ที่ประชุม BRICS ไฟเขียว รับอีก 6 ประเทศเป็นสมาชิกเพิ่มตั้งแต่ปีหน้า

กลุ่มชาติเศรษฐกิจพัฒนาเร็ว หรือ BRICS ประกาศจะรับอีก 6 ประเทศเข้าเป็นสมาชิกใหม่ในปีหน้า เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งและความร่วมมือ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มประเทศ BRICS ซึ่งประกอบด้วย บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน และ แอฟริกาใต้ เห็นชอบร่วมกันที่การประชุมสุดยอดประจำปีว่า พวกเขาจะรับประเทศ อาร์เจนตินา, เอธิโอเปีย, อิหร่าน, ซาอุดีอาระเบีย, อียิปต์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นสมาชิกเต็มตัวตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นไป

เรื่องดังกล่าวได้รับการเปิดเผยโดยนายไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ที่การประชุมสุดยอดในนครโจฮันเนสเบิร์ก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ส.ค. 2566

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วที่ไม่ใช่ชาติตะวันตก และมีขนาดเศรษฐกิจรวมคิดเป็น 1 ใน 4 ของโลก และประชากรกว่า 40% แห่งนี้ กล่าวว่า “การขยายสมาชิกครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์”

“การขยายสมาชิกนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นใหม่สำหรับกลุ่มความร่วมมือ BRICS มันจะนำความเข้มแข็งใหม่ๆ มาสู่กลไกความร่วมมือของ BRICS และเสริมความเข้มแข็งให้แก่ขุมกำลังเพื่อการพัฒนาและความสงบสุขของโลกมากยิ่งขึ้น”

ด้านนาย อาบีย์ อาห์เหม็ด นายกรัฐมนตรีของเอธิโอเปีย ระบุผ่าน X หรือชื่อเดิมคือทวิตเตอร์ว่า นี่เป็นช่วงเวลาอันยอดเยี่ยมสำหรับประเทศของเขา ขณะที่นายโมฮัมหมัด จามชีดี ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวว่า การร่วมเป็นสมาชิก BRICS คือพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ และความสำเร็จเชิงยุทธศาสตร์สำหรับนโยบายต่างประเทศของเตหะราน

ทั้งนี้ การขยายขนาดสมาชิกกลายเป็นประเด็นหลักในการประชุมสุดยอดประจำปีนาน 3 วันของ BRICS โดยผู้นำแต่ละประเทศมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องจังหวะเวลา และเกณฑ์ในการรับสมาชิกใหม่ อย่างไรก็ตาม นายรามาโฟซาระบุว่า พวกเขาเห็นชอบร่วมกันเรื่อง หลักการชี้นำ, มาตรฐาน, เกณฑ์ และขั้นตอนของกระบวนการขยายขนาดของ BRICS

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เคยปฏิเสธความเป็นไปได้ที่กลุ่ม BRICS จะก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งเชิงภูมิศาสตร์ เนื่องจากมีชาติสมาชิกมีความหลากหลายสูง บ้างเป็นมิตรกันและบ้างเป็นอริกัน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า สมาชิก BRICS มีความเชื่อเดียวกันว่า ระบบสากลที่ถูกครอบงำโดยชาติและสถาบันตะวันตกในปัจจุบัน ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนา

โดยตอนนี้มีเกือบ 20 ประเทศในโลกฝั่งใต้ ซึ่งสื่อถึงประเทศที่ไม่ใช่ชาติตะวันตก ที่ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ และมีผู้นำรัฐหรือรัฐบาลอีก 50 คนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดครั้งนี้ด้วย ตอกย้ำความน่าดึงดูดของ BRICS

นายลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล กล่าวว่า การเพิ่มสมาชิกใหม่อีก 6 ประเทศ ทำให้ BRICS กลายเป็นมีประชากรคิดเป็น 46% ของประชากรโลกแล้ว และมีส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจที่ใหญ่โตมากขึ้นอีก

ที่มา : cna

ปูตินพูดครั้งแรก ชมปริโกซินเป็นนักธุรกิจที่เก่ง-ย้ำสืบสวนต้องใช้เวลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2719943

ปูตินพูดครั้งแรก ชมปริโกซินเป็นนักธุรกิจที่เก่ง-ย้ำสืบสวนต้องใช้เวลา

25 ส.ค. 2566 00:18 น.

ปูตินพูดครั้งแรก ชมปริโกซินเป็นนักธุรกิจที่เก่ง-ย้ำสืบสวนต้องใช้เวลา

วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ นายเยฟเกนี ปริโกซิน เป็นครั้งแรก โดยชมว่าเป็นนักธุรกิจที่เก่ง แต่ย้ำว่าการสืบสวนสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกต้องใช้เวลา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ถึงกรณีการเสียชีวิตของ นายเยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้าบริษัททหารรับจ้างวากเนอร์ ในเหตุเครื่องบินตกเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเป็นครั้งแรก ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ส.ค. 2566

ปูตินเริ่มต้นด้วยการกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ ซึ่งรายงานเบื้องต้นระบุว่า ผู้โดยสารและลูกเรือรวม 10 คนเสียชีวิตทั้งหมด และกล่าวชื่นชมนายปริโกซินว่าเป็นนักธุรกิจที่มีพรสวรรค์

“ผมรู้จักปริโกซินมานาน ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1990” ปูตินกล่าว “เขาเป็นคนที่มีโชคชะตาซับซ้อน และเขาทำเรื่องผิดพลาดร้ายแรงในชีวิต แต่ก็หาทางทำให้ผลลัพธ์ที่จำเป็นสำเร็จลุล่วงได้ ทั้งต่อตัวเขาและต่อส่วนรวมในตอนที่ผมขอ เช่นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา”

ผู้นำรัสเซีย กล่าวอีกว่า เขาทราบเรื่องเหตุเครื่องบินตกเมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ย้ำด้วยว่าการสืบสวนต้องใช้เวลา ปูตินเผยด้วยว่า นายปริโกซินเพิ่งเดินทางกลับมาจากแอฟริกาในวันพุธ หลังไปพบเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่นั่น

“ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าลูกจ้างของวากเนอร์โดยสารบนเครื่องบินลำนี้” ปูติน ระบุ หลังมีรายงานว่า ปริโกซินอยู่บนเครื่องบินร่วมกับ นายดีมิทรี อุตคิน มือขวาของเขา เช่นเดียวกับสมาชิกวากเนอร์อีก 5 คน และลูกเรือ 3 คน “ผมอยากเน้นย้ำว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญต่อเป้าหมายร่วมของเราในการต่อสู้กับรัฐบาลนีโอนาซีในยูเครน” “เรารู้และจำได้ เราจะไม่ลืมเรื่องนี้” ผู้นำรัสเซีย กล่าว

อนึ่ง ปูตินอ้างว่ารัฐบาลของ โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เป็นรัฐบาลนีโอนาซี และใช้เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลสร้างความชอบธรรมให้เขายกทัพโจมตียูเครน แต่เซเลนสกีปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าวว่าไม่เป็นจริง โดยตัวเขาเองเป็นชาวยิวที่ถูกกองทัพนาซีล่าสังหารในสงครามโลกครั้งที่ 2.

ที่มา : bbc

จีน ฮ่องกง แบนอาหารทะเลจากญี่ปุ่นทันที หลังปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2719887

จีน ฮ่องกง แบนอาหารทะเลจากญี่ปุ่นทันที หลังปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสี

24 ส.ค. 2566 19:25 น.

จีน ฮ่องกง แบนอาหารทะเลจากญี่ปุ่นทันที หลังปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสี

จีน ฮ่องกงลงดาบ ห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นทันที หลังโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ เริ่มปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่ผ่านการบำบัด ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกแล้ววันนี้

เมื่อ 24 ส.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลจีนประกาศห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจากญี่ปุ่นทั้งหมดแล้ว หลังจากญี่ปุ่นเริ่มปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่ได้รับการบำบัดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่ก่อให้เกิดสึนามิเมื่อ 12 ปีก่อน ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกแล้วในวันนี้ (24 ส.ค.) 

สำนักงานศุลกากรของจีนออกแถลงการณ์ทันทีในวันนี้ว่า สำนักงานศุลกากรรู้สึกเป็นห่วงอย่างยิ่งเกี่ยวกับความเสี่ยงของกัมมันตรังสีที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารทะเล และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่นำเข้าจากญี่ปุ่น หลังจากเริ่มปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการบำบัด 

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ เริ่มปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่ผ่านการบำบัด ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกแล้วในวันที่ 24 ส.ค.2566

ในขณะที่รัฐบาลฮ่องกงภายใต้การนำของนายจอห์น ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้ประกาศห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากพื้นที่ 10 จังหวัดของญี่ปุ่น อาทิโตเกียว, ฟุกุชิมะและ ชิบะ ทันทีในวันนี้ เนื่องจากหวั่นวิตกในเรื่องความปลอดภัย หลังโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะเริ่มปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่ผ่านการบำบัดลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกแล้วในวันนี้

มีรายงาน ญี่ปุ่นส่งออกอาหารทะเลไปยังจีน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ในปี 2565  จนทำให้จีนถือเป็นตลาดรับซื้ออาหารทะเลรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ในขณะที่ฮ่องกง ส่งออกอาหารทะเลไปยังประเทศจีนมากที่สุดรองลงมาเป็นอันดับสอง หรือประมาณ 42% ของอาหารทะเลที่ญี่ปุ่นส่งไปขายในประเทศจีน ในปี 2565

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ ซึ่งดำเนินกิจการโดยบริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ (Tepco, เทปโก) ได้เริ่มปล่อยน้ำรอบแรกที่ผ่านการบำบัดผ่านอุโมงค์ใต้น้ำสู่มหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว เมื่อเวลา 13.03 น. ของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น หลังรัฐบาลญี่ปุ่นได้ลงนามอนุมัติเมื่อสองปีก่อน และระบุว่า ได้รับ ‘ไฟเขียว’ ผ่านการตรวจสอบจากทบวงการพลังงานปรมาณูสากลของสหประชาชาติ (IAEA) แล้ว ถึงแม้จะถูกต่อต้านคัดค้านอย่างหนักจากชาวประมงในญี่ปุ่นเอง ประชาชนที่เป็นห่วงทะเล และกลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนชาติเพื่อนบ้านทั้งเกาหลีใต้และจีน

รัฐบาลจีนได้ยืนยันในจุดยืนที่คัดค้านต่อแผนการปล่อยน้ำเสียจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ มาตลอด โดยระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าน้ำจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ เหล่านี้มีความปลอดภัย ในขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นตอบโต้คำวิพากษ์วิจารณ์ของจีนว่า จีนได้เผยแพร่ข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

สำหรับปริมาณน้ำที่ปล่อยออกมาจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะรอบแรก อยู่ที่ 7,800 ลูกบาศก์เมตร หรือเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำตามมาตรฐานโอลิมปิก จำนวน 3 สระ และต้องใช้ระยะเวลาในการปล่อยน้ำลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกเป็นเวลาประมาณ 17 วัน.

ที่มา : Reuters, South China Morning Post

นาทีเครื่องบินเจ็ตตกสยอง กลุ่มวากเนอร์โวยรัสเซีย ฆ่าเยฟเกนี ปริโกซิน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2719800

นาทีเครื่องบินเจ็ตตกสยอง กลุ่มวากเนอร์โวยรัสเซีย ฆ่าเยฟเกนี ปริโกซิน (คลิป)

24 ส.ค. 2566 15:37 น.

นาทีเครื่องบินเจ็ตตกสยอง กลุ่มวากเนอร์โวยรัสเซีย ฆ่าเยฟเกนี ปริโกซิน (คลิป)

นาทีเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวตกสยองในรัสเซีย ดับ 10 ศพ รวมทั้ง เยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ ขณะที่สื่อกลุ่มวากเนอร์กล่าวหารัสเซียสังหารปริโกซิน และทำให้เครื่องบินเจ็ตตก

เมื่อ 24 ส.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่คลิปวิดีโอนาทีสะเทือนขวัญ เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของ เยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้าบริษัททหารรับจ้างเอกชน ‘วากเนอร์’ ในรัสเซีย ประสบเหตุตกทางภาคตะวันตกของประเทศ ห่างจากกรุงมอสโกไปทางเหนือประมาณ 100 กิโลเมตร เมื่อวันพุธที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะเดินทางจากกรุงมอสโกจะไปยังนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เป็นเหตุให้ผู้โดยสารบนเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลำนี้ 7 คน รวมทั้ง นายปริโกซิน และดมิทรี อุดคิน ลูกน้องมือขวาคนสนิท พร้อมกับนักบิน และลูกเรืออีก 3 คน เสียชีวิตหมดทั้งลำ รวม 10 ศพ

ชมคลิป: ที่นี่

เยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ สิ้นชีพแล้ว

ด้านบริษัทกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์กล่าวหารัสเซียว่าสังหารนายปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ ด้วยการทำให้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลำนี้ตก โดยสื่อของกลุ่มวากเนอร์ ‘Grey Zone’ ทางแอปพลิเคชันเทเลแกรมยืนยันการเสียชีวิตของ นายปริโกซิน และยกย่องหัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ผู้ล่วงลับว่าเป็นฮีโร่และผู้รักชาติ พร้อมกันนั้นสื่อของกลุ่มวากเนอร์ยังอ้างว่า นายปริโกซิน เสียชีวิตจากน้ำมือของกลุ่มคนที่ไม่เปิดเผยชื่อ และเรียกว่าเป็นพวกทรยศต่อรัสเซีย

เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของเยฟเกนี ปริโกซิน ประสบเหตุตก เกิดไฟลุกไหม้ในรัสเซีย เมื่อ 23 ส.ค.2566 ดับสลด 10 ศพ รวมทั้งปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์

ทั้งนี้การสิ้นชีพของ นายปริโกซิน มีขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากเขานำทหารรับจ้างกลุ่มวากเนอร์พยายามก่อกบฏ เคลื่อนขบวนไปยังกรุงมอสโกเพื่อกดดันให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ปลดพลเอกเซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมรัสเซีย พ้นจากตำแหน่ง โดยกล่าวหาว่าบัญชาการทำสงครามในยูเครนผิดพลาด จนกลายเป็นข่าวใหญ่สะท้านโลกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ภายหลังกลุ่มวากเนอร์สามารถบุกยึดเมืองบักห์มุตทางภาคตะวันออกของยูเครนได้สำเร็จ แต่ต้องสูญเสียทหารรับจ้างไปเป็นจำนวนมาก.

ที่มา: DW, BBC

เกษตรกรพิจิตรทำใจ! นาข้าวยืนต้นตาย แล้งขาดน้ำฝนทิ้งช่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752273

เกษตรกรพิจิตรทำใจ! นาข้าวยืนต้นตาย แล้งขาดน้ำฝนทิ้งช่วง

เกษตรกรพิจิตรทำใจ! นาข้าวยืนต้นตาย แล้งขาดน้ำฝนทิ้งช่วง

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 09.58 น.

ชาวนาพิจิตร ต้องปล่อยข้าวบางส่วน ยืนต้นตายจากขาดน้ำ เนื่องจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้งขอดลง รวมทั้งปริมาณฝนไม่เพียงพอ และฝนทิ้งช่วง

25 สิงหาคม 2566 ผุ้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่าแม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูฝน แต่ฝนที่หยุดตกต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ต้นข้าวนาปรัง อายุ 1 เดือนเศษ ที่มีสภาพแห้งเหี่ยวขาดน้ำ ของเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ต้นข้าวนาที่เกษตรกรชาวนา กำลังขาดแคลนน้ำและกำลังยืนต้นตาย จำนวนกว่า 10  ไร่

หลังจากที่เกษตรกรชาวนา เริ่มทำการเพาะปลูก ในช่วงฤดูฝนพบปัญหา ปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอต่อการล่อเลี้ยงต้นข้าว เกษตรกรชาวนาจึงจำเป็นต้องปล่อยทิ้งนาข้าวบางส่วนบนแปลงนา ให้แห้งเหี่ยวตายไปกับความแห้งแล้ง เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนและฝนที่หยุดตกทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ไม่มีแหล่งน้ำใต้ดิน จึงต้องปล่อยต้นข้าวทิ้งให้ขาดน้ำแห้งตาย 

นางสาวสอนศิริ แอ่นดอย เกษตรกรตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า นาข้าวเป็นของเพื่อเกษตรกรที่ทำนาใกล้กัน หลังจากฝนไม่ตกทำให้ต้นขาวนาปรัง ยืนต้นตายแห้งเหี่ยว และ ต้องปล่อยทิ้งเป็นบางส่วน เหลือเพียงต้นข้าวนาปี ที่กำลังรอน้ำจากน้ำฝนมาช่วยในความชุ่มชื้น ซึ่งปกติในช่วงนี้ น้ำจะอุดมสมบูรณ์ แต่ในปีนี้ กลับไม่มีฝน จึงทำให้นาข้าว ได้รับผลกระทบจากขาดน้ำ

สำหรับพื้นที่ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน เกษตรกรต่างเริ่มการเพาะปลูก เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีปริมาณฝนตกลงมา แต่หลังเพาะปลูก ปริมาณน้ำจากน้ำฝน ไม่เพียงพอ ชาวนาที่ไม่มีแหล่งน้ำใต้ดิน จำเป็นต้องปล่อยต้นข้าวให้ยืนต้นตายดีกว่าเสี่ยงการหาแหล่งน้ำ ซึ่งจะไม่คุ้มการลงทุนสำหรับการทำนา.012

จ.ปทุมฯ ชวน ช็อปชมชิม OTOP ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752206

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลส์ ชั้น G โซนหน้าร้านทอง จ.ปทุมธานี นายสิทธิชัยสวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีประธานเปิดกิจกรรมแสดงสินค้า OTOP สินค้าชุมชน สินค้าเกษตร และผู้ประกอบการในชุมชนท่องเที่ยว OTOP โดยมีนายสุรพงษ์ เป้ากลาง ประธานบริษัทประชารัฐ รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคมจังหวัดปทุมธานี จำกัด นายอมรเทพ เพชรกำแพงแสน ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ นางสาววรินทร ปพนธนัตถ์ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการร่วมกิจกรรม โดยภายในงานมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน การขับเสภาการแสดงของ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ศิลปินชื่อดัง และ รวบรวมผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีความโดดเด่นของจังหวัดปทุมธานี กว่า 50 บูธพบกับผลิตภัณฑ์เด่นมากมาย อาทิ ผ้า เครื่องแต่งกาย อาหารพื้นถิ่น อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก และสมุนไพรภายใต้โครงการยกระดับผู้ประกอบการ OTOP และผู้ผลิตสินค้าชุมชนสู่ Digital Marketingระหว่างวันพุธที่ 23 ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2566 ทั้งนี้ ยังมอบเกียรติบัตรโครงการยกระดับผู้ประกอบการ OTOP และผู้ผลิตสินค้าชุมชน ที่ผ่านการคัดเลือก ให้กับผู้ประกอบการจำนวน50 ราย อีกด้วย นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าการกำหนดขับเคลื่อนงานตามแผนพัฒนาจังหวัดในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับการผลิตภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการให้มีมูลค่าสูงได้มาตรฐาน สู่ตลาดโลก ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์โดยพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคมากขึ้น และสนับสนุนส่งเสริมให้มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP สินค้าชุมชน สินค้าเกษตรของผู้ประกอบการในจังหวัดปทุมธานี จัดจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มในรูปแบบออนไลน์และรูปแบบออฟไลน์ โดยการจัดจำหน่ายและการจัดแสดงสินค้า สร้างโอกาสการเข้าถึงตลาดที่หลากหลายช่องทางมากขึ้นทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

มกอช.หารือUAEจัดทำCEPA2ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752203

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) มอบหมายให้ น.ส.รวินันท์ ฉ่ำเฉลิม ผอ.กองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย เจรจาจัดทำมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Comprehensive Economic Partnership Agreement: CEPA) ระหว่างไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ครั้งที่ 2 ในรูปแบบการประชุม hybrid ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมแอทธินี กทม.

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวถือเป็นการประชุมคณะทำงานด้าน SPS ครั้งแรก โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านโครงสร้างและองค์ประกอบของข้อบทด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชบนพื้นฐานหลักการของความตกลงขององค์การการค้าโลก (WTO SPS Agreement) ให้มีความเหมาะสมปฏิบัติได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อประเทศมุ่งกระชับความสัมพันธ์และสร้างกลไกความร่วมมือในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน โดยตกลงว่าจะเร่งเจรจาความตกลงฉบับนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

การเจรจา CEPA เป็นการเจรจาภายใต้วาระการค้าต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งพยายามเพิ่มการค้าต่างประเทศและเศรษฐกิจของประเทศเป็นสองเท่า ภายในปี 2574 ในปัจจุบัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีการจัดทำ CEPA ที่ได้ข้อสรุปแล้วกับ 4 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อิสราเอล อินโดนีเซีย และกัมพูชา โดยอยู่ระหว่างเจรจากับหลายประเทศ อาทิ ตุรกี จอร์เจีย และเกาหลีใต้ โดย UAE เป็นคู่ค้าอันดับที่ 6 ของไทยในตลาดโลกและถือเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 28 ของไทย โดยระหว่างปี 2563-2565 ไทยมีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ย 11,049 ล้านบาทต่อปี ซึ่งอัตราการค้ารวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.72 ต่อปี โดยไทยส่งออกสินค้าเกษตรไป UAE เฉลี่ยปีละ9,260 ล้านบาท และนำเข้าเฉลี่ยปีละ 1,790 ล้านบาท ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับ UAE และมีสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพอีกหลายรายการที่มีโอกาสเติบโตต่อไป

‘สุรเดช’ประชุมคณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์ตามระเบียบฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752205

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ครั้งที่ 7/2566ที่ห้องประชุมกรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ผู้แทนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้แทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ

ทั้งนี้ สำหรับการประชุมดังกล่าว ได้มีการพิจารณาหารือข้ออุทธรณ์ ตามระเบียบว่าด้วยการพิจารณาอุทธรณ์

เกษตรฯกำชับทุกหน่วย เคร่งครัดคุมคุณภาพทุเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752207

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญในการควบคุมกระบวนการผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพได้ตามมาตรฐานของประเทศคู่ค้า จึงเร่งแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด ซึ่งสถานการณ์ภาพรวมทุเรียนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2566 ผลผลิตทุเรียนภาคใต้เริ่มมีปริมาณลดลง แต่จะยังคงมีผลผลิตทุเรียนจากภาคใต้ตอนล่าง (จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) และผลผลิตทุเรียนจากนอกพื้นที่นำมาจำหน่ายให้กับโรงคัดบรรจุ (ล้ง) ในพื้นที่ จ.ชุมพรนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2566 ได้รับรายงานว่า นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผวจ.ชุมพร บูรณาการตรวจเข้มล้ง-แผงทุเรียน โดยสุ่มตรวจสถานประกอบการ5 แห่ง ใน อ.ทุ่งตะโก และ อ.หลังสวน เพื่อตรวจคุณภาพเนื้อทุเรียน เปอร์เซ็นต์แป้ง รวมถึงร่องรอยหนอนเจาะ ป้องปรามการลักลอบซื้อ-ขายทุเรียนด้อยคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทุเรียนจากต่างจังหวัดโดยเฉพาะจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 80% มีแผงทุเรียนบางแห่ง ยังพบทุเรียนด้อยคุณภาพ ทุเรียนหนอนเจาะ และทุเรียนอ่อน (เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งไม่ถึง 32%) จึงเข้าดำเนินการตามมาตรการพ่นกากบาทสีแดงเป็นสัญลักษณ์ทุเรียนอ่อน ป้องกันการนำออกขาย

อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพและชื่อเสียงของผลผลิตทุเรียนของไทย ปลัดกระทรวงเกษตรฯ จึงมอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ เขตตรวจราชการที่ 4-7 ติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ สนับสนุนการแก้ไขปัญหา และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ 1.คงความเข้มงวดและเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบคุณภาพทุเรียน ตั้งแต่ระดับสวน จนถึงโรงคัดบรรจุ โดยต้องมีใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และปลอดศัตรูพืช ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ประเทศผู้นำเข้ากำหนดตามพิธีสาร

2.ขอความร่วมมือเกษตรกร และมือตัดไม่ตัดทุเรียนอ่อน โรงคัดบรรจุไม่รับซื้อทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) เพื่อป้องกันไม่ให้มีทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด และรักษาคุณภาพ มาตรฐานของทุเรียนไทยเป็นไปตามมาตรฐานของประเทศคู่ค้า สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่มีใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ให้เร่งดำเนินการยื่นขอกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร และสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตในพื้นที่ เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการผลิตทุเรียนเพื่อการส่งออก

3.ประชาสัมพันธ์ รณรงค์อย่างต่อเนื่อง บูรณาการความร่วมมือการดำเนินงานจากทุกภาคส่วน อาทิ ฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ท้องถิ่น โรงคัดบรรจุ (ล้ง)
มือตัด และเกษตรกร ในการร่วมกันรักษาคุณภาพทุเรียนด้วยมาตรการสมัครใจ พร้อมทั้งการสร้างแรงจูงใจและการมีส่วนร่วม ควบคู่กับการบังคับของภาครัฐ โดยให้ทุกฝ่ายซื่อสัตย์และรักษาคุณภาพของผลผลิต