‘ปดิพัทธ์’ มาเนี้ยบหลังเพื่อนสส.ติงการแต่งกาย ‘รองประธานสภาผู้แทนราษฎร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556933

25 ส.ค. 2566

'ปดิพัทธ์' มาเนี้ยบหลังเพื่อนสส.ติงการแต่งกาย 'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'

“ปดิพัทธ์” รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ซึ่งกลายเป็นประเด็นถูกเพื่อนสส.ท้วงติงการแต่งกาย ในขณะทำหน้าที่ประธานการประชุม ผ่านไป 1 วัน เจ้าตัวแต่งกายอย่างถูกระเบียบ ร่วมต้อนรับ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ ที่เข้าเยี่ยมชมรัฐสภาและเยี่ยมคารวะ

ที่รัฐสภา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ให้การต้อนรับ คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ จ.นนทบุรี ที่เข้าเยี่ยมชมรัฐสภาและเยี่ยมคารวะโดยนายปดิพัทธ์ ระบุ แม้ว่านักเรียนทุกคนจะยังไม่มีสิทธิในการเลือกตั้ง  แต่ขอให้ทุกคนมีส่วนร่วมทางการเมือง  ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสภานักเรียนของโรงเรียน ตลอดจนเรื่องสิทธิต่าง ๆ อย่าเบื่อหรือถอดใจกับการเมือง เพราะทุกเรื่องล้วนเกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของทุกคน รวมทั้งนักเรียนบางส่วนก็จะมีโอกาสได้ทำประชามติในเร็ว ๆ นี้


นอกจากให้การต้อนรับ คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ จ.นนทบุรี   วันเดียวกัน   คณะทูตและ สมาชิกวุฒิสภา ( สว.) จากประเทศฝรั่งเศส  ได้เข้าพบ นายปดิพัทธ์ ที่อาคารรัฐสภา  สำหรับการแต่งกายในวันนี้      นายปดิพัทธ์ ได้สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน เนคไทสีน้ำตาลและ สวมเสื้อสูททับ  หลังจากวานนี้ ( 24 ) ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี สส.เพื่อไทย  ขึ้นอภิปรายท้วงติงการแต่งกายของนายปดิพัทธ์   สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร  ทำหน้าที่ประธานการประชุม ว่าแต่งกายไม่เหมาะสมเนื่องจากใส่เสื้อคอจีนไว้ภายในและทับด้วยเสื้อสูท ไม่ได้ผูกเนคไท  

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม   วันพฤหัสที่ 24  ส.ค. ก่อนเข้าสู่วาระการระชุม นายนิคม บุญวิเศษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ประท้วงการแต่งกายของนายปดิพัทธ์ ที่ขัดต่อระเบียบการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องแต่งเครื่องแบบสมาชิกรัฐสภา หรือสากลนิยม หรือชุดพระราชทาน หรือชุดตามระเบียบที่ประธานกำหนด 


นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเองก็มีส่วนในการยกร่างข้อบังคับการประชุมฯ ด้วย ซึ่งการแต่งกายถือเป็นเรื่องสำคัญ และจะกลายเป็นแบบอย่างของ สส.ที่ไม่ใช่สากลนิยม จึงเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องการแต่งกายของสมาชิกรัฐสภา เพื่อให้ สส. และ สว.ปฏิบัติไปพร้อมเพรียง และเท่าเทียมกัน และแก้ปัญหาดังกล่าว

ต่อมอานายปดิพัทธ์ ชี้แจงว่า  วันนี้แต่งกายด้วยสูท และเสื้อเชิ้ตคอจีน ไม่มีเนคไทซึ่งเป็นการแต่งกายที่สุภาพเป็นไปตามระเบียบ และขอให้ สส.อย่าใช้เวลากับเรื่องเหล่านี้ เพราะสภาผู้แทนราษฎรชุดก่อน ก็มีการพูดคุยกันในเรื่องเหล่านี้ และมีแนวปฏิบัติที่ปฏิบัติต่อมา พร้อมให้คำมั่นว่า หากเพื่อน สส.ไม่สบายใจก็จะปรับปรุงแต่งกายให้ดีขึ้น 

'ปดิพัทธ์' มาเนี้ยบหลังเพื่อนสส.ติงการแต่งกาย 'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'
'ปดิพัทธ์' มาเนี้ยบหลังเพื่อนสส.ติงการแต่งกาย 'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'
'ปดิพัทธ์' มาเนี้ยบหลังเพื่อนสส.ติงการแต่งกาย 'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'

ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ให้การต้อนรับคณะฑูตและสมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเข้าเยี่ยมคารวะ ที่อาคารรัฐสภา

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2719747

นพ.วิทยา วันเพ็ญ เปิดแคมเปญ "Praram 9 Family Program"

25 ส.ค. 2566 05:01 น.

นพ.วิทยา วันเพ็ญ เปิดแคมเปญ “Praram 9 Family Program”

คุ้มมาก  –  นพ.วิทยา วันเพ็ญ เปิดแคมเปญ “Praram 9 Family Program” มอบเอกสิทธิ์ด้านสุขภาพสุดเอกซ์คลูซีฟด้วยสิทธิประโยชน์มากมาย พร้อมดูแลเป็นพิเศษเหมือนคนในครอบครัว โดยมี สุณิตรา สุทธากร และ ณัฐชยา จันทร์เต็ม มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า วันก่อน.

ตามลุ้นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…หลังจากเลือกตั้ง สส.ผ่านมา 3 เดือนกว่า มาถึงวันนี้การเมืองประเทศไทย ก็เริ่มเข้ารูปเข้ารอยพร้อมที่จะมี รัฐบาลชุดใหม่ ที่เป็นรัฐบาลผสมข้ามขั้ว 11 พรรค 314 เสียง ภายใต้การนำของ พรรคเพื่อไทย เข้ามาบริหารประเทศอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า…ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ได้มีประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เศรษฐา ทวีสิน เป็น นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ประชุมร่วม รัฐสภา เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ได้ลงมติเลือก เศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียง 482 ต่อ 165 เสียง ผ่านเกณฑ์ 375 เสียง ไปแบบฉลุย โดยมี สว.ในสายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เทคะแนนโหวตให้
ปลายทางชีวิต  –  ฐาปน–ปภัชญา สิริวัฒนภักดี, ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, วิรัช เมฆสัมพันธ์ และ พอใจ อัครธนกุล มาร่วมในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ เพชร โอสถานุเคราะห์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สามีของ นฤมล โอสถานุเคราะห์ ที่วัดธาตุทอง ถนนสุขุมวิท วันก่อน.
  • และแน่นอน จากนี้ก็ต้องรอดูโฉมหน้ารายชื่อ ครม. ชุด “เศรษฐา 1” ว่าจะออกมาถูกอกถูกใจพี่น้องประชาชนหรือไม่ หรือจะมีแต่เสียงยี้ ภายในวันนี้พรุ่งนี้ก็คงชัดเจน
  • ส่วนไทม์ไลน์ที่จะเดินไปสู่การได้ รัฐบาลชุดใหม่ เข้ามาเริ่มต้นบริหารประเทศ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ออกมาแจกแจงว่าหลังจากโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว คาดว่าการจัดตั้ง ครม.ชุดใหม่ กว่าจะได้รายชื่อน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และ สำนักเลขาธิการ ครม. ต้องใช้เวลาตรวจสอบประวัติอีก 1 สัปดาห์ จากนั้นจึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณอีก 1 สัปดาห์ รวมเป็น 3 สัปดาห์ ทั้งนี้เป็นการคาดคะเนจากประสบการณ์ที่ผ่านมา และเป็นการนับอย่างเร็ว นอกจากนี้ แม้ ครม.ชุดใหม่ จะถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วก็ยังปฏิบัติงานไม่ได้ จนกว่าจะมีการ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ภายใน 15 วัน หลังจากถวายสัตย์ปฏิญาณ คาดว่าช่วง กลางเดือน ก.ย.นี้ ครม.ชุดใหม่ จะเข้ารับหน้าที่ได้ และเข้าบริหารราชการแผ่นดินได้หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา คาดว่าเป็น ปลายเดือน ก.ย. นี้…ประชาชนก็คงต้องตั้งตารอกันต่อไป
ครบวงจร  –  ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการ ททท. เปิด “Food & Hospitality Thailand 2023” งานแสดงสินค้าสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวครบวงจรที่สุด โดยมี มนู เลียวไพโรจน์, พรรธระพี ชินะโชติ และ มาริสา สุโกศล หนุนภักดี มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
  • อืม…ข่าวใหญ่ที่ตีคู่มากับการได้ เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็หนีไม่พ้นการเดินทางกลับประเทศไทยของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ถือเป็นการกลับ แผ่นดินเกิด ครั้งแรกในรอบ 15 ปี เพื่อเข้าสู่การขั้นตอนการรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม…โดย ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ออกหมายจำคุก อดีตนายกฯทักษิณ ตามคำพิพากษาในคดีเอ็กซิมแบงก์ คดีหวยบนดิน และคดีแปลงสัญญาสัมปทานเอื้อประโยชน์ชินคอร์ป รวม 3 คดี เป็นระยะเวลา 8 ปี ก่อนนำตัวไปควบคุมใน เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทันทีในช่วงเที่ยงวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา
ไปชมผลงาน  –  ศ.ดร.สาคร สุขศรีวงศ์ เปิดงาน “ซีไอดีไอ อาร์ต ธีสิส โชว์เคส 2023” แฟชั่นโชว์ศิลปนิพนธ์ผลงานของนักศึกษาจากสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ โดยมี สุธาวดี ศิริธนชัย, เถกิง ออศิริชัยเวทย์ และ ณัฐธันยา ฮาดิ มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.
  • ขณะที่ อายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ระบุหลังจากมีการรับตัว อดีตนายกฯทักษิณ เข้าควบคุมในเรือนจำว่า กรมราชทัณฑ์ โดย เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะดูแลเรื่องความปลอดภัยของ อดีตนายกฯทักษิณ เป็นหลัก เนื่องจากในเรือนจำมีผู้ต้องหาจำนวนมากจึงต้องดูแลทั้งอาหาร น้ำดื่ม และการเข้าเยี่ยม เนื่องจาก อดีตนายกฯทักษิณ เป็นผู้สูงอายุวัย 74 ปี ทางเรือนจำจะต้องดูสุขภาพอนามัยเพื่อไม่ให้เกิดการเจ็บป่วย เพราะเป็นผู้สูงอายุ หากเจ็บป่วยจะต้องส่งไปรักษาตัวต่อข้างนอกก็จะต้องพิจารณา โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนเป็นอันดับแรก
รุ่นล่าสุด  –  ไมคา ตามไท และ มณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์ เปิดตัว วนรัตน์ รัศมีรัตน์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของกระเป๋า anello พร้อมเผยโฉมคอลเลกชันใหม่โทนสีสุดเอกซ์คลูซีฟ โดยมี พรทิพย์ สุวิทย์เรืองฤทธิ์, คลอเดีย วินเก และ วิภามาศ ทุมแสน มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • ส่วน วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผอ.ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ระบุถึงผลตรวจสุขภาพของอดีตนายกฯทักษิณว่า ในเบื้องต้นมีโรคที่จำเป็นต้องเฝ้าระวัง 4 โรค คือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ตามประวัติการรักษามีการทานยาละลายลิ่มเลือด มีปัญหาเรื่องปอด เพราะมีประวัติการป่วยด้วยโรคปอดอักเสบรุนแรงจากการติดเชื้อโควิด รักษาหายแล้วยังมีภาวะพังผืดในปอดทำให้ผิดปกติมีอาการเหนื่อยง่าย ความดันโลหิตสูง รักษาด้วยการทานยา และ มีภาวะเสื่อมของกระดูกสันหลัง มีการกดทับเส้นประสาททำให้ปวดเรื้อรังการทรงตัวและการเดินผิดปกติตามอายุ ดังนั้นถือเป็น กลุ่มเปราะบาง แนวทางปฏิบัติของเรือนจำทั่วประเทศทางผู้บริหารมีนโยบายให้อยู่ในพื้นที่ที่จำเป็นต้อง เฝ้าระวังใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย กรณีที่มีการเจ็บป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้ทันที ลดความสูญเสีย
ไว้ใจได้  –  สาระ ล่ำซำ จัดกิจกรรม “ZYndromes x MTL Station สเตชันสุขภาพคนเจนใหม่” เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันชีวิตและความคุ้มครองสุขภาพ โดยมี พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์, พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และ กฤษฏ์ อำนวยเดชกร มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • แล้วก็ปรากฏว่าในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 23 ส.ค. เจ้าหน้าที่ กรมราชทัณฑ์ ก็ได้ส่งตัว อดีตนายกฯทักษิณ ไปรักษาฉุกเฉินที่ โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากพบว่ามี อาการนอนไม่หลับ แน่นหน้าอก ความดันโลหิตสูง ระดับออกซิเจนต่ำ ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน และล่าสุดแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ ตรวจพบว่ามีอาการหนักจำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลต่อไป…สรุปแล้วงานนี้ อดีตนายกฯทักษิณ ถูกควบคุมตัวอยู่ในบริเวณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แค่ประมาณ 12 ชั่วโมง ก่อนถูกย้ายไปควบคุมตัวรักษาอาการป่วยใน โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนจะต้องอยู่ที่ โรงพยาบาล นานแค่ไหน ต้องอยู่ยาวจนถึงขั้นตอนทำเรื่อง ถวายฎีกา ขอ พระราชทานอภัยโทษ หรือไม่… โปรดติดตามกันต่อไป จบข่าว
ของฝรั่งเศส  –  อรณิชา เจริญเลิศ และ เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ จัดงานเปิด “Les Néréides Paris Mini Boutique” ร้านเครื่องประดับแฟชั่นแฮนด์เมดจากฝรั่งเศส โดยมี สุทรรศชัย พลายแก้ว, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา และ ลีลา สุนทรวิเนตร์ มาร่วมงานด้วย ที่สยามเซ็นเตอร์ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…มลชยา เตชะไพบูลย์ กรรมการมูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อนหญิง และ มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กก.ผจก.ใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด จัดงาน #SHEISME Unconditional Love : Embracing the Colors of Empower สร้างสรรค์กิจกรรมและการเสวนาเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และความหลากหลายในสังคม พร้อมสร้างความตระหนักรู้ให้สังคมเข้าใจคำว่า “แม่” ที่เอเทรียม 1 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ งานจัดถึง 27 ส.ค.
  • ศพ วีระ วิรัชวงศ์ บิดา นิติ วิรัชวงศ์ กรรมการมูลนิธิสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น ตั้งสวดศาลา กิจสุวรรณ วัดหลักสี่ กทม. 25 ส.ค. 18.00 น. ฌาปนกิจ 26 ส.ค. 14.00 น.
  • ศพ สีหนุ่ย (สิ่นหุ่ย) ตปนียพันธ์ มารดา ศรีไพบูลย์ ปริณายก ตั้งสวดวัดลัฎฐิวนาราม (วัดใต้) ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ถึง 25 ส.ค. ฌาปนกิจ 26 ส.ค. 12.00 น.
  • ศพ จริยา พฤกษ์ชะอุ่ม มารดา ธารา พฤกษ์ชะอุ่ม ประธาน จนท.บห.บ.แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป ตั้งสวดที่ศาลา 14 วัดบึงทองหลาง ถึง 25 ส.ค. และฌาปนกิจศพ 26 ส.ค. 15.00 น. (เจ้าภาพของดพวงหรีด)

“ธนูเทพ”

ออสเตรเลียพบ “ปลาเดินได้” พันธุ์หายากเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720024

ออสเตรเลียพบ "ปลาเดินได้" พันธุ์หายากเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี

25 ส.ค. 2566 12:42 น.

ออสเตรเลียพบ “ปลาเดินได้” พันธุ์หายากเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี

นักวิทยาศาสตร์ออสเตรเลีย พบ “ปลาเดินได้” สายพันธุ์ที่พบได้ยาก บริเวณพื้นที่อันห่างไกลทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ นับตั้งแต่การพบเห็นปลาชนิดนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อ 27 ปีที่แล้ว

“ปลาแฮนด์ฟิชตัวแคบ” (narrowbody handfish) ซึ่งเป็นปลาแฮนด์ฟิชสายพันธุ์ที่ไม่ได้พบเห็นมานานกว่า 20 ปี ถูกพบในเขตน้ำลึกใกล้เกาะฟลินเดอร์ส บริเวณช่องแคบบาสส์ ใกล้เกาะแทสมาเนีย

การค้นพบนี้เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางสำรวจขององค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพ (CSIRO) เป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อศึกษาว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางทะเลของออสเตรเลียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไร

คาร์ลี เดอวีน เจ้าหน้าที่เทคนิคด้านการวิจัย กล่าวว่า “ถือเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะนี่เป็นเพียงครั้งที่ 3 ที่เราได้เห็นสัตว์สายพันธุ์นี้” นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสัตว์ตัวเล็กๆ ตัวนี้ซึ่งพบที่ระดับความลึกประมาณ 292 เมตรนั้นเป็นปลาแฮนด์ฟิชตัวแคบ โดยครั้งสุดท้ายที่มีผู้พบเห็นปลาดังกล่าวคือในปี 2539 นอกชายฝั่งรัฐวิกตอเรีย

เดอวีนกล่าวว่า “เราอาจไม่สามารถยืนยันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นสายพันธุ์นี้ เพราะจริงๆ แล้วคุณจำเป็นต้องรวบรวมตัวอย่างเพื่อดูลักษณะทางอนุกรมวิธานของมัน แค่หากพิจารณาความลึกและตำแหน่งของมัน เราคิดว่าน่าจะเป็นปลาแฮนด์ฟิชตัวแคบ”

ปลาแฮนด์ฟิชตัวแคบไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่พบได้ในน้ำลึกกว่าปลาแฮนด์ฟิชลายจุด ซึ่งส่วนใหญ่พบที่ระดับความลึกระหว่าง 5 ถึง 10 เมตร

ปลาแฮนด์ฟิชตัวแคบถูกพบในสัปดาห์แรก ของการเดินทางของเจ้าหน้าที่ CSIRO ซึ่งกำลังสำรวจสายพันธุ์ที่พบในน่านน้ำทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการสำรวจในเส้นทางเดียวกับการสำรวจเมื่อ 25 ปีที่แล้ว เพื่อพยายามทำความเข้าใจว่าระบบนิเวศมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และเหตุใดจึงอาจเกิดขึ้น

ริช ลิตเติล หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ที่ร่วมในการเดินทางกล่าวว่า “เรายังไม่รู้ว่าพวกมันอพยพลงไปทางใต้หรือไม่ แต่เรารู้ว่านับตั้งแต่ที่มีการพบครั้งล่าสุดเมื่อกว่า 20 ปีก่อน มีการพบปลาแจ็คแมคเคอเรล และปลาแมคเคอเรลสีน้ำเงินมากกว่าเดิมมาก ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าสภาพมหาสมุทรและสภาพที่อยู่อาศัยของสัตว์สายพันธุ์เหล่านั้นเปลี่ยนไปในทางที่ดี”

นอกจากนั้น ในระหว่างการเดินทาง ทีมเจ้าหน้าที่ได้ค้นพบสัตว์น้ำอีกกว่า 10 สายพันธุ์ที่ไม่พบในการสำรวจครั้งก่อน รวมถึงปลาสีสันสวยงามต่างๆ เช่น ปลาโลงศพพู่ (Chaunax fimbriatus) ซึ่งเป็นคางคกทะเลชนิดหนึ่ง.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ทรัมป์อวดรูปถ่าย ที่ใช้ทำประวัติอาชญากรรมของตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720019

ทรัมป์อวดรูปถ่าย ที่ใช้ทำประวัติอาชญากรรมของตัวเอง

25 ส.ค. 2566 12:17 น.

ทรัมป์อวดรูปถ่าย ที่ใช้ทำประวัติอาชญากรรมของตัวเอง

นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อวดภาพถ่ายหน้าเต็มของตัวเองในเอ็กซ์ สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพถ่ายรูปเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ถ่ายไว้เพื่อทำประวัติอาชญากรรมจากข้อหาแทรกแซงการเลือกตั้ง

นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ เดินทางไปที่เรือนจำในรัฐจอร์เจียเมื่อวานนี้ ตามหมายจับข้อหาฉ้อโกงและสมคบคิดในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่เมืองแอตแลนตา โดยเขาถูกถ่ายรูปทำประวัติอาชญากรรมตามขั้นตอน เหมือนจำเลยคนอื่นๆ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ที่ประธานาธิบดีหรืออดีตประธานาธิบดีต้องถ่ายรูปดังกล่าว ก่อนจะได้รับการประกันตัวด้วยวงเงินประกัน 200,000 ดอลลาร์ ใช้เวลารวมไม่ถึง 30 นาทีภายในเรือนจำฟูลตัน เคาน์ตี้ ในเมืองแอตแลนตาของรัฐจอร์เจีย

โดยหลังจากนั้นนายทรัมป์ยังนำภาพถ่ายดังกล่าวไปโพสต์ใน x แพลตฟอร์มออนไลน์ของตัวเอง โดยระบุข้อความว่า แทรกแซงการเลือกตั้ง ไม่เคยยอมแพ้ และลงชื่อว่า โดนัลด์เจทรัมป์ดอทคอม และยังมีการโพสต์รูปดังกล่าวใน “ทรูธ” แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของเขา โดยเขียนบรรยายใต้ภาพว่า “แทรกแซงการเลือกตั้ง” อีกด้วย

ทั้งนี้ นายทรัมป์ วัย 77 ปีถูกกล่าวหาว่า สมคบคิดกับจำเลยอีก 18 คน ในการล้มผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2020 ในรัฐจอร์เจีย ซึ่งนายทรัมป์ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังเสร็จสิ้นกระบวนการว่า วันนี้ถือเป็นวันที่น่าเศร้าสำหรับอเมริกา และยังยืนยันว่า เขาไม่ได้กระทำความผิดใดๆ โดยนับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2566 นายทรัมป์ถูกฟ้องร้องคดีอาชญากรรมไปแล้วถึง 4 กรณี ถูกกล่าวหารวมทั้งสิ้น 91 กระทง.

ที่มา : รอยเตอร์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ทรัมป์“

เกาหลีเหนือไม่ยอมแพ้ ยันจะปล่อยดาวเทียมสอดแนมอีก หลังล้มเหลวรอบ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2719792

เกาหลีเหนือไม่ยอมแพ้ ยันจะปล่อยดาวเทียมสอดแนมอีก หลังล้มเหลวรอบ 2

25 ส.ค. 2566 10:10 น.

เกาหลีเหนือไม่ยอมแพ้ ยันจะปล่อยดาวเทียมสอดแนมอีก หลังล้มเหลวรอบ 2

เกาหลีเหนือประสบความล้มเหลวในการปล่อยดาวเทียมสอดแนมเข้าสู่วงโคจรเป็นรอบที่ 2 ในวันนี้ หลังจากการปล่อยดาวเทียมครั้งแรกตกลงสู่ทะเลเมื่อ 3 เดือนก่อน แต่ยังยืนกรานจะปล่อยดาวเทียมอีกเป็นครั้งที่ 3 ในเดือนตุลาคม

สำนักข่าวกลางเกาหลีหรือเคซีเอ็นเอ ของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า การปล่อยดาวเทียมสอดแนมมันลียง-อี ในวันนี้ ประสบความล้มเหลว เนื่องจากเกิดข้อบกพร่องในระบบการจุดระเบิดฉุกเฉินของจรวดส่วนที่ 3 ซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่ และทางสำนักงานพัฒนาอวกาศแห่งชาติจะปล่อยดาวเทียมสอดแนมครั้งใหม่ในเดือนตุลาคมนี้

ด้านกองทัพเกาหลีใต้แจ้งว่า ตรวจพบการปล่อยจรวดเมื่อเวลา 03.50 น. วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น และพบว่าจรวดได้ทะยานผ่านทะเลเหลืองระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และคาบสมุทรเกาหลี โดยการปล่อยดาวเทียมครั้งนี้ ทำให้ญี่ปุ่นต้องมีการประกาศเตือนภัยในจังหวัดโอกินาวะ ให้ประชาชนหลบอยู่ในอาคาร โดยคงประกาศเตือนไว้นานราว 20 นาที ขณะที่นายฟุมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำที่ขัดต่อมติของสหประชาชาติ และญี่ปุ่นจะแสดงจุดยืนประท้วงการกระทำดังกล่าวต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการปล่อยดาวเทียมจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็นับว่ามีความก้าวหน้าไปอีกขั้น โดยจรวดทะยานไปได้ไกลกว่าครั้งก่อน โดยคาดว่า นายคิม จอง อึน จะเดินหน้าปล่อยดาวเทียมต่อไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จ เนื่องจากตั้งธงเอาไว้ว่าดาวเทียมสอดแนมนี้ เป็นเหมือนรางวัลเกียรติยศ ซึ่งจะช่วยให้เกาหลีเหนือสามารถวางแผนเพื่อรับมือกับการโจมตีจากชาติอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น

ปล่อยจรวดนำดาวเทียมครั้งนี้มีขึ้น หลังจากเกาหลีใต้และสหรัฐฯ และญี่ปุ่น มีการพบหารือครั้งประวัติศาสตร์ในกรุงวอชิงตัน และมีขึ้นหลังสหรัฐฯ และเกาหลีใต้เปิดฉากการซ้อมรบประจำปี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา และจะเสร็จสิ้นปลายเดือนนี้.

ที่มา : บีบีซี

คลิกเพื่ออ่านข่าวเกี่ยวกับ “เกาหลีเหนือ“

ไฟแรง นายกฯ ใหม่กัมพูชาเผยแผนพัฒนาประเทศด้วย “ยุทธศาสตร์ห้าเหลี่ยม”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2719979

ไฟแรง นายกฯ ใหม่กัมพูชาเผยแผนพัฒนาประเทศด้วย "ยุทธศาสตร์ห้าเหลี่ยม"

25 ส.ค. 2566 10:06 น.

ไฟแรง นายกฯ ใหม่กัมพูชาเผยแผนพัฒนาประเทศด้วย “ยุทธศาสตร์ห้าเหลี่ยม”

“ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีป้ายแดงของกัมพูชา เปิดตัว “ยุทธศาสตร์ห้าเหลี่ยม” ระยะที่ 1 แนวทางการพัฒนาประเทศสู่ความมั่งคั่ง และยั่งยืน ก้าวสู่การเป็นประเทศร่ำรวยในอีก 25 ปีข้างหน้า

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2566 ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกของกัมพูชา นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ได้กล่าวเปิดตัว “ยุทธศาสตร์ห้าเหลี่ยม” ระยะที่ 1 ปี 2566-2571 ซึ่งออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการเติบโต สร้างงาน รับรองความเสมอภาค เพิ่มประสิทธิภาพ และรักษาความยั่งยืนในการเดินทางสู่การบรรลุวิสัยทัศน์กัมพูชา ปี 2593

นายฮุน มาเนต กล่าวว่า สิ่งสำคัญ 5 ประการของยุทธศาสตร์ห้าเหลี่ยม ได้แก่ ประชาชน ถนน น้ำ ไฟฟ้า และเทคโนโลยี โดยในช่วงเวลาอีก 25 ปีข้างหน้าจะเป็นวัฏจักรใหม่สำหรับกัมพูชา และกัมพูชาปรารถนาที่จะยกระดับความภาคภูมิใจของชาติสู่ระดับใหม่ เช่นเดียวกับที่เคยทำเมื่อยุคสมัยอังกอร์ ด้วยการสร้างชาติสู่ประเทศที่มีรายได้สูง

ผู้นำใหม่ของกัมพูชากล่าวว่า พันธกิจของยุทธศาสตร์ห้าเหลี่ยมคือ การบรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงภายในปี 2573 ก่อนกลายเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2593 พร้อมเสริมว่ายุทธศาสตร์นี้จะเสริมสร้างความยืดหยุ่นของ 5 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐบาล ภาคเศรษฐกิจ ภาคการเงิน ภาคมนุษย์และทุนทางสังคม รวมถึงภาคสิ่งแวดล้อมและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โดยนายฮุน มาเนต ยืนยันว่า กัมพูชาจะรับรองการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบยืดหยุ่นต่อภาวะวิกฤติเฉลี่ยราวร้อยละ 7 ต่อปี สร้างงานจำนวนมากขึ้นสำหรับประชาชนกัมพูชา โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว ลดอัตราความยากจนให้เหลือต่ำกว่าร้อยละ 10 เสริมสร้างความสามารถการกำกับดูแลและพัฒนาคุณภาพสถาบันสาธารณะ ตลอดจนรับรองการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

ฮุน มาเนตทิ้งท้ายว่า รัฐบาลเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศ ว่าจะสามารถเอาชนะความท้าทาย อุปสรรค และวิกฤติต่างๆ ในการขับเคลื่อนสังคมกัมพูชาบนเส้นทางสู่การพัฒนา ความก้าวหน้า และความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น โดยการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นเพื่อเดินหน้าไปพร้อมกับความเชื่อมั่นในการบรรลุวิสัยทัศน์กัมพูชา ปี 2593

ทั้งนี้ ฮุน มาเนต วัย 45 ปี สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร 22 ส.ค. ที่ผ่านมา หลังจากพรรคประชาชนกัมพูชา คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ได้ที่นั่งในรัฐสภา 120 ที่นั่ง จากทั้งหมด 125 ที่นั่ง.

อ่านข่าวต่างประเทศเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เอาไงล่ะทีนี้ นักวิทย์เผยหลอดกระดาษ เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมพอๆ กับหลอดพลาสติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2719981

เอาไงล่ะทีนี้ นักวิทย์เผยหลอดกระดาษ เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมพอๆ กับหลอดพลาสติก

25 ส.ค. 2566 11:12 น.

เอาไงล่ะทีนี้ นักวิทย์เผยหลอดกระดาษ เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมพอๆ กับหลอดพลาสติก

นักวิทยาศาสตร์เผย หลอดกระดาษที่นำมาทดแทนหลอดพลาสติกเพราะเชื่อกันว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แท้จริงแล้วมีสารเคมีที่เป็นพิษ ซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมไม่ต่างกัน

ผลงานวิจัยล่าสุดของนักวิจัยชาวเบลเยียม ที่ทำการทดสอบกับหลอดหลากหลายชนิด 39 ยี่ห้อ พบว่าหลอดกระดาษที่นำมาทดแทนหลอดพลาสติกเพราะเชื่อกันว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แท้จริงแล้วมีสารเคมีที่เป็นพิษที่ชื่อว่า PFAS หรือ ‘สารเคมีตลอดกาล’ ซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมไม่ต่างกัน โดยนับว่างานวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเกี่ยวกับสารเคมีในหลอดเกือบทุกประเภทเป็นครั้งแรกในยุโรป ซึ่งรวมทั้ง หลอดกระดาษ หลอดที่ทำจากไผ่ หลอดแก้ว หลอดสเตนเลส และหลอดพลาสติก โดยพบว่าหลอดส่วนใหญ่หรือราว 69 เปอร์เซ็นต์ มีสาร PFAS รวมถึงหลอดที่ทำมาจากกระดาษและไผ่ด้วยเช่นกัน
 
โดยสาร PFAs หรือ per-and polyfluoroalkyl substances คือกลุ่มสารเคมีที่สามารถพบได้ตามวัตถุต่างๆ ตั้งแต่เครื่องแต่งกาย เครื่องครัว ไปจนถึงวัสดุก่อสร้าง โดยสารเหล่านี้จะเป็นอันตรายทั้งกับคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากจะใช้เวลาในการย่อยสลายยาวนานนับหลายพันปี ทำให้บางคนเรียกสารเคมีชนิดนี้ว่า สารเคมีตลอดกาล

นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า สารตัวนี้เชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพในประชาชน เพราะจะคงอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้นานหลายปี ทั้งการทำให้การตอบสนองต่อวัคซีนลดลง น้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่าเกณฑ์ ทำให้เกิดโรคไทรอยด์ เพิ่มระดับคลอเรสเตอรอล ทำลายตับ ก่อให้เกิดมะเร็งที่ไต และมะเร็งอัณฑะด้วย ส่งผลให้ทั่วโลกมีการแบนสินค้าที่มีสาร PFAS มาตั้งแต่ปี 2020.

ที่มา : เดลีเมล์

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ญี่ปุ่นเศร้า หมอหนุ่มตัดสินใจลาโลก หลังต้องทำงานล่วงเวลา 200 ชม. ใน 1 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2719970

ญี่ปุ่นเศร้า หมอหนุ่มตัดสินใจลาโลก หลังต้องทำงานล่วงเวลา 200 ชม. ใน 1 เดือน

25 ส.ค. 2566 09:44 น.

ญี่ปุ่นเศร้า หมอหนุ่มตัดสินใจลาโลก หลังต้องทำงานล่วงเวลา 200 ชม. ใน 1 เดือน

ครอบครัวหมอหนุ่มที่ทำงานหนักจนท้อและตัดสินใจปลิดชีพตัวเองในญี่ปุ่น เมื่อปีที่แล้ว ออกมาเรียกร้องให้สังคมคนทำงานในญี่ปุ่น ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานล่วงเวลา

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2566 สำนักข่าว CNN รายงานว่านางจุนโกะ ทาคาชิมา มารดาของนายแพทย์ชินโกะ ทาคาชิมา วัย 26 ปี แพทย์ประจำบ้านแห่งโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์โคนัน ในเมืองโกเบ ที่ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว ได้ออกมาแถลงข่าวในเมืองโอซากา เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเปิดเผยว่า สาเหตุที่ลูกชายของเธอตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง มาจากการต้องทำงานหนักและอยู่ในสังคมการทำงานที่ย่ำแย่มาตลอด โดยทนายของครอบครัวระบุว่า ช่วงก่อนเสียชีวิตนายแพทย์ชินโกะ ทาคาชิมา ต้องทำงานล่วงเวลาถึง 207 ชั่วโมงใน 1 เดือน โดยไม่ได้มีวันหยุดเลยแม้แต่วันเดียวตลอด 3 เดือน

นางจุนโกะเรียกร้องให้สังคมการทำงานของญี่ปุ่นตระหนักถึงภัยร้ายของวัฒนธรรมการทำงานล่วงเวลาและเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยมการการทำโอทีหลังเวลางาน โดยเฉพาะในหน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศ

ทางด้านโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์โคนัน ออกมาแถลงปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าแพทย์ของโรงพยาบาลมีอิสระเสรีในการทำงาน และบางคนหาเวลานอนงีบพักผ่อนในเวลางาน ทำให้ยากที่จะนับเวลางานได้อย่างละเอียด การออกมาแถลงของโรงพยาบาลมีขึ้นหลังจากคณะสืบสวนของกระทรวงแรงงาน เปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตของนายแพทย์ชินโกะ ทาคายามา ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการทำงาน เนื่องมาจากการทำงานหลายชั่วโมงติดต่อกัน ทำให้สังคมหันมามองถึงปัญหาแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับบุคลากรด้านสาธารณสุขอีกครั้ง.

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นต่อสู้กับวัฒนธรรมการทำงานหนักมาเป็นเวลานาน โดยพนักงานในภาคส่วนต่างๆ ต้องทำงานล่วงเวลา ได้รับความกดดันสูงจากหัวหน้างาน และความเคารพต่อบริษัท ขณะที่ความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตที่ตามมา ได้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “คาโรชิ” (Karoshi) หรือ การเสียชีวิตจากการทำงานหนัก ซึ่งนำไปสู่การออกกฎหมายเพื่อป้องกันการเสียชีวิตและการบาดเจ็บจากชั่วโมงทำงานที่มากเกินไป.

อ่านข่าวต่างประเทศเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ทรัมป์เดินทางไปมอบตัวที่รัฐแอตแลนตา หลังโดนฟ้องคดีล้มเลือกตั้ง 2020

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2719953

ทรัมป์เดินทางไปมอบตัวที่รัฐแอตแลนตา หลังโดนฟ้องคดีล้มเลือกตั้ง 2020

25 ส.ค. 2566 04:45 น.

ทรัมป์เดินทางไปมอบตัวที่รัฐแอตแลนตา หลังโดนฟ้องคดีล้มเลือกตั้ง 2020

ทรัมป์เดินทางไปมอบตัวที่เรือนจำในรัฐแอตแลนตา หลังถูกฟ้องคดีอาชญากรรมเป็นกรณีที่ 4 ในปีนี้ เกี่ยวกับความพยายามล้มล้างผลการเลือกตั้งในรัฐแห่งนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังเดินทางไปยังเรือนจำเขต ฟูลตัน เคาน์ตี ในรัฐแอตแลนตาในวันพฤหัสบดีที่ 24 ส.ค. 2566 เพื่อเข้ามอบตัวหลังจากถูกฟ้องร้องคดีอาชญากรรมในข้อหาเกี่ยวกับการพยายามล้มล้างผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในรัฐแอตแลนตาเมื่อปี 2563

ตามที่ระบุในเอกสารคำฟ้อง นายทรัมป์ถูกกล่าวหาว่า เป็นหัวหน้าขององค์กรอาชญากรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผู้สมรู้ร่วมคิดอีกจำนวนมาก เพื่อพลิกกลับผลการเลือกตั้งในรัฐแอตแลนตาที่เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

ทรัมป์กับจำเลยร่วมอีก 18 คนมีเวลาถึงเที่ยงวันวันศุกร์ที่ 25 ส.ค.นี้ ที่จะเข้ามอบตัวโดยสมัครใจในข้อหาดังกล่าว โดยนายทรัมป์ได้ทำข้อตกลงประกันตัวด้วยวงเงิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไว้ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์แล้ว พ่วงเงื่อนไขว่า ห้ามเขาใช้สื่อสังคมออนไลน์ใดๆ โจมตีหรือมุ่งเป้าไปที่จำเลยร่วมคนอื่นๆ หรือพยานในคดี

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เข้าสู่ปั 2566 นายทรัมป์ถูกฟ้องร้องคดีอาชญากรรมไปแล้วถึง 4 กรณี ถูกกล่าวหารวมทั้งสิ้น 91 กระทง

โดยก่อนหน้านี้ นายฟานี วิลลิส อัยการแขวงฟูลตัน เคาน์ตี ซึ่งเป็นผู้ฟ้องร้องนายทรัมป์ในคดีล่าสุด เรียกร้องให้ศาลกำหนดวันเริ่มพิจารณาคดีจำเลยทั้ง 19 คนในวันที่ 23 ต.ค.นี้ เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แต่นายทรัมป์ยื่นคำร้องคัดค้าน

ที่มา : cnn

ทะเลน้ำแข็งแอนตาร์กติกาแตก ทำลูกเพนกวินจักรพรรดิตายนับหมื่นตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2719952

ทะเลน้ำแข็งแอนตาร์กติกาแตก ทำลูกเพนกวินจักรพรรดิตายนับหมื่นตัว

25 ส.ค. 2566 04:10 น.

ทะเลน้ำแข็งแอนตาร์กติกาแตก ทำลูกเพนกวินจักรพรรดิตายนับหมื่นตัว

นักวิทยาศาสตร์พบว่า ทะเลน้ำแข็งในขั้วโลกใต้ละลายและแตกตัวเร็วกว่าปกติ ส่งผลลูกเพนกวินที่ยังไม่โตพอจะรอดชีวิตในทะเล จมน้ำหรือหนาวตายในทะเลนับหมื่นตัว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพถ่ายจากดาวเทียมจับภาพเหตุการณ์น่าสลด เมื่อแผ่นทะเลน้ำแข็งขนาดใหญ่ในทวีปแอนตาร์กติกา ที่ขั้วโลกใต้ ละลายและแตกตัวออกจากกัน ทำให้ในขณะที่มีโคโลนีเพนกวินอยู่ด้านบน ส่งผลให้ลูกเพนกวินจักรพรรดิ ที่ขนกันน้ำสำหรับว่ายน้ำยังไม่ขึ้น จมน้ำหรือหนาวตายในทะเลจำนวนมาก คาดว่าอาจถึง 10,000 ตัว

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ทางตะวันตกของแอนตาร์กติกา บริเวณทะเลเลลิงเชาเซน โดย ดร.ปีเตอร์ เฟรตเวลล์ จากสำนักงานสำรวจแอนตาร์กติกแห่งอังกฤษ (BAS) กับเพื่อนร่วมงานรายงานเรื่องนี้ผ่านวารสาร Communications Earth & Environment พร้อมเตือนว่า ความสูญเสียครั้งนี้เป็นลางบอกเหตุของหายนะที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์เอาไว้ว่า โคโลนีของเพนกวินจักรพรรดิมากกว่า 90% จะสูญพันธุ์ในช่วงสิ้นศตวรรษที่ 21 นี้ เนื่องจากภาวะโลกร้อนทำให้ทะเลน้ำแข็งตามฤดูกาลของทวีปแอนตาร์กติกา มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ

“เพนกวินจักรพรรดิพึ่งพาทะเลน้ำแข็งในวัฏจักรการสืบพันธุ์ เนื่องจากเป็นพื้นที่มั่นคงสำหรับใช้เลี้ยงดูลูกของพวกมัน แต่ถ้าน้ำแข็งดังกล่าวไม่กว้างขวางอย่างที่ควรจะเป็น หรือแตกตัวเร็วกว่าปกติ นกเหล่านี้จะลำบาก” ดร.เฟรตเวลล์บอกกับ บีบีซี

“ยังมีความหวังอยู่ เราสามารถลดการปล่อยคาร์บอนที่เป็นสาเหตุของโลกร้อนได้” ดร.เฟรตเวลล์กล่าวเสริม “แต่หากเราไม่ทำ เราจะเป็นผู้ผลักให้นกที่งดงามเป็นเอกลักษณ์นี้ไปสู่ขอบเหวของการสูญพันธุ์”

ทั้งนี้ ดร.เฟรตเวลล์กับเพื่อนร่วมงานใช้ดาวเทียม เซนติเนล-2 (Sentinel-2) ของสหภาพยุโรป ติดตามสังเกตการณ์โคโลนีเพนกวิน 5 กลุ่มในทะเลเบลลิงเชาเซน ประกอบด้วยโคโลนีบนเกาะ รอธส์ไชล์ด, เกาะเวอร์ดี, เกาะสไมลีย์, คาบสมุทรไบรอัน และแหลมฟรอกเนอร์

ตามปกติแล้ว เพนกวินวัยผู้ใหญ่จะขึ้นไปอยู่ทะเลน้ำแข็งในช่วงเดือนมีนาคม ในขณะที่ฤดูหนาวของซีกโลกใต้ใกล้เข้ามา พวกมันจะเกี้ยวพาราสี, ผสมพันธุ์, วางไข่ และเลี้ยงดูลูกตลอดหลายเดือนหลังจากนั้น จนกระทั่งลูกของมันโตพอที่จะไปเผชิญโลกกว้าง ซึ่งมักจะเป็นช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม

แต่เมื่อปีก่อน น้ำแข็งเริ่มแตกตัวในเดือนพฤศจิกายน ก่อนที่ลูกเพนกวินจะงอกขนกันน้ำสำหรับว่ายน้ำ ส่งผลให้การสืบพันธุ์ใน 4 โคโลนี ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง มีเพียงโคโลนีที่อยู่ทางเหนือสุดที่เกาะรอธส์ไชลด์ เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จบ้าง