คริสต์มาสสุดอลัง!! อินสตอลเลชันสโนว์แมน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2826203

คริสต์มาสสุดอลัง!! อินสตอลเลชันสโนว์แมน

19 พ.ย. 2567 07:05 น.

คริสต์มาสสุดอลัง!! อินสตอลเลชันสโนว์แมน

สัมผัสความอบอุ่นแห่งเทศกาลเฉลิมฉลองสุดอลังการ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จัดงาน “CENTRAL EMBASSY LET’S CELEBRATE 2025 : VERY WARM WISHES” ชวนมาสัมผัสประสบการณ์เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ด้วยผลงานศิลปะอินสตอลเลชันสุดอลังการเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ ลูคัส ซานอตโต (Lucas Zanotto) ศิลปินนักออกแบบและแอนิเมเตอร์ชื่อดังระดับโลก ที่นำเสนอความอบอุ่นผ่านกองทัพ “มิสเตอร์สโนว์แมน” รังสรรค์ จากโลกแห่งจินตนาการที่เต็มไปด้วยความสุขและต้นคริสต์มาสขนาดมหึมา โดย มร.ลูคัส ซานอตโต ศิลปินระดับโลกบินตรงมาสร้างสีสัน ที่ FROSTY CHRISTMAS YARD ชั้น G บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าฯ

เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร, บรม พิจารณ์จิตร และลูคัส ซานอตโต

บรรยากาศงานเปิดตัวเทศกาลแห่งความสุขนี้ อบอวลด้วยมนต์เสน่ห์สุดตระการตา เริ่มต้นด้วย “มิสเตอร์สโนว์แมน” ที่สร้างรอยยิ้มส่งต่อความสุขและยังถ่ายทอดเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมอย่างมีศิลปะ ผ่านสโนว์แมน 3 ตัว พร้อมกับต้นคริสต์มาสสูงกว่า 14 เมตร ด้วยการใช้เทคนิคศิลปะดิจิทัลล้ำสมัยในการสร้างสรรค์ กลายเป็น X’mas Yard แลนด์มาร์กสุดฮิตที่ต้องมาเช็กอิน กิจกรรมได้แผ่ขยายไปทุกมุมของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่บริเวณทางเชื่อม BTS เพลินจิต กับ SNOWMAN FESTIVE TRAIL เส้นทางแห่งสีสันของสโนว์แมนที่พาลัดเลาะสู่ความอบอุ่นแห่งเทศกาล ไปต่อที่ WARM WISHES TUNNEL อุโมงค์แห่งแสงสีบริเวณทางเชื่อมไปเซ็นทรัลชิดลม ไปจนถึง GIANT SNOW CUBE ปล่องสโนว์แมนยักษ์สุดหรรษา ผลงานศิลปะจัดวางที่น่าทึ่ง ซึ่งลูคัส ซานอตโต ได้ออกแบบโดยแฝงเข้ากับรูปทรงเรขาคณิตของตึก Art Tower ที่ตั้งอย่างโดดเด่นสะดุดตา บน OPEN HOUSE ชั้น 6

พร้อมต้อนรับทุกคนเข้าสู่โซน FESTIVE GREEN LAND ดินแดนแห่งการแบ่งปันและสร้างสรรค์ ที่มอบประสบการณ์พิเศษที่ไม่มีใครเหมือน และสนุกไปด้วยกันกับ SNOW TROOP กองทัพสโนว์แมนล้มลุกสุดกวนขนาดเท่าคนจริง ในรูปแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ อาร์ต อินสตอลเลชัน พร้อมโอกาสในการรับสโนว์แมนล้มลุกน่ารักๆกลับบ้าน ผ่านกิจกรรม SNOW TROOP ADOPTION โดยรายได้จากกิจกรรมนี้มอบให้ WWF Founda tion เพื่อร่วมสนับสนุนการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศ สุดพิเศษในทุกมุมของพื้นที่และร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมาย ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี วันนี้ถึง 5 ม.ค.68

เริ่มแล้ว ITA Airways เปิดเส้นทางใหม่บินตรง กรุงโรม – กรุงเทพฯ 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2826190

เริ่มแล้ว ITA Airways เปิดเส้นทางใหม่บินตรง กรุงโรม - กรุงเทพฯ 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

18 พ.ย. 2567 12:27 น.

เริ่มแล้ว ITA Airways เปิดเส้นทางใหม่บินตรง กรุงโรม – กรุงเทพฯ 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

สายการบิน ITA Airways เปิดเส้นทางบินตรงกรุงโรม – กรุงเทพมหานคร เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 ด้วยความถี่ 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ Airline Focus เปิดเส้นทางบินใหม่จาก ททท. ที่ต้องการกระตุ้นการเดินทางมายังประเทศไทยช่วงไฮซีซั่น

ITA Airways เป็นสายการบินสัญชาติอิตาลีน้องใหม่ ที่ก่อตั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา โดยเปิดให้บริการไปยังจุดหมายปลายทางถึง 70 เส้นทาง

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมาได้มีการต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากสายการบิน ITA Airways แล้ว หลังจากประกาศเปิดเส้นทางการบินใหม่จากสายการบิน เส้นทางโรม – กรุงเทพฯ

โดยเที่ยวบิน AZ758 บินตรงจากกรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ได้เริ่มเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทยแล้ว

โดยเริ่มให้บริการครั้งแรกในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 และมาถึงประเทศไทย ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 ถึงประเทศไทย เวลา 07.40 น. ซึ่งเป็นเที่ยวบินตรงครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการเชื่อมต่อระหว่างประเทศอิตาลี หลังไม่มีสายการบินใดๆ ให้บริการเส้นทางนี้มานานกว่า 4 ปี นอกเสียจากการบินไทย และอลิตาเลีย (Alitalia) ที่มีการหยุดให้บริการไป

เครื่องบินโดยสารจาก ITA Airways ที่ให้บริการในเส้นทางโรม – กรุงเทพ จะใช้ Airbus A330 – 900 มีที่นั่งทั้งหมด 291 ที่นั่ง พร้อมชั้นโดยสารทั้งหมด 3 ระดับ ประกอบด้วยชั้นธุรกิจ 30 ที่นั่ง, ชั้นพรีเมียม 24 ที่นั่ง และชั้นประหยัดอีก 237 ที่นั่ง

ไฟลต์จาก “โรม – กรุงเทพฯ” เที่ยวบิน AZ758 มีตารางบินที่ทำการบินทุกๆ วันอาทิตย์ จันทร์ พุธ พฤหัสบดี และเสาร์ โดยออกเดินทางเวลา 15.15 ถึงปลายทางวันรุ่งขึ้นที่ 07.40 น. โดยประมาณ

ไฟลต์จาก “กรุงเทพฯ – โรม” เที่ยวบิน AZ759 มีตารางบินที่ทำการบินทุกๆ วันอาทิตย์ จันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และศุกร์ โดยออกเดินทางเวลา 12.15 น. และถึงที่หมายในเวลา 19.15 น. โดยประมาณ

เส้นทางบินตรงกรุงโรม – กรุงเทพมหานคร จาก ITA Airways สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ ททท. ที่มุ่งเน้นกลยุทธ์ Airline Focus เปิดเส้นทางบินใหม่ เพื่อกระตุ้นการเดินทางมายังประเทศไทยช่วงไฮซีซั่น เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ กระตุ้นการเดินทางมายังประเทศไทยช่วงไฮซีซั่น

ข้อมูล : ITA Airways, ข่าวสารท่องเที่ยว ททท. , Hfligt

อดทนจนกว่าจะแลนด์ ปิงปอง-เอแคลร์-พั้มกิ้น นั่งบนเครื่องบิน เห็นแล้วอดขำไม่จริงๆ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829278

อดทนจนกว่าจะแลนด์ ปิงปอง-เอแคลร์-พั้มกิ้น นั่งบนเครื่องบิน เห็นแล้วอดขำไม่จริงๆ

4 ธ.ค. 2567 17:23 น.

อดทนจนกว่าจะแลนด์ ปิงปอง-เอแคลร์-พั้มกิ้น นั่งบนเครื่องบิน เห็นแล้วอดขำไม่จริงๆ

แค่เห็นภาพโดยที่ไม่อ่านแคปชั่นก็กลั้นขำไม่ไหวแล้ว หลังจากที่ได้เห็นภาพของ ปิงปอง ธงชัย, เอแคลร์ จือปาก และ พั้มกิ้น หิ้วหวี 3 อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง นั่งอยู่บนเครื่องบินลำเดียวกัน แถวเดียวกัน และนั่งเรียงกัน 3 คน

ซึ่ง ปิงปอง ได้โพสต์ภาพของตัวเองแบบน่ารักๆ ลงอินสตาแกรม เป็นภาพที่นั่งเรียงแถวกัน 3 คน อยู่บนเครื่องบิน รัดเข็มขัด เตรียมพร้อมบิน และเขียนแคปชั่นว่า “อดทนจนกว่าจะแลนด์” และ “เครื่องบินเอียงซ้าย” เพราะทั้ง 3 คนนั่งยิ้มแป้นแล้น 

งานนี้หลายคนที่เห็นภาพดังกล่าวอดขำกันไม่ได้ พร้อมกับเข้ามาคอมเมนต์แซวในความน่ารักของทั้ง 3 คนกันจำนวนมาก อาทิ เป็นคนติดสกินชิพ เว่อร์, รักคนจอง, ปุ๊กปิ๊กปุ๊กปิ๊ก น่ารักแน่นๆมากค่ะ, น่ารัก, 5555555 คำนี้ไม่เกินจริง อดทน จนกว่าจะแลนด์, ก็ว่าอยู่ แม่หายไปไหน อยู่ในปลากระป๋องนี่เอง, อดทนๆ, บุพเพสันนิวาสจริงๆที่ได้มารวมกัน ณ ตรงนี้ เป็นต้น

อย่างฮา โน้ต เชิญยิ้ม ถูก รปภ. ขอให้ย้ายรถ บอกตรงนี้เป็นที่ตลกจินจุ้ง (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2829277

อย่างฮา โน้ต เชิญยิ้ม ถูก รปภ. ขอให้ย้ายรถ บอกตรงนี้เป็นที่ตลกจินจุ้ง (คลิป)

4 ธ.ค. 2567 17:22 น.

อย่างฮา โน้ต เชิญยิ้ม ถูก รปภ. ขอให้ย้ายรถ บอกตรงนี้เป็นที่ตลกจินจุ้ง (คลิป)

เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเต็มๆ เมื่อนักแสดงตลกชื่อดัง โน้ต เชิญยิ้ม โพสต์คลิปสุดฮา เมื่อเจ้าตัวถูก รปภ.คนเดิมที่บรรดานักแสดงตลกชอบโพสต์คลิปเจ้าตัวบ่อยๆ เดินเข้ามาเรียกให้เจ้าตัวย้ายรถ

งานนี้ รปภ. ให้เหตุผลสุดพีก อ้างว่าเป็นที่จอดรถของตลกดังอีกคน โดยบอกว่า “คุณบำเรอ เดี๋ยวก่อน ไปย้ายรถก่อนคุณบำเรอ” ด้าน โน้ต ถามว่า “อ้าว ทำไมผมจอดไม่ได้” ก่อนที่ รปภ. จะบอกว่า “ตรงนั้นเป็นที่ตลกจินจุ้งเขา” ทำเอา โน้ต ถึงกับงงว่าใคร รปภ. ก็ย้ำอีกว่าตลกจินจุ้ง ก่อนจะเถียงกันไปมา 

รปภ. ก็ยังย้ำว่าต้องไปย้าย เดี๋ยวจินจุ้งมา โน้ต พูดทันที “ย้ายเพื่อ” รปภ. ตอบประโยคเดิม “ให้คุณจินจุ้งจอดไง” ทำเอา โน้ต งง และถามว่า “จินจุ้งมันเป็นใครว่ะไอ้นี่” ด้าน รปภ. ก็ยังย้ำอีก “มีอ่ะชื่อจินจุ้ง บำเรอต้องไปย้ายแล้ว”

ด้าน โหน่ง ชะชะช่า ก็เข้ามาคอมเมนต์เป็นอีโมจิขำน้ำตาไหล ส่วนคอมเมนต์จากแฟนๆ ก็ขำแรงมาก อาทิ มีเรื่องทุกวันเลยคะ, มีเรื่องให้ขำทุกวันเลยนะป๋า, เรื่องเยอะนะ พี่ยามคนนี้ต้องไล่ออก, คุณบำเรอไปถอยรถด้วยครับ, ด่วนๆ เลยบำเรอ, ยามก็เล่นด้วยนะ 555 ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

น้องณดา ลูกสาว กบ สุวนันท์ ขออภัย หลังเจอคนคอมเมนต์แซะสวยแบบแปลกๆ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829213

น้องณดา ลูกสาว กบ สุวนันท์ ขออภัย หลังเจอคนคอมเมนต์แซะสวยแบบแปลกๆ

4 ธ.ค. 2567 16:39 น.

น้องณดา ลูกสาว กบ สุวนันท์ ขออภัย หลังเจอคนคอมเมนต์แซะสวยแบบแปลกๆ

เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ มาตอนนี้โตเป็นสาว ฉายแววสวยตามคุณแม่แล้ว สำหรับ น้องณดา ลูกสาว กบ สุวนันท์ กับ บรู๊ค ดนุพร ซึ่งที่ผ่านมา แม่กบ มักจะลงคลิปลูกๆ ให้แฟนๆ ได้ติดตามอยู่เป็นประจำ 

อย่างล่าสุด น้องณดา ได้ลงคลิปเต้นของตัวลงทางช่อง TikTok ของตัวเอง เป็นการโชว์สเต็ปเต้นเบาๆ โยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเพลง เผยให้เห็นหุ่นสุดปังและความสูง 168 ซม. ในวัยเพียง 13 ปี ใครเห็นต่างก็ร้องว้าวในความสวยของ น้องณดา เพราะไม่คิดว่าจากสาวน้อยในวันนั้นจะใกล้โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ 

แต่งานนี้กลับมีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้ามาคอมเมนต์แซะไว้ว่า “สวยแบบแปลกๆ สวยแบบยังไงไม่รู้อ่า” ด้าน น้องณดา ก็ได้เข้ามาตอบกลับว่า “หนูถอดแว่นค่ะในวิดีโอนี้ก็เลยดูแปลกๆ ขออภัยนะคะทุกคน”

หลายคนที่เห็นคอมเมนต์ดังกล่าว ก็ได้เข้ามาให้กำลังใจน้องณดากันจำนวนมาก บอกว่า ไม่ต้องขออภัยใครเลยค่ะ หนูน่ารักมากๆ สวยแบบมั่นใจไปเลยค่ะ ความสวยของหนูไม่ทำร้ายใครเพราะงั้นไม่ต้องขอโทษใครนะ, หนูสวย น่ารักมากค่ะ มั่นใจๆๆ นะ เริ่ด, หนูสวยแล้วจ้า อย่าไปสนใจคำพูดคนที่เราไม่ได้รู้จักเราเลย, หนูสวยน่ารักมากๆ ลูก, สวยแล้วค่ะ น้องณดา บางคนเขาติ ก็ปล่อยเขาค่ะ มั่นใจนะคะ, เห็นด้วยกับเมนต์นี้ค่ะ น้องสวยน่ารักตามวัย, ขออภัยทำไมหนู หนูคือต้นตำรับกระแสลูกดารา แม่หนูก็นางเอกเบอร์ 1 เชิดไว้ลูก, น้องโตเป็นสาวแล้ว, น่ารักมากกกกกกกนะคะ, จริงค่ะสวยน่ารักหุ่นดีมากเรียนเก่งภาษาอังกฤษยิ่งเก่ง เพราะงั้นสวยมั่นใจตะโกนไปเลยค่ะ อย่าไปแคร์คนอื่น

https://www.tiktok.com/embed/v2/7442189484914937089?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th%2Fentertain%2Fnews%2F2829213

อั้ม พัชราภา ฉลองวันเกิดล่วงหน้า จับตา ไฮโซนิน หอบช่อกุหลาบขาวมาให้

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2829251

อั้ม พัชราภา ฉลองวันเกิดล่วงหน้า จับตา ไฮโซนิน หอบช่อกุหลาบขาวมาให้

4 ธ.ค. 2567 16:02 น.

อั้ม พัชราภา ฉลองวันเกิดล่วงหน้า จับตา ไฮโซนิน หอบช่อกุหลาบขาวมาให้

เรียกว่าเป็นงานวันเกิดที่อบอุ่นเหมือนดังเช่นทุกปี สำหรับงานฉลองวันเกิดล่วงหน้าของนางเอกซุป’ตาร์สาว อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ซึ่งบรรยากาศเป็นกันเอง สนุกสนานสุดๆ

โดยในปีนี้มีเพื่อนพี่น้องในวงการบันเทิงมาร่วมอวยพรวันเกิดมากมาย อาทิ เอ ศุภชัย, ปุ๊กลุก ฝนทิพย์, ไมค์ ภัทรเดช, ดีเจมะตูม เตชินท์, เมย์ เฟื่องอารมย์, แหวนแหวน ปวริศา, หนิง ปณิตา, ชาย อานันท์ทวีป, เข้ม หัสวีร์, หวาย ปัญญ์ธิษา ฯลฯ

แต่ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษเห็นจะเป็นไฮโซหนุ่ม นิน ชนินทร์ เตรัตนชัย ที่หอบช่อดอกกุหลาบขาวมาเซอร์ไพรส์ อั้ม พัชราภา ในงานวันเกิดด้วย ดูท่าทีเจ้าของวันเกิดอย่างสาวอั้มก็มีเขินเบาๆ ก็ไม่รู้ว่าวันเกิดปีนี้ของอั้มเปลี่ยนไปจากเดิม มีคนรู้ใจแล้วหรือเปล่า อันนี้คงต้องฟังจากปากของเจ้าตัวเองนะจ๊ะ!!

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

หลิงหลิง – ออม ขอบคุณแฟนคลับที่ซัพพอร์ต ตื่นเต้นกำลังจะมีซีรีส์ใหม่ปีหน้า

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829212

หลิงหลิง - ออม ขอบคุณแฟนคลับที่ซัพพอร์ต ตื่นเต้นกำลังจะมีซีรีส์ใหม่ปีหน้า

4 ธ.ค. 2567 15:29 น.

หลิงหลิง – ออม ขอบคุณแฟนคลับที่ซัพพอร์ต ตื่นเต้นกำลังจะมีซีรีส์ใหม่ปีหน้า

เรียกว่าดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่แล้ว สำหรับ 2 สาวสุดฮอต หลิงหลิง คอง กับ ออม กรณ์นภัส ที่โด่งดังจากซีรีส์เรื่อง ใจซ่อนรัก (The Secret Of Us) ล่าสุดทั้งคู่ได้ควงกันมาร่วมงานฉลองครบรอบ 19 ปี สุดยิ่งใหญ่ “Siam Paragon 19th Anniversary: The Magical Celebration” ณ พาร์ค พารากอน ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งทั้งคู่ได้เผยว่า

รู้สึกดีใจมาก เพราะเพิ่งได้รับรางวัลจากงาน Y Entertain Awards 2024 มา ซึ่งเป็นรางวัลที่แฟน ๆ ช่วยกันโหวต ขอบคุณทุกคนที่คอยซัพพอร์ต แม้ซีรีส์จะจบไปแล้ว เพราะตั้งแต่ที่ซีรีส์ออนแอร์มาจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่เคยขาดกำลังใจจากแฟน ๆ เลย รู้สึกว่าดีใจแล้วก็โชคดีมากที่ได้อยู่ตรงนี้

ส่วนซีรีส์เรื่องใหม่กำลังอยู่ในช่วงถ่ายทำ อีกไม่นานเกินรอได้ดูแน่นอน น่าจะประมาณช่วงปีหน้า ด้าน หลิงหลิง ยอมรับแอบกดดันเพราะว่าอยากทำให้ดีขึ้น เชื่อว่าแฟน ๆ ก็ตั้งหน้าตั้งตารอด้วย ก็อยากทำให้ดีที่สุด ก็รู้สึกตื่นเต้นแล้วก็อยากทำให้ดี

ส่วน ออม บอกว่า ไม่อยากใช้คำว่ากดดัน เราอยากทำออกมาให้ดี ให้คนเห็นความต่าง พวกเราก็พยายามอย่างเต็มที่ เวิร์กช็อปอย่างเต็มที่เลย

ออร์แกน ราศี เคยถูกบูลลี่เป็นไม้เสียบผี เผยชีวิตคู่คนมองเป็นสะใภ้จ้าว

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2829238

ออร์แกน ราศี เคยถูกบูลลี่เป็นไม้เสียบผี เผยชีวิตคู่คนมองเป็นสะใภ้จ้าว

4 ธ.ค. 2567 14:20 น.

ออร์แกน ราศี เคยถูกบูลลี่เป็นไม้เสียบผี เผยชีวิตคู่คนมองเป็นสะใภ้จ้าว

นักแสดงและนางแบบมากความสามารถ ออร์แกน ราศี ดิศกุล ณ อยุธยา กับบทบาท แม่ทับทิม ในแม่หยัว ที่วันนี้จะมาย้อนเล่าเหตุการณ์ขนหัวลุกที่ทำให้เจ้าตัวรับเล่นเรื่องนี้ พร้อมเปิดเรื่องราวในวัยเด็กที่เจ้าตัวโดนบูลลี่ว่า เป็นไม้เสียบผี จนหมดความมั่นใจ แต่เปลี่ยนตัวเองจนขึ้นแท่นเป็นเจ้าแม่รันเวย์ อีกทั้งยังเปิดชีวิตคู่ในฐานะสะใภ้เจ้า ผ่านทางรายการ “คุยแซ่บ show” ทางช่อง One31 ที่มี ชมพู่ ธัณย์สิตา และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ตอนนี้กระแสแม่หยัวแรงมากไปไหน เขาไม่เรียกพี่ออร์แกนแล้ว เขาเรียกพี่ทับทิม ภูมิใจไหม?

ออร์แกน : ใช่ค่ะ เขาเรียกพี่ทับทิม มันชื่นใจ เวลาที่เราเล่นละครหรือซีรีส์ เวลาเดินไปไหนแล้วมีคนเรียกชื่อตัวละคร เราจะรู้สึกดีใจที่เขาจำเราจากคาแรกเตอร์ในละครได้

ไม่ใช่แค่ในเมืองไทย ต่างประเทศด้วย?

ออร์แกน : ใช่ค่ะ พี่สาวแกนอยู่ที่ประเทศอังกฤษแล้วเขาก็ไลน์มาบอกว่าที่นี่คนไทยที่อยู่ที่นู้นติดเยอะมาก แล้วก็ชอบเรื่อง แม่หยัวมาก และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แกนไม่มั่นใจ เพราะด้วยภาษามันเป็นพีเรียด พี่สาวก็เลยบอกว่าไม่ คนชอบมาก หลายคนที่รู้ว่าพี่เป็นพี่แกนแล้วเขากลับมาเดือนธันวาคม หลายๆ คนก็ขอตามมาด้วย อยากมาเจอพี่ทับทิม

ทำไมตัดสินใจรับบทเล่นเป็นทับทิม?

ออร์แกน : 1. ไม่เคยเล่นพีเรียดไทยเลย แล้วอยากเล่นมาก แกนเป็นคนชอบชุดไทย ชอบความเป็นไทย อยากรู้ว่าเวลาเราเล่นแล้วใส่ชุดแบบไทยจะเป็นยังไง การพูดของเราจะเป็นยังไง คาแรกเตอร์ของเราจะเป็นยังไง

แต่เห็นว่าก่อนจะรับเล่นเรื่องนี้ไปสถานที่หนึ่งมา แล้วรู้สึกว่าไปถึงแล้วขนลุกตลอด?

ออร์แกน : ใช่ค่ะ ก่อนที่แม่หยัวติดต่อมา แกนก็ไปโบราณสถานที่หนึ่ง แต่ขอไม่เอ่ยชื่อ ตอนนั้นไปประมาณ 4 โมงเย็น บรรยากาศเริ่มขมุกขมัวนิดนึง พอไปถึงปุ๊บรู้สึกว่าเราชอบที่นี่มาก แล้วก็ขนลุก รู้สึกประทับใจที่นี่ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ซึ่งแกนก็ไปอีกที่หนึ่งแล้วก็ดังกว่าด้วย แต่เราเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรกับที่นี่มาก เรารู้สึกประทับใจกับที่ก่อนหน้านี้

มันเป็นความรู้สึกยังไง?

ออร์แกน : มันบอกไม่ได้ มันพูดไม่ถูก ไปถึงแล้วมันเฮ้ย คือมันสวยด้วย มันยิ่งใหญ่ สุดยอดเลย เราเลยชอบ ชอบมาก ประทับใจมาก แล้วพอมาเล่าให้เพื่อนฟังหรือคนรู้จักฟัง ก็จะแนะนำให้ไปที่นี่ แล้วทุกครั้งที่พูดขนแกนก็จะลุกประมาณ 3 ครั้งที่บอกกับคนรู้จัก แล้วก็แปลกใจ ว่าเพราะอะไรทำไมพูดถึงที่นี่แล้วเราลุกตลอด แล้วสักพักละครแม่หยัวก็ติดต่อมา

เห็นว่าที่เซอร์ไพรส์ตอนอ่านบทสถานที่ที่เราเคยไป เชื่อมโยงกับตัวละครในเรื่อง?

ออร์แกน : ใช่ค่ะ มีความลิงก์กัน มันเป็นต้นกำเนิดของเราในตัวละครตัวนี้

แล้วมีเหตุการณ์อะไรแปลกๆ ที่มันเกิดขึ้นอีกไหม?

ออร์แกน : มีค่ะ วันนั้นไปถ่ายที่ต่างจังหวัด ไปเช้า เย็นกลับ ก็กลับมาที่บ้านนอน ความรู้สึกคือ ไม่รู้ว่าฝันหรืออะไร แต่รู้สึกว่ามีคนมากดขา ตอนที่แกนนอนอยู่บนเตียง เราพยายามจะลุกขึ้น แล้วน้องชายแกนนอนอยู่ข้างล่าง เราพยายามที่อยากจะตะโกนเรียกน้อง ให้น้องมาช่วย แต่มันก็ลุกไม่ได้ จนพอรู้สึกว่าลุกได้ก็เหมือนมีความรู้สึกว่ามีคนมาที่หลัง

คนไทยเรียกผีอำไหม?

ออร์แกน : ไม่เข้าใจว่าเรียกว่าอะไร มันตอบไม่ได้นะว่า มันตื่น หรือมันฝัน แต่ที่ตอบได้ และมั่นใจมาก คือลืมตาขึ้นมา และได้กลิ่นเหม็นเน่า แล้วแกนก็พยายามดมอีกทีใช่ไหม ใช่

หลังจากเหตุการณ์นี้ทำยังไงต่อ ไปทำบุญไหม?

ออร์แกน : วันนั้นมีฉากหนึ่งคนเยอะมาก เป็นฉากท้องพระโรง แล้วมันมีช่วงรอนาน แกนก็เลยนั่งสมาธิ แกนก็ไม่รู้ว่าการทำจิตให้ว่างมันส่งผลให้เขากลับบ้านไป เราก็เลยสวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วก็แผ่เมตตา

เรื่องนี้มี FC สายวายมาเกาะติดเราเต็มเลย?

ออร์แกน : จริงๆ มีมาตั้งแต่เล่นสงครามนางงาม ภาค 2

แฟนคลับเรียกป๋า?

ออร์แกน : ใช่ค่ะ ตอนสงครามนางงามออก มีคนเรียกว่าพี่อลิส ป๋าอลิส 

เห็นว่ามีหนักถึงขั้นเรียกว่าหลัวด้วย?

ออร์แกน : ใช่ค่ะ แล้วล่าสุดมี อย่าเล่นกับใจเด็กสาว

ทุกวันนี้ชินไหมที่มีคนเรียกป๋า เรียกหลัว?

ออร์แกน : ตอนแรกก็ไม่ชินนะ แต่ตอนนี้ชินแล้ว ชอบนะ

เขาไม่ได้ชอบที่ตัวพี่ออร์แกนอย่างเดียวนะ แต่เขาชอบ?

ออร์แกน : ชอบเส้นเลือดที่มือ

กับเชียร์ ฑิฆัมพร คนก็จิ้นหนัก จนอยากให้เป็นแฟนกัน?

ออร์แกน : จริงเหรอ

กว่าจะมาเป็นออร์แกน นางแบบแถวหน้าของเมืองไทย ตอนเด็กๆ โดนบูลลี่หนักมาก?

ออร์แกน : จริงๆ แล้ว เขาเป็นผู้ชาย ตอนนั้นเราเข้า ม.1 ด้วยความที่ตอนเด็กเราผอม ตัวสูง คอยาว ก็จะมีหลายฉายามาก โอลีฟ, ไม้เสียบผี จะเยอะมาก แล้วตอนนั้นเพลงบูมเมอแรง ของพี่เบิร์ด ดังมาก เราก็ห้อยพวงกุญแจ ทีนี้เพื่อนผู้ชายคนนี้ก็จะล้อว่าบูมเมอแรงไม้เสียบผี เพื่อนผู้ชายทั้งห้องเรียกเราแบบนี้

โดนล้อ โดนแกล้ง จนไม่มั่นใจในตัวเอง แต่ลึกๆ ฉันกล้าแสดงออกนะ?

ออร์แกน : กล้ามากเลย ตอนเด็กๆ ถ้าเขาเลือกลีด ในใจคิด เลือกฉันหน่อย มันก็จะมีทั้งโดนเลือกและไม่โดนเลือก แต่ว่าตอนเด็กๆ ไม่ค่อยโดนเลือก แต่ชอบพูดกับตัวเองในกระจก เล่นละคร พอโตมาอ๋อ เราชอบแสดงออกตั้งแต่เด็ก

ตอนเป็นสาวก็โดนเปรียบเทียบกับคนอื่น แล้วคนนั้นคือ คุณเก๋ ชลลดา คือเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน?

ออร์แกน : เก๋คือตัวท็อปมาก เก๋อยู่คณะนิเทศฯ แกนอยู่คณะมนุษยศาสตร์ แกนเป็นดาวคณะ แล้วเก๋เป็นดาวของนิเทศฯ แล้วจะต้องมาแข่งดาวมหาวิทยาลัย เป็นงานใหญ่เลย เก๋ได้ที่ 1 ไป เราได้รอง เก๋เวลาเดินเข้ามหาวิทยาลัยคือเขาสวยจริงๆ นะ แล้วตอนนั้นเขาเป็นนางแบบแล้วด้วย เวลาเขาเดิน เขาเด่นมาก ทุกคนต้องหันไปมองเขา แล้วแกนตอนอยู่มหาวิทยาลัย แต่งตัวเชยมาก เป็นเด็กเฉิ่ม เชย เพื่อนก็เลยแบบบอกว่า เหมือน เก๋ ชลลดา หน่อยได้ไหม เป็นหน้าเป็นตาให้คณะเราหน่อยได้ไหม ซึ่งบางวันอยากสวยก็ไดร์ผม พอไดร์ผมก็เปลี่ยนชีวิตจริงๆ นะ

วิศวะเข้ามาจีบเลย?

ออร์แกน : ใช่ มีคนเข้ามา แต่มันไม่ถึงขนาดนั้น แต่มีเพื่อนผู้ชายเข้ามา เหมือนเดินผ่านเขาก็แซว แค่ไดร์ผมชีวิตก็เปลี่ยน

ข้ามจุดนั้นมาแล้ว ตอนนี้กลายเป็นแถวหน้าของเมืองไทยในเรื่องของการเป็นนักแสดงมืออาชีพ แต่ก็มีคำที่ติดในใจ ได้ยินปุ๊บน้ำตาไหล อยากจะร้องไห้ทุกครั้ง?

ออร์แกน : มอเตอร์ไซค์ค่ะ อันนี้สมัยก่อนนะ ตอนอยู่ประมาณ ม.4-ม.5 โดนมอเตอร์ไซค์ชน ความรู้สึกคืออายมาก เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นป้ายรถเมล์ใหญ่มาก คนเยอะมาก ความรู้สึกคืออยากไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด แล้วก็ตกใจมากกว่า จนไปถึงที่โรงเรียน ก็ไม่พูดกับใครเลย เงียบ จนพี่สาวแกนเรียนอยู่ที่เดียวกัน เพื่อนก็วิ่งไปบอกพี่สาว ว่าแกนเป็นอะไรไม่รู้ ไม่พูดกับใครเลย พี่สาวก็เดินมาหา แกนเป็นอะไร ใครทำอะไร

เท่านั้นแหละร้องไห้ เล่าให้เขาฟังว่าแบบโดนมอเตอร์ไซค์ชน กลับบ้านเล่าให้คุณแม่ฟังก็ร้องไห้ ผ่านไปอาทิตย์นึงน้าผู้ชายโทรมาถามก็ร้องไห้ จนผ่านไปประมาณหลายเดือนแล้ว ตอนนั้นแข่งวอลเลย์บอลที่โรงเรียน เราคะแนนนำอยู่ใช่ไหม เราก็โดนแกล้งอีกแล้ว มีเพื่อนพี่สาวรู้ว่าจะทำยังไงให้แกนแพ้ เขาก็ตะโกนมอเตอร์ไซค์ ตอนแรกยังนิ่งๆ พอมอเตอร์ไซค์ รอบที่ 5 ก็ร้องไห้เลย รู้สึกว่าตอนนั้นเหมือนแพ้เลย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว เพราะผ่านมาหลายปี แต่ตอนนั้นกลัวมอเตอร์ไซค์แบบเข้าใกล้ไม่ได้

เรามีวิธีลบไหม หลายคนมีคำที่ติดในใจ?

ออร์แกน : มันน่าจะเป็นระยะเวลามากกว่า ตอนนั้นเหมือนตกใจ พอมันผ่านไปหลายปี จนทำให้ดีขึ้น และมีความจำเป็นที่ต้องขึ้นมอเตอร์ไซค์ คือมีวันนึงต้องวิ่งงานจากเซ็นทรัลเวิลด์ไปบางกะปิ แล้วก็บอกพี่ขับช้าๆ ไม่ต้องรีบ แบบลมตี แต่ในใจคือกลัวมาก แต่ต้องไปไม่งั้นไม่ทัน

ตอนนี้แต่งงานกี่ปีแล้ว?

ออร์แกน : น่าจะ 10 แต่คบมา 11 ค่ะ รวมกันเป็น 21 ปี

เป็นยังไงบ้าง 10 ปีหวานเหมือนเดิม?

ออร์แกน : ก็ไม่มีอะไร เรียบง่าย อย่างวันครบรอบก็ทานข้าวกลางวัน

คนจับตามองว่าคุณออร์แกนเป็นสะใภ้จ้าว?

ออร์แกน : คุณชายพูดกับแกนตลอดว่า คุณชายไม่ใช่จ้าว เป็นคนธรรมดา คุณชายใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายมาก ชอบนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ชอบนั่งรถไฟฟ้า เพราะไม่ชอบรถติด เราก็ไปด้วยกันทุกที่ คู่ของเราใช้ชีวิตได้ทุกแบบ คุณชายเป็นคนค่อนข้างสบายๆ บวกกับเราก็เป็นคนสบายๆ แต่บางทีเขาไม่สบายก็มีนะ เขามีหลายเลเวล

ช่วยรีวิวสามีให้ฟังหน่อย?

ออร์แกน : ดุ ใจดี เขามีหลายแบบ ชอบดุเราเวลาไม่เป็นระเบียบ ถ้ามุมใจดีเขาชอบทำอาหารให้กิน

คุณชายเป็นสายเปย์ไหม?

ออร์แกน : ต้องบอกว่าตัวของเราทำงานมาตั้งแต่เด็ก เราก็ใช้เงินของตัวเองมาตลอด เพราะฉะนั้นถ้ามันไม่ได้มีอะไรที่จำเป็นเราก็ใช้เงินของตัวเอง

ไปขอนางไม้ถึงได้ผู้ชายคนนี้มา?

ออร์แกน : ก่อนจะคบกัน ตอนนั้นคุณชายทำออฟฟิศอยู่ กำลังจะปิด เขาเคยเล่าให้เราฟังว่า บางทีเขาทำงานหนักก็นอนที่ออฟฟิศ แล้วเขารู้สึกว่าเหมือนมีผู้หญิงมาหอม มากอดเขา พอตอนเช้าก็มีคนมาปลุกให้ตื่น เขาก็เล่าให้เราฟังคร่าวๆ แล้วมีวันนึง ตอนนั้นยังไม่ทันคบกัน เขาบอกว่ามาดูที่ออฟฟิศพี่ไหม ก็ไปดู เขาก็พาไปไหว้ศาลนางไม้ ก็ไม่มีอะไร พอวันรุ่งขึ้นแกนบินไปภูเก็ต ตอนกลางวันนอนอยู่มีความรู้สึกว่าเหมือนมีคนมาบีบคอ เป็นผู้หญิง แล้วบอกว่าอย่าเอาไปนะ แกนก็เลยบอกว่าแกนไม่ได้มาหลอกนะ พอตื่นขึ้นมาก็โทรไปเล่าให้คุณชายฟัง จนคบกันแล้ว คุณชายเล่าให้ฟังว่า เนี่ยพอแกนเล่าให้เขาฟัง เขาซื้อพวงมาลัยไหว้ศาลนางไม้

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เพื่อนรวมตัวเซอร์ไพรส์วันเกิด นานา ในงาน “เมรัยไทยแลนด์” บรรยากาศสุดแฮปปี้

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829185

เพื่อนรวมตัวเซอร์ไพรส์วันเกิด นานา ในงาน "เมรัยไทยแลนด์" บรรยากาศสุดแฮปปี้

4 ธ.ค. 2567 11:48 น.

เพื่อนรวมตัวเซอร์ไพรส์วันเกิด นานา ในงาน “เมรัยไทยแลนด์” บรรยากาศสุดแฮปปี้

บรรยากาศงาน “เมรัยไทยแลนด์” อีเวนต์ระดับประเทศ ที่พันธมิตรภาครัฐและเอกชนไทยรัฐ ผู้นำสื่อระดับประเทศ ผนึกกำลังกับพันธมิตรภาครัฐภาคเอกชนมากมาย จัดงานนี้ขึ้นระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2567 ณ Em Glass และ Em Yard ชั้น G ห้างสรรพสินค้า Emsphere กรุงเทพฯ 

มีเหล่าดาราและเซเลบมารับประทานอาหารกับ Chef’s Table เชฟปริญญ์ ผลสุข กันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น นานา ไรบีนา, เวย์ ไทเทเนียม, วุ้นเส้น วิริฒิพา, นิกม์ ธนะภูมิกุล, พลอย เฌอมาลย์, เอมมี่ มรกต, เจมส์ จิรายุทธ, วิกกี้ สุนิสา เจทท์ 

ซึ่งภายในงานมีโซนต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โซนร้านค้าเมรัย, เวทีการเสวนาร่ำเมรัย, เมรัย Workshops, Chef’s Table แกล้มเมรัย, เมรัยไทยแลนด์ Competition และเสพดนตรีเมรัย โดยเมื่อวานได้จัดขึ้นเป็นวันสุดท้าย บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคักเลยทีเดียว 

และนอกจากนี้กลุ่มเพื่อนๆ ยังได้ทำเซอร์ไพรส์วันเกิดให้กับ นานา ไรบีนา ด้วยการยกเค้กก้อนโตมาเซอร์ไพรส์ พร้อมกับจุดดอกไม้ไฟแท่งเล็กๆ สร้างบรรยากาศ ทำเอาเจ้าของวันเกิดยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว ด้าน เวย์ ไทเทเนียม สามีก็ได้เข้าไปสวมกอดภรรยา พร้อมกับเอ่ยคำอวยพร เรียกว่าเป็นโมเมนต์สุดน่ารัก และทุกคนต่างแฮปปี้ไปตามๆ กัน 

เปิดชีวิตเจ้าของเพลงดัง ฮันเตอร์ สาบานได้เลย หยาดเหงื่อ หยดน้ำตา สู้ฝันอยากเป็นนักร้อง

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2827764

เปิดชีวิตเจ้าของเพลงดัง ฮันเตอร์ สาบานได้เลย หยาดเหงื่อ หยดน้ำตา สู้ฝันอยากเป็นนักร้อง

4 ธ.ค. 2567 10:00 น.

เปิดชีวิตเจ้าของเพลงดัง ฮันเตอร์ สาบานได้เลย หยาดเหงื่อ หยดน้ำตา สู้ฝันอยากเป็นนักร้อง

  • คำพูดของเพื่อนที่แทงหัวใจจำได้ไม่เคยลืม เพื่อนบอกให้เลิกร้องเพลงเพราะเสียงไม่ดี ได้แต่บอกตัวเอง “เดี๋ยวมึงเจอกู” 
  • คว้าโอกาสได้เป็นนักร้องสมใจ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง เพราะอีโก้ของตัวเอง
  • ท็อปในรุ่น แม้จะโด่งดังแต่ก็ยังไร้ตัวตน จนวันที่เพลงสาบานได้เลย ดังเป็นพลุแตกแจ้งเกิด ฮันเตอร์ 

ฮันเตอร์ สาบานได้เลย หรือ สถาพร พงษ์บ้านไร่ ศิลปินสายอคูสติกโฟล์ค ที่มีผลงานเพลงเป็นที่รู้จักอย่าง ท็อปในรุ่น, สาบานได้เลย ที่โด่งดังเป็นไวรัลทั่วประเทศ เป็นอีกหนึ่งนักร้องที่กว่าจะประสบความสำเร็จก็ใช้เวลาอยู่นานหลายปีในเส้นทางการเป็นนักดนตรี 

วันนี้บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ไปเจอ ฮันเตอร์ เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวชีวิตของเขาที่กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ วันที่เขาประสบความสำเร็จอีกขั้นในเส้นทางการเป็นนักดนตรี ต้องผ่านสารพัดเรื่องราวมาไม่น้อย ซึ่งฮันเตอร์เปิดใจเล่าให้ฟังว่า 

ความฝันในวัยเด็ก

มันต้องเท้าความตั้งแต่เด็กเลย เด็กมากๆ แน่นอนครับ โตมากับ RS  ชอบแร็พเตอร์ ชอบพี่เต๋า จนโตมาอีกระดับหนึ่ง รู้จักลีโอพุฒครับ และในปกลีโอพุฒ มันเป็นรูปที่เขากระโดดและมีรูปวาดกีตาร์อยู่ เราก็แบบมันคืออะไร เริ่มสนใจกีตาร์แล้ว เราก็เลยเริ่มอยากเล่นมัน ก็เริ่มเล่นกีตาร์ ฝึกมัน ก็มีความฝันตั้งแต่ช่วงนั้นเลย ม.1 ม.2 สักวันอยากมีเพลงของตัวเอง อยากออกอัลบั้ม

พอมหาวิทยาลัยเราก็เข้าไปเรียนดนตรี พอเข้าไปเรียนดนตรีเราก็ไปเจอพี่ๆ ETC ยังศึกษากันอยู่ตรงนั้น และก็มีพี่ศิลา วงซีล มีวงอะคาเปล่าเซเว่นอยู่ในนั้น มันก็เป็นมวลของความเป็นศิลปินสูงมาก เราก็ยิ่งอยากเดินต่อไป เพราะมองว่ามันไปได้นะ

ผมโตมาด้วยความเป็นนักกีตาร์เป็นหลัก ตอนอยู่มหาลัยผมก็ทำวง ผมเป็นมือกีตาร์ไม่ใช่นักร้อง แล้ววันหนึ่งเราคิดว่าเราทำได้นะตำแหน่งนี้ เราก็เลยเริ่มมาทำ พอทำเสร็จแล้วเพื่อนคนอื่นที่เขาฟังเสียงแล้วบอกว่า มึงร้องไม่ดี มึงเลิกร้องเถอะ ทำไมไม่แต่งเพลงแล้วให้คนอื่นมาร้องล่ะ เออ!! เดี๋ยวมึงเจอกู 

ได้เป็นนักร้องอย่างที่ฝัน


ช่วงนั้นพี่นอ นรเทพ มาแสง มือเบสวงเครสเชนโด้ เขาไปเป็นอาจารย์ฝึกสอนที่คณะผม จริงๆ ผมเรียนจบแล้วนะ แต่ยังไปป้วนเปี้ยนในมหาวิทยาลัยบ้าง และช่วงนั้นที่โซนี่ แบล็คชีพเขากำลังเฟ้นหานักดนตรีหน้าใหม่ แล้วพี่นอเขาก็ไปถามนักศึกษาใครมีผลงาน มีอะไรไหม แล้วรุ่นน้องนักศึกษาเขาบอก พี่ฮันเตอร์เขามี เขาแต่งเพลงอยู่ เขาพยายามทำเพลงอยู่ พี่นอก็มาคุยกับผมว่า ฮันเตอร์มีเดโม่มั้ย เดี๋ยวผมจะไปส่งให้ที่นี่

วันที่เขาถามเดโม่ผมไม่เสร็จสักเพลงเลย และผมก็นั่งตัดสินใจ สุดท้ายก็เลยรีบกลับบ้านไปทำเดโม่ให้เสร็จภายในคืนนั้น และอีกวันก็เอาไปส่งพี่นอที่สนามบิน และก็ผมไม่รู้ว่าระยะเวลามันนานแค่ไหน ก็มีโทรศัพท์เข้ามา เรียกมาสัมภาษณ์ครับ

ครั้งแรกที่เขาเรียกมา เปิดประตูเข้าไปเขาบอก เขาถามน้ำหนักเท่าไหร่ ตอนนั้นอ้วนมาก ตอนนั้นผมประมาณเกือบ 90 น้ำหนัก 90 ก็นั่งคุยกันไป เขาสนใจเพลงนะ แต่ถ้าคุณลุคนี้คุณไม่น่าจะได้ ยังไงลองแต่งเพลงเพิ่มละกัน ผมก็กลับเชียงใหม่ ผมก็ลดน้ำหนัก แต่เพลงเพิ่มส่งเขาไปมาอยู่หลายเดือน 2-3 เดือน จนกว่าจะลงตัวเซ็นสัญญา  3 เดือนผมลงไป 15 กิโล เหลือ 70 ประมาณนี้ ตอนนั้นเขาคิดว่าเป็นพี่ก้อง สหรัถ (หัวเราะ)

ในนั้นมันเป็นอัลบั้ม คอมเพรสชั่น มี 4 วง วงละ 2 เพลง ถ้าเทียบทั้งหมดผมรู้สึกผมห่วยสุดใน 4 วง กระแสตอบรับผม ผมก็ไม่รู้เพลงตอนนั้นอาจจะยังไม่ดีพอมั้ง เราก็คงไม่ดีพอ อัลบั้มนั้นที่ดังสุดคือ 60 Miles เพลงเวทมนตร์

ในวันที่ยกเลิกสัญญา

สุดท้ายเราเลยตัดสินใจขอเขายกเลิกสัญญา ถ้ามาใช้สมองตอนนี้คิด ผมคิดว่าเราอาจจะอีโก้สูงไป เราอยากทำเพลงแบบที่ตัวเองอยากทำเกินไป ซึ่งสิ่งที่ทำมันอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ มันอาจจะไม่ใช่สไตล์ที่คนไทยชอบช่วงนั้น 

พอยกเลิกสัญญาเสร็จ ผมก็กลับมาคุยกับพี่นอที่เชียงใหม่ว่าเอาไงดี ยังอยากทำเพลงอยู่ พี่นอก็แนะนำว่า ถ้าเตอร์อยากขุดทองต้องไปอยู่ในที่ที่มีทอง ก็เลยตัดสินใจออกจากบ้าน มีเงินมาก้อนหนึ่ง เช่าที่พัก แต่ว่าจะมีคนที่เชียร์เราเสมอ คือพี่ศิลา วงซีล 

ตอนที่เรามาทุบหม้อข้าวหม้อแกงมาใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพจริงๆ นั่งกินมาม่ากันอยู่ 2 คน แล้วบอกว่า พูดแล้วก็ เออ มันเหมือนเพลงพุ่มพวง ไม่เด่นไม่ดังจะไม่กลับบ้าน (เสียงสั่นน้ำตาคลอ) 

ยังจะทำตามความฝันต่อไป 

ต้องบอกก่อนว่าฝันเดิมผมยังไม่ได้ล้มเลิกนะ ดนตรีแบบที่มีกลอง มีเบส แต่โควิดเราเข้าบันทึกเสียงกับเพื่อนไม่ได้ เจอใครไม่ได้ ใช่มั้ย งั้นเราทำอะไรได้บ้าง เราเป็นเด็กเชียงใหม่นี่หว่า เราโตมากับ จรัล มโนเพ็ชร นี่หว่า โอเค งั้นเราเอาฟอร์มนี้เขียน ก็เลยเกิดเพลงแรก ชื่อเพลงนอนเถอะนะฉันจะดูแล

ทำมาก็ไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว เราทำเพื่อจะได้จบความฝันนี้ซะที ก็ทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้คาดหวังมาก แฟนๆ ก็ค่อยๆ จาก 10 เป็น 20 ค่อยๆ มา ร่วมๆ มาปีนี้เป็นปีที่ 3 ผมใช้ชื่อว่าโฟล์คซองคำไทย

สนุกมากเพราะมันได้เล่าความจริง เพลงพวกนี้มันได้เล่าความจริง ไม่ต้องจินตนาการ เรื่องเรื่องจริงๆ แต่ถ้าผมทำเพลงป๊อป ผมก็จะเล่าอีกอย่าง วิธีพูด ภาษาพูดอีกอย่าง แต่พอมันเป็นโฟล์ค ภาษาชาวบ้าน เล่าง่ายๆ ก็เลยทำเพลงถัดมา ชื่อเพลงว่าท็อปในรุ่น 

อย่างตอนท็อปในรุ่น ประสบการณ์แรกที่มันรู้สึกว่า เฮ้ย เราดังนะ เพลงตั้ง 5 ล้านวิว MVไป 10 ล้านวิว เหลิงๆ เดี๋ยวก็มีคนมาจ้างเรา ผ่านไปเดือนก็ไม่มี 2 เดือนก็ไม่มี เออ เพลงดังแต่ไม่มีงานจ้าง อะไรการันตีไม่ได้เลยนี่หว่า ถึงแม้ว่าเพลงดังก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีงานจ้าง 

สานบานได้เลย แจ้งเกิดให้ฮันเตอร์ 

แต่พอเพลงสาบานได้เลย มันมาปึ้ง วันแรกที่รู้คือร้องไห้เลย ร้องไห้แบบว่าไม่ได้ร้องเพลงมันดังนะ ร้องไห้เหนื่อยมานาน ร้องเหมือนเด็กเลย (เสียงสั่นน้ำตาคลอ) ตอนนั้นคิดไม่ออกว่าอยากจะบอกใคร ก็คงอยากบอกพ่อ บอกแม่ แต่ว่าเขาไม่อยู่แล้ว 

คือผมปล่อยเพลงวันอังคาร แล้วขึ้นไปทัวร์ที่เชียงใหม่ เป็นโฮมสเตย์เขาจ้างเราไปเล่น มีแฟนๆ ประมาณ 20 คน เราไม่ถือมือถือเลยเพราะเซอร์วิสกันอยู่ มันเป็นแบบโฮมมี่ อยู่ด้วยกันทั้งวัน กินข้าวกัน รู้จักกัน เล่นเพลงให้เขาได้ฟัง พอลงมาในเมืองเชียงใหม่ถึงรู้

วันที่แต่งเพลงสาบานได้เลยก็คือนั่งอยู่ในห้องนอน ก็แต่งก็ร้องฮัมไปเรื่อย พอได้ประโยค สาบานต่อหน้าดวงดาว สาบานต่อหน้าดวงจันทร์ฉันไม่เคยรักใครมากกว่าเธอ เห้ย น่ารักดี ทำดีกว่า ก็เริ่มแต่งไปเรื่อย

จินตนาการดนตรีออกแล้วมันควรจะเป็นแบบลูกทุ่งย้อนยุค มันค่อยๆ จินตนาการออกมา และเราก็ให้เหตุผลตัวเองได้ด้วยว่าทำไมเราจะไม่มีสิทธิ์ทำเพราะว่าเราก็โตมาในบ้านที่พ่อฟังแต่เพลงลูกทุ่ง จะมีเหตุผลอะไรที่เราจะทำไม่ได้ ก็เลยทำ

สิ่งที่อยู่ในใจที่อยากจะบอกพ่อแม่

ทุกครั้งก่อนขึ้นเวทีผมจะ (พนมมือ) พูดถึงเขาเสมอแล้วค่อยเดินขึ้นเวที เขาไม่ชอบให้เราเดินทางนี้ครับ จริงๆ เขากลัวว่าจะเป็นอาชีพไม่ได้ แต่ว่าด้วยความที่คุณพ่อเสียเร็ว เขาก็เลยรู้สึกว่าต้องเป็นทุกอย่างให้เรา ถ้าเราอยากเป็นอะไรก็เป็นอันนั้น 

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากเป็นเด็กดีกว่านี้ จะได้ไม่ลำบากแม่ โตมาเพิ่งเข้าใจว่าแม่ลำบากกว่าเราเยอะมาก ผมก็ไม่ได้เป็นคนแบบเกเร ชกต่อยอะไรแบบนั้น แต่ผมดื่มเร็วไปหน่อย แล้วทีนี้เวลาขอ สมมติจะไปโรงเรียน แม่ขอตังค์ซื้อสายกีตาร์ สมมติสายกีตาร์มัน 200 ผมบอก 500 

มีรูปหนึ่งที่ผมกลับมาดูเมื่อไหร่ผมร้องไห้ตลอด ก็คือมีวันหนึ่ง แม่ผมเขาได้บัตรเครดิตใหม่ อยู่ดีๆ ก็ผ่าน ได้บัตรเครดิตวงเงิน 5 หมื่น เขาก็ดีใจมาก วันนั้นก็ไปห้างกัน แล้วเขาบอกอยากได้อะไรมั้ย เดี๋ยวแม่รูดให้ สิ่งที่ผมรูดคือกล้อง Nikon 45,000 เขาได้ 50,000 ผมเอา 45,000 คิดดูดิ

แล้วผมก็มีความสุขมาก และก็ไปนั่งกินสเวนเซ่นกัน แล้วผมก็ถ่ายรูป รูปแรกเป็นขาวดำถ่ายเขา ตอนนั้นแค่รู้สึกแบบ พอโตมา เราทำอะไรลงไป เราเอาเงิน ทำงั้นได้ไง (เสียงสั่น) ทุกวันนี้เห็นรูปนั้นไม่ได้เลย เรารู้สึกว่าเรา ใช้คำว่าชั่วได้หรือเปล่าไม่รู้ เรารู้สึกอย่างนั้น ทำไมเราชั่วอย่างนี้ คนเหนือเขาว่า “ค่ำป้อค่ำแม่” (ลูกไม่รักดี) 

ตอนนี้ผมพอใจมันละ ผมกำลังอยู่ในจุดที่ผมพอใจละ ผมไม่อยากจะเดินขึ้นไปอีกละ ผมพร้อมเดินลงแล้ว ไม่ได้ภูมิใจในความสำเร็จ แต่ภูมิใจตัวเองครับ ล้มเหลวได้แต่ไม่ล้มเลิก ถ้าวันหนึ่งเราจะหายไปจากวงการก็ไม่เป็นไร 

แม้ในวันนี้จะเริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ฮันเตอร์ก็ยังมองว่าตัวเองเป็นแค่นักร้องตัวเล็กๆ คนหนึ่ง และจะยังคงทำฝันของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแรง และเราเชื่อว่าเรื่องราวชีวิตของผู้ชายคนนี้จะเป็นพลังผลักดันให้คนที่มีความฝันเหมือนกันมีแรงที่จะสู้ต่อไป