‘เจเจ’ เปิดใจ รัก ‘ต้าเหนิง’ 8 ปี โชคดีที่มีเค้าเหมือนมีคู่คิด คอยเตือนสติ

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2828962

‘เจเจ’ เปิดใจ รัก ‘ต้าเหนิง’ 8 ปี โชคดีที่มีเค้าเหมือนมีคู่คิด คอยเตือนสติ

4 ธ.ค. 2567 07:30 น.

‘เจเจ’ เปิดใจ รัก ‘ต้าเหนิง’ 8 ปี โชคดีที่มีเค้าเหมือนมีคู่คิด คอยเตือนสติ

นานๆจะเปิดใจ นักแสดงและศิลปินหนุ่ม “เจเจ–กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม” เผยในรายการ WOODY FM ทาง Podcast : WOODY FM, Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันพุธ 19.00 น. เล่าถึงเรื่องราวของชีวิต ทั้งบทบาทผู้บริหารและเรื่องความรัก เผยรัก 8 ปีเหมือนคู่คิดช่วยเตือนสติ เริ่มจาก

จุดหนึ่งของชีวิตในวัย 28 ปีมีเรื่องอะไรให้คิดบ้าง?

“มันเริ่มที่ผมทำงานตั้งแต่เด็ก ช่วงประมาณ 20 ปี เราจะเห็นเป้าหมายและอนาคตของตัวเองชัดมากว่าอยากจะไปอยู่ที่จุดไหน ในเรื่องของความสำเร็จที่มันเป็นจุดที่ทุกคนอยากจะไปให้ถึง แล้วก็คิดว่าน่าจะไปถึงได้ แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นพอมาตอนอายุ 28 ตอนนี้มันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นอะไรเลย เหมือนว่าเป้าหมายหรือความสำเร็จที่เราเคยมองไว้ในอดีตมันเป็นสิ่งที่เราจินตนาการและก็สร้างขึ้นมาเองหมดเลย พออายุ 27-28 ผมได้เริ่มทำบริษัทเอง ได้ทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น มีโปรเจกต์ใหม่ๆมากขึ้นที่เป็นส่วนเกี่ยวข้องกับเอนเตอร์เทนเมนต์ แต่ว่าเป็นพาร์ตของธุรกิจมันมองอะไรไม่เห็นเลยในอนาคต พอมาถึงจุดที่มันเป็นปลายของวัยรุ่น ที่กำลังจะไปสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว ผมรู้สึกว่าวุฒิภาวะบางอย่างก็ยังไม่ถึงกับสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ อย่างเช่นการทำบริษัท การที่จะต้องจัดการพนักงาน เรื่องการเงินต่างๆ ประมาณต้นปีหรือปีที่แล้ว ผมโฟกัสกับการตามหาสิ่งนี้มากเกินไปจนไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต กลายเป็นว่าสิ่งที่เราเคยสนุกกับมัน ทุกวันนี้ไม่สนุกแล้ว เพราะต้องลงรายละเอียดเยอะแล้วก็ต้องแก้กับปัญหาทุกวัน จะต้องมีเรื่องให้มาคิดตลอด เพราะเราเป็นทั้งนักแสดงและนักร้องเบื้องหน้าด้วย เบื้องหลังเรากำลังเป็นสตาร์ตอัพด้วย เลยทำให้แบบ 25 ชั่วโมงคืองาน งาน จนสุดท้ายผมคิดว่าตัวเองรับมือกับมันไม่ไหว ก็พยายามจะไม่มองที่อนาคตแล้ว โฟกัสที่ปัจจุบันแล้วก็ทำให้ดีที่สุด เป็นวันต่อวันไปเลย ก็เลยทำให้ถ้าถามว่าอีก 5-10 ปี เราจะเห็นภาพตัวเองเป็นยังไง ก็ยอมรับว่ายังมองไม่เห็น ทุกวันนี้ก็พยายามศึกษาตัวเองหา ความรู้ใส่ตัวเรื่อยๆ”

ความรักกับต้าเหนิง-กัญญาวีร์ เป็นยังไงบ้าง?

“ก็ทรงๆครับ  คบกันมา 8 ปีแล้วครับ ต่างคนก็ต่างโต”

อะไรที่เป็นความงดงามในตัวเค้าที่รู้สึกชอบ?

“เรื่องของความเป็นคู่คิดมั้งครับ หมายถึงว่าพอทำบริษัทด้วยกันแล้ว ผมจินตนาการได้เลยว่าถ้าผมทำสิ่งนี้คนเดียวผมตายแน่นอน โชคดีที่ยังมีเค้าอยู่ด้วย เค้าช่วยจัดการ ช่วยเป็นคู่คิด ในเวลาที่ต้องตัดสินใจอะไรใหญ่ๆ เค้าก็จะมาช่วย เค้าเป็นคนเดียวที่เตือนสติผมแล้วผมฟัง เวลาที่ผมทำอะไรผิดไม่ว่าทั้งกับเค้าหรือใครก็ตาม เค้าจะด่าผมแรงมาก ไม่ใช่คำหยาบนะครับแต่เป็นคำพูดที่มันแทงเลย”

เคยบอกเค้ามั้ย?

“บอกครับ เค้าก็บอกว่าสมควรแล้ว (หัวเราะ) ด้วยความที่เราคบกันตั้งแต่อายุ 20 เพราะฉะนั้นแล้วเหมือนเราก็เติบโตมาด้วยกัน 8 ปี แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีนิสัยของผมที่เป็นบางนิสัยติดตัวที่ไม่สามารถแก้ได้สักที ผมก็ทำผิดเรื่องซ้ำๆเรื่องเดิมๆ ทั้งที่ก็พยายามปรับอยู่แต่ว่าบางทีพอเผลอไปก็พลาดครับ”

“Start It Up วัยสตาร์ท นอนสต็อป” หนังไทยน่าจับตามอง 12 ธ.ค. นี้ ฮาส่งท้ายปี

https://www.thairath.co.th/entertain/movie/2829102

"Start It Up วัยสตาร์ท นอนสต็อป" หนังไทยน่าจับตามอง 12 ธ.ค. นี้ ฮาส่งท้ายปี

3 ธ.ค. 2567 18:53 น.

“Start It Up วัยสตาร์ท นอนสต็อป” หนังไทยน่าจับตามอง 12 ธ.ค. นี้ ฮาส่งท้ายปี

“Start It Up วัยสตาร์ท น็อนสต็อป” คือภาพยนตร์แนวคอมเมดี้-เฟรนด์ชิป เกิดขึ้นจากการจับมือร่วมทุนกันของ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ของประเทศไทยและประเทศจีนอย่าง บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้สร้างแอนิเมชันไทยรายใหญ่ในวงการ และสร้างชื่อให้ “เชลล์ดอน” (Shelldon) เป็นแอนิเมชันทีวีซีรีส์ที่ออกฉายไปกว่า 180 ประเทศทั่วโลก และ บริษัท เอสเอ็มจี พิคเจอร์ส แอนด์ วิงส์มีเดีย บริษัทในเครือของ Oriental Pearl Group ภายใต้ Shanghai Media Group (SMG) บริษัทด้านอุตสาหกรรมการบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเซี่ยงไฮ้ และเป็น 1 ใน 3 บริษัทใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

นักแสดงนำของเรื่อง นำโดย นนกุล ชานน สันตินธรกุล, โจ๊ก โซคูล กรภพ จันทร์เจริญ, ใบเตย สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ, เซิ่ง อี้หลุน, ตู้ ซี่ยี่ และ ตง ฟ่างฉือ กำกับการแสดงโดย ภคพล เลิศวชิรไพบูลย์ และบทภาพยนตร์โดย อรรถพร ปานดี เข้าฉายพร้อมกันทั่วประเทศ 12 ธันวาคม 2567 นี้

เป็นเรื่องราวของชีวิตวัยรุ่นสุดมันของแก๊งที่มีเหตุให้ต้องติดสตั๊นท์จนล้มกระทันหัน เหมือนกับสามเพื่อนซี้อย่าง “เจีย” (นนกุล – ชานน สันตินธรกุล) เด็กหนุ่มสุดซ่าที่คิดว่าชีวิตยังมีเวลาให้สนุกอีกเพียบ เลยไม่สนใจจะเรียนรู้ทำธุรกิจร้านอาหารต่อจากป๊า, “พี่พั่ง” (โจ๊ก โซคูล) รุ่นพี่สุดโข่งที่ขยันหาเรื่องตลอดเวลา แต่ถ้าเพื่อเพื่อนแล้วถึงไหนถึงกัน และ “เหลียง” (ปีเตอร์ – เซิ่ง อี้หลุน) นักศึกษาจีนที่มาเรียนเมืองไทย พูดน้อยต่อยหนัก แต่ฝีมือทำครัวไม่เป็นสองรองใคร

อยู่ดีๆ ป๊ากับม๊าของเจียเกิดประสบอุบัติเหตุจนสมองได้รับการกระทบกระเทือน แถมธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวของเขายังถูก “จิว” (ตู้ ซี่ยี่) พี่สาวของเหลียงจ้องฮุบกิจการไปอีก งานนี้ถึงล้มได้แผลแต่ไม่มีวันยอมแพ้แน่นอน สามหนุ่มเพื่อนซี้ที่แม้ชีวิตจะไม่เคยเป็นชิ้นเป็นอันขอร่วมมือกัน Start มิชชั่นสำคัญที่มีร้านอาหารของครอบครัวเป็นเดิมพัน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสุดโหด มัน ฮาแบบน็อนสต็อป

ทั้งเจอกับ “นานะ” (ใบเตย – สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ) ยูทูบเบอร์สาวสุดเฟี้ยว, ฝึกสกิลบู๊กับครูมวยในตำนาน, บินลัดฟ้าอัปเลเวลฝีมือทำอาหารถึงเมืองจีน ทั้งหมดนี้เพื่อพิสูจน์ตัวเองและคว้าชัยชนะในการแข่งขัน “Hunter Chef” ทัวร์นาเมนต์การแข่งขันทำอาหารสุดโหด ที่ต้องแข่งกับจิวมีดีกรีเป็นแชมป์เก่า! มาลุ้นกันว่าเหล่าผองเพื่อนจะนำพามิตรภาพ ความฝัน ฟันฝ่าด่านชีวิตสุดหินนี้ไปได้อย่างไร

เรียกว่าเป็นหนังไทยที่น่าจับตามองอีกเรื่อง เข้าโรงพร้อมกันทั่วประเทศ 12 ธันวาคมนี้ ฮาแบบน็อนสต็อปส่งท้ายปีแน่นอนทุกโรงภาพยนตร์!!

บุคคลในข่าว 4 ธันวาคม 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2828976

บุคคลในข่าว 4 ธันวาคม 2567

4 ธ.ค. 2567 04:30 น.

บุคคลในข่าว 4 ธันวาคม 2567

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2567

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประจำปีการศึกษา 2566 ณ อาคารกีฬา 1 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม.

เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาท สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร…วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ…วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ได้ขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตในนามรัฐบาลดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ในเวลา 07.30 น. ณ ท้องสนามหลวง โดยมีพระสงฆ์ร่วมพิธี จำนวน 189 รูป พร้อมกับในส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด ในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล

มีผลงาน ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. แถลงผลการบริหารงานกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ครบรอบ 1 ปี โดยมี เพชรดาว โต๊ะมีนา, ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล และ ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค วันก่อน.

จัดพิธี เจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายพระราชกุศล โดย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอ มหาเถรสมาคม เพื่อพิจารณา ให้วัดทุกวัดในประเทศไทย จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายพระราชกุศล วัดในต่างประเทศให้พิจารณาจัดพิธีตามที่เห็นสมควร

พิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมกันในส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด ในต่างประเทศจัดพิธีตามที่เห็นสมควร

ปลายทางชีวิต สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ทพญ.ลัดดา จารุวัสตร์ มารดา ชาลี จารุวัสตร์ และ ชฎาทิพจูตระกูล ท่ามกลางบรรดาญาติมิตรผู้รู้จักคุ้นเคยมาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดเทพศิรินทราวาส วันก่อน.

จัดกิจกรรม จิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติฯ ในเดือนธันวาคม ตามความเหมาะสม

น้ำท่วมภาคใต้ ที่กลายเป็นดราม่าการเมือง….ในบริบทภาวะผู้นำ….มีข่าวว่า นายกฯแพทองธาร ชินวัตร จะลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้วันที่ 6 ธันวาคมนี้….ยืนยัน มาตรการให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือหรือภาคใต้….“โอ๊ย คำว่าละเลยภาคใต้ สามีเป็นคนภาคใต้ ครอบครัวสามีเป็นคนใต้ ถ้าละเลยคนใต้ ไม่รักคนใต้ แต่งงานกับคนใต้ไม่ได้ วันเกิดเรื่อง ทั้งอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม แจกจ่ายงานประสานทั้งหมด ตั้งแต่กลางคืน ไลน์คุยกัน โทร.คุยกัน ทำทุกอย่าง แต่การมาประชุม ครม.นอกสถานที่ เราวางแผนกันเป็นเดือน…ไม่ได้หมายความว่าจังหวัดคนนี้ไม่ไป แปลว่าไม่สนใจ ไม่ใช่เลย แต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบมากมาย จึงต้องแบ่งงานกันทำ”……โปรดฟังอีกครั้ง

เคาต์ดาวน์ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ จิระวดี คุณทรัพย์ แถลงข่าวการจัดงาน “Thailand Countdown 2025” ตอกยํ้าภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกช่วงปลายปี โดยมี สรกฤต ลัทธิธรรม และ อภิวัธน์ พิเชษฐพันธ์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

แต่ที่เห็นพร้อมหน้าพร้อมตา….ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมว.เกษตรฯ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ อิทธิ ศิริลัทธยากร และ อัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ พร้อม ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าฯนราธิวาส ลงเรือลำเดียวกันกับ กัน จอมพลัง ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย…..งานนี้งดดราม่า

โฟกัสไปที่ เหตุการณ์เรือรบเมียนมาจับกุมเรือประมงไทย….นายกฯแพทองธาร ย้ำ เหตุการณ์เรือรบเมียนมายิงเรือประมงไทย ได้รับรายงานล่าสุด บาดเจ็บ 2 คน เสียชีวิต 1 ราย และ คนไทยถูกจับตัว 4 คน ที่เหลือเป็นคนสัญชาติอื่น….รอผลสรุปว่า มีการรุกล้ำน่านน้ำ หรือไม่

มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ ชี้แจง กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือแสดงความกังวลในเรื่องนี้ โดยมีการ เชิญทูตเมียนมา มาหารือและขอให้ปล่อยตัวคนไทยที่ถูกจับกุม

ป้องกันได้ มนัสส์ มานะวุฒิเวช เปิดตัวบริการ “ทรู ไซเบอร์เซฟ True CyberSafe” ระบบป้องกันภัยไซเบอร์จากมิจฉาชีพ พร้อมระบบป้องกันการดูดเงิน 3 ชั้น TrueMoney 3 x Protection โดยมี พล.อ.ต.อมร ชมเชย และ มนสินี นาคปนันท์ มาร่วมงานด้วย ที่ทรู ทาวเวอร์ รัชดา วันก่อน.

พล.ร.อ.พาสุกรี วิลัยรักษ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยได้รับข้อมูลจากเรือประมงที่ร่วมกับกลุ่มเรือประมงทำประมง ด้านทิศตะวันตกของเกาะพยาม ได้ถูกเรือรบเมียนมาใช้อาวุธ ทำให้เรือได้รับความเสียหาย และจับกุมเรือประมงไทย 1 ลำคือ เรือ ส.เจริญชัย 8 มีลูกเรือจำนวน 31 คน

ในเบื้องต้น ทางการเมียนมา อ้างว่ามี กลุ่มเรือประมงไทยจำนวน 15 ลำ เข้าไปทำประมงในเขตน่านน้ำเมียนมา เป็นเรือจาก อ.คุระบุรี จ.พังงา…..ทั้งนี้ ได้พิจารณาถึงแนวทางการช่วยเหลือและขอให้ส่งตัวลูกเรือคนไทยกลับประเทศแล้ว…..จบข่าว

หนึ่งปี ศุภลักษณ์ อัมพุช, บุญเกียรติ โชควัฒนา และ จรรยา สว่างจิตร จัดงาน 1st ANNIVESARY OF EM DISTRICT : THE BEAUTY OF LOVE ฉลองครบรอบ 1 ปี เอ็ม ดิสทริค โดยมี เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ และ อาร์มานโด โทโลเมลลี มาร่วมงานด้วย ที่เอ็มสเฟียร์ วันก่อน.

ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.กำแพงเพชร แชมป์เก่า สุนทร รัตนากร ได้กลับมาเป็นนายก อบจ.อีกระลอกแบบหายสงสัย….คนที่ดีใจกลายเป็น พรรคเพื่อไทย ไปฉิบ…..สวนดุสิตโพล สำรวจดัชนีการเมืองเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ฝ่ายรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร ยังมีคะแนนนำที่ร้อยละ 50.66 ตามด้วย อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 28.96… ฝ่ายค้าน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ร้อยละ 43.80 ตามด้วย ศิริกัญญา ตันสกุล ร้อยละ 31.72

น่าใส่ วิลาสินี สิงห์สัจจเทศ เปิดตัว “JASPAL Edit x NANIST” ผลงานของสไตลิสต์ หทัยรัตน์ เพิ่มพูนธนาลาภ ถ่ายทอดสู่สตรีทไอเท็มกับคอลเลกชัน VERSE | CITY โดยมี ธนวลัย วัชรพล, ธิติยา จิระพรศิลป์ และ มทิรา ตันติประสุต มาร่วมงานด้วย ที่ The Corner House วันก่อน.

ส่องชื่อผู้สมัคร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ศ.ดร.ธงพล พรหมสาขา ณ สกลนคร อาจารย์รัฐประศาสน ศาสตร์ ม.ศิลปากร ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ธัญญา เนติธรรมกุล อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ…. มีลุ้น….สนามบินสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, แม่ฟ้าหลวง, ภูเก็ต และหาดใหญ่ เปิดใช้ เครื่องสแกนใบหน้าขึ้นเครื่อง โดยไม่ต้องโชว์พาสปอร์ตและบัตรโดยสาร…ทันสมัยขึ้นเยอะ

ตามไปกิน คาเนะโกะ ชินยะ และ จักรกฤษณ์ สันติรัตนกุล เปิด “KANEKO HANNOSUKE” ร้านข้าวหน้าเทมปุระระดับพรีเมียมราดด้วยซอสสูตรลับ พร้อมแนะนำข้าวหน้าเทมปุระเอโดะมาเอะ โดยมี กรวิชญ์ ณรงคนานุกูล มาร่วมงานด้วย ที่โครงการวัน แบงค็อก วันก่อน.

วารสารการเงินธนาคาร จัดสัมมนา Thailand Next Move 2025 Resiliency for an Uncertain World รับมือบริบทโลกที่ไม่นิ่งขึ้น….ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ไปพูดเรื่อง Thailand’s Monetary and Financial Policy Building Resiliency for an Uncertain นโยบายการเงินนำประเทศรับมือบริบทโลกใหม่ และอัสสเดช คงสิริ ผจก.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พูดหัวข้อ Sustainable Growth for Thailand’s Capital Market เสริมศักยภาพตลาดทุนไทย สู่ตลาดทุนโลก ได้สาระดี

หนังสือการวิเคราะห์เชิงปริมาณเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ โดย ผศ.ดร.เจษฎา วงศ์แสนสุขเจริญ การคำนวณหาค่าความน่าจะเป็น การแจกแจงความน่าจะเป็น เพื่อหาค่ากำไรรวมสูงที่สุด หรือต้นทุนรวมต่ำที่สุด

สังคมวันนี้

เวลา 14.00 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ เปิดงานประกาศผลโครงการคัดเลือกเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดประจำปี 2567 ที่ห้องพระพรหม โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

สหรัฐฯโล่งใจ ยุน ซอก ยอล ยกเลิกกฎอัยการศึก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829249

สหรัฐฯโล่งใจ ยุน ซอก ยอล ยกเลิกกฎอัยการศึก

4 ธ.ค. 2567 14:52 น.

สหรัฐฯโล่งใจ ยุน ซอก ยอล ยกเลิกกฎอัยการศึก

ทำเนียบขาวแถลงแสดงท่าทีแล้ว หลังนายยุน ซอก ยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้พันธมิตรสหรัฐฯ ยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึกโดยเร็ว โดยระบุว่ารู้สึกโล่งใจที่การประกาศกฎอัยการศึกไม่ยืดเยื้อออกไป

โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติได้ออกแถลงการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ในเกาหลีใต้ โดยระบุว่าสหรัฐฯ รู้สึกโล่งใจ หลังจากที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอก ยอล ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก หลังจากประกาศใช้มันเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยทางสหรัฐฯ รู้สึกโล่งใจที่ประธานาธิบดียุนได้กลับคำจากการประกาศกฎอัยการศึกที่สร้างความกังวล และเคารพการลงมติของสภาของสาธารณรัฐเกาหลีที่เสียงส่วนใหญ่โหวตให้ยกเลิก 

ก่อนหน้านี้ทำเนียบขาวระบุว่ามีความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ และไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้าใดๆเกี่ยวกับการประกาศของประธานาธิบดียุนที่กล่าวหาว่าฝ่ายค้านกำลังคุกคามประชาธิปไตยของประเทศ

มีรายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในเกาหลีใต้ระหว่างการเดินทางไปแองโกลา ซึ่งเป็นการเดินทางครั้งแรกของเขาไปยังแอฟริกาซับซาฮาราในฐานะประธานาธิบดีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ด้าน สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงโซล กล่าวว่าจะยกเลิกการนัดหมายปกติในวันพุธเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน แม้ว่าประธานาธิบดียุนจะยกเลิกกฎอัยการศึกแล้ว แต่สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงได้.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีใต้

สรุปไทม์ไลน์ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก ก่อนจบใน 6 ชั่วโมง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829206

สรุปไทม์ไลน์ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก ก่อนจบใน 6 ชั่วโมง

4 ธ.ค. 2567 12:24 น.

สรุปไทม์ไลน์ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก ก่อนจบใน 6 ชั่วโมง

ทำเอาทั้งโลกแตกตื่นและสับสนไปตามๆ กัน หลังเมื่อค่ำคืนวันที่ 3 ธ.ค. 67 ที่ผ่านมา “ยุน ซอกยอล” ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้ออกมาประกาศกฎอัยการศึก (Martial Law) โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องเกาหลีใต้จากภัยคุกคามเกาหลีเหนือ พร้อมกล่าวหาพรรคฝ่ายค้านว่าเข้าข้างเกาหลีเหนือและเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐ

ก่อนที่จะพบกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารติดอาวุธ ออกมาประจำการตรึงกำลังในพื้นที่สำคัญหลายจุดในกรุงโซล เมืองหลวงเกาหลีใต้ มีเฮลิคอปเตอร์บินเหนือท้องฟ้า

อย่างไรก็ดี กฎอัยการศึกครั้งนี้มีอายุอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมง เพราะหลังจากที่ ปธน.ยุนประกาศใช้ ส.ส.และประชาชนได้ออกมารวมตัวต่อต้านที่รัฐสภา ก่อนที่ ส.ส.จะร่วมกันโหวตยกเลิกกฎอัยการศึกด้วยมติเอกฉันท์ 190:0 ทำให้ ปธน.ยุน ต้องออกมาประกาศยกเลิกใช้กฎอัยการศึกในเวลาต่อมา

เกิดเหตุการณ์อะไรบ้างในค่ำคืนที่แสนวุ่นวายของเกาหลีใต้ อะไรที่อาจเป็นเหตุผลที่แท้จริงในการประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงให้อ่านกัน 

สรุปไทม์ไลน์ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก  

เวลาประมาณ 22.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น “ยุน ซอกยอล” ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้ออกมาประกาศกฎอัยการศึก (Martial Law) โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องเกาหลีใต้ จากภัยคุกคามที่เกิดจากกองกําลังเกาหลีเหนือ พร้อมกล่าวหาพรรคฝ่ายค้านหลักว่าเข้าข้างเกาหลีเหนือและมีความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐ จากการที่ฝ่ายค้านซึ่งครองเสียงข้างมากในรัฐสภา มีความพยายามถอดถอนอัยการระดับสูง และโหวตตัดงบประมาณของรัฐบาล 

“ข้าพเจ้าขอประกาศกฎอัยการศึกเพื่อปกป้องสาธารณรัฐเกาหลีที่เสรี จากภัยคุกคามของคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือ เพื่อขจัดกลุ่มต่อต้านรัฐผู้สนับสนุนเกาหลีเหนือที่ขโมยเสรีภาพและความสุขของประชาชน และเพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญที่เสรี”  ปธน.ยุน กล่าวในช่วงหนึ่งของการประกาศกฎอัยการศึก 

ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ได้เผยแพร่สาระสำคัญของกฎอัยการศึกเป็นภาษาไทย โดยมี 7 ข้อบังคับสำคัญ คือ 

  1. ห้ามกิจกรรมทางการเมืองทุกประเภท รวมถึงกิจกรรมของรัฐสภา สภาท้องถิ่น พรรคการเมือง สมาคมการเมือง การชุมนุม และการเดินขบวน เป็นสิ่งต้องห้าม
  2. ห้ามกระทำการใด ๆ ที่ปฏิเสธหรือพยายามโค่นล้มระบอบประชาธิปไตยเสรีนิยม และห้ามเผยแพร่ข่าวปลอม การบิดเบือนความคิดเห็นของประชาชน และการโฆษณาชวนเชื่ออันเป็นเท็จ
  3. สื่อและสิ่งพิมพ์ทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎอัยการศึก
  4. ห้ามการนัดหยุดงาน การก่อวินาศกรรม และการชุมนุมที่ส่งเสริมความวุ่นวายทางสังคม
  5. บุคลากรทางการแพทย์ทุกคน รวมถึงประชาชนที่นัดหยุดงานหรือออกจากวงการการแพทย์แล้ว จะต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติภายใน ๔๘ ชั่วโมง และทำงานด้วยความซื่อสัตย์ หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎอัยการศึก
  6. สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มบ่อนทำลายรัฐ จะมีมาตรการเพื่อบรรเทาความไม่สะดวกในชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุด

ซึ่งหลังจาก ปธน.ยุนประกาศกฎอัยการศึก ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต่างออกมาไม่เห็นด้วย โดยนายฮัน ดง-ฮุน หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (People Power Party) พรรครัฐบาล ซึ่งเป็นพรรคต้นสังกัดของ ปธน.ยุน ก็ออกแถลงการณ์ระบุว่า การประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ไม่ถูกต้อง และเขากับพรรคจะร่วมกันขัดขวางเรื่องนี้

ขณะที่นายอี แจ-มยอง ผู้นำพรรคประชาธิปไตย (Democratic Party) ซึ่งเป็นฝ่ายค้านออกมาประณามการกระทำของ ปธน.ยุน เรียกร้องให้ ส.ส.ออกมาโหวตคว่ำกฎอัยการศึกครั้งนี้ และเชิญชวนให้ประชาชนมารวมตัวกันที่หน้ารัฐสภา

ประชาชนได้ไปร่วมตัวหน้ารัฐสภา เพื่อต่อต้านกฎอัยการศึก

ต่อมา ส.ส.และประชาชนจำนวนมากได้มารวมตัวกันที่หน้ารัฐสภาซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังอยู่ มวลชนได้ตะโกนคำว่า “ไม่เอากฎอัยการศึก” และ “ล้มล้างเผด็จการ” ขณะที่ ส.ส.พยายามฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่เข้าไปด้านในเพื่อโหวตยกเลิกกฎอัยการศึก จนในเวลาประมาณ 01.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ส.ส.จำนวน 190 คน จากทั้งหมด 300 คน เข้าไปในรัฐสภาได้สำเร็จ และโหวตยกเลิกกฎอัยการศึกด้วยมติเอกฉันท์ 190:0 เสียง

“แม้ประเทศนี้กำลังก้าวถอยหลัง การประกาศกฎอัยการศึกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายครั้งนี้จะไม่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น แต่จะเป็นโอกาสในการทำลายวงจรอุบาทว์และทำให้สังคมกลับคืนสู่ความปกติ” นายอี แจ-มยอง ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวหลังรัฐสภาโหวตคว่ำกฎอัยการศึก

อี แจ-มยอง ผู้นำฝ่ายค้าน แถลงหลังรัฐสภาโหวตคว่ำกฎอัยการศึก

อย่างไรก็ดี ทางกองทัพเกาหลี ระบุว่า กฎอัยการศึกจะยังมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่า ปธน.ยุน จะสั่งยกเลิก ทำให้ประชาชนยังคงรวมตัวประท้วง และ ส.ส. ยังปักหลักอยู่ด้านในรัฐสภา

กระทั่งเวลาประมาณ 04.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น ปธน.ยุน ได้ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกอย่างเป็นทางการผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า ยอมรับมติของรัฐสภาและได้ให้ทหารถอนกำลังแล้ว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของประชาชนที่มารวมตัวประท้วง อย่างไรก็ดี ปธน.ยุน ได้ขอให้สภาหยุดการกระทำที่ขัดขวางการทำงานของรัฐ

“ผมยอมรับเสียงของรัฐสภาและยกเลิกกฎอัยการศึก อย่างไรก็ตามผมร้องขอให้รัฐสภาหยุดการกระทำที่ไม่ยั้งคิด ที่ทำให้การทำงานของรัฐต้องหยุดชะงัก เช่น การยื่นถอดถอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า การบิดเบือนกฎหมายและงบประมาณ” ปธน.ยุน กล่าวในช่วงหนึ่งของการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก

ในช่วงเช้าวันนี้ (4 ธ.ค.67) ยังคงมีประชาชนบางส่วนไปรวมตัวประท้วงท่ามกลางอากาศหนาว -1 องศา เรียกร้องให้ ปธน.ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบ ขณะที่ทางฝ่ายค้านก็ได้เรียกร้องให้ลาออกเช่นกัน ไม่เช่นนั้นจะต้องเจอกับการยื่นถอดถอนจากตำแหน่ง ขณะที่ ปธน.ยุน ได้ยกเลิกภารกิจทั้งหมดในเช้าวันนี้

ประชาชนชาวเกาหลีใต้ ได้ออกมาประท้วงให้ ปธน.ยุน ลาออกจากตำแหน่ง

วิเคราะห์เหตุผล ปธน.ยุน ประกาศกฎอัยการศึก? 

การประกาศกฎอัยการศึกครั้งก่อนหน้าของเกาหลีใต้ คือในช่วงปี 1979 หรือ 45 ปีก่อน ในสมัยรัฐบาลเผด็จการ “ชุน ดูฮวาน” ซึ่งมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด มีการล้อมปราบผู้เห็นต่างมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก เช่น การล้อมปราบที่กวางจู วันที่ 18-27 พ.ค. 1980 มีผู้เสียชีวิตกว่า 165 คน สูญหาย 76 คน และบาดเจ็บมากกว่า 3,500 คน นับเป็นเหตุการณ์นองเลือดครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีร่วมสมัย และเกาหลีใต้ ไม่เคยใช้กฎอัยการศึกอีกเลย นับตั้งแต่เปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาในปี 1987 

ตัดภาพมาที่สถานการณ์การเมืองล่าสุดของเกาหลีใต้ “ยุน ซอกยอล” จากพรรคพลังประชาชน (People Power Party) ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2022 เหนือคู่แข่งอย่าง “อี แจ-มยอง” พรรคประชาธิปไตย (Democratic Party) ด้วยคะแนนแค่ 0.7% นับว่าเป็นการเลือกตั้งที่สูสีที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเลือกตั้งโดยตรงในปี 1987

อย่างไรก็ดี ปธน.ยุน คะแนนความนิยมตกต่ำอย่างต่อเนื่องจากผลงานการบริหารประเทศ และเผชิญกับข่าวฉาวและข้อกล่าวหาคอร์รัปชันจำนวนมาก ซึ่งรวมถึง “ดราม่ากระเป๋าดิออร์” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เมื่อนางคิม กอนฮี สตรีหมายเลข 1 ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการปั่นหุ้น และรับกระเป๋าแบรนด์เนมที่มีมูลค่าสูงเกินกว่ากฎหมายรับสินบนกำหนด ซึ่งกรณีนี้ทำให้ ปธน.ยุน ต้องออกมาแถลงขอโทษผ่านโทรทัศน์ในเดือน พ.ค.

นอกจากนี้ในการเลือกตั้งรัฐสภาในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่า พรรคประชาธิปไตย (Democratic Party) ชนะแบบแลนด์สไลด์ที่ 170 จาก 300 ที่นั่ง และได้รวมเสียงพรรคอื่นๆ เป็นฝ่ายค้านที่ 192 ที่นั่ง ขณะที่พรรคพลังประชาชน (People Power Party) ต้นสังกัดของ ปธน.ยุน เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ 108 ที่นั่งเท่านั้น

ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา ปธน.ยุน และรัฐบาล ผ่านกฎหมายและเดินหน้าทำนโยบายได้อย่างยากลำบาก เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐสภาเพิ่งมีมติตัดงบในร่างงบประมาณแผ่นดิน ขณะเดียวกันก็เดินหน้ายื่นถอดถอนรัฐมนตรี และอัยการสูงสุดหลายคน 

รศ.ลีฟ-เอริค อีสลีย์ จากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซี ระบุว่า การประกาศกฎอัยการศึกของ ปธน.ยุน เป็นการใช้กฎหมายเกินขอบเขต เป็นการคำนวณทางการเมืองที่ผิดพลาด ทำให้เศรษฐกิจและความปลอดภัยของประเทศเกาหลีใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

“เขาเป็นเหมือนนักการเมืองที่ถูกบีบคั้น และทำการเคลื่อนไหวอย่างเข้าตาจนเพื่อตอบโต้กับประเด็นอื้อฉาวที่รุมเร้า การถูกขัดขวางการทำงาน และข้อเรียกร้องถอดถอนออกจากตำแหน่ง ซึ่งทั้งหมดนี้มีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากยิ่งขึ้น” รศ.ลีฟ-เอริค อีสลีย์ กล่าว 

ส่องนโยบายผู้นำขวาจัดยุนซอกยอล ผู้ประกาศกฎอัยการศึก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829215

ส่องนโยบายผู้นำขวาจัดยุนซอกยอล ผู้ประกาศกฎอัยการศึก

4 ธ.ค. 2567 12:03 น.

ส่องนโยบายผู้นำขวาจัดยุนซอกยอล ผู้ประกาศกฎอัยการศึก

นายยุนซอกยอล ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเกาหลีใต้มานานเกือบ 2 ปีแล้ว ท่ามกลางกระแสความนิยมที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ใช่ทุกคนจะชื่นชอบนโยบายขวาจัดของเขา และการประกาศกฎอัยการศึกยิ่งอาจทำให้เขาตกที่นั่งลำบากมากขึ้น

หลังจากที่นายยุนซอกยอลเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ในเดือนพฤษภาคม 2022 เขาได้ดำเนินนโยบายหลายประการที่สะท้อนถึงลักษณะทางการเมืองที่ค่อนข้างขวาจัดและอนุรักษ์นิยม จนบางคนขนานนามว่าเขาเป็นทรัมป์เวอร์ชั่นเกาหลี จนกระทั่งเขาประกาศกฎอัยการศึกแบบช็อกโลกเมื่อคืนที่ผ่านมา วันนี้เราจะย้อนไปดูแนวนโยบายของผู้นำรายนี้กัน

หนึ่งในนโยบายหลักของยุนซอกยอลคือการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในด้านการทูตและการรักษาความปลอดภัย เขาได้ให้คำมั่นที่จะยกระดับความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ และเพิ่มการฝึกซ้อมร่วมทางทหาร เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงการใช้การตอบโต้ที่แข็งแกร่งต่อภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ซึ่งสะท้อนถึงการตัดสินใจที่มีแนวโน้มจะใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้านนี้ ในขณะที่มีท่าทีตรงข้ามกับจีน และเกาหลีเหนืออย่างชัดเจน

ส่วนนโยบายทางเศรษฐกิจของนายยุน เขาเน้นที่การลดบทบาทของรัฐทางด้านเศรษฐกิจแต่สนับสนุนภาคเอกชนมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมการลงทุนจากภายนอก และการลดกฎระเบียบที่ถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโต นโยบายนี้มุ่งหวังที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่เคยเผชิญกับปัญหาหนี้สินและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยการลดภาษีและส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

รัฐบาลนายยุนซอกยอลถูกวิจารณ์อย่างมาก จากท่าทีที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวด้านความยุติธรรมทางสังคม เช่น การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของผู้หญิงและกลุ่ม LGBTQ+ เนื่องจากเขามักเน้นการรักษาค่านิยมทางสังคมแบบอนุรักษ์นิยมและมักจะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนี่เป็นจุดแข็งที่ีทำให้เขากวาดคะแนนเสียงจากกลุ่มชายแท้จนชนะการเลือกตั้ง

นายยุนยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากับสื่อ โดยเขาได้ออกมาตรการที่ค่อนข้างเข้มงวดต่อการทำงานของสื่อ โดยเฉพาะสื่อที่วิจารณ์รัฐบาล แม้ว่าจะมีการรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่รัฐบาลของยุนก็ถูกวิจารณ์ว่าใช้มาตรการที่อาจจำกัดเสรีภาพของสื่อด้วย นอกจากนี้เขายังค่อนข้างเข้มงวดต่อการเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงาน โดยการพยายามจำกัดอำนาจของสหภาพแรงงานในการเจรจาต่อรองกับรัฐบาลและนายจ้าง

อย่างไรก็ตาม นายยุนซอกยอลกลับ ไม่ค่อยเข้มงวดกับการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม โดยยังคงสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านการใช้พลังงานฟอสซิลและการลงทุนในอุตสาหกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมาก.

ที่มา : Koreanherald , Washingtonpost

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ยุนซอกยอล

ส่องประวัติกฎอัยการศึกในเกาหลีใต้ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829180

ส่องประวัติกฎอัยการศึกในเกาหลีใต้ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก

4 ธ.ค. 2567 11:25 น.

ส่องประวัติกฎอัยการศึกในเกาหลีใต้ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก

การประกาศสถานการณ์อัยการศึกโดยประธานาธิบดียูนซุกยอลของเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ได้สร้างความตกใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ในความเป็นจริง เกาหลีใต้มีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกฎอัยการศึกและการปกครองโดยทหารมาก่อน โดยครั้งล่าสุดที่มีการประกาศใช้คือเมื่อปี 1979

ต้องยอมรับว่าการปกครองภายใต้กฎอัยการศึกในเกาหลีใต้เป็นอะไรที่น่าตกใจ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ซะทีเดียว เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกาหลีใต้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกเช่นนี้ แต่ในความเป็นจริงเกาหลีใต้มีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกฎอัยการศึกและการปกครองโดยทหารมาก่อน 

การประกาศสถานการณ์อัยการศึกโดยประธานาธิบดียุนซุกยอลของเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมนับเป็นการประกาศใช้กฎอัยการศึกที่เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงสั้นๆรวมระยะเวลาเพียงไม่ถึง 6 ชั่วโมงเท่านั้น หลังจากที่รัฐสภาของเกาหลีใต้ลงมติเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก จนนายยุนต้องยกเลิกคำสั่งภายในไม่กี่ชั่วโมง และไม่ได้เกิดความเสียหายร้ายแรง 

กฎอัยการศึกคืออะไร?

กฎอัยการศึกคือการมอบอำนาจปกครองประเทศให้แก่กองทัพชั่วคราวในยามที่เกิดภาวะฉุกเฉิน และรัฐบาลพลเรือนถูกพิจารณาว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยประธานาธิบดีมีอำนาจในการประกาศกฎอัยการศึกตามรัฐธรรมนูญในสถานการณ์ที่มีสงคราม ขัดแย้งทางอาวุธ หรือเหตุฉุกเฉินระดับชาติอื่นๆ โดยเกาหลีใต้มีประเภทของกฎอัยการศึกอยู่ 2 ประเภทคือ กฎอัยการศึกฉุกเฉิน และกฎอัยการศึกด้านความมั่นคง โดยกฎอัยการศึกฉุกเฉินที่ถูกประกาศโดยประธานาธิบดียุน จะให้อำนาจกว้างขวางแก่รัฐบาล ซึ่งรวมถึงการจำกัดเสรีภาพของสื่อ การจำกัดการชุมนุม และการยกเว้นการพิจารณาคดีของศาลพลเรือน เป็นต้น

หลังจากประกาศกฎอัยการศึกแล้ว ประธานาธิบดีจะต้องแจ้งให้รัฐสภาทราบ แต่หากรัฐสภาลงมติให้ยกเลิกกฎอัยการศึกด้วยเสียงข้างมาก เช่นเดียวกับกรณีล่าสุด ประธานาธิบดีจะต้องปฏิบัติตามคำขอ

เกาหลีใต้ใช้กฎอัยการศึกครั้งล่าสุดเมื่อใด?

กฎอัยการศึกถูกนำมาใช้ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 1979 โดยนายกรัฐมนตรี ชเวคยูฮา หลังจากมีการลอบสังหารประธานาธิบดี พัค ชอง ฮี ผู้ที่เคยยึดอำนาจรัฐประหารปี 1961

ภายใต้แรงกดดันจากกลุ่มผู้นำทหารที่นำโดย พลเอกชอนดูฮวาน นายชเวคยูฮา ซึ่งได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแล้ว ได้ขยายกฎอัยการศึกไปจนถึงปี 1980 และสั่งห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหว ทำให้เกิดการต่อต้านจากกลุ่มที่สนับสนุนประชาธิปไตย หลายร้อยชีวิตเสียชีวิตจากการปราบปรามอย่างรุนแรงก่อนที่กฎอัยการศึกจะถูกยกเลิกในปี 1981 หลังจากการทำประชามติ

พรรคการเมืองได้รับอนุญาตให้ทำกิจกรรมได้อีกครั้ง และในปี 1987 สิทธิพลเรือนอื่นๆ ถูกฟื้นฟู นำไปสู่ยุคประชาธิปไตย จนกระทั่งนายยุนซอกยอลได้ประกาศกฎอัยการศึกในการแถลงข่าวทางโทรทัศน์สดในกรณีฉุกเฉินระดับชาติเมื่อคืนที่ผ่านมา

การใช้กฎอัยการศึกในอดีต ?

หากย้อนดูประวัติศาสตร์จะพบว่า เกาหลีใต้มีการประกาศกฎอัยการศึกครั้งแรกในปี 1948 เพียงไม่กี่เดือนหลังจากการก่อตั้งเกาหลีใต้ โดยประธานาธิบดี ซึงมันรี ซึ่งทำงานร่วมกับกองทัพสหรัฐในการปราบปรามการกบฏทหารที่นำโดยคอมมิวนิสต์ และเขายังประกาศใช้กฎอัยการศึกอีกครั้งในปี 1952 ระหว่างสงครามเกาหลี

กฎอัยการศึกยังถูกใช้ในหลายครั้งโดยระบอบการปกครองต่างๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาขณะที่ประเทศต้องเผชิญกับยุคสั่นคลอนที่เต็มไปด้วยรัฐประหาร.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กฎอัยการศึก

ทำความรู้จัก “แคช ปาเทล” ว่าที่ผอ.FBI ของทรัมป์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829054

ทำความรู้จัก "แคช ปาเทล" ว่าที่ผอ.FBI ของทรัมป์

4 ธ.ค. 2567 08:00 น.

ทำความรู้จัก “แคช ปาเทล” ว่าที่ผอ.FBI ของทรัมป์

  • แคช ปาเทล ผู้ช่วยใกล้ชิดนายโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับการเสนอชื่อจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ คนใหม่ ทั้งๆ ที่ผอ.คนเก่า ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยทรัมป์เมื่อปี 2017 ยังไม่หมดวาระ จนถูกวิจารณ์จากหลายฝ่าย
  • การทำหน้าที่ของปาเทลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนายคริสโตเฟอร์ เรย์ ผอ.FBI คนปัจจุบันต้องยอมลาออก หรือต้องมีการไล่เขาออกเท่านั้น แต่ตัวเลือกเหล่านี้อาจจะเปลี่ยนแปลงได้เสมอ จนกว่าทรัมป์จะขึ้นสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

นายแคช ปาเทล เป็นตัวเลือกล่าสุดของของโดนัลด์ ทรัมป์ที่จะให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ โดยนายปาเทลได้ให้การสนับสนุนทรัมป์และพรรครีพับลิกันอย่างเหนียวแน่น เขาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทรัมป์ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา และเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลาโหมสหรัฐฯในรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก

การแต่งตั้งให้ ปาเทล เป็นผู้นำ FBI จะต้องมีการไล่ออกผู้อำนวยการคนปัจจุบัน คริสโตเฟอร์ เรย์ ซึ่งทรัมป์เป็นคนแต่งตั้งเองในปี 2017 ก่อนที่เขาจะครบวาระ 10 ปีในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งสองพรรค โดยผู้อำนวยการ FBI จะต้องได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภา ซึ่งสมาชิกวุฒิสภากำลังเตรียมตัวรับมือกับการเลือกสรรบุคคลที่ไม่ธรรมดาของทรัมป์

ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คนใกล้ชิดทรัมป์บางคนเชื่อว่าเขาอาจเลือกระหว่างปาเทล และ แอนดรูว์ ไบลีย์ อัยการสูงสุดของรัฐมิสซูรี แต่มีกระแสว่าคนใกล้ชิดของทรัมป์ยังไม่พอใจกับทั้งสองตัวเลือก และอาจจะมีตัวเลือกที่สามออกมาอีกก็ได้

การโจมตี “Deep State”

ในหนังสือของปาเทลเมื่อปี 2023 ที่ชื่อ “Government Gangsters: The Deep State, the Truth, and the Battle for Our Democracy” นายปาเทลได้กล่าวโจมตีสิ่งที่เขาเรียกว่า “Deep State” ซึ่งหมายถึงกลุ่มทางการเมืองที่กุมอำนาจอยู่เบื้องหลังรัฐ และอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทรัมป์ ทั้ง นักการเมือง, สื่อมวลชน, และเจ้าของธุรกิจใหญ่ๆ รวมถึงข้าราชการ โดยทรัมป์ได้ยกย่องหนังสือของ ปาเทล ว่าเป็นแผนที่จะช่วยคืนทำเนียบขาวและกำจัด “พวกอันธพาล” ออกไปจากรัฐบาลได้

นายปาเทลยังวิจารณ์ FBI อย่างหนัก โดยเขากล่าวในพอดแคสต์ในเดือนกันยายนว่า FBI ควรยุบสำนักงานใหญ่ในวอชิงตันและเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ของฝ่ายตรงข้ามทรัมป์แทน

เขายังวิพากษ์วิจารณ์ FBI ที่ออกหมายค้นที่มาร์-อา-ลาโก หรือบ้านพักของทรัมป์ ในปี 2022 ซึ่งนำไปสู่การตั้งข้อหาอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในเรื่องการเก็บเอกสารลับ แต่ภายหลังผู้พิพากษาก็ยกเลิกข้อกล่าวหาดังกล่าว

และในการให้สัมภาษณ์กับสตีฟ แบรนนอนเมื่อปี 2023 อดีตที่ปรึกษาของทรัมป์รายนี้ ยังระบุด้วยว่า กระทรวงยุติธรรมที่อยู่ภายใต้อำนาจของทรัมป์ จะมีการเอาคืนสื่อต่างๆอย่างแน่นอน โดยเขายังกล่าวหาว่ามีการใช้ทฤษฎีสมคบคิด ทั้งจากรัฐบาลและจากสื่อเพื่อช่วยเหลือให้โจ ไบเดนได้เปรียบในการเลือกตั้ง ซึ่งเขาและกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯจะตามล่าคนเหล่านี้ที่โกหกชาวอเมริกันมาลงโทษ

ในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่ง เขาเคยพิจารณาให้ ปาเทล เป็นรองผู้อำนวยการ FBI มาแล้ว แต่บิล บาร์ อดีตอัยการสูงสุดของทรัมป์ได้เขียนในบันทึกความทรงจำของเขาว่า ปาเทล ไม่มีประสบการณ์เพียงพอที่จะทำงานในระดับสูงสุดของ FBI และระบุว่าหากปาเทลจะขึ้นมาเป็นรองผอ. FBI ก็ต้องข้ามศพเขาไปก่อน

ขณะที่วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต ดิก เดอร์บิน ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการตุลาการวุฒิสภาคนปัจจุบัน ระบุว่าปาเทลมีแต่ความภักดี แต่ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ ส่วนวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต คริส เมอร์ฟี ก็กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า นายปาเทลมีคุณสมบัติแค่เพียงอย่างเดียว คือ เขาเห็นด้วยกับโดนัลด์ ทรัมป์ว่า กระทรวงยุติธรรมควรใช้เพื่อทำโทษ กักขัง และข่มขู่คู่ต่อสู้ทางการเมืองของทรัมป์

ส่วน ชัค กราสลีย์ ซึ่งจะเป็นประธานคณะกรรมการตุลาการวุฒิสภาคนใหม่ ก็วิจารณ์ คริสโตเฟอร์ เรย์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ FBI คนปัจจุบันว่า ล้มเหลวในการทำงานในตำแหน่งนี้ แต่ปาเทลเองก็ต้องพิสูจน์ให้สภาคองเกรสเห็นว่าเขาจะทำได้ดีกว่าเรย์ด้วย

เส้นทางสู่แวดวงการเมือง

ปาเทล ซึ่งเรียกตัวเองว่าเป็นชาวนิวยอร์กโดยกำเนิด เติบโตมาในครอบครัวชาวฮินดูอพยพ ตามที่เขาได้เขียนในหนังสือของเขา เขาบอกว่าเขาเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่สนใจการเมือง แต่เริ่มมีแนวโน้มทางการเมืองขวาจัดมากขึ้นในช่วงที่เรียนที่มหาวิทยาลัยริชมอนด์ 

ปาเทล จบการศึกษาปริญญาตรีด้านความยุติธรรมทางอาญาและประวัติศาสตร์ จาก University of Richmond เขาได้รับประกาศนียบัตรด้านกฎหมายระหว่างประเทศจาก University College London และจบนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตจาก Pace University School of Law จากนั้นเขาทำงานเป็นทนายความประจำรัฐฟลอริดาประมาณ 9 ปี เขาเคยทำงานในสำนักงานทนายความประจำรัฐของ Miami-Dade County และใน Southern District of Florida

ต่อมา ปาเทล ได้ทำงานเป็นอัยการในส่วนงานความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งเขาบอกว่าเป็น “งานในฝัน” สำหรับทนายความหนุ่มทุกคน

ที่กระทรวงยุติธรรม ปาเทลดูแลการดำเนินคดีต่ออาชญากรที่เกี่ยวข้องกับอัลกออิดะห์ ไอซิส และกลุ่มก่อการร้ายอื่น ๆ นอกจากนี้เขายังทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกระทรวงยุติธรรมในการประสานงานกับบัญชาการในการปฏิบัติการตามเป้าหมายการก่อการร้ายที่มีมูลค่าสูง

ในปี 2018 ปาเทล ทำงานเป็นที่ปรึกษาให้แก่ นายเดวิน นูเนส สมาชิกสภาผู้เแทนราษฎรพรรครีพับลิกัน ในคณะกรรมการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎร โดยปาเทลมีบทบาทสำคัญในการพยายามลดทอนความน่าเชื่อถือของการสอบสวนรัสเซียของ FBI เกี่ยวกับแคมเปญของทรัมป์ รวมถึงการจัดทำบันทึกลับที่กล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิด FISA ของ FBI ต่อที่ปรึกษาของทรัมป์

การเข้าร่วมรัฐบาลทรัมป์

ในปี 2019 ปาเทล เข้าทำงานกับทรัมป์ในสภาความมั่นคงแห่งชาติ  ก่อนจะเป็นหัวหน้าผู้ช่วยของรักษาการรัฐมนตรีกลาโหม คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ ในช่วงปลายเทอมแรกของทรัมป์ โดยทรัมป์เคยเล็งที่จะให้ ปาเทล ขึ้นมาแทน จีนา แฮสเปล ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ CIA ในขณะนั้น ก่อนที่เขาจะพิจารณาปลดเธอหลังการเลือกตั้งในปี 2020 นอกจากนี้เขายังได้รับการแต่งตั้งให้ดูแลการเปลี่ยนแปลงภายในกระทรวงกลาโหมในการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลทรัมป์ไปสู่รัฐบาลไบเดน

ปาเทล ยังเกี่ยวข้องกับคดีเอกสารลับของทรัมป์ ซึ่งตอนนี้ได้ถูกยกฟ้องไปแล้วด้วย ในช่วงฤดูร้อนปี 2022 เขาได้รับการแต่งตั้งจากทรัมป์ให้เป็นตัวแทนในการติดต่อกับ สำนักหอจดหมายเหตุ และกระทรวงยุติธรรม ในขณะที่ทั้งสองหน่วยงานพยายามจะนำเอกสารลับที่ทรัมป์เก็บรักษาไว้หลังจากเสร็จสิ้นการดำรงตำแหน่งกลับคืนมา และเขายังเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของทรัมป์หลังการดำรงตำแหน่งด้วย

ในปี 2021 ปาเทลได้เข้าพบกับคณะกรรมการของสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังสืบสวนการโจมตีที่อาคารรัฐสภาในวันที่ 6 มกราคม ซึ่งพบว่า “มีเหตุผลที่น่าเชื่อถืออย่างมาก” ว่า ปาเทล มีข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการเตรียมตัวและการตอบสนองของกระทรวงกลาโหมและทำเนียบขาวต่อเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : CNN ,BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ FBI

กัมพูชาจำคุกหญิงท้องอุ้มบุญชาวต่างชาติ 13 คน ข้อหาค้ามนุษย์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829140

กัมพูชาจำคุกหญิงท้องอุ้มบุญชาวต่างชาติ 13 คน ข้อหาค้ามนุษย์

4 ธ.ค. 2567 05:55 น.

กัมพูชาจำคุกหญิงท้องอุ้มบุญชาวต่างชาติ 13 คน ข้อหาค้ามนุษย์

ศาลกัมพูชาตัดสินจำคุกหญิงท้องจากฟิลิปปินส์ 13 ราย หลังพบว่า พวกเธออุ้มบุญลูกของคนอื่น และคิดจะนำทารกไปขาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 3 ธ.ค. 2567 ว่า ศาลของประเทศกัมพูชา ตัดสินจำคุกหญิงตั้งครรภ์ 13 คนที่เดินทางมาจากฟิลิปปินส์ เป็นเวลา 4 ปี หลังจากพบว่าพวกเธอมีความผิดจริงในข้อหาค้ามนุษย์ เนื่องจากพบหลักฐานแน่นหนาว่า พวกเธอตั้งใจจะนำเด็กทารกในครรภ์ ซึ่งเกิดจากการอุ้มบุญ ไปขาย

อย่างไรก็ตาม ศาลให้รอลงอาญา 2 ปี เพื่อรอให้พวกเธอคลอดลูกก่อน โดยที่ไม่ระบุว่า เจ้าหน้าที่จะทำอย่างไรกับลูกๆ ของหญิงกลุ่มนี้

ทั้งนี้ การอุ้มบุญเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชา แต่ยังมีหลายองค์กรที่ให้บริการดังกล่าว นอกจากนั้น คดีนี้ยังเป็นกรณีไม่ปกติ เนื่องจากคดีอุ้มบุญลักษณะนี้มักเกิดขึ้นในประเทศของผู้หญิงที่ได้รับการว่าจ้าง ไม่ส่งคนมาประเทศอื่นแบบนี้

หญิงทั้ง 13 รายถูกตำรวจพบตัวขณะบุกเข้าตรวจค้นบ้านพักตากอากาศแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ เมื่อ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยหลังการจับกุม ปลัดกระทรวงยุติธรรมเชื่อว่า หญิงกลุ่มนี้เป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชาไม่คิดเช่นนั้น และว่าหญิงเหล่านี้ถือเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบด้วย

นอกจากหญิงตั้งครรภ์แล้ว ตำรวจยังจับกุมตัวหญิงที่ไม่ตั้งครรภ์ได้ด้วย โดยเป็นชาวเวียดนาม 4 ราย ชาวฟิลิปปินส์ 7 ราย โดยพวกเธอถูกเนรเทศออกจากกัมพูชาไปแล้ว ขณะที่มีหญิงชาวกัมพูชาคนหนึ่งถูกจับ และต้องรับโทษจำคุก 2 เดือนกับอีก 1 วัน ข้อหาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ด้วยการทำอาหารให้หญิงคนอื่นๆ ทาน

ขณะที่สำนักข่าว เอเอฟพี รายงานว่า สามีภรรยาหลายคู่ในประเทศจีน นิยมจ้างหญิงฟิลิปปินส์ให้เป็นแม่อุ้มบุญลูกของพวกเขา แลกกับเงินจำนวน 40,000-100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เปิดสาเหตุ ทำไม ยุน ซอกยอล ปธน.เกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829136

เปิดสาเหตุ ทำไม ยุน ซอกยอล ปธน.เกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก

4 ธ.ค. 2567 03:45 น.

เปิดสาเหตุ ทำไม ยุน ซอกยอล ปธน.เกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึก

เมื่อคืนวันอังคารที่ 3 ธ.ค. 2567 ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ของเกาหลีใต้ ประกาศใช้กฎอัยการศึกฉุกเฉินในชาติประชาธิปไตยแห่งนี้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

นายยุนประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติในเวลา 23.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเขาพูดถึงเรื่องความมั่นคงของชาติ และภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ก่อนจะกล่าวโจมตีพรรคฝ่ายค้านอย่างหนัก จนเห็นได้ชัดเจนว่า ความเคลื่อนไหวของเขา มีแรงจูงใจจากความพ่ายแพ้ทางการเมืองหลายต่อหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา

แต่กฎอัยการศึกของนายยุนทำให้เกิดการประท้วงขึ้นในทันที ประชาชนจำนวนมากมารวมตัวกันที่หน้าอาคารรัฐสภา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงปิดล้อม ขณะที่สมาชิกสภาแห่งชาติ เร่งเดินทางเข้าไปภายในสภา ซึ่งบางคนถึงกับต้องปีนกำแพงเข้าไป และลงมติคัดค้านกฎอัยการศึก และเรียกร้องให้นายยุนยกเลิกคำสั่ง

กฎอัยการศึกคืออะไร?

กฎอัยการศึกคือการมอบอำนาจปกครองประเทศให้แก่กองทัพชั่วคราวในยามที่เกิดภาวะฉุกเฉิน และรัฐบาลพลเรือนถูกพิจารณาว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ครั้งสุดท้ายที่กฎอัยการศึกถูกบังคับใช้ในเกาหลีใต้คือปี 2522 ซึ่งเป็นปีที่จอมเผด็จการทหาร พัค ชอง-ฮี ผู้ปกครองประเทศมาอย่างยาวนาน ถูกลอบสังหารระหว่างมีการก่อรัฐประหาร และหลังจากเกาหลีใต้ปกครองโดยมีระบบรัฐสภาในปี 2530 กฎอัยการศึกก็ไม่เคยถูกใช้อีกเลย จนกระทั่งเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

ประกาศกฎอัยการศึก กล่าวหาฝ่ายค้าน

ในแถลงการณ์ประกาศกฎอัยการศึก นายยุนกล่าวหาพรรคประชาธิปไตย (Democratic Party) ซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลัก และครองเสียงข้างมากในรัฐสภา ว่า เห็นอกเห็นใจเกาหลีเหนือ และมีความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐ โดยไม่เผยหลักฐานใดๆ

นายยุนประณามการกระทำของฝ่ายค้านว่าเป็น “พฤติกรรมต่อต้านรัฐโดยมีเป้าหมายเพื่อลุกปั่นการก่อกบฏอย่างชัดเจน” และอ้างอีกว่าพฤติกรรมเหล่านี้ “ทำให้กิจการของรัฐเป็นอัมพาต และเปลี่ยนรัฐสภาแห่งชาติให้กลายเป็นรังของอาชญากร”

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้อธิบายอีกว่า กฎอัยการศึกคือมาตรการจำเป็นเพื่อ “กำจัดกองกำลังต่อต้านรัฐฝ่ายสนับสนุนเกาหลีเหนืออย่างหน้าไม่อายเหล่านี้” และอ้างความชอบธรรมในการประกาศใช้กฎอัยการศึกว่า เป็นสิ่งจำเป็นต่อการปกป้องเสรีภาพและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงรับประกันความยั่งยืนของประเทศ และส่งต่อประเทศที่มั่นคงไปยังคนรุ่นต่อไป

นายยุนกล่าวหาฝ่ายค้านด้วยว่า กำลังเปลี่ยนประเทศให้กลายเป็น “แหล่งพักยาเสพติด” และกำลังสร้างรัฐไร้ระเบียบซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของสังคมและการใช้ชีวิต

ผู้นำเกาหลีใต้บอกอีกว่า พรรคประชาธิปไตยพยายามโค่นล้มระบบเสรีประชาธิปไตย และประกาศว่า รัฐสภาแห่งชาติกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่กำลังบ่อนทำลายเสรีประชาธิปไตย และประเทศกำลังอยู่ในสถานะไม่มั่นคง, โงนเงนใกล้พังทลาย

เจอแรงต้าน สส.โหวตคว่ำกฎอัยการศึก

หลังประกาศกฎอัยการศึก กองบัญชาการกองทัพก็ออกกฤษฎีกา ห้ามกิจกรรมทางการเมืองทุกประเภท รวมถึงกิจกรรมของรัฐสภา สภาท้องถิ่น พรรคการเมือง สมาคมการเมือง การชุมนุม การเดินขบวน การประท้วงหยุดงาน ขณะที่สื่อและสิ่งพิมพ์ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎอัยการศึก

อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ประณามทันทีว่าการประกาศของนายยุนผิดกฎหมายและละเมิดรัฐธรรมนูญ แม้แต่พรรครัฐบาลอย่าง พรรคพลังประชาชน (PPP) ซึ่งเป็นต้นสังกัดของนายยุนเอง ก็ออกมาบอกว่า การประกาศกฎอัยการศึกของเขานั้นไม่ถูกต้อง

จากนั้นพรรคประชาธิปไตยก็เรียกรวมตัว สส.ที่อาคารรัฐสภาทันที พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวเกาหลีใต้ไปชุมนุมกันที่รัฐสภาเพื่อประท้วงการให้ทหารปกครองประเทศ ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากเดินทางไป และเกิดการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงที่ปิดทางเข้ารัฐสภาเอาไว้

ในเวลาประมาณ 1.00 น. สมาชิกรัฐสภาแห่งชาติ ซึ่งบางคนต้องฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่ที่ปิดกั้นทางเข้าเข้ามา ลงมติเห็นชอบ เรียกร้องให้นาย ยุน ยกเลิกคำสั่งกฎอัยการศึก ที่เขาประกาศเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ โดยสมาชิกสภาเข้าร่วมการประชุมทั้งหมด 190 คน จากทั้งหมด 300 คน และทั้ง 190 คน ลงมติเห็นชอบ

ทำไม ปธน.ประกาศกฎอัยการศึก

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า สาเหตุที่นายยุนประกาศใช้กฎอัยการศึก ก็เพื่อแก้ไขสถานการณ์ทางการเมือง ที่ตัวเขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างหนัก

นายยุนได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในเดือนพฤษภาคม 2565 แต่หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งพรรคฝ่ายค้านได้รับชัยชนะถล่มทลาย เขาก็กลายเป็นผู้นำรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่สามารถผ่านกฎหมายที่ต้องการได้ และต้องคอยใช้สิทธิ์วีโตร่างกฎหมายที่ฝ่ายค้านผลักดัน

ความนิยมของนายยุนยังเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ เนื่องจากเขาเข้าไปพัวพันกับข่าวการคอร์รัปชันหลายคดี โดยเฉพาะกรณีที่ภริยาของเขา รับของขวัญเป็นกระเป๋าหรูแบรนด์ “ดิออร์” และคดีปั่นหุ้น

จนเมื่อเดือนพฤศจิกายน นายยุนต้องออกมากล่าวขอโทษถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ และระบุว่า เขากำลังจัดตั้งทีมงานขึ้นมาเพื่อกำกับดูแลหน้าที่ของสุภาพสตรีหมายเลข 1 แต่ปฏิเสธที่จะสืบสวนเพิ่มเติมตามที่พรรคฝ่ายค้านเรียกร้อง

แต่ดูเหมือนว่า ฟางเส้นสุดท้ายจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ เมื่อฝ่ายค้านเสนอร่างกฎหมายงบประมาณที่มีการตัดลดค่าใช้จ่ายลงให้แก่รัฐบาลของนายยุน และตามกฎหมายของเกาหลีใต้ ร่างกฎหมายงบประมาณ ไม่สามารถถูกวีโตได้ หมายความว่าเขากำลังถูกบีบให้ยอมรับร่างกฎหมายที่เขาไม่ต้องการ

นอกจากนั้น ฝ่ายค้านยังยื่นญัตติถอดถอนสมาชิกคณะรัฐมนตรีกับอัยการระดับสูงอีกหลายคน รวมถึง หัวหน้าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน โทษฐานล้มเหลวในการสืบสวนคดีของสุภาพสตรีหมายเลข 1

สุดท้าย ปธน.ก็ยอมถอย

คำสั่งใช้กฎอัยการศึกของนายยุน เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว แต่ฝ่ายค้านก็ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วในรัฐสภา และตามรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้ เมื่อเสียงส่วนใหญ่ในสภาเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก ประธานาธิบดีก็ต้องปฏิบัติตาม มิเช่นนั้นอาจต้องเผชิญกับการฟ้องร้องถอดถอน กฎหมายเดียวกันนี้ยังห้ามทหารจับกุมสมาชิกสภาด้วย

ในตอนแรก หลังจากรัฐสภามีมติคัดค้าน กองทัพก็ออกมาประกาศว่า กฎอัยการศึกจะยังคงอยู่ต่อไป จนกว่าประธานาธิบดีจะยกเลิกคำสั่ง ซึ่งเวลาล่วงเลยไปจนเกือบถึง 5.00 น. วันพุธ ในที่สุดนายยุนที่ปิดปากเงียบมาหลายชั่วโมง ก็ออกมาระบุว่า เขาจะยอมยกเลิกคำสั่งกฎอัยการศึกแล้ว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของประชาชนที่หน้ารัฐสภา

สิ่งที่น่าติดตามหลังจากนี้คือ จะเกิดอะไรขึ้นกับประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล หลังการกระทำของเขาทำให้ประเทศตกอยู่ในความวุ่นวาย และชาวเกาหลีใต้ต้องลุ้นระทึกตลอดทั้งคืนว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc