โซไซตี้ : ไต้หวัน เดินหน้านโยบายมุ่งใต้ใหม่ ยกระดับความร่วมมือไทย-ไต้หวัน โชว์นวัตกรรมอัจฉริยะ ในงาน TAIWAN EXPO 2024

https://www.naewna.com/lady/844688

โซไซตี้ : ไต้หวัน เดินหน้านโยบายมุ่งใต้ใหม่ ยกระดับความร่วมมือไทย-ไต้หวัน  โชว์นวัตกรรมอัจฉริยะ ในงาน TAIWAN EXPO 2024

โซไซตี้ : ไต้หวัน เดินหน้านโยบายมุ่งใต้ใหม่ ยกระดับความร่วมมือไทย-ไต้หวัน โชว์นวัตกรรมอัจฉริยะ ในงาน TAIWAN EXPO 2024

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน และสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดงาน TAIWANEXPO 2024 in Thailand อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “Advancing Smart New Southbound” ภายในงานได้รวบรวมบริษัทชั้นนำจากไต้หวันกว่า 170 บริษัทแบ่งออกเป็น 10 โซน และ 6 พื้นที่จัดแสดงหลัก นำเสนอนวัตกรรมด้าน Smart Manufacturing, Smart Medical,Smart Lifestyle, Circular Economyและ Culture & Tourism นอกจากกิจกรรมประชุมสัมมนาด้านอุตสาหกรรม และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจแล้ว TAIWAN EXPO 2024 in Thailand ยังเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวในหลากหลายมิติ ในโซน TAIWAN SELECT ที่นำเสนออาหารเพื่อสุขภาพ และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไต้หวัน ให้ผู้เข้าชมงานเพลิดเพลินไปกับการร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป เช่น การทำโคมไฟ12 นักษัตรแบบไต้หวัน และการย้อมสีธรรมชาติจากพืชพื้นเมืองของไต้หวัน ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าชมงานจำนวนมาก ณ ฮอลล์ 5 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 21-23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ซินเทีย เจียง อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน กล่าวว่า จากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีทำเลที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ มีสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ดี มีตลาดภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากขึ้น ไทยจึงกลายเป็นจุดหมายสำคัญในการลงทุนจากต่างประเทศ โดยไต้หวันมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตอัจฉริยะ การดูแลสุขภาพอัจฉริยะ และเทคโนโลยีสีเขียว งาน TAIWAN EXPO จะช่วยให้ไทยประสบความสำเร็จในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยได้ตามเป้าหมาย พร้อมส่งเสริมความร่วมมือ และขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และสังคม ระหว่างสองประเทศเพื่อสร้างโอกาสที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์มากขึ้น

จาง จวิ้น ฝู เอกอัครราชทูต สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เน้นย้ำถึงมิตรภาพอันยาวนานและความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างไต้หวันและไทยว่าบริษัทไต้หวันเข้ามาลงทุนและก่อตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย มีส่วนสนับสนุนการจ้างงานและพัฒนาเทคโนโลยีความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเป็นอย่างมาก ในภาคการศึกษา มีอัตราการแลกเปลี่ยนนักศึกษาสูง โดยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนนักศึกษาไทยในไต้หวันเพิ่มขึ้น 4 เท่า และมีนักศึกษาไต้หวันในไทยเพิ่มขึ้น 6 เท่า ด้วยรากฐานที่มั่นคงของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ไต้หวัน และไทยพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนธุรกิจที่ดีในการสร้างอนาคตที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมร่วมกัน”

เจมส์ ซี. เฮฟ. ฮวง ประธาน สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA)กล่าวถึงงานว่า งานนี้เป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไต้หวัน ปีนี้มุ่งเน้นด้านการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งรวมถึงโซลูชั่นการตรวจสอบแบบดิจิทัล การวางแผนการดำเนินการด้วย AI เครื่องมือคำนวณปริมาณคาร์บอนและระบบการจัดการคาร์บอน และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งโซลูชั่นทั้งหมดสนับสนุนประเทศไทยมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์รับมือกับความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก นอกจากนี้เศรษฐกิจหมุนเวียนยังมีความสำคัญต่อการเติบโตทางอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนของประเทศไทย ภายในงานยังมีโซน Circular Economy ที่จัดแสดงถึงความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีรีไซเคิล การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ และบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนของไต้หวัน ที่เป็นโซลูชั่นทรงคุณค่าเพื่อช่วยพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทย และส่งเสริมความร่วมมือทางเทคนิค การบูรณาการอุตสาหกรรม และการพัฒนาบุคลากร

Smart Medical เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของงานในครั้งนี้ โดยโรงพยาบาลชั้นนำของไต้หวัน เช่น Changhua Christian Hospital,Shuang Ho Hospital และ Taipei Wanfang Hospital นำเสนอบริการทางการแพทย์พิเศษ พร้อมจัดโซนจำลองห้องผู้ป่วยอัจฉริยะ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของการดูแลสุขภาพในอนาคตที่จะช่วยยกระดับระบบการดูแลสุขภาพของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของประชากรผู้สูงอายุ พัฒนาคุณภาพการให้บริการ และลดความกดดันในระบบการทำงานทางการแพทย์

คุณแหน : 1 ธันวาคม 2567

https://www.naewna.com/lady/844684

คุณแหน : 1 ธันวาคม 2567

คุณแหน : 1 ธันวาคม 2567

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● “ขณะนี้ดิฉันได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดูแลความปลอดภัยของประชาชน และเร่งแก้ไขสถานการณ์ตามแผนที่ได้เตรียมไว้โดยด่วน พร้อมกันนี้ได้เตรียมแผนรับมือกรณีมีพายุฝนเพิ่มเติม..ตรงนี้มีคนแย้งมาว่ามีแต่ฝน พายุ ไม่มีค่ะ… 

●● ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องทุกท่านที่กำลังประสบเหตุขณะนี้ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่กำลังทำงานหนักเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน “วาทะของนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธารชินวัตร พาครม.ประชุมที่เชียงใหม่”…

●● ส่วน สส.ประชาธิปัตย์ สรรเพชญ บุญญามณี“รัฐบาลต้องเร่งระดมทรัพยากร สรรพกำลังต่างๆ เข้ารับมือไม่ต้องรอสถานการณ์บานปลายแล้วเข้ามาแก้ปัญหาทีหลัง ต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่อยากให้สถานการณ์ซ้ำรอยเหมือนภาคเหนือ ฯลฯ”…

●● เรื่องเขากระโดง ซึ่งเป็นกรณีพิพาทกัน ระหว่าง ร.ฟ.ท. กับ กรมที่ดิน ใครจะเป็นเจ้าของ อย่าให้เหมือนกรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ก็แล้วกัน…

●● อ่าน มหาชาติ ที่ รพ.ราชวิถี โดยเปลว สีเงิน สรุป ประเทศไทยเป็นเมืองคนป่วย และยังเป็นประเทศพระเวสสันดร ของผู้ป่วยจากหลายๆ ประเทศเพื่อนบ้านโรงพยาบาลราชวิถี ได้ทอดสะพานบุญให้เดิน ถึงป่าหิมพานต์ ผู้มีใจบุญทั้งหลายอย่าลืมบริจาคมากน้อย ตามศรัทธา…

●● ใครๆ ก็ไม่เชื่อว่า ทักษิณ ชินวัตร ป่วยจริงแต่ ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม อดีตสว. ประธานสถาบันสุจริตไทย โพสต์ ข้อความว่าเวชระเบียนคือจุดเป็นหรือตายในทางคดีชั้น ๑๔ รพ.ตำรวจ การที่รพ.ตำรวจไม่ยอมเปิดเผยเวชระเบียนการรักษาอาการป่วยของ คุณทักษิณ ต่อป.ป.ช. กลายเป็นหลักฐานที่สำคัญ อย่าลืมว่า บุุตรของท่านก็เป็นแพทย์เหมือนกัน…

●● จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ท่าน พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กล่าว “บางครั้งต้องรู้ว่าคนนั้นเขาเป็นใคร พูดอะไรออกมาน่าเชื่อถือหรือไม่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น จริงๆ แล้วคนที่เข้ามาก็มาหาแสงกับพี่ป้อม เท่านั้นเองพี่ป้อมก็ไม่ทราบไม่รู้ว่าใครเป็นใคร พี่ป้อมเป็นคนดี จิตใจดี”…

●● ข่าวใหญ่ขณะนี้ กรณีของ หมอบุญ วนาสิน จะต่างกับคดีดิไอคอน เพราะผู้เสียหายน้อยกว่า แต่มูลค่าความเสียหายมากกว่า โดยมูลค่าเสียหายถึง ๒.๕ หมื่นล้าน ซึ่ง แทนคุณ จิตต์อิสระประธานชมรมสันติประชาธรรม กล่าว…

●●ขออนุญาต ธรรมากร ขอก้มกราบคารวะพระอริยสงฆ์ ศิษย์พุทธองค์ศากยะพระพุทธศาสนา พระดีจริงยิ่งใหญ่เป็นสังฆราชา ชาวประชาแซ่ซ้องก้องปฐพี พระลงปฏิบัติธรรมกรรมฐาน เลิกทำการไสยศาสตร์ขาดศักดิ์ศรี เป็นพระสงฆ์แท้จริงกันเสียที เรื่องอัปรีย์เดรัจฉานวิชาอย่ากระทำ เลิกสะสมเงินทองของทรัพย์สินเลิกทำกินร่ำรวยด้วยเผาผี ช่วยสร้างสรรค์ชาวพุทธไทยให้เป็นคนดี หยุดเสียทีอบายมุขทุกอย่างเอย… ●●

น้องนิ่ง….นิ่ง…

Health News : ‘ยาลดน้ำหนัก’ ตัวใหม่ ลดน้ำหนักได้สูงสุด 1 ใน 5

https://www.naewna.com/lady/844672

Health News : ‘ยาลดน้ำหนัก’ ตัวใหม่ ลดน้ำหนักได้สูงสุด 1 ใน 5

Health News : ‘ยาลดน้ำหนัก’ ตัวใหม่ ลดน้ำหนักได้สูงสุด 1 ใน 5

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แอมเจน (Amgen) บริษัทผลิตยาของสหรัฐฯ ประกาศว่า ยาลดน้ำหนักที่อยู่ในขั้นตอนการทดลอง สามารถช่วยให้ผู้ป่วยลดน้ำหนักได้เฉลี่ยสูงสุดร้อยละ 20 ของน้ำหนักตัวในหนึ่งปี

ยาตัวดังกล่าวมีชื่อทางการค้าว่า “มาริไทด์” (MariTide) ใช้งานโดยการฉีดเข้าสู่ร่างกายเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งต่างจากยาตัวอื่นๆ ที่ต้องฉีดเข้าสู่ร่างกายสัปดาห์ละ 1 ครั้งอาทิ เวโกวี (Wegovy) และมุนจาโร (Mounjaro) ที่วางจำหน่ายในตลาดแล้ว ข้อมูลข้างต้นมาจากการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 ที่มีผู้เข้าร่วมเกือบ 600 คน ซึ่งมุ่งทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยานี้ ทว่ายาดังกล่าวยังต้องผ่านการทดลองทางคลินิกเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง มีข้อมูลจากกลุ่มทดลองมากขึ้น และได้รับการอนุมัติจากสำนักบริหารอาหารและยาของสหรัฐฯ ก่อนที่จะจำหน่ายให้กับผู้ป่วยได้ โดยบริษัทฯยังไม่ได้กำหนดราคาจำหน่ายของยาตัวนี้

เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า บริษัทแอมเจนจะนำเสนอข้อมูลโดยละเอียดของยาดังกล่าวภายหลังในงานศึกษาวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อม
นำเสนอในที่ประชุม และเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลาง บริษัทฯ จึงได้จัดเตรียมข้อมูลสำคัญซึ่งอาจ
ส่งผลต่อราคาหุ้นของบริษัทฯ ได้

เจฟฟรีย์ แฟลร์ นักวิจัยโรคเบาหวานและโรคอ้วนจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่าผลลัพธ์ของยาข้างต้น “มีแนวโน้มที่ดี” พร้อมเสริมว่ายานี้อาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในตลาดที่มีการแข่งขันสูงในอนาคต

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

https://www.naewna.com/lady/844680

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ขบวนพาเหรดในวันขอบคุณพระเจ้าห้างเมซีส์

ชมภาพความสวยงามและยิ่งใหญ่ของขบวนพาเหรดวันขอบคุณพระเจ้าของห้างเมซีส์ ในย่านแมนฮัตตันของนครนิวยอร์กสหรัฐอเมริกา จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 2467 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ทั่วประเทศ และกลายเป็น 1 ในธรรมเนียมช่วงวันหยุดขอบคุณพระเจ้าของชาวอเมริกัน ผู้คนจำนวนมากมารอเรียงรายตาม 2 ข้างทาง เพื่อรอชมขบวนบอลลูนการ์ตูนยักษ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งสไปเดอร์แมนมินเนียน สนูปปี้ และซานตาคลอส รวมถึงการแสดงดนตรีสด แม้ว่าปีนี้่จะมีฝนกระหน่ำลงมาต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ทำให้ขบวนพาเหรดเงียบเหงาหรือน่าสนใจน้อยลงแต่อย่างใด

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Ethnography Budapest

https://www.naewna.com/lady/844681

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Ethnography Budapest

แหวกฟ้าหาฝัน : Museum of Ethnography Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนบูดาเปสต์ และมีเวลาเหลือเฟือ หลังจากที่เยือนรัฐสภา ป้อมชาวประมง และโบสถ์จนหนำแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจของเมืองก็คือ Museum of Ethnography Budapestแม้ว่ามิวเซียมแห่งนี้จะไม่ได้อยู่ริมน้ำ แต่สถาปัตยกรรมภายนอก และของจัดแสดงภายในก็มีความน่าสนใจ Museum of Ethnography ที่ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1872 เคยเป็นส่วนหนึ่งของ Hungarian Nation Museum แต่เพิ่งได้รับการจัดตั้งเป็นสถาบันอิสระในปี 1892 ณ อาคาร Varkert Bazar ใกล้ปราสาทบูดาเปสต์ หลังจากใช้อาคารนี้ได้เพียงแค่ปีเดียว พวกเขาก็ต้องย้ายไปอยู่ในอาคารที่ถนน Csillag จนถึงปี 1906 ที่พวกเขาต้องทำการย้ายอีกครั้งไปอยู่ที่ Hall of Industry

เคราะห์ร้ายมาเยือนอีกครั้งในปี 1924 เมื่อพายุพัดเอาอาคารเสียหายและทำให้ของจัดแสดงบางอย่างสูญหาย พวกเขาก็ต้องย้ายที่ทำการอีกไปยังอาคารโรงเรียนจนเปิดทำการได้อีกครั้งในปี 1929 เมื่อมิวเซียมเปิดดำเนินการอีกครั้ง ของจัดแสดงทั้ง 30 ห้องก็เต็มไปด้วยงานพื้นบ้านของฮังการีและวัฒนธรรมโลก หลังสงครามโลกครั้งที่สองปี 1975 มิวเซียมได้ทำการย้ายสถานที่ตั้งอีกครั้งไปอยู่ที่ Palatial Hall of Justice ตรงข้ามกับรัฐสภา ต่อมารัฐบาลได้มีดำริให้ย้ายมิวเซียมอีกครั้งไปยังบริเวณสวนสาธารณะกลางเมืองอันเป็นพื้นที่สีเขียวที่ใหญ่ที่สุดของเมืองโดยได้รับการออกแบบโดย Napur Architect Ltd.

รัฐบาลมีความตั้งใจให้มิวเซียมแห่งนี้ไม่เป็นเพียงที่สะสมงานที่สามารถแตะต้องได้และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม แต่ยังหมายรวมถึงเป็นสถานที่ทำวิจัยเกี่ยวกับชาติพันธุ์ที่สำคัญที่สุดของประเทศด้วย ของจัดแสดงมาจากหลายทวีป ที่เกี่ยวกับแอฟริกามาจากเกาะ Madagascar มีมากถึง 10,500 ชิ้น ขณะที่ของจัดแสดงจากเอเชียมีมากถึง 13,000 ชิ้นโดย 4/5 เป็นของสะสมระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20ของจัดแสดงของเอเชียมีทั้งของญี่ปุ่น จีน อินเดีย มองโกเลีย และตุรกี ส่วนของ Oceaniaที่มีมากถึง 14,500 ชิ้นนั้น ถือว่ามีจำนวนมหาศาลจนเป็นที่เลื่องลือระดับนานาชาติยิ่งกว่านั้นที่นี่ยังมีของจัดแสดงจากอินโดนีเซียมากถึง 4 พันชิ้น โดยเป็นของจัดแสดงตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยมาจากชวาและบอร์เนียว

ส่วนของจัดแสดงจากอเมริกันที่มี 8,300 ชิ้นนั้น ถือว่ามีจำนวนน้อยที่สุดในกลุ่มชาติพันธุ์อื่น แม้ของจัดแสดงเหล่านี้จะเป็นของเก่าของ Janos Xantus ผู้ก่อตั้งที่สะสมมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1850 ก็ตาม ส่วนของจัดแสดงของยุโรปที่มีกว่า 10,000 ชิ้นนั้นเป็นของชุดแรกที่มิวเซียมครอบครองเป็นงานของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับกลุ่ม Finno-Ugric ที่มีความสัมพันธ์กับชาวฮังกาเรียน ส่วนของจัดแสดงในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ก็เป็นของประชาชนที่อาศัยในรัชสมัยของ Austro-Hungarian ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องดนตรี เครื่องหนัง เครื่องประดับ หรือเซรามิก

ของจัดแสดงเกี่ยวกับชาติพันธุ์และวัฒนธรรมของฮังการีตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นของจัดแสดงที่สะท้อนให้เห็นถึงความทันสมัย การเปลี่ยนแปลงสู่เมืองและโลกาภิวัตน์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ของใช้ในชีวิตประจำวัน ในงานเทศกาล ในการทำงาน ทำมาหากิน อาทิ การตกปลา การทำการเกษตร การล่าสัตว์ เครื่องมือในการเย็บปักถักร้อย งานศิลปะ งานฝีมือ การค้า การขนส่ง การก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ของเล่น ฯลฯนักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเยือนไม่เพียงจะสามารถตื่นตาตื่นใจกับวิธีจัดแสดงตั้งแต่ด้านหน้าที่ใช้เทคโนโลยีในการอธิบายแบบจำลองของเมืองได้อย่างน่าทึ่ง ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของทั่วโลกด้วยวิธีนำเสนอที่น่าสนใจ ยังสามารถสนุกสนานกับของจัดแสดงนานาชนิดที่มีอยู่อย่างละลานตาได้อย่างไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว

‘ไทยเบฟ’ ร่วมมือ ‘SGX Group’ สนับสนุนองค์กรการกุศล ผ่านกิจกรรม SGX Cares Bull Charge Charity Run

https://www.naewna.com/lady/844685

‘ไทยเบฟ’ ร่วมมือ ‘SGX Group’ สนับสนุนองค์กรการกุศล  ผ่านกิจกรรม SGX Cares Bull Charge Charity Run

‘ไทยเบฟ’ ร่วมมือ ‘SGX Group’ สนับสนุนองค์กรการกุศล ผ่านกิจกรรม SGX Cares Bull Charge Charity Run

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไทยเบฟ ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการจัดงานวิ่งการกุศล “SGX Cares Bull Charge Charity Run” ณ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็น กิจกรรมการกุศลของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX Group) มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้สามารถระดมเงินบริจาค 2.3 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อนำไปช่วยเหลือองค์กรที่ SGX ให้การสนับสนุน อาทิ สมาคมออทิสติก(องค์กร) สิงคโปร์ AWWA หน่วยงานบริการสังคม Fei Yue หน่วยงานบริการสังคม HCSA และ Shared Services for Charities

ไทยเบฟ ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการตอบแทนสังคม โดยร่วมกับพันธมิตรจากองค์กรต่างๆ บริษัทจดทะเบียนใน SGX และกลุ่มสถาบันการเงิน สนับสนุนการจัดงาน
ดังกล่าว ซึ่งในงานนี้ นอกจากผู้เข้าร่วมงานจะได้เพลิดเพลินไปกับเส้นทางวิ่งและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของสวนฝั่งตะวันออกของ Gardens by the Bay แล้วยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันชุมชนอีกด้วย

‘Derma Pride Clinic’ ฉลองเปิดสาขาใหม่ Amor Village ราชพฤกษ์ พร้อมจัดโปรพิเศษต้อนรับปีใหม่

https://www.naewna.com/lady/844652

'Derma Pride Clinic' ฉลองเปิดสาขาใหม่ Amor Village ราชพฤกษ์ พร้อมจัดโปรพิเศษต้อนรับปีใหม่

‘Derma Pride Clinic’ ฉลองเปิดสาขาใหม่ Amor Village ราชพฤกษ์ พร้อมจัดโปรพิเศษต้อนรับปีใหม่

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.23 น.

ปากต่อปากด้วยคุณภาพ มีกระแสแท้ยาวนานตลอด 23 ปี เพราะได้สร้างความสวยจัดหล่อจริง ให้ผู้คนมากมาย สร้างเสน่ห์พิเศษให้ใบหน้าเป็นเอกลักษณ์ มามากกว่าหกหมื่นรายแล้วกับ เดอร์มาไพรด์ คลินิก Derma Pride Clinic อยู่ที่หมู่บ้าน เวนิสดิไอริส วัชรพล กรุงเทพ ล่าสุดตอบรับกระแสแรง กับสาขาใหม่ที่ Amor Village ราชพฤกษ์ นนทบุรี บริหารงานคุณภาพแท้โดยคุณหมอสุดสตรอง ‘หมอหญิง พญ.อาภา สังขนุกิจ’

หมอหญิง พญ.อาภา สังขนุกิจ เปิดใจว่า ‘หมอปฏิเสธความสวยแบบพิมพ์นิยม เพราะเชื่อว่าทุกคน ต่างมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมือนหินแต่ละก้อนต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการเจียระไน ให้เป็นเพชรที่เปล่งประกายสวยหล่อที่สุด ในแบบเฉพาะของตัวเอง เราเป็นคลีนิกที่สร้างเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์บนใบหน้า ด้วยความซื่อตรง ด้วยหลักการสุนทรีย์ศิลป์

คลีนิกเรามีนโยบาย ที่เป็นหลัก 4 ข้อคือ 1.หมอแท้ ฉีดโดยแพทย์เท่านั้น ที่ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ กับแพทย์สภาได้ ไม่มีหมอเถื่อน 2.ยาแท้ เราใช้ยาแท้ อย.ไทย ที่สั่งตรงโดยบริษัทผู้ผลิตเท่านั้น ไม่ใช้ยาหิ้วยาปลอม และผสมในอัตราส่วนที่ถูกต้อง ไม่มีผสมเจือจาง ผสมโดยแพทย์ใช้ sterile technique หรือเทคนิคการปลอดเชื้อทุกเคสปลอดภัยปลอดเชื้อปนเปื้อน 3.ขั้นตอนแท้ คือคนไข้ได้ดูยาก่อนฉีด ตรวจสอบสแกนยาแท้ก่อนฉีด ได้ดูวันเดือนปีผลิตและหมดอายุก่อนฉีด ผสมยาต่อหน้าคนไข้ ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ไม่มีห้องลับในการผสมยา ไม่มีมาแบบหลอดใส่ถาดมา แบบไม่รู้ว่า ตัวยาข้างในไซริ้งคืออะไร และ 4.ราคาแท้ ราคาทุกตัวของเรา คือราคายาแท้ ที่ทุกคนสัมผัสได้ ราคารวมทุกอย่างไม่มีบวกเพิ่ม ตรงไปตรงมา

“ในการฉีด หมอจะใช้เทคนิคสุนทรีย์ศิลป์ผสมผสานกับความรู้ทางการแพทย์ สร้างสรรค์ความงามอย่างประณีตบนใบหน้า แต่คงเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลไว้ ให้ทุกคนสวยหล่ออย่างมีเอกลักษณ์ หน้าไม่ซ้ำ! บนพื้นฐานสำคัญที่สุด คือความปลอดภัยของคนไข้ค่ะ”

ปรึกษาปัญหากับคุณหมอเพิ่มเติมได้ที่ ไลน์ @dermaprideclinic https://lin.ee/obYVQsb , Facebook : Derma Pride Clinic https://www.facebook.com/groups/389380152245019 , IG : dermaprideclinics , TikTok : @drarpaartistdoctor

สาขาใหม่ไฉไลกว่าเดิมที่ Amor Village ราชพฤกษ์ นนทบุรี ช่วงนี้พิเศษสุดๆ จัดโปรราคาพิเศษจริง ส่งท้ายปีต้อนรับปีใหม่ แบบจัดเต็มๆ

-(016)

Lunio คว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์ที่นอน ‘Superbrands Thailand 2024’

https://www.naewna.com/lady/844643

Lunio คว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์ที่นอน 'Superbrands Thailand 2024'

Lunio คว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์ที่นอน ‘Superbrands Thailand 2024’

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.02 น.

ในยุคที่สุขภาพการนอนเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายและสุขภาพใจ ‘Lunio’ แบรนด์ที่นอนยางพาราคุณภาพสูง สร้างความประทับใจให้แก่ผู้บริโภคทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ไต้หวัน จนได้รับรางวัลสุดยอดแบรนด์ที่นอน Superbrands Thailand 2024 ต่อเนื่องเป็นปีที่3 รางวัลที่ได้รับการการันตีความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์

คุณวิภพ ฟอง ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Lunio เข้าใจดีถึงปัญหาการนอนไม่หลับที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน จากการศึกษาของกรมสุขภาพจิตพบว่าคนไทยประสบภาวะนอนไม่หลับถึง 40% หรือประมาณ 19 ล้านคน ซึ่งการใช้ยานอนหลับเป็นเพียงทางแก้ชั่วคราวที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ Lunio จึงมุ่งมั่นในการพัฒนาที่นอนยางพาราผสานนวัตกรรม NASA ที่ออกแบบมาเพื่อการรองรับสรีระและช่วยเพิ่มการระบายอากาศ ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าสู่สภาวะหลับลึกได้ง่ายขึ้น ช่วยลดปัญหาการนอนไม่หลับและส่งผลให้ร่างกายฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ในทุกค่ำคืน

นอกจากความสำเร็จในประเทศไทย Lunio ยังขยายตลาดไปยังไต้หวันและเซี่ยงไฮ้ เพื่อให้ผู้บริโภคต่างประเทศได้สัมผัสถึงคุณภาพของที่นอนยางพาราในกล่องที่พกพาสะดวกและติดตั้งง่าย เรียกได้ว่า Lunio ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในระดับนานาชาติ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาการนอนที่มีประสิทธิภาพ Lunio คือแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ คุณภาพดีเทียบเท่ามาตรฐานอเมริกา ทั้งยังบริการครบวงจรที่ให้ความสะดวกสบายตั้งแต่การจัดส่ง การติดตั้ง และการรับคืนที่นอนเก่า เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ใส่ใจคุณภาพชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ครบครัน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Lunio https://lunio.co.th , http://www.facebook.com/luniosleep

-(016)

ไทยประกาศ ‘ปฏิญญากรุงเทพ’ ฉันทามติประชาคมโลกฉบับแรก เร่งสร้างความเท่าเทียมสุขภาพช่องปาก

https://www.naewna.com/lady/844640

ไทยประกาศ 'ปฏิญญากรุงเทพ' ฉันทามติประชาคมโลกฉบับแรก เร่งสร้างความเท่าเทียมสุขภาพช่องปาก

ไทยประกาศ ‘ปฏิญญากรุงเทพ’ ฉันทามติประชาคมโลกฉบับแรก เร่งสร้างความเท่าเทียมสุขภาพช่องปาก

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.56 น.

ประเทศไทย โดย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประกาศ ‘ปฏิญญากรุงเทพ’ ฉันทามติสุขภาพช่องปากครั้งแรกในโลก จากความร่วมมือกว่า 194 ประเทศ พร้อมแถลงผลลัพธ์การจัดประชุมสุขภาพช่องปาก มีเป้าหมาย 3 ด้าน โดยมุ่งเน้นให้ประชากรโลก มีสิทธิในการรับบริการด้านสุขภาพช่องปากที่จำเป็น

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ประเทศไทย โดย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดประชุมสุขภาพช่องปากโลก (WHO Global Oral Health Meeting) ระหว่างวันที่ 26-29 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร โดยมีการหารือประชุมร่วมกันจนเกิดฉันทามติระหว่างองค์การอนามัยโลก และประเทศสมาชิก 194 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยมุ่งมั่นแสดงเจตจำนงร่วมกัน ในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพช่องปากให้เกิดความเสมอภาค ตลอดจนเกิด “ปฏิญญากรุงเทพ ฯ (Bangkok Declaration)” ขึ้น สาระสำคัญ คือ การยืนยันมติด้านสุขภาพช่องปาก ในการประชุมสมัชชาอนามัยโลก 2021 และขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านสุขภาพช่องปากโลก 2023-2030 ที่มีหลักการสำคัญ คือ การเสริมสร้างนโยบายด้านสุขภาพช่องปาก ระบบสุขภาพและการให้บริการ ในบริบทของการดูแลสุขภาพปฐมภูมิและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตลอดจนการผนวกสุขภาพช่องปากให้เป็นส่วนหนึ่งของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่อผลักดันให้สุขภาพช่องปากเป็นวาระสำคัญระดับโลกอย่างมีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม สนับสนุนให้ประชากรโลกเข้าถึงบริการทันตกรรมได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียม นำไปสู่การมีสุขภาพช่องปากที่ดีส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี การประชุมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้านสุขภาพช่องปากภายในปี 2573 และเกิด Roadmap ของแต่ละประเทศ นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ 3 ด้าน ดังนี้ 1) ร้อยละ 80 ของประชากรโลก มีสิทธิในการรับบริการด้านสุขภาพช่องปากที่จำเป็น , 2) อุบัติการณ์ของโรคและสภาวะในช่องปากที่สำคัญทั่วโลกรวมกันตลอดช่วงชีวิต มีแนวโน้มลดลง ร้อยละ 10 , 3) ร้อยละ 50 ของประเทศสมาชิกมีมาตรการที่มุ่งลดการบริโภคน้ำตาล

“ทั้งนี้ หลังจากการประชุมสุขภาพช่องปากโลกครั้งนี้ ประเทศไทยจะนำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านสุขภาพช่องปากโลก พ.ศ. 2566 –2573 (ปี 2023-2030) มาขับเคลื่อนอย่างจริงจัง

โดยประการแรกที่จะดำเนินการคือ จัดตั้งคณะกรรมการแห่งชาติซึ่งประกอบด้วยภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งด้านสาธารณสุข นอกภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการร่วมกันจัดการปัจจัยกำหนดสุขภาพเชิงพาณิชย์ เช่น น้ำตาล บุหรี่ ซึ่งส่งผลคุกคามต่อสุขภาพช่องปากและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เร่งสร้างให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากเพื่อป้องกันตนเองจากการเกิดโรคในช่องปาก และสามารถจัดการปัญหาสุขภาพช่องปากได้ รวมทั้ง การจัดระบบบริการสุขภาพช่องปากให้เอื้อต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ ชุมชนแออัดในพื้นที่เขตเมือง ผู้ด้อยโอกาสในสังคม ให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ” อธิบดีกรมอนามัยกล่าว

-(016)

AHF – โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จัดกิจกรรมวันเอดส์โลก ‘Sex ต้อง Safe (เซฟแบบไหนให้ปลอดภัย ห่างไกลโรค)’ มุ่งสู่การยุติเอดส์

https://www.naewna.com/lady/844639

AHF - โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จัดกิจกรรมวันเอดส์โลก 'Sex ต้อง Safe (เซฟแบบไหนให้ปลอดภัย ห่างไกลโรค)' มุ่งสู่การยุติเอดส์

AHF – โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จัดกิจกรรมวันเอดส์โลก ‘Sex ต้อง Safe (เซฟแบบไหนให้ปลอดภัย ห่างไกลโรค)’ มุ่งสู่การยุติเอดส์

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.51 น.

AHF ร่วมกับ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จัดกิจกรรมวันเอดส์โลก “Sex ต้อง Safe (เซฟแบบไหนให้ปลอดภัย ห่างไกลโรค)” เสริมสร้างความเข้าใจเรื่องเอชไอวีให้เยาวชนไทย มุ่งสู่การยุติเอดส์

มูลนิธิเอดส์ เฮลท์ แคร์ (ประเทศไทย) ร่วมกับ Impulse Bangkok และโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จัดกิจกรรมวันเอดส์โลก ประจำปี 2024 ภายใต้แนวคิด “Sex ต้อง Safe (เซฟแบบไหนให้ปลอดภัย ห่างไกลโรค)” เพื่อรณรงค์ให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมไปถึงการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เสริมสร้างค่านิยมให้คนรุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเอชไอวี/เอดส์และเพศศึกษาอย่างถูกต้อง พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยุติเอดส์ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.กัญญาพัชญ์ กานต์ภูวนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี), นายกฤษสยาม อารยะวงค์ไชย ผู้อำนวยการมูลนิธิเอดส์ เฮลท์ แคร์ (ประเทศไทย), นายโกศล ชื่นชมสกุลชัย ผู้จัดการโครงการอิมพัลซ์ (เอเชีย) และนาวสาวกันติชา ชุมมะ นักแสดงนางแบบชื่อดัง ร่วมพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมเกือบ 700 คน ณ หอประชุมอาคารบดินทรพิพัฒน์ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กรุงเทพมหานคร

ดร.กัญญาพัชญ์ กานต์ภูวนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กล่าวว่า กิจกรรมวันเอดส์โลกในวันนี้ เป็นประโยชน์และช่วยสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับกลยุทธ์ของโรงเรียนในด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายเพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานด้านการเรียนการสอน อีกทั้งยังช่วยให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศศึกษา และตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ รวมถึงการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ในนามตัวแทนของโรงเรียน ขอขอบคุณมูลนิธิเอดส์ เฮลท์ แคร์ (ประเทศไทย) และคณะผู้จัดงาน ที่ให้ความสำคัญกับเยาวชนและจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ครั้งนี้ ขอบคุณคุณครูและนักเรียนทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม ขอให้เก็บเกี่ยวความรู้ให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนเองและสังคมต่อไป

นายกฤษสยาม อารยวงค์ไชย ผู้อำนวยการมูลนิธิเอดส์ เฮลท์ แคร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แม้ว่าในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาจะมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่และผู้เสียชีวิตจากเอดส์ลดลง แต่จากข้อมูลปี 2566* รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อ เอชไอวีรายใหม่ทั้งหมด 9,083 ราย ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 15-24 ปี สูงถึง 4,236 ราย คิดเป็นเกือบร้อยละ 50 ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ จึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และนี่คือเหตุผลที่ AHF ประเทศไทยเชื่อว่าการสร้างความรู้ความเข้าใจ ควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอชไอวีเอดส์ วิธีการป้องกันการติดเชื้อ การมีความสัมพันธ์บนพื้นฐานของความรับผิดชอบ การตรวจหาการติดเชื้ออย่างสม่ำเสมอ ความสำคัญของการเข้าสู่ระบบการรักษา การไม่ตีตราและเลือกปฏิบัติ และการเคารพสิทธิและความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน AHF เชื่อว่าถ้าเราเปิดรับและช่วยกันส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้อง ทุกคนสามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยุติเอดส์ได้

นอกจากนี้ ภายในงานได้จัดกิจกรรมไฮไลท์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในช่วง SEX ต้อง SAFE with Ticha “ล้วงลึกเรื่องเซ็กซ์ ไม่หมกเม็ดกับติช่า” โดยแขกรับเชิญพิเศษ คุณกันติชา ชุมมะ (ติช่า เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซัน 2) ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และทัศนคติมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาและความสำคัญของการป้องกันเอชไอวีให้กับน้อง ๆ นักเรียน และปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากวงดนตรี “YES INDEED”

-(016)