ชาวเน็ตแห่ชม น้องปิ๊ง ลูกสาวก้อง ห้วยไร่ พูดภาษาอังกฤษไฟแล่บ ทำพ่อถึงกับงง (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828476

ชาวเน็ตแห่ชม น้องปิ๊ง ลูกสาวก้อง ห้วยไร่ พูดภาษาอังกฤษไฟแล่บ ทำพ่อถึงกับงง (คลิป)

30 พ.ย. 2567 13:27 น.

ชาวเน็ตแห่ชม น้องปิ๊ง ลูกสาวก้อง ห้วยไร่ พูดภาษาอังกฤษไฟแล่บ ทำพ่อถึงกับงง (คลิป)

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ก้อง ห้วยไร่ ได้ออกมาโพสต์ชื่นชมลูกสาวของตัวเองออกสื่อว่าภูมิใจไม่น้อยกับลูกสาวคนโต น้องปิ๊ง จากเด็กที่นั่งเล่นเกมแล้วก็พูดเสียงสองไปวันๆ อาชีพหลักคือขอเงิน อาชีพรองคือทะเลาะกับน้อง วันนี้มีงานจ้างหลักแสน ในการไลฟ์ เพื่อขายสินค้า ขอบคุณที่ให้โอกาสลูกสาวผมนะครับ ควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าพ่อเยอะ ร้องเพลงเพราะเลยนะ พูดหลายภาษา

ล่าสุด ในติ๊กต็อกมีคนนำคลิปที่ตอนที่น้องปิ๊งลูกสาวก้องไลฟ์คู่กับพ่อก้องมาลงในติ๊กต็อก ซึ่งน้องปิ๊งได้พูดภาษาอังกฤษแบบไฟแล่บ ทำเอาคนเป็นพ่อถึงกับงง และถามว่า “มันเว้าหยังวะ” ก่อนที่ลูกสาวจะเล่าให้พ่อฟังว่า คนเขาสงสัยว่าทำไมหนูชื่อปิ๊ง เลยเล่าให้ฟังว่าเพราะพ่อติดเกม เสียงเกมมันดังปิ๊ง ก็เลยตั้งชื่อลูกสาวว่าปิ๊ง เหมือนในเกมปังย่า 

หลังจากที่แฟนๆ เห็นคลิปดังกล่าว ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมอย่างมากมาย เช่น น้องอยู่ประเทศไทยหรือประเทศไหนคะตอนนี้, พ่อฟังทันไหม, สำเนียงฟังเพลินมาก, สำเนียงน้องน่ารักอ่ะ, หัวจะปวดกับพ่อ, 5555 ลูกจ่มว่าเว้าตั่งใด๋พ่อกะบ่เข้าใจ 55555 ป่านนั้นพ่อกะอันเดอแสตนพะนะ, พยายามมาก ไม่งั้นลูกสาวไม่คุยด้วย เย่มๆ” 

คลิกเพื่อ ชมคลิป

เจนี่-มิกกี้ ร่วมเฟรมพร้อมหน้าในวันเกิดลูกสาว น้องโนล่า บรรยากาศอบอุ่น (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2828466

เจนี่-มิกกี้ ร่วมเฟรมพร้อมหน้าในวันเกิดลูกสาว น้องโนล่า บรรยากาศอบอุ่น (คลิป)

30 พ.ย. 2567 12:21 น.

เจนี่-มิกกี้ ร่วมเฟรมพร้อมหน้าในวันเกิดลูกสาว น้องโนล่า บรรยากาศอบอุ่น (คลิป)

เรียกว่าเป็นโมเมนต์ที่น่ารักอบอุ่น ดีต่อใจสุดๆ เมื่อนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ และเทรนเนอร์หนุ่ม มิกกี้ นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ที่ยังคงสถานะพ่อแม่ที่ดีของ น้องโนล่า ลูกสาว กลับมาร่วมเฟรมพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกในงานวันเกิดของน้องโนล่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา

งานนี้ทั้งคู่ก็จัดปาร์ตี้วันเกิดให้กับ น้องโนล่า ที่ในปีนี้อายุครบ 5 ขวบแล้วจ้า!! นอกจากจะมีเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันมาร่วมงานแล้ว ยังมี นานา ไรบีนา และ ดีเจบอย ฌาฆฤณ มาร่วมงานวันเกิดของหลานโนล่า พร้อมทั้งสร้างสีสันให้กับงาน อีกทั้ง ป้านานา-ลุงดีเจบอย ยังมีของขวัญน่ารักๆ มาให้น้องโนล่าอีกด้วย ทำเอาเจ้าของวันเกิดยิ้มแก้มปริสุดๆ เพราะถูกใจกับของที่ให้

ต้องบอกว่าบรรยากาศยังคงอบอุ่นเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ส่องคอมเมนต์ก็มีแฟนๆ ที่ต่างเข้ามาคอมเมนต์อวยพรวันเกิดน้องโนล่าแบบรัวๆ เต็มไอจี บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ก็ขออวยพรให้น้องโนล่ามีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง เป็นเด็กดีนะจ๊ะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

N.Flying สุดยอด ปล่อยพลังร้อนแรง คอนเสิร์ต มันส์เวทีเดือด

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828563

N.Flying สุดยอด ปล่อยพลังร้อนแรง คอนเสิร์ต มันส์เวทีเดือด

30 พ.ย. 2567 12:00 น.

N.Flying สุดยอด ปล่อยพลังร้อนแรง คอนเสิร์ต มันส์เวทีเดือด

เรียกว่าประทับใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ มันส์เวทีสะเทือน สนุกสมการรอคอย สำหรับคอนเสิร์ตในรอบ 2 ปี ที่ประเทศไทยของวงดนตรีมากความสามารถ “N.Flying” โดยเมมเบอร์ทั้ง 4 คน นำโดยหัวหน้าวง “อีซึงฮยอบ” (Lee Seung Hyub) , ยูฮเวซึง (Yoo Hwe Seung) , ซอดงซอง (Seo Dong Sung) และ “ชาฮุน” (Cha Hun) ได้กลับมาหาเหล่า “เอ็นเฟีย” ชาวไทย (N.Fia : ชื่อแฟนคลับ) ตามคำสัญญา ในงาน “2024 N.Flying LIVE ‘HIDE-OUT’ in BANGKOK” ที่จัดเต็มโปรดักชั่น แสง สี เสียง โดยจัดขึ้น ณ MCC Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค เมื่อเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

ออกสตาร์ทเปิดเวทีก็ร้อนแรงเหนือคำบรรยายโดดกันยับ 3 เพลงรวด ‘Flowerwork’ , ‘Video Therapy’ , ‘Born to be (เพลงที่ยังไม่ถูกปล่อย)’ ก่อนจะพักเบรกให้ทุกคนได้พักเหนื่อย ทั้ง 4 หนุ่ม N.Flying พูดคุยทักทายเอ็นเฟียพร้อมรีเช็กเสียงความคิดถึงหลังไม่เจอกันมานาน 2 ปี และบอกแฟนๆ ว่าพวกเขาเองก็นับวันรอที่จะได้มาเจอกัน เพราะทุกครั้งที่มาประเทศไทยก็จะได้ความทรงจำดีๆ กลับไปเสมอ วันนี้เลยขอเปิดฐานลับต้อนรับทุกคนในฮอลล์ให้สนุกไปด้วยกันเต็มที่แบบไม่ต้องยั้ง
จากนั้นไปกันต่อที่เพลงฮิต ‘Star’ ซิงเกิลประกอบซีรีส์ดัง “Lovely Runner” ตามมาด้วยเพลงใหม่ล่าสุดของพวกเขาอย่าง ‘Into You’ ที่แฟนๆ ได้ทำโปรเจคเซอร์ไพรส์แรกชูป้ายสโลแกนคำว่า “엔플라잉 네가 내 마음에 자리 잡았다” (N.Flying พวกคุณได้เข้ามาครองหัวใจของฉันแล้ว) ทำเอาหนุ่มๆ เห็นแล้วยิ้มด้วยความปลื้มใจ แล้วได้พาทุกคนคอนทีนิวความสนุกต่อเนื่องพร้อมชวนออกสเต็ปเบาๆ กับเพลง ‘YOUTH’ , ‘Oh really’ ต่อด้วยเพลง ‘Blue Moon’ ที่เพียงแค่ดนตรีเริ่มขึ้น แฟนๆ ก็พร้อมใจกันเปิดแฟลชมือถือสว่างไสวเต็มไปด้วยแสงสีฟ้าทั้งฮอลล์จนจบเพลง

มาถึงช่วงที่เหล่าเอ็นเฟียได้นั่งพักออมแรง แต่กลายเป็นว่าทุกคนกลับเคลิ้มกับลิสต์เพลงช้าและเสียงร้องสายโวคอลของหนุ่ม “ยูฮเวซึง” ในเพลง ‘I Think I Did’ เพลงประกอบซีรีส์ “Lovely Runner” ที่ได้รับความนิยมจนคว้ารางวัล BEST OST. จากงานKorea Grand Music Awards 2024 มาหมาดๆ ต่อด้วยเพลง ‘FLOWER FANTASY’ ที่เพราะกินใจไม่แพ้กัน จากนั้นไต่ระดับความมันส์พุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ หนุ่มๆ ขนเพลง ‘Love you like that (เพลงที่ยังไม่ถูกปล่อย)’ , ‘GOOD BAM’ , ‘ANYWAY’ , ‘4242’ , ‘Autumn Dream’ , ‘Awesome’ , ‘Moonshot’ มาโชว์สกิลสายร้องและศักยภาพด้านดนตรีสมกับที่ถูกยกให้เป็นวงแสดงสดได้เยี่ยมยอดทุกสเตจ รวมไปถึงไม่พลาดหยิบเพลง ‘Monster’ มาร้อง ท่ามกลางแสงสวยๆ จากแท่งไฟเรืองแสงอีกหนึ่งโปรเจคพิเศษจากแฟนคลับ

เข้าสู่ช่วงสุดท้าย แต่ยังไม่ท้ายสุด หนุ่มๆ ยังคงแรงดีไม่มีแผ่ว ทั้งเซอร์วิส ทั้งเอ็นเตอร์เทนทุกคนในฮอลล์ เพื่ออัพเลเวลความสนุกเรียกแฟนๆ ลุกขึ้นมาโดด ลุกขึ้นเต้นไปกับ ‘The Real’ และ ‘Run’ เพลงที่มันส์เวทีเดือด ทำเอาเอ็นเฟียจอยกันเต็มสตรีมจนไม่ยอมปล่อยให้คอนเสิร์ตจบง่ายๆ ออกตัวว่าอย่าท้าทายระบบความคิดถึง!! ไม่เจอกัน 2 ปี ต้องใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่า พร้อมใจกันตะโกนเรียก 4 หนุ่มให้กลับขึ้นเวทีมาสนุกกันต่อ งานนี้โดนรีเควสด้วยเสียงเรียกดังสนั่น หนุ่มๆ ก็รีบออกมาปรากฏตัวทันที ปิดท้ายช่วงอังกอร์กับลิสต์เพลงนั่งไม่ติดเก้าอี้ทั้งโดด ทั้งเต้นจนสะใจทั้งศิลปินและแฟนคลับอย่าง ‘The World Is Mine , Don’t Forget This และเพลง ‘Stand By Me’ ที่พูดได้คำเดียวว่าคอนเสิร์ตของ “N.Flying” คุ้มเกินคุ้ม! เต็มอิ่ม! และมีแต่มวลความสุขทุกโมเมนต์จริงๆ!!

โชว์ใหญ่ ทำถึงจริง  เฟสติวัลญี่ปุ่น สุดยิ่งใหญ่กลาง สยามสแควร์ สยาม เจ-โชว์

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828557

โชว์ใหญ่ ทำถึงจริง  เฟสติวัลญี่ปุ่น สุดยิ่งใหญ่กลาง สยามสแควร์ สยาม เจ-โชว์

30 พ.ย. 2567 12:00 น.

โชว์ใหญ่ ทำถึงจริง  เฟสติวัลญี่ปุ่น สุดยิ่งใหญ่กลาง สยามสแควร์ สยาม เจ-โชว์

นับเป็นการเคาน์ดาวน์ล่วงหน้า เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่บรรยากาศแห่งการมอบความสุขก่อนส่งท้ายปี 2567 อย่างยิ่งใหญ่ และสุดปัง! ไปพร้อม ๆ กันกับการเปิดตัว เฟสติวัลญี่ปุ่น สุดยิ่งใหญ่กลาง สยามสแควร์  ครั้งแรก กับคอนเซ็ปต์ “โชว์ใหญ่ ทำถึง….” สยาม เจ-โชว์ (SIAM J-SHOW) ที่ได้เนรมิตสยามสแควร์ให้เป็น “แดนอาทิตย์อุทัย” เพื่อให้คนไทยได้ดื่มด่ำเสน่ห์ของญี่ปุ่น ท่ามกลางแลนด์มาร์คสำคัญของเจแปนแบบจัดเต็ม  ในการต้อนรับเดือนแห่งเทศกาล ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา

ด้วยโชว์แสดงเต้นชุดแรก จากทีม Crew สายการบินแอร์เอเชีย เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องเบาๆ ในการเรียกเสียงกรี๊ด เสียงปรบมือ ของผู้คนจำนวนมากที่วันนี้ต่างพากันร่วมตัวอยู่ในงาน สยาม เจ-โชว์ (SIAM J-SHOW) ฯ ที่ถือว่าเป็นการสร้างปรากฏใหม่หน้าใหม่ของพื้นที่สยามสแควร์ ครั้งแรก ในการสื่อถึงสีสันของความสุข สนุกสนาน สดใส และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์หลากหลาย ท่ามกลางอากาศเย็นๆ ของลมฤดูหนาวที่พัดเข้ามาให้ได้กลิ่นอายเหมือนกำลังได้ไปเดินอยู่ในประเทศญี่ปุ่นจริงๆ

มากไปกว่านั้น ยังได้เห็นเหล่าแม่ทัพใหญ่ที่เป็นโต้โผในการจัดงานฯ ครั้งนี้ ต่างพาเหรดเข้างานด้วยขบวนรถลากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของประเทศญี่ปุ่น ได้ถูกนำมาใช้เป็นกิมมิเปิดตัวส่งโต้โผ (ผู้บริหาร) ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , นายธรรศพลฐ์ เเบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เเละประธานกรรมการบริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย และ ,”ตี๋ แม็ทชิ่ง” หรือ นายสมชาย ชีวสุทธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็ทชิ่ง โกลบอล เข้าร่วมงานอย่างยิ่งใหญ่ อลังการ

พร้อมด้วยการแสดงเปิดตัวจาก วง MOS ศิลปินสาวที่มาพร้อมเครื่องเป่าในการแสดงสด ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพื่อเป็นการเปิดประตูประเทศเข้าสู่ “แดนอาทิตย์อุทัย”อย่างเต็มตัวผ่านงานเฟสติวัลญี่ปุ่น บนพื้นที่ สยามสแควร์ อย่าง“โชว์ใหญ่ ทำถึง….” สยาม เจ-โชว์ (SIAM J-SHOW)

พร้อมร่วมเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนสายไลฟ์สไตล์ และสายธุรกิจบันเทิง ที่มาจากสำนักข่าวต่าง ๆ มากมาย ทั้งสื่อออนไลน์ สื่อใหญ่ มาร่วมสัมภาษณ์ศิลปินญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง “Mos” 4สาว หลังจากที่ได้ร่วมโชว์ความสามารถกับสไตล์การแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยการเล่นเครื่องเป่าผสมผสานเข้ากับแนวเพลงได้อย่างมีสีสัน รวมถึงตัวแทนจากวง JPop ชื่อดังจากค่าย LDH ได้แก่ Ballistik boyz,Psychic Fever,Wolf howl harmony และฟอร์ด ฐิติพงศ์ ที่นอกจากอาชีพนักแสดงแล้วจะมาเผยถึงแบรนด์เสื้อผ้าที่จะมาทำเป็นโชว์สำคัญกลางสยามสแควร์

ภายหลังจากเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ ก็ได้เนรมิตพื้นที่กลางถนนสยามสแควร์ให้กลายเป็นแคทวอล์คทันที เพื่อจะใช้เดินแฟชั่นโชว์ชุดสไตล์ญี่ปุ่น แบรนด์ “Trofi” คุณฟอร์ด ฐิติพงศ์ ที่ช่วยกันขนชุดแฟชั่นเสื้อผ้า รองเท้า หน้าผม มาร่วมอวดโฉมลีลาความสวยงามในแฟชั่นสไตล์ฮาราจูกุของแต่ละชุดที่ล้วนออกแบบมาให้เห็นเต็มไปด้วยไอเดียความคิดสร้างสรรค์ไม่ซ้ำแบบใคร จนเป็นที่ถูกอก ถูกใจของผู้ร่วมงาน และ แฟนด้อมญี่ปุ่น ที่ต่างพากันมายืนส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด ปรบมือ แสดงความยินดีอย่างสนุกสนาน ลั่นกลางพื้นที่สยามสแควร์ สมกับคอนเซ็ปต์ของงานว่า  “โชว์ใหญ่ ทำถึง….” จริง ๆ

แต่งานนี้ยังไม่จบง่ายๆ เพราะนี่เป็นเพียงแค่ค่ำคืนแรกของการเปิดงาน สยาม เจ-โชว์ (SIAM J-SHOW) Presented by Air Asia ยัง “โชว์ใหญ่ ทำถึง….” ขนาดนี้ ส่วนวันอื่น ๆ เชื่อเถอะว่ายิ่งสุดมันส์ สุดโก้ย มากกว่านี้ เพราะยังมีสุดยอดโชว์จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดังมากมาย ร่วมถึงศิลปินและไอดอลไทย ที่มีให้เลือกชมถึง 3 เวที ด้วยกัน และแฟชั่นโชว์สไตล์ฮาราจุกุ สุดสุโก้ย, มาร่วมเสิร์ฟโชว์ความเด็ดของแฟชั่นเสื้อผ้าให้ชมแบบจุกๆ ไปเลย

นอกจากนี้ยังมีโซนรวมคลังแอนิเมะและของสะสมสำหรับทุกเพศทุกวัยที่หาชมได้ยาก มาเอาใจคนคลั่งรักแอนิเมะและของสะสม อย่างเฉพาะเจาะจงเลย เรียกได้เลยว่า ตลอดไฮไลท์ความสนุกของงานที่จัดเต็ม 3 วัน ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคม 2567 สามารถเต็มอิ่มแบบสุดๆ ไปเลยกับคอนเสิร์ต จากศิลปินและไอดอลญี่ปุ่น รวมถึงศิลปินและไอดอลไทย กว่า 300 ชีวิต กับ 3 เวที ที่เหล่าบรรดาด้อม J POP , Thai POP  สามารถเลือกไปตามส่งเสียงเชียร์กันได้อย่างสนุกสุดเหวี่ยงเต็มที่

ขณะที่คนรักการถ่ายรูป ต้องการ Check in ให้เพื่อนรู้ และโลกรู้ ทางคณะผู้จัดงานนี้ก็ได้เนรมิตแลนด์มาร์คเสาโตเกียวทาวเวอร์ ขนาดยักษ์สูงเกือบ 10 เมตร และเสาโทริอิ ที่ตั้งสูงเด่น มาให้ทุกคนได้แชะภาพรัวๆ และเปลี่ยนท่า เปลี่ยมุมถ่ายกันอย่างสนุกมือ

ทั้งยังได้สัมผัสกับกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ภายในงานนี้ และที่ไม่ควรพลาดอย่างแรง คือ การนั่งรถลากโบราณ ที่อิมพอร์ตหนุ่มสุดหล่อมาจากหน้าวัดอาซากุสะ ของเล่นของสะสมสำหรับเด็ก อย่าง อุลตร้าแมนที่พร้อมจะปล่อยลำแสงพิฆาตศัตรู  ซีลวาเนี่ยนกระต่ายน้อยสุดคิวท์ กับผองเพื่อนสรรพสัตว์ และกิจกรรมสุดเซอร์ไพรซ์ ของสะสมจาก Bandai และแบรนด์ดังอื่นๆและทีเด็ดเฉพาะคนรักญี่ปุ่น

จับตา เจแปน หกฉาก ลงรูปสาวสวยดีกรีนางแบบ งานนี้เพื่อนๆ แห่คอมเมนต์ถาม

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828461

จับตา เจแปน หกฉาก ลงรูปสาวสวยดีกรีนางแบบ งานนี้เพื่อนๆ แห่คอมเมนต์ถาม

30 พ.ย. 2567 11:41 น.

จับตา เจแปน หกฉาก ลงรูปสาวสวยดีกรีนางแบบ งานนี้เพื่อนๆ แห่คอมเมนต์ถาม

หลังจากที่เป็นโสดมานานหลายปี สำหรับนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี เจแปน หกฉาก หรือ เจแปน ภาณุพรรณ ล่าสุดเหมือนหัวใจจะกลับมาเป็นสีชมพูอีกครั้งซะแล้ว เมื่อเจ้าตัวโพสต์รูปเดี่ยวของสาวสวยคนหนึ่งคู่กับรูปเดี่ยวของตัวเองเมื่อครั้งไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ พร้อมแคปชั่น “When I take a picture of you and you take a picture of me” (เมื่อฉันถ่ายรูปคุณและคุณถ่ายรูปฉัน) พร้อมอีโมจิสุดหวาน

ซึ่งหญิงสาวในรูปที่เจแปนลงในอินสตาแกรมก็คือ บัว รีเบคก้า คัทลียา สตุดวิค นางแบบสาววัย 21 ปี ซึ่งเคยเป็นนักแสดงในสังกัด PPTV 

งานนี้หลังจากที่เจแปนลงรูปไป ก็มีเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงแห่มาคอมเมนต์แซวและถามอย่างมากมายถึงเรื่องราวที่หลายคนยังไม่รู้ แต่งานนี้เจ้าตัวก็ไม่ได้ตอบกลับอย่างชัดเจนเท่าไหร่ แต่เมื่อ บัว รีเบคก้า มาคอมเมนต์ว่า “น้องคือถ่ายเบลอเกือบหมดเลยย” เจ้าตัวก็รีบเข้ามาคอมเมนต์ตอบว่า “เก่งมากแล้ว…เดี๋ยวพี่เทรนให้เอง” พร้อมอีโมจิส่งจูบ แต่จะใช่หวานใจคนใหม่หรือไม่ คงต้องรอฟังคำตอบจากปากเจ้าตัวกัน 

มิ้วกี้ ไปรยา ฟาดเดือดคู่กรณีขโมยแหวน 2 แสนกว่าบาท ย้ำเอาเรื่องถึงที่สุด (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2828455

30 พ.ย. 2567 11:28 น.

มิ้วกี้ ไปรยา ฟาดเดือดคู่กรณีขโมยแหวน 2 แสนกว่าบาท ย้ำเอาเรื่องถึงที่สุด (คลิป)

เรียกว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ยูทูบเบอร์สาว มิ้วกี้ ไปรยา อนันตรทรัพย์ ของขึ้นแบบสุดๆ เมื่อเจ้าตัวถูกขโมยแหวนแบรนด์ดัง 3 วง ระหว่างไปแฮงก์เอาต์ และปรากฏว่าคู่กรณีเป็นคนในกลุ่มด้วยกัน ซึ่งเป็นคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 แสนกว่าบาท และเมื่อได้แหวนคืนก็พบว่าแหวนถูกขยายถูกตัดจนหลวม งานนี้เจ้าตัวจึงแจ้งความดำเนินคดีกับคู่กรณีในข้อหาลักทรัพย์ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ได้เจอ มิ้วกี้ มาร่วมงานเปิดตัวเครื่องประดับคอลเล็กชั่นพิเศษ SWAN x PPW ณ Gallery Ver ซ.นราธิวาสราชนครินทร์ 22 นักข่าวเลยถามถึงความคืบหน้าของคดี

ถามถึงความคืบหน้าเรื่องคดี?

“ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของกระบวนการทางกฎหมาย เดี๋ยวเราเข้าไปสอบสวนอีก 1 รอบแล้วเดี๋ยวก็ขึ้นศาลละ” 

ทางคู่กรณีได้เข้ามาคุยไหม?

“ไม่มีค่ะ เขาก็ยังลงรูปใช้ชีวิตแบบปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

เขาไม่มีท่าทีจะมาติดต่อหรือขอเจรจาเลยเหรอ?

“ไม่มีเลย เอาจริงๆ ทางเราก็คิดว่า ถ้าเกิดว่ามีการมาพูดคุยก็อาจจะคุยกันได้ แต่ทางเขาก็ไม่มี และยังใช้ชีวิตแบบไม่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ทำให้เรารู้สึกว่าจริงๆ ต้องบอกอย่างนี้ว่าวันที่เราไลฟ์ คู่กรณีโทรเข้ามาเยอะมาก โดนเคสที่คล้ายๆ กันเยอะมากประมาณ 10 กว่าเคส ซึ่งเรามีหลักฐานและเราก็มีเบอร์ทุกคนที่โทรเข้ามาเล่าให้เราฟัง ว่ามันมีเหตุการณ์แบบนี้ๆ หลายๆ คนก็ไม่กล้าที่จะเอาเรื่องอะไร”

เขารู้จักกับเราระดับไหน?

“เพิ่งรู้จักกันเอง”

ความเสียหายนี้ประมาณเท่าไหร่?

“ประมาณ 2 แสนกว่า ต้องบอกก่อนเพราะหลายคนนึกว่าเป็นแฟน ไม่ได้เป็นแฟน ไม่มีสถานะ ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย เป็นคนรู้จักกัน”

แต่ก็มีคนถามว่าเขาเข้ามายังไง เพื่ออะไร แบบไหน?

“จริงๆ ก็เหมือนเพื่อนไปแฮงก์เอาต์กันเป็นกลุ่มใหญ่”

แต่ทำไมเขาถึงสามารถเอาของส่วนตัวของเราไปได้?

“อันนี้บอกตามตรงว่าเราก็อาจจะไว้ใจคนมากไปหน่อย ก็ไม่รู้เลยว่าหยิบไปตอนไหนสมมติว่าเหมือนเราไปเที่ยวกับเพื่อน เราวางของไว้แล้วก็ไม่คิดว่าใครจะหยิบไป แล้วก็เอาจริงๆ ตอนที่ของหายในหัวเราภาวนาขอให้อย่าเป็นเขาด้วยซ้ำ เพราะว่าเขาเป็นคนใหม่ในกลุ่มที่เพิ่งจะเข้ามา แล้วเราภาวนาขอให้อย่าใช่เขา เพราะมันจะเสียความรู้สึกมากๆ ขอให้มันเป็นของหายแบบหาไม่เจอดีกว่า”

เขาตัดแหวนทิ้ง 1 อัน คือจากการสันนิษฐานแล้วเป็นการตัดแหวนเพื่อที่จะขยายให้ใส่ได้ แล้วอีกวงหนึ่งก็เหมือนเป็นการตีขยายเพื่อให้วงมันใหญ่ขึ้น ซึ่งมิ้วกี้เป็นคนนิ้วเล็กมากๆ ซึ่งแหวน 3 วงก็กลับมาในสภาพก็คือถูกขยายมาหมดเลย ก็จะมี Bvlgari 1 วง มี Cartier ที่นัท นิสามณีซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด มูลค่าประมาณ 100,000 บาทที่ถูกตัดมาแล้ว แล้วก็มี Prada 1 วงที่ถูกตีโปร่งมา แล้วก็มี Bvlgari ที่ซื้อเองอีก 1 วงซึ่งถูกขยายมา แล้วกลายเป็นหลวม แล้วเหมือนใส่ทุกนิ้วก็คือหลวมหมดเลย” 

ตอนแรกคิดไหมว่าจะได้คืนกลับมา?

“คือตำรวจต้องขอเบอร์ทุกคนที่อยู่ในคืนวันนั้น แล้วจะต้องโทรหาแต่ละคน แล้วพอโทรไปปุ๊บเขาก็ยอมรับเลยว่าแหวนอยู่ที่เขา”

เขายอมรับแต่เขาก็ไม่มีท่าทีที่จะขอโทษ?

“เขาบอกแหวนอยู่ที่ผม แต่ผมไม่ได้ขโมย”

เพื่อนในกลุ่มเราที่พาเขาเข้ามา เขาว่ายังไงบ้าง?

“จริงๆ ก็ไม่ได้มีเพื่อนคนไหนที่พาเข้ามาหรอกนะคะ แต่มิ้วกี้ไปเจอเขาอยู่ที่งานอีเวนต์หนึ่ง หนูไม่อยากไปโทษหรือพาดพิงถึงใคร คือเรารู้จักของเราเอง”

ต่อไปนี้ต้องสแกนเพื่อนมากขึ้น?

“ตอนนี้ก็คือต้องระวังตัวมากจริงๆ ไม่กล้าใส่เครื่องประดับอะไรเลย เวลาไปเที่ยวข้างนอกก็ระวังตัวมากขึ้นมากๆ เลย ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คือใส่โดยที่เราไม่คิดอะไร เราก็โลกสวย เราก็พูดตรงๆ เพราะเราเกิดมาก็ไม่เคยขโมยของใคร เราก็ไม่คิดว่าเราจะต้องมาถูกขโมยของ จริงๆ อยากเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนนะ เพราะว่าเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ อันนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างอันตราย”

บางคอมเมนต์ก็บอกว่าเป็นความประมาทของเราเอง เพราะเราถอดทิ้งไว้?

“พูดอย่างนั้นได้ไหมก็พูดได้ แต่มันสมควรไหมที่เราวางไว้แล้วจะมาหยิบของเราไป มันใช่หน้าที่ของโจรไหมที่จะมาหยิบ อย่างนี้ต้องทำยังไงต้องซ่อนในกางเกงในตลอดเวลาหรือเปล่า คุณจะพูดแบบเห็นแก่ตัวไม่ได้ว่าคุณวางเอาไว้เองให้คนมาหยิบ คุณจะหยิบของคนอื่นไม่ได้ อ้างใครอ้างอะไรก็ได้”

หลังจากนี้เรามีมาตรการในการดูแลทรัพย์สินเรายังไง?

“คุณแม่ตอนนี้ก็เก็บริบไม่ให้ใส่แล้ว ตอนออกงานก็ใส่ชิ้นที่ราคาถูกที่สุดแล้วนะ”

แจ้งความข้อหาอะไรบ้าง?

“ลักทรัพย์”

อยากบอกอะไรกับคู่กรณี?

“แกก็อย่าใช้ชีวิตให้มันง่ายเกิน แกก็สำนึกนิดนึง แกก็อย่าทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้ ถามว่าหนูต้องการอะไรหนูอยากให้เขาติดต่อมา เช่น โทรหาผู้จัดการหนูก็ได้ เพื่อขอตกลงเจรจาพูดคุยว่าเราจะหาทางออกยังไงกันดี แต่เขาก็ยังยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ขโมย มันติดตรงที่ไม่ได้ขโมยแล้วแหวนไปอยู่ที่เธอได้ยังไง แล้วแหวนถูกตัดได้ยังไงมันติดในใจตรงนี้

จริงๆ เรื่องมันอาจจะไม่ได้ใหญ่ก็ได้ ถ้าคุณยอมรับตั้งแต่แรก แล้วบอกขอโทษนะ มันอาจจะเป็นความประมาทหรือพลาดพลั้งของเราไป โดยที่เราไม่ได้คิด หรืออาจจะคิดน้อยไปหน่อย อาจจะมีความเคลียร์กันได้ หลายคนก็บอกว่าเพื่อนกันรู้จักกัน ต้องอย่างนี้เลยเหรอ เราก็คิดว่าก็เขาไม่สำนึก คนเราผิดให้อภัยได้ แต่ว่าคนผิดก็ต้องรู้จักสำนึกผิดด้วย”

ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด?

“ก็ต้องถึงที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นก็ต้องมีเคสต่อไป คือหนูจะต้องบอกแบบนี้ว่าจริงๆ มีหลายเคสที่โดน แต่เขาไม่กล้าที่จะออกมาแจ้งความเพราะ 1. อาย 2. กลัวโดนด่าแบบที่หนูโดนด่าว่าเธอประมาทเอง เธอนั่นนู่นนี่เอง เขาก็กลัวไง”

ขอย้อนไปนิดนึงว่าเคยคุยกับผู้เสียหายที่เขาโดนหลอกมาไหม?

“คุย 10 กว่าคนเลย แต่ละเคสมูลค่าความเสียหายก็เยอะอยู่ แต่ละเคสมันเป็นเคสที่ไม่คาดฝันดีกว่า เหตุการณ์คล้ายๆ กัน แต่ก็ไม่มีใครเอาเรื่องเขา หนูคิดว่าน่าจะเป็นที่นิสัยแล้วแหละ” 

ตอนนี้เขากลับประเทศเขาไหม?

“ยังไม่กลับ เขาปักหลักอยู่ที่นี่อยู่แล้ว เขาพูดไทยชัดแจ๋ว เขาเป็นต่างชาติแท้แต่พูดไทยชัดแจ๋ว”

ยังไงเราก็เอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่ยอมความเด็ดขาด?

“ก็ไม่ยอม นี่ก็ผ่านมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่เขาก็ไม่มีการมาขอเคลียร์ใดๆ”

แล้วตอนนี้เรื่องราวมันใหญ่โตมาก ถ้าเขามาขอเคลียร์แม่จะยอมเคลียร์ไหม?

“ถามคุณเกด (ผู้จัดการส่วนตัว) เขายอมไหมดีกว่า เพราะว่าเอาจริงๆ เราเองก็ต้องมีคนคอยให้คำปรึกษา เพราะบางทีเราคิดเองเออเองคนเดียว มันก็อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีสักเท่าไร บางทีเราอาจจะต้องมีเพื่อนคู่คิด และอาจจะต้องปรึกษาพี่เกดที่เป็นผู้จัดการเราที่เรานับถือเป็นพี่สาว ว่าเราจะเอายังไงต่อไปดี ว่ามันสมควรไหมที่จะให้อภัย ณ เวลานี้ เขาจะนึกผิดจริงๆ หรือเปล่า หรือเพียงแค่ให้มันจบไป”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดความหมายคำใหม่สุดฮิต ‘เซรั่มนารา’ ที่คนอินเทรด์ใช้กันเต็มโซเชียล

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828460

เปิดความหมายคำใหม่สุดฮิต 'เซรั่มนารา' ที่คนอินเทรด์ใช้กันเต็มโซเชียล

30 พ.ย. 2567 11:00 น.

เปิดความหมายคำใหม่สุดฮิต ‘เซรั่มนารา’ ที่คนอินเทรด์ใช้กันเต็มโซเชียล

ใครที่เป็นสายโซเชียล ต้องเจอคนใช้ศัพท์ฮิตอย่าง ‘เซรั่มนารา‘ แน่นอน เพราะชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ว่า ‘เซรั่มนารามาก’ กันแทบจะทุกคอมเมนต์ วันนี้บันเทิงไทยรัฐออนไลน์จะพาทุกคนมารู้จักศัพท์นี้กัน

เซรั่มนารา เป็นเซรั่มของนารา หรือที่รู้จักกันในชื่อ นารา เครปกะเทย เน็ตไอดอลดัง โดยนาราทำเซรั่มซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของเจ้าตัวเพื่อหาเงินใช้หนี้

จุดเริ่มต้นของคำศัพท์ฮิตนี้ ได้เริ่มจากไลฟ์ของ มิกซ์เฉลิมศรี และแฟน รวมด้วยนารา ซึ่งนารานั้นก็พูดโปรโมตเซรั่มของตัวเองทุกช่วงเวลาเท่าที่จะทำได้ ทำให้คนติดหูและนำมาพูดเป็นไวรัล ซึ่งมิกซ์เฉลิมศรีก็ร่วมอวยเซรั่มนาราให้เช่นกันว่า มันจึ้ง มันเริ่ด มันดีมาก

ต่อมา ตูน หิ้วหวี ได้ให้นิยามเพิ่มว่า เซรั่มนาราใช้ตอนบรรยายทุกสิ่ง จะอะไรก็ได้ที่เป็นสิ่งที่ดี ให้พูดไปก่อนเพราะไม่รู้จะพูดอะไร ยกตัวอย่างเช่น วันนี้แต่งตัวเซรั่มนารา! หรือ วันนี้อากาศเซรั่มนารามาก

งานนี้ยังมีชาวเน็ตมาร่วมอธิบายต่อว่า เซรั่มนารา ใช้ตอนพูดบรรยายทุกสิ่ง ใช้ได้หมดทุกสถานการณ์ เหมือนกับนาราที่ขายของได้ทุกสถานการณ์นั่นเอง

ไมค์ พิรัชต์ แจงปมโพสต์เดือด ดาราไม่ใช่ขยะของสังคม ต่อไปใครด่ามาจะด่ากลับ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828453

ไมค์ พิรัชต์ แจงปมโพสต์เดือด ดาราไม่ใช่ขยะของสังคม ต่อไปใครด่ามาจะด่ากลับ

30 พ.ย. 2567 10:29 น.

ไมค์ พิรัชต์ แจงปมโพสต์เดือด ดาราไม่ใช่ขยะของสังคม ต่อไปใครด่ามาจะด่ากลับ

จากกรณีที่นักร้อง-นักแสดงหนุ่มหล่อ ไมค์ พิรัชต์ ออกมาโพสต์เดือดบน X ว่า “ดูดีจังเลยนะ สร้างภาพเก่งสุดแล้วทำคนอื่นโดนด่า เหยียบคนอื่นให้ตัวเองสูงขึ้นแต่ก็สูงได้แค่นั้นแหละ รู้ดีอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร จะตั้งใจหรือคึกนึกสนุกโดยไม่ใช้สมองคิดก็ให้มันพอดีนะ” ซึ่งก็ทำเอาชาวโซเชียลต่างพากันสงสัยว่าใครทำให้ไมค์ของขึ้น

ซึ่งล่าสุด ไมค์ พิรัชต์ ได้ไปร่วมงาน A NIGHT OF STELLAR HONORS – AESLA AWARDS 2024 ที่จัดขึ้นโดย AESLA (เอสล่า) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ด้านความงามและเวชสำอางชั้นนำระดับโลก ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องที่ออกมาโพสต์เดือด 

– สิ่งที่โพสต์ โพสต์อย่างเร่งรีบ กำลังจะขึ้นไปรันทรู เห็นข้อความต่างๆ อารมณ์ตอนนั้นมันมาเลยพิมพ์ไป ยังไม่ได้อ่านให้ครบถี่ถ้วนด้วยซ้ำ แล้วก็ลงไป แต่ว่าเรื่องพวกนี้ก็เคลียร์ไปแล้ว และมันเป็นเรื่องเก่าไม่อยากเอามาเล่าใหม่

– มันหลายเรื่อง ตนโดนมานานแล้ว ก็เมินมาตลอด โดนบูลลี่ก็ปล่อยไป จนวันหนึ่งรู้สึกว่าดาราก็ไม่ใช่ขยะของสังคม ที่ทุกคนจะโยนอะไรใส่ก็ได้ จะเอามีดมาทิ่มใส่ก็ได้ จะทำอะไรก็ได้ เราก็มีสิทธิ์ที่จะตอบโต้หรือสู้กลับ ซึ่งเดี๋ยวนี้ดาราหลายๆ คนก็ออกมาสู้เพื่อสิทธิ์ของตัวเองเหมือนกัน 

– แม้จะเป็นคนของประชาชน แต่ไม่ใช่ขยะของประชาชน ดาราคือคนของประชาชนที่เอนเตอร์เทนคน แต่ไม่ได้เป็นคนที่ให้คนมาด่าทอ หรือต่อว่า หรือบูลลี่

– คนปกติธรรมดาโดนบูลลี่ยังมีคนออกมาปกป้องตัวเอง เมื่อตนโดนบูลลี่ก็ต้องสู้เหมือนกัน
 
– ตอนนี้ไม่อยากพูดเยอะ เพราะเรื่องมันจบไปแล้ว ตอนนี้ตัดสินใจไปแล้ว เพื่อนๆ ก็บอกว่าไม่ต้องไปสนใจหรอกคำพูดของคนพวกนี้ ชีวิตเขาไม่มีอะไรดี เลยอยากดึงเราไปอยู่กับเขา อย่าไปอยู่กับเขาตรงนั้น เราอยู่ในที่ของเราแบบนี้ดีแล้ว
 
– จะไม่มีการฟ้อง เพราะเสียเวลา แต่ก็มีคนแนะนำให้ฟ้อง แต่ตอนนี้งานตนยุ่งมาก ฟ้องก็ต้องจ้างทนาย วุ่นวายเสียเงิน เหนื่อย 

– ที่คนโยงไปเรื่องของอังอัง ไม่รู้คนโยงได้อย่างไร ไม่เกี่ยวกับตนเลย เวลาจะเสพอะไรในโซเชียลต้องเสพอย่างมีสติ อย่าอินจนเกินไป เพราะเราไม่รู้เบื้องหลัง อยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ไม่รุกล้ำพื้นที่ของคนอื่น 
 
– กับแน็ก-กามิน ก็ไม่เกี่ยว ตนไม่ได้ติดตามข่าวพวกเขา ไม่รู้เรื่องข่าวสารของคนอื่นเลย 
 
– อังอัง คือการไลฟ์กันเฉยๆ 

– พอถูกจับโยงกับ จิน รถแห่ และ ฮาน่า ถูกจับจิ้นไปเรื่อย ก็เลยพักไลฟ์ 1 อาทิตย์ ดีท็อกซ์ตัวเอง ค่อยกลับมาใหม่ 
 
– ยอมรับพอพักไลฟ์ก็ดีขึ้น และตนไปจีนมา ไปคุยงาน
 
– ตอนนี้ไม่ได้เสพคอมเมนต์แล้ว แค่ด่ากลับนิดหน่อย ถ้าอันไหนอ่านแล้วรู้สึกว่าแค่อยากจะด่า ก็จะด่ากลับ 

– ที่คนมาบอกว่าไปด่าแฟนคลับแบบนี้ไม่เป็นมืออาชีพ แล้วการเป็นมืออาชีพคือการที่ต้องยืนรอรับคำบูลลี่ของคนอื่นเหรอ มันไม่ใช่ เลยคิดว่าด่ามาด่ากลับไม่โกง เราคนไทย
 
– ตนจะไม่เป็นเหยื่อของใครอีกต่อไป จะเป็นผู้ล่า

อาร์ตี้ bamm โชว์ทำเพลง ‘เพื่อนคนนั้น’ เอง พร้อมกำกับเอ็มวีเอง ดึง ปลายฟ้า VIIS ร่วมแจม

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2828579

อาร์ตี้ bamm โชว์ทำเพลง ‘เพื่อนคนนั้น’ เอง พร้อมกำกับเอ็มวีเอง ดึง ปลายฟ้า VIIS ร่วมแจม

30 พ.ย. 2567 10:00 น.

อาร์ตี้ bamm โชว์ทำเพลง ‘เพื่อนคนนั้น’ เอง พร้อมกำกับเอ็มวีเอง ดึง ปลายฟ้า VIIS ร่วมแจม

ส่งท้ายโปรเจกต์ใหญ่ค่าย LIT Entertainment ปลายปีนี้ ที่เขาชวนสมาชิกวง PiXXiE และ bamm มาทำโซโล่สนุก ๆ แน่นอนว่ารอบนี้เป็นคิวของหนุ่มความสามารถรอบด้าน อาร์ตี้ ศรุต ลิ่วเกษมศานต์ หรือ ARTY bamm ที่หยิบคอนเซปต์กวน ๆ ของการแอบรักแอบสอบถามคนที่ชอบด้วยการอ้างว่า ‘เพื่อนฝากบอก’ หรือ ‘เพื่อนฝากถาม’ นำมาแต่งเป็นเพลง ‘เพื่อนคนนั้น’ นำเสนอวิธีน่ารัก ๆ ไว้พิชิตใจคนใกล้ตัว ที่ยังไม่ยอมรู้สักทีว่าคนคนนี้ชอบอยู่ เรียกว่ามาเพื่อเป็นตัวแทนของคนที่ไม่กล้าบอกชอบบอกรักกันตรง ๆ นั่นแหละ แต่ก็ขอเฉลยนะว่า “เพื่อนคนนั้นคือฉันเอง”

เพลงนี้เป็นฝีมือการแต่งของ อาร์ตี้ ซึ่งได้เขียนเนื้อร้องและทำนองเองทั้งหมด รวมถึงยังรับหน้าที่กำกับมิวสิกวิดีโอเองด้วย โดยได้ ปลายฟ้า VIIS หรือ ปลายฟ้า ศิระอาชา มาร่วมแจมในเส้นเรื่องสนุก ๆ ของคนอยากบอกรัก ออกมาเป็นเคมีที่ทั้งกวน ทั้งชวนเขิน แบบที่ต้องไปดูเอง! อีกทั้งเพลงนี้ยังเป็นผลงานการโปรดิวซ์ อาร์เรนจ์ มิกซ์และมาสเตอร์โดย Wine Neti หรือ ไวน์ – เนติ ศรีสงคราม ที่เคยร่วมงานกับค่าย LIT Entertainment ในเพลงชอบไปหมด (Way Too Cute) และยังเป็นศิลปินเดี่ยวที่มีผลงานการทำเบื้องหลังเพลงดังมาแล้วมากมาย

‘อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ให้ไหว’ ซิงเกิ้ลใหม่จาก JEEP ที่ได้ Dome Jaruwat มาร่วมร้องด้วย

https://www.thairath.co.th/entertain/music/2828578

'อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ให้ไหว' ซิงเกิ้ลใหม่จาก JEEP ที่ได้ Dome Jaruwat มาร่วมร้องด้วย

30 พ.ย. 2567 10:00 น.

‘อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ให้ไหว’ ซิงเกิ้ลใหม่จาก JEEP ที่ได้ Dome Jaruwat มาร่วมร้องด้วย

“JEEP” ผู้บริหารค่ายเพลง LOVEiS ที่หลงใหลในเสียง ดนตรี ได้กลับมาปล่อยซิงเกิ้ลอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นการนำเสนอเพลง ที่เข้าใจและเข้าถึงง่ายมากขึ้นกว่าครั้งก่อน ซึ่งครั้งนี้ได้ “Pat Vorapat และ Palm Pawee” ที่เป็นทั้ง ศิลปินและผู้บริหาร คนเก่ง ที่มากความสามารถในเส้นทาง ดนตรี มาเป็น Producer ให้ในหลายๆเพลง โดยยังคงความเป็น ตัวเองของอยู่ นอกจาก “JEEP” จะเป็นผู้ผลักดันผลงาน เพลงของศิลปินมากมายแล้ว ยังปล่อยซิงเกิ้ล “ความเหงาเข้ามารบกวน” และ “ฮีลใจ” และ “อย่าแตกสลายเพราะใครเลย” และล่าสุด JEEP กำลังจะปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ที่มีชื่อว่า “อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ให้ไหว” โดยได้ Dome Jaruwat มาร่วมร้องในเพลงนี้ด้วย รับชม Visualizer ได้แล้ววันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 และ MV วันที่ 3 ธันวาคม 2567

“อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ให้ไหว” เป็นซิงเกิ้ลที่3 ที่ JEEP ได้ร่วมงานกับ marr เป็นเพลงที่เล่าถึงคนที่กำลังจะอยู่ไม่ไหว แต่เราต้องอดทนอยู่ ให้ไหวถึงแม้จะไม่มีเธออยู่กับเราแล้วก็ตาม เพลงนี้เปิดมาด้วยน้ำเสียง ที่ฟังแล้วติดหูของ Dome Jaruwat ที่เนื้อเพลงมีการกล่าวถึง ความรู้สึกที่เราต้องอยู่ให้ไหวต่อไปถึงแม้ว่าในถัดไปจะไม่มีเธอที่คอยอยู่เคียงข้างเราแล้วก็ตาม และตามมาด้วยเสียงร้องที่อบอุ่นของ JEEP ให้ความรู้สึกเหมือนการได้รับความอบอุ่นที่จะพาเราให้ตัวเองต้องเข้มแข็งขึ้นไปอีกเพลงนี้ยังได้ MUKU เป็นแต่งเพลงนี้ขึ้นมา และยังได้ ไก่ สุธี แสงเสรีชน ควบคุมการร้องและมิกซ์เสียงทั้งหมด และพอได้บวกกับเสียงร้องของ JEEP และ Dome Jaruwat ก็ยิ่งทำให้เพลงนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก

สามารถติดตามผลงานพร้อม Visualizer และ MV “อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ให้ไหว” ทาง Youtube : marr music content, Instagram : marr music content, Tiktok : marr music content