กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน‘ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร’จังหวัดนครนายก

https://www.naewna.com/lady/841270

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน‘ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร’จังหวัดนครนายก

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน‘ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร’จังหวัดนครนายก

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายกกิตติมศักดิ์และประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา พระราชทานพระราชานุญาตให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์” ขึ้นเพื่อแสดงแนวคิดด้านการพัฒนา ผลงาน รวมทั้งผลิตผลต่างๆ จากโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนาทั่วประเทศ และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้มีความร่มเย็นเป็นสุข อยู่ดีกินดี อันนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศจนเกิดเป็น “ชัยชนะจากการพัฒนา” และในปี 2567 จัดขึ้นภายใต้ชื่อ“ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” ณ จังหวัดนครนายกด้วยมุ่งหมายที่จะสัญจรไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2567 เวลา 14.00 น. พร้อมทั้ง ทรงเปิดศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญและที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา ทั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดสดตลอดพิธีเปิดงาน ทางช่อง 9 MCOT HD (หมายเลข 30)

นายสุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานงานแถลงข่าวการจัดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” จังหวัดนครนายก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ร่วมแถลงข่าว ณ มูลนิธิชัยพัฒนา กรุงเทพฯ โดยงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” จะจัดให้มีขึ้น ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล และศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญและที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดนครนายก ระหว่างวันที่ 12 – 15 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00 –22.00 น.

“ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” จังหวัดนครนายก นำขบวนของอร่อย และสินค้าคุณภาพ ทั้งผลิตภัณฑ์ของใช้ ของที่ระลึก และงานหัตถกรรม ฯลฯ จากทั่วทุกภูมิภาคกว่า 170 ร้านมารวมไว้ในที่เดียว พร้อมเรื่องราวเบื้องหลังผลิตผลจากการพัฒนา บนพื้นที่ขนาดใหญ่ของสวนสาธารณะ บริเวณด้านหน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล และศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญและที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อให้นักท่องเที่ยวช้อป ชิม ชิล ท่ามกลางบรรยากาศในสวนร่มรื่นและธารน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชล ในช่วงฤดูหนาวปลายปี

ภายในงานประกอบด้วย โซนร้านค้าของมูลนิธิชัยพัฒนา นำเสนอผลิตผลจากการพัฒนาในโครงการพัฒนาต่างๆ ได้แก่ สินค้าตัวท็อปจาก “โครงการมูลนิธิชัยพัฒนา” กว่า 23 โครงการ ไม่ว่าจะเป็นกะปิปากจก ไข่ไก่อารมณ์ดี Happy Chicken ไข่โอเมก้า กล้วยตากบางกระทุ่มเมล่อนหลากหลายสายพันธุ์ เห็ดหลินจืออบแห้ง เมล็ดโกโก้อบ/โกโก้นิบส์ ชีสนมแพะ น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ฯลฯ รวมทั้ง “ร้านภัทรพัฒน์” ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลผลิตในโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนาและชุมชนต่างๆ เช่น กระเป๋าและผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก ผ้าไหมย้อมสีจากเปลือกเมล็ดคามีเลีย สินค้าแปรรูปอาหาร โลชั่น สบู่ ครีมอาบน้ำ ฯลฯ พร้อมทั้งกิจกรรมจับสลากสอยดาวลุ้นรับของรางวัลมากมาย และ “ร้านจันกะผัก” ซึ่งเป็นร้านที่ตั้งขึ้นเพื่อจำหน่ายพืชผักที่มาจากการพัฒนาพันธุ์ รวมถึงอาหารซึ่งใช้พืชผักที่ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริผลิตเอง โดยในงานจะจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ที่มาจากการพัฒนาพันธุ์ ข้าวหอมมะลิคุณภาพ ผักสด รวมถึงจำหน่ายอาหารซึ่งใช้พืชผักปลอดภัย

โซนสินค้าจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 ศูนย์ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสำนักงาน กปร. นำสินค้าวัตถุดิบอาหารพรีเมียมและหายากมาจำหน่ายในงาน เช่น โคเนื้อภูพานแช่แข็งแพะขุนภูพานแช่แข็ง ไก่ดาภูพานแช่แข็ง ไส้กรอกกวาง ณ ภูพาน จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จ.สกลนคร, กุ้งขาวแวนนาไม และปูทะเล (ปูขาว) จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ จ.จันทบุรี, เป็ดปากน้ำและไก่เขาหินซ้อน จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯจ.ฉะเชิงเทรา, กบนา จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จ.เชียงใหม่, ไข่มดแดงในน้ำเกลือ จากโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งฯจ.ยโสธร, ปลากระบอกร้า โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ ตลอดจนสินค้าของกินของใช้ตัวเด่นๆ เช่น กาแฟคั่วภูสิงห์ อาหารและผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากสาหร่ายพวงองุ่นและสาหร่ายผักกาดทะเล, Booster Shot ผักและผลไม้,ธัญพืชชนิดแท่งผสมผลไม้, ผ้าพันคอ/ผ้าคุมไหล่ย้อมคราม, ผ้าใยสับปะรด กระเป๋าใยโตนด เป็นต้น

โซนศิษย์เก่าหลักสูตร “ผู้นำการพัฒนาอย่างยั่งยืน” (นพย.) จัดแสดงผลงานของกลุ่มศิษย์เก่า นพย. ที่เป็นผู้นำในภาคธุรกิจ ผู้นำชุมชน อาจารย์ และเกษตรกร ซึ่งหลังจากเรียนจบหลักสูตรจนถึงปัจจุบันยังรวมตัวกันเพื่อนำความรู้ที่ได้จากหลักสูตรไปต่อยอดจากงานของตัวเองสู่งานพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยในงานจะจำหน่ายสินค้าจากชุมชนที่กลุ่มศิษย์เก่า นพย. ได้เข้าไปช่วยพัฒนาจนประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ มูลนิธิชัยพัฒนาได้จัดตั้งหลักสูตร นพย. เพื่อสนองพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้พระราชทานพระราชกระแสให้พิจารณาจัดทำโครงการอบรมหลักสูตรผู้นำของมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยได้น้อมนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นกรอบในการจัดทำหลักสูตร

โซนของดีของอร่อยจังหวัดนครนายก คัดสรรของกินขึ้นชื่อจากร้านอาหารดังและผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดกว่า 90 ร้าน เช่น มะยงชิดแปรรูป ไอศกรีมมะยงชิด กล้วยอบซอสมะยงชิด ข้าวเกรียบเห็ด น้ำพริกเห็ด อาหารสำเร็จรูปจากปลา ชามะดัน เนื้อโคขุนแฮมเบอร์เกอร์ กุ้งอบสมุนไพร ปลาเผ่าวังดอกไม้ ปลาจ่อม ปลาเบรกแตก ปลาดุกฟูผัดสมุนไพร กบแดดเดียว มัลเบอร์รี่ชีสเค้ก กล้วยอบซอสมะยงชิด ไข่เค็มมะดัน ขนมไหมฟ้า ไข่เค็มใบไผ่ฮ่อยจ๊อยักษ์ ข้าวขาหมูน้ำจิ้มมะดัน ไก่กังหัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม DIY สำหรับเยาวชน โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และบูธสินค้าผลงานของเด็กนักเรียนในโรงเรียนในจังหวัดนครนายก

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น สาธิตการประกอบอาหารจากเชฟชื่อดัง, กิจกรรม “You Hunt We Cook คุณเลือก เราปรุง” โดยกูร์เมต์ มาร์เก็ต ยกร้าน “You Hunt We Cook” ปรุงอาหารกันสดๆ ให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อวัตถุดิบจากบูธต่างๆ ภายในงานแล้วนำมาให้เชฟผู้มากประสบการณ์เป็นผู้ปรุง และนิทรรศการความรู้ อีกทั้ง ภายในงานมีจุดเช็คอินถ่ายภาพเก๋ๆ และพื้นที่นั่งชิลจิบกาแฟชมบรรยากาศริมน้ำ ที่นักท่องเที่ยวสายกินต้องฟินแน่นอน

“ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” ยังมีกิจกรรม TikTok Contest เปิดให้ผู้เล่น TikTok ร่วมประกวดคลิปลุ้นรางวัลพิเศษจากมูลนิธิชัยพัฒนา ได้แก่ ประกวดทำคลิป TikTok ทำอาหาร ที่ใช้วัตถุดิบจากโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา และประกวดทำคลิป TikTok ประชาสัมพันธ์การเที่ยวงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร” เพื่อร่วมบันทึกความประทับใจไปด้วยกัน ผู้สนใจสามารถติดตามได้ที่ TikTok มูลนิธิชัยพัฒนา หรือ chaipattana9 และ Facebook มูลนิธิชัยพัฒนา

ใช้ชีวิตได้เต็มที่ เคลื่อนไหวแบบไม่มีลิมิต ด้วยคลาสออกกำลังกาย ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ข้อต่อ Mobility Exercise

https://www.naewna.com/lady/841241

ใช้ชีวิตได้เต็มที่ เคลื่อนไหวแบบไม่มีลิมิต ด้วยคลาสออกกำลังกาย  ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ข้อต่อ Mobility Exercise

ใช้ชีวิตได้เต็มที่ เคลื่อนไหวแบบไม่มีลิมิต ด้วยคลาสออกกำลังกาย ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ข้อต่อ Mobility Exercise

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คลับฟิลิป เวน คลับเพื่อสุขภาพและความงามของผู้หญิงที่ให้บริการระดับไฮเอนด์อย่างครบวงจร ออกคลาสออกกำลังกายใหม่ล่าสุด เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพ และช่วยส่งเสริมสมรรถภาพร่างกายในการใช้ชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เนื่องจากปัจจุบันหลายคนเริ่มหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองกันมากขึ้น ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทำให้ชีวิตประจำวันในปัจจุบันต้องยอมรับว่า เราได้ขยับร่างกายน้อยลง นั่งติดโต๊ะทำงานมากขึ้น เสียเวลาเดินทางนั่งติดอยู่บนรถนานมากขึ้น รวมไปถึงการใช้สมารท์โฟน ที่ทำให้คนในยุคปัจจุบันมีพฤติกรรมการติดจอ ทำให้ต้องก้มหน้าดูหน้าจอเป็นเวลานานๆ ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย อาการปวดเมื่อย ตึงคอ บ่า ไหล่ ตามมา ด้วยเหตุปัจจัยเหล่าล้วนส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันของเรา ที่ไม่คล่องตัว และเกิดการติดขัดในบางส่วนตามมา

โดยเฉพาะสมาชิกฟิลิป เวน ที่เป็นวัยทำงาน และผู้บริหาร ที่มีปัญหาเรื่องพฤติกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายในส่วนต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป ทางฟิลิป เวน
ได้ให้ความสำคัญกับการดูแล และเพิ่มทางเลือกเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในแง่การดูแลสุขภาพทุกๆ คน จึงเป็นที่มาของการเกิดคลาสออกกำลังกายแบบกลุ่ม คลาสใหม่ล่าสุด คือ Mobility Exercise

Mobility Exercise นั้นจะเป็นการออกกำลังกายด้วยท่าทางต่างๆ ที่ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่องเป็นเซตๆ เพื่อส่งเสริมให้ข้อต่อตามจุดต่างๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวได้คล่องตัวมากขึ้น สามารถขยับตัวได้อย่างอิสระ ในทิศทาง องศาที่ต้องการ ได้มากกว่าเดิม จากที่มีปัญหาขาดความยืดหยุ่น คล่องตัว ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ที่ออกกำลังกายในคลาสนี้ มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันดีขึ้นตามไปด้วย

หรือแม้กระทั่งในนักกีฬาเอง หรือผู้ที่ออกกำลังกายมาอย่างหนัก จนกล้ามเนื้อบางส่วนมีอาการเกร็ง หดตัว หรือเกิดการบาดเจ็บ การฝึกเล่น Mobility Exercise นอกจากจะช่วยบรรเทา และป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดการบาดเจ็บได้แล้วนั้น ยังช่วยให้สมรรถภาพร่างกายสามารถทำงานได้ดีขึ้นกว่านักกีฬาที่ไม่ได้ออกกำลังกายประเภทนี้เสริม เมื่อร่างกายเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น คล่องตัว หรือขยับท่าทางได้ในองศาที่มากกว่าปัจจุบัน ก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการเล่นกีฬาให้ดียิ่งขึ้นไปด้วยนั่นเอง

ทั้งนี้ ตูน-นิชกุล แสงนิกร ผู้จัดการในส่วนห้องยิมและฟิตเนตของคลับฟิลิป เวน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเอาไว้ว่า “Mobility Exercise นั้น คือ การออกกำลังกายที่ช่วยพัฒนาความสามารถในการเคลื่อนไหวข้อต่อ โดยสามารถฝึกได้หลากหลายรูปแบบ โดยใช้อุปกรณ์ร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้ เหมาะกับกลุ่มบุคคลทุกช่วงอายุ ทั้งนักกีฬา คนทั่วไปรวมถึงในส่วนของกลุ่มผู้สูงอายุอีกด้วย”

ทั้งนี้ ที่ฟิลิป เวน ได้เริ่มนำคลาส Mobility Exercise เพิ่มเข้าไปในตารางออกกำลังกายประจำสัปดาห์เพื่อให้ท่านสมาชิกที่เป็น Fitness Membership ของคลับ ได้เริ่มทดลองเข้าคลาสนี้มาตั้งแต่ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มสมาชิกที่เข้าใช้บริการ

สำหรับผู้ที่สนใจอยากออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย บำรุงข้อต่อให้แข็งแรง ช่วยในการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้คล่องตัวมากขึ้น สามารถติดต่อขอคำแนะนำได้จากที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของฟิลิป เวน ได้ทั้ง 2 คลับฟิลิป เวน คลับราชประสงค์ (ตึกเกษร อมรินทร์ ชั้น 19) และ ฟิลิป เวน คลับลาดพร้าว (ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ชั้น 12A) หรือสามารถเพิ่มเพื่อนที่ Line OA : @phillipwainth (มี@ข้างหน้า) หรือกดเพิ่มเพื่อนได้จากลิงก์ https://bit.ly/3K7ojIE ค่ะ

River Festival 2024 สืบสานทศวรรษมงคลอันดีงาม ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ‘ลอยกระทงรักษ์โลก’

https://www.naewna.com/lady/841255

River Festival 2024 สืบสานทศวรรษมงคลอันดีงาม  ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ‘ลอยกระทงรักษ์โลก’

River Festival 2024 สืบสานทศวรรษมงคลอันดีงาม ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ‘ลอยกระทงรักษ์โลก’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร เครือข่ายมิตรภาคีทุกภาคส่วน จัดงานเทศกาลเฟสติวัลแห่งปี “River Festival 2024 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย” อย่างยิ่งใหญ่ฉลองครบรอบ 10 ปี กับทศวรรษมงคลอันดีงามที่ได้ร่วมส่งเสริม สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันทรงคุณค่าของไทยที่สืบต่อกันมาแต่ช้านานที่กลายเป็นหมุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ปีนี้จัดขึ้นพร้อมกันในพื้นที่ 2 จังหวัด คือ “Bangkok River Festival 2024” ณ บริเวณ 10 ท่าน้ำสำคัญทางประวัติศาสตร์ตลอดริมโค้งน้ำที่ยาวที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงงาน “Lamphun River Festival 2024” ที่จังหวัดลำพูนที่จะถูกเนรมิตการจัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ พร้อมไฮไลท์กิจกรรมตลอด3 วัน 3 คืน ตั้งแต่วันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. โดยมี สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว พร้อมด้วย สุรพล เศวตเศรนี ประธานจัดงานฯ และ นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้สนับสนุนหลักการจัดงาน ร่วมด้วย กองทัพเรือกรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมงาน ณ อาคารสิริภักดีธรรมวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสกับความงดงามของสายน้ำเจ้าพระยาท่ามกลางบรรยากาศใต้แสงจันทร์ในงาน “Bangkok River Festival 2024” บนพื้นที่การจัดงานของ 10 ท่าน้ำสำคัญ ประกอบด้วย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร,ท่ามหาราช, ท่ายอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ก, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์, สุขสยามณ ไอคอนสยาม และคลองโอ่งอ่าง บริเวณวัดบพิตรพิมุขฯ รวมถึงงานLamphun River Festival 2024 ที่จัดขึ้นถนนรถแก้ว จังหวัดลำพูน เที่ยวชมโคมประดับอันสวยงาม การแสดงดนตรีจากเยาวชน ตลาดอาหารชุมชน ไหว้พระขอพรยามค่ำคืน พร้อมดูแลรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อมด้วยการรณรงค์ไม่เพิ่มขยะในแม่น้ำลำคลองผ่านการลอยกระทงประทีปเทียนหอมใน “บ่อลอยกระทงรักษ์โลก” ขนาดใหญ่ที่ได้จัดเตรียมไว้ในทุกพื้นที่ ชมการแสดงวัฒนธรรมด้านดนตรีไทยดุริยกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์จากมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะที่ยังเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไปยังพื้นที่สำคัญต่างๆ ให้คุณได้ชื่นชมผลงานศิลปะมากมายจากศิลปินระดับโลก Bangkok Art Biennale (BAB 2024), โครงการรักษ์มรดกไทย by Thai Group ณ ลานอรุณ วัดอรุณฯ, กิจกรรม RPST Photo Walk & Duo Shots Knockout บนเส้นทาง Guided Route กับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯที่จัดเอาใจคนรักการถ่ายภาพ พร้อมร่วมชมอัตลักษณ์ที่งดงามจากสถาปัตยกรรมที่ผสานเรื่องเล่าประจำชุมชนริมน้ำ กิจกรรมสรรค์สุข สนุกไปกับแสงสีและอิ่มเอมไปกับมรดกศิลป์ทรงคุณค่าเชื่อมโยงวิถีวัฒนธรรมอันดีงาม และกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ พิธีขอขมาพระแม่คงคา, สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์, สวดมนต์เจริญสมาธิ,ซุ้มอาหารชุมชนชวนชิม และตลาดนัดชุมชนที่รวมของดีของเด่นประจำท้องถิ่นมารวมไว้ในงานให้ได้ ช้อป ชม ชิมอย่างจุใจ พร้อมตื่นตาเพลินใจไปกับไฮไลท์การแสดงแต่ละท่าน้ำ เช่น การแสดงดนตรีไทยร่วมสมัย การแสดงโขน การแสดงลิเก ศิลปะไทย หนังใหญ่เป็นต้น โดยในวันงาน วันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2567 มีบริการเรือด่วนรับส่งฟรีใน 10 ท่าน้ำ และในคืนวันลอยกระทง วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 มีเรือให้บริการถึงเที่ยงคืน สอบถามหรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.riverfestivalthailand.com และfacebook/riverfestivalthailand

Awakening Bangkok 2024 กลับมาปลุกไฟย่าน เติมไฟคน ฉายแสงให้ย่านเก่าเขตพระนคร สว่างไสวด้วยไฟสร้างสรรค์

https://www.naewna.com/lady/841272

Awakening Bangkok 2024 กลับมาปลุกไฟย่าน เติมไฟคน  ฉายแสงให้ย่านเก่าเขตพระนคร สว่างไสวด้วยไฟสร้างสรรค์

Awakening Bangkok 2024 กลับมาปลุกไฟย่าน เติมไฟคน ฉายแสงให้ย่านเก่าเขตพระนคร สว่างไสวด้วยไฟสร้างสรรค์

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เทศกาลแสงไฟและศิลปะดิจิทัลประจำปีของกรุงเทพฯ “Awakening Bangkok 2024” กลับมาจัดอีกครั้งเป็นปีที่ 7 ในธีม “One Light, One Rises|ปลุกไฟย่าน เติมไฟคน” ฟื้นคืนชีวิตให้ย่านเก่า เติมไฟและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 ต่อยอดความสำเร็จจากปี 2023 จัดงานในเขตพระนครเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันจัดแสดงศิลปกรรมไฟและศิลปะดิจิทัล 36 ชิ้น ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้ตื่นตาตื่นใจ เชื่อมั่น สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกให้มาเยี่ยมชมเทศกาลได้ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้กระจายไปยังชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคัก ผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เดินหน้าตามเป้าหมาย

พงศ์สิริ เหตระกูล ผู้อำนวยการเทศกาล Awakening เปิดเผยว่า “เราเชื่อว่าศิลปกรรมไฟและดิจิทัลไม่เพียงแต่ปลุกฟื้นย่านเก่า แต่ยังช่วยเติมไฟ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนด้วย Awakening Bangkok 2024 จึงกลับมาในธีม “One Light, One Rises|ปลุกไฟย่าน เติมไฟคน” ปีนี้เป็นปีที่ 7 ของ Awakening Bangkok และเป็นปีที่ 2 ที่จัดขึ้นในเขตพระนคร หลังจากเมื่อปี 2566 การจัดงานใน3 เส้นทางหลัก ถนนสนามไชย บำรุงเมือง และเฟื่องนคร ได้รับการตอบรับเกินคาดหมาย มียอดผู้เข้าชมสูงที่สุดนับตั้งแต่จัดงานมา ปีนี้เราจึงขยายเส้นทางไปยังพื้นที่สามยอด โดยแบ่งเป็น 4 เส้นทางเชื่อมต่อกัน เพื่อบอกเล่า 4 ธีมย่อย ได้แก่ Sustainability, Prosperity, Inclusivity และ Positivity ซึ่งจัดแสดงศิลปกรรมไฟและศิลปะดิจิทัลรวม 36 ชิ้น จากผลงานของนักออกแบบไทยและต่างชาติ รวมถึงนิสิตและนักศึกษาจากหลากหลายมหาวิทยาลัย โดยมีจุดแสดงหลัก ได้แก่ ยอดพิมานริเวอร์วอล์ก, ตลาดยอดพิมาน,มิวเซียมสยาม, สวนสราญรมย์, แพร่งภูธร,ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และสวนรมณีนาถ”

ทั้งนี้ Awakening Bangkok 2024 นับเป็นอีกครั้งที่ภาครัฐและเอกชนผนึกกำลังร่วมกัน โดย กรุงเทพมหานคร, การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.), สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ, โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย, เครื่องดื่มชเวปส์, มารีเมกโกะ ไทยแลนด์ และ สีฟ้า เนรมิตที่สุดของเทศกาลแห่งแสงสีขึ้นใจกลางกรุงเทพมหานคร เพื่อเติมสีสันให้กับเมือง รวมถึงขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค โดยเฉพาะในเขตพระนครทำให้มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่าเดิมและก่อให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนมากขึ้นในระหว่างจัดงาน สะท้อนให้เห็นถึงพลังของศิลปะที่สามารถเข้าถึงผู้คนโดยไร้ขีดจำกัด

รศ.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ทุกครั้งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าเทศกาลแสงสี Awakening Bangkok ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากคนกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวที่สนใจทางด้านศิลปวัฒนธรรม จึงนับเป็นหนึ่งในเทศกาลเมืองที่สำคัญ ซึ่งมีส่วนช่วยผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งศิลปวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่ดึงดูดประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือนกรุงเทพฯ มากขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง สร้างความคึกคักทางเศรษฐกิจ ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างเมือง ชุมชน และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนเมืองด้วยกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์”

นายอาชวันต์ กงกะนันทน์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การจัดกิจกรรรม Awakening Bangkok นอกจากเป็นการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวหลักที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์และความร่วมสมัย ยังเป็นอีกหนึ่งการสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทาง เชื่อมโยงระหว่างพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในและชั้นนอก กระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจได้ทั่วถึงทุกสินค้าท่องเที่ยว และทุกกลุ่มเป้าหมาย”

เทศกาลแสงไฟและศิลปะดิจิทัลประจำปี “Awakening Bangkok 2024” เปิดให้ทุกคนเข้าชมฟรี ไปจนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00-23.00 น. กับหลายพิกัดบนเส้นทางถนนสนามไชย บำรุงเมือง เฟื่องนคร และย่านสามยอด โดยสามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT (สถานีสนามไชยและสถานีสามยอด) แล้วมาปลุกไฟย่าน เติมไฟคน เก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจไปด้วยกันกับ Awakening Bangkok 2024

เปิดตัว ‘APi clinic surgery & wellness’ สัมผัสประสบการณ์ความงามเหนือระดับ

https://www.naewna.com/lady/841240

เปิดตัว ‘APi clinic surgery & wellness’   สัมผัสประสบการณ์ความงามเหนือระดับ

เปิดตัว ‘APi clinic surgery & wellness’ สัมผัสประสบการณ์ความงามเหนือระดับ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สัมผัสประสบการณ์ความงามอันเหนือระดับกับงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ APi clinic surgery & wellness โดยหมอต้น AF – นายแพทย์อภิวัฒน์ พิริยไชโย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานเปิดตัวครั้งแรกที่ถูกถ่ายทอดลงในคอนเซ็ปต์ You’re a work of art นิทรรศการภาพถ่ายสุดพิเศษที่จัดแสดง “ศิลปะแห่งความงาม” ของการทำศัลยกรรมที่ประณีต สวยงาม ดุจงานปั้นชิ้นเอกที่เสกสรรจากศิลปินมือฉมังผ่านเลนส์ของช่างภาพระดับแนวหน้าของเมืองไทย ติ๋ม-พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์  

APi clinic surgery & wellness ถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 2561 จากอาคารพาณิชย์ที่ตกแต่งสวยงาม สะอาด ปลอดภัย ภายใต้จุดยืน “More Safety More Beauty” ความปลอดภัยต้องมาก่อน โดยชื่อคลินิกมีที่มาจากตัวย่อชื่อภาษาอังกฤษของนายแพทย์อภิวัฒน์ พิริยไชโย หรือที่รู้จักกันในนาม “หมอต้น  AF” จากรายการเรียลิตี้โชว์ชื่อดังอย่างการแข่งขัน อคาเดมี่ แฟนเทเชีย (Academy Fantasia)  ซีซั่น 10 ที่สะท้อนถึงตัวตนและปณิธานอันแน่วแน่ในการให้บริการโดยยึดหลักการด้านคุณภาพและความปลอดภัย จนมาเป็น APi clinic surgery & wellness  แห่งใหม่นี้ที่ใหญ่โตกว้างขวาง สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ยกระดับมาตรฐานการดูแลสูงขึ้น เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 โดยยังคงยึดมั่นในหลักการด้านคุณภาพและความปลอดภัย รวมถึงมาตรฐานการดูแลคนไข้และการบริการอย่างจริงใจเช่นเดิม

หมอต้น AF – นายแพทย์อภิวัฒน์ พิริยไชโย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า นับเป็นโอกาสอันดีที่เราได้จัดงานเฉลิมฉลองเปิดตัว APi clinic surgery & wellness อย่างเป็นทางการ เราจัดงานนี้ภายใต้คอนเซ็ปต์ You’re a work of art  ในรูปแบบงานนิทรรศการภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามจากผลงานการทำศัลยกรรม ที่สามารถผสมผสานศาสตร์และศิลป์เอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว มันคือศิลปะของการออกแบบ ความประณีต ความพิถีพิถัน จนเกิดเป็นอัตลักษณ์ความงามเฉพาะบุคคล เหมือนกับผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ถูกเสกสรรปั้นแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ถ่ายทอดผ่านมุมมองและฝีมือการถ่ายภาพโดยช่างภาพระดับแนวหน้าของเมืองไทยอย่างคุณติ๋ม-พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ ที่สามารถนำเสนอผลงานออกมาได้เป็นอย่างดี สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนค้นพบ “ศิลปะแห่งความงาม” ในแบบฉบับของตัวเองได้อย่างแท้จริง”

APi clinic surgery & wellness คลินิกเสริมความงามที่ให้บริการความงามหลายด้าน อาทิ การศัลยกรรมจมูก, การปรับโครงสร้างใบหน้าและลำตัว, สกินเอนจิเนียริ่ง ดูแลทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถันโดยหมอต้น AF ที่มีผลงานโดดเด่นจากการเสกความงามทั้งการปรับโครงสร้างใบหน้าและลำตัวทั้งหมดให้แก่ผู้เข้าประกวดนางงามในหลากหลายเวทีและมีสาวงามประสบความสำเร็จมากมายทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ เช่น อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัสกานต์-ชนนิกานต์ สุพิทยาพร และยังมีเหล่าบรรดา ลูกสาวหมอต้น AF” อีกหลายคนที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม มีรูปลักษณ์ที่ดีขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องการันตีถึงผลงานและความสำเร็จ ส่งผลให้หมอต้น AF เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจนมีเหล่าบรรดาสาวงามและพี่เลี้ยงนางงามเข้ามาให้หมอต้น AF ช่วยดูแลความงามให้แก่ผู้เข้าประกวดอยู่เสมอ 

ร่วมดูแลตนเองให้สวยสมบูรณ์แบบในแบบฉบับของตนเองที่ “APi clinic surgery & wellness” 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : https://www.facebook.com/apiclinicc และ  Instagram : @api_clinic

‘Boghossian’อวดโฉมไฮจิวเวลรี่คอลเลคพิเศษ‘Palace Voyages’ กับผลงานมาสเตอร์พีซ‘Grand Court’แรงบันดาลใจจากพระบรมมหาราชวัง

https://www.naewna.com/lady/841274

‘Boghossian’อวดโฉมไฮจิวเวลรี่คอลเลคพิเศษ‘Palace Voyages’  กับผลงานมาสเตอร์พีซ‘Grand Court’แรงบันดาลใจจากพระบรมมหาราชวัง

‘Boghossian’อวดโฉมไฮจิวเวลรี่คอลเลคพิเศษ‘Palace Voyages’ กับผลงานมาสเตอร์พีซ‘Grand Court’แรงบันดาลใจจากพระบรมมหาราชวัง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ครั้งแรกในประเทศไทย Boghossian แบรนด์เครื่องประดับไฮจิวเวลรี่สุดหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ นำเสนอคอลเลคชั่นพิเศษ“Palace Voyages” แบบเอ็กซ์คลูซีฟณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา รวบรวมไฮจิวเวลรี่ชั้นสูงกว่า 13 ชิ้นจากคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแหล่งวัฒนธรรมอันมั่งคั่ง รวมถึงความงดงามและมรดกตกทอดที่สืบสานต่อกันมาทั้งในโลกตะวันออกไปจนถึงโลกตะวันตก ซึ่งก็คือพระราชวังต่างๆ จากทั่วโลก อาทิ พระบรมมหาราชวังในประเทศไทย พระราชวังเฉียนหลงในปักกิ่ง และพระราชวัง Brighton Pavilion ในสหราชอาณาจักร เป็นต้น

Shimmering Rays เป็นเซตไฮจิวเวลรี่ที่ถ่ายทอดความสวยงามเรืองรองของพระบรมมหาราชวังของไทย เด่นสะดุดตาด้วยเพชรแฟนซีสีเหลืองเข้ม (Fancy intense yellow diamond) และเพชรน้ำงามสว่างไสวสะท้อนความแวววาวตระการตา ผลงานชุดนี้ได้รับการดีไซน์ให้มีเหลี่ยมมุมและเส้นสายที่ขนานกันอย่างกลมกลืน จำลองความรู้สึกจากการกวาดสายตามองขึ้นไปตามเสาขนาดมหึมาอันสูงลิบลิ่วของพระบรมมหาราชวัง โดยใช้การฝังอัญมณีแบบซ่อนหนามเตย(Invisible setting) เพื่อสร้างเส้นสายที่บริสุทธิ์และให้ความรู้สึกอันน่ามหัศจรรย์ โดยจี้ตรงกลางแสดงถึงการตีความแบบร่วมสมัยของเศียรพญานาค ซึ่งปรากฏอยู่ทั่วทั้งพระบรมมหาราชวังโดยสัตว์ในตำนานเหล่านี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับจิวเวลรี่ในเซต “Golden Dragon” อีกด้วย

Mr.Albert Boghossian ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Boghossian กล่าวว่า “ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับเราที่ได้นำคอลเลคชั่น“Palace Voyages” มาจัดแสดง ณ หนึ่งในเมืองที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้ เช่นเดียวกับอัญมณีล้ำค่า พระราชวังเป็นแหล่งรวมแห่งการกลั่นกรองแก่นแท้ของจินตนาการและความงดงามอย่างแท้จริง ตัวอย่างงานศิลปะและงานฝีมือที่ถือเป็นที่สุดแห่งยุคสมัยนั้นๆต่างเจริญเบ่งบานไปด้วยอิสรภาพและหาดูได้ยากในบริบทอื่นๆ สำหรับไฮจิวเวลรี่ชุด “Grand Court” นี้ เราหวังว่าจะเป็นการคงไว้ซึ่งความเป็นศิลปะและหัตถศิลป์อันเป็นสัญลักษณ์ของพระบรมมหาราชวังในกรุงเทพมหานครไว้ได้อย่างลึกซึ้ง อีกทั้งยังเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกซาบซึ้งต่อมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติไปสู่ลูกค้าของเราทั่วโลก”

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องประดับไฮจิวเวลรี่คอลเลคชั่นพิเศษ “Palace Voyages” สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์บูทิคของเราได้ที่ boutiques worldwide โดยมีสาขาตั้งอยู่ที่เมืองเจนีวา ลอนดอน และฮ่องกง

สมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย ร่วมประชุมวิชาการกีฬาเวชศาสตร์โลก

https://www.naewna.com/lady/841258

สมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย ร่วมประชุมวิชาการกีฬาเวชศาสตร์โลก

สมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย ร่วมประชุมวิชาการกีฬาเวชศาสตร์โลก

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของ รศ.นพ.พินิจ กุลละวาณิชย์ นายกสมาคมฯ ร่วมประชุมวิชาการ สร้างเครือข่ายและนำเสนอผลงาน ในงาน
ประชุม World congress of International Federation of Sports Medicine 2024 ของสมาคมกีฬาเวชศาสตร์โลกที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระหว่างวันที่ 24-27 ตุลาคม 2567

รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ นายกสมาคมกีฬาเวชศาสตร์ฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร อาทิ นพ.อรรถ นานา อุปนายกฝ่ายวิชาการ และ นพ.มีชัย อินวู๊ด รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้เพื่อแสดงผลงานความก้าวหน้าเสริมสร้างความรู้ แบ่งปันและหารือเกี่ยวกับการพัฒนาด้านกีฬาเวชศาสตร์ ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งในคืนแรกที่เดินทางไปถึง กงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ นิภา นิรันดร์นุต จัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะกรรมการสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย ณ ทำเนียบฯอย่างอบอุ่นและเป็นที่น่าประทับใจ

วันต่อมา รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ นายกสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย รับเชิญจาก สรยุทธ ชาสมบัติเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปบรรยายเรื่อง “การดูแลสุขภาพ” ให้พี่น้องคนไทยในกรุงอาบูดาบี ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

โอกาสนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและป้องกันปัญหา รวมทั้งลดความเสี่ยงด้านสุขภาพแก่สมาชิกชุมชนไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีการบรรยายเรื่อง “ศิลปะในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข” โดย รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และการตรวจร่างกายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่พี่น้องชาวไทยในเมืองดูไบและรัฐทางตอนเหนือของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดย นพ.สุนีล ปาวา นายแพทย์เชื้อสายไทย และภรรยาพญ.Sonia Sachdeva สูตินรีแพทย์

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีของชุมชนไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางและกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มีโอกาสน้อยในการเข้ารับบริการด้านสุขภาพที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิดปัญหาด้านสุขภาพของชุมชนไทย ซึ่งอาจนำมาซึ่งปัญหาด้านอื่นๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับภารกิจในการคุ้มครองและดูแลคนไทย ที่ปัจจุบันมีกรณีผู้ป่วยหนักในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นจำนวนมาก ซึ่งการบรรยายโดยผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพในองค์รวม ให้ความรู้แนวปฏิบัติในการรักษาสุขภาพขั้นพื้นฐานที่ทุกคนสามารถปฏิบัติตามได้ รวมทั้งข้อคิดการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณภาพ โดยมีชุมชนชาวไทยในดูไบและรัฐทางตอนเหนือฯให้ความสนใจ เข้าร่วมรับฟังและสอบถามประเด็นด้านสุขภาพต่างๆ นอกจากนี้ การตรวจสุขภาพให้แก่ชุมชนไทยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายมีพี่น้องชาวไทยมาตรวจร่างกาย ตรวจวัดความดัน ระดับน้ำตาลในเลือด และรับคำปรึกษาด้านสุขภาพอย่างตั้งใจ

นิภา นิรันดร์นุต กงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะกรรมการสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย ณ ทำเนียบกงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างอบอุ่น

นิภา นิรันดร์นุต กงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะกรรมการสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย ณ ทำเนียบกงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างอบอุ่น

นิภา นิรันดร์นุต กงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะกรรมการสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย ณ ทำเนียบกงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างอบอุ่น

นิภา นิรันดร์นุต กงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะกรรมการสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย ณ ทำเนียบกงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างอบอุ่น

นิภา นิรันดร์นุต กงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะกรรมการสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย ณ ทำเนียบกงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างอบอุ่น

นิภา นิรันดร์นุต กงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะกรรมการสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย ณ ทำเนียบกงสุลใหญ่ประจำนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างอบอุ่น

สรยุทธ ชาสมบัติ มอบของที่ระลึกแด่ รศ.นพ.
พินิจ กุลละวณิชย์ ในโอกาสมาบรรยายพิเศษ

สรยุทธ ชาสมบัติ มอบของที่ระลึกแด่ รศ.นพ. พินิจ กุลละวณิชย์ ในโอกาสมาบรรยายพิเศษ

รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ นายกสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย บรรยายเรื่อง “การดูแลสุขภาพ” ให้พี่น้องคนไทยในกรุงอาบูดาบี ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อส่งเสริมการมีสุข ภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี

รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ นายกสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย บรรยายเรื่อง “การดูแลสุขภาพ” ให้พี่น้องคนไทยในกรุงอาบูดาบี ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อส่งเสริมการมีสุข ภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี

รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ นายกสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย บรรยายเรื่อง “การดูแลสุขภาพ” ให้พี่น้องคนไทยในกรุงอาบูดาบี ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อส่งเสริมการมีสุข ภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี

รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ นายกสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย บรรยายเรื่อง “การดูแลสุขภาพ” ให้พี่น้องคนไทยในกรุงอาบูดาบี ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อส่งเสริมการมีสุข ภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี

สรยุทธ ชาสมบัติ เอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับ
เอมิเรตส์ พร้อมคณะให้การต้อนรับ รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

สรยุทธ ชาสมบัติ เอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ พร้อมคณะให้การต้อนรับ รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

คุณแหน : 14 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/841269

คุณแหน : 14 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 14 พฤศจิกายน 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● ปูชนียบุคคลทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติมานานกว่า 40 ปี และได้รับรางวัลเชิดชูเกียรตินับไม่ถ้วน ล่าสุด ในวัย 97 ปี คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณเป็น “ค่าของแผ่นดิน” ประจำปี 2566 จากการคัดเลือกของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี… เป็นขวัญกำลังใจที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประชาชน สังคม และประเทศชาติ รวมทั้งเป็นต้นแบบแห่งการสร้างสรรค์ความดีโดยจะเข้ารับรางวัลจากนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 20 พ.ย.10.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล…

●● 11.11 ทุกเงินบริจาค 1 พันบาท ในกองทุนเพื่ออุปกรณ์การแพทย์เพื่อโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รับของที่ระลึกพิเศษ กระบอกน้ำพรีเมียม 36 ปี ตั้งแต่ 11-15 พ.ย. รับของได้ที่ห้องรับบริจาคชั้น 1 อาคาร ม.ร.ว.สุวพรรณ สนิทวงศ์ ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า..

●● ร่วมฉลองครบรอบ 10 ปีความสัมพันธ์ Akita-Thailand ร่วมชมการแสดง “Nishimonai Bon Odori” การแสดงเต้นรำพื้นเมือง บง โอโดริ ซึ่งมีมานานกว่า 700 ปี พร้อมชมความน่ารักจากสุนัขสายพันธุ์พื้นเมืองอาคิตะ จากบ้านฟาร์มสุนัขพันธุ์อาคิตะ – KINU Akita Kennel และ Onigiri Akita and Shiba House วันที่ 14 พ.ย.17.30-19.00 น. บริเวณลานหน้า lobby รร.มณเฑียร สุรวงศ์ พร้อมรับของชำร่วยภายในงาน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ..

●● ขอแสดงความเสียใจกับ ลลิสา จงบารมีที่สูญเสีย อ.ศุภกิจ อุตตรนคร เลขาธิการมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร…สวดพระอภิธรรมศาลา 9 วัดธาตุทอง 9-15 พ.ย.18.30 น….ฌาปนกิจ 16 พ.ย. 14.00 น….

●● ถึงท่านผู้อ่าน “แนวหน้า” ที่ตามหาบัตรคอนเสิร์ต เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ “ขนนก กับ ดอกไม้” ตอน “Dream For Love” จับคู่ดูโอกับ 4 ศิลปินสาว ปุ๊ อัญชลี-คริสติน่า-ใหม่ เจริญปุระ-ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ วันอาทิตย์ 24 พ.ย.17.00 น. ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี SOLD OUT! ไปแล้วแต่โชคดียังมีเหลืออยู่ที่ “คุณแหน” ใบละ4,500 บาท จำนวน 6 ใบ รายได้ส่วนหนึ่งสมาคมธรรมศาสตร์ฯ จะมอบให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติฯและสนับสนุนการพัฒนาสังคมในด้านการศึกษา กีฬา ฯลฯ รีบติดต่อด่วน โทร.086-7779999..

●● ยินดีกับผู้ใหญ่บ้าน สุชาติ-โจแอนน์ วารีวรวัชร์ กำลังสำคัญของวัดเทพประทาน (อธิพร) อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ที่บุตรชายคนโต นพ.วิศวะ วารีวรวัชร์ เกียรตินิยม จุฬาฯ ผ่านการคัดเลือกเป็นแพทย์ประจำบ้าน สาขาจักษุ คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์..ว่ากันว่าสอบยากและรับน้อยมาก..

●● หญิงเก่งมากความสามารถ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ได้รับแต่งตั้งจาก ครม.ให้เป็นประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม…●●

น้อง

โรคเบาหวานในผู้สูงอายุ

https://www.naewna.com/lady/841242

โรคเบาหวานในผู้สูงอายุ

โรคเบาหวานในผู้สูงอายุ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรคเบาหวาน เป็นภาวะความผิดปกติของร่างกาย เกิดจากการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินซึ่งมีหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในเลือดน้อยเกินไป หรือร่างกายดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน จึงทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง โดยโรคเบาหวานแบ่งเป็น 4 ประเภทคือ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ มักพบในผู้ป่วยอายุน้อย โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ร่างกายสามารถผลิตอินซูลินได้แต่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน พบในผู้ที่มีอายุมากขึ้น โดยทั่วไปพบในผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี ยิ่งอายุมากขึ้นมักมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่มักเป็นโรคเบาหวานชนิดนี้ 3.โรคเบาหวานชนิดอื่นที่มีสาเหตุจำเพาะ เช่น เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ความผิดปกติของตับอ่อน ความผิดปกติของฮอร์โมน หรือการได้รับยาบางชนิด และ 4.โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ทำให้เกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้

จากบทความ โรคเบาหวานในผู้สูงอายุ ของ นพ.จิรทีปต์ ขวัญแก้ว อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม โรงพยาบาลสมิติเวช เผยว่า ในผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานมากขึ้นเนื่องจาก เมื่ออายุมากขึ้น องค์ประกอบของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง มีสัดส่วนของไขมันต่อกล้ามเนื้อมากขึ้น มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายต่างๆ ลดลง มีการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินและการตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินลดลง จนทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น

สำหรับการวินิจฉัยโรคเบาหวานทำได้โดยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด หากมีระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารมากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือมีอาการของภาวะน้ำตาลสูงและมีระดับน้ำตาลในเลือดแบบสุ่มมากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือมีการทดสอบโดยการให้กินน้ำตาล 75 กรัมและวัดน้ำตาลในเลือดที่สองชั่วโมงหลังจากนั้น หากได้ค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือระดับน้ำตาลสะสม (HbA1C) มากกว่าหรือเท่ากับ 6.5% โดยในการวินิจฉัย ต้องมีผลการทดสอบที่ผิดปกติอย่างน้อยสองครั้ง หรือมีการตรวจยืนยันซ้ำ

ในผู้สูงอายุ เนื่องจากมีอัตราส่วนการเป็นเบาหวานมากขึ้น จึงมีคำแนะนำให้ตรวจคัดกรองภาวะเบาหวานโดยหากผลปกติ แนะนำให้ตรวจคัดกรองซ้ำในอีก 3 ปี แต่หากผลเป็นภาวะก่อนเบาหวาน (Pre-diabetes) เช่น มีระดับน้ำตาลหลังอดอาหาร 100 ถึง 125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือการทดสอบโดยการให้กินน้ำตาล 75 กรัมและวัดน้ำตาลในเลือดที่สองชั่วโมงหลังจากนั้นวัดค่าได้ 140 ถึง 199 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือค่าน้ำตาลสะสม (HbA1C)  5.7 ถึง 6.4% แนะนำให้ทำการตรวจคัดกรองซ้ำในปีถัดไป

อย่างไรก็ตามในผู้สูงอายุมีสิ่งที่ต้องระมัดระวังมากกว่าวัยอื่นเนื่องจากหากควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ตรงตามเป้าหมาย จะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ผู้สูงอายุก็มีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลต่ำจากการรักษาเบาหวานเช่นเดียวกัน เป้าหมายระดับน้ำตาลในเลือดของผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานนั้นแบ่งตามสุขภาพของผู้สูงอายุ ดังนี้

●ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรงควรควบคุมระดับน้ำตาลสะสม (HbA1C) ให้ < 7.5% และควบคุมระดับน้ำตาลเมื่ออดอาหารให้อยู่ที่ 90-130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

● ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว 3 โรคขึ้นไป หรือมีระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง หรือต้องพึ่งพาผู้อื่นในการใช้ชีวิตประจำวัน ควรควบคุมระดับน้ำตาลสะสม (HbA1C)  ให้ < 8.0% และควบคุมระดับน้ำตาลเมื่ออดอาหารให้อยู่ที่ 90-150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

● ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวมากเป็นโรคเรื้อรังในระยะท้าย ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ซึ่งคาดว่าจะมีอายุขัยอีกไม่นาน การควบคุมน้ำตาลอย่างเคร่งครัดเกินไปจะไม่ได้มีประโยชน์มากนักในผู้ป่วยกลุ่มนี้ จึงแนะนำการควบคุมระดับน้ำตาลสะสม (HbA1C)  ที่ < 8.5% และควบคุมระดับน้ำตาลเมื่ออดอาหารให้อยู่ที่ 100 -180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

ส่วนการดูแลผู้สูงอายุเมื่อเป็นเบาหวาน ควรรับประทานยาหรือใช้ยาตามแพทย์สั่ง หากผู้ป่วยไม่สามารถจัดยาหรือรับประทานยาเองได้ ควรมีผู้ดูแล จัดยาให้ผู้ป่วยรับประทาน หากผู้ป่วยใช้ยาฉีดอินซูลิน ควรดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาตามปริมาณที่แพทย์สั่ง ไม่มากหรือน้อยเกินไป และควรติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อจะได้ปรับยาได้เหมาะสมกับผู้ป่วย

ระวังภาวะน้ำตาลต่ำในผู้สูงอายุ หากผู้สูงอายุมีภาวะเจ็บป่วยอาจทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อลดหรืองดยาเบาหวานเพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำ ซึ่งอาจทำให้มีอาการซึม อ่อนแรง หมดสติ ถึงขั้นโคม่าได้

อาหาร ควรดูแลเรื่องอาหารของผู้ป่วยสูงอายุที่เป็นเบาหวาน โดยเน้นอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ลดการบริโภคแป้งและไขมัน ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน เน้นอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ แต่ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานเนื่องจากอาจมีปริมาณน้ำตาลสูง ปรุงอาหารเอง เพื่อให้ทราบส่วนประกอบของอาหาร หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

การออกกำลังกาย ให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในผู้ที่ไม่มีข้อห้ามในการออกกำลังกาย โดยออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้สูงอายุ เลือกเสื้อผ้าและอุปกรณ์ในการออกกำลังกายให้เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลและการพลัดตกหกล้ม

การดูแลสุขอนามัย ป้องกันการเกิดแผล โดยเฉพาะแผลที่เท้า หากมีแผลควรดูแลให้แห้งและสะอาด หรือควรพาไปพบแพทย์หากแผลเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากผู้สูงอายุมองไม่เห็นหรือไม่สามารถตัดเล็บเท้าเองได้ ควรมีผู้ดูแลช่วยตรวจสอบการเกิดแผลบริเวณเท้าและหมั่นตัดเล็บเท้าให้สั้นพอประมาณอย่างสม่ำเสมอ

แม้การเกิดเบาหวานมีหลายปัจจัยร่วมกัน แต่การดูแลและควบคุมพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสมก็สามารถช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้เหมาะสม ลดอาหารที่มีรสหวาน มัน แป้ง น้ำตาล รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีกากใยสูง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ หากมีโรคประจำตัวควรควบคุมโรคประจำตัวให้ดี พบแพทย์และตรวจคัดกรองเบาหวานอย่างสม่ำเสมอเพื่อจะได้เริ่มควบคุมระดับน้ำตาลตั้งแต่ระยะก่อนเบาหวาน ก็จะสามารถช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้ 

ลอยกระทงสุขใจ ปลอดภัย ปลอดโรค แพทย์เตือนไม่เมา ไม่เก็บ ไม่ปล่อยเด็กตามลำพัง

https://www.naewna.com/lady/841245

ลอยกระทงสุขใจ ปลอดภัย ปลอดโรค  แพทย์เตือนไม่เมา ไม่เก็บ ไม่ปล่อยเด็กตามลำพัง

ลอยกระทงสุขใจ ปลอดภัย ปลอดโรค แพทย์เตือนไม่เมา ไม่เก็บ ไม่ปล่อยเด็กตามลำพัง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 05.30 น.

เตือนประชาชนระวังอุบัติเหตุและจมน้ำเสียชีวิตในช่วงวันลอยกระทง ขอให้ยึดหลัก ไม่เมา ไม่เก็บ ไม่ปล่อยเด็กตามลำพัง คือ ไม่ดื่มสุรา ไม่ลงน้ำหรือไปเก็บกระทงหรือเก็บเงินในกระทง ไม่ปล่อยเด็กไว้ตามลำพัง เมื่อนำเด็กเข้าใกล้แหล่งน้ำ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปีต้องอยู่ในระยะที่เอื้อมถึง ระมัดระวังการบาดเจ็บจากพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ เพราะอาจเกิดอันตรายได้ และเน้นย้ำป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เนื่องในวันลอยกระทง

นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึงเทศกาลลอยกระทงว่า สคร.9 นครราชสีมา มีความห่วงใย ขอให้ประชาชนระมัดระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในเทศกาลลอยกระทง ขอให้ยึดหลัก โดยขอให้ยึดหลัก 3 ไม่ คือ ไม่เมา ไม่เก็บ ไม่ปล่อยเด็กตามลำพัง ดังนี้ 1.ไม่เมา คือ ไม่ดื่มสุรา หรือหากดื่มควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้แหล่งน้ำ หรือลงไปในแหล่งน้ำ เพราะอาจเมาสุราและตกน้ำเสียชีวิตได้ 2.ไม่เก็บคือ อย่าลงน้ำไปเก็บกระทง หรือเก็บเงินในกระทง เพราะอาจเสี่ยงจมน้ำและเสียชีวิต 3.ไม่ปล่อยเด็กไว้ตามลำพังเพิ่มความระมัดระวังเมื่อนำเด็กเข้าใกล้แหล่งน้ำ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี ต้องอยู่ในระยะที่เอื้อมถึง ส่วนเด็กอายุ 3-5 ปี ต้องอยู่ในระยะที่มองเห็นและเข้าถึงตัวได้โดยเร็วหากเด็กพลัดตกน้ำ อีกทั้งไม่ปล่อยให้เด็กไปลอยกระทงกันเองตามลำพังแม้จะอยู่บนฝั่ง เนื่องจากวันลอยกระทงจะมีผู้คนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก อาจเกิดการเบียดเสียด จนทำให้พลัดตกหรือลื่นได้

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากฝากเตือนประชาชน นั่นคือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวันลอยกระทง เนื่องจากวัยรุ่นมักมีการแสดงออกถึงความเป็นคู่รักจึงขอแนะนำให้ป้องกันตนเองโดยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า หรือมีคู่นอนหลายคน เพราะอาจติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น โรคซิฟิลิส  หนองใน เอชไอวี แม้กระทั่งโรคฝีดาษวานร หรือ MPOX ขอให้สังเกตผู้ที่มีผื่น แผล ตุ่ม หนอง หากมีความเสี่ยงขอแนะนำให้พบแพทย์ทันที

นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน กล่าวต่อไปว่า หน่วยงานที่จัดเตรียมพื้นที่ลอยกระทง ควรมีมาตรการ ดังนี้ 1.กำหนดพื้นที่สำหรับลอยกระทงให้ชัดเจน มีแสงสว่างอย่างเพียงพอ และต้องทำรั้วหรือสิ่งกั้นขวางเพื่อป้องกันคนตกน้ำ 2.เตรียมอุปกรณ์สำหรับช่วยคนตกน้ำไว้บริเวณแหล่งน้ำเป็นระยะๆ เช่น ห่วงชูชีพ ถังแกลลอน เชือก ไม้ และเขียนป้ายบอกวิธีการใช้ 3.เตรียมเสื้อชูชีพให้เพียงพอ 4.จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลสอดส่องและช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ส่วนคำแนะนำในการป้องกันการบาดเจ็บจากพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ โคมลอย มีดังนี้ 1.ห้ามให้เด็กจุดพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟด้วยตนเอง ไม่ควรนำพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟที่จุดไม่ติดแล้วนำมาจุดซ้ำเด็ดขาด ให้ออกห่างจากบริเวณที่จุดประทัดหรือพลุ แหล่งชุมชน สถานีบริการน้ำมันและวัตถุไวไฟ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดระเบิดและเพลิงไหม้ ไม่ดัดแปลงพลุหรือดอกไม้ไฟให้มีเสียงดังหรือแรงอัดสูง อาจทำให้ตาบอด หูตึง นิ้วขาด พิการ หรือเสียชีวิตได้ และการเล่นดอกไม้ไฟ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายหรือทำให้เกิดเพลิงไหม้จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โคมลอย ต้องปล่อยในที่โล่งแจ้ง ห่างจากชุมชนและแนวสายไฟ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ หากมีข้อสงสัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422