สเปนน้ำท่วมอีก ฝนกระหน่ำมาลากา-กาตาลุญญา อพยพคนหลายพัน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825466

สเปนน้ำท่วมอีก ฝนกระหน่ำมาลากา-กาตาลุญญา อพยพคนหลายพัน

14 พ.ย. 2567 01:45 น.

สเปนน้ำท่วมอีก ฝนกระหน่ำมาลากา-กาตาลุญญา อพยพคนหลายพัน

สเปนอพยพชาวบ้านหลายพันคน หลังถูกสภาพอากาศสุดขั้วเล่นงานเป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่กี่สัปดาห์ ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายแห่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 13 พ.ย. 2567 ว่า ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านของตัวเองในภูมิภาค คอสตา เดล โซล ในแคว้นปกครองตนเอง อันดาลูเซีย ทางใต้ของประเทศสเปน หลังฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่

สำนักงานสภาพอากาศแห่งชาติของสเปน (AEMET) ประกาศเตือนภัยฝนตกหนักระดับสูงสุดในจังหวัดมาลากา ของแคว้นอันดาลูเซีย และที่แคว้นกาตาลุญญา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ โดยคาดว่าจะมีฝนตกต่อไปจนถึงวันศุกร์ที่ 15 พ.ย. เป็นอย่างน้อย

เจ้าหน้าที่คาดด้วยว่า จังหวัดมาลากา ซึ่งรวมถึงเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง มาร์เบย่า, เบเลซ และ เอสเตโปนา จะเผชิญกับปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เรียกว่า “พายุดีเปรสชันแยกตัวที่ชั้นบรรยากาศระดับสูง” (DANA) ซึ่งก็คือ กลุ่มอากาศเย็นที่แยกตัวออกจากลมกระแสหลัก ทำให้มันติดอยู่ในพื้นที่หนึ่งเป็นเวลานาน แล้วไปปะทะกับมวลอากาศอุ่น จนทำให้เมฆฝนขนาดมหึมา

หลายแคว้นในสเปนยังคงเจอกับฝนตกหนักและอุณหภูมิลดต่ำ ไม่กี่สัปดาห์หลังพวกเขาเพิ่งเผชิญกับเหตุน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์ DANA เช่นกัน และทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 220 ศพ

พยากรณ์อากาศบอกอีกว่า แคว้นกาตาลุญญาอาจมีฝนตกหนักวัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง 180 มม. ภายในเวลา 12 ชั่วโมง โดยมาพร้อมกับพายุฝนฟ้าคะนองตามแนวชายฝั่ง ใกล้กับเมืองตาร์ราโกนา

โรงเรียนทุกแห่งในจังหวัดมาลากาต้องปิดทำการ ขณะที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง ก็ปิดให้บริการ ขณะที่ถนนหลายสายในจังหวัดเจิ่งนองไปด้วยน้ำ

รัฐบาลแคว้นอันดาลูเซียเปิดเผยว่า ประชาชนประมาณ 3,000 คนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำ “กัวดัลฮอร์เซ” (Guadalhorce) ได้รับแจ้งให้อพยพออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย

ด้านนาย อันโตนิโอ ซานซ์ นายกรัฐมนตรีของแคว้นอันดาลูเซีย กล่าวว่า พวกเขาไม่ได้อพยพคนทั้งเมือง แต่อพยพแบบเฉพาะจุดที่อยู่ริมแม่น้ำ โดยได้แจ้งเรื่องการตัดสินใจนี้แก่รัฐบาลกลางของสเปนแล้ว เพื่อขอความร่วมมือจากหน่วยงาน และกองกำลังความมั่นคงของรัฐ

AEMET ยังเตือนภัยระดับสีส้มในบางพื้นที่ของแคว้นบาเลนเซีย และอันดาลูเซีย รวมถึงที่หมู่เกาะ บาเลียริก โดยมีผลบังคับใช้ถึงวันพฤหัสบดี พร้อมเตือนด้วยว่า ฝนที่ตกลงมา อาจจะรุนแรงอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ นี่นับเป็นปรากฏการณ์ DANA ครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นกับสเปน แต่คาดว่าจะไม่รุนแรงเท่ากับที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม ตอนที่ทำให้แคว้นบาเลนเซีย มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายจากน้ำท่วมมากที่สุดอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไบเดนต้อนรับทรัมป์กลับทำเนียบขาว เตรียมส่งต่ออำนาจอย่างราบรื่น

14 พ.ย. 2567 00:37 น.

ไบเดนต้อนรับทรัมป์กลับทำเนียบขาว เตรียมส่งต่ออำนาจอย่างราบรื่น

ไบเดนกล่าวต้อนรับทรัมป์กลับสู่ทำเนียบขาว สัญญาจะส่งต่ออำนาจอย่างราบรื่น ขณะที่นายทรัมป์กล่าวขอบคุณ และยอมรับว่าการเมืองเป็นเรื่องยาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ เดินทางเข้าพบ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนปัจจุบันซึ่งกำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า ตามคำเชิญของนายไบเดนแล้วในวันพุธที่ 13 พ.ย. 2567

การพบกันของผู้นำทั้งสองถือเป็นการเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านอำนาจไปสู่ว่าที่ผู้นำคนใหม่ โดยทั้งในทรัมป์กับนายไบเดนต่างจับมือทักทายกันด้วยรอยยิ้มที่ห้องทำงานรูปไข่

“ขอแสดงความยินดีกับ อดีตประธานาธิบดีและว่าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ เราตั้งตารอที่จะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างราบรื่น และจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้แน่ใจว่า คุณจะได้รับความสะดวกและได้รับในสิ่งที่คุณจำเป็นต้องใช้ เราจะมีโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนั้นในวันนี้ ดังนั้น ขอยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับกลับมา” นายไบเดนกล่าว

ขณะที่นายทรัมป์ตอบกลับว่า “ขอบคุณมากๆ การเมืองเป็นเรื่องยาก และเป็นโลกที่ไม่สวยงามนักในหลายกรณี แต่มันเป็นโลกที่สวยงามในวันนี้ และผมขอขอบคุณอย่างยิ่ง… การเปลี่ยนผ่านที่แสนจะราบรื่น มันจะราบรื่นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมขอบคุณเรื่องนั้นจริงๆ โจ”

หลังจากนั้น ทั้งสองก็พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว เรื่องการเปลี่ยนผ่านอำนาจ และเรื่องอื่นๆ โดยนักข่าวถูกเชิญออกไปรอด้านนอกอาคารบริเวณปีกตะวันตก

ทั้งนี้ ตอนที่นายทรัมป์เดินทางมาถึงทำเนียบขาว นางจิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลข 1 มาพบกับเขาพร้อมกับนายไบเดนด้วย โดยเธอฝากจดหมายแสดงความยินดีให้นายทรัมป์นำไปมอบให้ เมลาเนีย ทรัมป์ ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 คนต่อไป ซึ่งตัดสินใจไม่มาร่วมงานพบปะในครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สายการบินในเอเชียระงับเที่ยวบินบาหลี ภูเขาไฟยังปะทุพ่นเถ้าถ่านไม่หยุด

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825463

สายการบินในเอเชียระงับเที่ยวบินบาหลี ภูเขาไฟยังปะทุพ่นเถ้าถ่านไม่หยุด

13 พ.ย. 2567 22:46 น.

สายการบินในเอเชียระงับเที่ยวบินบาหลี ภูเขาไฟยังปะทุพ่นเถ้าถ่านไม่หยุด

หลายสายการบินในเอเชีย ตัดสินใจระงับเที่ยวบินไปเกาะบาหลี หลังภูเขาไฟเลโวโทบี ลากี ลากี ปะทุและพ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้าอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สายการบินต่างๆ ทั้งในออสเตรเลีย, ฮ่องกง, อินเดีย, มาเลเซีย และสิงคโปร์ ยกเลิกเที่ยวบินขาไปและขาออกจากเกาะบาหลี ของประเทศอินโดนีเซีย ในวันพุธที่ 13 พ.ย. 2567 เพราะผลกระทบจากการปะทุของภูเขาไฟ เลโวโทบี ลากี ลากี ซึ่งเริ่มปะทุตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน

สายการบิน เจ็ทสตาร์, แควนตัส และเวอร์จิน ออสเตรเลีย ระงับเที่ยวบินขาไปและขาออกจากบาหลีทั้งหมด หลังภูเขาไฟเลโวโทบี ลากี ลากี บนเกาะฟลอเรส ของจังหวัด นูซา เตงการา ตะวันออก ปะทุพ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้าสูงถึง 9 กม. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

สายการบินเวอร์จิน ออสเตรเลีย ระบุว่า พวกเขายกเลิกเที่ยวบินขาออกจากบาหลีมายังนครซิดนีย์และเมลเบิร์น ส่วนเจ็ทสตาร์ ยกเลิกเที่ยวบินขาเข้าและออกจากบาหลีจนถึงเที่ยงวันพฤหัสบดี (14 พ.ย.)

ส่วนสายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ยืนยันกับสำนักข่าวแชนเนลนิวส์เอเชีย ว่า พวกเขายกเลิกเที่ยวบินบาหลี 2 เที่ยวบินเพราะผลกระทบจากภูเขาไฟเลโวโทบี ลากี ลากี ขณะที่ สกู๊ต สายการบินต้นทุนต่ำ ต้องปรับตารางบินและลดเที่ยวบินไปและออกจากบาหลี โดยยกเลิกเที่ยวบินไปและออกจากเกาะลอมบอก ของอินโดนีเซียไปแล้ว 2 เที่ยวบิน

ทั้งนี้ ภูเขาไฟความสูง 1,703 ม. ลูกนี้ ปะทุอย่างรุนแรงเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้มีผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงเสียชีวิต 9 ศพ บาดเจ็บอีก 31 ราย หลังจากนั้นภูเขาไฟก็ปะทุอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนกว่า 11,000 คน ต้องอพยพออกจากเขตอันตรายใกล้ภูเขาไฟ

สายการบิน คาเธย์ แปซิฟิก ของฮ่องกง ก็ประกาศระงับเที่ยวบินจำนวนหนึ่ง และปรับตารางบินขาเข้าและขาออกจากเกาะบาหลี จนถึงวันพฤหัสบดี เช่นเดียวกับ มาเลเซีย แอร์ไลน์ส, แอร์เอเชีย และ อินดิโก ของอินเดีย ที่ระงับเที่ยวบินในวันพุธ

ด้านนาย อาหมัด เชียวกี ชาฮับ ผู้จัดการทั่วไปของท่าอากาศยานนานาชาติ บาหลี ออกแถลงการณ์ในวันพุธที่ 13 พ.ย. 2567 ว่า เมื่อวานนี้ (12 พ.ย.) เที่ยวบินในประเทศ 12 เที่ยว และเที่ยวบินระหว่างประเทศอีก 22 เที่ยว ได้รับผลกระทบจากการปะทุของภูเขาไฟเลโวโทบี ลากี ลากี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์เลือก “พีท เฮกเซธ” อดีตทหาร-พิธีกรฟ็อกซ์นิวส์ เป็น รมต.กลาโหม

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825459

ทรัมป์เลือก “พีท เฮกเซธ” อดีตทหาร-พิธีกรฟ็อกซ์นิวส์ เป็น รมต.กลาโหม

13 พ.ย. 2567 21:38 น.

ทรัมป์เลือก “พีท เฮกเซธ” อดีตทหาร-พิธีกรฟ็อกซ์นิวส์ เป็น รมต.กลาโหม

โดนัลด์ ทรัมป์ เลือก พีท เฮกเซธ อดีตทหารและพิธีกรสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่ แม้ไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เลือกนาย พีท เฮกเซธ วัย 44 ปี ทหารผ่านศึกอัฟกานิสถานและอิรัก, นักเขียน และพิธีกรของสำนักข่าว ฟ็อกซ์นิวส์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลใหม่ของเขา ได้คุมกองทัพที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองก่อน

นายทรัมป์ประกาศชื่อของนายเฮกเซธเมื่อวันอังคารที่ 12 พ.ย. 2567 (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยระบุว่าเขาเป็นคนแกร่ง ฉลาด และเป็นผู้ชื่อในหลักการอเมริกาต้องมาก่อนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ คณะบริหารชุดใหม่ของโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเขาคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยนอกจากนายเฮกเซธที่ได้คุมกลาโหม นายทรัมป์ยังเลือกนาย จอห์น แรตคลิฟฟ์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลาง หรือ ซีไอเอ ด้วย

หากได้รับการยืนยันตำแหน่งจากวุฒิสภา นายเฮกเซธจะมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องปัญหาต่างๆ เช่น การส่งความช่วยเหลือทางทหารให้แก่อิสราเอล ซึ่งกำลังทำสงครามในฉนวนกาซากับเลบานอน และเรื่องการสนับสนุนยูเครน ที่กำลังรับมือการรุกรานจากรัสเซีย

ในวันเดียวกันนี้ นายทรัมป์ยังยืนยันว่า เขาต้องการให้ คริสตี โนม ผู้ว่าการรัฐเซาท์ดาโกตา รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ และเลือก ไมเคิล วอลทซ์ เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ คอยแนะนำนายทรัมป์ในเรื่องภัยคุกคามจากต่างประเทศ

ส่วนนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทเทสลา และสเปซเอ็กซ์ ซึ่งช่วยนายทรัมป์หาเสียงอย่างหนักและทุ่มเม็ดเงินไปจำนวนมหาศาล ได้รับเลือกให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาลที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ คอยดูแลเรื่องการใช้จ่ายของรัฐบาล

ขณะเดียวกัน คาดกันว่า นาย มาร์โก รูบิโอ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีท่าทีแข็งกร้าวต่อจีนเหมือนกับนายวอลทซ์ จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ แต่ยังไม่มีการยืนยัน

ทั้งนี้ การแต่งตั้งตำแหน่งในรัฐบาลบางตำแหน่ง เช่นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของนายเฮกเซธ จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภา แต่นายทรัมป์เรียกร้องให้ประธานวุฒิสภาคนต่อไปยอมให้เขาข้ามกระบวนการนี้

วุฒิสภา ซึ่งกลับมาอยู่ในมือของฝ่ายรีพับลิกันอีกครั้ง จะเลือกประธานคนใหม่ในวันพุธที่ 13 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น วันเดียวกับที่นายทรัมป์ จะไปเยือนทำเนียบขาวตามคำเชิญของ โจ ไบเดน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เพื่อการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เกษตรฯจับมืออบจ.และอบต. ทำMOUยกระดับภาคการเกษตร

https://www.naewna.com/local/841304

เกษตรฯจับมืออบจ.และอบต.  ทำMOUยกระดับภาคการเกษตร

เกษตรฯจับมืออบจ.และอบต. ทำMOUยกระดับภาคการเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU โครงการยกระดับการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่ ระหว่าง กระทรวงเกษตรฯ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.) โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมลงนามกับนายชูพงศ์ คำจวง นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายอัครากล่าวว่า พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ ภายใต้นโยบาย ตลาดนำนวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ และส่งเสริมการดำเนินงานบูรณาการพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมดำเนินงานการพัฒนาประเทศไทยสู่โมเดล Thailand 4.0 ตามวัตถุประสงค์ต่อไป

สำหรับการลงนาม MOU ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.) มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่โมเดล Thailand 4.0 ตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ 2.ร่วมกันศึกษาและพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่ จัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ และประเมินที่สามารถสนองตอบความต้องการในการบริหาร 3.เกิดการบูรณาการพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่และการพัฒนาพื้นที่รกร้างสู่การทำเกษตรมูลค่าสูง ผ่านกลไกความร่วมมือของกระทรวงเกษตรฯ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.) และ 4.เพื่อเกิดความร่วมมือการพัฒนาด้านการเกษตร เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาองค์ความรู้การผลิต การรับรองมาตรฐาน การแปรรูป การตลาดและการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลอดจนส่งเสริมด้านอื่น ที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ต่อภาคการเกษตร

นอกจากนี้ภายในงานมีกิจกรรมเสวนา “โครงการยกระดับการพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงองค์ความรู้ที่จะสามารถนำมาปรับใช้ในภาคการเกษตรในระดับพื้นที่ตลอดจนการทำเกษตรมูลค่าสูงในอนาคต

รมช.เกษตรฯรุดติดตาม โครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ

https://www.naewna.com/local/841298

รมช.เกษตรฯรุดติดตาม  โครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ

รมช.เกษตรฯรุดติดตาม โครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงเกษตรกร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โครงการอาคารบังคับน้ำบ้านแม่ยะ ต.เกาะตะเภา อ.บ้านตาก จ.ตาก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรในพื้นที่มีน้ำอุปโภค-บริโภคและสามารถทำเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืน

“ขณะนี้ กระทรวงเกษตรฯ ต้องการให้พี่น้องเกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งการเพิ่มแหล่งน้ำและระบบชลประทานอย่างทั่วถึง จะแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ โดยกรมชลประทาน ได้วางแผนการดำเนินโครงการ อาทิ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ยะ โครงการระบบส่งน้ำจากแม่น้ำปิง ไปยังคลองแม่ระกา และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยฉลอง เป็นต้น เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน จ.ตาก มากที่สุด เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีเศรษฐกิจในภาพรวมดีขึ้น” รมช.เกษตรฯ กล่าว

สำหรับโครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ เป็นโครงการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ชลประทานริมสองฝั่งแม่น้ำปิง ที่ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาทำเกษตรกรรมในฤดูกาลเพาะปลูกได้ ประกอบด้วย อ.บ้านตาก อ.เมือง และ อ.วังเจ้า จ.ตาก รวมประมาณ 45,000 ไร่ซึ่งกรมชลประทาน ได้วางแผนดำเนินโครงการ ระยะเวลา 5 ปี แบ่งเป็น2 ส่วน ได้แก่ 1.ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ 4 ปี (2569-2572) และ 2.สถานีสูบน้ำและระบบชลประทาน 2 ปี (2570-2571) เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะกักเก็บน้ำใช้เพื่ออุปโภค-บริโภค ทำเกษตรกรรม ตลอดจนดูแลปศุสัตว์ ช่วงฤดูแล้งใน อ.บ้านตาก ได้ถึง 21,820 ไร่

ปศุสัตว์เชียงราย เร่งหาสาเหตุควายเวียงหนองหล่มตายจำนวนมาก ในช่วง 2-3 เดือน

https://www.naewna.com/local/841344

ปศุสัตว์เชียงราย เร่งหาสาเหตุควายเวียงหนองหล่มตายจำนวนมาก ในช่วง 2-3 เดือน

ปศุสัตว์เชียงราย เร่งหาสาเหตุควายเวียงหนองหล่มตายจำนวนมาก ในช่วง 2-3 เดือน

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 23.08 น.

ปศุสัตว์เชียงราย เร่งหาสาเหตุควายเวียงหนองหล่มตายจำนวนมาก ในช่วง 2-3 เดือน

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 นายสัตวแพทย์พืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์ จ.เชียงราย ได้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ “เวียงหนองหล่ม” ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าและแหล่งน้ำสาธารณะครอบคลุมเขตติดต่อ ต.จันจว้า ต.จันจว้าใต้ ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน และ โยนกอ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลังจากเกิดสถานการณ์กระบือหรือควายที่เกษตรกรเลี้ยงเอาไว้ป่วยและตายแล้วอย่างน้อย 200 ตัว ตั้งแต่เดือน ก.ย.-พ.ย. 2567 และทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน จ.ลำปาง ได้ตรวจตัวอย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่พบโรคระบาดที่ชัดเจนพบเพียงภาวะเลือดจาง ตับวาย มีพยาธิในกระเพาะอาหาร ฯลฯจึงสันนิฐานว่าเกิดจากการขาดแคลนอาหารและแมลงเพราะเกิดภาวะภัยแล้งต่อด้วยน้ำท่วม 

โดยนายสัตวแพทย์พืชผล กล่าวว่า เวียงหนองหล่มมีพื้นที่เลี้ยงควายประมาณ 3 ปางเกษตรกร 51 ราย ควายเกือบ 2,000 ตัว เมื่อมีการขุดลอกพื้นที่จึงทำให้ควายไม่มีแหล่งอาหารและระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปเพราะพื้นที่หญ้ากลายเป็นจุดที่ถูกขุดลอก ดังนั้นตั้งแต่ปี 2565 ทางปศุสัตว์ ชลประทาน เทศบาล ต.จันจว้า ฯลฯ จึงได้ดำเนินโครงการต่างๆ เข้าสนับสนุนหญ้าแห้งเป็นอาหารสัตว์ ฉีดวัคซีน ฯลฯ แต่ปี 2567 พบว่าเกิดน้ำท่วมอีกทำให้ยิ่งเกิดภาวะขาดแคลนอาหารสัตว์มากขึ้น ดังนั้นครั้งนี้จึงเข้าไปเก็บตัวอย่างและเจาะเลือดควาย ไปตรวจเพิ่มเติมอีกรอบหลังจากตรวจรอบแรกแล้วไม่พบว่าเป็นโรคระบาดโดยพบเพียงพยาธิในทางเดินอาหาร เพื่อรักษาสัตว์ การถ่ายพยาธิและให้ยาบำรุงต่างๆ รวมทั้งติดตามฝูงควายทั้งหมดต่อไป 

นายสัตว์แพทย์พืชผล กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่ได้นิ่งนอนใจโดยเข้าไปติดตามช่วยเหลือเกษตรกรตั้งแต่เกิดปัญหาขาดแคลนอาหารตั้งแต่ปี 2565-2567 แต่ปีนี้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารหนักทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงกำลังร่วมมือกันเข้าไปแก้ไขปัญหา สำหรับควายที่ป่วยแต่ละตัวก็จะเข้าไปรักษาเป็นรายเฉพาะตัวไป 

โดยทางอธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ไปยังเวียงหนองหล่ม เพื่อทำการรักษาทุกตัวต่อไป ทั้งนี้ตามหลักวิชาการมีความจำเป็นต้องกักสัตว์แต่สภาพพื้นที่กว้างจึงควบคุมไม่ให้คนเข้าออกเท่านั้น รวมทั้งมีการทำความสะอาดโดยด่านกักกันสัตว์เชียงรายเข้าพ่นยาทั่วพื้นที่อาจจะนานเป็นเดือนควบคู่การให้อาหารสัตว์ต่อไป.

ชาวนาได้เฮ!!! ‘นฤมล’เผยมีปริมาณน้ำทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ เพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านไร่

https://www.naewna.com/local/841267

ชาวนาได้เฮ!!! 'นฤมล'เผยมีปริมาณน้ำทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ เพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านไร่

ชาวนาได้เฮ!!! ‘นฤมล’เผยมีปริมาณน้ำทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ เพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านไร่

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.08 น.

ชาวนาได้เฮ!!! “นฤมล”เผยมีปริมาณน้ำทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ เพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านไร่ มีน้ำเพียงพอสนับสนุนทุกกิจกรรมไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้แน่นอน

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลง “แผนจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกข้าวนาปรังปี 67/68” โดยกรมชลประทาน ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเพื่อการเพาะปลูก ปี 2567/2568 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 30 เมษายน 2568 ภาพรวมทั้งประเทศ โดยบริหารจัดการจากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำใช้การอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก รวมทั้งสิ้น 44,250 ล้าน ลบ.ม. (ข้อมูล 1 พ.ย. 67) พบว่าปริมาณน้ำมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3,863 ล้าน ลบ.ม. และจากปริมาณน้ำดังกล่าวทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกได้อีก 1.2 ล้านไร่ รวมแผนเพาะปลูกข้าวนาปรังทั่วประเทศในปีนี้ 10.02 ล้านไร่ ซึ่งวางแผนจัดสรรน้ำฤดูฝน ปี 2568 จำนวน 29,170 ล้าน ลบ.ม. และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝน ปี 2568 จำนวน 15,080 ล้าน ลบ.ม. สำหรับ 4 กิจกรรม ประกอบด้วย 1) เพื่ออุปโภค-บริโภค 3,050 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 10% จากแผนฯ 2) รักษาระบบนิเวศและอื่น ๆ 8,765 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 30% จากแผนฯ3) เพื่อเกษตรกรรม 16,555 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 57%จากแผนฯ และ 4) เพื่ออุตสาหกรรม 800 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 3% จากแผนฯ ขณะนี้ได้จัดสรรน้ำไปแล้ว (ตั้งแต่ 1 พ.ย.67 – 12 พ.ย. 67) 991 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 4% จากแผนฯ คงเหลือที่ต้องจัดสรรอีก 28,179 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น96% จากแผนฯ) ปัจจุบัน (ข้อมูล 12 พ.ย. 67) มีปริมาณน้ำเก็บกัก 63,908 ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำใช้การ 39,922 ล้าน ลบ.ม. และคาดการณ์ว่า 1 พ.ค. 68 จะมีปริมาณน้ำเก็บกัก 44,032 ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำใช้การ 20,489 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพียงพอที่จะบริหารจัดการเพื่อการเกษตรจนสิ้นสุดฤดูแล้งนี้

“จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ในบางพื้นที่เกษตรกรสามารถทำนาปรังต่อเนื่องจากนาปีได้ ตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 พ.ย. 67 ไปแล้วกว่า 0.75 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 0.55 ล้านไร่ โดยใช้ประโยชน์จากน้ำช่วงน้ำหลากในการเพาะปลูก ขณะที่ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้แล้วเสร็จก่อนแผนที่วางไว้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเริ่มเพาะปลูกข้าวนาปรังได้เร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้การปรับปฏิทินการเพาะปลูกมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการเก็บเกี่ยวให้ทันก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลากในปีถัดไป” นางนฤมล กล่าว

ด้าน นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ( ฝายการเมือง) กล่าวว่า นางนฤมล ติดตามกำชับให้การบริหารจัดการน้ำในทุกพื้นที่สอดคล้องกับสถานการณ์  เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสนับสนุนทุกกิจกรรมไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ แม้ในปีนี้จะเกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ยังบริหารจัดการกักเก็บน้ำได้ในปริมาณมาก และวางแผนจัดสรรสำหรับเพาะปลูกช่วงฤดูแล้งได้อย่างเพียงพอ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’รับโล่เชิดชูเกียรติ’ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567’มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

https://www.naewna.com/local/841259

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'รับโล่เชิดชูเกียรติ'ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567'มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’รับโล่เชิดชูเกียรติ’ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567’มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 17.48 น.

วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567 เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ครบรอบ 45 ปี ประเภทศิษย์เก่าดีเด่น ประเภท ผู้บริหารภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ณ ห้องคอนเวนชั่น ศูนย์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

อนึ่ง การมอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อเชิดชูเกียรตินิสิตเก่าของสถาบันที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม และรับผิดชอบต่อสังคม เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่องค์กร สังคมและประเทศ และสร้างความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้แก่องค์กร และมหาวิทยาลัย

กรมปศุสัตว์ขอแสดงความยินดีกับท่านอธิบดีสมชวน รัตนมังคลานนท์ อย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้นับว่าเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของชาวกรมปศุสัตว์ด้วยเช่นกันที่มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการก้าวย่างสู่ความสำเร็จ ปลูกจิตสำนึกรักองค์กรให้กลายเป็นพลังแห่งความสำเร็จในชีวิตต่อไป

– 006

ICONCRAFT อวดเสน่ห์ผ้าบาติกไทยบนแคตวอล์ก‘ELLE Fashion Week 2024’

https://www.naewna.com/lady/841273

ICONCRAFT อวดเสน่ห์ผ้าบาติกไทยบนแคตวอล์ก‘ELLE Fashion Week 2024’

ICONCRAFT อวดเสน่ห์ผ้าบาติกไทยบนแคตวอล์ก‘ELLE Fashion Week 2024’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไอคอนคราฟต์ ผู้สนับสนุนดีไซเนอร์ไทยสู่เวทีระดับโลก นำเสนอความงดงามเหนือกาลเวลาของผ้าบาติกไทยใน “ELLE Fashion Week 2024” กับโชว์พิเศษ “Timeless Crafting with Batik” รวม 3 แบรนด์ชั้นนำ จากผลงานการออกแบบของไทยดีไซเนอร์ระดับแนวหน้า HOME Studio SHOP, WISHARAWISH และ KANAPOT ร่วมเผยเสน่ห์ผ้าบาติกบนรันเวย์ริมน้ำสุดอลังการ โชว์เอกลักษณ์ความงามของผ้าไทยและศักยภาพอันน่าทึ่งของช่างฝีมือชาวไทยให้เป็นที่ประจักษ์ต่อแวดวงแฟชั่น ส่งท้ายแคมเปญแห่งปี THAI TEXTILE HEROES 2024

ไอคอนคราฟต์ เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่เชิดชูและต่อยอดองค์ความรู้ไทยในรูปแบบร่วมสมัย เน้นนวัตศิลป์ที่ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมการออกแบบและหัตถกรรมไทยเข้าด้วยกัน โดยนำเสนอสินค้าจากช่างฝีมือ ครูช่าง ชุมชน รวมถึงผลงานของนักออกแบบรุ่นใหม่ที่นำความเป็นไทยมาสร้างสรรค์เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ผ้าไทย เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาที่ไอคอนคราฟต์สนับสนุนและส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดแคมเปญใหญ่ THAI TEXTILE HEROES ขึ้นเป็นประจำทุกปี

สำหรับปีนี้ได้จัดกิจกรรมภายใต้แคมเปญ THAI TEXTILE HEROES 2024 ไปแล้ว 3 Episode ทั้งแฟชั่นโชว์ผ้าไทย Pride Month Out Loud Present Thai Pride x ICONCRAFT, การร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI เปิดตัวกระเป๋าผ้าไหมไทยคอลเลคชั่น S’CRAFT : Craftsmanship 2024, นิทรรศการผ้าไทย Colors of Buriram และการร่วมโชว์บนเวทีแฟชั่นระดับโลกอย่าง ELLE Fashion Week 2024นำเสนอภายใต้แคมเปญ THAI TEXTILE HEROES 2024 Episode 4 ผ่านโชว์ชุดพิเศษ Timeless Crafting with Batik ที่ชูความงามและเอกลักษณ์ของผ้าบาติกไทยในรูปแบบใหม่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ผ่านการออกแบบผลงานแฟชั่นร่วมสมัยของ 3 ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำเพื่อแสดงให้แวดวงแฟชั่นได้เห็นว่าผ้าไทยสามารถสวมใส่ได้สวยและมีความเป็นแฟชั่นที่โชว์ได้ในระดับสากล

แฟชั่นโชว์ชุด “Timeless Crafting with Batik” ของไอคอนคราฟต์บนเวที ELLE Fashion Week 2024 เผยให้เห็นเสน่ห์ของผ้าบาติกไทย จากการทำงานร่วมกันของช่างฝีมือในท้องถิ่นภาคใต้และ 3 แบรนด์ดังของไทย HOME Studio SHOP, WISHARAWISH และ KANAPOT โดยทั้ง 3 แบรนด์ได้สร้างสรรค์คอลเลคชั่นพิเศษอันเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์สะท้อนถึงตัวตนของแต่ละแบรนด์ได้อย่างโดดเด่น จนเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการผ้าบาติกไทยนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสนับสนุนผ้าไทยและดีไซเนอร์ไทยสู่เวทีระดับโลก ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ICONCRAFT