บุคคลในข่าว 11 พฤศจิกายน 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2824802

บุคคลในข่าว 11 พฤศจิกายน 2567

11 พ.ย. 2567 05:31 น.

บุคคลในข่าว 11 พฤศจิกายน 2567

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ….ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดหมู่บ้านเด็กเฉลิมพระเกียรติ ณ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน.

การเมืองที่ยังอึมครึม …..อยู่ในกำมือของ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และ กระบวนการยุติธรรม ……และ การชิงอำนาจทางการเมืองระลอกใหม่…..จับตาการเคลื่อนไหวของ อดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร……ในระหว่างรอผลคำร้อง ยุบพรรคเพื่อไทย และ พรรคร่วมรัฐบาล ข้อหา ครอบงำ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง….วันที่ 13–14 พ.ย.นี้ ทักษิณจะลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ที่เคยเป็น เมืองหลวงของคนเสื้อแดงภาคอีสาน….เพื่อช่วยหาเสียงการเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรฯ…..ที่ พรรคเพื่อไทย ส่ง ศราวุธ เพชรพนมพร เข้าประกวด….มีแพลน พบประชาชน อ.กุมภวาปี อ.ประจักษ์ศิลปาคม อ.ศรีธาตุ อ.หนองหาน ที่คาดว่าจะมีชาวบ้านกว่า หมื่นคน มารอต้อนรับ…ไฮไลต์ พบปะกับพ่อค้านักธุรกิจ และ ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงอย่างเป็นทางการที่ อ.เมือง อ.หนองวัวซอ อ.หนองหาน ในวันที่ 14 พ.ย. …คาดกันว่าจะมีประชาชนมาฟังปราศรัยกว่า 2 หมื่นคน…..ทุ่มทุนสร้างขนาดนี้ ตีความได้ว่า นายก อบจ.อุดรธานี เพื่อไทยจะแพ้ไม่ได้…..ส่วนจะ กู้ศรัทธาคนเสื้อแดงเมืองอุดร ได้หรือไม่เป็นอีกเรื่อง

วิวาห์ชื่นมื่น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง ชญาณ์พิมพ์ มั่นหมาย บุตรี จุมพล มั่นหมาย–วรีภัทร เพ็งเจริญ กับ ณพล บุตร สมศักดิ์–เรณู กู้เกียรติกาญจน์ โดยมี เพ็ญจุฑา มั่นหมาย มาร่วมงานด้วย ที่บ้านดุสิตธานี วันก่อน.

หนังม้วนเดียวกันนี้ ……พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จิตวิญญาณ พรรคประชาชน จะบินด่วนจาก สหรัฐฯ ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ช่วย คณิศร ขุริรัง ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรฯ ในนามพรรคประชาชน ระหว่างวันที่ 15-17 พ.ย.นี้เช่นกัน….ขนเอาแม่ทัพนายกอง อาทิ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค และ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงไปเต็มคันรถ…..งานนี้ อุดรร้อนเป็นไฟแน่นอน…….แต่ที่ “อินทรีเหล็ก” อยากจะดักคอ นักร้อง เอาไว้ล่วงหน้า….ทั้งอดีตผู้นำ ทักษิณ ผู้นำจิตวิญญาณ พิธา และ ธนาธร ลงพื้นที่ในฐานะ ผู้ช่วยหาเสียง…..ซึ่ง ชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นนายประกันว่า ทักษิณ เคยช่วยหาเสียง นายก อบจ.เชียงใหม่ มาแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร…ลักษณะเดียวกับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่เคยเป็นผู้ช่วยหาเสียงของเพื่อไทย ซึ่งไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องดราม่าให้เสียบรรยากาศ ทราบแล้วเปลี่ยน

มีคุณภาพ พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เปิดงาน “เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2567” รวบรวมสินค้าคุณภาพจากโครงการหลวงมาให้ชาวกรุงเทพได้ช็อป ชิม จัดถึง 29 พ.ย. โดยมี ศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล และ ปิติทรัพย์ เกษมทรัพย์ มาร่วมงานด้วย ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ วันก่อน.

ที่ยังไม่จบ…….กษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ…..เปิดเผย ในยุคนั้นที่ตัดสินใจ จะยกเลิก MOU 2544…เกิดจากที่ สมเด็จฮุน เซน ได้ตั้ง ทักษิณ ชินวัตร เป็น ที่ปรึกษากัมพูชา ในขณะนั้น….มีนัยของการเข้ามาแทรกแซงการเมืองไทย…เนื่องจาก ทักษิณ อยู่ฝ่ายหนึ่ง และ ประชาธิปัตย์ อยู่อีกฝ่าย…แต่เนื่องจาก มีการยุบสภา ทำให้มติ ครม.ไม่ได้มีการเสนอต่อสภาในการยกเลิก MOU 44….จนกระทั่งสมัย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการตั้ง คณะดำเนินการตาม MOU 44 แต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาข้อพิพาททางทะเล….ทำให้ มติ ครม.สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์สิ้นสุดลง…..เท่ากับเป็นการ ต่ออายุ MOU 44 โดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์….และเป็นเหตุผลที่ รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร จะได้ตั้ง คณะกรรมการร่วมด้านเทคนิค หรือ Joint Technical Committee (JTC) ไทย-กัมพูชา…..เรื่องของเรื่องในตอนนี้ก็มีอยู่เพียงแค่นี้……ส่วน การลากเส้นเขตแดน กับ เส้นแบ่งผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเล จะต่างหรือเหมือนกันอย่างไร….จะ เสียเกาะกูด ที่ลากเอามาเป็นเรื่องเดียวกัน…..ข้อเท็จจริง รัฐบาล กองทัพเรือ และกลาโหม ต้องอธิบายรายละเอียดให้ชัดเจนกว่านี้…..ใช่ไม่ใช่

ของอร่อย โรแอน โค และ พนิดา เนื่องรักษา จัดกิจกรรม “รสดีแลนด์” เพื่อสร้างการรับรู้ถึงจุดเริ่มต้นความกลมกล่อมของ รสดี® แบรนด์ผงปรุงรสอันดับ 1 ในใจคนไทย โดยมี กมลนัทธ์ สิทธิโชควงกมล และ มนทิชา รักเจริญ มาร่วมงานด้วย ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ วันก่อน.

ที่ให้ความกระจ่างได้อย่างดี…..ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีต รมว.ต่างประเทศ…ที่ทำหน้าที่ลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว…เคยระบุเอาไว้ดังนี้ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย–กัมพูชา ในอ่าวไทย…..เริ่มมีการเจรจาครั้งแรกเมื่อปี 2513…..ที่กรุงพนมเปญ…จนกระทั่งปี 2533 สมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ประสบความสำเร็จในการเจรจา พื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย– มาเลเซีย…และ พยายามจะใช้โมเดลนี้กับกัมพูชา ด้วย……แต่ไม่สำเร็จเพราะความขัดแย้งภายในของกัมพูชาเอง …..จนถึง ปี 2544 จึงได้มีการเจรจาอย่างจริงจัง….จนนำไปสู่บันทึกความเข้าใจในวันที่ 18 มิ.ย. ปี 2544… และในการเจรจาครั้งนั้น นายกฯกัมพูชา ยืนยันว่าจะ ยกเลิกข้อเรียกร้องการอ้างสิทธิเหนือเกาะกูด….และยอมรับว่า เกาะกูดเป็นของไทย….โดยมีบันทึกความเข้าใจแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เกาะกูด อยู่ภายใต้อธิปไตยของไทย ….อย่างเป็นทางการและเป็นลาย ลักษณ์อักษร……จบนะ

น่าซื้อน่าใส่ ไท จิราธิวัฒน์ และ เอ็ดวิน ยัป ฮอสัน จัดงานเปิด “GUESS Flagship Store” คอนเซปต์ใหม่แห่งแรกในโลก พร้อมแนะนำ อารยา เอ ฮาร์เก็ต GUESS Girl ประจำประเทศไทย โดยมี อูฟุค เมโมกลู และ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

การปรับลดดอกเบี้ยเชิงนโยบายลงมา 0.25% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ…มาที่ระดับ 4.50-4.75%….เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ย้ำว่า เป็นแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินอย่างรอบคอบและอดทน…..จะช่วยรักษาความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานพร้อมสนับสนุนเงินเฟ้อที่มีเป้าหมายเคลื่อนตัวใกล้เป้าหมายที่ 2% มากขึ้น….ส่วนจะทำงานร่วมกับรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ได้หรือไม่ เป็นเรื่องของอนาคต….ยืนกระต่ายขาเดียว ไม่ลาออก แน่นอน ……..จบข่าว

15 ขวบ กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ชวนผู้ประกอบการ สถาปนิก วิศวกรและอินทีเรียร์มาสัมผัสประสบ การณ์สุดพิเศษ ในโอกาสครบรอบ 15 ปี คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ โดยมี สรพจน์ เตชะไกรศรี, ณพน เจนธรรมนุกูล และ ชาวันย์ สวัสดิ์–ชูโต มาร่วมงานด้วย ที่สนามกอล์ฟอัลไพน์ วันก่อน.

ขณะที่ เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ…. กล่าวเอาไว้ในที่ประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ธนาคาร ที่สิงคโปร์ว่า…..การเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เป้าหมายเดียว แต่ การยกระดับคุณภาพชีวิตและความเท่าเทียม ในการเข้าถึงบริการการเงินของคนไทยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด …….เสมอภาค ประสิทธิภาพและเสถียรภาพ….ยังไม่จบ…..ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมด้วยผู้บริหารในกลุ่ม ปตท. รวมพลังขับเคลื่อนธุรกิจด้วยหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในงาน PTT Group CG Day 2024 ภายใต้แนวคิด เปิดกว้าง เชื่อมโยง โปร่งใส ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ

ปลายทางชีวิต ต่อศักดิ์ โชติมงคล และ กฤษณา อัมพุช เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ภรากร วิหงษ์ สามี อรณิชา วิหงษ์ โดยมี ภิมุข สิมะโรจน์, วรลักษณ์ตุลาภรณ์ และ กันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดลาดบัวขาว เขตสะพานสูง วันก่อน.

ศพ วันเฉลิม กาญจนมงคล ตั้งสวดศาลา 1 วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร 18.30 น. ถึง 12 พ.ย. ฌาปนกิจ 13 พ.ย. 17.00 น.

ครบวงจร ทรงวิทย์ ฐิติปุญญา จัดงานเปิด “AVATR BANGNA” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรแห่งแรกในเซาท์อีสต์เอเชียของรถยนต์ไฟฟ้า AVATR โดยมี จาง เฉิงเฉียง, ศรัณย์ เจริญสุวรรณ และ ดร.กวิล ชัยเกียรติ มาร่วมงานด้วย ที่โครงการแอท ยู พาร์ค บางนา กม.12 วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

จีนประกาศยกเลิกการสอบเข้าอนุบาล เพื่อลดภาระทางวิชาการของเด็กเล็ก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825132

จีนประกาศยกเลิกการสอบเข้าอนุบาล เพื่อลดภาระทางวิชาการของเด็กเล็ก

12 พ.ย. 2567 12:27 น.

จีนประกาศยกเลิกการสอบเข้าอนุบาล เพื่อลดภาระทางวิชาการของเด็กเล็ก

จีนประกาศยกเลิกการสอบเข้าเรียนชั้นอนุบาลทุกรูปแบบ เพื่อลดภาระทางวิชาการของเด็กเล็ก เริ่มบังคับใช้วันที่ 1 มิถุนายนปีหน้า

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 เว็บไซต์ข่าวซินหัว รายงานว่า นางจาง เหวินปิน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการของจีน แถลงว่าจะไม่อนุญาตให้เด็กก่อนวัยเรียน ที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนชั้นอนุบาล ทำการสอบหรือการทดสอบก่อนเข้าเรียนไม่ว่าในรูปแบบใด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2025 ซึ่งถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการลดภาระทางวิชาการให้กับเด็กและนักเรียนชาวจีน

ก่อนหน้านี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติได้รับรองร่างกฎหมายการศึกษาก่อนวัยเรียนฉบับใหม่ เมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาของร่างกฎหมายฉบับนี้ ยังกำหนดให้โรงเรียนอนุบาลของรัฐควรรับเด็กที่มีความพิการเข้าเรียนด้วย เพื่อให้พวกเขาสามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตในโรงเรียนอนุบาลได้ 

นอกจากนี้ยังกำหนดให้การศึกษาก่อนวัยเรียนเป็นบริการการดูแลและการศึกษาที่โรงเรียนอนุบาลและสถาบันอื่นๆ จัดให้สำหรับเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไปก่อนเข้าเรียนในชั้นประถม อีกทั้งระบุว่าการศึกษาก่อนวัยเรียนถือเป็นส่วนสำคัญของระบบการเรียนระดับชาติและสวัสดิการสังคม

ทั้งนี้ จีนพัฒนาการศึกษาก่อนวัยเรียนอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีเด็กเล็กเกือบ 40.93 ล้านคนเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลทั่วประเทศเมื่อปี 2023 ครองสัดส่วนร้อยละ 91.1 ของเด็กเล็กก่อนวัยเรียนทั้งหมด.

เปิดรายชื่อตัวเต็งเข้าร่วมฝ่ายบริหารชุดใหม่ของทรัมป์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825096

เปิดรายชื่อตัวเต็งเข้าร่วมฝ่ายบริหารชุดใหม่ของทรัมป์

12 พ.ย. 2567 12:11 น.

เปิดรายชื่อตัวเต็งเข้าร่วมฝ่ายบริหารชุดใหม่ของทรัมป์

  • โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 ไม่ยอมเสียเวลาในการเลือกเจ้าหน้าที่ที่จะมารับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลชุดใหม่ของเขา โดยชุดแรกมีทั้งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ผู้คุมชายแดน เอกอัครราชทูตประจำสหประชาชาติ และหัวหน้าหน่วยงานปกป้องสิ่งแวดล้อม 
  • ซูซี่ ไวลส์ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมหาเสียงของเขา จะมารับตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวที่เป็นผู้หญิงคนแรก ในขณะที่ทอม โฮแมน ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งในสมัยแรกของทรัมป์ จะมีบทบาทสำคัญเป็นผู้คุมชายแดน ดูแลเรื่องการเนรเทศผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย
  • ประธานาธิบดีต้องรับผิดชอบการแต่งตั้งนักการเมืองประมาณ 4,000 คน ซึ่งกระบวนการนี้อาจกินเวลาหลายเดือน โดยทีมงานเปลี่ยนผ่านของประธานาธิบดีของทรัมป์กำลังคัดกรองผู้สมัครหลายรายก่อนที่เขาจะกลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในวันที่ 20 มกราคม 2025

เพียงไม่กี่วันหลังจากที่เขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ทรัมป์ก็ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาและพันธมิตรทางการเมืองจำนวนหนึ่งให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ รวมไปถึงหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวด้วย

การแต่งตั้งในช่วงแรกของทรัมป์ยังเกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญๆ เช่น การเนรเทศผู้ลักลอบอพย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่พรรครีพับลิกันให้ความสำคัญในแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งในปี 2024

“ซูซี่ ไวลส์” หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว

ซูซี่ ไวลส์ ที่ปรึกษาอาวุโสในแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์ในปี 2024 ซึ่งเป็นหญิงเหล็กที่อยู่เบื้องหลังชัยชนะของทรัมป์ในการเลือกตั้งเพื่อทวงเก้าอี้ประธานาธิบดีครั้งนี้ เป็นคนแรกที่ทรัมป์ประกาศแต่งตั้งเข้ารับตำแหน่งในฝ่ายบริหารของเขา

หญิงวัย 67 ปีผู้นี้เป็นหนึ่งในคนที่ทรัมป์ไว้วางใจมากที่สุดในทีมของเขา เธอเป็นผู้วางแผนเส้นทางการกลับมาเล่นการเมืองของทรัมป์ โดยเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการเมืองของรัฐฟลอริดา เธอยังเคยทำงานในแคมเปญหาเสียงของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนในปี 1980 และยังเคยช่วยให้รอน เดอซานติส ชนะการเลือกตั้งรอบแรกในนามผู้ว่าการรัฐ ก่อนที่จะช่วยให้ทรัมป์เอาชนะเดอซานติสในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกันในปี 2024

ทรัมป์กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า ซูซี่ ไวลส์ เพิ่งช่วยให้เขาบรรลุชัยชนะทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อเมริกา และประกาศว่าได้เลือกเธอให้เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ มีอิทธิพลในทำเนียบขาว เพราะต้องดูแลทรัมป์ ต้องเข้าพบและหารือกับประธานาธิบดีทุกวันตลอดจนต้องดูแลทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้นในทำเนียบขาว

ทรัมป์บอกว่า ซูซี่เป็นหญิงที่เข้มแข็ง ฉลาด มีนวัตกรรม เธอยังเป็นที่ชื่นชมและเคารพนับถือจากคนทั่วไป ซึ่งเขาเชื่อว่าซูซี่จะทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อให้ประเทศอเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

ทางด้านเอมี่ โคช นักยุทธศาสตร์ของพรรครีพับลิกัน กล่าวกับอัลจาซีราว่า ไวลส์เป็นคนที่ภักดีต่อทรัมป์ และเธอมีคุณสมบัติครบตามที่เขามองหา สำหรับคนที่เขาจะคัดเลือกมาเข้าร่วมคณะรัฐมนตรี 

“ทอม โฮแมน” ผู้ควบคุมชายแดน

ทรัมป์ได้ระบุชื่อโฮแมน วัย 62 ปี ให้เป็น “ผู้ควบคุมชายแดน”ผู้ที่จะทำหน้าที่สำคัญ เพื่อทำให้นโยบายการเนรเทศผู้อพยพครั้งใหญ่ของทรัมป์เป็นจริงตามสัญญา โดยทรัมป์โพสต์บนเว็บไซต์ Truth Social เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ ที่ผ่านมาว่า ไม่มีใครทำหน้าที่ควบคุมและปราบปรามชายแดนได้ดีไปกว่าโฮแมนอีกแล้ว 

ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า โฮแมนเคยดำรงตำแหน่งอดีตหัวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ ในรัฐบาลชุดแรกของทรัมป์ และจากนี้ไปเขาจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ การเนรเทศคนต่างด้าวที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายกลับไปยังประเทศต้นทาง

ทรัมป์สัญญาว่าจะดำเนินการเนรเทศผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ซึ่งคำมั่นสัญญานี้ได้สร้างความกังวลอย่างกว้างขวางจากผู้สนับสนุนสิทธิของผู้อพยพและผู้ขอลี้ภัย

โฮแมนยืนกรานว่า การดำเนินการครั้งใหญ่เช่นนี้จะต้องเป็นไปตามหลักมนุษยธรรม ซึ่งเขาได้เสนอในการประชุมเดือนกรกฎาคมที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่าเขายินดีที่จะ ดำเนินปฏิบัติการเนรเทศผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดที่ประเทศนี้เคยเห็นมา

ที่ผ่านมาเขานายโฮแมนยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงการปกป้องนโยบายไม่ยอมประนีประนอม ของทรัมป์ ซึ่งส่งผลให้พ่อแม่และเด็กๆหลายพันคน ต้องแยกจากกัน เพื่อขอสถานะผู้ลี้ภัยที่ชายแดน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ไปให้สัมภาษณ์กับรายการ 60 Minutes ของ CBS News เมื่อปลายเดือนตุลาคมไม่นานก่อนที่ทรัมป์จะได้รับการเลือกตั้ง โฮแมนถูกถามว่ามีวิธีใดที่จะทำการเนรเทศจำนวนมากโดยไม่ต้องแยกครอบครัวหรือไม่ ซึ่งในตอนนั้นเขาตอบว่ามีแน่นอน และครอบครัวสามารถถูกเนรเทศพร้อมกันได้

“เอลีส สเตฟานิก” ทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น 

เอลีส สเตฟานิก วัย 40 ปี เป็นหนึ่งในสส.รีพับลิกันที่ออกมาปกป้องทรัมป์อย่างเข้มแข็งที่สุดในรัฐสภา เธอดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน มาเป็นเวลา 10 ปี และรับตำแหน่งประธานที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันในปี 2021 หลังจากที่ลิซ เชนีย์ ถูกพรรคปลดออก จากกรณีที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์อย่างรุนแรงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จในคดีทุจริตการเลือกตั้งปี 2020

ก่อนหน้านี้ สเตฟานิกยังเป็นคนสำคัญในการผลักดันให้รัฐสภาแก้ไขข้อกล่าวหาเรื่องการต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ ซึ่งนักวิจารณ์มองว่า แท้จริงแล้วเป็นความพยายามที่จะปราบปรามการวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลที่กำลังทำสงครามในฉนวนกาซา

หากได้รับการยืนยันเธอจะเดินทางไปยังสหประชาชาติ ในช่วงเวลาที่มีความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับจุดยืนของรัฐบาลทรัมป์ ในเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน ท่ามกลางสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซาและเลบานอนที่ยังคงยืดเยื้อ ทำให้เกิดความวิตกกังวลมากขึ้นว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การที่สเตฟานิกประกาศสนับสนุนอิสราเอล อาจทำให้เกิดความขัดแย้งภายในยูเอ็นและแน่นอนว่าจะเป็นการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรระหว่างประเทศ 

ทรัมป์เคยโพสต์ลง Truth Social ว่าสเตฟานิกจะเป็นเอกอัครราชทูตที่ยอดเยี่ยมประจำสหประชาชาติ โดยจะเธอจะเป็นสื่อกลางส่งผ่านสันติภาพด้วยความเข้มแข็งและยืนหยัดนโยบายด้านความมั่นคงแห่งชาติที่ให้ความสำคัญกับอเมริกาเป็นอันดับแรก

“สตีเฟน มิลเลอร์” รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบาย

แม้ว่าทรัมป์จะยังไม่ได้ประกาศแต่งตั้งมิลเลอร์อย่างเป็นทางการ แต่เป็นว่าที่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ที่ออกมายืนยันในเรื่องนี้ โดยบอกว่า นี่คือการเลือกคนเข้าดำรงตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งหนึ่งของประธานาธิบดี

โดยนายมิลเลอร์ วัย 39 ปี เป็นที่ปรึกษาของทรัมป์ในประเด็นต่อต้านผู้อพยพ ซึ่งที่ผ่านมาเขาเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยร่างนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์สมัยแรก อาทิ นโยบายที่เกี่ยวกับการแยกครอบครัวผู้อพยพ

อดีตผู้ช่วยของไมค์ เพนซ์ ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของทรัมป์ตั้งแต่ปี 2017-2021 เคยกล่าวว่า การที่รัฐบาลทรัมป์ใช้มาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อปิดพรมแดนทางใต้ของสหรัฐฯ กับเม็กซิโกอย่างมีประสิทธิผลระหว่างการระบาดของโควิด-19 ถือเป็นผลงานสุดพิเศษของสตีเฟน มิลเลอร์ โดยในตอนนั้นภายใต้กฎหมายที่เรียกว่า Title 42 ผู้ย้ายถิ่นฐานและผู้ขอสถานะผู้ลี้ภัยหลายพันคนถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมืองชายแดนเม็กซิโกซึ่งเป็นอันตราย และเผชิญกับความรุนแรงอย่างกว้างขวางรวมทั้งการข่มขืน การฆาตกรรม และการลักพาตัว

ก่อนหน้านี้ นายมิลเลอร์ สนับสนุนคำมั่นสัญญาของทรัมป์ในปี 2024 ที่จะทำการเนรเทศผู้ลักลอบอพยพเข้าประเทศจำนวนมาก เขายังมักใช้ถ้อยคำที่รุนแรงเพื่อโจมตีผู้อพยพอยู่บ่อยครั้ง โดยกล่าวในการชุมนุมหาเสียงของทรัมป์ที่นิวยอร์กเมื่อเดือนที่แล้วว่า “อเมริกาเป็นของคนอเมริกันและคนอเมริกันเท่านั้น”

“ลี เซลดิน” หัวหน้าสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม

ที่ผ่านมานายเซลดิน วัย 44 ปี ไม่เคยมีประสบการณ์งานด้านสิ่งแวดล้อม แต่เขาเป็นผู้สนับสนุนประธานาธิบดีที่ได้รับการเลือกเพราะความซื่อสัตย์จงรักภักดี โดยเขาเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากนิวยอร์ก เขาให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนแผนของทรัมป์ในการยกเลิกการควบคุมการอนุมัติการสกัดพลังงานและลดขั้นตอนทางกฎระเบียบที่ยุ่งยาก

หลังได้รับการติดต่อว่าจะให้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม เขาโพสต์บน X ว่ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับตำแหน่งนี้ พร้อมระบุว่าจะฟื้นคืนความโดดเด่นด้านพลังงานของสหรัฐฯ ฟื้นฟูอุตสาหกรรมรถยนต์เพื่อนำงานกลับคืนมาสู่อเมริกา และทำให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้าน AI ของโลก เขายังกล่าวจะปกป้องการเข้าถึงอากาศและน้ำที่สะอาด

ระหว่างการหาเสียง ทรัมป์วิจารณ์รัฐบาลไบเดนที่สนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าและข้อจำกัดต่างๆในการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ นอกจากนี้ เขายังมักใช้คำว่า “drill baby drilling” เพื่ออธิบายแนวทางการสำรวจปิโตรเลียมของรัฐบาลชุดใหม่ของเขา

นอกจากนี้ มีข่าวว่า ทรัมป์ยังเตรียมแต่งตั้ง นายไมค์ วอลทซ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐฟลอริดา และอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษ ให้มาเป็นที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของเขา ซึ่งภายในเดือนหน้ารายชื่อคณะรัฐมนตรีและตำแหน่งสำคัญๆในฝ่ายบริหารของทรัมป์จะทยอยได้รับการเปิดเผยออกมา. 

ทรัมป์ตั้งทูตประจำ UN คนใหม่ เลือกคนคุ้นเคยเป็นผู้บริหารพรมแดน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825066

ทรัมป์ตั้งทูตประจำ UN คนใหม่ เลือกคนคุ้นเคยเป็นผู้บริหารพรมแดน

12 พ.ย. 2567 06:29 น.

ทรัมป์ตั้งทูตประจำ UN คนใหม่ เลือกคนคุ้นเคยเป็นผู้บริหารพรมแดน

นายทรัมป์ยืนยันตัวสมาชิกในทีมบริหารชุดใหม่ของเขาเพิ่มอีกหลายคน รวมถึงทูตประจำ UN คนใหม่ และตั้ง ทอม โฮแมน คุมชายแดนดูแลเรื่องผู้อพยพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ ยืนยันตัวเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าร่วมรัฐบาลขชุดใหม่ของเขาเพิ่มเติมในวันจันทร์ที่ 11 พ.ย. 2567 โดยจะตั้งนายทอม โฮแมน วัย 62 ปี ให้รับตำแหน่งผู้บริหารจัดการพรมแดน คาดดูแลเรื่องการเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมาย

นายโฮแมนเคยทำงานให้รัฐบาลทรัมป์ชุดแรกมาแล้ว โดยเป็นรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแห่งสหรัฐอเมริกา (ICE) นอกจากนั้นยังเคยเป็นหัวหน้าตำรวจของ ICE ในการปกครองของประธานาธิบดี บารัค โอบามา และดำเนินการเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายตามคำสั่งอย่างเป็นทางการมาแล้วหลายครั้ง

คาดกันว่า นายโฮแมนจะเป็นแกนสำคัญในการดำเนินนโยบาย ไม่อดทนต่อผู้อพยพผิดกฎหมาย ของนายทรัมป์ ซึ่งทำให้เด็กผู้อพยพหลายพันคนต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ โดยหลังจากได้รับการเสนะชื่อไม่นาน เขาก็ออกมาประกาศว่า “ผู้อพยพผิดกฎหมายความกลัวได้แล้ว” ด้วย

โดนัลด์ ทรัมป์ กับ เอลิส สเตฟานิค ว่าที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติคนใหม่

ขณะเดียวกันมีการประกาศว่า นายทรัมป์จะตั้ง น.ส. เอลิส สเตฟานิค สส.นิวยอร์ก จากพรรครีพับลิกัน วัย 40 ปี เป็นว่าที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติคนใหม่ ซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญต่อความร่วมมือและความมั่นคงร่วมกันในระดับโลก ซึ่งตอนนี้กำลังสั่นสะเทือนเพราะสงครามในยูเครนและในตะวันออกกลาง

ในปี 2557 น.ส.สเตฟานิก สร้างสถิติเป็นผู้หญิงอายุน้อยที่สุดที่ชนะเลือกตั้งและได้เข้าสู่รัฐสภาสหรัฐฯ โดยตอนนั้นเธอมีอายุเพียง 30 ปีเท่านั้น และเธอชนะและได้เป็นตัวแทนเขต 21 ของรัฐนิวยอร์กเรื่อยมาจนถึงตอนนี้

นายทรัมป์ยังประกาศเลือกนาย ลี เซลดิน อดีตสมาชิกสภาจากรัฐนิวยอร์ก เป็นผู้อำนวยการสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (EPA) โดยนายทรัมป์ระบุว่า นายเซลดินมีการตัดสินใจเกี่ยวกับการลดข้อจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อปลดปล่อยอำนาจของธุรกิจอเมริกันออกมา มาตรฐานด้านสภาพอากาศ

“เขาจะกำหนดมาตรฐานของการทบทวนและดูแลสภาพอากาศใหม่ ซึ่งนั่นจะทำให้สหรัฐฯ เติบโตอย่างแข็งแรงและมีโครงสร้างที่ดี” นายทรัมป์ระบุในแถลงการณ์

ลี เซลดิน อดีตสมาชิกสภาจากรัฐนิวยอร์ก

ทั้งนี้ มีข่าวลือด้วยว่า นายทรัมป์จะแต่งตั้งนาย สตีเฟน มิลเลอร์ เห็นรองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายประจำทำเนียบขาว แต่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม นาย เจ.ดี. แวนซ์ ว่าที่รองประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ก็ออกมาร่วมแสดงความยินดีกับนายมิลเลอร์ล่วงหน้าแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ ประณามอิสราเอล ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825065

มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ ประณามอิสราเอล ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา

12 พ.ย. 2567 05:10 น.

มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ ประณามอิสราเอล ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา

เจ้าชาย บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ ประณามอิสราเอลว่าทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา และเรียกร้องให้รัฐบาลยิวถอนทหารออกจากกาซากับเวสต์แบงก์ทันที

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 11 พ.ย. 2567 ว่า เจ้าชาย โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ประณามการกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซาว่าเป็นการ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ถือเป็นคำวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรงที่สุดจาเจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบีย นับตั้งแต่งสงครามเรื่อมขึ้นเมื่อ 7 ต.ค. ปีก่อน

เจ้าชาย บิน ซัลมาน มีพระดำรัสดังกล่าวขณะทรงเป็นประธานการประชุมสุดยอดผู้นำชาติสมาชิก “องค์การความร่วมมืออิสลาม” (OIC) กับกลุ่มสันนิบาตอาหรับ (Arab League) ที่กรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พ.ย.

มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ยังประณามอิสราเอลที่โจมตีเลบานอนกับอิหร่าน รวมถึงเตือนรัฐบาลยิวไม่ให้โจมตีดินแดนอิหร่าน อันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุฯ กับชาติคู่อริอย่างอิหร่าน พัฒนาขึ้น

นอกจากนั้น พระองค์ยังร่วมกับผู้นำชาติอาหรับและอิสลามที่มาร่วมการประชุม เรียกร้องให้อิสราเอลถอนทหารทั้งหมดออกจากฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ด้วย

ขณะเดียวกัน เจ้าชาย ไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล-ซาอุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ตรัสว่า เป็นความล้มเหลวของประชาคมนานาชาติ ที่สงครามในกาซายังไม่ถูกหยุดยั้ง และกล่าวหาอิสราเอลว่า ทำให้เกิดความอดอยากขึ้นที่นั่น

จนถึงตอนนี้ สงครามในฉนวนกาซาทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วมากกว่า 43,400 ศพ โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) พบว่า 70% ของผู้เสียชีวิตในกาซาที่ระบุตัวตนได้ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เป็นผู้หญิงกับเด็ก

ผู้นำคนอื่นๆ ที่การประชุมสุดยอดในกรุงริยาด ยังร่วมกันประณามอิสราเอล ที่โจมตีเจ้าหน้าที่และอาคารของสหประชาชาติในกาซาอย่างต่อเนื่องด้วย

ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคม รัฐสภาของอิสราเอล ผ่านกฎหมายแบนสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) ไม่ให้ปฏิบัติงานในอิสราเอล และกรุงเยรูซาเลมตะวันออก โดยกล่าวหาว่า องค์กรนี้สมคบกับกลุ่มฮามาส

กฎหมายดังกล่าวทำให้หลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร แสดงความกังวลอย่างยิ่ง ว่ามันกระทบต่อความสามารถในการขนส่งความช่วยเหลือเข้าสู่ฉนวนกาซา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สายการบินแห่ระงับเดินทางไปเฮติ หลังบินโดยสารโดนปืนยิงขณะลงจอด เจ็บ 1

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825064

สายการบินแห่ระงับเดินทางไปเฮติ หลังบินโดยสารโดนปืนยิงขณะลงจอด เจ็บ 1

12 พ.ย. 2567 04:15 น.

สายการบินแห่ระงับเดินทางไปเฮติ หลังบินโดยสารโดนปืนยิงขณะลงจอด เจ็บ 1

หลายสายการบินระงับเที่ยวบินไปเฮติ หลังเครื่องบินโดยสารลำหนึ่งถูกปืนยิงขณะพยายามลงจอดที่กรุงปอร์โตแปรงซ์ มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ 951 ของสายการบิน “สปิริต แอร์ไลน์ส” มีกำหนดการเดินทางจากเมืองฟอร์ท ลอเดอร์เดล ในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ถึงท่าอากาศยานนานาชาติ “ตูแซ็ง ลูแวร์ตูร์” ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ ของเฮติ ในเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 11 พ.ย. 2567 แต่พวกเขากลับถูกปืนยิงเข้าใส่ขณะพยายามลงจอด

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เครื่องบินต้องเปลี่ยนเส้นทางไปยังสาธารณรัฐโดมินิกัน และลงจอดอย่างปลอดภัยที่สนามบินซานติอาโก

สปิริต แอร์ไลน์ส ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำในรัฐฟลอริดา ออกแถลงการณ์ระบุว่า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 1 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเหตุการณ์นี้ แต่ไม่มีผู้โดยสารคนใดได้รับบาดเจ็บ

นี่นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 สัปดาห์ ที่เครื่องบินโดยสารถูกปืนยิงเข้าใส่ขณะบินอยู่เหนือเมืองหลวงของเฮติ ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤติการเมืองอย่างหนัก จนทำให้กลุ่มติดอาวุธหลากหลายกลุ่ม ยึดครองพื้นที่ขนาดใหญ่ของประเทศเอาไว้

บนโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งอ้างว่า เป็นภาพภายในเครื่องบินลำที่เกิดเหตุ และมีรูกระสุนหลายรูอยู่บริเวณเก้าอี้ที่ลูกเรือต้องนั่งเวลาเครื่องบินขึ้นหรือลงจอด

สปิริต แอร์ไลน์ส ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบความเสียหายที่น่าจะเกิดจากกระสุนปืน ระหว่างการตรวจสอบเครื่องบินที่สนามบินซานติอาโก และทำให้เครื่องบินลำนี้ต้องถูกถอดออกจากการให้บริการ สปิริต แอร์ไลน์ส บอกด้วยว่า พวกเขาจะระงับเที่ยวบินไปเฮติอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าการประเมินสถานการณ์จะเสร็จสิ้น

ขณะเดียวกัน สายการบินของสหรัฐฯ อีก 2 เจ้า ได้แก่ อเมริกัน แอร์ไลน์ส และ เจ็ทบลู (JetBlue) ก็ประกาศระงับให้บริการเที่ยวบินไปเฮติเช่นกัน โดยจะหยุดจนถึงวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ย.เป็นอย่างน้อย

ทั้งนี้ สถานการณ์ความมั่นคงในเฮติย่ำแย่ลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อเดือนตุลาคม กลุ่มแก๊งติดอาวุธยิงปืนเข้าใส่เฮลิคอปเตอร์ขององค์การสหประชาชาติ ทำให้สายการบินต่างๆ ประกาศยกเลิกเที่ยวบินมาเฮติไปแล้วครั้งหนึ่ง

เมื่อวันจันทร์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเฮติเพิ่งสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง หลังจากนาย แกร์รี โคนิลล์ ถูกขับออกจากตำแหน่ง หลายเข้ามาทำงานได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กระแสดีจนวุ่น วัยรุ่นจีนนับหมื่นคน แห่ปั่นจักรยานข้ามเมืองชิมเสี่ยวหลงเปา

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825063

กระแสดีจนวุ่น วัยรุ่นจีนนับหมื่นคน แห่ปั่นจักรยานข้ามเมืองชิมเสี่ยวหลงเปา

12 พ.ย. 2567 02:34 น.

กระแสดีจนวุ่น วัยรุ่นจีนนับหมื่นคน แห่ปั่นจักรยานข้ามเมืองชิมเสี่ยวหลงเปา

วัยรุ่นจีนหลายหมื่นคนออกมาปั่นจักรยานข้ามเมืองยามราตรี เพื่อไปชิมเสี่ยวหลงเปา ตามกระแสบนโลกโซเชียล จนเต็มถนน 6 เลน เจ้าหน้าที่คุมแทบไม่ไหว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา วัยรุ่นจีนในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน กำลังนิยมทำตามเทรนด์การเดินทางด้วยวิธีประหยัดเงิน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอนและการจ้างงานน้อย แต่เทรนด์นี้กลับขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนสร้างความวุ่นวายเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

กระแสดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจาก นักศึกษามหาวิทยาลัย 4 คน ปั่นจักรยานเป็นระยะทาง 50 กม. จากเมืองเจิ้งโจว ไปยังเมืองไคเฟิงเมื่อเดือนมิถุนายน เพื่อลองชิม “กวนทังเปา” (เกี๊ยวไส้น้ำซุป) โดยพวกเขาบอกกับสื่อท้องถิ่นว่า “คุณไม่มีโอกาสเป็นวัยรุ่นเป็นครั้งที่ 2 ดังนั้นคุณต้องออกเดินทางกับเพื่อนๆ ด้วยตัวเอง”

ข้อความดังกล่าวประทับใจคนหนุ่มสาวในเมืองเจิ้งโจว ซึ่งมีประชากร 12.6 ล้านคนอย่างมาก ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจจีนที่คนหนุ่มสาวออกมาตัดพ้อมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า เกิดภาวะ “หมดไฟ” (burnout) จากการแข่งขันที่มากเกินไป จนเกิดเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ที่ชื่อว่า “ปั่นจักรยานยามราตรีสู่เมืองไคเฟิง”

ตอนแรก กระแสดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นการแสดง “ความกระตือรือร้น” ของคนหนุ่มสาว และรัฐบาลท้องถิ่นก็มองเห็นโอกาสในการสร้างชื่อเสียงให้เมืองอย่างรวดเร็ว เหมือนกับเหตุการณ์ที่เมือง จือปั๋ว (Zibo) เมื่อปีก่อน ที่มีคนนับล้านแห่เดินทางไปชิมบาบีคิวของที่นั่น

เจ้าหน้าที่เมืองไคเฟิงถึงขั้นประกาศจัดงานลดราคาและงานอีเวนต์ดึงดูดกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย และใช้มาตรการควบคุมการจราจรเพิ่มเติม เพื่อปกป้องผู้ปั่นจักรยานด้วย

แต่สิ่งที่ควรจะเป็นแคมเปญเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจให้เมืองไคเฟิง กลับขยายใหญ่โตเกินคาด เพราะมันดึงดูดคนหนุ่มสาวจำนวนหลายหมื่นหรืออาจถึงหลักแสนคน เช่าจักรยานแห่ออกมาปั่นจักรยานยามราตรีในคืนวันศุกร์ที่ 9 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา จนแน่นถนน 6 เลน ที่เชื่อมระหว่างเมืองเจิ้งโจวกับไคเฟิง

ตำรวจที่มาคุมสถานการณ์ต้องใช้โทรโข่งเรียกร้องให้พวกเขาเดินทางกลับ ขณะที่บริษัทผู้ให้เช่าจักรยานเตือนว่าจะใช้มาตรการล็อกจักรยานแบบควบคุมระยะไกล เพื่อไม่ให้ขับขี่ได้

ด้วยจำนวนคนมหาศาลทำให้บรรยากาศความสนุกสนานที่ได้ออกมาขี่จักรยานยามค่ำคืนกับเพื่อนๆ จากหายไป กลายเป็นความลำบากลำบน ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งระบุว่า การเดินทางที่เคยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง กลับเพิ่มเป็น 3 ชั่วโมง ขณะที่บางคนต้องลงจากจักรยาน เพื่อเดินฝ่าฝูงชนที่แออัด

ผู้ขับขี่จักรยานบางคนที่เดินทางไปจนถึงเมืองไคเฟิง ก็รู้สึกไม่ประทับใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนัก โดยนักศึกษาบางคนโพสต์ข้อความบนโลกออนไลน์ว่า “เสียใจที่มาร่วมงาน” หลังจากต้องปั่นจักรยานนานถึง 7 ชั่วโมง และหาแท็กซี่หรือห้องพักไม่ได้ เพราะความต้องการสูงมากเหลือเกิน

“ตอนที่ฉันได้นั่งในร้านอาหาร ผมได้ยินเจ้าของร้านบ่นว่าพวกนักศึกษามหาวิทยาลัยไม่มีอะไรอย่างอื่นทำแล้ว ฉันเสียใจจริงๆ ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้คนในเมืองไคเฟิง”

บางคนก็วิพากษ์วิจารณ์เหล่านักปั่นจักรยานว่า ทิ้งขยะเรี่ยราด

หลังจากสถานการณ์ในคืนวันศุกร์เริ่มแย่ลง ผู้ให้บริการเช่าจักรยานรายใหญ่ 3 เจ้าของจีน ก็ออกแถลงการณ์ร่วมกัน เรียกร้องให้นักศึกษา ใช้รถไฟหรือรถประจำทางเพื่อเดินทางระยะไกล และขอให้หลีกเลี่ยงการใช้จักรยานเดินทางตอนกลางคืน เพื่อความปลอดภัย พอถึงช่วงบ่ายวันเสาร์ พวกเขาก็เริ่มปรับเงินผู้ที่นำจักรยานไปขี่ข้ามเมือง

หลายโพสต์บนโลกออนไลน์บอกด้วยว่า มหาวิทยาลัยบางแห่งในเมืองเจิ้งโจว เรียกร้องให้นักศึกษากลับหอพัก และบังคับใช้กฎการเข้าออกพื้นที่มหาวิทยาลัยที่เข้มงวดขึ้นด้วย

ส่วนตำรวจทั้งในเมืองเจิ้งโจวและไคเฟิง ต้องปิดเลนจักรยานสายหลักที่เชื่อมระหว่างทั้งสองเมืองบางส่วน ในวันเสาร์และอาทิตย์ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัสเซียปัดข่าว โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสายคุยปูติน ชี้ไม่เป็นความจริง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825062

รัสเซียปัดข่าว โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสายคุยปูติน ชี้ไม่เป็นความจริง

12 พ.ย. 2567 01:24 น.

รัสเซียปัดข่าว โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสายคุยปูติน ชี้ไม่เป็นความจริง

รัฐบาลเครมลินของรัสเซียปฏิเสธรายงานของสื่อต่างๆ ที่ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ โทรศัพท์คุยกับวลาดิเมียร์ ปูติน และเตือนผู้นำรัสเซียว่าอย่าทำให้สงครามในยูเครนรุนแรงขึ้น

วอชิงตัน โพสต์ เป็นสื่อฉบับแรกที่รายงานเรื่องการคุยกันทางโทรศัพท์ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ กับ วลาดิเมียร์ ปูติน เมื่อวันอาทิตย์ โดยระบุว่าการสนทนาเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดี และมีรายงานด้วยว่า นายทรัมป์ขู่ปูตินด้วยการพูดถึงทหารสหรัฐฯ มากมายที่ประจำการในยุโรป

อย่างไรก็ตามในวันจันทร์ นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียออกมายืนยันว่า รายงานดังกล่าว “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง และเป็นเรื่องแต่งล้วนๆ เพียงเท่านั้น เป็นแค่ข้อมูลเท็จ ไม่มีการสนทนาใดๆ เกิดขึ้น”

ขณะที่ทีมงานของนายทรัมป์ บอกว่า จะไม่แสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับการโทรศัพท์ส่วนตัวระหว่างประธานาธิบดีรายนี้ กับผู้นำของประเทศอื่น

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกร้าวว่า หากได้รับเลือกตั้ง เขาจะยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนภายใน 24 ชั่วโมง แต่ไม่บอกรายละเอียด จนทำให้เกิดความกังวลในหมู่ชาติพันธมิตรของยูเครนว่า เขาจะยุติการสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครน เพื่อบีบให้เกิดการเจรจาสงบศึกหรือไม่

โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เตือนก่อนหน้านี้ว่า หากปราศจากความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ยูเครนจะแพ้สงคราม

อย่างไรก็ตาม มีหลายคนที่ยังเชื่อว่า ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ จะไม่ทอดทิ้งยูเครน เช่นนาย จอห์น ฮีลลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร ขณะที่นาย โจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป เตือนขณะเยือนยูเครนว่า การยุติสงครามต้องมีความยั่งยืน

“นี่เป็นคำเตือนสำหรับผู้ที่บอกว่า สงครามนี้ต้องจบลง และต้องการหยุดมันโดยเร็วที่สุดโดยไม่สนวิธีการ ไม่สนว่ามันสำคัญอย่างไร” นายบอร์เรลล์กล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไต้หวันปิดคดีเพจเจอร์ระเบิดในเลบานอน ยืนยัน บ.ไต้หวันไม่ได้ผลิต

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2825059

ไต้หวันปิดคดีเพจเจอร์ระเบิดในเลบานอน ยืนยัน บ.ไต้หวันไม่ได้ผลิต

11 พ.ย. 2567 22:23 น.

ไต้หวันปิดคดีเพจเจอร์ระเบิดในเลบานอน ยืนยัน บ.ไต้หวันไม่ได้ผลิต

อัยการไต้หวันยุติการสืบสวน เหตุเพจเจอร์นับพันเครื่อง ระเบิดในเลบานอนเมื่อเดือนกันยายน โดยยืนยันว่าไม่มีบริษัท หรือชาวไต้หวันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ย. 2567 อัยการไต้หวันออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขายุติการสืบสวนกรณี เพจเจอร์นับพันเครื่องระเบิดพร้อมๆ กันในเลบานอนเมื่อเดือนกันยายน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากแล้ว โดยได้ข้อสรุปว่า ไม่มีประชาชนหรือบริษัทของไต้หวันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

ด้านสื่ออิสราเอลรายงานว่า นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล อ้างความรับผิดชอบในการโจมตีดังกล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยบอกกับเหล่ารัฐมนตรีว่า เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายกลาโหมและนักการเมืองหลายคน คัดค้านที่จะจุดระเบิดเพจเจอร์ แต่เขาเป็นคนส่งเดินหน้าปฏิบัติการเอง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 และ 18 ก.ย. เพจเจอร์และวอล์กกี้ทอล์กกี้หลายพันเครื่องที่สมาชิกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนใช้งาน เกิดระเบิดขึ้นพร้อมๆ กัน จำนวน 2 ระลอกใหญ่ จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 42 ศพ บาดเจ็บอีกเกือบ 3,500 รายทั่วประเทศ โดยเลบานอนและอิหร่านกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของอิสราเอล

แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า เพจเจอร์ที่เกิดระเบิด มีชื่อบริษัท “Gold Apollo” (โกลด์ อะพอลโล) ในไต้หวันติดอยู่ แต่ทางบริษัทอ้างว่า พวกเขาไม่ได้ผลิตเพจเจอร์เหล่านี้ ขณะที่รัฐบาลไต้หวันยืนกรานว่า เพจเจอร์เหล่านี้ไม่ได้ผลิตในดินแดนของพวกเขา

อัยการกรุงไทเป ซึ่งกำลังสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ ออกแถลงการณ์ในวันจันทร์ (11 พ.ย.) ระบุว่า เพจเจอร์โมเดล “AR-924” ที่เกิดระเบิดในเลบานอน ผลิต, จัดจำหน่าย และขนส่ง โดยบริษัทที่ชื่อว่า “Frontier Group Entity” (ฟรอนเทียร์ กรุ๊ป เอนทิตี) และถูกผลิตนอกไต้หวัน

อย่างไรก็ตาม โกลด์ อะพอลโล คือผู้ที่อนุญาตให้ ฟรอนเทียร์ฯ ใช้เครื่องหมายการค้า “Apollo” ได้

“ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่า มีผู้ผลิตภายในประเทศหรือบุคคล สมรู้ร่วมคิดในเหตุระเบิด ซึ่งละเมิดกฎหมายต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ

“ไม่มีการค้นพบหลักฐานของการก่ออาชญากรรมที่เป็นรูปธรรมมากพอในคดีนี้ และไม่พบว่ามีบุคคลใดพัวพันกับกิจกรรมผิดกฎหมายใดๆ หลังมีการสืบสวนอย่างครอบคลุม”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

จีนคึกคัก ต้อนรับ 11.11 เทศกาลช้อปปิ้งวันคนโสด

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2824939

จีนคึกคัก ต้อนรับ 11.11 เทศกาลช้อปปิ้งวันคนโสด

11 พ.ย. 2567 12:21 น.

จีนคึกคัก ต้อนรับ 11.11 เทศกาลช้อปปิ้งวันคนโสด

ชาวจีนจับจ่ายซื้อของทั้งตามร้านค้าและออนไลน์ ขณะที่ร้านค้าก็จัดโปรร่วมฉลอง “11.11” เทศกาลช้อปปิ้ง “วันคนโสด” ปีนี้อย่างคึกคัก

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ที่จีนมีบรรยากาศช้อปปิ้งคึกคักเฉลิมฉลอง “11.11” หรือวันคนโสด ตรงกับวันที่ 11 เดือน 11 เนื่องจากวันที่ 11.11 แทนด้วยเลข 1 ถึง 4 ตัว หรือเลขโสด 4 ตัวที่ยืนด้วยกัน ตามความเชื่อเรื่องโชคลางที่ได้ถูกอธิบายไว้หลายแบบ แต่ล้วนเกี่ยวข้องกับตัวเลข 1 ที่สื่อถึงความโสดและความโชคดี

นอกจากเป็นวันลดราคา 24 ชั่วโมงเฉพาะสำหรับผู้บริโภคทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์แล้ว ถือเป็นวันหยุดแบบไม่เป็นทางการ และเป็นเทศกาลช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

ด้านผู้ประกอบการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน อย่าง อะลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง เจดี ดอทคอม และพินตัวตัว ได้เริ่มต้นแคมเปญเนื่องใน วันคนโสด ซึ่งเป็นเทศกาลชอปปิ้งประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ปักกิ่งได้เปิดตัวมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจที่หลากหลาย

ขณะที่เถาเป่า และ ทีมอร์ กรุ๊ป หน่วยธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศ ภายใต้ร่มเงา อะลีบาบา ได้เปิดตัวช่วงการขายล่วงหน้าสำหรับโปรโมชั่นวันคนโสด หรือที่เรียกอีกอย่างว่า 11.11 หรือ Double 11 เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันจันทร์ โดยหมายถึงมหกรรมชอปปิงครั้งใหญ่ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน โดยบริษัทคาดว่าจะมีผู้ใช้งานเข้าร่วมเทศกาลในปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์ โดยที่ความรู้สึกของผู้บริโภคชาวจีนกำลังดีขึ้น.