Donation HUB สภากาชาดไทย เผยยอดเงินบริจาคเยียวยาวิกฤตอุทกภัย

https://www.naewna.com/lady/839721

Donation HUB สภากาชาดไทย เผยยอดเงินบริจาคเยียวยาวิกฤตอุทกภัย

Donation HUB สภากาชาดไทย เผยยอดเงินบริจาคเยียวยาวิกฤตอุทกภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Donation HUB สภากาชาดไทย เผยยอดเงินบริจาคเยียวยาวิกฤตอุทกภัยปักหมุดฟื้นฟูต่อเนื่อง ครอบคลุมพื้นที่ประสบภัย 27 จังหวัด

Donation HUB สภากาชาดไทย ศูนย์รวมการบริจาคและจัดกิจกรรมหารายได้เพื่อสนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือของสภากาชาดไทย เผยยอดเงินบริจาค “โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” รวม 154,959,679.90 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567) ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธาในการร่วมบริจาคและจัดกิจกรรมระดมทุนต่างๆ โดยขณะนี้ Donation HUB สภากาชาดไทย ได้แปรเปลี่ยนเงินบริจาคดังกล่าวให้เป็นพลังความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ กระจายสู่พี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ใน 27 จังหวัดทั่วประเทศ ประกอบด้วย ชุดธารน้ำใจพร้อมน้ำดื่มจากสภากาชาดไทย กว่า 80,000 ชุด ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ใน 27 จังหวัด,หน่วยเคลื่อนที่เร็วให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นในพื้นที่จังหวัดน่าน, สุโขทัย, ตาก, เชียงใหม่ และหนองคาย, หน่วยครัวเคลื่อนที่สภากาชาดไทย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย, หนองคาย และเชียงใหม่, หน่วยรถผลิตน้ำดื่มสภากาชาดไทยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย, เชียงใหม่, อ่างทอง และหนองคาย, หน่วยแพทย์เคลื่อนที่สภากาชาดไทย ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดหนองคาย และเชียงใหม่, หน่วยรถระนาบสูง ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่, สิ่งของอุปโภค-บริโภค เพื่อฟื้นฟูผู้ประสบภัย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

พร้อมกันนี้ Donation HUB สภากาชาดไทย ยังคงตั้งเป้าดำเนินภารกิจ “รับ” เพื่อ “ให้” ระดมเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่
ซึ่งกำลังต้องการการเยียวยาและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง เพราะความช่วยเหลือรอไม่ได้ จึงขอเชิญทุกท่านร่วมปันน้ำใจเพื่อฝ่าวิกฤตอุทกภัยครั้งนี้ไปด้วยกัน บริจาคผ่านบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ” ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่บัญชี 045-3-04637-0 บริจาคออนไลน์ https://www.donationhub.or.th/project/106/detail หรือ บริจาคด้วยตนเองที่ Donation HUB สภากาชาดไทย ตึกอำนวยนรธรรม ถนนพระรามที่ 4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 02-2564440 กด 2

การร่วมบริจาคจากหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา และจัดกิจกรรมระดมทุนต่างๆ

การร่วมบริจาคจากหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา และจัดกิจกรรมระดมทุนต่างๆ

การร่วมบริจาคจากหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา และจัดกิจกรรมระดมทุนต่างๆ

การร่วมบริจาคจากหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา และจัดกิจกรรมระดมทุนต่างๆ

การร่วมบริจาคจากหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา และจัดกิจกรรมระดมทุนต่างๆ

การร่วมบริจาคจากหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา และจัดกิจกรรมระดมทุนต่างๆ

การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ไข่ไก่ สุดยอดอาหาร ผู้ที่มีสุขภาพดีกินไข่ได้ทุกวัน กินได้ทุกวัย

https://www.naewna.com/lady/839741

ไข่ไก่ สุดยอดอาหาร ผู้ที่มีสุขภาพดีกินไข่ได้ทุกวัน กินได้ทุกวัย

ไข่ไก่ สุดยอดอาหาร ผู้ที่มีสุขภาพดีกินไข่ได้ทุกวัน กินได้ทุกวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไข่ไก่ เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง หาซื้อง่าย ราคาถูก เป็นอาหารคู่ครัว ทำอาหารได้หลากหลายเมนูทั้งคาวและหวาน มีโปรตีน ไขมันดี วิตามิน แร่ธาตุครบถ้วนมีสารอาหารสำคัญบำรุงสมอง ดวงตา และหัวใจ ที่ไม่สามารถกินอาหารอื่นทดแทนได้ เช่น โคลีนในไข่แดง ป้องกัน อัลไซเมอร์ อีกทั้ง ไข่ขาว ยังเป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่สุด เป็นมาตรฐานโปรตีนที่ดี เหมาะกับทุกคน ทั้งเด็กในวัยเจริญเติบโต คนทำงานที่ต้องการพลังงาน รวมถึงผู้รักสุขภาพ ออกกำลังกาย ดูแลมวลกล้ามเนื้อ ปั้นหุ่น

สำหรับความเข้าใจที่ว่า ไข่ไก่ ทำให้คอเลสเตอรอลสูงเป็นต้นเหตุของปัญหาหลอดเลือดอุดตัน เป็นความเข้าใจผิดความจริงแล้ว มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ พบว่า การบริโภคไข่ไก่ทำให้คอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้นจริงแต่เป็นชนิดที่ดี (HDL) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยลดอัตราการเกิดเส้นเลือดอุดตันได้ด้วย ความจริงของไข่ไก่ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพนี้ ได้รับการพิสูจน์แล้วและเปิดเผยอย่างแพร่หลาย

น.สพ.ดร.กิตติ ทรัพย์ชูกุลรองประธานคณะกรรมการโครงการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ 300 ฟอง

ขณะที่แนวทางในการลดคอเลสเตอรอล คือ งดอาหารทอด ของหวาน ของมันกะทิ ควบคู่กับการออกกำลังกาย สุขภาพร่างกายจะแข็งแรงดีขึ้น เพราะปริมาณคอเลสเตอรอล 80% มาจากการสร้างของตับ และอีก 20% มาจากอาหารที่รับประทาน คำแนะนำในการบริโภคไข่ไก่ที่เหมาะสมตามเพศและวัย ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เริ่มตั้งแต่ วัยทารก 6 เดือน บดไข่ต้มวันละครึ่งฟอง ทารก 1 ขวบสามารถบริโภคไข่ได้ทั้งฟอง เด็กวัยเรียน วัยรุ่น คนทำงาน ผู้สูงอายุสุขภาพดี และหญิงตั้งครรภ์ให้นมบุตร บริโภคได้ทุกวัน วันละ 1 ฟอง ส่วนกลุ่มผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ความดันโลหิต ไขมันในเลือดสูงและเบาหวาน บริโภคได้วันเว้นวัน ไม่ควรเกิน 3 ฟองต่อสัปดาห์ หรือกินตามคำแนะนำของแพทย์ ควรบริโภคอาหารให้หลากหลายครบทั้งห้าหมู่

ปัจจุบันระบบการเลี้ยงไก่ไข่ของไทย เป็นระบบมาตรฐานตลอดกระบวนการการผลิต สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค ตั้งแต่ ต้นน้ำ เป็นระบบฟาร์มมาตรฐานกลางน้ำ เป็นโรงคัดไข่มาตรฐาน สู่จุดจำหน่ายไข่มาตรฐาน โดยกรมปศุสัตว์ จะมีการตรวจสอบและมอบตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อไข่ไก่มาตรฐานได้จากการสังเกตตราสัญลักษณ์ดังกล่าว ในการเลือกซื้อไข่ไก่ แนะนำให้เลือกซื้อไข่ไก่ในปริมาณที่พอดีต่อการบริโภค ไม่จำเป็นต้องซื้อไปเก็บ เพราะไข่ไก่ยิ่งสดยิ่งมีคุณภาพสูง โดยทั่วไป ไข่ไก่มีอายุที่ประมาณ 15 วัน จากวันผลิต หากเกินจากนั้นจะทำให้ไข่เสื่อมคุณภาพ โปรตีนลดลง สำหรับผู้ที่ซื้อไข่ในตลาดสดที่ไม่มีวันหมดอายุระบุ อาจต้องเลือกจากฟองไข่จากลักษณะภายนอก เปลือกไม่มีรอยแตกร้าว ไม่ผิดรูปไม่เปรอะเปื้อน และไข่ไก่ที่สดจะมีนวลไข่ ส่วนการเก็บรักษาให้เก็บในตู้เย็น โดยให้ด้านแหลมลง ด้านป้านขึ้น จะช่วยทำให้เก็บไข่อยู่ได้นานขึ้น ถึง 1 เดือน

วิธีการปรุงไข่ที่ดีที่สุดได้ประโยชน์สูงสุด เหมาะสมกับการบริโภค คือไข่ต้ม เพราะไม่มีไขมันจากน้ำมัน และควรบริโภคไข่สุก ไม่ควรบริโภคไข่ขาวดิบเพราะร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้เต็มที่

การจัดการอุตสาหกรรมไก่ไข่เป็นต้นแบบของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วงสองเงื่อนไขบนพื้นฐานของความรู้
วิชาการและคุณธรรม ได้แก่ มีปริมาณไม่มากไป ไม่น้อยไป มีภูมิคุ้มกัน ประกอบการด้วยเหตุและผล ทำให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ มีระบบดูแลปริมาณการเลี้ยง คุณภาพสินค้า และราคาสู่ผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม ทำให้ผู้บริโภคอยู่ได้และเกษตรกรทั้งระบบอยู่ได้

วันนี้ไข่ไก่ไทยได้มาตรฐานโลก มีความปลอดภัย สามารถแนะนำให้ทุกคนบริโภคไข่ไก่ได้อย่างมั่นใจ “รักใครให้กินไข่ กินไข่ทุกวัน กินได้ทุกวัย” เป็นความมั่นคงทางอาหารและสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนไทยอย่างยั่งยืนและแท้จริง

วัน แบงค็อก จับมือ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา จัดเวิร์กช็อป เชิญ 2 ศิลปินดังระดับโลก แชร์เคล็ดลับร้องเพลงแบบมืออาชีพ

https://www.naewna.com/lady/839760

วัน แบงค็อก จับมือ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา จัดเวิร์กช็อป  เชิญ 2 ศิลปินดังระดับโลก แชร์เคล็ดลับร้องเพลงแบบมืออาชีพ

วัน แบงค็อก จับมือ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา จัดเวิร์กช็อป เชิญ 2 ศิลปินดังระดับโลก แชร์เคล็ดลับร้องเพลงแบบมืออาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วรวรรต ศรีสอ้าน และ ผศ.ดร.อโณทัย นิติพน ต้อนรับสองศิลปินระดับโลกวัน แบงค็อก แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ร่วมกับสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา จัดกิจกรรม “One Bangkok : The Voice of The Journey” โดยเชิญศิลปินระดับโลก คาลัม สกอตต์ (Calum Scott) ศิลปินเสียงคุณภาพจากเวที Britain’s Got Talent เจ้าของเพลงฮิต “You Are The Reason” และ ลอเรน ออลเรด (Loren Allred) เจ้าของเสียงทรงพลังจากเพลง “Never Enough” จากภาพยนตร์ The Greatest Showman มาร่วมแบ่งปันเคล็ดลับสู่การเป็นนักร้องมืออาชีพ พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปอย่างใกล้ชิดกับนักเรียนดนตรีของสถาบันฯ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการก้าวสู่การเป็นนักร้องแบบมืออาชีพ โดยมี วรวรรต ศรีสอ้านรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการวัน แบงค็อก และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อโณทัย นิติพน ผู้รักษาการแทนอธิการบดีสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา

เวิร์กช็อปครั้งนี้ ทั้ง คาลัม และ ลอเรน ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์การทำงานในวงการเพลง พร้อมทั้งเผยเทคนิคการร้องเพลงระดับโลกที่เก็บเกี่ยวมาตลอดเส้นทางอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น เคล็ดลับพิชิตโน้ตสูง รวมถึงวิธีการควบคุมลมหายใจเพื่อให้สามารถร้องโน้ตสูงได้อย่างต่อเนื่องและทรงพลัง เสน่ห์การถ่ายทอดอารมณ์เพลง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม ส่วนเรื่องเทคนิคการปรับเสียงร้อง นอกจากนั้น ยังมีเรื่องการดูแลสุขภาพเสียง และการเตรียมตัวสำหรับเพลงที่มีความท้าทายทางด้านเสียงสูงและการร้องเร็ว ตลอดจนการสร้างความเป็นตัวเองบนเวที และเทคนิคการสร้างเสน่ห์และความมั่นใจในการแสดง เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชม

ทั้งนี้ นักเรียนทั้ง 15 คนจากสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาได้รับโอกาสสุดพิเศษในการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของศิลปินระดับโลก พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาทักษะตนเองสู่เส้นทางดนตรีอย่างมืออาชีพ ซึ่งกิจกรรม “One Bangkok: The Voice of The Journey” ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ วัน แบงค็อก ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่มีคุณค่าและเป็นแรงผลักดันให้กับคนรุ่นใหม่

ลอเรน ออลเรด

ลอเรน ออลเรด

คาลัม สกอตต์

คาลัม สกอตต์

MBK MUSIC BAND CHALLENGE สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีครั้งใหม่

https://www.naewna.com/lady/839719

MBK MUSIC BAND CHALLENGE  สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีครั้งใหม่

MBK MUSIC BAND CHALLENGE สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีครั้งใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตอกย้ำและต่อยอดการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ MBK CENTER…CENTER of THE YOUTHคอมมูนิตี้ของทุกคนที่มีหัวใจอิสระได้มารวมตัวรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ปล่อยของโชว์ศักยภาพ ล่าสุด เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีครั้งใหม่กับการจัดแข่งขันวงดนตรีวัยมันส์ MBK MUSIC BAND CHALLENGE 2024 จับมือพันธมิตรอู้วมิวสิค (OoHmusic) เปิดพื้นที่ให้เหล่านักดนตรีรุ่นใหม่ที่มีดนตรีในหัวใจได้มาโชว์ความสามารถ เฟ้นหาที่สุดของวงดนตรีวัยมันส์ชิงรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท ซึ่งการแข่งขันเพิ่งจบไปหมาดๆ ใน รุ่นเยาวชน (อายุไม่เกิน 19 ปี) ทีมที่คว้าแชมป์ ได้แก่วง Buzz Light Ear, รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่วง The Exorcist,รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่วง ขนมหวานนอกจากนี้ ยังมี รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม ดังนี้ ร้องนำ ได้แก่ วง SiSweet, กลอง ได้แก่ วง Kan smile, กีตาร์ ได้แก่วง Multiverse, เบส ได้แก่ วง One la more,คีย์บอร์ด ได้แก่ วง Kan smileส่วน รุ่นจูเนียร์ (อายุไม่เกิน 15 ปี) ทีมที่คว้าแชมป์ ได้แก่ วงขนมหวาน,รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ วง ปลายแถวและ รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่วง Zizters, รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม ดังนี้ ร้องนำ ได้แก่ วง ปลายแถว กลองได้แก่ วง ขนมหวาน, กีตาร์ ได้แก่ วง Kids Do Band, เบส ได้แก่ วง 16 o’clock,คีย์บอร์ด ได้แก่ วง Zizters โดยมีสรัญญา เจริญศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟแอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นตัวแทนผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์มอบรางวัลทีมที่ชนะการแข่งขัน โดยการแข่งขันในครั้งนี้มีน้องๆ นักเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมแข่งขัน แสดงความสามารถกันอย่างเต็มที่ บรรยากาศการแข่งขันสุดเข้มข้น ผู้เข้าชมงานได้รับความสนุกสุดมันส์ เต็มอรรถรสจากทุกวงที่ขึ้นโชว์ รวมทั้งความสนุกสุดเหวี่ยงและความมันส์แบบจัดเต็มจากเหล่าศิลปินที่มาร่วมแสดง ทั้งวงดนตรีวัยรุ่นยอดนิยม Yes Indeed และวงอินดี้ร็อกมาแรง Only Monday

วง Buzz Light Ear จากโรงเรียนชลบุรี “สุขบท” ทีมชนะเลิศรุ่นเยาวชนมีสมาชิกในวง 4 คน ได้แก่ น้องเกม อายุ 19 ปี น้องโฟโต้ อายุ 15 ปี
น้องโอโซน อายุ 18 ปี และน้องยูโรอายุ 16 ปี กล่าวว่า “MBK MUSIC BAND CHALLENGE เป็นกิจกรรมที่ดีทำให้ใช้เวลาเป็นประโยชน์ อยากให้จัดเรื่อยๆ ทุกปี น้องๆ หลายคนที่กำลังเริ่มเล่นดนตรีจะได้ลองมาแข่งขันท้าทายความสามารถของตัวเอง การแข่งขันในวันนี้ พวกเราสนุกได้ทั้งมิตรภาพและได้ประสบการณ์ที่ดี มีศิลปินมาเป็นกรรมการให้คำแนะนำที่ดีอย่างวิธีการทำซาวนด์ให้เหมาะสมกับการแข่งขันจะนำคำแนะนำของกรรมการไปปรับปรุงวงพัฒนาให้ดีขึ้น อยากนำวงไปแข่งขันในระดับประเทศ อยากเป็นนักร้องครับ”

วง ขนมหวาน ทีมชนะเลิศรุ่นจูเนียร์ ซึ่งมีโอกาสเข้าไปแข่งขันในรุ่นเยาวชนและได้อีกรางวัลในตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 ซึ่งในวงมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน อายุ 15 ปี และมีน้องเล็กสุดของวงอายุ 11 ปี กล่าวว่า “ดีใจมากๆ พวกเราเตรียมตัวกันมาเป็นเดือน เคยประกวดกันมาบ้างแล้ว ได้รางวัลบ้างไม่ได้บ้าง อยากให้เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์จัดการแข่งขันอีก เป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ ประทับใจพี่ๆ สต๊าฟ ทีมงานน่ารัก สถานที่ดีพวกเราได้ประสบการณ์ในการแข่งขันได้รู้จักพี่ๆ หลายๆ วง ได้เอาทักษะที่เรียนดนตรีมาใช้ในการแข่งขันด้วย”

ตั้งแต่ต้นปีมา ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดกิจกรรมการแข่งขันและการประกวดหลายรายการ รังสรรค์พื้นที่จุดนัดพบของกลุ่มคนที่มีความชื่นชอบในเรื่องเดียวกัน จนถึงสิ้นปีนี้ต้องห้ามพลาดกับกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ เอนจอยความสุขทุกโมเมนต์ โดยติดตามกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เคเซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

เชื่อแป้ง คัมแบ๊ก! แท็กทีม 3 คนดังปล่อยแคมเปญใหม่‘คาดไว้มั่นใจ เมืองไทยประกันภัย’

https://www.naewna.com/lady/839766

เชื่อแป้ง คัมแบ๊ก! แท็กทีม 3 คนดังปล่อยแคมเปญใหม่‘คาดไว้มั่นใจ เมืองไทยประกันภัย’

เชื่อแป้ง คัมแบ๊ก! แท็กทีม 3 คนดังปล่อยแคมเปญใหม่‘คาดไว้มั่นใจ เมืองไทยประกันภัย’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำทัพของ นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัยจำกัด (มหาชน) หรือ MTI กลับมาสานต่อความสำเร็จ #เชื่อแป้ง กับแคมเปญใหม่ “คาดไว้มั่นใจ เมืองไทยประกันภัย” #เชื่อเมืองไทยประกันภัย #เชื่อแป้ง พร้อมควง 3 พรีเซ็นเตอร์คนดังระดับแถวหน้าอย่าง แอน ทองประสม, แอฟ-ทักษอร และ ป็อป-วราวุธ ตอกย้ำความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในฐานะบริษัทประกันวินาศภัยชั้นนำของประเทศไทย

นางนวลพรรณ กล่าวว่า “ในช่วงปีที่ผ่านมาวงการประกันวินาศภัยได้เผชิญกับเหตุการณ์ที่ท้าทายมากมาย ทั้งเหตุการณ์วิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัย และกระทบต่อความรู้สึกของผู้บริโภคที่มีต่อบริษัทประกันภัย รวมไปถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว เมืองไทยประกันภัยในฐานะบริษัทประกันวินาศภัยที่มีประสบการณ์ในการรับประกันภัย และดำเนินงานอย่างแข็งแกร่งยาวนานกว่า 92 ปี วันนี้เรากลับมาตอกย้ำความเชื่อมั่น ว่าเราเป็นบริษัทมืออาชีพด้านการประกันภัยเพียบพร้อมด้วยศักยภาพหลากหลายด้านทั้งด้านการบริหารงาน ด้านผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมความเสี่ยงภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การบริการด้วยความจริงใจและตั้งใจจริง พร้อมรับมือกับวิกฤตที่ไม่อาจคาดคิดทุกรูปแบบ และมุ่งมั่นตอบแทนคืนกำไรทางใจสร้างสังคมแห่งความยั่งยืน โดยทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดมา”

นอกจากจะเป็นการกลับมาตอกย้ำสโลแกนติดหูอย่าง #เชื่อแป้ง #เชื่อเมืองไทยประกันภัย แล้วแคมเปญ “คาดไว้มั่นใจ เมืองไทยประกันภัย” ยังเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของ “การคาดเข็มขัดนิรภัย” ซึ่งเป็นเครื่องหมายของการเริ่มต้นคาดความปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตโดยไม่ประมาทและมีความมั่นใจ เช่นเดียวกับ การมีประกันภัยที่สามารถไว้วางใจได้ ก็เหมือนได้คาดเข็มขัดไว้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน เพราะ เหตุไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ในครั้งนี้ยังแท็กทีมกับ 3 ซูเปอร์สตาร์คนดัง แอน ทองประสม, แอฟ-ทักษอร และ ป็อป-วราวุธ มาร่วมสร้างความเชื่อมั่นให้กับเมืองไทยประกันภัย ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์ประกันภัยไฮไลท์

ประกันภัยรถยนต์ ที่ให้ความคุ้มครองรถยนต์หลายประเภท ครอบคลุมทั้งทรัพย์สินและตัวบุคคล พร้อมชูจุดขายในเรื่องการอนุมัติเคลมทันใจ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

ประกันอุบัติเหตุ ที่ให้ความคุ้มครองที่ยืดหยุ่นเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ครอบคลุมทั้งอุบัติเหตุเล็กและใหญ่ ทั้งค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยรายได้ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล ด้วยเบี้ยฯ ที่เริ่มต้นวันละไม่ถึง 3 บาท

ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับนักเดินทางในทุกๆ ทริป ด้วยจุดเด่นวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 30 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาล ทรัพย์สิน เที่ยวบิน พร้อมด้วยบริการช่วยเหลือทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง เบี้ยฯ เริ่มต้นเพียง 165 บาทต่อทริป

นางนวลพรรณ ยังกล่าวปิดท้ายว่า“แคมเปญ คาดไว้มั่นใจ เมืองไทยประกันภัย เกิดขึ้นเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจและเชื่อใจได้ว่า เมืองไทยประกันภัยบริษัทประกันภัยของคนไทย ยึดหลักในการดำเนินงานเพื่อคนไทย มากว่า 92 ปี หากทุกท่านต้องการเตรียมความพร้อมให้กับชีวิต และทรัพย์สิน ขอให้นึกถึงเมืองไทยประกันภัย เราพร้อมที่จะช่วยทำให้คุณยิ้มได้ เมื่อภัยมา”

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัยได้ที่ http://www.muangthaiinsurance.com หรือ Call center 1484 ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัย ความคุ้มครอง เงื่อนไขและข้อยกเว้นเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้เอาประกันภัยควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจซื้อประกันภัยทุกครั้ง

‘ไทยฮอนด้า’ จัดแฟชั่นโชว์สุดล้ำ ‘Honda Fashion A.T. Week’ ครั้งแรก

https://www.naewna.com/lady/839753

‘ไทยฮอนด้า’ จัดแฟชั่นโชว์สุดล้ำ ‘Honda Fashion A.T. Week’ ครั้งแรก

‘ไทยฮอนด้า’ จัดแฟชั่นโชว์สุดล้ำ ‘Honda Fashion A.T. Week’ ครั้งแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไทยฮอนด้า ยกระดับความตื่นเต้นครั้งใหม่เป็นครั้งแรก กับงาน “Honda Fashion A.T. Week – The Ultimate Runway Show”พร้อมมอบประสบการณ์แฟชั่นโชว์ระดับไฮเอนด์ ผ่านการเปิดตัวโมเดลใหม่ล่าสุด New Honda Giorno+ และ All New LEAD125 ในบรรยากาศที่ผสมผสานความไฮแฟชั่น มินิมอลแต่มีสไตล์ เข้ากับนวัตกรรมยานยนต์ ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์งาน “Honda Fashion A.T. Week – The Ultimate Runway Show” มาพร้อมไฮไลท์สุดพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเดินแบบของเหล่านายแบบและนางแบบที่นำเสนอมอเตอร์ไซค์ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ New Honda Giorno+ ที่มาในคอนเซ็ปต์ “The New High ทุกสไตล์ไปได้ไกลกว่า” ซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความโมเดิร์นคลาสสิกเหนือกาลเวลา ผสมผสานด้วยเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่ล้ำสมัย กลับมาพร้อมกับ 6 สี 7 สไตล์ใหม่ที่เหมาะกับวัยรุ่นสายแฟชั่นอย่างแท้จริง ส่วน
All New LEAD125 ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Minimal is the new maximalมินิมอลที่ใช่ เป็นได้มากกว่า” ซึ่งมีดีไซน์ที่เรียบง่าย ดูมินิมอลแต่มีสไตล์ จึงทำให้รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 รุ่น สามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของ
คนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ต่อด้วยการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์สุดพิเศษ “เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์” ที่มาพร้อมการโชว์ตีกลองสุดเท่ สร้างสีสันและเพิ่มจังหวะความมันส์ให้กับบรรยากาศในงาน ก่อนจะส่งต่อเวทีให้ “เจฟ-วรกมล ซาเตอร์” นักร้องและนักแสดงชื่อดังที่ขึ้นโชว์การร้องเพลงสดๆ อย่างเต็มอารมณ์ ส่งท้ายกิจกรรมด้วยความสนุกและความประทับใจ

ติดตามรายละเอียดกิจกรรม New HondaGiorno+ และ All New LEAD125 ได้ที่ เฟซบุ๊ก :www.facebook.com/hondamotorcycle
thailand
 อินสตาแกรม : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เปิด‘ฤดูกาลสีสัน’ ผลงาน 3 ศิลปินในนิทรรศการ‘อาร์ต พรอเมอนาด’ครั้งที่ 2

https://www.naewna.com/lady/839764

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เปิด‘ฤดูกาลสีสัน’  ผลงาน 3 ศิลปินในนิทรรศการ‘อาร์ต พรอเมอนาด’ครั้งที่ 2

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เปิด‘ฤดูกาลสีสัน’ ผลงาน 3 ศิลปินในนิทรรศการ‘อาร์ต พรอเมอนาด’ครั้งที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ นำเสนอนิทรรศการ “อาร์ต พรอเมอนาด” ครั้งที่ 2 ภายใต้ธีม “ฤดูกาลสีสัน” ที่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 มกราคม 2568 รวบรวมผลงานของ 3 ศิลปินไทยผู้มีชื่อเสียง ได้แก่ ศ.อริยะ กิตติจรูญวิวัฒน์, ดาว วาสิกศิริ และ ปุณยนุช มหาสม (เกรซี่) กับมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ในการถ่ายทอดความงามของวัฒนธรรมไทยผ่านผลงานศิลปะ

นิทรรศการ “อาร์ต พรอเมอนาด” นี้เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของโรงแรมในการสนับสนุนศิลปะและเชิดชูศิลปินไทย ซึ่งนับตั้งแต่วันแรกที่โรงแรมแห่งนี้เปิดทำการได้รวบรวมงานศิลปะเป็นส่วนสำคัญในการตกแต่งและมอบความเพลิดเพลินแก่แขกผู้เข้าพัก โดยมีผลงานศิลปะมากกว่า 2,000 ชิ้น ความมุ่งมั่นนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแบรนด์เคมปินสกี้ในการสนับสนุนพื้นที่สำหรับศิลปินในการจัดแสดงผลงาน เพื่อแสดงความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มคุณค่าทางวัฒนธรรม ให้แก่ทั้งแขกและชุมชนท้องถิ่นได้มีโอกาสในการเข้าชมผลงานรวมถึงนำเสนอผลงานโดยตัวศิลปินเองอีกด้วย

ศิลปินและไฮไลท์ของนิทรรศการประกอบด้วย ศ.อริยะ กิตติเจริญวิวัฒน์ประติมากรไทยผู้มีชื่อเสียงและนักการศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ได้สร้างสรรค์ผลงานที่เน้นการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ รูปปั้นของศาสตราจารย์อริยะสื่อถึงวัฏจักรของการเติบโต การเสื่อมสลายและการเกิดใหม่ ผสมผสานความอ่อนโยนและโครงสร้างที่ทรงพลัง เพื่อสะท้อนถึงความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ

ดาว วาสิกศิริ ช่างภาพไทยผู้ได้ใช้ชีวิตในหลายประเทศและหลากหลายวัฒนธรรม ถ่ายทอดมุมมองอันลึกซึ้งต่อวัฒนธรรมไทยผ่านประสบการณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นทั้งคนนอกและคนใน ผลงานของคุณดาวเน้นดอกบัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความเข้มแข็งสะท้อนถึงความสามัคคี สันติภาพและความเชื่อมโยงกัน ภาพถ่ายของคุณดาวเป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่เผยให้เห็นถึงพลังของธรรมชาติและความงดงามของความผูกพัน

ปุญณ์ยนุศ มหาโสม หรือที่รู้จักกันในนาม เกรซี่ ศิลปินวัย 7 ขวบ ถ่ายทอดมุมมองที่สดใสและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาของเธอต่อโลกผลงานของเธอได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบตัวในจังหวัดตราด ซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำในวัยเด็กของเธอ ภาพวาดสีสันสดใสของเกรซี่ อาทิ เดอะ ทรี ออฟ เคอริออซิตี้ (The Tree of Curiosity) และ เดอะ สตรอม ออฟ แทงคิวริตี้ (The Storm of Tranquility) เชิญชวน
ให้ผู้ชมได้สัมผัสมุมมองอันสดใสและงดงามของเธอต่อธรรมชาติ

นิทรรศการจัดขึ้นเพื่อให้โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เป็นเวทีให้ศิลปินไทยได้แสดงผลงานสู่สายตาชาวต่างชาติ หลังจากประสบความสำเร็จในครั้งแรก “อาร์ต พรอเมอนาด”ยังคงเดินหน้าต่อเพื่อเฉลิมฉลองความคิดสร้างสรรค์และความหลากหลายของศิลปะไทย

มร.มานิช นัมเบียร์ รองประธาน ฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครือโรงแรมสยามเคมปินสกี้ และกรรมการผู้จัดการโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมจัดงานนิทรรศการอาร์ต พรอเมอนาด เพื่อให้แขกและผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสวัฒนธรรมไทยผ่านงานศิลปะ การจัดงานครั้งที่สองนี้ได้ยกระดับแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ รวมถึงเชิญศิลปินตัวน้อย ซึ่งแน่นอนเธอจะเป็นดาวดวงใหม่แห่งวงการศิลปะ เราหวังว่าทุกท่านที่มาเยี่ยมชมจะได้รับความสุขและเชื่อมโยงกับผลงานอันยอดเยี่ยมเหล่านี้ ขอขอบคุณศาสตราจารย์อริยะ กิตติเจริญวิวัฒน์ คุณดาว วาสิกศิริ และเกรซี่ เด็กหญิงปุญณ์ยนุศ มหาโสม เป็นอย่างยิ่งที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการในครั้งนี้”

นิทรรศการ “อาร์ต พรอเมอนาด”เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2567-15 มกราคม 2568 ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้กรุงเทพฯ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือการนัดหมายการเข้าชมส่วนตัว ติดต่อได้ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้กรุงเทพฯ โทร.+6621629000 หรืออีเมล info.siambangkok@kempinski.com สามารถติดตามได้ที่ Facebook : Siam Kempinski Hotel Bangkok, Instagram : siamkempinski หรือทางบัญชี LINE ออฟฟิเชียล แอคเคาท์ @Siamkempinskihotel

สถาบันบริหารธุรกิจระดับโลก เอ็มไอที สโลน จัดประชุมครั้งแรกในกรุงเทพฯ เชิญผู้นำด้านการดูแลสุขภาพ ร่วมปฏิวัติอนาคตการดูแลประชากรสูงวัยในอาเซียน

https://www.naewna.com/lady/839765

สถาบันบริหารธุรกิจระดับโลก เอ็มไอที สโลน จัดประชุมครั้งแรกในกรุงเทพฯ  เชิญผู้นำด้านการดูแลสุขภาพ ร่วมปฏิวัติอนาคตการดูแลประชากรสูงวัยในอาเซียน

สถาบันบริหารธุรกิจระดับโลก เอ็มไอที สโลน จัดประชุมครั้งแรกในกรุงเทพฯ เชิญผู้นำด้านการดูแลสุขภาพ ร่วมปฏิวัติอนาคตการดูแลประชากรสูงวัยในอาเซียน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.โรเบิร์ต ซี.เมอร์ตัน (RobertC.Merton)

สำนักงานเอ็มไอที สโลน ประจำภูมิภาคอาเซียน (MSAO) จัดการประชุมครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ในกรุงเทพฯภายใต้หัวข้อ “Beyond Years : The Future of Longevity” ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญที่บุคลากรด้านสาธารณสุขผู้กำหนดนโยบาย และผู้นำจากหลายภาคส่วนจะได้ร่วมกันพูดคุยถึงความต้องการสร้างกลยุทธ์ที่ยั่งยืนเพื่อรองรับกลุ่มประชากรสูงวัยในภูมิภาคอาเซียน โดยการประชุมครั้งนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ในการคิดค้นแนวทางการแก้ปัญหา และการรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในกลุ่มประชากรสูงวัยได้อย่างเหมาะสม

การประชุมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน รวมถึง ศ.โรเบิร์ต ซี.เมอร์ตัน (Robert C.Merton) นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ ในปี พ.ศ.2540 และยังเป็นศาสตราจารย์ด้านการเงินจากสถาบันบริหารธุรกิจ เอ็มไอที สโลน ที่ได้เข้าร่วมบรรยายในหัวข้อ “Toward a Good Longevity Experience : Addressing the Global Retirement Funding Crisis” มากไปกว่านั้นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของการประชุมครั้งนี้คือการเสวนาในหัวข้อ “Healthcare Practitioner Perspective” ที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความท้าทายด้านการดูแลสุขภาพของประชากรสูงวัยในภูมิภาคอาเซียน จากมุมมองของบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านมุมมองของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียงในด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ สุขภาวะ และนวัตกรรมการดูแลสุขภาพ ที่มาเข้าร่วมเสวนาถึงแนวทางปฏิบัติและนโยบายที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ

อัญชลี สาสติ อาจารย์อาวุโสของสถาบันบริหารธุรกิจ เอ็มไอที สโลน

ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์ที่ได้มาร่วมเผยมุมมองที่หลากหลายเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อการมีอายุยืนยาวของประชากรในภูมิภาคอาเซียน ประกอบด้วยนางอัญชลี สาสติ อาจารย์อาวุโสของสถาบันบริหารธุรกิจ เอ็มไอที สโลน ศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล หัวหน้าสาขาเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และผศ.นพ.พลกฤต ทีฆคีรีกุล Chief Executive Officer ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์โดยบุคลากรทางการแพทย์เหล่านี้ต่างได้ร่วมกันชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในปัจจุบันและแนวโน้มความต้องการของประชากรในอนาคต รวมถึงเผยข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในภูมิภาคนี้

ศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล และ ผศ.นพ.พลกฤต ทีฆคีรีกุล

การเสวนาครั้งนี้ มุ่งเน้นการศึกษาบทบาทที่สำคัญของระบบสาธารณสุข ในการเตรียมพร้อมรับมือกับประชากรสูงวัยของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านความต้องการทางการแพทย์ สุขภาวะและความท้าทายที่บุคลากรทางการแพทย์กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ผ่านการวิเคราะห์ความท้าทายที่เกิดขึ้นใหม่ในระบบสาธารณสุข ควบคู่ไปกับการศึกษาและการพัฒนานวัตกรรมที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมการมีอายุที่ยืนยาวของประชากร พร้อมทั้งนำเสนอผลการวิจัยและข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการมีชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาวะที่ดีในภูมิภาคอาเซียน มากไปกว่านั้น การเสวนานี้ยังมีเป้าหมายสำคัญในการชี้ให้เห็นถึงความต้องการเฉพาะของประชากรสูงวัยในภูมิภาค รวมถึงการแจกแจงกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ โดยแนวทางนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนานโยบายที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรที่เพิ่มขึ้น และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทั่วทั้งภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม การเสวนาหัวข้อ“Healthcare Practitioner Perspective” สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอ็มไอที สโลน ในการสนับสนุนความต้องการของภูมิภาคอาเซียนในด้านการส่งเสริมการมีชีวิตที่ยืนยาว ผ่านความร่วมมือในการวิจัย การร่างนโยบาย และการเป็นผู้นำทางความคิด ผ่านการจัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และแบ่งปันกลยุทธ์จากผู้เชี่ยวชาญในหลายภาคส่วน ทั้งนี้ สำนักงานเอ็มไอที สโลน ประจำภูมิภาคอาเซียน (MSAO) ได้แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะเสริมสร้างศักยภาพของภาคสาธารณสุขในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางที่ยั่งยืนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชากรในระยะยาวต่อไป

ยูนิเซฟ จับมือ จ.ยะลาและอุทยานการเรียนรู้ เปิดมุมเรียนรู้เพื่อส่งเสริมสิทธิเด็ก

https://www.naewna.com/lady/839717

ยูนิเซฟ จับมือ จ.ยะลาและอุทยานการเรียนรู้  เปิดมุมเรียนรู้เพื่อส่งเสริมสิทธิเด็ก

ยูนิเซฟ จับมือ จ.ยะลาและอุทยานการเรียนรู้ เปิดมุมเรียนรู้เพื่อส่งเสริมสิทธิเด็ก

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พงศ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญนายกเทศมนตรีเมืองยะลา และคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมเปิดมุมการเรียนรู้ยูนิเซฟ ณ ชั้น 4 ของอุทยานการเรียนรู้ยะลา โดยมี สุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรีตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และกลุ่มอาสาสมัคร I AM UNICEF ร่วมในงานเปิดตัว

มุมการเรียนรู้ยูนิเซฟเป็นพื้นที่ส่งเสริมสิทธิเด็กและเสริมสร้างศักยภาพอาสาสมัครเยาวชนในภาคใต้ผ่านกิจกรรมหลากรูปแบบประกอบด้วย นิทรรศการสร้างความตระหนักรู้เรื่องอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก 4 ประการ กิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตสำหรับครอบครัวในชุมชน และการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเยาวชนสู่การเป็นผู้นำกิจกรรมในอนาคต นอกจากนี้ยังมีสื่อการเรียนรู้หลากหลาย ทั้งหนังสือ เกม และของเล่น เพื่อส่งเสริมการศึกษาและการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย

‘โอเปร่าวาไรตี้โชว์ ตามรอยเสด็จประพาสยุโรป ร.5’ฉลอง 120 ปี สยามสมาคมฯ ในการแสดงดนตรีพิเศษ‘1907: Rama V European Operatic Journey’

https://www.naewna.com/lady/839772

‘โอเปร่าวาไรตี้โชว์ ตามรอยเสด็จประพาสยุโรป ร.5’ฉลอง 120 ปี สยามสมาคมฯ  ในการแสดงดนตรีพิเศษ‘1907: Rama V European Operatic Journey’

‘โอเปร่าวาไรตี้โชว์ ตามรอยเสด็จประพาสยุโรป ร.5’ฉลอง 120 ปี สยามสมาคมฯ ในการแสดงดนตรีพิเศษ‘1907: Rama V European Operatic Journey’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในวาระฉลองครบรอบ 120 ปีแห่งการก่อตั้งสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในพระบรมราชจักรีวงศ์ เตรียมจัดกิจกรรมการแสดงดนตรีพิเศษในชื่อชุด “1907: Rama V European Operatic Journey” ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน2567-1 ธันวาคม 2567 ณ หอประชุมสยามสมาคมฯ ถนนอโศกมนตรี (สุขุมวิท 21)

เอกสารการสืบค้นข้อมูล

คณะทำงานได้ศึกษาความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับโอเปร่าของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้ค้นพบเรื่องราวการทอดพระเนตรโอเปร่า 7 เรื่องขณะเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 เมื่อปีพ.ศ. 2450 ยิ่งอ่านยิ่งพบ ยิ่งเจอยิ่งน่าค้นหา จนเกิดเป็นโชว์สุดพิเศษ “1907: Rama V European Operatic Journey” เพื่อเปิดประสบการณ์มนต์เสน่ห์ของศิลปะการแสดงและดนตรีสำหรับผู้ชมทุกผู้ทุกวัย โดยคณะศิลปินและนักดนตรีมากความสามารถ 50 กว่าชีวิต

ดร.พีรพัฒน์ อ่วยสุข

ดร.พีรพัฒน์ อ่วยสุข ผู้ช่วยผู้อำนวยการสร้าง เปิดเผยว่า สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ทำหน้าที่ส่งเสริมการศึกษา แบ่งปัน และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ศิลปะ รวมถึงการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมและธรรมชาติ โดยในวาระ 120 ปี สยามสมาคมฯ ได้เปิดโอกาสให้ศิลปินนักแสดงหน้าใหม่มากความสามารถ ที่ถือว่าเป็นดาวรุ่งของวงการมากมาย ให้มีพื้นที่แสดงทักษะเพื่อนำเสนออรรถรส ที่มีทั้ง ดราม่า ความสนุกสนานและสีสันมากมาย ในโอเปร่าวาไรตี้โชว์ครั้งนี้ให้ผู้ชมได้รู้สึกอิ่มเอม

สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ได้เปิด 5 เหตุผลที่ควรค่าแก่การมาชมการแสดงดนตรีชุดพิเศษ “1907: Rama V European Operatic Journey” ครั้งนี้

1.การแสดงดนตรีชุดพิเศษ “1907: Rama V European Operatic Journey” ได้แรงบันดาลใจมาจากเนื้อหาในหนังสือที่ชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีอย่าง “พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน” หนังสือรวมพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงส่งมาพระราชทานแก่พระราชธิดา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี ขณะเสด็จฯเยือนประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปเมื่อปีพ.ศ. 2450 หรือค.ศ. 1907

“มู่ หยู” นักร้องเสียงโซปราโนชาวจีน

นอกจากเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เผยให้เห็นวัฒนธรรมยุโรปในเวลานั้นแล้ว เนื้อหาในพระราชนิพนธ์ไกลบ้านยังปรากฏรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเสด็จฯเยือนโรงละครหลายแห่งเพื่อทอดพระเนตรโอเปร่าถึง7 เรื่อง อันเป็นที่มาของการแสดงชุดพิเศษครั้งนี้

2.การแสดงครั้งนี้จะพาผู้ชมตามรอยเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กลับสู่โลกแห่งมหรสพยุโรปสมัยต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ผ่านฉากที่น่าสนใจจากโอเปร่าทั้ง 7 เรื่อง ซึ่งท้าทายทักษะของศิลปินและนักดนตรี ทั้งในด้านการขับร้อง การแสดงบัลเลต์ และการบรรเลงดนตรี นำมาร้อยเรียงต่อกันเป็นการแสดง2 องก์ ความยาว 2 ชั่วโมงเศษ พร้อมการตีความในทุกมิติเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบัน

3.การออกแบบฉากการแสดงส่งเสริมให้ผู้ชมรู้สึกเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ (immersive) โดยผู้ออกแบบได้ดัดแปลงการวางผังภายในหอประชุมสยามสมาคมฯ ให้แตกต่างจากกิจกรรมที่เคยจัดมาก่อนทั้งหมด และเพิ่มพื้นที่การแสดงบนรันเวย์ที่สร้างขึ้นใหม่กลางหอประชุม เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกใกล้ชิดกับศิลปิน เพิ่มอรรถรสในการดื่มด่ำความสละสลวยของดนตรีและบทร้อง และความซาบซึ้งกินใจของท้องเรื่อง ผู้ที่คุ้นเคยกับโอเปร่าจะได้พบกับความแปลกใหม่ในการนำเสนอโอเปร่าทั้ง 7 เรื่อง และผู้ชมโอเปร่าครั้งแรกจะได้เปิดประสบการณ์การชมศิลปะการแสดงในแบบที่หาไม่ได้ในโรงละครทั่วไป

“ธาริน ปริญญาคณิต” ผู้กำกับโอเปร่าชาวไทย

4.การแสดงครั้งนี้รวบรวมศิลปินมากความสามารถจากหลากหลายแขนงทั้งชาวไทยและต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น “Martin Ng” นักร้องเสียงบาริโทนชาวสิงคโปร์ ผู้โด่งดังในวงการดนตรีคลาสสิกทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, “มู่ หยู” นักร้องเสียงโซปราโนชาวจีน ผู้กำลังศึกษาปริญญาเอกด้าน voice performance ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล,“วรปรัชญ์ วงศ์สถาพรพัฒน์” วาทยากรชาวไทยดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งสาขาดนตรี มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และเจ้าของรางวัล Grand Prize จากรายการประกวด SCG Young Thai Artist Award in Composition 2020, “ธาริน ปริญญาคณิต”ผู้กำกับโอเปร่าชาวไทยจากรั้วสถาบัน Verona Accademia per l’Opera Italiana ประเทศอิตาลี และ “แดเรน รอยส์ตัน” นักออกแบบท่าเต้นชาวอังกฤษ

5.การแสดงครั้งนี้ชุบชีวิตฉากของโอเปร่าบางเรื่องที่รัชกาลที่ 5 ทอดพระเนตร แต่ได้หายไปจากความนิยมในปัจจุบันแล้วให้กลับมาใหม่ ผ่านกระบวนการสืบค้นและระบุชื่อเรื่องด้วยการเปรียบเทียบเนื้อหาของพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน กับข้อเท็จจริงในหนังสือพิมพ์และนิตยสารบันเทิงภาษาฝรั่งเศส อิตาเลียนและอังกฤษสมัยปี ค.ศ. 1907 โดย ดร.พีรพัฒน์ อ่วยสุข ผู้เก็บข้อมูล อาศัยฐานข้อมูลห้องสมุดและจดหมายเหตุในยุโรปจนพบหลักฐานกำหนดการแสดงมหรสพในวันและสถานที่ซึ่งตรงกับข้อมูลในพระราชหัตถเลขา นอกจากจะช่วยระบุชื่อเรื่องได้แล้ว ยังเผยให้เห็นข้อเท็จจริงอื่นๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นรายนามนักแสดง คำวิจารณ์การแสดงของสื่อมวลชน บันทึกเสียงของนักแสดง ตลอดจนภาพร่างฉากการแสดงและเสื้อผ้า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์การแสดงชุดนี้ทั้งสิ้น

“แดเรน รอยส์ตัน” นักออกแบบท่าเต้นชาวอังกฤษ

การแสดงดนตรีพิเศษชุด “1907 : Rama V European Operatic Journey” จะจัดขึ้น ณ หอประชุมสยามสมาคมฯ ถนนอโศกมนตรี (สุขุมวิท 21) รอบแรก ในวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2567 เวลา 19.00 น., รอบที่ 2 วันพฤหัสบดีที่28 พฤศจิกายน 2567 เวลา 19.00 น.,รอบที่ 3 วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 เวลา 19.00 น., รอบสุดท้ายวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2567 เวลา 16.00 น. ราคาบัตร 2,000 บาท (ทุกที่นั่ง ไม่ระบุที่นั่ง) และรอบพิเศษเฉพาะนักเรียน นักศึกษา วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 16.00 น.ราคาบัตร 600 บาท (ทุกที่นั่ง ไม่ระบุที่นั่ง)

เริ่มจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่อีเมล : opera@thesiamsociety.org โทรศัพท์. 02-6616470 (เฉพาะเวลาทำการ อังคาร-เสาร์ 09.00-17.00 น.) ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www. thesiamsociety.org / หรือเฟซบุ๊ก : TheSiamSocietyUnderRoyalPatronage รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนเพื่อพัฒนากิจกรรมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ศิลปะและอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้