‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เป็นปธ.ประชุมผลักดันจัดทำพื้นที่ปลอดโรค ส่งออก’โคเนื้อมีชีวิต’ไปจีน

https://www.naewna.com/local/839788

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เป็นปธ.ประชุมผลักดันจัดทำพื้นที่ปลอดโรค ส่งออก'โคเนื้อมีชีวิต'ไปจีน

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เป็นปธ.ประชุมผลักดันจัดทำพื้นที่ปลอดโรค ส่งออก’โคเนื้อมีชีวิต’ไปจีน

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 17.17 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการกำกับและติดตามการผลักดันการจัดทำพื้นที่ปลอดโรค เพื่อการส่งออกโคเนื้อมีชีวิตจากราชอาณาจักรไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หลักการ Regionalization ครั้งที่ 3/2567

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรรมการอำนวยการกำกับและติดตามการผลักดันการจัดทำพื้นที่ปลอดโรค เพื่อการส่งออกโคเนื้อมีชีวิตจากราชอาณาจักรไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หลักการ Regionalization ครั้งที่ 3/2567 พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ , นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ คณะกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุมพระพิรุณ ตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ และผ่านระบบ Zoom Meetings

โดยกรมปศุสัตว์มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างพื้นที่ปลอดโรคเพื่อผลักดันการส่งออกโคมีชีวิตและผลิตภัณฑ์ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อให้ฝ่ายจีนมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าปศุสัตว์จากไทย ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กรมฯ ได้นำส่งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำพื้นที่ปลอดโรคให้ฝ่ายจีนพิจารณารวมถึงขอเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของฝ่ายจีนมาเยือนประเทศไทย และให้ความคิดเห็นต่อการดำเนินการภายใต้หลักการ Regionalization เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดในการนำเข้าโคมีชีวิตของฝ่ายจีนไปเรียบร้อยแล้ว และการประชุมในครั้งนี้ จึงเป็นการติดตามความก้าวหน้าและสถานะล่าสุดการผลักดันการส่งออกโคเนื้อมีชีวิตจากราชอาณาจักรไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมทั้งพิจารณามอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผู้เลี้ยงปูทะเลลดเสี่ยง ประมงสงขลาหนุนกำจัด‘ปลาหมอคางดำ’ในบ่อด้วย‘กากชา’

https://www.naewna.com/local/839787

ผู้เลี้ยงปูทะเลลดเสี่ยง ประมงสงขลาหนุนกำจัด‘ปลาหมอคางดำ’ในบ่อด้วย‘กากชา’

ผู้เลี้ยงปูทะเลลดเสี่ยง ประมงสงขลาหนุนกำจัด‘ปลาหมอคางดำ’ในบ่อด้วย‘กากชา’

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 17.15 น.

ผู้เลี้ยงปูทะเลลดเสี่ยง ประมงสงขลาหนุนกำจัด‘ปลาหมอคางดำ’ในบ่อด้วย‘กากชา’

ประมงจังหวัดสงขลาและอำเภอระโนดเร่งแก้ปัญหาปลาหมอคางดำที่อยู่ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำในอำเภอระโนด สนับสนุนใช้แนวทางธรรมชาติ นำ ‘กากชา’ มาช่วยกำจัดปลาที่สร้างความเสียหายช่วยเยียวยาและลดความเสี่ยงให้เกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงปูทะเลมีผลผลิตที่ดี บรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร รวมทั้งเป็นการตัดวงจรและควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพ

การสนับสนุนกากชาเป็นช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องเกษตรกรรายย่อย  ประมงอำเภอระโนดได้รับการสนับสนุนกากชาจำนวน 1 ตันจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และนำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรเลี้ยงปูทะเลที่ลงทะเบียนขอความช่วยเหลือกลุ่มแรก 20 ราย เกษตรกรนำกากชาที่ได้รับการสนับสนุนไปโรยในบ่อเลี้ยงปูทะเล เพื่อให้สามารถจับปลาหมอคางดำได้ง่ายขึ้น เพราะกากชาไม่ส่งผลกับปูทะเล เพื่อช่วยป้องกันให้ปลาหมอคางดำไปกินตัวอ่อนของปูทะเล  กากชาเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ไม่ส่งผลกระทบต่อปู หรือกุ้ง  ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงปูทะเลนำไปใช้ในบ่อเพาะเลี้ยงอยู่แล้ว

จากการตรวจติดตาม ประมงสงขลาพบว่ายังมีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในคลองส่งน้ำและบ่อพักน้ำของเกษตรกร  จึงมุ่งเน้นประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเฝ้าระวัง และปรับวิธีการเตรียมบ่อเพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำโดยการหว่านกากชาก่อนการเลี้ยงในรอบต่อไปอีกด้วย นอกจากช่วยเกษตรกรมีผลผลิตที่ดี ยังเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้ปลาชนิดนี้แพร่กระจายออกจากบ่อเลี้ยงสัตว์นำไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

อำเภอระโนด ยังคงเป็นอำเภอเดียวในจังหวัดสงขลาที่เผชิญกับการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ทั้งนี้ ประมงจังหวัดสงขลาและอำเภอระโนดได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน เกษตรกรและชาวประมง ภายใต้คณะทำงานช่วยกันกำจัดปลาหมอคางดำตามมาตรการของกรมประมง ตั้งแต่การจับออกจากแหล่งน้ำธรรมชาติ การปล่อยปลาผู้ล่าลงในลำคลอง การนำมาใช้ประโยชน์ทั้งการรับซื้อทำน้ำหมักชีวภาพ และการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เป็นต้น ส่งผลให้ปลาหมอคางดำเบาบางลงในบางลำคลอง และมีการสำรวจการกระจายตัวของปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำเดือนละครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าจังหวัดสงขลาสามารถควบคุมประชากรปลาชนิดนี้ได้อย่างยั่งยืน

แหล่งน้ำธรรมชาติในอำเภอระโนดมีการเชื่อมต่อกันระหว่างคลองสายหลัก คลองสาขา จนถึงลำรางระบายน้ำ ประกอบกับปลาชนิดนี้มีการขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว จังหวัดสงขลาต้องอาศัยความร่วมไม้ร่วมมือจากทุกภาคส่วนรวมถึงชาวประมง เกษตรกร และชุมชนในการดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และต้องทำอย่างครบวงจร ดังนั้น การส่งเสริมให้เกษตรกรรายเล็กๆ มีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงปูจึงเป็นอีกแนวทางที่ประสิทธิภาพช่วยลดแหล่งอาศัยปลาชนิดนี้ ควบคู่กับการให้ความรู้ผู้เลี้ยงปูให้ความสำคัญกรองน้ำป้องกันปลาหมอคางดำหลุดเข้ามาในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

นอกจากนี้ ประมงสงขลายังเดินหน้าประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในจังหวัดมีความตระหนักและร่วมมือกันเฝ้าระวังปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำนอกอำเภอระโนด รวมทั้งยังสร้างความเข้าใจว่าปลาชนิดนี้มีประโยชน์ และสามารถบริโภคได้ ชาวจังหวัดสงขลาสามารถเป็นอีกพลังในการแก้ปัญหานี้ด้วยการนำมาใช้ประโยชน์ และพัฒนาแปรรูปเป็นอาหารต่างๆ อีกด้วย

‘นฤมล’หารือกลุ่มขับเคลื่อนกล้วยไม้ไทยแห่งชาติ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก

https://www.naewna.com/local/839754

'นฤมล'หารือกลุ่มขับเคลื่อนกล้วยไม้ไทยแห่งชาติ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก

‘นฤมล’หารือกลุ่มขับเคลื่อนกล้วยไม้ไทยแห่งชาติ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.08 น.

‘นฤมล’หารือกลุ่มขับเคลื่อนกล้วยไม้ไทยแห่งชาติ กระตุ้นตลาดกล้วยไม้ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก เผยทิศทางตลาดกล้วยไม้ไทยเติบโตต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2567 ณ ห้องประชุม 112 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ  นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบหารือร่วมกับ นายพยงค์ คงอุดมทรัพย์ ประธานกลุ่มกล้วยไม้ไทยแห่งชาติ นายสมบัติ ตันเสถียร ประธานสหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย จำกัด และคณะ เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ไทยเพื่อการส่งออก พร้อมกระตุ้นตลาดกล้วยไม้ภายในประเทศให้มากขึ้น โดยผลักดันให้เกิดการจัดงานวันกล้วยไม้แห่งชาติขึ้นเป็นประจำทุกปี รวมทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์กล้วยไม้ไทย ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก 

นางนฤมล กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมสนับสนุนส่งเสริมผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ไทย ดังนี้  1. สนับสนุนการขยายช่องทางการตลาดในและต่างประเทศ 2. ส่งเสริมให้มีการพัฒนากล้วยไม้ที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐานการส่งออก 3. ส่งเสริมการพัฒนาบรรจุภัณฑ์(Packaging) ให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษากล้วยไม้และ สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้า 4. สนับสนุนการประชาสัมพันธ์กล้วยไม้ไทยให้ เป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการในตลาดต่างประเทศมากขึ้น

“ประเทศไทยมีแหล่งผลิตไม้ดอกไม้ประดับกระจายทั่วทั้งประเทศสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ จากข้อมูลในปี 2566 ประเทศไทยส่งออกไม้ดอกไม้ประดับมูลค่ารวม 4,474 ล้านบาท โดยส่งออกกล้วยไม้มากที่สุด 2,682 ล้านบาท ประเทศผู้นำเข้าไม้ดอกไม้ประดับ          ที่สำคัญของไทย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เวียดนาม ญี่ปุ่น อินเดีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้ จากรายงานสินค้าเกษตร (Situation Report)  กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประจำเดือน พฤษภาคม 2567 ประเทศไทยส่งกล้วยไม้ตัดดอก มีมูลค่าการส่งออก 48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน” นางนฤมล ระบุ

แพทย์เตือนหน้าหนาวมาเยือน ดูแลสุขภาพให้พร้อม เด็กเล็ก-ผู้สูงอายุเสี่ยงเจ็บป่วยง่าย

https://www.naewna.com/lady/839745

แพทย์เตือนหน้าหนาวมาเยือน ดูแลสุขภาพให้พร้อม  เด็กเล็ก-ผู้สูงอายุเสี่ยงเจ็บป่วยง่าย

แพทย์เตือนหน้าหนาวมาเยือน ดูแลสุขภาพให้พร้อม เด็กเล็ก-ผู้สูงอายุเสี่ยงเจ็บป่วยง่าย

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขห่วงใย ประชาชน โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ แนะดูแลสุขภาพช่วงหน้าหนาวเป็นพิเศษ ดื่มน้ำอุ่นออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงป้องกันการเจ็บป่วย

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่าขณะนี้บางพื้นที่อากาศเริ่มเย็นลง ทำให้เสี่ยงเจ็บป่วยได้ง่าย เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคอีสานตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขณะที่ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ยังมีฝน ฝนฟ้าคะนองตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งยังต้องเฝ้าระวังฝนที่ตกสะสม ประชาชนจึงควรดูแลสุขภาพร่างกายเป็นพิเศษด้วยการดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำ เพื่อช่วยสร้างความอบอุ่นกับร่างกาย เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดีขึ้น และช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย โดยใน 1 วัน ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว กินอาหารครบ 5 หมู่ เน้นอาหารที่ร้อนและปรุงสุกใหม่ๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากนี้ ควรออกกำลังกายเป็นประจำ อาทิ เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน เวทเทรนนิ่ง คีตะมวยไทย เต้นแอโรบิก โยคะ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ กระโดดเชือก การกีฬาประเภทต่างๆ และทำงานบ้าน อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

“ทั้งนี้ กลุ่มวัยที่ควรดูแลเป็นพิเศษคือ กลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ เนื่องจากวัยเด็กความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิร่างกายยังไม่สมบูรณ์ และมีไขมันใต้ผิวหนังน้อย ทำให้เกิดภาวะตัวเย็นเกินได้ง่าย โดยมีอาการตั้งแต่อ่อนเพลีย ท้องอืด ซึมลงหายใจช้า ชีพจรเต้นช้า ปัสสาวะลดลงหมดสติ  และอาจเสียชีวิตในที่สุดจึงควรดูแลเด็กเล็กให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอด้วยการสวมเสื้อผ้า เครื่องกันหนาว ถุงมือ ถุงเท้า และสวมหมวกสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเวลานอน อวัยวะที่ต้องดูแลคือ ศีรษะ ลำคอ และหน้าอก เพื่อให้ระบบการไหลเวียนของร่างกายเป็นไปตามปกติ เพราะหากในช่วงหน้าหนาว เกิดเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ และไข้หวัดอาจส่งผลกลายเป็นโรคหลอดลมอักเสบ และโรคปอดบวมได้ในที่สุด จึงควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำในเวลากลางคืน หรือถ้าไม่สามารถเลี่ยงได้ก็ควรมีการยืดเส้นยืดสายเพื่อสร้าง ความอบอุ่นให้กับร่างกายก่อนอาบน้ำหากอาบน้ำอุ่นต้องระวังไม่อาบน้ำนานและปรับอุณหภูมิน้ำร้อนจนเกินไป เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีสภาพผิวหนังที่แห้งง่าย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับผิวหนัง หรือคนที่เป็นโรคเบาหวานต้องระวังอย่าให้ผิวแห้งแตก หากเกิดเเผลจากการเกา อาจทำให้อักเสบ และเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมาได้ นอกจากนี้ ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/839768

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 7 พฤศจิกายน 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายกกิตติมศักดิ์และประธานกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา พระราชทานพระราชานุญาตให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา จัดงาน ชัยพัฒนาแฟร์สัญจร จังหวัดนครนายก 12-14 ธ.ค. ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล และศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญและที่พักของมูลนิธิชัยพัฒนาจ.นครนายก..จะจัดแถลงข่าวการจัดงาน “ชัยพัฒนาแฟร์ สัญจร จังหวัดนครนายก” โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, สุพรตรีนรินทร์,ฐาปน สิริวัฒนภักดี 12 พ.ย.10.00 น. ณ สำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ห้องประชุมหนุมาน 1 ชั้น 1 สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ถ.อรุณอัมรินทร์..

●● ฉลองสมรสระหว่าง ดร.ภัทราภา เวชภัทรสิริ บุตรี จิราพรรดิ์ เวชภัทรสิริ-เปรมพรรณ พสุภา กับ อนัคฆ์ ตังทัตสวัสดิ์ บุตร อนันต์-สุมนา ตังทัตสวัสดิ์ 15 พ.ย.18.30 น. ห้องแกรนด์บอลรูมรร.แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ..

●● เณศราภา ทับสุวรรณ ตันตกิตติ์ เตรียมจัดงาน “ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ” ชวนคุณหญิงแม่คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ มาร่วมเพลิดเพลินไปกับดนตรีไพเราะพร้อมชมวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และอร่อยอิ่มเอมกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำ ในคืนพระจันทร์เต็มดวง15 พ.ย. ศาลาริมน้ำ โรงแรมมณเฑียรริเวอร์ไซด์..

●● สำนักงาน กปร. ขยายเวลาการส่งผลงาน ภาพถ่ายเข้าประกวดในหัวข้อ“72 พรรษา ทศมราชา สืบสานงานพัฒนาปวงประชาร่มเย็นเป็นสุข” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 132,000 บาท พร้อมโล่รางวัลเกียรติยศจากองคมนตรี เปิดรับถึง 13 พ.ย.เพื่อเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอด และสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาในมิติต่างๆ ที่สร้างประโยชน์และความสุขให้แก่ราษฎร..

●● สวด วิลาวัลย์ แสงไชย มารดา พลเรือตรีหญิงกมลา แสงไชย, เอิบจิตร วิชยานนท์,วิรัชดา กิตติวัฒน์, พลตำรวจตรีเพชรัตน์ แสงไชย ศาลา 7 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน 5-9 พ.ย. 18.00 น. และฌาปนกิจ 10 พ.ย. 16.00 น…

●●ศิษยานุศิษย์ร่วมน้อมถวายมุทิตาสักการะ เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 88 ปี พระราชวรญาณโสภณ (ชุบ เขมงฺกโร)เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง พร้อมร่วมพิธีเททองหล่อส่วนองค์พระพุทธรูปสุโขทัยปางสมาธิ หน้าตัก 90 นิ้ว เมื่อวันก่อน..

●● กบ-อ้วย กล้วยอบ มีนามีฟาร์ม ของน้อง“มีนา” ลูกสาวตัวน้อยวัยอนุบาลของ สันติสุข มะโรงศรี เป็นกล้วยอบพิเศษ อบด้วยเครื่องทันสมัย สะอาด ปลอดภัย หวานธรรมชาติ บรรจุแพ็กเกจพิเศษมีรูปวาดฝีมือน้องมีนา โปรฯ พิเศษ 1 แพ็ก 6 ซอง 500 บาท หรือกล้วยอบ 1 แพ็ก คู่กับมะขามแก้ว 1 แพ็ก เหลือ 950 บาท ส่งฟรีทุกออเดอร์ 054-3282556…แฟนคลับถามมาค่ะ…●●

น้อง

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ รวมพลังนักวิ่งรักษ์โลก ‘Fly Green Charity Run 2024’

https://www.naewna.com/lady/839759

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ รวมพลังนักวิ่งรักษ์โลก ‘Fly Green Charity Run 2024’

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ รวมพลังนักวิ่งรักษ์โลก ‘Fly Green Charity Run 2024’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ จัดกิจกรรม “Fly Green Charity Run 2024” งานวิ่งการกุศลครั้งที่สองภายใต้กองทุนฟลายกรีน (Fly Green Fund) ของสายการบินฯ ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) กรุงเทพมหานคร โดยมีนักวิ่งกว่า 1,500 คน ร่วมวิ่งเพื่อแสดงพลังรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม เพื่อระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของทั้งสายการบินฯ และมูลนิธิฯ ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสนับสนุนชุมชนอย่างยั่งยืน

“Fly Green Charity Run 2024”งานวิ่งการกุศลครั้งที่สองภายใต้กองทุนฟลายกรีน (Fly Green Fund) ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการยกระดับคุณภาพชุมชนในประเทศไทยของมูลนิธิชัยพัฒนา

สถิรวัฒน์ พลนาค

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายสถิรวัฒน์ พลนาค รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Fly Green Charity Run 2024” และร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล

“เวียตเจ็ทไทยแลนด์ภูมิใจที่ได้สานต่องานวิ่งการกุศลครั้งที่สองภายใต้กองทุนฟลายกรีนของสายการบินฯ ในฐานะผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศ เราได้มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ การลดมลพิษจากการดำเนินงาน และการใช้มาตรการต่างๆ ในการร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อมซึ่งช่วยลดต้นตอของปัญหาภาวะโลกร้อนที่มนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่ เราขอขอบคุณผู้เข้าร่วมงานวิ่งการกุศลในครั้งนี้ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสังคมสีเขียวและความยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป” นายสถิรวัฒน์ พลนาค รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าว

รายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายจากงานวิ่งการกุศล Fly Green Charity Run 2024 จะมอบแก่มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการยกระดับคุณภาพชุมชนในประเทศไทย รวมถึงเป้าหมายสูงสุดในการปลูกต้นไม้จำนวน 100,000 ต้น ภายในสิ้นปีนี้

นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายสูงสุดในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผู้เข้าเส้นชัยได้รับเหรียญรางวัล “Fly Green Charity Run” ซึ่งผลิตจากฝาขวดพลาสติกที่นำมารีไซเคิลเป็นเหรียญรูปใบไม้สีเขียวอ่อน โดยใช้ฝาขวดพลาสติกในการผลิตซึ่งช่วยลดปริมาณขยะและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องภายใต้กองทุนฟลายกรีนฟันด์ อาทิ โครงการ “Garbage Hunter” เพื่อกำจัดขยะทั่วประเทศ กิจกรรมกอล์ฟการกุศล “Fly Green Charity Golf Day” เพื่อระดมทุน โครงการ ‘Metro Forest’ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง และคอนเสิร์ตการกุศล “Vietjet Fly Green Charity Concert”เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้เข้าชมและระดมทุนสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวียตเจ็ทไทยแลนด์และกองทุนฟลายกรีนฟันด์สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ ที่ th.vietjetair.com

มูลนิธิทีทีบี เปิดความสำเร็จเยาวชนโครงการ ‘เท่อย่างไทย’ รอบชิงชนะเลิศโชว์ศักยภาพคนรุ่นใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย

https://www.naewna.com/lady/839762

มูลนิธิทีทีบี เปิดความสำเร็จเยาวชนโครงการ ‘เท่อย่างไทย’  รอบชิงชนะเลิศโชว์ศักยภาพคนรุ่นใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย

มูลนิธิทีทีบี เปิดความสำเร็จเยาวชนโครงการ ‘เท่อย่างไทย’ รอบชิงชนะเลิศโชว์ศักยภาพคนรุ่นใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ประภาศิริ โฆษิตธนากร

มูลนิธิทีทีบี ดำเนินงานผ่าน โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ประกาศผลการตัดสินรอบชิงชนะเลิศในการประกวดอ่านฟังเสียงและการพูดต่อหน้าสาธารณชน ประจำปี 2567 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พร้อมรางวัลทุนการศึกษา เพื่อเติมเต็มแรงบันดาลใจและจุดประกายเยาวชนให้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าในเอกลักษณ์ไทย ไม่ว่าจะเป็นการพูด อ่าน และมารยาทอันดีงาม โดยในปีนี้มีโรงเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการมากถึง 683 สถาบัน จำนวน 6,480 คน แบ่งเป็นกิจกรรมประกวดมารยาทไทย 1,772 คน และการประกวดอ่านฟังเสียงและการพูดต่อหน้าสาธารณชน 3,044 คน 

นางประภาศิริ โฆษิตธนากรประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า “วัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะเรื่องมารยาทและการไหว้เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์อันงดงามของไทยได้เป็นอย่างดี และยังถือเป็นหนึ่งในมรดกทางภูมิปัญญาที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ ซึ่งการมีส่วนร่วมของเด็กๆ ในโครงการเท่อย่างไทย สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความสนใจในวัฒนธรรมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ กล้าแสดงออกถึงความเป็นตัวเองอย่างสร้างสรรค์ สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของโครงการไฟ-ฟ้า โดยทีทีบี ที่มุ่งจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเสริมสร้างสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้กับผู้คนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ทางโครงการยังจัดรูปแบบการประกวดผสมผสานทั้งออนไลน์และออนไซต์ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนจากทุกระดับชั้นทั่วประเทศสามารถเข้าถึงการประกวดได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประกวดมารยาทไทย ประกวดอ่านฟังเสียง และประกวดการพูดต่อหน้าสาธารณชน ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญสำหรับการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตในอนาคต”

สุภาพร โพธิ์แก้ว

นางสุภาพร โพธิ์แก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชน หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน กล่าวเพิ่มเติมว่า “โจทย์ในการประกวดครั้งนี้ เป็นการฝึกทักษะเด็กๆ ในเรื่องการสื่อสารที่ดี เพราะทุกคนต้องขบคิดโจทย์ให้แตกภายใต้เวลาจำกัด ฝึกไหวพริบ ความคิด และทักษะการค้นหาข้อมูล โดยเกณฑ์การตัดสินหลักของการประกวดพูดต่อหน้าสาธารณชน คือ การเรียงลำดับความคิดที่ชัดเจน การสื่อสารที่ตรงประเด็น และการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องตามหลักภาษา ทั้งระดับภาษา ไวยากรณ์ และการออกเสียง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเด็กๆ หลายคนสามารถทำได้ดีเยี่ยมในหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งบางคนยังสามารถถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ของตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างน่าสนใจ” 

แม้จะมีกรอบเรื่องระยะเวลาในการเตรียมตัวมากดดัน แต่ เด็กหญิงเมทิดา ปิ่นฆะกูล โรงเรียนสตรีวิทยา ก็สามารถเอาชนะความท้าทายนี้ได้ จนสามารถคว้ารางวัลเป็นผู้ชนะการประกวดการพูดในที่สาธารณะระดับมัธยมต้นได้สำเร็จ และมองว่าความสำเร็จในเวทีนี้จะเป็นโอกาสในการ
ต่อยอดเรื่องการศึกษาและการประกวดในเวทีอื่นๆ ต่อไปในอนาคต” โดยเด็กหญิงเมทิดา เล่าว่า “รู้สึกภูมิใจมากที่ได้รับคัดเลือกให้มาประกวดบนเวทีระดับประเทศแบบนี้ แม้จะตื่นเต้นแต่ก็ทำให้ดีที่สุดตามที่ได้ฝึกซ้อมกับคุณครู ผ่านการลองฝึกทำโจทย์ในหัวข้อต่างๆ เกี่ยวกับสังคมและเยาวชน โดยที่ยังคงความเป็นตัวเราเองเวลาพูด และถึงแม้จะต้องเจอกับความกดดันเรื่องเวลา แต่ความกดดันนี้ก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราได้ฝึกจัดการเวลา ทักษะการพูด และฝึกการคิด”

ปิดท้ายที่ นางสาวณัฏธิดา ขุมเงินโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 ผู้ชนะการประกวดการพูดในที่สาธารณะระดับมัธยมปลาย เผยถึงประสบการณ์และบอกเล่าความรู้สึกว่า “ตื่นเต้นมากที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประกวด และอยากขอบคุณคุณครูที่ช่วยฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวัน โดยจะฝึกพูดวันละโจทย์ เพื่อพัฒนาเรื่องการเรียงลำดับคำพูดและการใช้น้ำเสียง ซึ่งเราชอบเรื่องการพูดมากๆ และคิดว่าการประกวดนี้มีประโยชน์ต่อทั้งการเรียน การใช้ชีวิต และช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง รวมไปถึงต่อยอดการทำงานในอนาคตที่มีความฝันว่าอยากลองเป็นวิทยากรสักครั้ง” 

ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทยรุ่นใหม่ ที่พร้อมก้าวสู่อนาคตและเป็นกำลังให้สังคมได้อย่างมั่นใจ และไม่หลงลืมเอกลักษณ์ที่ดีงามของไทย สามารถติดตามประกาศผลรางวัลต่างๆ และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “เท่อย่างไทย” โดย “ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ได้ที่ www.เท่อย่างไทย.com และติดตามกิจกรรมสังคมอื่นๆ ได้ที่ www.ttbfoundation.org

เด็กหญิงเมทิดา ปิ่นฆะกูล

เด็กหญิงเมทิดา ปิ่นฆะกูล

ณัฏธิดา ขุมเงิน

ณัฏธิดา ขุมเงิน

Bottega Veneta ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ เปิดตัวคอลเลคชั่น Pre-Spring 25

https://www.naewna.com/lady/839770

Bottega Veneta ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ เปิดตัวคอลเลคชั่น Pre-Spring 25

Bottega Veneta ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ เปิดตัวคอลเลคชั่น Pre-Spring 25

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Bottega Veneta เปิดตัวคอลเลคชั่น Pre-Spring 25 ต้อนรับความเบาสบายของฤดูใบไม้ผลิ และเตรียมพร้อมสำหรับการรวมตัวในเทศกาลต่างๆ คอลเลคชั่นนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความละเอียดอ่อนอันประณีตกับความซับซ้อนที่ทันสมัย รูปทรงที่ตัดเย็บเข้ารูปและเส้นสายที่สะอาดตา ช่วยสร้างบรรยากาศและความมั่นใจในทุกวันทำงาน ขณะที่เนื้อผ้าอันเบาบางและลวดลายที่สดใสและมีชีวิตชีวา ก็ช่วยสะท้อนถึงแก่นแท้ของซีซั่นนี้ สำหรับช่วงอากาศเย็นสบาย ชุดราตรีที่หรูหราและการเลเยอร์ที่ใส่สบายแต่ยังคงความเรียบหรู ช่วยผสมผสานทั้งความอบอุ่นและการเฉลิมฉลองได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ช่วงเวลาทำงานไปจนถึงช่วงวันในฤดูใบไม้ผลิและค่ำคืนแห่งเทศกาล ไอเท็มแต่ละชิ้นได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อให้ดูโดดเด่นและมีชีวิตชีวา

รู้จักสัญญาณ โรคหลอดเลือดสมอง หากมีอาการเหล่านี้ รีบไปพบแพทย์ด่วน

https://www.naewna.com/lady/839743

รู้จักสัญญาณ โรคหลอดเลือดสมอง หากมีอาการเหล่านี้ รีบไปพบแพทย์ด่วน

รู้จักสัญญาณ โรคหลอดเลือดสมอง หากมีอาการเหล่านี้ รีบไปพบแพทย์ด่วน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน

โรคหลอดเลือดสมอง เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิตและความพิการที่สำคัญทั่วโลก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสคร.9 นครราชสีมา รณรงค์วันหลอดเลือดสมองโลก ปี 2567 โดยปีนี้มีประเด็นในการรณรงค์ว่า Together we are #Greater Than Stroke : ร่วมมือกันป้องกัน โรคหลอดเลือดสมอง โดยหากมีสัญญาณเตือน เวียนศีรษะ เดินเซอาการตาพร่ามัว ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยว แขน ขา อ่อนแรงครึ่งซีกอย่างเฉียบพลัน ฯลฯ รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว ภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที

นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมอง เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิตและความพิการที่สำคัญทั่วโลก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั่วโลกพบว่า 1 ใน 4 ของประชากรที่มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป

โรคหลอดเลือดสมอง แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ สมองขาดเลือด และอีกชนิดหนึ่งคือ เลือดออกในสมอง ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นลักษณะของสมองขาดเลือด ประมาณ 80% อีก 20% จะเป็นมีเลือดออกในสมอง หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่าเส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยกว่า แต่อาการของเส้นเลือดแตกจะหนักกว่าอาการของสมองขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองนั้น หลายคนอาจเข้าใจว่าเกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกลุ่มอายุ แม้ส่วนใหญ่อาจจะเกิดในผู้สูงอายุ แต่ผู้ที่อายุน้อยกว่า 50 ปี ก็สามารถพบได้มากถึง 15% หากพบในผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 40 ปี จะจัดเป็นโรคหลอดเลือดสมองในคนอายุน้อย หรือ stroke in the young

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ ผู้ที่มีโรคประจำตัวได้แก่ โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย ภาวะเครียดโรคอ้วน

นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคหลอดเลือดสมองสามารถป้องกันได้ โดยควบคุมระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ลดหวาน มัน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดดื่มสุรา งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และงดใช้สารเสพติดทุกชนิด หลีกเลี่ยงความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

นอกจากวิธีป้องกันโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ประชาชนควรรู้อาการ หรือสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองด้วยตนเองตามหลักการ B.E.F.A.S.T ดังนี้ B (Balance) อาการวิงเวียนศีรษะ เดินเซ เสียการทรงตัว ไม่สามารถทรงตัวได้ E (Eye) อาการตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือมองไม่เห็น F (Face) ปากเบี้ยว หน้าเบี้ยวเฉียบพลัน มุมปากตก A (Arm)อาการแขน ขา อ่อนแรงครึ่งซีก ไม่มีแรงหรือชาอย่างเฉียบพลันS (Speech) พูดไม่ชัด เสียงเปลี่ยน ลิ้นแข็ง พูดไม่รู้เรื่อง พูดไม่ออกทันทีทันใด T (Time) หากมีอาการให้รีบโทรสายด่วน 1669 และนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว หรือภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที หากไปพบแพทย์ช้า อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หรืออาจจะกลายเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หากมีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

วาสลีน X สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย จัดเวิร์กช็อปดูแลผิวสำหรับหญิงข้ามเพศ

https://www.naewna.com/lady/839742

วาสลีน X สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย จัดเวิร์กช็อปดูแลผิวสำหรับหญิงข้ามเพศ

วาสลีน X สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย จัดเวิร์กช็อปดูแลผิวสำหรับหญิงข้ามเพศ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ยูนิลีเวอร์ โดยผลิตภัณฑ์ “วาสลีน” เดินหน้าความร่วมมือกับสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปให้ความรู้ด้านการดูแลผิวพรรณอย่างถูกวิธี แก่เจ้าหน้าที่หญิงข้ามเพศ ที่ให้บริการในคลินิกของสมาคมฯ ชูจุดยืนของภาคธุรกิจที่มุ่งขับเคลื่อนสังคมในด้านการส่งเสริมสุขภาวะร่วมกับภาคประชาสังคม และสานต่อความร่วมมือระหว่างวาสลีนกับสมาคมฯ ภายหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมาของ “วาสลีน โปร เดอร์มา ทรานซิชั่น บอดี้ โลชั่น” นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การดูแลผิวให้กับผู้หญิงข้ามเพศโดยเฉพาะ ซึ่งคว้ารางวัล Grand Prix ในหมวดหมู่ Glass : The Lion for Change จาก Cannes Lion ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างสร้างสรรค์ ด้วยการส่งเสริมความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศแบบองค์รวม

อาทิตย์ กิจโชติไพศาล ผู้นำฝ่ายวิจัยและพัฒนา แผนกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “วาสลีนเชื่อว่าผิวของทุกคนสำคัญ เราต้องการดูแลผิวของทุกคนให้มีสุขภาพดีเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ตามความมุ่งมั่นที่มีมาอย่างยาวนานของ
วาสลีน เรามองเห็น Pain Point ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาทิ ผิวแห้งกร้าน บอบบาง และหมองคล้ำ ในระดับที่มากกว่าปกติซึ่งยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดในตลาดที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทางดังกล่าว เราจึงคิดค้นและพัฒนา “วาสลีน โปร เดอร์มา ทรานซิชั่น บอดี้ โลชั่น” สำหรับผู้หญิงข้ามเพศโดยเฉพาะ และเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นี้จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง วาสลีนจึงร่วมกับสมาคมฟ้าสีรุ้งฯ พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญและมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ ทั้งยังมีความแข็งแกร่งและมีเครือข่ายของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศที่กว้างขวาง จึงมีศักยภาพพร้อมสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลผิวและการใช้ผลิตภัณฑ์ “วาสลีน โปร เดอร์มา ทรานซิชั่น บอดี้ โลชั่น” อีกด้วย”

ภายในกิจกรรมเวิร์กช็อปได้ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของวาสลีน ประเทศไทย มาร่วมถ่ายทอด ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสภาพผิว ปัญหาผิวพรรณที่พบบ่อยในกลุ่มหญิงข้ามเพศที่อยู่ระหว่างกระบวนการใช้ฮอร์โมน เช่น ผิวแห้งและลอก จากการที่ร่างกายผลิตน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและเกิดอาการแห้งตึงหรือระคายเคือง หรือปัญหาผิวอ่อนแอซึ่งส่งผลต่อการระคายเคืองกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือแสงแดดได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้น ฮอร์โมนเอสโตรเจนยังกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิวมากขึ้น ทำให้ผิวเกิดจุดด่างดำหรือฝ้ากระได้ง่าย เมื่อสัมผัสกับแสงแดด เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของวาสลีน ประเทศไทย ยังได้ให้คำแนะนำแนวทางการดูแลผิวพรรณเฉพาะของหญิงข้ามเพศหลังการได้รับฮอร์โมน ไม่ว่าจะเป็น การรักษาความชุ่มชื้นของผิวโดยใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารให้ความชุ่มชื้น เช่น ไฮยาลูโรนิคแอซิด (Hyaluronic Acid) หรือกลีเซอรีน (Glycerin) การปกป้องผิวจากแสงแดดโดยใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวที่เปลี่ยนไป การหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ รวมไปถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว ซึ่งผลิตภัณฑ์“วาสลีน โปร เดอร์มา ทรานซิชั่น บอดี้ โลชั่น” ได้รับการพิสูจน์ทางคลินิกว่าสามารถปรับสมดุลและเสริมสร้างผิวของหญิงข้ามเพศให้แข็งแรงขึ้นพร้อมกับปรับสภาพผิวให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ประกอบด้วยเทคโนโลยี Gluta-Ceramide เพื่อซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอ, กรดไฮยาลูโรนิก ٤D ที่ซึมลึกเข้าสู่ผิวเพื่อให้ความชุ่มชื้นอย่างเต็มที่, ไนอะซินาไมด์ 3% ที่ช่วยป้องกันการเกิดจุดด่างดำซ้ำ และไอโซฟลาโวน เพื่อช่วยเสริมการเปลี่ยนแปลงผิวให้มีสุขภาพดี

ซีซ่า ฤทธิวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนและความยั่งยืน สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “กิจกรรมเวิร์กช็อปครั้งนี้จากวาสลีนเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่หญิงข้ามเพศซึ่งปฏิบัติงานในคลินิกของสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ได้รับข้อมูลและความรู้พื้นฐานสำหรับนำไปให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่หญิงข้ามเพศที่อยู่ระหว่างการใช้ฮอร์โมนและประสบปัญหาผิวพรรณ โดยเฉพาะวิธีการดูแลผิวพรรณระหว่างการใช้ฮอร์โมน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยเนื่องจากร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งกิจกรรมนี้ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตนเองและการยอมรับตนเองของผู้เข้าร่วมซึ่งเป็นกลุ่มหญิงข้ามเพศที่อาจเผชิญแรงกดดันจากสังคม การสนับสนุนจากแบรนด์ชั้นนำระดับสากลอย่างวาสลีน ยิ่งช่วยเติมเต็มความรู้สึกถึงการเป็นที่ยอมรับและการสนับสนุนจากสังคมในวงกว้างได้เป็นอย่างดี”

ติดตามข่าวสารรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook Vaseline หรือ RSAT- Rainbow Sky Association of Thailand