คุก 31 ปี หมออังกฤษ ปลอมตัวฉีดสารพิษหวังฆ่าแฟนแม่ ปมแย่งมรดก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2824157

คุก 31 ปี หมออังกฤษ ปลอมตัวฉีดสารพิษหวังฆ่าแฟนแม่ ปมแย่งมรดก

7 พ.ย. 2567 01:48 น.

คุก 31 ปี หมออังกฤษ ปลอมตัวฉีดสารพิษหวังฆ่าแฟนแม่ ปมแย่งมรดก

หมอชาวอังกฤษผู้ก่อเหตุปลอมตัวและฉีดสารพิษเพื่อสังหารแฟนของผู้เป็นแม่ จากความขัดแย้งเรื่องมรดก ถูกศาลตัดสินจำคุก 31 ปี กับอีก 5 เดือน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลในสหราชอาณาจักรตัดสินลงโทษจำคุกนาย โทมัส ควอน แพทย์ทั่วไปสัญชาติอังกฤษ เป็นเวลา 31 ปี กับอีก 5 เดือน จากความผิดฐานพยายามฆาตกรรมนาย แพทริก โอฮารา อายุ 71 ปี แฟนของนาง เจนนี เหลียง แม่ของเขาเอง ด้วยการฉีดสารผิด

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายควอน วัย 53 ปี ปลอมตัวเป็นบุรุษพยาบาลประจำชุมชน ในเมืองนิวแคสเซิล โดยทำถึงขึ้นทำให้ผิวเป็นสีแทน ติดหนวดเคราปลอม สวมวิกผมสีดำ ใส่หน้ากากอนามัย สวมหมวก และมีบัตรประจำตัวปลอมใช้ชื่อว่า ราช พาเทล ก่อนจะเดินทางไปที่บ้านของนางเหลียงในคืนวันที่ 22 ม.ค.

เมื่อไปถึง นายควอนทำทีว่ามาเพื่อฉีดวัคซีนกระตุ้นเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันต้านไวรัสโควิด-19 แต่เขากลับฉีดสารพิษให้นายโอฮารา ซึ่งทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดรุนแรงทันที แต่นายควอนที่ปลอมตัวอยู่ อ้างว่าเป็นเรื่องปกติ และรีบจากไปในทันที และนายโอฮาราก็เกิดความสงสัยในตัวบุรุษพยาบาลรายนี้ หลังนางเหลียงพูดว่า บุรุษพยาบาลตัวสูงเท่าลูกชายของเธอเลย

หลังจากนั้น นายโอฮาราก็เริ่มมีอาการป่วย ซึ่งแพทย์พบว่าติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคน และต้องรักษาที่โรงพยาบาล รอยัล วิกตอเรีย ในเมืองนิวแคสเซิล นาน 5 สัปดาห์ โดยระหว่างนั้น หมอต้องตัดเนื้อที่ติดเชื้อของเขาออกไปก้อนใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเน่าลุกลามไปไกลกว่าแขนของเขา

นายโอฮารายังต้องรับการผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนังอีกหลายครั้ง จนป่วยเป็นโรค PTSD และต้องเข้ารีบการทำกายภาพบำบัด

ทั้งนี้ นายควอน ซึ่งทำงานที่โรงพยาบาล “แฮปปี เฮาส์ เซอร์เจอรี” (Happy House Surgery) ในเมืองซันเดอร์แลนด์ ยอมรับว่าตั้งแต่การพิจารณาคดีวันแรก ที่ศาลอาญาเมืองนิวแคสเซิล ว่า เขาพยายามฆาตกรรมนายโอฮาราจริง

ขณะที่อัยการ ปีเตอร์ เมคพีซ กล่าวหานายควอนว่า เขาใช้เวลานานหลายเดือนเพื่อวางแผนการโจมตีอย่างอุกอาจนี้ และว่านายควอนยึดติดกับเรื่องอย่างหนัก และโกรธที่แม่ของเขาเขียนพินัยกรรมในปี 2564 ระบุว่า ให้แฟนของเธอที่อยู่ด้วยกันมา 21 ปี ได้รับส่วนแบ่งมรดกจากบ้านของเธอในเมืองนิวแคสเซิลด้วย

นายเมคพีซกล่าวอีกว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุของนายควอน ซึ่งเป็นหมอที่มีฐานะดี และอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ในย่าน อิงเกิลบาย บาร์วิค (ingleby barwick) กับภรรยาและลูกชาย คือความโลภล้วนๆ

การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบด้วยว่า นายควอนฝังไวรัสสอดแนมไว้ในคอมพิวเตอร์ของมารดาตั้งแต่หลายปีก่อน เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวทางการเงินของเธอ

อัยการเชื่อว่า นายควอนใช้ยาฆ่าแมลงที่เรียกว่า ไอโอโดมีเทน ในการทำร้ายนายโอฮารา แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะพบสารพิษอื่นๆ ในบ้านของเขา รวมถึงวัตถุดิบสำหรับทำไรซิน ตำรวจยังพบหนังสือ, สูตรผสม และคู่มือสำหรับการก่อการร้ายด้วยพิษอีกหลายรายการ นอกจากนั้น มีหลักฐานด้วยว่า นายควอนมีแผนสำรอง หากการปลอมเป็นบุรุษพยาบาลล้มเหลวด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จีนต้อนรับ มิน อ่อง หล่าย เยือนแดนมังกรครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อรัฐประหาร

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2824154

จีนต้อนรับ มิน อ่อง หล่าย เยือนแดนมังกรครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อรัฐประหาร

6 พ.ย. 2567 23:42 น.

จีนต้อนรับ มิน อ่อง หล่าย เยือนแดนมังกรครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อรัฐประหาร

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เดินทางเยือนประเทศจีนเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ก่อรัฐประหารยึดอำนาจ จนทำให้เกิดการปะทะนองเลือดจนถึงทุกวันนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 5 พ.ย. 2567 พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารของเมียนมา เดินทางเยือนประเทศจีนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เขานำกองทัพ ก่อรัฐประหาร โค่นอำนาจรัฐบาลของนางอองซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธุ์ 2564

หลังจากการรัฐประหารครั้งนั้น เมียนมาก็ตกลงสู่ห้วงแห่งความรุนแรง กองทัพฝ่ายรัฐบาลปะทะกับกองกำลังฝ่ายต่อต้านอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ โดยที่รัฐบาลเสียพื้นที่ให้แก่กลุ่มต่อต้านเป็นจำนวนมาก จนเริ่มมีการตั้งคำถามว่า มิน อ่อง หล่าย จะเป็นผู้นำรัฐบาลทหารไปได้อีกนานเพียงใด

ในขณะที่จีน ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนบ้าน, พันธมิตรสำคัญ และคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเมียนมา ไม่สนับสนุนการจัดการอันยุ่งเหยิงและนองเลือดของรัฐบาลเมียนมาหลังการรัฐประหาร แต่การที่พวกเขาส่งคำเชิญเมียนมาไปเยือนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า ปักกิ่งยังเห็น มิน อ่อง หล่าย เป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในเมียนมา

การเยือนจีนครั้งนี้จึงเป็นเรื่องสำหรับมากสำหรับ มิน อ่อง หล่าย ถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่การเยือนอย่างเป็นทางการของประมุขแห่งรัฐ (state visit) ก็ตาม

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย พร้อมคณะเจ้าหน้าที่กลุ่มใหญ่และบุคคลสำคัญทางธุรกิจของเมียนมา เดินทางถึงเมืองคุนหมิง ในมณฑลยูนนาน ซึ่งมีพรมแดนติดกับเมียนมา เมื่อวันอังคาร และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)

มิน อ่อง หล่าย ถูกนานาชาติโดดเดี่ยวหลังก่อรัฐประหาร และไม่ได้รับเชิญให้ร่วมการประชุมผู้นำอาเซียน เขายังเดินทางออกนอกประเทศไม่กี่ครั้งนับตั้งแต่ปี 2564 โดยหนึ่งในนั้นคือการเดินทางเยือนรัสเซีย ที่ตอนนี้ทั้ง 2 ประเทศกลายเป็นพันธมิตรเหนียวแน่นกันไปแล้ว

ทั้งนี้ คาดกันว่า ระหว่างเยือนจีน นายมิน อ่อง หล่าย จะได้เข้าพบนาย หลี เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และประธานการประชุม GMS ซึ่งมีผู้นำรัฐบาลจากประเทศลาว, กัมพูชา และเวียดนามมาเช้าร่วมด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ : แฮร์ริสยังเงียบ หลังทรัมป์ชนะเลือกตั้ง กวาดเรียบสวิงสเตท

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2824148

ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ : แฮร์ริสยังเงียบ หลังทรัมป์ชนะเลือกตั้ง กวาดเรียบสวิงสเตท

6 พ.ย. 2567 22:15 น.

ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ : แฮร์ริสยังเงียบ หลังทรัมป์ชนะเลือกตั้ง กวาดเรียบสวิงสเตท

คามาลา แฮร์ริส ยังคงปิดปากเงียบ ไม่ออกมายอมรับความพ่ายแพ้หรือแสดงความเห็นใดๆ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ แม้จะเริ่มชัดเจนในช่วงเช้าวันพุธที่ 6 พ.ย. 2567 (ตามเวลาสหรัฐฯ) ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับชัยชนะในรัฐสวิงสเตททุกแห่ง ทำให้เขาคว้าคะแนนคณะผู้เลือกตั้งมากพอได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ

แฮร์ริสยกเลิกการปราศรัยคืนเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัย ฮาวาร์ด ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคืนวันอังคารที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากผลการนับคะแนนแสดงให้เห็นว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะในรัฐต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่รัฐสวิงสเตทหลายรัฐที่แฮร์ริสนำเล็กน้อยในช่วงแรก ก็ถูกพลักแซงเมื่อเวลาผ่านไป

ในงานดังกล่าว ผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อแสดงการสนับสนุนแฮร์ริส แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนพ้นเที่ยงคืน นายเซดริค ริชมอนด์ ประธานทีมหาเสียงของแฮร์ริสก็ขึ้นเวทีเพื่อประกาศว่า รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะไม่ขึ้นพูดบนเวทีในคืนนี้ ทำให้ผู้คนทยอยกันกลับ

นายทรัมป์กวาดรัฐสวิงสเตท ซึ่งเป็นรัฐสำคัญที่ต้องชนะให้ได้ หมดทั้ง 7 แห่ง โดยเฉพาะรัฐที่ทั้ง 2 ฝ่ายหมายตาเป็นพิเศษอย่าง เพนซิลเวเนีย, นอร์ท แคโรไลนา และวิสคอนซิน ทำให้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งของนายทรัมป์ พุ่งไปอยู่ที่ 279 เสียง ต่อ 223 เสียงของคามาลา แฮร์ริส เพียงพอเป็นประธานาธิบดีแล้ว แม้หลายผลเลือกตั้งในหลายรัฐจะยังไม่ชัดเจน

รัฐสวิงสเตท 6 จาก 7 รัฐ เลือกฝ่ายเดโมแครตในการเลือกตั้งครั้งก่อน (2563) แต่คราวนี้พวกเขากลับมาเลือกโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งทำลายสิ่งที่เรียกว่า “กำแพงสีน้ำเงิน” (Blue Wall) ของพรรคเดโมแครต ที่รัฐมิชิแกน, เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน ได้อีกครั้ง

ทรัมป์ยังชนะแฮร์ริสในด้านคะแนนมหาชน (ป๊อปปูลาร์โหวต) ด้วย นับเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายรีพับลิกันชนะคะแนนมหาชน นับตั้งแต่สมัย จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ในปี 2547

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : bbc

ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ปฏิกิริยาต่างชาติต่อผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2824100

ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ปฏิกิริยาต่างชาติต่อผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ

6 พ.ย. 2567 17:30 น.

ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ปฏิกิริยาต่างชาติต่อผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ

หลายชาติเริ่มมีการแถลงท่าทีออกมา หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศชัยชนะจากการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยจีนระบุว่าเคารพผลการเลือกตั้งที่มาจากการตัดสินใจเลือกของชาวอเมริกัน

นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนแถลงเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันนี้ หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมาประกาศชัยชนะของเขา โดยทางกระทรวงการต่างประเทศของจีนย้ำว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เป็นเรื่องภายในและจีนเคารพการตัดสินใจของชาวอเมริกัน

อย่างไรก็ตามจีนจะยังคงพิจารณาและดำเนินการด้านความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ภายใต้หลักการของการเคารพซึ่งกันและกัน ความร่วมมือที่ชนะร่วมกัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

ส่วนประเด็นข้อเสนอของทรัมป์ที่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 60% นางเหมาบอกปัดที่จะตอบคำถามในเรื่องที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้นำจีน สี จิ้นผิง จะส่งข้อความแสดงความยินดีถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ หากเขาชนะการเลือกตั้งหรือไม่ทางโฆษกกระทรวงต่างประเทศระบุว่าทางการจีนจะจัดการเรื่องที่เกี่ยวข้องตามแนวปฏิบัติปกติ

ด้านฟาเตเมห์ โมฮาเจรานี โฆษกรัฐบาลอิหร่านระบุว่าผลการเลือกตั้งของสหรัฐฯ จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมากต่ออิหร่าน เนื่องจากนโยบายหลักของอเมริกาและอิหร่านนั้นคงที่ และจะไม่เปลี่ยนแปลงมาก จากการเปลี่ยนผู้นำคนใหม่ ขณะที่ค่าเงินเรียลของอิหร่านเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำสถิติต่ำสุดเมื่อวันพุธ

เป็นที่ทราบกันดีว่าทรัมป์มีจุดยืนที่แข็งกร้าวต่ออิหร่าน และในปี 2018 เขาได้ถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่าน พร้อมกับนำมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงกลับมาใช้กับอิหร่านด้วย

ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะประกาศชัยชนะ ทั้งนายกรัฐมนตรีของฮังการี รวมทั้งนายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียต่างแสดงความเห็นต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในครั้งนี้ โดยนายวิคเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี แสดงความเห็นในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์เข้าใกล้ชัยชนะว่านี่คือชัยชนะอันยอดเยี่ยม และอาจเป็นการกลับมาที่น่าทึ่งที่สุดและการต่อสู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองของตะวันตก และแม้ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์จะถูกขู่ว่าจะโดนจับเข้าคุก หรือยึดทรัพย์สินของเขา หรือสื่อในอเมริกาหันมาต่อต้านเขา แต่เขาก็ยังชนะ นี่เป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของผู้ที่ยึดมั่นในการต่อสู้และมีความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ

ส่วนนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ของออสเตรเลีย กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันพุธว่ารัฐบาลของเขาจะสร้าง ความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับผู้ที่จะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯไม่ว่าจะเป็นใคร โดยทั้งออสเตรเลียและสหรัฐฯพยายามทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ที่มีร่วมกัน และเขามั่นใจว่าสิ่งนี้จะดำเนินต่อไป โดยนายอัลบาเนซียังได้กล่าวทิ้งท้ายชื่นชมประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือนาย โจ ไบเดน อีกด้วย.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024

ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ : ทรัมป์ประกาศชัยชนะทวงคืนเก้าอี้ปธน.สำเร็จ หลังผลนับคะแนนไม่เป็นทางการออกมา

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2824031

6 พ.ย. 2567 14:45 น.

ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ : ทรัมป์ประกาศชัยชนะทวงคืนเก้าอี้ปธน.สำเร็จ หลังผลนับคะแนนไม่เป็นทางการออกมา

ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 :  “โดนัลด์ ทรัมป์” นำพรรครีพับลิกัน ประกาศชัยชนะศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี หลังผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมา และสื่อต่างๆประเทศคาดการณ์ว่าทรัมป์ชนะแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางไปปรากฎตัวที่ศูนย์เลือกตั้งของเขาที่เมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา โดยขึ้นเวทีพร้อมด้วยเมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาของเขา ตลอดจนบุตรชาย และทีมงานหาเสียง พร้อมประกาศชัยชนะในขณะที่คะแนนคณะผู้เลือกตั้งได้ไป 266 คะแนน 

โดยทรัมป์กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนที่ทำให้เขาได้รับชัยชนะอย่างงดงาม และประสบความสำเร็จทางการเมือง ทรัมป์บอกว่าต่อไปประเทศสหรัฐฯจะได้รับการเยียวยา และจะเป็นยุคทองของอเมริกา หลังเขาได้รับชัยชนะในหลายรัฐ โดยเฉพาะใน 2 รัฐสมรภูมิที่สำคัญอย่างจอร์เจีย และนอร์ท แคโรไลนา ทำให้คะแนนนำห่างคู่แข่ง 

โดยทรัมป์ได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 47 ด้วยคะแนนตามที่ฟ็อกซ์ นิวส์ คาดการณ์คือ 277 ต่อ 226 หลังจากคาดว่าทรัมป์จะชนะในรัฐวิสคอนซิน หนึ่งในรัฐสวิงในการเลือกตั้งนี้ และเป็นรัฐที่ทรัมป์เคยพ่ายแพ้อย่างเฉียดฉิวในการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน

ส่วนรัฐสวิงอีก 6 รัฐทรัมป์ก็มีคะแนนนำและคาดว่าจะชนะด้วย ขณะที่การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พรรครีพับลิกันคว้าชัยชนะและสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐบ่งชี้ว่า พรรครีพับลิกันสามารถครองเสียงข้างมาที่ 51 เสียงได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่พรรคเดโมแครตได้ไป 41 เสียง และยังเหลือที่นั่งที่ยังไมได้ประกาศผลอีก 8 ที่นั่ง นอกจากนี้ยังคาดว่าพรรครีพับลิกันจะได้รับชัยชนะในสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ทรัมป์ยังกล่าวขอบคุณครอบครัวของเขาที่อยู่เคียงข้าง

ขณะที่มีรายงานว่า กลุ่มผู้สนับสนุนนางคามาลา แฮร์ริส ที่ก่อนหน้านี้ไปรวมตัวอย่างเนืองแน่น เพื่อรอลุ้นผลเลือกตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่แคมเปญแฮร์ริส มหาวิทยาลัยโฮเวิร์ด ในวอชิงตัน ดีซี. ได้ทยอยสลายตัวเดินทางออกจากพื้นที่จนเหลือผู้คนบางตา หลังจากทีมงานของแฮร์ริสออกมาเปิดเผยว่า นางแฮร์ริสจะไม่มีการกล่าวปราศรัยต่อกลุ่มผู้สนับสนุนในค่ำคืนนี้ ทำให้บรรยากาศเงียบเหงาลงถนัดตา

ทั้งนี้ รองประธานาธิบดีแฮร์ริส ต้องผิดหวังที่ไม่ได้เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กลายเป็นอดีตประธานาธิบดีคนที่ 2 ที่ได้รับเลือกเป็นสมัยที่ 2 แบบสมัยไม่ต่อเนื่องกัน ต่อจากโกรเวอร์ คลีฟแลนด์ ในปี 1892 โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ชี้ขาดด้วยรัฐสมรภูมิทั้ง 7 ที่ผลโพลก่อนหน้านี้ออกมาว่ามีโอกาสที่จะพลิกผันตกเป็นของพรรคใดก็ได้ทั้งสองพรรค.

ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ : “โดนัลด์ ทรัมป์” คว้าชัยชนะศึกเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ หลังสื่อต่างๆออกมาคาดการณ์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2824058

ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ : "โดนัลด์ ทรัมป์" คว้าชัยชนะศึกเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ หลังสื่อต่างๆออกมาคาดการณ์

6 พ.ย. 2567 14:22 น.

ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ : “โดนัลด์ ทรัมป์” คว้าชัยชนะศึกเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ หลังสื่อต่างๆออกมาคาดการณ์

ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : “โดนัลด์ ทรัมป์” นำพรรครีพับลิกัน คว้าชัยชนะศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี หลังผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมา และสื่อต่างๆประเทศคาดการณ์ว่าทรัมป์ชนะแล้ว

คะแนนเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024

เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา Fox News เป็นสื่อแห่งแรกที่ออกมาประกาศคาดการณ์ว่าทรัมป์ชนะเลือกตั้ง เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 47 ด้วยคะแนน 277 ต่อ 226 หลังจากคาดว่าทรัมป์จะชนะในรัฐวิสคอนซิน หนึ่งในรัฐสวิงในการเลือกตั้งนี้ และเป็นรัฐที่ทรัมป์เคยพ่ายแพ้อย่างเฉียดฉิวในการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน

ส่วนรัฐสวิงอีก 6 รัฐทรัมป์ก็มีคะแนนนำและคาดว่าจะชนะด้วย ขณะที่การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พรรครีพับลิกันคว้าชัยชนะและสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐบ่งชี้ว่า พรรครีพับลิกันสามารถครองเสียงข้างมาที่ 51 เสียงได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่พรรคเดโมแครตได้ไป 41 เสียง และยังเหลือที่นั่งที่ยังไมได้ประกาศผลอีก 8 ที่นั่ง

ขณะที่ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรยังคงต้องลุ้นกันต่อไป เนื่องจากจนถึงขณะนี้ที่มีการนับอยู่ พรรครีพับลิกันได้ไป 183 ที่นั่ง ส่วนเดโมแครตได้ไป 155 ที่นั่ง และยังมีที่นั่งที่ยังไม่ได้ประกาศผลอีก 97 ที่นั่ง

ทั้งนี้ รองประธานาธิบดีแฮร์ริส ต้องผิดหวังที่ไม่ได้เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กลายเป็นอดีตประธานาธิบดีคนที่ 2 ที่ได้รับเลือกเป็นสมัยที่ 2 แบบสมัยไม่ต่อเนื่องกัน ต่อจากโกรเวอร์ คลีฟแลนด์ ในปี 1892 โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ชี้ขาดด้วยรัฐสมรภูมิทั้ง 7 ที่ผลโพลก่อนหน้านี้ออกมาว่ามีโอกาสที่จะพลิกผันตกเป็นของพรรคใดก็ได้ทั้งสองพรรค.

เกษตรฯทำMOUภาคเอกชน ลดเผาตอซัง-ฟางข้าวลดฝุ่นพิษ

https://www.naewna.com/local/839825

เกษตรฯทำMOUภาคเอกชน  ลดเผาตอซัง-ฟางข้าวลดฝุ่นพิษ

เกษตรฯทำMOUภาคเอกชน ลดเผาตอซัง-ฟางข้าวลดฝุ่นพิษ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการ “ลดเผา เบาฝุ่น” สนับสนุนเกษตรกรไทยลดการเผาตอซังและฟางข้าว เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ด้วยจุลินทรีย์ ระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทบีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาทดสอบเทคโนโลยีชีวภาพ โดยการทดสอบประสิทธิภาพจุลินทรีย์ย่อยสลาย ที่สามารถย่อยสลายตอซังและฟางข้าวได้ภายใน 7 วัน มีขั้นตอนการใช้งานอย่างง่าย โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม เพียงฉีกซองผสมน้ำ เตรียมหัวเชื้อในปริมาณ 100 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร สำหรับใช้ในพื้นที่ 1 ไร่ ที่มีน้ำท่วมตอซัง ซึ่งผลการทดสอบเกษตรกรมีความพึงพอใจต่อการใช้จุลินทรีย์เป็นอย่างมาก โดยระยะต่อไปมีแผนที่จะสนับสนุนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 2,400 ราย ในพื้นที่ 59,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท และสุพรรณบุรี

อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเผาของเกษตรกร จะต้องใช้เทคโนโลยี และผลการวิจัย ศึกษา ทดสอบ และเห็นผลสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงของการทดสอบ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ภาคการเกษตร ร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างอากาศสะอาด พื้นฟูและรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน

ทั้งนี้ ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรได้ขับเคลื่อนนโยบาย 3R Model เป็นแนวทางลดปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร มีเป้าหมายคือทำให้เกษตรกรเข้าใจถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่เผา และส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุทางการเกษตร โดยพื้นที่ปลูกข้าว 1 ไร่ จะมีปริมาณตอซังและฟางข้าว เฉลี่ยปีละ 650 กิโลกรัม เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการฟางข้าวและตอซัง เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มรายได้และผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรส่วนใหญ่ตัดสินใจเผาฟางข้าวและตอซัง เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูกพืชหมุนเวียนต่างๆ จนทำให้ฟางถูกเผาทิ้งอย่างน่าเสียดาย การเผาฟางนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นมลภาวะและก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

ทั้งนี้ หลายภาคส่วนร่วมกันหานวัตกรรมใหม่ มาช่วยในการย่อยสลาย โดยต้องปลอดภัยทั้งเกษตรกร ปลอดภัยต่อพืช ไม่มีสารตกค้างต่อสิ่งแวดล้อม โดยปกติฟางข้าวมีปริมาณธาตุอาหารหลักของพืช ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เฉลี่ย 0.51 0.14 และ 1.55%
มีปริมาณธาตุอาหารรองของพืชได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม และซัลเฟอร์ เฉลี่ย 0.47 0.25 และ 0.17% เมื่อย่อยสลายเป็นอินทรียวัตถุจะปรับ
เพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประหยัดต้นทุนการซื้อปุ๋ย เป็นวงจรปรับปรุงดินอีกทางหนึ่ง

‘อิทธิ’ตามงานพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงฯ

https://www.naewna.com/local/839826

‘อิทธิ’ตามงานพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงฯ

‘อิทธิ’ตามงานพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ติดตาม : นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง จ.หนองคาย รวมทั้งการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเกษตร จ.หนองคาย ที่สถานีสูบน้ำบ้านแดนเมืองฯ มุ่งบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร บรรเทาอุทกภัยและเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำรองในฤดูแล้ง

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง จ.หนองคาย รวมทั้งการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเกษตรใน จ.หนองคาย ที่สถานีสูบน้ำบ้านแดนเมือง โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ว่าได้มุ่งเน้นเรื่องบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพเพื่อการเกษตร จึงกำชับให้กรมชลประทาน เร่งรัดดำเนินโครงการดังกล่าวให้แล้วเสร็จตามแผนงาน เพื่อบรรเทาอุทกภัยและยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำรองในช่วงฤดูแล้ง และเป็นการบริหารจัดการน้ำ สนับสนุนน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคและการเกษตรในระยะยาว

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 มีแผนงานโครงการ 9 ปี(พ.ศ.2561-2569) เป้าหมายเพื่อเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนในการอุปโภค-บริโภค และทำการเกษตร รวมถึงบรรเทาอุทกภัย ใน จ.หนองคาย และอุดรธานี โดยมี 7 โครงการสำคัญที่จะเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งงานก่อสร้างสถานีสูบน้ำบ้านแดนเมือง ถือเป็น 1 ในแผนงานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง เป็นสถานีสูบน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 15 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที 10 เครื่อง อัตราการสูบน้ำสูงสุด 150 ลบ.ม./วินาที พร้อมด้วยคลองชักน้ำ ความยาว 1,344 เมตร และประตูระบายน้ำ อัตราการระบายน้ำ 395 ลบ.ม./วินาที

อย่างไรก็ตาม หากโครงการดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถบรรเทาอุทกภัยใน จ.หนองคาย และอุดรธานี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานเดิม 15,000 ไร่ และเพิ่มพื้นที่ชลประทานใหม่ 300,195 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 284 หมู่บ้าน 37 ตำบล 7 อำเภอ ของ จ.หนองคาย และอุดรธานี โดยมีครัวเรือนได้รับผลประโยชน์ 29,835 ครัวเรือนอีกทั้งยังเป็นแหล่งน้ำต้นทุนช่วยขยายพื้นที่

เกษตรฯเตรียมการถกรมต. ด้านเกษตร-ป่าไม้อาเซียน

https://www.naewna.com/local/839823

เกษตรฯเตรียมการถกรมต.  ด้านเกษตร-ป่าไม้อาเซียน

เกษตรฯเตรียมการถกรมต. ด้านเกษตร-ป่าไม้อาเซียน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (SOM-AMAF Leader) ของไทย ร่วมประชุมเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้อาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 24 (Preparatory Senior Officials Meeting of the Twenty-Forth Meeting of the ASEAN Ministers on Agriculture andForestry Plus Three : PrepSOM – 24th AMAF Plus Three) และการประชุมการเตรียมการสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรและป่าไม้อาเซียน-อินเดีย (The Preparatory Senior Officials Meeting of the Eighth ASEAN-India Ministerial Meeting on Agriculture and Forestry : The PrepSOM-8th AIMMAF)พร้อมด้วย ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม

ทั้งนี้ ในที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าของกิจกรรมความร่วมมืออาเซียนบวกสามภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมืออาเซียนบวกสาม (APTCS) ด้านอาหาร เกษตรกรรม และป่าไม้ แผนปฏิบัติการระยะกลางสำหรับความร่วมมืออาเซียน-อินเดีย ในด้านเกษตรกรรมและป่าไม้
ปี 2021-2025 อาทิ การแลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงการฝึกอบรมและการศึกษาดูงาน เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นตามลำดับความสำคัญของภูมิภาค

กรมชลฯติดตาม รับมือฝนตกหนัก เขื่อนฯระบายน้ำ กระทบภาคกลาง

https://www.naewna.com/local/839824

กรมชลฯติดตาม  รับมือฝนตกหนัก  เขื่อนฯระบายน้ำ  กระทบภาคกลาง

กรมชลฯติดตาม รับมือฝนตกหนัก เขื่อนฯระบายน้ำ กระทบภาคกลาง

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในบริเวณพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และกำแพงเพชร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าสะสมในลำน้ำสาขาและแม่น้ำสายหลักเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พบว่ามีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,820 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น มีการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาในอัตราที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ชุมชน เนื่องจากยังคงมีฝนตก พร้อมทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันได ในอัตรา 1,550 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และ ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย)ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10-20 เซนติเมตร

ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อช่วยลดผลกระทบที่เกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์รมว.เกษตรและสหกรณ์ และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนที่ตกระยะนี้ อาจส่งผลให้มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นอีก ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ