ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร โขนตอน พระจักราวตาร

https://www.naewna.com/lady/839563

ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร โขนตอน พระจักราวตาร

ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร โขนตอน พระจักราวตาร

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Booking.com แชร์ทริคเพิ่มความปลอดภัย ในการใช้แพลตฟอร์มจองการเดินทางออนไลน์

https://www.naewna.com/lady/839539

Booking.com แชร์ทริคเพิ่มความปลอดภัย  ในการใช้แพลตฟอร์มจองการเดินทางออนไลน์

Booking.com แชร์ทริคเพิ่มความปลอดภัย ในการใช้แพลตฟอร์มจองการเดินทางออนไลน์

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อาชญากรรมไซเบอร์และการฉ้อโกงทางออนไลน์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมทั่วโลกมานาน ส่งผลให้ธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดจากการใช้ชีวิตผ่านโลกดิจิทัลมากขึ้น ข้อมูลจากองค์กร Identity Theft Resource Center (ITRC) ระบุว่าครึ่งแรกของปี 2567 มีการละเมิดข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานออนไลน์เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และการหลอกลวงทางอินเตอร์เนต หรือ Phishing (ฟิชชิง) ถือเป็นวิธีพื้นฐานที่สุดของการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ซึ่งในแต่ละวันมีอีเมล Phishing ประมาณ 3.4 พันล้านฉบับถูกส่งออกไปยังผู้รับสาร

ในทุกๆ วันเหล่าอาชญากรออนไลน์จะตั้งเป้าโจมตีผู้ใช้งานอินเตอร์เนตโดยพยายามเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินด้วยวิธีต่างๆ ที่ (ดูเหมือนจะ)น่าเชื่อถือและเชี่ยวชาญซึ่งทำให้ผู้ใช้งานจำเป็นต้องระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นเพื่อไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อของกลเม็ดเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ทุกคนสามารถป้องกันตัวเองจากภัยดิจิทัล Booking.com จึงแชร์ทริคง่ายๆ เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานอินเตอร์เนตสำหรับทุกคน ดังนี้

ข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นสิ่งอ่อนไหว

หากต้องแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน ผู้ใช้งานควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ากำลังใช้เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคคนอื่นๆ โดยการมองหาตัวบ่งชี้ (Indicators) ที่เชื่อถือได้ เช่น สัญลักษณ์แม่กุญแจ (Padlock Symbol) บนแถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์ซึ่งเป็นตัวระบุว่าเว็บไซต์มีเทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลส่วนตัวที่ปลอดภัย (Secure Sockets Layer: SSL) หรือค้นหาเว็บไซต์ผ่านกูเกิลเพื่อตรวจสอบความผิดปกติ และปฏิบัติตามคำเตือนของเบราว์เซอร์หากเว็บไซต์นั้นเป็นอันตราย

คงความสงสัยและตั้งคำถามอยู่เสมอ

อาชญากรไซเบอร์มักใช้ประโยชน์จากความไว้วางใจของเหยื่อ ดังนั้นเมื่อมีคำขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว ผู้ใช้งานควรดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อป้องกันการหลอกลวงที่อาจเกิดขึ้น อาชญากรเหล่านั้นอาจแอบอ้างว่ามาจากองค์กรหรือบุคคลที่เชื่อถือได้ผ่านเทคนิคต่างๆ เช่น วิศวกรรมสังคม (Social Engineering) หรือสถานการณ์ที่มีการหลอกลวงให้ผู้ใช้เว็บทำสิ่งที่ไม่ปลอดภัยทางออนไลน์คือการหลอกโน้มน้าวใจให้เหยื่อหลงเชื่อ เพื่อเข้าถึงข้อมูลหรือบัญชีของเป้าหมายผ่านวิธีการทางจิตวิทยาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งหมายรวมถึงการฟิชชิง (Phishing) ที่ใช้กลอุบายแตกต่างกันตามสถานการณ์ของเหยื่อ เพื่อพยายามหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว หากเกิดกรณีเช่นนี้ ผู้ใช้งานควรติดต่อองค์กรหรือบุคคลที่ติดต่อเข้ามาผ่านช่องทางที่เป็นทางการเพื่อความปลอดภัย อีกทั้งควรสงสัยและตั้งคำถามกับอีเมลที่มาพร้อมกับลิงก์หรือไฟล์แนบที่มีคำขอให้ผู้รับลงชื่อเข้าใช้ (Log in) และใส่ข้อมูลส่วนตัวว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

รู้ทันสัญญาณอันตราย

ผู้ใช้งานควรทําความคุ้นเคยกับกลลวงบางอย่างที่อาชญากรไซเบอร์นิยมใช้ โดยมีวิธีสังเกตง่าย ๆ เช่น การส่งอีเมล ข้อความ และโทรศัพท์เข้ามาโดยใช้คำพูดที่เน้นย้ำถึงความเร่งด่วนในการโอนเงิน พร้อมกับข่มขู่หากไม่มีการตอบกลับจากผู้ใช้งานว่าอาจส่งผลทางการเงินหรือเกิดการยกเลิกการเดินทาง ข้อสังเกตอีกหนึ่งข้อยังรวมไปถึงการสะกดคำหรือใช้ไวยากรณ์ที่ไม่ถูกต้อง และการใช้ภาษาหลาย ๆ ภาษาในอีเมลเดียวกัน เป็นต้น

ปกป้องเงินให้ปลอดภัย

ผู้ใช้งานควรตรวจสอบนโยบายของที่พัก รวมถึงนโยบายการชําระเงิน ค่ามัดจําความเสียหายและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมก่อนทําการจองอย่างละเอียด หากได้รับคําขอให้ชําระเงินอย่างเร่งด่วน เช่น จำเป็นต้องโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันไม่ให้การจองถูกยกเลิก หรือที่พักยืนยันที่จะสื่อสารและให้ชำระเงินบนแพลตฟอร์มของบุคคลที่สาม Booking.com แนะนำว่าอย่าทำธุรกรรมและควรติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำ ทั้งนี้การทําธุรกรรมการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการชําระเงินหรือการเปลี่ยนแปลงการจอง จะต้องไม่ชําระเงินด้วยบัตรของขวัญหรือขอรายละเอียดบัตรเครดิตผ่านทางโทรศัพท์ ข้อความ และอีเมล

จุดนัดพบคนรักงานศิลปะแห่งใหม่กับ ‘THM ART SPACE’ พร้อมชมนิทรรศการจากศิลปินชื่อดัง ‘เตยยี่’ (teayii)

https://www.naewna.com/lady/839568

จุดนัดพบคนรักงานศิลปะแห่งใหม่กับ ‘THM ART SPACE’ พร้อมชมนิทรรศการจากศิลปินชื่อดัง ‘เตยยี่’ (teayii)

จุดนัดพบคนรักงานศิลปะแห่งใหม่กับ ‘THM ART SPACE’ พร้อมชมนิทรรศการจากศิลปินชื่อดัง ‘เตยยี่’ (teayii)

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เตย-ประภัสสร กาญจนสูตร

เพราะศิลปะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและแนวคิดการใช้ชีวิตให้กับใครหลายคนได้ โดยล่าสุด วิชิตพงศ์นิธิเลิศวิวัฒน์ และ ธีร์วริศ วิกรัยชยากูร ผู้ก่อตั้ง“THE HAPPY MAISON” และ “THM ARTSPACE” ได้จัดงานเปิดตัว “THM ART SPACE”จุดนัดพบคนรักงานศิลปะแห่งใหม่ ย่านศรีนครินทร์สมุทรปราการ พื้นที่สำหรับศิลปินและผู้ที่รักในงานศิลปะทุกเพศทุกวัยให้ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนรักงานศิลปะทุกคน

โดยนิทรรศการเฉลิมฉลองการเปิดตัว “THM ART SPACE” จะพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับนิทรรศการศิลปะที่ชื่อว่า “จบแบบนี้ดีที่สุด” จากศิลปินแห่งยุค “เตยยี่”(teayii) หรือ เตย-ประภัสสร กาญจนสูตร ศิลปินชื่อดังที่มาสะบัดปลายปากกาสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกให้กับผู้ชมผลงานได้อย่างลึกซึ้งและเชื่อว่าคำภาษาไทยจะสามารถสร้างสรรค์ให้เป็นงานศิลปะได้

วิชิตพงศ์ นิธิเลิศวิวัฒน์ กล่าวถึงจุดเด่นของอาร์ตสเปซแห่งนี้ว่า “เรามีความตั้งใจที่อยากจะให้ศิลปะเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าเมืองเพื่อไปชมอาร์ตแกลลอรี่เสมอไป จึงเปิดอาร์ตสเปซแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นหนึ่งในตัวเลือกของคนรักงานศิลปะ ด้วยการนำเสนอพื้นที่ให้ศิลปินสามารถแสดงผลงานได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปยังแกลเลอรี่ในกรุงเทพฯ พร้อมมอบบรรยากาศที่เป็นมิตรและสร้างสรรค์ ช่วยให้ผู้คนได้ใช้เวลาร่วมกัน ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัว เพื่อน หรือคู่รัก ภายในอาร์ตสเปซแห่งนี้ ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างความสุขและส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านงานศิลปะได้นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ในการแสดงผลงานและสร้างพื้นที่การแสดงออกทางศิลปะที่หลากหลายยิ่งขึ้น”

สำหรับนิทรรศการ “จบแบบนี้ดีที่สุด” ผลงานศิลปินชื่อดัง “เตยยี่” (teayii) ที่มีผลงานอันโดดเด่นในการใช้คำเป็นสื่อกลางในการสะท้อนความรู้สึกภายในผลงาน โดยครั้งนี้จะนำเสนอการเล่าเรื่องความรักที่จบลงผ่านศิลปะประเภท Text Art ที่จะพาผู้ชมสัมผัสกับจุดจบของความรักผ่านเรื่องราวที่หลากหลาย จากการสัมภาษณ์บุคคล จำนวน 15 คนที่ยังเก็บของใช้แฟนเก่าเอาไว้ และนำของเหล่านั้นมาจัดแสดงร่วมกับของศิลปินอีก 5 ชิ้น พร้อมสร้างสรรค์ Text Art ขึ้นมา โดยของจัดแสดงทั้ง 20 ชิ้นนี้ ได้เล่าถึงความทรงจำที่เคยงดงามผ่านปลายปากกา ผู้ชมจะได้สำรวจความเปลี่ยนแปลงและความผูกพันที่แม้จะจบลงแต่ก็ยังสร้างความรู้สึกใหม่ที่ดีขึ้นได้

เตยยี่ (teayii) กล่าวถึงคอนเซ็ปต์ของงานครั้งนี้ว่า “แนวคิดงานครั้งนี้มาจากคำว่า เคารพในความรักที่จบลงแล้ว เคารพในห้วงเวลาหนึ่งที่เราต่างได้รู้สึกผูกพัน และบางครั้งความทรงจำไม่จำเป็นต้องเจ็บปวดเสมอไป โดยทุกเรื่องราวในนิทรรศการนี้ล้วนเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผู้คนรอบตัวเรา ทุกคนจะได้สัมผัสกับของใช้ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ และได้รับแรงบันดาลใจในการก้าวผ่านความเจ็บปวดและเริ่มต้นชีวิตใหม่”

นิทรรศการแห่งนี้จะพาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกของความรู้สึกและความทรงจำผ่านตัวอักษรที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่จบลงโดยเปิดให้เข้าชมฟรีตลอด 2 เดือนส่งท้ายปีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึง 27 ธันวาคม 2567ในเวลา 10.00-18.00 น. ปิดทุกวันพุธ

สำหรับผู้ที่สนใจไม่ควรพลาดโอกาสที่จะได้ชื่นชมผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและกลับบ้านไปพร้อมกับความเข้าใจใหม่ใน “การเปลี่ยนแปลง” โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและนิทรรศการใหม่ๆ ได้ทาง Social Media ของ THM Art Space และ The Happy Maison ได้แก่ Instagram/Facebook : thehappymaison, THM.artspace, Official Line : @thehappymaison, Call : 064-1385566 และทาง Website : http://www.thehappymaison.com

ธีร์วริศ วิกรัยชยากูร และ วิชิตพงศ์ นิธิเลิศวิวัฒน์

ธีร์วริศ วิกรัยชยากูร และ วิชิตพงศ์ นิธิเลิศวิวัฒน์

ขอเชิญซื้อสลากกาชาด-บัตรนำโชค ร้านสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

https://www.naewna.com/lady/839540

ขอเชิญซื้อสลากกาชาด-บัตรนำโชค ร้านสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

ขอเชิญซื้อสลากกาชาด-บัตรนำโชค ร้านสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ขอเชิญชวนซื้อ สลากกาชาด-บัตรนำโชค ร้านสภาสังคมสงเคราะห์ฯในงานกาชาดประจำปี 2567 “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-22 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณสวนลุมพินี รายได้ทูลเกล้าฯ ถวายองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย

ตามที่สภากาชาดไทย จะจัดกิจกรรมงานกาชาด ประจำปี 2567” ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” ระหว่างวันที่11-22 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณสวนลุมพินี สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดพิมพ์สลากกาชาด-บัตรนำโชค เพื่อจำหน่ายนำรายได้ทูลเกล้าฯถวาย โดยเสด็จพระราชกุศลในกิจการสภากาชาดไทย จำนวน 50,000 ฉบับ ราคาจำหน่ายฉบับละ 100 บาท รวมมูลค่า 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) กำหนดออกรางวัลโดยการหมุนวงล้อ ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2567 ณ เวทีกลางงานกาชาด ในบริเวณสวนลุมพินี

สำหรับรางวัล ประกอบด้วย รางวัลที่ 1.รถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 1 รางวัล, รางวัลที่ 2 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จำนวน 4 รางวัล, รางวัลที่ 3 โทรศัพท์มือถือ ซัมซุง จำนวน 2 รางวัล, รางวัลที่ 4 โทรศัพท์มือถือ ซัมซุง จำนวน 4 รางวัล, รางวัลที่ 5 ทีวี ยี่ห้อซัมซุง ขนาด 65 นิ้ว จำนวน 5 รางวัล รางวัลที่ 6 เครื่องซักผ้ายี่ห้อซัมซุง จำนวน 5 รางวัล, รางวัลที่ 7 ตู้เย็น ยี่ห้อซัมซุง จำนวน 5 รางวัล และรางวัลเลขท้าย 3 ตัว หมุน 2 ครั้ง จักรยาน จำนวน 100 รางวัล

สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักหารายได้ โทร.02-3547533-37 ต่อ 604-607

กูร์เมต์ มาร์เก็ต-กูร์เมต์ อีทส์ ชวนช้อปสินค้า ในงาน ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2024’

https://www.naewna.com/lady/839542

กูร์เมต์ มาร์เก็ต-กูร์เมต์ อีทส์ ชวนช้อปสินค้า ในงาน ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2024’

กูร์เมต์ มาร์เก็ต-กูร์เมต์ อีทส์ ชวนช้อปสินค้า ในงาน ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2024’

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิโครงการหลวงร่วมกับ กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส และกูร์เมต์ อีทส์ ศูนย์รวมความอร่อยตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงาน “เทศกาลโครงการหลวง 2567” ชวนช้อปหลากหลายสินค้าคุณภาพส่งตรงจากยอดดอย คอนเซ็ปต์ “Color of Table สีสันชาวดอย”ทั้งผัก-ผลไม้ 5 สี อาทิ คอสสลัด, ฟักทองญี่ปุ่นมินิ, อะโวคาโด, เคพกูสเบอร์รี่, มะเขือเทศเชอร์รี่ และเสาวรสหวาน, ชา, กาแฟ, ผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น เฟต้าชีสนมควายผสมนมแพะ,ไข่ไก่อินทรีย์, น้ำสลัด, สินค้าหัตถกรรม, ไม้ดอก-ไม้ประดับ รวมถึงสินค้าใหม่รวบรวมมาให้ช้อปก่อนใคร ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้นปลาผสมผัก, เต้าหู้ปลา, ข้าวเกรียบฟักทอง, แมคคาเดเมีย, น้ำผึ้งสวนกาแฟ, ชุดชาเขียวอ่างขางคัดพิเศษเทิดพระเกียรติ 72 พรรษา และผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อยปรุงสดๆ จากวัตถุดิบ โครงการหลวง และร้านค้าชื่อดังอีกมากมาย

ปักหมุดให้ช้อป ชิม สัมผัสทุกสีสันจากชาวดอยแบบฉ่ำๆ ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ และเดอะมอลล์ 3 สาขา ได้แก่ M Grand Hall ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ระหว่างวันที่ 8-14 พ.ย. 2567, Promotion Square เดอะมอลล์ โคราช ระหว่างวันที่ 14-20 พ.ย. 2567 และ M Grand Hall 1 ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ระหว่างวันที่ 21-29 พ.ย.2567 และสามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากโครงการหลวงที่กูร์เมต์ มาร์เก็ตทุกสาขา (ยกเว้นสแตนด์ อโลน) ได้ตั้งแต่วันที่ 8-29 พ.ย. 2567 

LIFE & HEALTH : แนวทางการเลือกแหวนเพชรแต่งงาน…สื่อแห่งรัก

https://www.naewna.com/lady/839549

LIFE & HEALTH : แนวทางการเลือกแหวนเพชรแต่งงาน...สื่อแห่งรัก

LIFE & HEALTH : แนวทางการเลือกแหวนเพชรแต่งงาน…สื่อแห่งรัก

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การเลือกแหวนแต่งงานอาจเป็นกระบวนการที่ท้าทาย แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญและน่าจดจำความสำคัญของ “แหวนแต่งงาน” ที่คู่รักมักให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เมื่อถึงวันสำคัญของการเริ่มต้นชีวิตคู่ โดยแหวนเพชรแต่งงานได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักอันบริสุทธิ์ที่คู่รักมอบให้กันเป็นรักนิรันดร์ที่จะคงอยู่ตลอดไปเป็นสัญญาเป็นตัวแทนของกันละกันที่พร้อมจะก้าวเดินเคียงข้างกันไปตลอดทุกช่วงเวลาของชีวิตไม่ว่าจะสุขต้องผ่านเจอเรื่องท้าทายต่างๆ ก็ตามแหวนแต่งงานจึงเป็นมากกว่าสิ่งของ และเป็นบทกวีแห่งความรัก ที่คู่รักต่างขับขานให้คงอยู่ด้วยกันตลอดไป

ดังนั้น การเลือกแหวนเพชรแต่งงานให้รักยืนยง คงนิรันดร ที่คู่รักทุกคู่ต้องรู้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คู่รักต้องรู้ ข้อมูลจาก ปัญจรัตน์ ทรัพย์หิรัญกุลบจ.เอ็นจีจี เอ็นเตอร์ไพรส์ อาณาจักรเครื่องประดับแท้ของขวัญจากธรรมชาติรวมศาสตร์และศิลป์แห่งเครื่องประดับทั้งเพชร ทองคำ อัญมณี และนาฬิกา ได้รับความไว้วางใจและอยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี จะมาเผยแนวทางที่คู่รักทุกคู่ต้องรู้ ถึง 4 ทริคง่ายๆ ในการเลือกแหวนเพชรแต่งงานอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้แหวนที่ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังเป็นตัวแทนของความรักอันลึกซึ้งที่คุณจะเก็บรักษาไว้ตลอดไปเป็นสัญลักษณ์แห่งรักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ดังนี้

1.ตั้งงบประมาณ เป็นขั้นตอนแรกที่ควรทำคือการกำหนดงบประมาณสำหรับการซื้อแหวนแต่งงาน โดยคู่รักควรกำหนดวงเงินที่พอเหมาะและเป็นไปได้ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายเกินกำลัง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว แหวนแต่งงานมีราคาที่หลากหลาย ตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับวัสดุ ดีไซน์ และแบรนด์ที่เลือกนั่นเอง

2.เลือกคุณภาพของเพชร การเลือกคุณภาพของเพชรเป็นกระบวนการที่สำคัญมาก เพราะคุณภาพของเพชรจะตรงกับความต้องการและราคาที่คุณต้องการจะจ่าย มีหลายปัจจัย 4Cs ที่ควรพิจารณา เช่น

2.1 การเจียระไน (Cut) ส่งผลโดยตรงต่อความงามและความเปล่งประกายของเพชร เพชรที่ถูกเจียระไนดีจะสะท้อนแสงสวยงามมากที่สุด ซึ่ง GIA (Gemological Institute of America) ซึ่งเป็นองค์การทางวิชาการที่เกี่ยวกับเพชรและเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ได้จัดระดับการเจียระไนตั้งแต่ Excellent (เยี่ยมที่สุด) ไปจนถึง Poor (ต่ำที่สุด)

2.2 สี (Color) GIA ได้จัดระดับสีเพชรจาก D ถึง Z โดยเพชรเกรด D คือเพชรที่ไร้สี ซึ่งมีมูลค่าสูงที่สุด ยิ่งเพชรมีสีใสบริสุทธิ์มากเท่าไร ก็ยิ่งมีค่ามาก

2.3 ความสะอาด (Clarity) ความสะอาดของเพชรวัดจากการมีตำหนิภายใน (Inclusions) หรือตำหนิภายนอก (Blemishes) GIA จัดระดับความสะอาด ยิ่งเพชรมีตำหนิน้อยเท่าไร ก็ยิ่งมีค่ามาก

2.4 น้ำหนักกะรัต (Carat) มีผลต่อขนาดและมูลค่า ยิ่งน้ำหนักมาก เพชรก็ยิ่งมีขนาดใหญ่และมีมูลค่าสูง แต่ไม่ใช่ว่าน้ำหนักมากจะดีกว่าเสมอต้องพิจารณาร่วมกับการเจียระไน สี และความสะอาดด้วย

นอกจากหลัก 4Cs แล้วสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ความเป็นธรรมชาติของเพชร หรือเป็นเพชรธรรมชาติ ไม่ใช่เพชรสังเคราะห์ เนื่องจาก เพชร คือ แร่ที่มีองค์ประกอบหลักเป็นคาร์บอน ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยที่ไม่มีมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้อง เกิดภายใต้ความร้อนและแรงดันที่สูง ปัจจุบันมีเครื่องมือมากมายที่ใช้ในการแยกแยะเพชรธรรมชาติจากเพชรสังเคราะห์ ทั้งเครื่องมือขนาดเล็กที่มีผลบอกว่าเพชรเม็ดนี้ผ่านหรือไม่ผ่าน ซึ่งเครื่องเหล่านั้นจะมีความแม่นยำของผลอยู่ที่ไม่เกิน 90% แต่เครื่องมือที่ทางห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณีของ NGG JEWELLERY ใช้นั้นเป็นเครื่องมือเฉพาะเจาะจงในการดูลักษณะร่องรอยการเจริญเติบโตของผลึกเพชรที่จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนได้ผลการตรวจสอบ 100% แต่การตรวจสอบนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือเฉพาะเพื่อดูถึงโครงสร้างและจำเป็นที่จะต้องใช้นักอัญมณีศาสตร์ที่มีความชำนาญโดยเฉพาะถึงจะสามารถแยะแยะได้ ซึ่งเครื่องมือชนิดนี้ทางห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณี ของ NGG จะตรวจสอบเพชรทุกเม็ดทุกกะรัต เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า เพชรทุกเม็ดได้ผ่านเครื่องมือ และนักอัญมณีศาสตร์ที่มีความชำนาญทุกเม็ด จึงทำให้เพชรของ NGG มีคุณภาพที่ตรงและทำให้ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าเป็นเพชรธรรมชาติอย่างแน่นอน

3.เลือกคอลเลคชั่น และดีไซน์ที่เหมาะสม

l Type IIa Diamond Collection แหวนเพชรสุดพิเศษที่ใช้เพชร Type IIa ซึ่งมีความบริสุทธิ์สูงสุดและหายากเพียง 1% บนโลก สะท้อนถึงความรักที่คงทนและนิรันดร์ แหวนในคอลเลคชั่นนี้ยังมีความพิเศษด้วยการฝัง Pink Diamond ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความรักที่อบอุ่นและโรแมนติก การผสานกันระหว่างเพชร Type IIa และ Pink Diamond ทำให้แหวนนี้เป็นเครื่องประดับล้ำค่าที่สะท้อนความรักที่ไม่มีวันจางหาย เหมาะสำหรับการครอบครองเพื่อสื่อถึงความรักที่สวยงามและเหนือกาลเวลา

l Infinity Love Diamond Collection คอลเลคชั่นแหวนเพชรเม็ดยอดที่ออกแบบอย่างประณีตด้วยเพชร 88 เหลี่ยม หรือ Infinity Diamondเปล่งประกายเจิดจรัสยิ่งกว่าเพชรทั่วไป ความงดงามของเพชรนี้ซ่อนความพิเศษด้วยการฝังเพชร Rose Cut ไว้ใต้เม็ดยอด เสมือนตัวแทนความรักไม่มีวันสิ้นสุด ออกแบบให้เพชรเม็ดล่างสัมผัสนิ้วมือของผู้สวมใส่เพื่อให้รับพลังงานแห่งความรักอันอบอุ่น

l The Love Diamond Collection แหวนเพชรที่สะท้อนถึงความสมบูรณ์แบบและความรักอันมั่นคงตลอดกาล เพชรเม็ดยอดที่มี Heart & Arrow ผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถัน ได้รับการประเมิน 3 Excellent คือ การเจียระไน (Cut), ความสมมาตร (Symmetry) และการขัดเงา (Polish) ที่สมบูรณ์แบบ เป็นเหลี่ยมลูกศร 8 ดอกและหัวใจ เสมือนคิวปิดที่ยิงลูกศรแห่งรักเข้าสู่หัวใจ ช่วยให้เพชรเปล่งประกายงดงามเหนือกว่าเพชรทั่วไป ตัวเรือนโดดเด่นด้วยการผสมผสาน White Gold และ Rose Gold เพิ่มความหรูหรา พร้อมกิมมิกหัวใจเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในทุกดีไซน์ เป็นสัญลักษณ์แห่งคำมั่นสัญญาแห่งรักที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

4.เลือกร้านที่เชื่อถือได้ การเลือกซื้อแหวนแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า ที่ NGG Jewellery มีความมุ่งมั่นในความสมบูรณ์แบบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ทองด้วยเครื่อง XRF มาตรฐานเยอรมนี ไปจนถึงการเจียระไนเพชรและพลอยโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เครื่องประดับทุกชิ้นได้รับการผลิตและรังสรรค์ด้วยความพิถีพิถันในโรงงานของเรา ก่อนที่จะผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากห้องแล็บ GID Lab ซึ่งได้รับมาตรฐานระดับสากลที่มีทีมงานอัญมณีศาสตร์ผู้ชำนาญการและเครื่องมือตรวจสอบที่ทันสมัย ทำให้มั่นใจได้ว่าอัญมณีทุกชิ้นเป็นของแท้และคุณภาพสูงสุด ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.nggjewellery.com และ LINE OA : @nggjewellery

เพียงแค่นี้คู่รักที่กำลังมองหาแหวนเพชรแต่งงาน ก็ได้แนวทางการเลือกแหวนเพชรแต่งงานเป็นสื่อแห่งรัก เพื่อตอบโจทย์ในการเลือกแบบแหวนแต่งงานที่หลากหลาย ทั้งสวย หรู มีคุณภาพครบจบในที่เดียวด้วยมาตรฐานระดับโลก เพื่อให้เป็นตัวแทนของความรักอันบริสุทธิ์ของคู่รักทุกคู่

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

โลกแปรปรวนแก้ไขได้เริ่มต้นที่เมนูอาหารของเรา

https://www.naewna.com/lady/839536

โลกแปรปรวนแก้ไขได้เริ่มต้นที่เมนูอาหารของเรา

โลกแปรปรวนแก้ไขได้เริ่มต้นที่เมนูอาหารของเรา

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรจนา สังข์ทอง และ โชคดี สมิทธิ์กิตติผล

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย (World Animal Protection Thailand) จัดงานประกาศผลและมอบรางวัลการประกวดโฆษณาสิ่งพิมพ์ “Print Ads Contest” ภายใต้แนวคิด “ผลกระทบของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ต่อสิ่งแวดล้อม” พร้อมเปิดนิทรรศการ “Behind The Feed Print Ads” จัดแสดงผลงานสร้างสรรค์จากผู้เข้ารอบ 30 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดอย่างล้นหลามกว่า 200 ผลงาน ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 60,000 บาท โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญในวงการครีเอทีฟ และการศึกษาร่วมตัดสิน ภายในงานยังมีเวทีเสวนา “จุดประกาย : มุมมองครีเอทีฟต่อผลกระทบอุตสาหกรรมอาหารสัตว์” โดยผู้เชี่ยวชาญในวงการครีเอทีฟและสิ่งแวดล้อม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง และแนวทางการสื่อสารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมผ่านงานสร้างสรรค์

โรจนา สังข์ทอง ผู้อำนวยการองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้รณรงค์เพื่อยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ฟาร์ม แต่ความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์จะไม่เกิดขึ้นได้หากระบบฟาร์มอุตสาหกรรมที่เป็นเสมือนเครื่องจักรแห่งความทุกข์ทรมานยังคงขยายตัว ซึ่งวันนี้เราเห็นแล้วว่าระบบฟาร์มอุตสาหกรรมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสัตว์เพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เราจึงมุ่งหวังให้มีการสร้างและพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนที่ตอบโจทย์ทั้งโภชนาการ มนุษยธรรม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการประกวดและนิทรรศการนี้ ที่ใช้พลังของศิลปะเพื่อกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว”

ในการเสวนา “จุดประกาย : มุมมองครีเอทีฟต่อผลกระทบอุตสาหกรรมอาหารสัตว์” มีมุมมองของผู้ร่วมเสวนาที่น่าสนใจเริ่มจาก โชคดี สมิทธิ์กิตติผล ผู้จัดการแคมเปญระบบอาหาร องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวว่า “การจัดงาน Behind The Feed Print Ads สะท้อนปัญหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์อย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับปัญหา PM2.5 การบุกรุกพื้นที่ป่าซึ่งทำลายความหลากหลายทางชีวภาพและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และเร่งภาวะโลกร้อนให้รุนแรงขึ้น ผลงานทั้ง 30 ชิ้น ที่ได้รับการคัดเลือกมาจัดแสดงในครั้งนี้ไม่เพียงแค่สะท้อนผลกระทบของอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างลึกซึ้งแต่ยังเป็นการจุดประเด็นให้เกิดการรับรู้ และกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงประเด็นเหล่านี้อย่างมีพลังและเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง”

มารีญา พูลเลิศลาภ ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย กล่าวว่า “สิ่งที่เราเลือกกิน เลือกให้มาอยู่บนจานของเราไม่ได้มีผลต่อสุขภาพของเราเพียงอย่างเดียว แต่มีผลต่อสัตว์ ที่สำคัญคือมีผลกระทบต่อสุขภาพของโลกด้วยเช่นกัน Climate Change หรือ ปัญหาโลกแปรปรวนทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นจากการกินของเรา การใช้พื้นที่เกษตรกรรมเพื่ออาหารสัตว์ การเผา การบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำเกษตรกรรมอาหารสัตว์ อาจจะฟังดูโหดร้าย แต่เป็นสิ่งที่เราสามารถแก้ไขได้ เพียงแค่เรารู้จักเลือกเนื้อสัตว์ที่นำมาบริโภค เช่น บริโภคเนื้อสัตว์จากฟาร์มที่ไม่ทารุณกรรมสัตว์มีระบบการเลี้ยงที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นต้น”

ปิดท้ายด้วย ธนบูรณ์ สมบูรณ์ CEO ของ Greenery และ Creative Director ของ CreativeMOVE กล่าวว่า “งานครีเอทีฟดีไซน์อย่างการประกวด Behind The Feed Print Ads เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการที่จะทำให้คนตระหนักรู้ถึงปัญหาที่โลกเราต้องเผชิญจากอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ได้ง่ายที่สุด เพราะบางครั้งการที่เรามานั่งพูดป้อนข้อมูลกันไป คนอาจจะมองไม่เห็นภาพ แต่ภาพเหล่านี้จะช่วยสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ดี จากผลงาน เข้ารอบ 30 ผลงาน ที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ จะมีส่วนในการสร้างความตระหนักรู้และให้คนหันมาให้ความสนใจต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และจะมีอิมแพคไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ในการที่จะผลิตอย่างไรโดยไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”

สำหรับการประกวดโฆษณาสิ่งพิมพ์ “Print Ads Contest”ภายใต้แนวคิด “ผลกระทบของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ต่อสิ่งแวดล้อม” ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้แก่ อริยา อุง นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพชั้นปีที่ 5 คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ กับผลงานชื่อ “อู๊ด อู๊ด” รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ชนินทร์ จันทวงค์ กับผลงานชื่อ “The true cost of your meal” และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ วราพล สุริยาจากผลงานในชื่อ “Assembly Instruction: Deadly Smoke”

อริยา อุง ผู้รับรางวัลชนะเลิศจากผลงานชื่อ “อู๊ด อู๊ด” เผยถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ว่า “สัตว์เลือกกินไม่ได้ เขาไม่รู้หรอกว่าอาหารที่มนุษย์ให้กินนั้น ผ่านอะไรมาบ้าง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ดังนั้นมนุษย์ที่เป็นผู้บริโภคเช่นกันต้องเป็นคนที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในการบอกไปยังผู้ผลิต ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์ หรือฟาร์มเลี้ยงสัตว์ก็ตามว่า ถ้ายังไม่หยุดทำอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุดท้ายแล้วมนุษย์เองไม่ว่าจะอยู่ในฐานะผู้ผลิตหรือผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบมากที่สุด”

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : World Animal Protection Thailandหรือเว็บไซต์ https://www.worldanimalprotection.or.th/behind-the-feed

มารีญา พูลเลิศลาภ

มารีญา พูลเลิศลาภ

ธนบูรณ์ สมบูรณ์

ธนบูรณ์ สมบูรณ์

อริยา อุง กับผลงานชื่อ “อู๊ด อู๊ด”

อริยา อุง กับผลงานชื่อ “อู๊ด อู๊ด”

‘เอส แอนด์ พี’ ขยายโครงการ S&P Food Rescue อีก44แห่ง ส่งต่อเบเกอรี่ ส่วนเกินมอบชุมชนเพื่อประโยชน์สูงสุด

https://www.naewna.com/lady/839569

‘เอส แอนด์ พี’ ขยายโครงการ S&P Food Rescue อีก44แห่ง  ส่งต่อเบเกอรี่ ส่วนเกินมอบชุมชนเพื่อประโยชน์สูงสุด

‘เอส แอนด์ พี’ ขยายโครงการ S&P Food Rescue อีก44แห่ง ส่งต่อเบเกอรี่ ส่วนเกินมอบชุมชนเพื่อประโยชน์สูงสุด

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์(เอส โอ เอส) ดำเนินโครงการ S&P FoodRescue อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีแผนขยายจุดรับเบเกอรี่เอส แอนด์ พี เพิ่ม 44 จุด รวมทั้งสิ้น88 จุดขายในเดือนตุลาคม 2567 เพื่อส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตในแต่ละวันผ่านมูลนิธิเอส โอ เอส ไปบริจาคแก่ชุมชนที่ขาดแคลน ซึ่งเป็นการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินจากการผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดการสร้างผลกระทบต่อโลกจากภาวะก๊าซเรือนกระจก

มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวถึงการขยายโครงการ S&P Food Rescue ว่า “เอส แอนด์ พี ตั้งเป้าหมายเพื่อควบคุมเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตไม่เกิน 4.5% จากยอดขายเบเกอรี่ ภายในปี 2573 รวมถึงยังมีเป้าหมายการเพิ่มความร่วมมือด้านการบริโภคอย่างยั่งยืน ด้วยการบริหารจัดการเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม 30% ภายในปี 2573โดยบริษัทฯ ดำเนินโครงการ S&P Food Rescueร่วมกับได้ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ พันธมิตรด้านความยั่งยืนช่วยส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตในแต่ละวันให้แก่ชุมชนผู้ขาดแคลนตามแหล่งต่างๆ ซึ่งได้หมุนเวียนผู้รับไปในชุมชนทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากเราตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ โดยขยะอาหารเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญ หากมีการบริหารจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศ ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน

บริษัทฯ ดำเนินโครงการ S&P Food Rescue ในร้านอาหารและเบเกอรี่ช้อพ เมื่อวันที่15 ตุลาคม 2563 จำนวน 10 จุด และได้มีการขยายโครงการมาอย่างต่อเนื่อง จนในวันที่ 15 ตุลาคม 2567 บริษัทฯ ขยายโครงการเพิ่มอีก44 จุดขาย รวมร้านอาหารและเบเกอรี่เอส แอนด์ พี เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 88 จุดขาย ทั้งนี้ ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบันเอส แอนด์ พี บริจาคเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตผ่านมูลนิธิเอส โอ เอส ไปแล้ว จำนวน 168,775 มื้อสามารถลดขยะอาหารได้ถึง 40,184.32 กิโลกรัมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 101.67 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

บริษัทฯ ตระหนักถึงความปลอดภัยของอาหารเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยก่อนเริ่มโครงการได้มีการจัดประชุมเตรียมความพร้อมให้แก่พนักงานร้านเอส แอนด์ พี เพื่อให้พนักงานของเราจัดเก็บเบเกอรี่อย่างถูกสุขลักษณะ พร้อมส่งมอบเบเกอรี่คุณภาพดีให้แก่ชุมชน และยังหวังว่าโครงการนี้ จะช่วยสร้างความสุข และเพิ่มการเข้าถึงอาหารคุณภาพดี มีคุณค่าได้อย่างเท่าเทียม เพื่อเป็นพลังให้แก่คนในสังคมไทยได้”

นอกจากนี้ จากการดำเนินโครงการดังกล่าว เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2567 บริษัทฯยังได้เข้าร่วม “กิจกรรมส่งมอบอาหารส่วนเกินที่มีความปลอดภัยสู่ผู้ขาดแคลน” ในฐานะผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการส่งต่อเบเกอรี่ส่วนเกินจากการผลิตที่มีคุณภาพดี สามารถรับประทานได้จัดโดย คณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต ร่วมกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ณ ศูนย์ประสานงาน วัดจันทร์ประดิษฐารามกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ เอส แอนด์ พี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกับพันธมิตรเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด คำนึงถึงผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน….

ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน พระจักราวตาร รอบปฐมทัศน์

https://www.naewna.com/lady/839565

ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน พระจักราวตาร รอบปฐมทัศน์

ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน พระจักราวตาร รอบปฐมทัศน์

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตอน “พระจักราวตาร”เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 92 พรรษา โดยมี พลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล รองประธานกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงประธานกรรมการอำนวยการ โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เฝ้าฯรับเสด็จ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 เวลา 19.26 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

เนื่องด้วยปีพุทธศักราช 2567 เป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 92 พรรษาคณะกรรมการ ผู้กำกับ ครูผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ผู้ฝึกซ้อม ศิลปินนักแสดงโขน พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานทุกคน จึงได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ในการแสดงโขนฯ เพื่อร่วมกันสืบสาน รักษา ต่อยอดศิลปวัฒนธรรมของชาติ และร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ผ่านการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอนพระจักราวตาร อันเป็นตอนที่แสดงกฤษดาภินิหารของพระจักราหรือพระนารายณ์ ที่อวตารลงมาเป็นพระรามโอรสของท้าวทศรถ กษัตริย์แห่งกรุงอโยธยา เพื่อปราบฝ่ายอธรรม เปรียบประดุจพระราชวงศ์จักรีที่ผดุงความสุขความสงบให้กับ พสกนิกรชาวไทยตลอดมา

นอกจากการแสดงที่วิจิตรงดงามที่แสดงโดยนักแสดงเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกซ้อมจากครูผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ จนมีฝีมือการร่ายรำอันงดงามถูกต้องตามจารีตแล้ว ผู้ชมยังจะได้รับฟังการบรรเลงดนตรีและขับร้องเพลงไทยอันไพเราะ รับชมความวิจิตรของเครื่องแต่งกายอันประณีต ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อการแสดงโขนที่ยิ่งใหญ่บนเวที

ผู้สนใจทั้งชมความประณีตอันวิจิตรของนาฏยศิลป์โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน พระจักราวตาร ได้ระหว่างวันที่7 พฤศจิกายน-8 ธันวาคม 2567 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งจำหน่ายบัตรราคา 2,000 บาท,1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาท และ 600 บาท(รอบนักเรียน ราคา 180 บาท) ติดต่อซื้อบัตรได้ที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา โทร.02-2623456

วิ่งการกุศล‘Fly Green Charity Run 2024’ ร่วมแสดงพลังรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม

https://www.naewna.com/lady/839567

วิ่งการกุศล‘Fly Green Charity Run 2024’   ร่วมแสดงพลังรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม

วิ่งการกุศล‘Fly Green Charity Run 2024’ ร่วมแสดงพลังรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร และ สถิรวัฒน์ พลนาค เป็นประธานเปิดงาน วิ่งการกุศล “Fly Green Charity Run 2024” 

เวียตเจ็ทไทยแลนด์จัดกิจกรรม “Fly Green Charity Run 2024” งานวิ่งการกุศลครั้งที่สอง ภายใต้กองทุนฟลายกรีนฟันด์ (Fly GreenFund) ของสายการบินฯ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)กรุงเทพมหานคร โดยมีนักวิ่งกว่า 1,500 คน ร่วมวิ่ง เพื่อระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของมูลนิธิชัยพัฒนาซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของทั้งสายการบินฯและมูลนิธิฯ ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสนับสนุนชุมชนอย่างยั่งยืน

โดยมี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย สถิรวัฒน์ พลนาค รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ เวียตเจ็ทไทยแลนด์เป็นประธานเปิดงาน “Fly Green Charity Run 2024” และร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล

สถิรวัฒน์ พลนาค รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า “เวียตเจ็ทไทยแลนด์ภูมิใจที่ได้สานต่องานวิ่งการกุศลครั้งที่สองภายใต้กองทุนฟลายกรีนของสายการบินฯ ในฐานะผู้ให้บริการขนส่งทางอากาศ เราได้มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อาทิ การลดมลพิษจากการดำเนินงาน และการใช้มาตรการต่างๆ ในการร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อมซึ่งช่วยลดต้นตอของปัญหาภาวะโลกร้อนที่มนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่ เราขอขอบคุณผู้เข้าร่วมงานวิ่งการกุศลในครั้งนี้ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสังคมสีเขียวและความยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป” 

ทั้งนี้ รายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายจากงานวิ่งการกุศล Fly Green Charity Run 2024 จะมอบแก่มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการยกระดับคุณภาพชุมชนในประเทศไทย รวมถึงเป้าหมายสูงสุดในการปลูกต้นไม้จำนวน 100,000 ต้น ภายในสิ้นปีนี้

นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายสูงสุดในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผู้เข้าเส้นชัยได้รับเหรียญรางวัล “Fly Green Charity Run” ซึ่งผลิตจากฝาขวดพลาสติกที่นำมารีไซเคิลเป็นเหรียญรูปใบไม้สีเขียวอ่อน โดยใช้ฝาขวดพลาสติกในการผลิตซึ่งช่วยลดปริมาณขยะและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ผ่านมา เวียตเจ็ทไทยแลนด์ดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องภายใต้กองทุนฟลายกรีนฟันด์ อาทิ โครงการ “Garbage Hunter” เพื่อกำจัดขยะทั่วประเทศ กิจกรรมกอล์ฟการกุศล “Fly Green Charity Golf Day” เพื่อระดมทุน โครงการ “Metro Forest” เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง และคอนเสิร์ตการกุศล “Vietjet Fly Green Charity Concert” เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้เข้าชมและระดมทุนสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม