บุญลาโภ คว้า Pasticceria Cova Montenapoleone ร้านดังจากอิตาลีพร้อมให้บริการปีหน้า

https://www.naewna.com/lady/839543

บุญลาโภ คว้า Pasticceria Cova Montenapoleone  ร้านดังจากอิตาลีพร้อมให้บริการปีหน้า

บุญลาโภ คว้า Pasticceria Cova Montenapoleone ร้านดังจากอิตาลีพร้อมให้บริการปีหน้า

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้บริหารบุญลาโภ นำโดย นพพร-พิไลพร-ทรงพล บุญลาโภ ต้อนรับ มร.เปาโล ดีโอนีซีเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย และ พาโอล่า ฟัชชิโอลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Pasticceria Cova Montenapoleone

บริษัท บุญลาโภ จำกัด โดย ทรงพลบุญลาโภ ประธานกรรมการบริหาร และ Paola Faccioli ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Pasticceria Cova Montenapoleone แบรนด์ขนมหวานและอาหารชื่อดังจากประเทศอิตาลี ได้ร่วมกันจัดพิธีลงนามสัญญาเพื่อสร้างสรรค์ร้านอาหาร Pasticceria Cova Montenapoleone แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่โครงการ One Bangkok ในการนี้ได้รับเกียรติจาก Paolo Dionisi เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีจัดขึ้นที่ห้อง The Peak ชั้น 20 ของ Gaysorn Urban Resort ในกรุงเทพฯ

ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ เป็นการผสานวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสององค์กรที่มีเป้าหมายในการส่งมอบประสบการณ์ขนมหวานอิตาเลียนระดับพรีเมียมและแท้จริงสู่ตลาดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย Pasticceria Cova Montenapoleone หนึ่งในร้านขนมหวานที่เก่าแก่ที่สุดในมิลาน ก่อตั้งเมื่อปี 1817เมืองมิลาน ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ ความพิถีพิถันและการรังสรรค์รสชาติที่หรูหรา และนับว่าเป็นการส่งต่อเสน่ห์และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอิตาลีให้แก่ผู้บริโภคในประเทศไทยได้สัมผัสใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ทรงพล บุญลาโภ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุญลาโภ จำกัด กล่าวว่า Pasticceria Cova Montenapoleone เป็นร้านขนมหวาน คาเฟ่ และร้านอาหารสุดหรูหราของอิตาเลียนที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน เป็นที่ชื่นชอบของคนรักขนมหวานในด้านรสชาติ ความพิถีพิถันในการปรุงอันเป็นเอกลักษณ์ สำหรับสาขาแรกในประเทศไทยและเป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ จะนำทุกท่านไปสัมผัสกับบรรยากาศ รสชาติแบบดั้งเดิมของ Pasticceria Cova Montenapoleone สาขาแรกที่มิลาน ประเทศอิตาลี ยกมาไว้ที่โครงการ One Bangkok ไม่ว่าจะเป็นร้านที่ตั้งอยู่ริมถนน ความหรูหราภายใน เมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ทั้งของหวาน ของคาว กาแฟ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ประมาณกลางปี 2568

กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศวิสัยทัศน์ พร้อมเปิดตัวแบรนด์แคมเปญใหม่ ก้าวสู่บริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งด้านความ ‘ใส่ใจ’

https://www.naewna.com/lady/839602

กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศวิสัยทัศน์ พร้อมเปิดตัวแบรนด์แคมเปญใหม่  ก้าวสู่บริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งด้านความ 'ใส่ใจ'

กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศวิสัยทัศน์ พร้อมเปิดตัวแบรนด์แคมเปญใหม่ ก้าวสู่บริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งด้านความ ‘ใส่ใจ’

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.37 น.

กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่เพื่อขับเคลื่อนองค์กรทำหน้าที่ด้วยความ “ใส่ใจ” ต่อผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม พร้อมเปิดตัวแบรนด์แคมเปญ “ใส่ใจ” สื่อภาพลักษณ์ผ่านปรัชญาการทำงานบนความ “เชื่อมั่นในพลังของความใส่ใจ” ในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งด้านความใส่ใจ (The Most Caring Insurance Brand) และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงเป้าหมายในการปรับวิสัยทัศน์ใหม่ขององค์กร เพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจ ว่า กรุงเทพประกันชีวิตได้ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการใส่ใจมาอย่างยาวนาน และถือเป็นจุดแข็งขององค์กร หลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้นำแนวทางการทำงานอย่างใส่ใจมาใช้ในด้านต่างๆ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ บุคคลากรของบริษัทรวมถึงตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน และบริการเสริม BLA Every Care ที่ตอบโจทย์ความใส่ใจลูกค้าแบบครบวงจร ซึ่งจากการสำรวจกลุ่มลูกค้า พบว่า เมื่อนึกถึงกรุงเทพประกันชีวิต ลูกค้าต่างพูดถึงเรื่องความใส่ใจมาเป็นอันดับต้น ๆ

“เราเชื่อว่า พลังของการใส่ใจนั้นมีผลต่อแบรนด์กรุงเทพประกันชีวิตอย่างมาก จึงมุ่งหวังให้ กรุงเทพประกันชีวิต เป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งด้านความใส่ใจในทุกมิติ ตั้งแต่ลูกค้า ตัวแทน ที่ปรึกษาทางการเงิน พันธมิตรทางการค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น สังคมและสิ่งแวดล้อม” นายโชนกล่าว

ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่นี้ เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศจากความใส่ใจ เพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ถือกรมธรรม์ด้านความมั่นคงในชีวิต ผ่านตัวแทนที่มีความจริงใจ เทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์บริการที่ดี และ สิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของทุกเจนเนอเรชั่น สำหรับตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน เราส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพของทีมงานให้สามารถทำงานได้อย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมรับมือกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งสร้างพลังบวกและการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของการใส่ใจ เพื่อให้ทุกคนสามารถส่งต่อการให้บริการที่ประทับใจไปสู่ลูกค้าอย่างดีที่สุด และสำหรับพนักงาน เราส่งเสริมให้ทุกคนมีความสุข มีความก้าวหน้าและมีความมั่นคงในอาชีพ มีการเพิ่มพูนทักษะให้สามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ เคารพในความแตกต่าง ให้ความเสมอภาค ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

“สิ่งสำคัญคือ ความใส่ใจที่มีต่อสังคม ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ด้านการวางแผนการเงินเห็นประโยชน์ในการทำประกันชีวิตและการมีสุขภาพที่ดีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น และท้ายสุด เราให้การใส่ใจในสิ่งแวดล้อม เราพร้อมจะขับเคลื่อนองค์กร สู่การเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน บริหารจัดการด้านพลังงาน ทรัพยากรน้ำ และ ขยะ ซึ่งทั้งหมดเป็นการสร้างพลังของความใส่ใจและจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เราเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งด้านการใส่ใจและมีการเติบโตอย่างยั่งยืนในที่สุด” นายโชนกล่าว

ด้านนางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้บริหารสายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า เปิดเผยถึงแนวคิดการปรับภาพลักษณ์องค์กรในครั้งนี้ว่า มาจากผลการสำรวจเพื่อต้องการหา Insight กลุ่มผู้บริโภคและลูกค้า ที่มีความคาดหวังต่อธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งพบว่าคนแต่ละเจนเนอเรชั่นมีความต้องการที่ไม่เหมือนกันทั้งผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขายและการบริการ แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนทุกเจนคาดหวังและต้องการเหมือนกันคือ “ความใส่ใจ” ในบริการหลังการขาย ซึ่งการสื่อสารแบรนด์แคมเปญนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคเห็นความแตกต่างและรับรู้ถึงความใส่ใจได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในการขยายการรับรู้ และต้องการเข้าไปมีส่วนช่วยด้านการวางแผนการเงินในช่วงเริ่มต้นวัยทำงาน

“แคมเปญ “ใส่ใจ” ครั้งนี้ จะถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์โฆษณา 2 เรื่อง ซึ่งได้ผลมาจากงานวิจัยที่น่าสนใจ คือ ในยุคที่เทคโนโลยีมีผลกับชีวิตผู้คน ทำให้คนส่วนใหญ่มักใช้เวลาในการสร้างความสัมพันธ์ผ่านเทคโนโลยี จนละเลย หลงลืม ขาดความผูกพันที่อบอุ่น โดยเรื่องแรก จะสะท้อนความสัมพันธ์ที่เล็กแต่แข็งแรงที่สุด คือ คนในครอบครัว ด้วยความเชื่อที่ว่า พลังของความใส่ใจ ถ้าในสังคมไทยมีให้กันมากพอ จะทำให้ทุกคนมีความสุข ความอุ่นใจและความมั่นใจในการใช้ชีวิต ไม่ว่าสังคมจะพัฒนาด้านเทคโนโลยีไปอย่างไร เรื่องที่ 2 คือ เป็นการนำเสนอบริการเสริมที่ได้มาจากการทำวิจัยจากลูกค้าชื่นชอบ คือ Driving Home และ Home Health Care เป็นการดูแล ใส่ใจลูกค้า หากลูกค้าเจ็บป่วยต้องไปโรงพยาบาล หรือ มีการต้องพักรักษาตัวต่อที่บ้าน โดยมีกำหนดการเผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณาในวันที่ 13 พฤศจิกายนศกนี้ ผ่านสื่อ TV, Out Of Home, Online และ KOL” นางสาวอรนาฎกล่าวในที่สุด

กรุงเทพประกันชีวิตคาดหวังว่า แคมเปญใส่ใจนี้จะเป็นแรงกระเพื่อมให้สังคมได้หันกลับมาคิด และเลือกที่จะสร้างความสุขให้ตนเองและคนรอบตัว เมื่อทุกครอบครัวเห็นคุณค่าของการใส่ใจซึ่งกันและกัน ก็จะส่งผลกับระดับสังคมไม่มากก็น้อย ขณะเดียวกัน ในส่วนของกรุงเทพประกันชีวิต ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งดีๆอีกมากเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าด้วยความตั้งใจ เพื่อให้แบรนด์กรุงเทพประกันชีวิตอยู่ในใจผู้บริโภค และ ก้าวสู่การเป็น The Most Caring Insurance Brand ได้ในที่สุด

-(016)

ททท. ชวนเปิดประสบการณ์สุขท้าลอง 5 MUST DO @Chanthaburi

https://www.naewna.com/lady/839596

ททท. ชวนเปิดประสบการณ์สุขท้าลอง 5 MUST DO @Chanthaburi

ททท. ชวนเปิดประสบการณ์สุขท้าลอง 5 MUST DO @Chanthaburi

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.32 น.

การท่องเที่ยวเมืองไทยนับเป็นความท้าทายเมื่อได้ออกไปค้นหา เพราะยังมีเรื่องราวที่หลากหลายที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เพียบพร้อมไปด้วยมุมมองดี ๆ ที่ช่วยสร้างความสุขให้ทุกคนได้ท้าลอง โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำเสนอแคมเปญ “สุขท้าลอง 72 สไตล์” สร้างจุดขายมุมมองใหม่ 72 เส้นทาง 72 สไตล์จากแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยด้วยการจัดทำ E-book ท้าให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวผ่านแนวคิด 5 Must Do in Thailand ให้ไปทำ ไปดู ไปกิน ไปเห็นด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 29 – 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา ททท. ได้จัดทริปพิเศษ เปิดประสบการณ์ “สุขท้าลอง 72 สไตล์” ที่จังหวัดจันทบุรี กับมุมมองใหม่ ๆ ที่หลายคนอาจจะไม่รู้มาก่อน และนี่คือ 5 Must Do @จันทบุรี ที่คัดมาแล้วว่าควรค่าแก่การเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

1.MUST SEE กำแพงแห่งศรัทธา

“อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล” แหล่งท่องเที่ยวในย่านชุมชนเก่าแก่ริมน้ำจันทบูร เป็นจุดท่องเที่ยวไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ ตัวโบสถ์ที่มีความงดงามจากสถาปัตยกรรมตะวันตกสไตล์โกธิค หากเดินไปทางด้านหลังโบสถ์ จะเห็นซอยเล็ก ๆ ทางเข้า “บ้านพิพิธภัณฑ์กางเขน” ซึ่งเป็นจุดชม “กำแพงแห่งศรัทธา” 1 ใน 9 มุมลับเมืองจันท์ เป็นภาพเขียนที่สะท้อนความศรัทธาอันงดงามของชาวคริสต์อยู่บนฝาผนัง หากไม่ทันสังเกต หลายคนก็อาจจะเดินผ่านไปอย่างน่าเสียดาย

2.MUST SEEK อันซีนวัดปากน้ำแขมหนู

หนึ่งในสถานที่สะท้อนศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของชาวจันทบุรีอยู่ที่ “วัดปากน้ำแขมหนู” อ.ท่าใหม่ โบสถ์เซรามิกสีขาวน้ำเงินสุดตระการตา ถือเป็นผลงานแห่งความภาคภูมิใจ เนื่องจากสมัยก่อนตัวโบสถ์ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากอ่าว มีความผุกร่อนง่ายจนต้องบูรณะอยู่หลายครา จึงได้หาแนวทางป้องกันการกัดกร่อนจากน้ำเค็มด้วยการใช้เซรามิกทั่วทั้งโบสถ์ เลือกโทนสีขาวและน้ำเงินที่กลมกลืนกับท้องทะเล กลายเป็นโบสถ์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

3.MUST TRY ล่องเรือชมเหยี่ยวแดง

ที่จันทบุรีมีเส้นทางพาย SUB BOARD ชิล ๆ ได้ทั้งแม่น้ำและทะเล และอีกกิจกรรม MUST TRY ที่อยากจะแนะนำคือ การนั่งเรือชมฝูงเหยี่ยวแดง สองฝั่งคลองหนองบัว โดยลงเรือจากชุมชนขนมแปลก อ.เมืองจันทบุรี ล่องไปถึงชุมชนบางสระเก้า อ.แหลมสิงห์ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง นอกจากฝูงเหยี่ยวแดงที่จะออกมาทักทายเป็นกลุ่มใหญ่ในช่วงเย็น ๆ แล้ว ยังมองเห็นทิวป่าโกงกางอันอุดมสมบูรณ์ มีฉากหลังเป็นภูเขาอันกว้างใหญ่

4.MUST TASTE ขนมควยลิง

“ชุมชนขนมแปลก” ริมคลองหนองบัว อ.เมืองจันทบุรี เป็นชุมชนเก่าที่มีกลิ่นอายตลาดการค้าแบบโบราณ ผสมผสานกับวิถีชาวประมง มาแล้วต้องได้ชิม “ขนมควยลิง” ขนมโบราณที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว นำไปต้มแล้วคลุกกับมะพร้าว โรยด้วยน้ำตาล ที่มาของชื่อมาจากเรื่องที่เล่าต่อกันว่า สมัยก่อนตอนที่แม่ทำขนมชนิดนี้ให้ลูกกิน เมื่อลูกถามว่าขนมอะไร ทันใดนั้นแม่ก็หันให้เจอเจ้าลิงยืนโชว์ตัวอยู่ใกล้ ๆ เลยเรียกแกมหยอกว่า “ขนมควยลิง” ในชุมชนขนมแปลกยังมีหลากหลายความสนุกให้ชิม อาทิ น้ำเยี่ยววัว ขนมข้าวแดกงา ขนมลูกระเบิด เป็นต้น

5.MUST BUY ผลิตภัณฑ์กกบางสระเก้า

หากใครมีโอกาสมาเที่ยว “ชุมชนบางสระเก้า” อ.แหลมสิงห์ จะพบกับต้นกกที่ตากเรียงรายทั่วหมู่บ้าน เพราะที่นี่คือแหล่งผลิตผลงานดี ๆ ที่รู้จักกันในนาม “เสื่อจันทบูร” ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ก่อนจะได้รับการยกระดับประยุกต์เป็นสินค้าต่าง ๆ ที่ทันสมัย ทั้งกระเป๋าหลากหลายรูปแบบ แผ่นรองจาน แผ่นรองแก้ว กล่องเก็บของ ฯลฯ เหมาะแก่การซื้อหาไปใช้ นำไปฝากก็ถูกใจ หรือจะไปเลือกซื้อวัตถุดิบจากท้องถิ่นกันที่ “ตลาดสี่มุมเมรุ” ที่ตั้งอยู่รอบเมรุ วัดบางสระเก้า เป็นบรรยากาศการค้าขายสุดแปลก ในราคามิตรภาพ วันไหนที่มีงานเผาศพ วันนั้นการค้าขายก็จะคึกคักเป็นพิเศษตามไปด้วย

ใครที่อยากค้นหาแรงบันดาลใจไปแคมเปญ “สุขท้าลอง 72 สไตล์”​ โดย ททท. สามารถดาวน์โหลด E-book สุขท้าลอง 72 สไตล์ ได้ที่ https://thai.tourismthailand.org/Articles/Happiness72styles รวมทั้งติดตามรับชมคลิปท่องเที่ยว พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : Amazingไทยแลนด์ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1672 Travel Buddy

-(016)

ปิดฉาก! ‘Thailand Yoga Art & Dance 2567’ เต็มอิ่ม 117 คลาส เพื่อสุขภาพ

https://www.naewna.com/lady/839595

ปิดฉาก! 'Thailand Yoga Art & Dance 2567' เต็มอิ่ม 117 คลาส เพื่อสุขภาพ

ปิดฉาก! ‘Thailand Yoga Art & Dance 2567’ เต็มอิ่ม 117 คลาส เพื่อสุขภาพ

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.28 น.

จบไปแล้วกับงานโยคะครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ Thailand Yoga Art & Dance ปี 2567 ซึ่งจัดเป็นปีที่ 8 ในวันที่ 25-27 ตุลาคม 2567 ที่ โรงแรมเดอะซายน์ พัทยา – นาเกลือ ปีนี้ ทุกคนเต็มอิ่มกับกิจกรรมมากมายทั้งใน Indoor และ Out door ทั้งคลาสโยคะบนบก และ ในน้ำ Aqua Yoga , คลาสเต้นทุกรูปแบบ ,คลาสฟิสเนต ,คลาสทำกับข้าว yoga Fly , Sup Yoga, Stand up Paddle Board, บำบัดด้วยน้ำแข็ง (Ice Bath), พอกโคลนจากเนปาล, Singing Bowl คลาสกลองบำบัด คลาสโยคะหัวเราะ โยคะหน้า และอีกหลากหลายหลาส จัดเต็มถึง 117 คลาสใน 3 วัน กับ 11 ห้องเรียน จากครูผู้สอน 66 ท่าน ทั่วโลก งานนี้มีคนเข้าร่วมจำนวน 1020 คน จาก 13 ประเทศ อาทิเช่น เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงค์โปร์ เวียดนาม ไต้หวัน จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อเมริกา เบลเยี่ยม ฮ่องกง และไทย งานนี้ จัดขึ้นโดยบริษัท เมคเฟรนส์ ฟอร์ยู จำกัด และได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชน อาทิเช่น เมืองพัทยา ททท เมืองพัทยา สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฯ AIA VAtality True Corporation บุญรอด บริวเวอร์รี่ vannesse

พบกับกิจกรรมโยคะดีๆ เช่นนี้ในงาน Thailand Yoga Art & Dance ที่พัทยา วันที่ 31 ต.ค -2 พ.ย 2568 สอบถามเพิ่มเติม : Line Official : makefriendsforu/ , Page:thailandyogaart&dance/ , IG:thailand_yogaartanddance

-(016)

แพทย์ เผยคนไทย 34 ล้านคน ได้รับควันบุหรี่มือสองจากคนรอบตัว แถมหญิงไทยติดอันดับ 5 ของโลก

https://www.naewna.com/lady/839594

แพทย์ เผยคนไทย 34 ล้านคน ได้รับควันบุหรี่มือสองจากคนรอบตัว แถมหญิงไทยติดอันดับ 5 ของโลก

แพทย์ เผยคนไทย 34 ล้านคน ได้รับควันบุหรี่มือสองจากคนรอบตัว แถมหญิงไทยติดอันดับ 5 ของโลก

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.24 น.

แพทย์รพ.รามาฯเผยคนไทย 34 ล้านคน ได้รับควันบุหรี่มือสองจากคนรอบตัวโดยเฉพาะที่บ้าน แถมหญิงไทยสถิติสูงอันดับ 5 ของโลก นักวิจัยเผยวารสารมะเร็งอังกฤษยันสูดควันบุหรี่มือสองเสี่ยงมะเร็งเต้านม 1.24 เท่า และคร่าชีวิตคนไทยปีละกว่า 20,000 ราย ด้าน “หมอประกิต”ย้ำบุหรี่ไฟฟ้าแม้ไร้กลิ่นเหม็นแต่แฝงสารพิษเพียบทำลายสุขภาพทุกระบบ

5 พฤศจิกายน 2567 ที่โรงแรม VIC 3 Bangkok คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดเสวนาเรื่อง“ฆาตกรที่มองไม่เห็น: คนไทยตายปีละเท่าไรจากควันบุหรี่มือสอง”

รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามา ธิบดี เปิดเผยสถานการณ์การได้รับควันบุหรี่มือสองว่า ควันบุหรี่มือสองเป็นภัยใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้าม ทั้งที่เป็นปัญหาใหญ่เพราะปัจจุบันมีคนไทยที่ไม่ได้สูบบุหรี่จำนวน 34 ล้านคน แต่กลับได้รับควันบุหรี่มือสองจากคนรอบตัวที่สูบบุหรี่โดยเฉพาะที่บ้าน ซึ่งอัตราการได้รับควันบุหรี่มือสองของคนไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศแล้วอยู่ในระดับที่สูงมาก

ทั้งนี้ จากข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย เมื่อพ.ศ.2562 พบคนไทย 70 เปอร์เซนต์ ได้รับควันบุหรี่มือสอง ขณะที่การสำรวจของอังกฤษ ปี 2562 พบคนอังกฤษได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่มือสองเพียง 30 เปอร์เซนต์ ที่สำคัญ ตัวเลขผู้หญิงไทยได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่มือสองจากที่บ้าน 68 เปอร์เซนต์ ขณะที่ผู้ชายไทยได้รับควันบุหรี่มือสองจากบ้าน 47 เปอร์เซนต์

“เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ อีก 57 ประเทศ จะพบว่าผู้หญิงไทยช่วงอายุ 15-49 ปี ได้รับควันบุหรี่มือสองสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะปัจจุบันมีหลักฐานงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์จากวารสารมะเร็งของประเทศอังกฤษ (British Journal of Cancer) ปี 2567 ยืนยันแล้วว่าการสูดควันบุหรี่มือสองเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิงถึง 1.24 เท่า โดยความเสี่ยงจะเพิ่มตามปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง ซึ่งมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งของผู้หญิงไทย” รศ.พญ.เริงฤดี กล่าว

ด้านนายรักษพล สนิทยา นักวิจัยแผนงานพัฒนาดัชนีภาระโรคแห่งประเทศไทย มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ข้อมูลจากรายงานภาระโรคจากปัจจัยเสี่ยงของประชากรไทย ปี 2562 คนไทยเสียชีวิตจากควันบุหรี่มือสองสูงถึง 20,688 รายต่อปี โดยเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองมากที่สุดคือ 9,080 ราย หรือ 44 % รองลงมาคือ โรคหัวใจขาดเลือด 4,223 ราย (20%) มะเร็งปอดและหลอดลม 1,972 ราย (9%) และยังมีโรคอื่น ๆ ได้แก่ เบาหวานชนิดที่ 2 โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง และมะเร็งเต้านม

นายรักษพล กล่าวว่า เมื่อคำนวณภาระโรคจากการได้รับควันบุหรี่มือสองของคนไทย ปี 2562 โดยดูจากค่าการสูญเสียปีสุขภาวะ หรือจำนวนปีที่เสียไปเพราะสุขภาพไม่ดี พิการ หรือเสียชีวิตก่อนวัย พบว่า การได้รับควันบุหรี่มือสองทำให้คนไทยสูญเสียปีสุขภาวะถึง 534,186 ปี ข้อมูลการศึกษาภารโรคระดับโลก (Global Burden of Disease: GBD 2019) เปรียบเทียบการสูญเสียปีสุขภาวะทั่วโลก พบว่าภาระโรคจากควันบุหรี่มือสองของไทยอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย (117.1 ปีต่อแสนประชากร) ญี่ปุ่น (221.69 ปีต่อแสนประชากร) และอังกฤษ (154.48 ปีต่อแสนประชากร) เป็นต้น

ทางด้าน ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผู้อำนวยการศูนย์ วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ(ศจย.) กล่าวว่า เด็กเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่มือสองมากกว่าผู้ใหญ่ ในประเทศไทยพบเด็กช่วงอายุ 1- 5 ปี พักอยู่อาศัยในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่สูงถึง 55% โดยในกรุงเทพฯ พบมากที่สุด 62% ซึ่งงานวิจัยในไทยที่ศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ได้แก่ หอบหืดและหลอดลมหรือปอดอักเสบพบตัวเลขสัมพันธ์ว่า เด็กที่อาศัยในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่พบความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคระบบหายใจส่วนล่างสูงขึ้นถึง 4 เท่า นอกจากนี้มีการนำเส้นผมของเด็กที่พักอาศัยในบ้านที่มีการสูบบุหรี่มาตรวจพบว่ามีปริมาณสารนิโคติน ซึ่งเป็นสารพิษในบุหรี่สูงกว่าค่ามาตรฐาน

“ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น แต่หลายคนยังเข้าใจผิดว่าไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตรายเพราะมีกลิ่นหอมและไม่มีควันจากการเผาไหม้ แต่ข้อเท็จจริงแล้วการได้รับควันมือสองจากบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายจากไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้า ที่ประกอบไปด้วยสารนิโคติน PM2.5 โลหะหนัก และสารก่อมะเร็ง ดังนั้น บริเวณที่มีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจึงถือเป็นมลพิษทางอากาศที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งคนที่สูบและไม่ได้สูบ ซึ่งงานวิจัยในต่างประเทศระบุว่าการได้รับควันมือสองจากบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเพิ่มขึ้น 1.06 เท่า โรคหลอดลมอักเสบเพิ่มขึ้น 1.4 เท่า ภาวะหายใจลำบากเพิ่มขึ้น 1.53 เท่า โรคหอบหืดที่ควบคุมไม่ได้เพิ่มขึ้น 1.88 เท่า และภาวะเจ็บป่วยทางจิตเพิ่มขึ้น 1.43 เท่า” ศ.พญ.สุวรรณา กล่าว

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ กล่าวว่า ผลกระทบจากควันบุหรี่มือสองทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้าต่อผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ เห็นผลได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ทั้งต่อระบบหายใจและหัวใจ เช่น เกิดการระคายเคืองและความเสียหายของเยื่อบุทางเดินหายใจ นำไปสู่อาการหืดจับและมีอาการรุนแรงในคนที่เป็นโรคหืดอยู่แล้ว หลอดเลือดเปราะบาง ยืดหยุ่นไม่ดี ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจช้า มีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบ พลัน

“แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ แต่การบังคับใช้กฎหมายของเรายังทำได้ไม่ดี โดยคะแนนที่องค์การอนามัยโลกประเมินเราอยู่ที่ 6 คะแนนจากเต็ม 10 คะแนน โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า และมีการนำมาสูบในที่สาธารณะหรือออกสื่อทั้งที่ผิดกฎหมาย จึงอยากสื่อสารให้รัฐบาลเอาจริงกับเรื่องนี้ เพราะมีบทเรียนจากต่างประเทศแล้วว่าประเทศที่บังคับใช้กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะอย่างจริงจัง สามารถลดความเสี่ยงของคนไม่สูบบุหรี่จากอันตรายการได้รับควันบุหรี่มือสอง โดยเฉพาะประชากรวัยเด็ก” ศ.นพ.ประกิต กล่าว

-(016)

ช่อง 7HD ส่ง ‘บัญชา แข็งขัน’ จัดเต็มข่าวเข้ม ‘ห้องข่าวภาคเที่ยง’

https://www.naewna.com/entertain/839558

ช่อง 7HD ส่ง ‘บัญชา แข็งขัน’ จัดเต็มข่าวเข้ม ‘ห้องข่าวภาคเที่ยง’

ช่อง 7HD ส่ง ‘บัญชา แข็งขัน’ จัดเต็มข่าวเข้ม ‘ห้องข่าวภาคเที่ยง’

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ฮือฮาเป็นกระแสจับตามองทันที หลัง ช่อง 7HD ปล่อยสปอร์ต เตรียมพบผู้ประกาศข่าวคนใหม่ แต่เก๋าในวงการข่าวพร้อมรั้งตำแหน่งแม่ทัพข่าวบรรณาธิการบริหารช่อง 7HD  “บัญชา แข็งขัน” ซึ่งเป็นคนข่าวมืออาชีพที่มากประสบการณ์ แม่นยำด้วยข้อมูลลงสนามควงคู่ “ศจีวงศ์อำไพ” ในรายการ ห้องข่าวภาคเที่ยงตั้งแต่เวลา 11.15 น. มารุกข่าวเด็ดเสิร์ฟข่าวฮอตอัปเดตระหว่างวันก่อนใครเกาะติดข่าวทุกเหตุการณ์สำคัญอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดประเด็นใหม่ ขยายประเด็นดัง เติมความสดใหม่ด้วยทีมข่าว 7HD รายงานสดจากพื้นที่ในทุกเหตุการณ์สำคัญโดย บัญชา เปิดใจถึงการมาทำหน้าที่ผู้ประกาศคนใหม่ประจำ “ห้องข่าวภาคเที่ยง” ว่า

“สำหรับผมค่อนข้างตื่นเต้น ดีใจและขอขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญในครั้งนี้ เป็นการร่วมกันทำงานกับทางทีมข่าว 7HD ที่อบอุ่นและเข้มข้นมากครับ ที่ผ่านมาผมติดตามผลงานของที่นี่โดยเฉพาะรายการข่าวที่มีดีเอ็นเอเป็นของตัวเองในรูปแบบการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วนรอบด้าน เข้าใจง่ายและเข้าถึงทุกพื้นที่สำหรับผมมารับหน้าที่ร่วมกับคุณศจี เรามาแชร์ประสบการณ์ความเข้มแข็งของแต่ละคนมาประกอบกันเช่น ผมมีข้อมูลเชิงลึกด้านข่าวการเมืองคุณศจีเป็นเจ้าแม่สายอาชญากรรม โดยมีกฎเหล็กในการลงเสนอข่าวในครั้งนี้คือ ข้อมูล Fact ต้องถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุด มีความหนักแน่นให้ข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน นำเสนอด้วยความจริงใจ มาเล่าข่าวให้มีมากกว่าข่าวข้อมูลเบื้องหลังเบื้องลึกมิติอื่นๆ ของข่าว เข้มข้น จริงจังและเชื่อถือได้ ในสไตล์เหมือนเพื่อนที่มาเล่าสู่กันฟัง ทั้งผมและศจีเราพร้อมจะหาคำตอบในข่าวที่คุณสงสัยมาไขให้กระจ่างอย่าพลาดมาร่วมให้กำลังใจ ลองติดตามกันนะครับว่าเราจะเข้มข้นกันแค่ไหนใน ห้องข่าวภาคเที่ยงทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.15 น. เป็นต้นไปครับ”สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X,YouTube) และ Ch7HD News (Facebook, IG,TikTok, YouTube) และเว็บไซต์  www.ch7.com

‘ชเว จิน ฮยอก’ เตรียมเสิร์ฟความอบอุ่นประกาศแฟนมีตติ้งในไทย

https://www.naewna.com/entertain/839557

‘ชเว จิน ฮยอก’ เตรียมเสิร์ฟความอบอุ่นประกาศแฟนมีตติ้งในไทย

‘ชเว จิน ฮยอก’ เตรียมเสิร์ฟความอบอุ่นประกาศแฟนมีตติ้งในไทย

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ชเว จิน ฮยอก (Choi Jin Hyuk)! เหล่าบรรดาแฟนๆ คอซีรี่ส์เตรียมเฮเมื่อพระเอกหนุ่มสุดฮอต ชเว จิน ฮยอก ประกาศอย่างเป็นทางการเตรียมเสิร์ฟความสุขให้แฟนๆ ชาวไทยในแฟนมีตติ้ง โดยใช้ชื่องานว่า CHOI JIN HYUK DAY AND NIGHT FAN-CON TOUR IN BANGKOK โดยงานจะเกิดขึ้นวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 จัดที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์

ชเว จิน ฮยอก (Choi Jin Hyuk) พระเอกมาดเข้มที่มีผลงานซีรี่ส์โด่งดังอย่าง The Hiers (2013) และ Gu Family Book (2013) และมีผลงานตามมามากมาย อาทิ Emergency Couple (2014), Pride and Prejudice (2014), Tunnel (2016), Devilish Joy (2018), The Last Empress (2018), Rugal (2020), The Zombie Detective (2020), Mr.Queen (2020), Numbers (2023) และล่าสุดกับ Miss Night and Day (2024) บินลัดฟ้าจัดแฟนมีตติ้งที่ประเทศไทยอย่างใกล้ชิด โดยผู้จัดครั้งนี้คือ 247ENTERTAINMENT งานนี้จัดหนักจัดเต็มให้แฟนๆ ได้อิ่มหนำความสุข แฟนมีตติ้งครั้งนี้จะได้เห็นความหล่อและความอบอุ่นของ ชเว จิน ฮยอก แบบจุใจ

ซึ่งจะทำการเปิดจองบัตร ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น.ผ่านช่องทางของ ALLTICKET ไม่ว่าจะเป็นหน้าเคาท์เตอร์เซอร์วิส หรือเว็บไซต์ http://www.allticket.com/โดยบัตรจะมีราคา 6,900/4,900/3,900/2,900/1,900 บาท สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 247 ENTERTAINMENT

ช่อง 3 พร้อมพันธมิตรชูความสำเร็จรีไซเคิลพลาสติกPP เปลี่ยนเป็นชุดสีน้ำมอบให้เด็กในถิ่นทุรกันดาร

https://www.naewna.com/entertain/839552

ช่อง 3 พร้อมพันธมิตรชูความสำเร็จรีไซเคิลพลาสติกPP  เปลี่ยนเป็นชุดสีน้ำมอบให้เด็กในถิ่นทุรกันดาร

ช่อง 3 พร้อมพันธมิตรชูความสำเร็จรีไซเคิลพลาสติกPP เปลี่ยนเป็นชุดสีน้ำมอบให้เด็กในถิ่นทุรกันดาร

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) และสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3นำโดย ชาคริต ดิเรกวัฒนชัยรองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักกิจการและสื่อสารองค์กร ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ไปรษณีย์ไทย) บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด (HMCPolymers) บริษัท อีโคบลู จำกัด (EcoBlue)บริษัทนานมีอุตสาหกรรม จำกัด (นานมี) พันธมิตรในโครงการ “ล้านพลัง แต้มสีเติมฝันให้น้อง รร. ตชด.” พร้อมด้วย น้ำฝน-พัชรินทร์ วิทยาปัญญานนท์, แพม-ปาเมลา ปาสิเนตตี และ ป๊อปปี้-รัชพงศ์ อโนมกิติ จากรายการแซ่บพาซ่าส์ ส่งมอบชุดสีน้ำจำนวน 5,000 ชุดที่กล่องผลิตจากเม็ดพลาสติก PP รีไซเคิลให้แก่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อส่งมอบต่อไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศโดยมี พล.ต.ต.กัญชล อินทรารามรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นผู้รับมอบ

กลุ่มบีอีซีและช่อง 3 ขอขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนโครงการฯ ได้แก่ HMC Polymers ผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติก PP เกรดพรีเมียมในภูมิภาคอาเซียนที่ร่วมกับ EcoBlue ผลิตเม็ดพลาสติก PP รีไซเคิลคุณภาพสูง ไปรษณีย์ไทยผู้ให้บริการจัดส่งบรรจุภัณฑ์พลาสติก PPใช้แล้วจากทั่วประเทศไปสู่มือผู้ผลิต นานมี ผู้ที่นำเม็ดพลาสติก PP รีไซเคิลไปผลิตเป็นกล่องชุดสีน้ำตราม้า และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนที่สำคัญที่สุดคือขอขอบคุณประชาชนทั่วประเทศที่ร่วมบริจาคบรรจุภัณฑ์พลาสติก PP ใช้แล้วเข้าโครงการฯ ความร่วมมือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่ถูกนำไปฝังกลบที่ปลายทางลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แต่ยังสร้างประโยชน์ให้เกิดแก่การศึกษาไทยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างแรงบันดาลใจ และพัฒนาทักษะด้านการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนในถิ่นทุรกันดารอีกด้วย

‘บุ๊คโกะ’ กับความท้าทายด้านการแสดง ในหนัง ‘Endpresso ปณิธานหวานน้อย’

https://www.naewna.com/entertain/839553

‘บุ๊คโกะ’ กับความท้าทายด้านการแสดง  ในหนัง ‘Endpresso ปณิธานหวานน้อย’

‘บุ๊คโกะ’ กับความท้าทายด้านการแสดง ในหนัง ‘Endpresso ปณิธานหวานน้อย’

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“Endpresso ปณิธานหวานน้อย” หนังรักรูปแบบใหม่ หนังรักของคนที่ไม่อยากมีความรัก ของค่ายหนังน้องใหม่ “ดราก้อน ฟิล์ม”ที่มีโต้โผอย่าง CEO สาวคนเก่ง โบว์-กัญธนัชกิตติถิรธรรม โดยมี เสนาเพชร-พุทธิพงศ์ พรหมสาขาณ สกลนคร นั่งแท่นกำกับฯ และได้ นีโน่ รัฐบาล ทำหน้าที่ ExclusiveProducer ที่นอกจากจะนำนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง นิว-ฐิติภูมิ กับ เมเบิ้ล-สิริวลี มารับบทนำของเรื่องแล้ว ยังนำนักแสดงมากความสามารถ บุ๊คโกะ-ธนัชพันธ์ มาร่วมสร้างสีสันในบท “หมอซัน” ผู้มีความสนใจในศาสตร์มูเตลู ความเชื่อต่างๆ

“บุ๊คโกะ รับบท หมอทํานายความรักเกี่ยวกับเรื่องหิน สำหรับเรื่องนี้คาแร็กเตอร์ของบุ๊คโกะ บางคนอาจจะรู้จักบุ๊คโกะ ในฐานะคนที่สนุกสนาน ร่าเริง แต่พอเราต้องรับบทบาท บทบาทหนึ่งที่ทําให้คนคนหนึ่งเชื่อในศาสตร์ศาสตร์หนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Soft Powerของคนไทย ก็คือความเชื่อ ซึ่งอยู่กับคนไทยมายาวนานแล้ว เราจะทํายังไงให้คนคนหนึ่งรู้สึกว่าเขาเชื่อกับสิ่งที่เราพูดอันนี้มันท้าทายความสามารถ อย่างตัวเอง เวลาใครรู้จัก เขาจะรู้อยู่แล้วว่าเราสนุกสนานเฮฮา ร่าเริง พอเวลาที่เราเข้าอินในคาแร็กเตอร์ เขาอาจจะติดภาพเก่าๆ ของเรา  เราก็ต้องทําให้เขารู้สึกว่า เขาเชื่อว่าบุ๊คโกะคือตัวละครตัวนี้ เป็นนักแสดงตัวนี้ ไม่ใช่แค่เขานะ ตัวเราเองด้วย เวลาเล่น มันก็เลยค่อนข้างที่จะสนุก แล้วก็ท้าทายความสามารถค่ะ ไม่อยากให้พลาดเลยสักซีน เพราะทุกซีนสนุกมากค่ะ แล้วก็เป็นหนังรักที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย บุ๊คโกะเองก็เป็นคนที่หลงใหลการท่องเที่ยวในประเทศไทยอยู่แล้ว แล้วก็เดินทางไปเกือบทุก 77 จังหวัดในประเทศไทย  หนังเรื่องนี้มีความที่มันซ่อนความที่เป็น Soft Power ไว้อยู่ เป็นอะไรที่น่าค้นหา แล้วก็บางจุดเราไม่รู้จริงๆ ว่าในประเทศไทยของเรา มันมีมุมๆ นี้อยู่ มันมีสถานที่ที่น่ารักๆ ซ่อนอยู่ จนกลายเป็นหนังรักโรแมนติกที่มีรสชาติของกลิ่นอายของความรักในรูปแบบต่างๆ บุ๊คโกะเชื่อว่าเรื่องนี้จะทําให้หลายๆ คนหลงรักได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวเนื้อเรื่องเอง ตัวนักแสดงคนอื่นๆ พระเอก นางเอก บุ๊คโกะอยากจะให้ทุกคนได้เข้าไปชมหนังเรื่องนี้กันค่ะ”

‘Tero Music’ ชวนลุ้นใกล้ชิด 5 หนุ่มนิวเจน ซีรี่ส์ ‘LoveSick 2024’

https://www.naewna.com/entertain/839554

‘Tero Music’ ชวนลุ้นใกล้ชิด 5 หนุ่มนิวเจน ซีรี่ส์ ‘LoveSick 2024’

‘Tero Music’ ชวนลุ้นใกล้ชิด 5 หนุ่มนิวเจน ซีรี่ส์ ‘LoveSick 2024’

วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เป็นซีรี่ส์วายที่กำลังฮอตฮิตมาแรง ได้รับการชื่นชมจากแฟนๆ อย่างล้นหลาม สำหรับ “LoveSick 2024 ชุลมุนกางเกงน้ำเงิน” ที่เคยเป็นซีรี่ส์โด่งดังในอดีตและได้กลับมาปัดฝุ่นรีเมคใหม่อีกครั้ง ในรอบ 10 ปีในแบบฉบับเวอร์ชั่น 2024 ออกอากาศทางช่อง 9MCOTHD และแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) กับเรื่องราวที่กำลังเข้มข้น เรียกได้ว่าปังตั้งแต่ตอนแรก และยังชวนให้แฟนๆ ติดตามกันแบบต่อเนื่อง ล่าสุด Tero Music ขอตอกย้ำกระแสความปัง คว้าตัว  5 หนุ่มนักแสดงนิวเจนจากซีรี่ส์ LoveSick 2024 ได้แก่แอลม่อน-ภูมิสุวรรณ, โปรเกรส-ภาสวิชญ์, กฤษฎิ์งามธนกิจจา, เชน-ธณัชพงศ์ และ สกาย-พสิษฐ์ ชวนลูกค้า AIS ร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ “LOVESICK Exclusive Party” ให้แฟนๆ ได้มา Meet & Greetกระทบไหล่ใกล้ชิด 5 หนุ่มแบบสุดฟิน!!    

พิเศษสุดๆ สำหรับลูกค้า AIS เพียงดาวน์โหลดเพลงรอสาย AIS Calling เพลงประกอบซีรี่ส์ “LoveSick 2024 ชุลมุนกางเกงน้ำเงิน” หรือเพลงจากค่าย Tero Music ผ่านแอปพลิเคชั่น Calling Melody หรือเว็บไซต์ https://www.ais.th/callingmelody หรือดาวน์โหลดวีดีโอรอสาย VDO Calling Melody คอนเทนต์พิเศษจากหนุ่มๆ ทั้ง 5 ผ่านช่องทางแอปพลิเคชั่น VDO Calling หรือที่เว็บไซต์ https://www.ais.th/vdocalling ก็มีสิทธิ์ลุ้นเข้าร่วมกิจกรรม “LOVESICK Exclusive Party” รวม 20 รางวัล (รางวัลละ  2 ท่าน) บอกเลยงานนี้ยิ่งโหลดมากก็ยิ่งมีสิทธิ์มาก!!    

แฟนๆ สามารถร่วมสนุกกับกิจกรรม “LOVESICK Exclusive Party” ได้ตั้งแต่วันที่  1 พฤศจิกายน 2567-16 มกราคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/teromusicth, https://www.ais.th/callingmelody/home และ https://www.ais.th/vdocalling/home